อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 2 วันที่ 28 ม.ค. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 2 วันที่ 28 ม.ค. 56

ทันใดนั้นมีเสียงผู้ชาย สดใส ร่าเริง ถามเป็นภาษาญี่ปุ่น ดังมาจากข้างหลัง
“หนาวไหมครับ”
อังศุมาลินสะดุ้ง หันขวับไป เห็นบนเรือสีขาวลำนั้น โกโบรินอนคว่ำพังพาบกับพื้นกำลังซ่อมเครื่องจักรอยู่ ในมือข้างหนึ่งถืออุปกรณ์ กำลังไขอะไรอยู่ มือเปื้อนดำ หน้าตาสดใสร่าเริง ใส่ชุดทหารลำลอง ครึ่งท่อนสำหรับการทำงาน

โกโบริรีบลุกมานั่ง ยิ้มให้ พร้อมกับทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่น
“สวัสดีตอนเช้าครับ”
อังศุมาลินเบิกตาโพลง อึ้งๆ งงๆ ขณะที่โกโบริเยื้อนยิ้มอย่างเป็นมิตร
อังศุมาลินมองเบิกตาโพลงอยู่อย่างนั้น ขณะที่โกโบริทอดยิ้มมาด้วยหน้าตาเป็นมิตรสุดๆ



“คุณพูดภาษาอังกฤษไหมครับ”
อังศุมาลินไม่ตอบ แล้วค่อยๆ ปล่อยตัวให้จมลงใต้น้ำมิดถึงคอ แต่ยังจ้องเป๋งที่โกโบริ แบบระวังตัวเต็มที่ โดยตาไม่กระพริบ
โกโบริไม่ยอมแพ้ พูดเป็นภาษาอังกฤษแบบกะท่อนกะแท่น พยายามสื่อสารด้วยหน้าตาและมือไม้ ภาษากาย
“ยู-อันเดอร์สแตนด์-ว็อท-ไอ สปี้ค..ไอเซด..อาร์ยูโคลด์? กู๊ดมอร์นิ่ง...แอนด์...ไอเซด..แคนยูสปี้คอิงลิช”
อังศุมาลินยังจดสายตามองหน้าโกโบริเป๋ง ขณะที่พยายามเคลื่อนตัวไปในน้ำ ถอยไกลออกไปช้าๆ สงบๆ เหมือนเวลาเจอเสือสิงห์ที่เป็นอันตราย ที่อาจกระโจนใส่ ต้องค่อยๆ หนี ไม่ให้มันรู้ตัว และอย่าละสายตาจากมัน
โกโบริมองขำๆ แล้วนึกมุกได้ รีบชี้ไปหลังอังศุมาลิน “สเน็ค! สเน็ค! บีไฮนด์ยู!”
อังศุมาลินผวา ตกใจ รีบหันไปดูข้างหลัง
โกโบริหัวเราะชอบใจ “แด็ท’ส ไร้ท์!! ยูอันเดอร์สแตนด์ อิงลิช แอ็คชวลลี่!”
อังศุมาลินเสียฟอร์ม หันไปถลึงตามองแบบดุๆ โกรธใส่
โกโบริโน้มตัวเกาะขอบเรือ ยื่นหน้าออกมาเต็มที่ พูดญี่ปุ่นปนอังกฤษ
“คุณอาศัยอยู่ที่ไหนครับ อ้า..ไอ แคน น็อท สปี๊ก อิงลิช เวล”
อังศุมาลินแค้นใจ ลอยตัวห่างออกไป แล้วกะพอได้ระยะ ก็หันมาเอามือกระทุ้งน้ำอย่างแรง กะให้น้ำกระเด็นไปเปียกอีกฝ่ายให้มากที่สุด แล้วรีบว่ายหนีไปอย่างเร็ว
น้ำกระเด็นใส่โกโบริเต็มหน้าตา เพราะไม่ทันตั้งตัว
โกโบริร้อง “เฮ้!”
อังศุมาลินมั่นใจว่าว่ายหนีมาในระยะปลอดภัยแล้ว หันไปดูผลงาน
เห็นโกโบริกำลังเอามือเช็ดน้ำออกจากหน้า แต่มือนั้นป้ายน้ำมันเครื่องที่เปื้อนมืออยู่ไปบนหน้าจนดำเป็นปื้น
อังศุมาลินอดหัวเราะออกมาด้วยความสะใจไม่ได้
โกโบริมองมาเห็น หัวเราะตอบ แล้วโบกมือให้แบบสุดแขน
“ซาโยนารา”
อังศุมาลินหุบยิ้มทันควัน หันตัวกลับ แล้วรีบจ้วงแขนว่ายๆๆ หนีอย่างเร็วยังกะแข่งว่ายน้ำ

โกโบริมองตาม ยิ้มค้างบนใบหน้า

วันต่อมาชาวบ้านมารวมตัวกันอยู่ภายในวัด บนศาลาการเปรียญ เห็นกำนันนุ่มกำลังปีนช่วยติดเครื่องประดับต้นผ้าป่า ตามมีตามเกิด มีตาบัว ตาผล และตาแกละช่วยกันคนละไม้คนละมือ

วงสนทนาระหว่างนั้น ที่หยิบมาคุยกันมีแต่เรื่องที่ทหารญี่ปุ่นมาทำอู่ต่อเรือละแวกนี้
“อ๋อ อู่เรือข้างๆ บ้านหนูอังน่ะ พวกญี่ปุ่นมันมาเช่าไปทำอู่ต่อเรือท้องแบน และซ่อมบำรุงเรือของพวกมัน ที่สำหรับใช้ตามแม่น้ำลำคลองบ้านเรานี่แหละ” กำนันทำไปพูดไป
อังศุมาลินกำลังทำตัวชะนีจากผ้าขนหนูสีเหลืองสำหรับถวายพระ เพื่อเอาแขวนกับต้นผ้าป่า ซึ่งทำจากกิ่งมะขาม ส่วนแม่อร ยายศร แม่วัน ยายเมี้ยน แมว พับแบงค์เป็นตัวนก ตัวผีเสื้อ สำหรับติดต้นผ้าป่า กันอยู่
“เห็นมาอยู่กันเป็นกรมกองเลยค่ะ หลายวันมานี่...เห็นเรือขนกำลังพลผ่านหน้าบ้านเราไปไม่รู้กี่ลำ ท่าทางจะอยู่กันระยะยาว” แม่อรว่า
“เขาเช่ากันเป็นรายปี..เจ้าของอู่แกก็ได้สตางค์เป็นล้าน เลยไปทำอู่ใหม่แถวปทุมโน่น” กำนันว่าอีก
“นี่ อังศุมาลิน..ระวังให้ดีเถอะ บ้านเธอยิ่งอยู่กันแต่ผู้หญิงกะคนแก่ด้วย เขาว่ากันพวกนี้มันชอบแก้ผ้าอาบน้ำ ยืนฉี่กันข้างถนน ไปสอดแนมมันมาก ระวังจะตาเป็นกุ้งยิง” แมวปากไวเหมือนเคย
“พูดอะไรก็ไม่รู้ แม่แมว เป็นสาวเป็นนางแท้ๆ” ยายศรทนไม่ไหว
แม่วันหลุดปาก “ถ้าวนัสอยู่ก็คงจะดี..จะได้ให้ไปเดินให้มันเห็นมั่ง ว่าบ้านนี้มีผู้ชายอยู่”
ตาผลแทรกขึ้น “แล้วรัฐบาลไทยประกาศสงครามกับอังกฤษอเมริกาแบบนี้ ฝรั่งเมืองอังกฤษเค้าไม่จับตัวพ่อวนัสไว้หรอกหรือ
“ก็คงจับกระมัง เพราะตำรวจบ้านเรายังช่วยพวกญี่ปุ่นจับคนอังกฤษ ฝรั่งเศศ เนเธอแลนด์ไปขังคุกเป็นพรวนเลย ฉันเคยเห็น” ตาบัวว่า
กำนันนุ่ม แม่วันและพวกบ้านอังศุมาลินฟังแล้วหน้าซีด
ตาแกละเสริมอีก “รัฐบาลไทยประกาศสงครามน่ะ มีเหตุผลแล้ว...ก็พวกอังกิดมันมาทิ้งบอมใส่เราก่อนทำไม คนฝั่งพระนครเขาตายกันไปเท่าไหร่ ตึกรามบ้านช่องพังพินาศ เห็นไหม พวกผู้ลากมากดีฝั่งคะโน้นเค้าต้องอพยพหนีระเบิดมาอยู่ฝั่งธนฯของเรานี่กันเท่าไหร่ๆ”
ตาผลแทรก “แต่ถ้าฉันเป็นอังกฤษ ฉันก็เคือง..รัฐบาลไทยอยากลงนามร่วมรบเป็นพวกเดียวกับญี่ปุ่น ให้ญี่ปุ่นมาใช้ประเทศทำไม”
ตาแกละเถียง “รัฐบาลเขาก็ทำถูก..อังกิดฝรั่งเศสมันมีดีอะไร มันมีแต่จะมารุกรานพวกเรา ฝรั่งเศสก็ยึดอินโดจีนของเรา อังกฤษก็มาเอาดินแดนมาลายูของเรา สมแล้ว ที่ญี่ปุ่นเขามาช่วยเราขับไล่ฝรั่งไป”
ยายเมี้ยนฟังอยู่นานขอแจมมั่ง “นั่นสิ รบไปรบมา ตอนจบ ฝรั่งเยระมัน กะญี่ปุ่นนี่แหละ ที่จะชนะ วันนั้นฉันไปดูหนัง เขาฉายข่าว ว่าที่เมืองอีหรอบ เยระมันที่ชื่อฮิตเล่อร์ก็เก่งกว่าอังกิด ฝรั่งเศสอะไรหมด แล้วแถวนี้..ญี่ปุ่นก็เก่งกว่าใครหมด”
ตาบัวฉุน “อีเมี้ยน ไอ้แกละ มึงเป็นฝ่ายอักษะใช่ไหม ดี งั้นมึงกะกูก็เป็นศัตรูกัน เพราะกูเป็นฝ่ายสัมพันธมิตร”
ตาผลผสมโรงกับเกลอ ทันที “กูด้วย ใครเป็นพวกญี่ปุ่น เราจะถีบมัน เพราะเราคือพยัคฆ์ร้ายไทยถีบ ใช่ไหม ไอ้บัว มา เรามารุมถีบไอ้แกละกะอีเมี้ยนกัน”
หลวงพ่อเดินมาได้ยินพอดี
“เออ ดี..พวกประเทศนอกไม่ต้องทำอะไรให้เปลืองแรงแล้ว...เพราะคนไทยด้วยกันจะมาถีบกันเอง แบ่งฝ่ายกันเอง ฆ่ากันเองก่อนที่วัดนี้แหละ ตกลงผ้าป่าสามัคคีก็ไม่ต้องทอดกันแล้วนะ เพราะมันเป็นผ้าป่าแตกสามัคคีเสียแล้ว..ใช่ไหม..หา”
คู่กรณีสงบปาก เงียบจ๋อย กำนัน แม่วัน และบ้านอังศุมาลินสะใจ

ครู่ต่อมา แม่วันดึงอังศุมาลินมาที่ลับตาคน มีกำนันนุ่มเข้ามาร่วมวง
“แม่อัง..อย่าไปฟังปากชาวบ้านพูดให้มากนัก เท่าที่ป้ารู้มา นักเรียนไทยในอังกฤษ ไม่ได้อยู่ในฐานะนักโทษ หรือศัตรูอะไรของทางเมืองนั้นเลย”
กำนันลดเสียงเป็นกระซิบ “สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ก็ประทับที่นั่น ทรงเกื้อกูลพวกนักเรียนไทยมาก” กำนันว่าพลางยกมือพนมเหนือหัว “ลุงได้ยินมาว่า ทุกคนปลอดภัยดี ราชนิกูลหลายพระองค์ เป็นตัวตั้งตัวตีรวมพวกนักเรียนไทยที่เคมบริดจ์...ที่มีวนัสกับเพื่อนๆ ด้วย...ขึ้นเป็นกลุ่มที่ไม่ยอมรับการประกาศของรัฐบาลไทยกับญี่ปุ่น”
อังศุมาลินกระซิบตาม ตามองซ้าย ขวา กลัวใครมาได้ยิน
“ค่ะ..หนูเห็นที่มหาวิทยาลัยเขาก็พูดกัน ว่าตั้งแต่วันที่10 ธันวาคม ปีที่แล้ว ที่รัฐบาลไทยจับมือให้ญี่ปุ่นเข้ามาใช้ประเทศ ทูตไทยในสหรัฐ..มรว.เสนีย์ ปราโมช ก็ตั้งกลุ่ม free thai movement หรือที่มีคนเรียกว่า “เสรีไทย” ขึ้นก่อนแล้ว”
“ลุงเชื่อว่า..ที่อังกฤษ...พวกของวนัส ก็คงจะต้อง..พยายามหาทาง...ทำอะไรสักอย่างอยู่แน่ๆ”

อังศุมาลินดูเป็นกังวล แต่ก็มีความหวัง แม่วันจับมืออังศุมาลินไปบีบเบาๆ ปลอบใจ

เช้ามืดวันต่อมา หน้าบ้านอังศุมาลิน ฝนกำลังตกหนัก เสียงลมฝนผสมกันอื้ออึง ลมพัดแรง แลไปเห็นภาพเงาต้นไม้ในสวนโดนพัดลู่โอนเอนไปตามแรงลม
ส่วนที่บนเรือน ตะเกียงเจ้าพายุแขวนอยู่ที่ขื่อ แกว่งไกวไปมาเล็กน้อย ในแสงนั้น แม่อรกำลังสาละวนกับการเก็บตะกร้า กระบุง และข้าวของต่างๆ ที่ตากอยู่นอกชาน เพื่อไม่ให้โดนฝน จนเนื้อตัวเปียกปอน
ประตูห้องนอนอังศุมาลินเปิดออกมา อังศุมาลินอยู่ในชุดนอน ผ้าซิ่น สวมเสื้อแพร รีบวิ่งเข้ามาช่วยยกกระจาดที่ทำกล้วยตาก ตากไว้ออกไปให้พ้นสายฝน
“ยายอัง.. ไม่เป็นไร แม่ทำเองได้” แม่อรร้องบอก
“เดี๋ยวแม่ไม่สบายนะคะ หนูทำเองดีกว่า” อังศุมาลินว่า
ฝ่ายยายศรหยิบเอาผ้าคลุมหัวเดินออกมา แม่อรร้องเรียก
“แม่! ออกมาทำไม ยายอังๆ มาพาคุณยายกลับเข้าไปข้างในเร็ว”
อังศุมาลินกำลังลากเข่งส้มโอเข้ามาไว้ในบ้าน
“น้ำเหนือก็กำลังไหลบ่ามา.. นี่ฝนยังมาตกหนักอีก ป่านนี้สวนเราก็คง...”
ยายศรไม่อยากพูดต่อ แต่ดูหนักใจมากๆ

ฝนยังคงตกลงมาไม่ขาดสาย ข้างนอกลมยังคงพัดแรงอยู่อย่างนั้น อังศุมาลินหันมองออกไปยังสวน ด้วยความรู้สึกกังวลไม่แพ้กัน
ฝนตกหนักติดต่อกัน จนเกิดน้ำท่วมใหญ่ทั่วพระนคร ซึ่งตรงกับ “เดือน กันยายน พุทธศักราช ๒๔๘๕”

พวกทหารญี่ปุ่นแล่นเรือท้องแบนไปในถนนหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม ส่วนอีกมุมหนึ่ง หน้าวัดพระแก้ว ทางด้านสนามหลวง โกโบริ ลุงมาซาโอะ ทาเคดะ เคสะเกะกับเพื่อนทหารอีก 3 คน ถ่ายรูปหมู่ร่วมกันในเรือเป็นที่ระลึก ยิ้มแย้ม หยอกล้อกัน โดยมีช่างภาพทหารคนหนึ่ง ถ่ายอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพื่อบันทึกเป็นความทรงจำ
ภาพเหล่านั้น ถูกนำไปล้างกลายเป็นภาพนิ่งขาว ดำ พร้อมมีลายเซ็นของแต่ละคนกำกับ ในเวลาต่อมา

แสงสีทองจับที่ขอบฟ้าไกลยามอรุณรุ่งวันต่อมา เผยให้เห็นต้นไม้ในสวนที่ชอุ่มไปด้วยน้ำฝนที่เพิ่งตกมาใหม่ๆ
ที่ชายคาบ้านมีน้ำฝนค่อยๆ หยดตกลงมา
ระหว่างนั้นแม่อรกับยายศร นั่งเช็ดข้าวของและผลไม้ที่เปียกน้ำอยู่บนเรือนอย่างหมดอาลัย
“พวกส้มคงจะไม่รอดหรอก ไหนจะต้นจำปาที่ท้ายสวนอีก พวกนี้มันไม่ชอบน้ำ”
ยายศรเริ่มไอโขลกๆ เหมือนจะไม่สบาย
“ช่างเถอะแม่ ค่อยตั้งต้นเอาใหม่”
ยายศรเหม่อ จนไม่ได้ยินคำพูดของแม่อร
“หนูว่าเดี๋ยวเราลงพวกกล้วยก่อนก็ดีนะ จะได้เก็บผลได้ไวๆ”
อังศุมาลินเดินถือกระจาดใส่ตำลึงขึ้นมาจากบันได
“ต้นมะพร้าวน้ำหอมของเรายังอยู่ดี มะม่วงก็ไม่เป็นไรมาก นี่..ดูสิคะ..หนูได้อะไรมา”
พลางอังศุมาลินยกกระจาดที่มีผักตำลึงงามๆ อยู่เต็มกระจาดเพื่ออวดแม่กับยาย
“งามขนาดนี้เลย ดูสิแม่”
แม่อรชี้ชวนให้ยายศรดู
“ยังมีอีกเป็นดงเลยล่ะ ต่อไปหนูจะเป็นคนเก็บเอง แม่กำให้หนูก็แล้วกัน เดี๋ยวหนูจะเอาไปขายที่ตลาด...”
อังศุมาลินว่า พร้อมกับทำหน้าตาร่าเริงสดใส เพื่อปลอบใจทุกคน

เวลาต่อมา สองแม่ลูกพายเรืออยู่ในคลอง กำลังจะไปตลาดท่าเตียนเพื่อนำของไปขาย อังศุมาลินซึ่งใส่เสื้อแขนยาวกันแดดสีน้ำเงินตุ่น กำลังพายอยู่หัวเรือ แม่อรที่เสื้อสีสดใสกว่า นั่งพายอยู่ท้ายเรือ ทั้งสองสวมงอบกันแดด ประสาชาวสวนธนบุรี
พืชผักผลไม้และสิ่งละอันพันละน้อยเท่าที่พอจะเก็บหาจากสวนได้อยู่เต็มลำถูกนำมาขายบริเวณตลาดท่าเตียน
ใบหน้าอังศุมาลินแดงก่ำอยู่ใต้งอบ ผมลุ่ยลงมาอยู่สองข้างแก้ม ที่แม้จะออกแรงพายเรืออย่างสุดแรง แต่สีหน้าดูตั้งใจ แข็งขันอารมณ์ดี
“ไหวไหมยายอัง เดี๋ยวขากลับ แม่ไปพายหัวเรือให้ดีกว่า หนูพายไม่ไหวหรอก น้ำลงออกควัก”
เห็นชัดว่าน้ำค่อนข้างเชี่ยวทำให้ต้องพายหนักแรง

ระหว่างนั้นเห็นเรือเร็วสีขาววิ่งแซงผ่านไปด้วยความเร็วสูง แม่อรรีบคัดท้ายหันหัวเรือโต้คลื่นโดยเร็ว
น้ำกระเซ็นสาดขึ้นใส่อังศุมาลินที่นั่งอยู่หัวเรือจนเปียก
“โอ๊ย.. ขับเรือภาษาอะไรเนี่ย”
อังศุมาลินฉุน ยกแขนเสื้อขึ้นเช็ดหน้า พลางถอดงอบออกสะบัด ใช้พายตีน้ำอย่างขัดใจ
คลื่นที่เกิดจากเรือนั้น พัดเรือของอังศุมาลินแทบปลิวไปติดริมฝั่งคลอง อังศุมาลินมองตามไป เห็นธงชาติอาทิตย์อุทัยปลิวไสวที่เรือขาวลำนั้น
อังศุมาลินประชด จิกกัดอย่างขัดใจ “อ้อ..เรือไอ้พวกมหามิตรนี่เอง! มิน่าล่ะ”
โกโบริ ที่นั่งอยู่ท้ายเรือสีขาวลำนั้น เหลียวหันมาดู อังศุมาลินมองตอบ จ้องตาถมึงทึง
พอโกโบริเห็นอังศุมาลิน ก็จำได้ ดีใจ หันไปสั่งทหารพลขับเรือ ให้ตีวงกลับมาหา
อังศุมาลินเห็นเรือนั้นตรงมา ก็อึ้ง สบตากับแม่อย่างวิตก แล้วรวบรวมกำลังใจ เตรียมพร้อมเผชิญ
เรือสีขาวพุ่งตรงดิ่งเข้ามา พอใกล้จึงชะลอเครื่องลง โกโบริส่งยิ้มมาให้อย่างเป็นมิตร แล้วตะโกนทักทาย เป็นภาษญี่ปุ่น
“คุณ.. สบายดีไหม”
อังศุมาลินพยายามจับกาบเรือที่โคลงเคลงไปมา โกรธ จึงสะบัดหน้าหนี
ทหารคนอื่นๆ ลุ้นๆ เอาใจช่วยโกโบริ
โกโบริยิ้ม ถอดหมวก แล้วก้มหัวให้แม่อร “กำลังจะไปไหนเหรอครับ”
แม่อรงงๆ ฟังญี่ปุ่นไม่รู้เรื่อง ได้แต่ยิ้มรับไปอย่างแกนๆ
“จ้ะๆ”
อังศุมาลินรีบพายเรือจ้ำหนี
“พวกญี่ปุ่นที่มาต่อเรืออยู่ใกล้ๆ บ้านเราค่ะแม่”
แม่อรหันไปมอง แล้วหันกลับมาอย่างรวดเร็ว
“เขายังมองอยู่เลย.. ท่าทางเขายังกับรู้จักกับหนูงั้นแหละ”
เรือโกโบริขับชะลอๆ เข้ามาแล่นเคียงข้างไปช้าๆ อังศุมาลินลอบมองด้วยหางตา ปั้นหน้าไม่สนใจ
โกโบริชะโงกมา ยิ้มกว้างอย่างจริงใจ พูดอย่างร่าเริง
“มีอะไรอยู่ในเรือหรือครับ ขายไหม”
อังศุมาลินจ้องดุๆ กระชากเสียงใส่ “ไม่ขาย!..Not for sale!”
โกโบริก้มมา จับกราบเรืออังศุมาลินไว้ แล้วหันมายิ้มให้แม่อรซื่อๆ คราวนี้พูดไทยด้วย
“ไป-ใน-มา-ครับ พวก-นี้-คาย-หรือ-เปล่า”
แม่อรยิ้ม พยักหน้า แล้วชี้มือบุ้ยใบ้กวาดมือไปทั่วลำเรือแล้วชี้ไปข้างหน้า
“ขาย..ไป ขาย ที่ ตลาด”
“ตะลาด.. อิชิบะ”
โกโบริมองหน้าอังศุมาลินเหมือนเป็นการถามให้แน่ใจ
อังศุมาลินเอาพาย ตีๆ ใกล้ๆ มือโกโบริ
โกโบริสะดุ้ง รีบชักมือกลับ อังศุมาลินคัดหัวเรือออกห่าง จ้วงพายลงน้ำอย่างแรง
“จ้ะๆ อิชิบะ” แม่อรเป็นฝ่ายบอก
อังศุมาลินหันมามองแม่หน้างอ
“แม่รู้ภาษาญี่ปุ่นกับเขาด้วยเหรอ”
แม่อรงงๆ ว่าทำไมลูกโกรธ เรือโกโบริแล่นแซงไป

ขณะที่ใบหน้าโกโบริยังหันมามองอังศุมาลินจนเหลียวหลัง
บรรยากาศในตลาดท่าเตียนยามเช้าดูคึกคัก มีทหารญี่ปุ่นเดินแถวมาเป็นกลุ่มๆ ฟากคนไทยทั้งพ่อค้าแม่ขายรวมทั้งชาวบ้านจับกลุ่มซุบซิบกัน บ้างเห็นเป็นเรื่องตลก บ้างก็กลัว ดึงลูกหลานออกมา ห้ามไม่ให้ไปเข้าใกล้ทหาร

อย่างเช่นยายเมี้ยนที่รีบดึงแมวหลบ “แมว..อย่าให้พวกญี่ปุ่นเห็นหน้าลูกนะ”
“ทำไมล่ะจ๊ะแม่” แมวทำท่างง
“เดี๋ยวก็โดนลากไป..ทำมิดีมิร้ายเหมือนแม่ค้าอ้อยข้างธรรมศาสตร์หรอก อันตรายจะตายไปพวกนี้” ยายเมี้ยนเม้าธ์
มีทหารญี่ปุ่นเดินผ่านยายเมี้ยนกับแมวไป หันมามองทั้งคู่ แมวฉีกยิ้มให้แล้วดึงยายเมี้ยนไปหลบข้างทาง
“แต่เขาออกกฎมาแล้ว ว่าพวกเราต้องสนับสนุนพวกญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ ไม่อย่างนั้นโดนประหารชีวิตแน่”
แมวรีบเสนอหน้าเดินไปยิ้มให้ทหารญี่ปุ่น ยายเมี้ยนยิ้มแหยๆ ให้ทหารญี่ปุ่นที่เดินผ่านไป

ส่วนที่ร้านขายข้าวสาร ทหารญี่ปุ่นเข้าไปบ้างสวนออกมา มีรถเข็นบรรทุกข้าวสาร 2 - 3 กระสอบออกมา
เฮียเม้งรับเงินจากทหารญี่ปุ่นเป็นปึกๆ วิภาพูดคุยหัวเราะอยู่กับทหารญี่ปุ่น
อาโกยืนดูอาเม้งอยู่ที่ร้านกาแฟ
“อาเม้งนี่มันเซ็งลี้ฮ้อจริงๆ ดูสิ ญี่ปุ่นมันพิมพ์แบงค์เอง ถือเงินเป็นฟ่อนๆ ยังกะเงินกงเต๊ก”
ตาแกละถาม “แล้วถ้าให้แก แกเอาหรือเปล่าล่ะ”
“จะไม่ให้อาเม้งมันอู้ฟู่ยังไงไหว ข้าวสารเคยกระสอบละ12 บาท ตอนนี้มันขายตั้ง 20” อาโกว่า
“ลื้อก็เหมือนกันล่ะ โอเลี้ยงขายตั้ง 5 สตางค์ แต่ก่อนสตางค์เดียว” ตาแกละเหน็บ
“ดูแม่หม่วยวิภา ลูกสาวมันสิ พูดญี่ปุ่นจ้อเลย สมกับที่เรียนกะหมอโยชิ หมอฟันมาแต่เด็กๆ” อาโกบอก
“รุ่นนั้นเห็นเรียนภาษาญี่ปุ่นกันตั้งหลายคน ยายอังศุมาลินเด็กในคลองใกล้บ้านชั้นก็เรียนเหมือนกันนะ แต่ไม่เห็นมันจะเอามาใช้ประโยชน์อะไรเล้ย” ตาแกละบอก
อาโกสะบัดหน้า

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 2 วันที่ 28 ม.ค. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager