อ่าน THE SIXTH SENSE ตอน 21/3 วันที่ 5 ต.ค. 55

อ่าน THE SIXTH SENSE สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอน 21/3 วันที่ 5 ต.ค. 55 

  “แกนี่มันแข็งนอกอ่อนในนะยัยรส แกรักนายไตวายมากใช่ไหม” สุคนธรสพยักหน้ายอมรับ “แล้วปฏิเสธคำขอแต่งงานเขาทำไม”
      “วันที่สู้กับไอ้หมอสมคิด แค่หมอสมคิดทำภาพลวงตาว่าเป็นยัยเคธี่ นายไตรถึงกับวางมีด ยอมตาย แล้วแกคิดว่าชั้นควรจะแต่งงานกับเขาเรอะ”
       “ก็ไม่ควร”
       “ลึกๆ แล้วใจเขายังรักยัยเคธี่อยู่ตลอด”
       “ถ้าแต่งแล้วไม่ได้เป็นที่หนึ่งจะแต่งหาพระแสงอะไรวะ”
          สุคนธรสพยักหน้า แล้วจู่ๆ ก็ร้องไห้โฮออกมาดังลั่น กรรณาเข้าไปกอดปลอบสุคนธรส
          วันต่อมาติณห์ยืนอยู่หน้ารูปหลวงพิชัยภักดี
         “แกรนด์ปาครับ ตอนนี้ผมสบายใจแล้ว คนไม่ดีทั้งหลายแพ้ไปหมดแล้ว ผมสัญญาผมจะทำที่นี่ให้ดี ไม่ให้แกรนด์ปาผิดหวัง ผมขอโทษด้วยที่เคยเข้าใจแกรนด์ปาผิด ผมรู้จริงๆ ในใจลึกๆ ของผม ผมเชื่อว่าแกรนด์ปาของผมเป็นคนดี ไม่โกงชาติโกงแผ่นดิน”
       หลวงพิชัยภักดียืนข้างๆ ติณห์ หลวงพิชัยภักดีเบะหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นแต่ติณห์ไม่เห็น
       “ตารอฟังคำนี้จากเอ็งมานานเหลือเกินหลานเอ้ย”
       “ผมจะเขียนหนังสือเล่าประวัติที่แท้จริงของแกรนด์ปา เพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของแกรนด์ปาและตระกูลเราให้กลับคืนมา”

       “คุณอยากให้ชั้นช่วยเรียบเรียงเป็นภาษาไทยให้มั้ย”
       ญาณินถาม ติณห์หันไปมองเห็นญาณินเดินเข้ามา
       “คุณเรียกแพงไหม ผมอาจมีเงินไม่มากพอ”
       “ชั้นไม่ได้ทำเพื่อเงิน หรือทอง”
       “แล้วทำเพื่ออะไร”
       “เพื่อคุณหลวง”
       “เพราะแกรนด์ปาจ้างคุณด้วยทอง คุณจึงยอมทำเพื่อท่าน”
       ญาณินไม่พอใจจึงพูดประชด
       “ใช่ค่ะ ชั้นมันเป็นคนไม่จริงใจ ใครให้ทำอะไรก็ทำ ถ้ามีสิ่งตอบแทนมากพอ”
       “ไอ้บ้าติณห์ ไม่รู้เลยหรือไงวะ ผู้หญิงพูดแบบนี้ แสดงว่าผู้หญิงกำลังประชด ง้อสิวะง้อ” หลวงพิชัยภักดีบอก
       “ที่ผมจ้างคุณไป ก็คงจะมากพอ คุณถึงยังทำอยู่”
       “คุณจะคิดยังไงก็เรื่องของคุณ”
       ญาณินจะเดินไป
       “ปากไม่ตรงกับใจกันเล้ย ต้องเหนื่อยเราอีกแล้ว”
       หลวงพิชัยภักดียกมือสองข้างขึ้นกระพือๆ ประตูบ้านปิดปัง ญาณินออกจากบ้านไม่ได้
       “คุณหลวง หนูขี้เกียจคุยกับคนไม่มีเหตุผลแล้วค่ะ เปิดประตูด้วยค่ะ”
       “คุณ” ญาณินหันมา คิดว่าติณห์จะง้อ “ประตูอีกด้านก็มีนะ” ติณห์ชี้ไปที่ประตูอีกบานที่เปิดอยู่
       “รู้แล้ว” ญาณินรีบเดินฉุนจะออกประตู หลวงพิชัยภักดีกระพืออีก ประตูปิดปัง “คุณหลวงเปิด ไม่เปิดเหรอ ได้”
       ญาณินจะออกทางหน้าต่าง หลวงพิชัยภักดีปิดอีก ปัง ปัง ปัง ระหว่างนั้นติณห์ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาและญาณิน แล้วตัดสินใจ
       “ผมไม่มีอะไรจะให้คุณแล้ว คุณถึงไม่อยากอยู่กับผมหรือไง”
       “ชั้นไม่อยากอยู่กับคนที่มองชั้นในแง่ร้าย” ญาณินตะโกนตอบ
       “หรือว่าไม่จริง คุณทำดีกับผม ห่วงใยผมจนผมรักคุณก็เพราะทองแค่ 10 แท่ง”
       “ถ้าคุณคิดอย่างงั้นก็แล้วแต่คุณเถอะค่ะ คนบ้าบอขี้ดูถูกน้ำใจคนอื่น ชั้นไม่มีอะไรจะต้องพูดอีกแล้ว”
       ญาณินหาทางออก ติณห์พุ่งไปกอดจากด้านหลัง
       “คุณต้องพูดออกมาเดี๋ยวนี้ว่าคุณเกลียดผม ผมจะได้ตัดใจจากคุณได้สักที”
       ญาณินดิ้นอยู่ในอ้อมกอดของติณห์
       “ไม่”
       “คุณต้องพูด”
       “ไม่”
       “ทำไม”
       “เพราะชั้นไม่อยากโกหก คุณจะมองว่าชั้นไม่จริงใจเห็นแก่เงินไม่ได้หวังดีกับคุณก็เรื่องของคุณ แต่อย่าให้ชั้นพูดโกหกว่าชั้นไม่รักคุณ”
     
       ญาณินบอกทั้งน้ำตา และทันทีที่พูดจบติณห์ก็โน้มหน้าจูบปากญาณินทันที ญาณินตาโตแล้วค่อยๆ หลับตาพริ้มเคลิ้มไปกับสัมผัสของติณห์ มือญาณินโอบกอดติณห์ หลวงพิชัยภักดียืนมองฉากรักของติณห์กับญาณิน หัวเราะคิกคักชอบใจ
       “ไอ้ติณห์ก็หล่อ หนูณินก็สวย เราต้องเกิดมาหน้าตาดีแน่ๆ”
       “ผมรักคุณ”
       ติณห์จะจูบญาณินต่อ ทันใดนั้นประตูเปิดผ่างป้าอรวรรณยืนอยู่เห็นภาพโรแมนติกของติณห์กับญาณินก็รีบปิดตา
       “ว้าย”
       ติณห์กับญาณินกระเด้งออกจากกัน ทำหน้าไม่ถูกกันเลยทีเดียว หลวงพิชัยภักดีถึงกับเซ็ง
       “มีมารผจญจนได้ เฮ้อ”
     
       “คุณหนู ผู้หญิงเรา ต้องรักนวลสงวนตัว อย่าชิงสุกก่อนห่ามสิคะ”
         หมอวรวรรธกับเนตรศิตางศุ์พากันมาทำบุญที่วัด ทั้งคู่ถวายสังฆทานพระจากนั้นก็ปล่อยปลาแล้วกรวดน้ำฟังพระสวดอย่างสงบและส่งใจไปให้ดวงวิญญาณทั้งหลาย
     
       หมอวรวรรธเอาน้ำที่ใช้กรวดน้ำมารดที่ใต้โคนต้นไม้ใหญ่นอกศาลาการเปรียญ
       “หวังว่าดวงวิญญาณทุกดวงที่ผมผ่าชันสูตรศพคงจะได้รับส่วนบุญที่ผมทำไปให้”
       เนตรศิตางศุ์มองไปเห็นกลุ่มวิญญาณยืนมองมาที่หมอวรวรรธด้วยสีหน้าอิ่มบุญ ก่อนจะหันเดิน หายไป เนตรศิตางศุ์ยิ้มอย่างสุขใจ
       “ค่ะ ทุกดวงวิญญาณได้รับ”
       “หื้อ อย่าบอกนะว่าคุณเห็นทุกคนมาที่นี่น่ะ”
       เนตรศิตางศุ์ยิ้มแทนคำตอบ
       “ต่อไปจำเอาไว้นะคะหมอ ต้องหาโอกาสทำบุญตักบาตร การทำบุญ ทำให้เราอ่อนน้อมถ่อมตน มีความเอื้อเฟื้อ ทำให้เราลดความโลภ ความเห็นแก่ตัว”
       “ผมไม่ค่อยมีเวลา”
       “คนเรามีเวลาเท่ากันค่ะ แล้วแต่เราจะให้ความสำคัญกับอะไรต่างหาก”
       “จ้า”
       “อย่างน้อยที่สุด การทำบุญก็คือการช่วยต่ออายุพระศาสนาให้ยังคงอยู่สืบไป หมอทราบไหมคะ เนตรเคยเห็นภาพสตรีชาวมุสลิมที่ 3 จังหวัดภาคใต้ ใส่บาตรให้กับพระสงฆ์ของศาสนาพุทธ เพราะเค้าคงเห็นว่าแถวนั้นพระของเราลำบาก ทั้งๆ ที่เค้าก็คงไม่ได้เชื่อเรื่องทำบุญแบบชาวพุทธอย่างเรา แต่เค้าก็ทำเพราะความมีน้ำใจ เนตรว่านี่คือกุศลที่บริสุทธิ์มากเลย”
       “เพราะเค้าต้องการที่จะให้เท่านั้น ไม่ได้คิดหวังผลบุญอะไรตอบแทนหรอก”
       “ค่ะ เพราะเมื่อเราตายไป เราก็ไม่ต้องเป็นวิญญาณหิวบุญ เที่ยวมารอขอความช่วยเหลือให้คนอื่นช่วยทำบุญให้ที”
       “เหมือนวิญญาณที่น่าสงสารพวกนี้”
       “ค่ะ”
       ทั้งสองเดินผ่านไปในบริเวณวัดที่มีต้นไม้ร่มรื่นแต่แล้วหมอวรวรรธต้องชะงักหน้าซีดอีกครั้งเมื่อหูแว่วได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้อยู่ใกล้
       “เอ่อ คุณเนตรครับมีผีมาร้องไห้ขอส่วนบุญจากผมอีกแล้วล่ะครับ”
       “ผีที่ไหนคะ” เนตรศิตางศุ์มองหาแล้วก็เห็นสุพิชชาในชุดดำไว้ทุกข์ มือหนึ่งถือรูปพ่อ อีกมือกำลังเทน้ำจากการกรวดน้ำลงที่โคนต้นไม้พลางสะอื้น “ไม่ใช่ผีหรอกค่ะหมอ ดูโน่นซีคะ”
       หมอวรวรรธมองไปเห็นสุพิชชาปาดน้ำตาหันมามองพอดี หมอวรวรรธคว้ามือเนตรสิตางศุ์มากุมไว้แล้วพาเดินเข้าไปหาสุพิชชา
       สุพิชชายืนถือรูปถ่ายหน้าศพของพ่อ มองทั้งคู่เดินเข้ามาหา ตาแอบจับจ้องไปที่มือหมอวรวรรธที่กุมมือเนตศิตางศุ์แน่น
       “ไม่คิดว่าจะมาเจอคุณที่นี่”
       “ฉันมาทำบุญให้คุณพ่อน่ะค่ะ”
       “แล้วเมื่อไหร่ทำบุญครบร้อยวัน ผมกับเพื่อนๆ ร่วมรุ่นจะมาร่วมกันเป็นเจ้าภาพเลี้ยงพระด้วยนะครับ”
       “ขอบคุณ คุณมีน้ำใจมาก”
       “พิช คุณเป็นคนเก่ง คุณจะผ่านช่วงเวลานี้ไปได้อย่างสง่างามแน่ๆ”
       “แน่นอนค่ะ คนเก่ง ต้องผ่านเรื่องแย่ไปได้ ตามลำพังคนเดียวเสมอ ไม่เหมือนพวกอ่อนแอ นุ่มนิ่ม ปวกเปียก ดัดจริตที่ต้องมีคนช่วยประคับประคองเคียงข้าง พีชไม่ใช่ผู้หญิงประเภทไม่มีกระดูกสันหลังแบบนั้น ที่เดินคนเดียวก็ไม่ได้ ต้องคอยจับมือใครตลอดๆ”
       เนตรศิตางศุ์ยิ้ม หันไปมองหมอวรวรรธ
     
       “หมอตาหนูคะ คุณนี่แย่มากใช้ไม่ได้ เดินคนเดียวไม่ได้ต้องคอยจับมือชั้นตลอดๆ” เนตรศิตางศุ์ปลดมือออก “หัดอายสุภาพสตรีที่เข้มแข็งอย่างคุณพิชบ้างนะคะ”
          สุพิชชามองเนตรศิตางศุ์อย่างเยือกเย็น
      
       “ฉันดีใจกับคุณค่ะ ที่เห็นตาหนูรักคุณมากขนาดนี้ ขอให้รักกันไปนานๆ นะคะ ฉันจะคอยอวยพรให้”
       “ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
       “สู้ๆ นะครับพิช”
       “สู้ตายค่ะ แล้วเราคงจะได้พบกันอีก”
       เนตรศิตางศุ์กับหมอวรวรรธส่งยิ้มให้ สุพิชชายิ้มตอบน้อยๆ ก่อนจะหันหลังเดินจากมาสีหน้าเปลี่ยนเป็นเคียดแค้นทันที
     
       พอแยกจากสุพิชชา หมอวรวรรธแอบมองหน้าเนตรศิตางศุ์เป็นระยะๆ แต่เนตรศิตางศุ์ก็ทำหน้าพริ้มๆ ยิ้มๆตลอดเวลา
       “เนตร ไม่หวั่นไหวนะ”
       “เรื่องอะไรคะ”
       “ก็ ผมเป็นต้นเหตุให้เนตรต้องโดนพีชเค้าระบายอารมณ์ใส่”
       “เนตรก็เซ็งล่ะค่ะ เพราะเนตรอยู่ของเนตรดีๆ แต่ก็ต้องมีศัตรู แต่จะให้เนตรเป็นนางเอกยอมนิ่งให้เค้าใส่ข้างเดียวก็คงไม่ได้ ทั้งๆ ที่เนตรไม่อยากทำร้ายใครเลย”
       “ผมก็ไม่รู้จะทำยังไง แต่ผมเป็นคนซื่อสัตย์นะเนตร รักเดียวใจเดียว”
       “ประเดี๋ยวเดียว”
       “โหย ไม่ใช่เลย”
       “เข้าใจค่ะ ความรักก็คงจะเป็นแบบนี้แหละ ทำให้เราสุข ทำให้เราทุกข์ ทำให้เรางี่เง่า ทำให้เรารำคาญ แต่เราก็รักไปแล้ว”
       “ผมขอให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แล้วเนตรจะได้เห็นว่าเนตรจะไม่เสียใจที่รักผม”
       “ค่ะ เพราะถ้าเนตรเสียใจ คุณก็คงเสียชีวิต พี่ณัฐคงไม่เอาคุณไว้แน่”
       “ชะอุ๋ย”
       หมอวรวรรธทำคอย่น เนตรศิตางศุ์มองแล้วขำ หมอวรวรรธทำหน้าตลกต่างๆ ใด้ดูจนเนตรศิตางศุ์ต้องหัวเราะออกมา
     
       ที่รีสอร์ทของติณห์ กำนันพงษ์กำลังนั่งกินอาหารอยู่โดยมีติณห์นั่งดู
       “ใจดีเนอะ คุณตีนนน ใจดีให้ขนมผมกินตล๊อดๆ”
       “กำนันก็เคยดีกับผมนี่นา” ติณห์บอกอย่างเวทนา
       “คงจะบ้ากู่ไม่กลับแล้วล่ะค่ะคุณหนู อยากสร้างกรรมไว้เองก็ปล่อยให้เค้าชดใช้กรรมไปเถอะค่ะ” ป้าอรวรรณบอก
       “ไม่ได้หรอกป้าออ”
       ญาณินมองแล้วเดินไปทรุดนั่งขัดสมาธิลงที่ใต้ต้นไม้
       “คุณหนูจะทำอะไรอีกคะ”
       “ไม่รู้จะทำได้แค่ไหนนะคะ จะลองพยายามดู” ว่าแล้วญาณินก็หลับตาลง พนมมือกล่าวอัญเชิญเจ้ากรรมนายเวรของกำนันพงษ์ “ข้าพเจ้าขออโหสิกรรมแทนกำนันพงษ์ พงษ์พิศ ขอให้เจ้ากรรมนายเวรของกำนันพงษ์ พงษ์พิศ อโหสิกรรมให้แก่ชายผู้นี้ อย่าได้จองกรรมกันต่อไปเลย กรรมใดที่ชายผู้นี้ กระทำแก่ผู้ใดในชาตินี้หรือชาติไหนๆ ขอให้เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ได้โปรดยกถวายพระพุทธเจ้าเป็นอภัยทาน เพื่อจะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกันไปในชาติภพหน้าด้วยเทอญ”
       กล่าวเสร็จญาณินก็สวดมนต์ เพียงครูเดียวกำนันพงษ์ก็ร้องลั่นอย่างผวาหันมองไปบนอากาศ
       “อย่า อย่า ฉันกลัวแล้ว อย่าทำอะไรฉันเลย อย่า”
       กำนันพงษ์ยกมือกันหน้าร้องลั่นอย่างหวาดกลัว เหล่าวิญญาณเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายพากันลอยหมุนรอบๆ ตัวกำนันพงษ์เป็นวงกลม เร็วขึ้นๆ ป้าอรวรรณตะลึงมอง กลัว รีบเอาพระที่คอออกมาไหว้
       กำนันพงษ์ราวกับถูกดูดลุกขึ้นยืนเงยหน้าตัวแข็ง เกร็ง ตาค้าง เห็นเงาดำซึ่งเป็นคุณไสย์พุ่งออกจากร่างเป็นเสี่ยงๆ ดูดเข้าไปอยู่กับกลุ่มเจ้ากรรมนายเวรที่หมุนอยู่รอบตัวจนกระทั่งหมด เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลายก็จางหายไป ขณะที่กำนันพงษ์ทรุดลงนั่งหมดแรง ร้องไห้
       ญาณินออกจากสมาธิ ลืมตาขึ้น รีบลุกเข้าไปดูกำนันพงษ์
       “เป็นไงบ้างกำนัน”
       “มาช่วยฉันไว้ทำไม ทำไมไม่ปล่อยให้ฉันตาย” กำนันพงษ์ร้องไห้อย่างขมขื่น
     
       ติณห์ ญาณิน ป้าอรวรรณ มองกันอย่างอนาถ
          เวลาผ่านไป รีสอร์ทติณห์เป็นรูปเป็นร่างโครงสร้างภายนอกเกือบเสร็จเรียบร้อยแล้ว ติณห์พากำนันพงษ์ที่แต่งตัวสะอาด ตัดผม โกนหนวด หน้าตาสดใส เข้ามา
      
       “กำนันพงษ์ แน่ใจนะครับ ว่าพร้อมแล้ว” ติณห์ถาม
       “ผมพร้อมแล้ว เจ้ากรรมนายเวร อาจจะอโหสิให้ผมแล้ว แต่คนที่ผมเคยทำกับเค้าเอาไว้ ยังมีอีกหลายคดี ที่ผมหนีอยู่”
       กำนันพงษ์บอกอย่างสงบ ทนายสมชาติพาตำรวจเข้ามา
       “เชิญครับ สารวัตร”
       ตำรวจเข้ามาต่างก้มหัวให้กำนันพงษ์
       “กำนันพงษ์ สบายดีนะครับ”
       “สบายดี สารวัตร”
       “อย่างที่ผมบอกครับสารวัตร ว่ากำนันเวลานี้มีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ ไม่ได้เป็นโรคจิตแต่อย่างใดเลยครับ เขาตั้งใจ ที่จะขอมอบตัวให้ทางตำรวจพาไปดำเนินคดีตามกฏหมายจริงๆ”
       “นี่นะครับ หมายจับมีอยู่ 5 คดี ฉ้อโกง ขู่กรรโชก ทำร้ายร่างกาย กักขังข่มขืนใจทำให้สูญเสียอิสรภาพ แล้วก็อันนี้ครับ อุ้มฆ่าและทำลายศพ” ตำรวจบอก
       “อือ ผมก็หลงคิดว่า เวลาที่เรามีอำนาจวาสนาเงินทองอิทธิพลแล้วกรรมมันจะไม่มีทางตามทันซะอีก”
       ตำรวจรีบเข้าไปใส่กุญแจมือกำนันพงษ์
       “เขาขอมอบตัวเองโดยดี คงไม่ต้องสวมกุญแจมือมั้งคะ อย่างน้อยเค้าก็เคยเป็นกำนัน เคยทำประโยชน์ให้กับท้องถิ่นที่นี่มาก็ไม่น้อย” ป้าอรวรรณบอก
       “ผมไปช่วยดูแลเองครับ เผื่อจะช่วยว่าความอะไรได้”
       “ขอบคุณครับ ทนายสมชาติ แต่ผมตั้งใจจะสารภาพทุกข้อหาไม่สู้คดีอะไรเลย”
       “ครับ ดีครับ แบบนี้จะช่วยผ่อนหนักเป็นเบาได้ ทุกคดีครับ”
       “เดี๋ยวป้าไปเป็นเพื่อนคุณทนายนะค่ะคุณหนู”
       “ค่ะ”
       ติณห์ ญาณิน มองทนายสมชาติและป้าอรวรรณที่ตามตำรวจและกำนันพงษ์ออกไป ติณห์ยกแขนขึ้นโอบญาณิน
       “เฮ้อ ญาณิน โชคดีนะที่ยังมีคนทำผิดแล้วรู้จักกิลตี้กันบ้าง”
       “สำนึกผิดค่ะ”
       “สำนึกผิด ใช่”
       “คนสำนึกผิด และยืดอกยอมรับผิดอย่างสง่านี่เท่มากเลยนะคะ”
       “คนที่ให้อภัย และช่วยเหลือศัตรูอย่างเรานี่ ผมว่าก็เท่เหมือนกันนะ”
       “เท่มากๆ เลยค่ะ”
       ทั้งสองโอบกอด ยิ้มชื่นชมกัน
     
       สุคนธรสซ้อนท้ายก๊องถือถุงกับข้าวกำลังกลับเข้ามาในซอย แล้วสักพัก รถสะอึก แท่กๆ จนต้องจอดรถ
       “รถเป็นไรอะ ก๊อง”
       “ไม่รู้ดิพี่”
       “น้ำมันหมดป่าว”
       “น่าจะเป็นระบบไฟนะ”
       ทันใดมีรถตู้คันนึงแล่นมาจอดประกบทั้งสองหันไปมอง ประตูรถตู้เปิดออก เสี่ยจำเริญ เจ๊หญิง เสาวภากรูลงมาเข้าล็อคตัวสุคนธรส
       “หา เสี่ย เจ๊หญิง เย้ย...อะไรกัน”
       “เร็วๆ ขึ้นมาๆ”
       ก๊องเข้าร่วมขบวนด้วย
       “อย่าขัดขืนดีกว่า เจ๊ถ้าไม่อยากให้ผมเจ็บตัว”
       “อะไรนะ ไอ้ก๊อง แก”
       “อ่ะ หนูก๊อง” เจ๊หญิงส่งเงินให้1พัน
       “นี่ แกขายชั้น แค่พันเดียวเองเหรอ”
       “นี่คือการอุ้ม ไปเลยไป ไปเลยไป”
       “จะเอาตัวหนูไปไหนคะ”

อ่าน THE SIXTH SENSE สื่อรักสัมผัสหัวใจ ตอน 21/3 วันที่ 5 ต.ค. 55
ละคร สื่อรักสัมผัสหัวใจ บทประพันธ์โดย : ณารา / ร่มแก้ว /ซ่อนกลิ่น /เก้าแต้ม /แพรณัฐ
ละคร สื่อรักสัมผัสหัวใจ บทโทรทัศน์โดย : เบญจมาศ ดาลหิรัญรัตน์ / ศักดิ์ชาย เกียรติปัญญาโอภาส
ละคร สื่อรักสัมผัสหัวใจกำกับการแสดงโดย : ตระกูล อรุณสวัสดิ์
ละคร สื่อรักสัมผัสหัวใจ แนวละคร : ลึกลับตื่นเต้น
ละคร สื่อรักสัมผัสหัวใจ ผลิตโดย : บริษัท ชลลัมพี โปรดั๊กชั่นจำกัด / ผู้จัด ต้น-ณฐนนท์ ชลลัมพี
ละคร สื่อรักสัมผัสหัวใจออกอากาศวันศุกร์-เสาร์และอาทิตย์ ไทยทีวีสีช่อง 3
ละคร สื่อรักสัมผัสหัวใจ ออกอากาศตอนแรกเริ่ม วันเสาร์ที่ 1 กันยายน พ.ศ 2555
ที่มา manager