อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 1/2 วันที่ 26 ม.ค. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 1/2 วันที่ 26 ม.ค. 56

“เขาจะพิสูจน์ให้ตัวเห็นว่า เวลาเปลี่ยนแปลงหัวใจเขาไม่ได้ ไม่มีใครที่เขาจะแต่งงานด้วยได้ นอกจากตัว..อังศุมาลิน”
“นัส” อังศุมาลินครวญ สีหน้าหนักใจ
วนัสมองมาอย่างมุ่งมั่น “ตัวไม่ต้องบอกอะไรกับเขาเขาก็จะไม่ถามตัวเหมือนกัน เขาอยากให้โอกาสตัวด้วย..เอาเป็นว่า...อีก 5 ปี...เขาจะกลับมายืนตรงนี้ ทวงคำถามเก่าๆ อีกครั้ง...ถ้าหากตัวยังไม่เปลี่ยนแปลง”
อังศุมาลินมองตอบ พูดอย่างคนใจนักเลง ท้าทาย “ได้..อีก 5 ปี เค้าจะยืนคอยตัวที่นี่! ให้ตัวทวงคำถาม ที่เขายังไม่ตอบ”

วนัสมองหน้ารับคำท้า ซึ้งน้ำใจ “อัง...” ขยับเข้ามา อยากจะกอด แต่ไม่ทำ “อัง..เขาจะรีบกลับมา.. เขาจะรีบเรียน” วนัสเห็นหิ่งห้อยมากมายบิน รอบๆ คว้ามาได้ 2-3 ตัว แล้วเอามาวางบนผมอังศุมาลิน “เขาไม่อยากเป็นอย่างหิ่งห้อย เที่ยวจุดโคมส่องตามหาวิญญาณนางลำพู ที่หายไปในแม่น้ำ” เด็กหนุ่มคว้ามืออังศุมาลินขึ้นมา “อัง...อีก 5 ปี” ย้ำคำมั่นอีกหน “เขาไม่ทิ้งให้ตัวรอเขาฝ่ายเดียวแน่”
สองคนยืนมองหน้ากันที่เรือนผมอังศุมาลินมีหิ่งห้อยเกาะ เปล่งแสงวิบวับๆ



คล้ายดวงตาวนัสที่วิบวับวาววามในยามนั้น
ค่ำคืนวันที่ ๗ เดือนธันวาคม ปีพุทธศักราช ๒๔๘๔ บริเวณลานพระรูปทรงม้า ถนนราชดำเนินใน มีงานรื่นเริงและมีมหรสพสมโภช

ราวไฟประดับส่องแสงระยิบระยับตลอดเส้นทาง ยินเสียงเพลงปลุกใจชวนฮึกเหิมดังกระหึ่ม
“ตื่นเถิดชาวไทย อย่าหลับใหลลุ่มหลง ชาติจะเรืองดำรง ก็เพราะเราทั้งหลาย ถ้ามัวหลับมัวหลง เราก็คงมลาย เราต้องเร่งขวนขวาย ตื่นเถิดชาวไทย”
ธงไตรรงค์ ปลิวสะบัดพัดวี เป็นทิวสวยงาม เป็นริ้วธง และราวไฟพริ้งเพรา สวยงาม น่าตื่นตาที่ถูกประดับบนถนนราชดำเนินใน
มองออกไปเห็นพระบรมรูปทรงม้า และพระที่นั่งอนันตสมาคมเด่นตระหง่านอยู่ไกลๆ

สองเกลอตาบัว ตาผล แต่งตัวโก้ตามประสา เริ่มเมากันกรึ่มๆ มองร้านรวงต่างๆ ที่ประดับไฟหลากสี ตกแต่งสวยงามด้วยความตื่นตา
“เอาดินแดนอินโดจีนคืนมาจากไอ้เศษฝรั่งได้ทั้งที มันต้องฉลองกันให้เต็มคราบ” ตาบัวฮึกเหิมพูดนำร่อง
ตาผลหันมาหา “เออไอ้บัว ข้าชักอยากเห็นไอ้รถถังฝรั่ง ที่เราไปยึดไอ้พวกตาน้ำข้าวมาได้ มันอยู่ตรงไหนวะ”
“เอ็งนี่หนา หัดหูตากว้างไกลซะมั่ง เป็นคนไทยมันต้องมีวัดทะทัม ทางนี้ๆๆๆ” ตาบัวเดินแอ่น นำตาผลไปอย่างมั่นใจ ตะเบ็งเสียงร้องเพลงไปด้วย “มาด้วยกัน ไปด้วยกัน เลือดสุพรรณของเรานี่เอย”
เนื้อเพลงท่อนต่อมาทั้งสองผู้เฒ่าร้องประสานเสียง “เลือดสุพรรณ เข้าประจันอย่าได้พรั่นเลย”

บริเวณอ่าวไทย จังหวัดชุมพร ค่ำคืนเดียวกัน เห็นธงไตรรงค์บนหลังคาเรือหาปลาขนาดกลาง พลิ้วไสวตามแรงลมทะเล ท่ามกลางความมืดของคืนข้างแรม และสายฝนโปรยปราย บนเรือ มีชาวประมง ๒ คน กำลังเตรียมอุปกรณ์หาปลากันอย่างขะมักเขม้น
ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินไปที่หัวเรือ มองฝ่าความมืดออกไปด้วยสีประหลาดใจ เด็กหนุ่มคนนั้นพูดขึ้นเสียงทองแดงสำเนียงใต้
“ไอ้ยี ไอ้ยี อะไรมันลอยเต็มเลยวะ”
ชายหนุ่มคนที่สองถามกลับสำเนียงใต้เช่นกัน “ไรของเอ็ง”
พลางละมือจากงานมาดู พลันมีสีหน้าที่ตื่นตกใจตามเพื่อน

ค่ำวันเดียวกันที่พระนคร ตรงลานพระรูปทรงม้า ถนนราชดำเนิน ยินเสียงระนาด เสียงกลองรัวระงม คนเล่นลิเกกำลังเตรียมประดาบกันอยู่บนโรง คนแรกเป็นลิเกแต่งชุดทหารไทย กำลังรบกับลิเกที่แต่งตัวเป็นฝรั่ง ใส่วิกผมทอง ทาหน้าขาว
ลิเกไทยชี้หน้า “มาถึงวันนี้เรามีเอกราช เปลี่ยนชื่อเป็นไทยแลนด์อย่างองอาจอย่ามาลวนลาม และวันนี้พวกกูก็มีรัฐทำมะนูน เป็นประชาธิปไตยสมบูรณ์สง่างาม”
พิณพาทย์ประโคมรัวเร็ว
ลิเกคนไทยร้องตะโกน “ตายซะเถอะ” จากนั้นสองฝ่ายต่างออกท่าสู้ฟันกันเป็นการใหญ่ ลูกเด็กเล็กแดงมุงกันหน้าสลอนอยู่หน้าโรงลิเกที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งของลานพระรูป
ยายเมี้ยน ตาแกละ และแมวดูอยู่ ครู่เดียวยายเมี้ยนก็พาครอบครัวลุกหนีออกมาด้วยท่าทางฉุนเฉียว บ่นเป็นหมีกินผึ้ง
“ลิเกอะไรนี่ ไม่เห็นสนุกเลย ทำไมไม่เล่นเรื่องชาดกเรื่องสังข์ทอง พิกุลทองอะไรก็ได้ นี่อาไร้..เอะอะรบๆๆ ไปหาน้ำมะเนดกินดีกว่า”

ขณะที่อังศุมาลิน แม่อร ยายศร กำนันนุ่ม และแม่วันผู้เป็นภรรยา กำลังเดินดูราวไฟ ริ้วธงสองข้างทางสวนมา โดยมีเพียงกำนันนุ่ม กับแม่วันที่สวมหมวก พวกยายเมี้ยนเดินมาป๊ะกันพอดี ยายเมี้ยนร้องทักทายแกมแซวเสียงดังลั่น
“แหมๆๆ มากันพร้อมหน้า ครอบครัวแม่อร แม่อัง กับครอบครัวพ่อกำนัน..เสียดายพ่อวนัสลูกชายคนเดียวของพ่อกำนันไม่อยู่ซะแล้ว”
ตาแกละช่วยเสริม “เขาว่าที่เมืองอังกิด พวกเยระมันมันมาทิ้งบอมทุกวันๆ ป่านนี้พ่อวนัสจะเป็นไงมั่ง ได้ข่าวบ้างหรือเปล่าล่ะ”
“โชคดีของฉันแล้ว...ที่ตอนพี่นัสมาก้อร่อก้อติก..ฉันไม่สนใจไปเล่นด้วย ไม่งั้น...ป่านนี้ คงกลุ้มแย่ กลัวเป็นม่ายขันหมาก” แมวว่าโดยไม่คิด
ยายเมี้ยนทำทีเป็นห้ามลูกสาว “อย่าพูดแบบนั้นสิ แมวลูกแม่ ปากไม่ดีนี่…ไม่เป็นมงคลเอาซะเลย เดี๋ยวกำนันนุ่มกะแม่วันไม่สบายใจนะลูก”

อังศุมาลิน แม่ และยาย มองหน้ากัน อึ้งๆ
เวลาเดียวกันนั้น ที่กลางทะเลอ่าวไทย จังหวัดชุมพร ชาวประมงบนเรือทั้งหมด 3 - 4 คน พากันมายืนดูภาพตรงหน้ากันอย่างตื่นตะลึง

ทุกคนเห็นกองเรือลำเลียงกำลังพล ลำเล็กขนาดลำละประมาณ 20 - 30 คน ที่เหมือนแบ่งตัวออกมาจากเรือรบขนาดใหญ่ที่จอดเรียงเป็นภูเขาทะมึนไกลๆ ข้างหลัง แผ่เต็มแนวผืนมหาสมุทร ยังกับฝูงมด และกำลังแล่นตรงเข้ามา ท่ามกลางสายฝน
ชายที่ดูอาวุโสสุด มองตาลุกโต พูดสำเนียงใต้ “เรือรบ” แล้วรีบตะโกนสั่งลูกเรือ “หักเรือ หักเรือ เร้ว..ไปดับไฟเสีย”
ชาวประมงที่เหลือรีบตาลีตาลานแยกย้ายกันไปดับไฟเรือ และหันคันบังคับเรือหลบ กันจ้าละหวั่น

ส่วนที่ลานพระรูปทรงม้า พระนคร
ยินเสียงดนตรีดังมาจากอีกเวทีหนึ่ง เป็นดนตรีวงของกรมประชาสัมพันธ์ กำลังเล่นเพลงปลุกใจตามเคย นักร้องหมู่ทั้งชายและหญิงร้องประสานเสียง
“ต้นตระกูลไทย ใจท่านเหี้ยมหาญ
รักษาดินแดนไทย ไว้ให้ลูกหลาน
สู้จนสูญเสีย แม้ชีวิตของท่าน
เพื่อถนอมบ้าน เมืองไว้ให้เรา
ลุกขึ้นเถิด พี่น้องไทย อย่าให้ชีวิตสูญเปล่า
รักชาติยิ่งชีพของเรา
เหมือนดังพงศ์เผ่า ต้นตระกูลไทย”
พวกกำนันนุ่ม แม่วัน และบ้านอังศุมาลินเดินผ่านมาถึงหน้าร้านของกองทัพเรือ
คุณหลวงชลาสินธุราชกำลังยืนดูแลสั่งการเจ้าหน้าที่อยู่ด้านหน้า แล้วหันกลับมา เจอกับอังศุมาลินและแม่อรเข้าพอดี
“ลูกอัง” คุณหลวงทักทาย
“คุณพ่อ” อังศุมาลินไหว้ผู้เป็นบิดา
ส่วนแม่อร และยายศร ตกใจ ต่างทำหน้ากันไม่ถูก

เหตุการณ์กลางทะเลอ่าวไทย ชุมพร ช่วงกลางดึก
กองเรือลำเลียงกำลังพลเป็นฝูงขนาดมหึมา และกำลังแล่นมุ่งหน้าเข้าชายฝั่ง ท่ามกลางฝนพรำ
ที่เรือลำหนึ่ง ใต้สายฝน มองเห็นดาบซามูไรสะพายข้าง ไล่ขึ้นมาเป็นปืนพก และขึ้นไปอีกเป็นปืนยาวประจำกายที่สะพายเฉียงไว้ มองไล่ขึ้นมาอีกเห็นเป็นใบหน้าโกโบริที่ถูกเม็ดฝนเปียกโชก
โกโบริยืนเด่นอยู่บนหัวเรือ มองตรงออกไปอย่างมุ่งมั่น มีทหารซามูไรนั่งเรียงแถวอยู่ด้านหลัง ทุกคนหรี่ตาท่ามกลางม่านฝนที่ตกหนักขึ้น

ที่พระนคร ฝ่ายกำนันนุ่ม และแม่วันที่มัวเดินดูร้านรวงข้างทางเพิ่งตามมาถึง เห็นคุณหลวงชลาสินธุราช จึงทักทายกัน
“อ้าว..คุณหลวง เอ๊ย..คุณหลวงสิ”
“กำนันนุ่ม” หลวงชลาสินธุราชทักทายตอบ
“ข่าวคุณหลวงรบที่เกาะช้าง ฉันฟังวิทยุตลอดเลย ที่สู้กับพวกฝรั่งเศส” กำนันกล่าวชื่นชมคุณหลวง
“คุณหลวงเก่งเหลือเกิน ฉันได้ยินชื่อคุณหลวงทีแรกละใจหายวาบ” แม่วันว่าท่าทีมักคุ้นกัน
“สบายดีกันนะ”
คุณหลวงยิ้มให้ทั้งสองคน แล้วปรายตาไปมองแม่อร ทว่าแม่อรมองหลบต่ำไม่สนใจ ยายศรมองสังเกตกิริยาคุณหลวง
“แล้วพรุ่งนี้มาดูกันอีกหรือเปล่าลูกอัง” คุณหลวงหันมาคุยกับบุตรี
“เอ่อ คงไม่ค่ะ” อุงศุมาลินตอบ
ทันใดนั้นเอง คุณหญิงจิต ชลาสินธุ์ กับลูกสาว 2 คน ซึ่งแต่งตัวหรูหรา เครื่องเพชรพราว เดินเข้ามา
คุณหญิงจิต เห็นพวกชาวสวน ก็ยืนชะงัก ตัวแข็ง คอแข็ง ครอบครัวเมียเก่า เมียใหม่ต่างฝ่ายต่างหันไปเห็นกัน
“ยัยอังเรากลับกันเถอะ ดึกมากแล้ว” แม่อรเอ่ยขึ้น
อังศุมาลินไหว้ลาพ่อ แล้วจูงแม่กับยาย รีบไป
แม่วันล่ำลา “ไปก่อนนะ คุณหลวง ไป กำนัน ไปๆ”
กำนันนุ่มก้มศรีษะให้คุณหลวงชลาสินธุราช คุณหลวงก้มตอบ พวกชาวสวนรีบไป
“คุณพ่อคะ พวกนั้น..เขามาหาคุณพ่อหรือคะ” แก้วลูกสาวถามหลวงชลาสินธุราช
“เปล่า เขา...เผอิญผ่านมา เลยทักกัน เท่านั้น” คุณหลวงว่า
คุณหญิงจิตท่าทีไม่พอใจนัก “มีหรือ บังเอิญ..คุณหลวงก็พูดเป็นนิทานไปได้”
“คุณพ่อคุณแม่คะ..เราไปรับประทานไอศกรีมกันดีกว่าค่ะ ทางโน้น..หนูเห็นร้าน…”
กบพูดไม่ทันจบคำ ทันใดนั้น รถจี๊ปทหารคันหนึ่งแล่นมาจอดเทียบ เรือเอกนายหนึ่งรีบวิ่งหน้าตื่นลงจากรถตรงเข้ามา ชิดเท้าทำความเคารพหลวงชลาสินธุราชอย่างเข้มแข็ง
“ขออนุญาตครับ”
“อา..มีอะไรละ” คุณหลวงรับการเคารพพลางถาม
“ท่านแม่ทัพให้ตามไปที่บ้านมนังคศิลาตอนนี้ครับ” เรือเอกนายนั้นรายงาน
หลวงชลาสินธุราชดูจะแปลกใจเล็กน้อย “ได้” พลางหันมาทางครอบครัว “ไปรับประทานกันเถอะ เสร็จแล้วก็กลับบ้านกันได้เลย พ่อขอตัวไปทำงานก่อน”
หลวงชลาสินธุราชรีบเดินตามเรือเอกนายนั้นไปขึ้นรถทันที รถจี๊ปขับแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว

ทุกคนละแวกนั้นต่างหันมองตามรถที่วิ่งฝ่าฝูงชนออกไป
เวลาเที่ยงคืนแล้ว ทั่วทั้งบริเวณชายฝั่งทะเล จังหวัดชุมพร ฝนยังโปรยสายไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

ท่ามกลางสายฝน ผบ.กองเรือ ที่อยู่บนเรือลำเลียงลำหน้าสุด ยกมือให้สัญญาณ หัวหน้าหมู่แต่ละลำยกมือให้สัญญาณเช่นเดียวกัน ไล่เลียงตามกันมาในแต่ละลำ เรือแต่ละลำค่อยๆ ลดความเร็วลงทันที จนมาถึงเรือของโกโบริ
โกโบริยกมือให้สัญญาณ แล้วหันมองไปที่คางาวะที่เป็นหัวหน้าหมู่ของลำถัดไป คางาวะให้สัญญาณตามโกโบริส่งมา หัวหน้าทุกคนของเรือแต่ละลำต่างยกมือค้างไว้
ผ่านหลังกองเรือลำเลียงพลนับร้อยลำที่ต่างหยุดนิ่งลอยลำอยู่ออกไป เห็นเป็นแนวชายฝั่งทะเลที่เงียบสงบ ทั่วทั้งบริเวณมีแต่แนวสุมทุมพุ่มไม้เหยียดยาวทะมึนไม่ไกล
หัวหน้าหมู่เรือแต่ละลำมองนิ่งใจจดจ่อรอสัญญาณบางอย่าง น้ำฝนไหลหยดพราวทั่วหน้าทุกคน
อึดใจหนึ่งมีสัญญาณไฟวาบขึ้นที่ชายฝั่ง ผบ.กองเรือพลันลดมือลง หัวหน้าหมู่แต่ละลำที่มองอยู่ต่างลดมือลงตาม

ที่ธนบุรี เห็นเรือแท๊กซี่มาจอดเทียบส่งที่ท่าน้ำบ้านอังศุมาลินกลางดึก บนเรือนอกจากยายศร แม่อร และอังศุมาลิน ยังมีกำนันนุ่ม แม่วัน กับชาวบ้านอีก 2-3 คน
“ขอบใจนะพ่อกำนัน” ยายศรบอก
อังศุมาลินขอบคุณ “ขอบคุณค่ะลุงกำนัน”
“สนุกกันดีนะ ทุกคน” กำนันนุ่มถาม
“สนุกมาก กำนัน ถ้ากำนันไม่พาไป พวกเราคงไม่ได้เห็นงานรัฐธรรมนูญกับเขา” แม่อรบอก
“โธ่..พวกเราไปไหนไปกันอยู่แล้ว วนัสเขาสั่งเสียไว้มากมาย..บ้านเราสองครอบครัวมันก็เหมือนครอบครัวกันอยู่แล้ว” แม่วันโอภาปราศัย
แม่อร และอังศุมาลินที่ประคองยายอยู่ ต่างมองส่งเรือที่แล่นออกไป ทั้งสามหันเดินกลับไปบ้านกัน
“คุณหลวงชลาสินธุราช...พ่อยายอังดูอยากจะพูดอะไรกับลูกนะ” ยายศรปรารภขึ้น
“ถ้าเขามีเรื่องจะพูด ก็คงพูดแล้วสิแม่”
แม่อรหันตัวเดินนำไป อังศุมาลิน และยาย สบตากัน

กลางดึกวันเดียวกัน ผู้นำกองทัพทุกเหล่า รวมทั้งหลวงชลาสินธุราช อยู่กันพร้อมหน้าภายในห้องประชุม บ้านมนังคศิลา
เห็นรูปในหลวงรัชกาลที่ 8 ฉลองเต็มยศขณะทรงพระเยาว์ แขวนอยู่บนผนังห้อง
ตรงโต๊ะประชุมใหญ่ มีทั้ง แม่ทัพอากาศ แม่ทัพเรือ และ อธิบดีกรมตำรวจ และนายทหารระดับสูงระดับเสนาธิการทหารราว 8 -10 คน รวมทั้งหลวงชลาสินธุราช
“ยังรีบตอบไม่ได้ ยังไงก็ต้องถ่วงเวลา รอท่านนายกฯเสียก่อน” อธิบดีกรมตำรวจเอ่ยขึ้น
ทุกคนเงียบ หน้าตาเคร่งเครียดกันอยู่สักครู่
แม่ทัพอากาศเอ่ยขึ้นเป็นรายต่อมา “ต้องยืนยัน ครม. ไปว่าขอยืดเวลาให้คำตอบญี่ปุ่นออกไปให้มากที่สุด”
ตามด้วยแม่ทัพเรือ “แต่ที่แน่ๆ ญี่ปุ่น...คงไม่รอ”
หลวงชลาสินธุราชที่นั่งอยู่หลังแม่ทัพเรือฟังแล้วเครียด

เวลาตีสอง ชายฝั่งทะเลชุมพร
เห็นรองเท้าเท้าบูทหลายคู่กำลังย่ำฝ่าคลื่น และโคลนเลนเดินมาอย่างยากลำบากท่ามกลางสายฝน
โกโบริลงเดินนำลูกหมู่มุ่งขึ้นฝั่ง ด้วยอุปกรณ์สัมภาระประจำตัวที่หนักอึ้ง คางาวะนำหมู่เดินมาไม่ห่าง
ผบ.กองเรือ ที่เดินนำด้านหน้าให้สัญญาณแยกหมู่ออกคนละเส้นทาง โกโบริรับทราบ พาหมู่เดินแยกไปทางหนึ่ง มีหมู่คางาวะตาม
ซึ่งระหว่างนั้นหากมองจากมุมบนลงมา จะเห็นพวกทหารญี่ปุ่นเรียงแถวหน้ากระดานซ้อนๆ กันหลายแถว ดาหน้ายาวเต็มแนวยาวของหาด
ทหารญี่ปุ่นบุกเงียบมาถึงป่าละเมาะ แล้วให้สัญญาณกัน ต่างคน ต่างควักมีดออกมา ตัดกิ่งไม้กันใหญ่ และต่างคนต่างทำอย่างว่องไว

เพื่อเอากิ่งไม้มาปักตามตัว พรางตน
ตรงกระท่อมริมชายฝั่งทะเลชุมพร ช่วงเวลาประมาณตี ๒ ยินเสียงอึกทึกของฝีเท้าที่วิ่งกันตึ้กๆๆๆ ยังกะแผ่นดินเลื่อนแว่วมา ทำให้ชาวบ้านคนหนึ่งที่นอนอยู่ในกระท่อมงัวเงียลุกขึ้น เห็นแต่รองเท้าบูทที่ย่ำมามืดฟ้ามัวดิน

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 1/2 วันที่ 26 ม.ค. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager






ไม่มีความคิดเห็น: