อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 1/3 วันที่ 27 ม.ค. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 1/3 วันที่ 27 ม.ค. 56

กะแผ่นดินเลื่อนแว่วมา ทำให้ชาวบ้านคนหนึ่งที่นอนอยู่ในกระท่อมงัวเงียลุกขึ้น เห็นแต่รองเท้าบูทที่ย่ำมามืดฟ้ามัวดิน
ชาวบ้านคนนั้นสยองขนตั้ง รีบลุกไปมองที่หน้าต่าง เพ่งมองออกไปจนแน่ใจ จากนั้นถึงกับตกใจ ร้องไม่ออก เมื่อเห็นทหารญี่ปุ่น ที่มีกิ่งไม้ ใบไม้พรางเต็มตัว ก้าวกันไปข้างหน้า เหมือนป่าเคลื่อนที่ได้ ทะมึนๆๆ
ชาวบ้านคนนั้นรีบลุกพรวด วิ่งลงจากกระท่อมออกไป

เวลาเดียวกัน อังศุมาลินอยู่ในชุดนอนแล้ว หลังจากก้มกราบพระที่หมอนสามจบ หญิงสาวนั่งทอดสายตามองนิ่งไปที่อัลบั้มที่กางคว่ำไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง อังศุมาลินตัดสินใจ ลุกเดินไปหยิบอัลบั้มนั้นขึ้นมาดู



หน้าที่กางค้างไว้นั้น มีภาพพ่อ หลวงชลาสินธุราช ในชุดทหารเรือโบราณ ยืนเอามือวางบนบ่าแม่อร ในชุดแต่งกาย ปลาย ร.๖ ผมดัดตามความนิยม ทั้งสองยังเป็นหนุ่มสาวอยู่มาก สวยหล่อเหมาะสมกัน มีคำบรรยายเขียนไว้ว่า “เรือโทหลวงชลาสินธุราช ร.น. และนางอร ชลาสินธุ์”
สีหน้าอังศุมาลินยามนี้ มีแววตาอ่อนหวานแกมเศร้า แล้วครู่หนึ่งจึงพับปิดอัลบั้มรูป เก็บลงลิ้นชักโต๊ะ แล้วไขกุญแจปิด เก็บลูกกุญแจนั้นใส่ลงลิ้นชักเล็กอีกที
อังศุมาลินดับไฟตะเกียง ทั่วทั้งห้องมืดมิด

ที่ป่ามะพร้าว ในชุมพรยามรุ่งสาง
โกโบริที่มีกิ่งไม้ไม้พรางตัว เดินนำหมู่ลัดเลาะมาตามแนวป่ามะพร้าวใกล้หมู่บ้าน โดยมีหมู่ของคางาวะตามระวังหลังห่างๆ ฉับพลันก็มีเสียงปืนยิงสวนขึ้นมา
นายทหารคนหนึ่งในหมู่ของโกโบริล้มลงทันที โกโบริให้สัญญาณหมู่หมอบราบลงกับพื้นทันที
เสียงปืนเงียบหายไปยาวนาน ทุกคนหมอบนิ่ง โกโบริรีบพลิกตัวไปดูลูกหมู่ที่โดนยิงและนอนนิ่งอยู่
เสียงปืนจากฝั่งตรงข้ามยิงเฉี่ยวมาในตำแหน่งที่โกโบริเคลื่อนไหว 3-4 นัด หมู่ของคางาวะยิงโต้สวนกลับไป 2 ชุด โกโบริพยายามห้ามเลือดลูกหมู่คนที่ถูกยิง โดนตรงลำคอเลือดไหลไม่หยุด
ทหารที่ถูกยิงพยายามจะพูดด้วยเสียงที่ห้าว ขาดเป็นห้วงๆ “ช่วย ช่วย...ผมด้วย”
โกโบริปลุกใจลูกหมู่เต็มที่ “เรียวซัง เข้มแข็งไว้..เรียว เรียวซัง”
แจ่แล้วลูกหมู่คนนั้นสิ้นใจไปต่อหน้า โกโบริเอื้อมปิดเปลือกตาลงให้ลูกหมู่ลงสนิท
เสียงปืนฝั่งตรงข้ามยังยิงโต้กลับมาประปราย

การประชุมของผู้นำเหล่าทัพ เสนาธิการทหาร และ หลวงชลาสินธุราช ภายในห้องประชุม บ้านมนังคศิลาเป็นไปอย่างเคร่งเครียดจากดึกจนถึงตอนเช้าวันต่อมา

แม่ทัพอากาศ แม่ทัพเรือ และ ผบ.ตำรวจ และนายทหารระดับสูงร่วม 10 นาย รวมทั้งหลวงชลาสินธุราช ต่างเฝ้ารอบางอย่างกันอย่างใจจดใจจ่อ บ้างยืน บ้างเดิน บ้างนั่ง บ้างอ่านเอกสารรายงาน
ผบ.ทหารอากาศ เอ่ยทำลายความเงียบขึ้น
“จะเอายังไงก็เอา กองบินน้อยที่ 5 อ่าวมะนาว ประจวบคีรีขันธ์แหลกหมดแล้ว นายทหารนักบินดีๆ ของผมเสียชีวิตไปหลายคน...ผม…ผมไม่ไหวแล้ว จะไม่มีใครไปช่วยเชียวหรือ”
ทันใดประตูห้องเปิดเข้ามา เห็นเป็นเลขาฯ คณะรัฐมนตรีหนุ่ม เข้ามา รีบรายงาน
“คณะรัฐมนตรีมีมติให้หยุดยิงทันที ขอให้ท่านแม่ทัพรีบประสานงานทุกเหล่าทัพ รวมทั้งกรมตำรวจโดยด่วน!”

เวลาผ่านไปที่ป่ามะพร้าว ชุมพร ตอนสายๆ เกือบเที่ยง ยังเกิดการสู้รบปะทะกันอยู่ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น
โดยฝ่ายกองกำลังของไทย ที่มองไม่เห็นหน้า ดูลึกลับ พรางตัวอยู่ในป่าละเมาะ ระดมยิงเข้ามาตรงป่ามะพร้าวที่ทหารญี่ปุ่นซุ่มอยู่ถี่ยิบ จนถูกทหารญี่ปุ่นลูกหมู่ของคางาวะ ตายไปอีก 2 นาย บริเวณดังกล่าวนี้คือชายหาดชุมพร บ้านคอสน
ขณะที่แนวเคลื่อนทัพของคางาวะและโกโบริรุกกินแดนเข้าไปได้อีกสักสิบเมตร
โกโบริบรรจุกระสุนใหม่ เล็งยิงไปโดนตำรวจไทยนายหนึ่งล้มลงไป ฝ่ายญี่ปุ่นยิงใส่ฝ่ายไทยเป็นชุด จนฝ่ายไทยเงียบเสียงไป
โกโบริอาศัยจังหวะนั้น ขยับลุกพุ่งขึ้นไปเพื่อหวังกินแดนอีก แต่เกิดไปพลาดสะดุดล้ม เสียงปืนดัง โกโบริร้องเสียงดังแล้วล้มลง
คางาวะที่อยู่ไม่ไกลตกใจที่เห็นเพื่อนล้ม เลยยิงโต้กลับฝ่ายไทย แล้วรีบพุ่งเข้าไปหา โกโบริในระยะสามเมตร
“โกโบริ เป็นอะไรไหม”
โกโบริที่ล้มฟุบอยู่ ค่อยๆ ขยับหันหน้ามาหาคางาวะ ส่งสัญญาณมือโอเค.ให้
ด้วยเพราะมีเนินบังอยู่ทำให้คางาวะต้องเงยหัวขึ้นสูงเพื่อมองโกโบริ พลันเสียงปืนดังขึ้นเจาะเข้าเบ้าตาของคางาวะพอดี ต่อหน้าต่อตาของโกโบริ
โกโบริมองเพื่อนตัวแข็งอย่างช็อกสุดๆ พลันเหลือบเห็นกองกำลังฝ่ายไทยตัวเล็ก ซึ่งเป็นยุวชนทหารคนหนึ่ง กำลังขยับลุกจะวิ่ง โกโบริจึงเงื้อไกยิงใส่โดนขาล้มลง
“อา..คางาวะ”
โกโบริที่โดนยิงที่ไหล่และกระสุนหมด จึงลุกขึ้นวิ่งไล่ใส่ทหารตัวเล็กยุวชนทหารคนนั้นที่ล้มลง ปืนกระเด็น และพยายามตะกายหนี
โกโบริวิ่งตามติด จนทหารไทยเกือบจะหนีออกจากราวป่าขึ้นมาถึงถนน แต่โกโบริคว้าตัวไว้ได้ ทหารไทยล้มลงหมวกของทหารไทยหลุด เผยให้เห็นหน้าเป็นเด็กเยาวชน หน้าใส อายุสัก 15 ปี แต่ดูเด็กมากๆ โกโบริตะลึง ที่กำลังเงื้อจะแทงด้วยดาบปลายปืนก็ชะงักไป
ทั้งเด็กยุวชน และโกโบริ ต่างตะลึงมองกัน ตาสบตา ระยะใกล้ ทั้งสองต่างไม่ใช่คนที่ดูเหี้ยมโหดอะไรเลย โกโบริปล่อยเด็กนั้น เด็กตะลึง พอได้สติ รีบหนีเข้าป่าไป

โกโบริยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น
บริเวณชุมชนตลาดปากคลองฝั่งธนบุรี มีร้านกาแฟ ร้านของชำพวกข้าวสารอาหารแห้ง รวมทั้งร้านหมอฟันของหมอโยชิ

มีเสียงประกาศดังออกมาจากวิทยุกระจายเสียงเครื่องย่อม ของเฮียเม้ง
“...จึงขอให้ประชาชนอยู่ในความสงบ ให้ความร่วมมือกับกองทัพญี่ปุ่นและ รัฐบาลไทย ทำกิจการงานไปตามปกติ ไม่ต้องตื่นตระหนกตกใจ คอยฟังคำประกาศจากรัฐบาลต่อไป”
สิ้นเสียงประกาศ เป็นเสียงเพลงปลุกใจดังกระหึ่ม
เฮียเม้ง ตาแกละ ตาบัว และยายเมี้ยน นั่งสุมหัวฟังอย่างตั้งใจ มีอาโก วิภา และแมวยืนล้อมฟังอยู่พร้อมชาวบ้านอีกนับสิบคน ทุกคนอยู่ที่โต๊ะร้านกาแฟอาโก
ยายเมี้ยนเปิดประเด็นในสภากาแฟก่อนใคร “เห็นมั้ยละ เห็นมั้ย แม่ว่าแล้ว..เล่าไปยังไม่ทันขาดคำ ตอนนี้เนี่ย มันมากันเต็มฝั่งพระนครพรึ่บ”
“อ๋า ยังงี้ จะโดนพวกญี่ปุ่นมายึดประเทศเอารึเปล่าเนี่ย ฉิกหายละ” อาโกออกความเห็น
เฮียเม้งท้วง “ไม่แน่โก ไม่งั้นมันจะเอาทหารมาขึ้นบ้านเราเกือบทุกจังหวัดชายทะเล รึ”
ตาผลเอ่ยขึ้นเหมือนจะเซ็งๆ “มายึดเลยเหรอ ตาย เมื่อคืนก็ยังฉลองรัดทัมมะนูนไม่ทั่วเลย รถถังฝรั่งก็ยังไม่เห็น
“เอ้ย ก็ไม่ต้องดูของฝรั่งหรอกเว้ยไอ้ผล เพราะเดี๋ยวราชรถถังญี่ปุ่นก็คงแล่นมาเกยให้เอ็งได้เห็นกะตาแน่”
ตัวบัวพูดไม่ทันขาดคำ ทันใดนั้นทหารญี่ปุ่นจำนวนหนึ่งเดินผ่านหน้าร้านกาแฟอาโกไป ทุกคนมองกันท่าทีตกตะลึงและตื่นเต้น
ทหารกลุ่มนั้น มาหยุดหน้าร้านเฮียเม้ง วิภามองไปทางพ่อ เฮียเม้งค่อยๆ กำตาขอเหล็กที่สำหรับเปิดกระสอบข้าวสาร ซ่อนไว้ในมือเพื่อเป็นอาวุธ
หัวหน้าหมู่ทหารสั่งให้ขวาหัน ทุกคนหันพรึ่บเพื่อเลี้ยวข้ามถนนไปสู่ร้านหมอฟันของโยชิ ที่มีป้ายภาษาไทยและญี่ปุ่นข้างหน้าว่า “หมอโยชิทันตกรรม” และมีรูปวาดเด็กๆ น่ารักสีสดใส ยิงฟันอยู่หน้าร้าน แล้วหัวหน้าหมู่สั่งหยุด และทุกคนหยุดพร้อมเพรียง
ภายในร้านยามนั้น หมอโยชิ กำลังแต่งเครื่องแบบอย่างเร่งรีบ แต่สีหน้าสงบ เยือกเย็น หยิบดาบซามูไรมาสะพาย
ไม่นานนัก หมอโยชิในชุดเครื่องแบบทหารญี่ปุ่น ก็เดินออกมาหยุดหน้ากลุ่มทหารนั้น แล้วรายงานตัวเสียงดังเป็นภาษาญี่ปุ่น จากนั้นจึงเดินเข้าร่วมแถว
แถวทหารที่มีหมอโยชิร่วมอยู่ด้วย เดินตัดผ่านหน้าร้านกาแฟอาโกไป ชาวตลาดทุกคนต่างมองแล้วอึ้งๆ

เวลาเดียวกัน บรรดาอาจารย์ เพื่อนนิสิต 6 - 8 คน และอังศุมาลินยืนคุยเครียดอยู่ในห้องเรียน ที่ ม.จุฬาฯ
“เห็นคุณพ่อว่า พวกฝรั่งจะมาบอมบ์เพื่อไล่พวกญี่ปุ่นออกไปนี่คะ” ม.ร.ว.ศิริณา เอ่ยขึ้น
“แล้วมหาวิทยาลัยเราจะปิดหรือเปล่าคะอาจารย์ บ้านเมืองเป็นแบบนี้” นรากรถามต่อ
“ผู้ใหญ่เขากำลังประชุมกันอยู่ เดี๋ยวคงจะรู้ นี่ครูก็รออยู่” อ.ประไพพรรณบอก
อังศุมาลินแทรกขึ้น “หนูว่ารัฐบาลทำไม่ถูก ที่ยอมแพ้ญี่ปุ่นง่ายๆ”
ทุกคนหันมาชู่ววว จุ๊ๆๆ ให้ระวังปาก
ระหว่างนั้นยุวดีวิ่งหน้าตาตื่น และซีดขาวเข้ามาในห้อง
“ทหารญี่ปุ่น..มากันเต็มเลยค่ะ” ยุวดีว่า
ระหว่างนั้นทหารญี่ปุ่น เดินผ่านหน้าห้องไป ทุกคนในห้องตกใจกันหมด
อ.ประไพพรรณงุนงง “นี่พวกนี้มาทำอะไรในมหาวิทยาลัยของเรา”
อังศุมาลินมองไปอย่างใจไม่ดี สักพัก อ.โทมัส ก็ถูกทหารญี่ปุ่นชุดเมื่อครู่ลากตัวผ่านหน้าห้องไป
“นั่น...อาจารย์โทมัส...ทำไมต้องมาจับอาจารย์ด้วย” ม.ร.ว.ศิริณาบอก
อังศุมาลินผงะ รู้สึกรับไม่ได้ มองหน้าเพื่อนๆ พวกเพื่อนผู้ชายทำหน้าขุ่นแค้น ท่าทีฮึดฮัด
“ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย ทหารญี่ปุ่นมาจับข้อหาอะไร” อังศุมาลินว่า
“ข้อหา...ว่าเป็นคนอังกฤษน่ะสิ” อ.ประไพพรรณบอก
ทหารญี่ปุ่นอีกชุดหนึ่งพรวดเข้ามา หนึ่งในนั้นพูดด้วยภาษาญี่ปุ่น
“ขอให้ทุกคน ออกไปจากอาคารภายในครึ่งชั่วโมง”
ทุกคนต่างตกใจ
เพื่อนนิสิตห้องอื่นๆ เดินกรูกันผ่านหน้าห้องไป มีคนหนึ่งหยุดโผล่เข้ามา
อังศุมาลิน ร้องบอกคนอื่นๆ “เร็ว ไปกันเถอะ พวกมันบอกว่า...ให้ทุกคนออกไปจากตึก”
“เธอไม่ได้เรียนภาษาญี่ปุ่นนี่ อังศุมาลิน ทำไมเธอเข้าใจล่ะ” ศิริณาสงสัย
“ฉันไม่ได้เรียนที่คณะฯ แต่ได้เรียน..จาก..หมอฟันแถวบ้าน” อังศุมาลินบอก
อ.ประไพพรรณเอ่ยขึ้น “หมอฟัน..นายแพทย์ แม้แต่ช่างถ่ายรูปชาวญี่ปุ่น ที่มาฝังตัวหาข้อมูลในเมืองไทย ทุกวันนี้ ลุกขึ้นแต่งเครื่องแบบทหารญี่ปุ่นกันหมดแล้ว”
อังศุมาลินเครียด สีหน้าคับแค้นใจ

บ่ายวันเดียวกัน ธงอาทิตย์อุทัยปลิวไสว คู่ธงไตรรงค์ เห็นแถวทหารญี่ปุ่นราว 4 กองร้อย ยืนเต็มผืนสนาม หน้าที่ทำการอำเภอเมืองชุมพร
ผบ.กองร้อยเดินตรวจแถว เรือเอกโกโบริ ยืนตรงอยู่หน้ากองร้อยหนึ่ง และเห็นหมอทาเคดะยืนประจำหมู่อยู่ด้วย
ผบ.กองร้อยเอ่ยขึ้น “วันนี้ เราจะเดินเท้าเข้ามะริด โดยไปพบกับกองพัน12 ที่นั่น จากนั้นเราจะยึดวิคตอรี่พอยท์ทันที รับทราบ”
ทหารทั้งหมด “รับทราบ” พร้อมเพรียง

สีหน้าโกโบริ มีแววตามุ่งมั่นฉายชัด
ไม่นานต่อมา ที่ธนบุรีเวลาเดียวกัน มีเรือเร็วลำหนึ่งที่มีทหารญี่ปุ่น 10 คน แล่นผ่านไปในคลอง จากนั้น ก็มีอีกลำที่บรรทุกทหารอีก 10 คน แล่นสวนไป

อังศุมาลินที่ใส่เสื้อหนาว มีผ้าพันคอ กำลังตัดใบเตยเงยมอง แล้วเมิน ไม่สน ตัดใบเตยต่อเสียงเรือแล่นใกล้เข้ามา ทำให้อังศุมาลินสงสัย เงยหน้าไปดูอีก เห็นเรือเร็วลำเล็ก มีทหารญี่ปุ่น 5 คน ยืนอยู่ มีคนหนึ่ง ยืนที่หัวเรือ ท่าทางเข้มแข็ง อังศุมาลินเขม้นมองเพราะคลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็น
พอเรือจอด ทหารคนที่หัวเรือหันไปสั่งอะไรบางอย่างด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แล้วกระโดดลงมาที่ท่า แล้วเดินตรงมา
อังศุมาลินเครียด สงสัยว่าใครกัน หรือมีเรื่องอะไรกับที่บ้านนี้หรือ
พอใกล้เข้ามาจึงเห็นชัด ว่าเป็นหมอโยชิในเครื่องแบบทหาร ใส่แว่นตาหนาเหมือนเดิมอังศุมาลินอึ้ง
“อังศุมาลิน..แม่อยู่ไหม” หมอโยชิถาม
อังศุมาลินเงียบนิ่ง มองตะลึง สักพัก ตัดสินใจตอบ “อยู่...” ทอดเสียงพอไม่ให้ห้วนฟังดูหยาบคาย
โยชิยิ้มแจ่มใส “ผมมีธุระกับแม่คุณ”
อังศุมาลินทำหน้าเฉยชา เหมือนฟังไม่รู้เรื่อง
โยชิถามต่อเป็นภาษาญี่ปุ่น “ไม่ได้เรียนมาหลายวัน ลืมที่ผมสอนหมดแล้วหรือ”
อังศุมาลินยังนั่งนิ่ง แววตาเย็นชา
หมอโยชิพูดไทยด้วย “หมอมีธุระ อยากพบคุณแม่ของอังหน่อย..คราวนี้เข้าใจหรือยัง”
“เชิญ...ค่ะ”
หมอโยชิเดินนำไป ทุกคนตาม อังศุมาลินมองตามแววตาเจ็บใจ

ครู่ต่อมาอังศุมาลินพูดปฏิเสธในท่าทีเด็ดเดี่ยวน้ำเสียงเฉียบขาด
“ดิฉันไม่ทำ ภาษาอะไรนี่...ดิฉันลืมไปหมดแล้ว คงเป็นล่าม หรือแปลอะไรไม่ได้”
แม่อรกลัวหมอโยชิโกรธ และอาจทำให้เกิดภัยได้ รีบพยายามพูดเอาใจ
“อังศุมาลินคงลืมจริงๆ น่ะค่ะ แล้วแกก็กำลังเรียนหนังสือ คงไปทำงานที่หมอแนะนำมาให้ลำบาก”
โยชิมองมาอย่างสะเทือนใจและเข้าใจดี “ไม่เป็นไร คุณอร...ไม่เป็นไร...ผมไม่ได้ขู่เข็ญให้อังศุมาลินไปทำงาน หมอบอกแล้ว ว่าหมอเห็นงานมันดี เงินเดือนดี หมอก็เลยคิดถึงลูกศิษย์ขึ้นมาเท่านั้น”
ทุกคนต่างเงียบกันไปครู่ใหญ่
โยชิมองดูต้นผลไม้รอบๆ บ้าน “แล้วปีนี้ผลไม้ของคุณอรเป็นยังไงบ้าง”
แม่อรพูดบอกท่าทีเกรงเอามากๆ “ก็…ก็ดีค่ะ”
“คุณอรจะรับเป็นคนส่งเสบียงให้แผนกพลาธิการไหม หมอจะช่วย...เอาแค่พวกผลไม้...กว้านของแถบนี้มาส่งทั้งหมด มีเท่าไหร่ เราก็รับซื้อ รายได้ไม่เลว…”
อังศุมาลินขัดขึ้น ตอบแทนแม่ “เสียใจค่ะหมอ เราไม่มีให้”
แม่อรมองอังศุมาลิน สีหน้าหนักใจ รีบแทรกขึ้น “พอดีเราขายเหมาขาประจำไปหมดแล้วค่ะ แต่ถ้าคุณหมอมีอะไร...ส่วนตัว ที่พวกเราจะช่วยอะไรได้ ดิฉันยินดี เชิญคุณหมอทุกเมื่อนะคะ”
“ขอบคุณคุณอรมาก ขอบคุณ...ถ้าหมอจะช่วยอะไรคุณอรได้...ก็ยินดี” โยชิหันมาหาอังศุมาลิน “อังศุมาลินคงไม่ชอบใจนักที่หมอมา เธอยังเด็ก..ยังไม่เข้าใจอะไรอีกหลายอย่าง”
อังศุมาลินพูดตอบน้ำเสียงกร้าว “ดิฉันไม่ใช่เด็ก ดิฉันเข้าใจอะไรดี!”
โยชิหันมามองอังศุมาลินแบบเต็มตานิ่งคิด แม่อรมองลุ้น เสียววูบ
โยชิมีสีหน้าอ่อนโยนขณะบอก “หมอดีใจอย่างนึงที่เห็นอังศุมาลินเป็นอย่างนี้ เพราะเด็กญี่ปุ่นก็ถูกอบรมให้รู้สึกอย่างที่อังศุมาลินรู้สึกเช่นกัน แต่หมอเสียใจ ตรงที่เราเข้าใจกันไม่ได้ อังศุมาลินยังแยกความรู้สึกส่วนตัวกับส่วนรวมไม่ได้ ถ้าเธอโตขึ้น เธอจะเข้าใจอีกหลายอย่าง”
อังศุมาลินมองอย่างกวนๆ โยชิพูดต่อ
“ภาษาญี่ปุ่นที่สอนไว้ แม้ว่าอังศุมาลินจะบอกว่าลืมหมด หมอก็อยากเตือนให้พยายา ฟื้นฟูไว้บ้าง เพราะบางทีมันอาจจะช่วยอะไรได้ภายหลัง บางทีเมื่ออังศุมาลินเข้าใจอะไรถูกต้องแล้ว..เราจะได้เป็นครู-ศิษย์กันอีก หมอลาล่ะ ส่งแค่นี้”
หมอโยชิพูดจบหันมาชิดเท้า วันทยาหัตถ์ตรงหางคิ้วขวาแสดงความเคารพ แล้วหันตัวเดินจากไป อังศุมาลินมองตามไป อย่างชิงชัง แม่อรมองลูกสาวอย่างเป็นห่วง

เวลาเดียวกัน ตรงบริเวณเนินเขาแห่งหนึ่ง บนเทือกเขาตะนาวศรี เขตประเทศพม่า ช่วงเวลาตอนกลางวัน ธงอาทิตย์อุทัยของหน่วยกองร้อยของโกโบริโบกไสวตามแรงลม ทิวแถวทหารญี่ปุ่นราว 20 - 30 นาย กำลังลุยฝ่าแนวป่ารกชื้น ฝนตกพรำๆ
โกโบริเดินนำหัวขบวนอย่างมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ เห็นทหารคนหนึ่งหน้าซีดเซียว ตาเหลือง ทรุดล้มลงไปที่พื้น ทหารที่อยู่ไกลรีบลงไปช่วยดูเพื่อน
หมอทาเคดะ ที่เดินตามหลังรีบแซงหน้าขึ้นมาดูอาการ โกโบริหันไปมอง ก่อนจะยกมือให้สัญญาณ
“แถวหยุด”
หมอทาเคดะตรวจดูอาการอย่างแคล่วคล่อง ดูตา ดูลิ้น จับชีพจร โกโบริลงมาดู
“หมอทาเคดะ..เขาเป็นอย่างไร” โกโบริถาม
หมอทาเคดะนิ่งไปครู่หนึ่ง ราวกับชั่งใจ แล้วหันมาส่ายหน้าบอกขณะโกโบริที่ถามต่อ
“พอมีทางไหม”
“ไม่มี” ทาเคดะบอก
โกโบริก้มหน้าสะท้อนใจ ทหารป่วยคนนั้น และรู้ชะตาตัวเอง หยิบรูปเมียรักยื่นให้โกโบริมือสั่น
“ฝาก..บอก ที่บ้าน ว่าผมรักเขามาก”
โกโบริรับรูปนั้นไป ทหารที่ป่วย ชักปืนสั้นตนเองขึ้นมามองดูปืน แล้วหลับตากัดฟัน โกโบริมองดูรูปนั้น เห็นเป็นรูปหญิงสาวชาวญี่ปุ่น หน้าตาสวยงาม โกโบริกระพริบตา พร้อมๆ กับเสียงปืนดังลั่น ปัง!
โกโบริสั่งแถวอย่างเฉียบขาด “เดินต่อไป”

หมอทาเคดะเดินนิ่งกลับมาเข้าแถว ทุกคนเดินต่อไป
เวลาเดียวกันนั้นที่กระทรวงกลาโหม ตอนกลางวัน มีการร่วมลงนามร่วมรบระหว่างรัฐบาลไทย กับกองทัพญี่ปุ่นที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

มองเห็น “วันที่ ๒๕ เดือนธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔” เด่นชัดในหนังสือลงนาม

รถลำเลียงทหารญี่ปุ่นวิ่งผ่านหน้ากระทรวงกลาโหม หลายสิบคัน ชาวบ้านต้องคอยหลบ บ้างยืนดูชาวบ้านมายืนมุงดูโปสเตอร์รณรงค์ให้ชาวไทยให้ความร่วมมือและสนับสนุนกองทัพ ลูกพระอาทิตย์ ที่ทหารญี่ปุ่นนำมาติด

หลายเดือนต่อมา
หากมองจากท่าน้ำบ้านอังศุมาลิน จะมองเห็นอู่ต่อเรือ ซึ่งอยู่ฝั่งเดียวกันของคลอง แต่ระหว่างอู่กับที่ดินบ้านอังศุมาลิน มีลำประโดงเล็กๆ คั่นกลาง
เช้าตรู่วันนี้ น้ำไหลเรื่อย พากอผักตบลอยผ่านมา อังศุมาลินว่ายน้ำอยู่ ต้องคอยหลบ บางจังหวะต้องผลักไปให้พ้น ไม่ให้มาเกาะที่ท่าเรือหน้าบ้าน
อังศุมาลินทำหน้าฮึดสู้ปลุกใจตัวเองให้ฮึกเหิม แล้วว่ายทวนน้ำไปอย่างตั้งใจ แล้วก็หมดแรง ปล่อยตัวลอยกลับมา เกาะที่บันไดท่าบ้านตัวเอง หญิงสาวหอบ จังหวะนั้นยินเสียงเหล็กกระทบกัน ตามด้วยเสียงคล้ายเครื่องตัดเหล็ก ดังโช้งเช้ง จื๊ดๆๆๆ สลับกัน ดังมากขึ้นๆ
อังศุมาลินชักสนใจ หันไปมองๆ เห็นบนฝั่งคลองเดียวกัน ถัดไปจากลำประโดงคั่นแคบๆ ริมคลอง เรือเหล็ก ท้องแบน หน้าตัดเป็น4เหลี่ยมคางหมู ลำไม่ใหญ่ จอดเรียงรายเป็นแถวๆ
อังศุมาลินสงสัยระคนสนใจ ว่ามันคือเรืออะไรหน้าตาชอบกล หญิงสาวปล่อยตัวให้ลอยตามน้ำไป แล้วว่ายพยุงไปทีละนิดๆ เลาะเลียบเกาะนั่นเกาะนี่ไปตามทางที่ลอยผ่าน

ที่บริเวณท่าเรือหน้าอู่ มีต้นไทรใหญ่แผ่กิ่งก้านไปทั่วบริเวณ อังศุมาลินว่ายข้ามลำประโดงมา แล้วมาเกาะที่แถวเรือท้องแบนลำใหม่ๆ ที่จอดเรียงราย แล้วชะเง้อเข้าไปดูในตัวอู่ อังศุมาลินมองไป เห็นตรงหน้า แถวๆนั้น มีเรือเร็วสีขาวจอดอยู่ลำหนึ่ง
อังศุมาลินดำน้ำลงไปก่อนจะมาโผล่ข้างๆ เรือสีขาว แล้วเกาะขอบเรือ ขยับตัวกระดึ๊บๆ พาตัวเองเข้าไปจนใกล้ตัวโรงงาน
พ้นท้ายเรือสีขาว อังสุมาลินโผไปที่รากต้นไทร เกาะรากต้นไทรที่ย้อยมาพยุงตัว ชะเง้อมองดูในโรงงงาน เห็นพวกคนงาน ราว 10 คน ซึ่งล้วนเป็นทหารทำงานกันอย่างขันแข็ง เร่งรีบ
คนที่ดูสูงอายุ ชี้สั่งพวกเด็กๆ ตะโกนดุๆ เสียงดังโหวกเหวก พวกทหารเด็กรับคำไฮ้ๆๆ อย่างขึงขัง
อังศุมาลินเอียงคอดู รู้สึกน่าสนใจ

ทันใดนั้นมีเสียงผู้ชาย สดใส ร่าเริง ถามเป็นภาษาญี่ปุ่น ดังมาจากข้างหลัง
“หนาวไหมครับ”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 1/3 วันที่ 27 ม.ค. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager