อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 2/2 วันที่ 28 ม.ค. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 2/2 วันที่ 28 ม.ค. 56

“รุ่นนั้นเห็นเรียนภาษาญี่ปุ่นกันตั้งหลายคน ยายอังศุมาลินเด็กในคลองใกล้บ้านชั้นก็เรียนเหมือนกันนะ แต่ไม่เห็นมันจะเอามาใช้ประโยชน์อะไรเล้ย” ตาแกละบอก
อาโกสะบัดหน้า
ด้านแม่อรและอังศุมาลินช่วยกันยกเข่งคนละข้าง มีหน่อกล้วยอยู่เต็ม เดินอยู่กลางตลาด
“แพงเหมือนกันนะแม่ เราขายของหมดลำเรือ ได้เงินมา..ซื้อหน่อกล้วยหอมพวกนี้แล้ว.. เงินแทบไม่เหลือเลย” อังศุมาลินว่า

“เวลานี้ข้าวของมันกะประมาณราคาไม่ได้เลย ยัยอังเอ๊ย..ใครอยากจะตั้งราคาอะไรเท่าไหร่ก็ได้ ทุกคนก็อ้างสงครามกันหมด”
“ทีของเรา..เราขายทู้ก...ถูก กลัวคนซื้อไม่มีตังค์”
แม่อรหัวเราะ
“เดี๋ยวกลับไปหนูจะขุดหลุมเตรียมไว้เลย แล้วเย็นนี้เราค่อยเอามาลงกันนะแม่”
“จ้ะ...ไป ไปซื้อขนมไปฝากคุณยายก่อน”
อังศุมาลินกับแม่อรเดินมาเลือกขนมไทยในกระจาด เสียงจากคนในตลาดดังเฮๆ กันดังเข้ามา อังศุมาลินกับแม่อรหันไปดู
“ซุยกะ (แตงโม) ซุยกะๆ (แตงโมๆ)” โกโบริบอก



แต่ถูกแม่ค้าโวยวายใส่ “โว้ยยย บอกว่าไม่ซุย เนื้อแน่น พูดไม่รู้เรื่องหรือไง”
“เอ่อ...โซเระ วะ- นั่น- เดสก๊ะ? - อันนั้นคืออะไรครับ” โกโบริ ถาม
คราวนี้แม่ค้าโวยหนักกว่าเก่า “เฮ้ยยย มีขึ้นวะด้วย หนอยย.. แกว่าใครเกะกะวะ”
ไม่เท่านั้นแม่ค้าลุกขึ้นยืนเท้าสะเอว ชาวบ้านคนอื่นๆ เริ่มมามุงกันมากขึ้น
โกโบริที่กำลังก้มลงไปเจรจากับแม่ค้าที่นั่งปูเสื่อตั้งแผงขายผลไม้อยู่กับพื้นหันมาเห็น เดินเข้ามาช่วย
โกโบริพยายามถามใหม่ว่าราคาเท่าไหร่ “อัน-นี รา-คา-ทะ-อา-อุ รายคับ...อิคุระ เดสก๊ะ?”
“โอ๊ย.. หลีกไปๆๆ ไม่ขายแล้ว ลูกค้าคนอื่นหนีหมด”
แม่ค้าโบกมือไล่ โกโบริและพวกทหารญี่ปุ่นมองหน้ากัน
โกโบริหันไปหาแม่ค้าคนที่ 2 ที่ตั้งแผงอยู่ใกล้ๆ แล้วชี้ไปที่กล้วย แล้วชูนิ้วชี้ขึ้นยิ้มๆ
“ไม่ๆๆ ขายเป็นหวี ไม่ขายเป็นลูก” แม่ค้าไม่เข้าใจอีก
“คาย-เป็น-รู?”
คำพูดโกโบริ ทำเอาชาวบ้านคนอื่นๆ ขำ
โกโบริหันมาเห็นแม่อรกับอังศุมาลิน เดินปรี่เข้ามาหา หยุดโค้งคำนับให้หนึ่งที พูดอังกฤษปนญี่ปุ่น
“Can you help me, please? ช่วยผมหน่อยได้ไหมครับ เหมือนพวกเขาจะไม่เข้าใจ”
แม่อรถามลูกสาว “อัง.. เขาว่าไง”
อังศุมาลินแกล้งทำหน้างงๆ ไม่รู้ไม่ชี้ ขณะที่โกโบริยืนรอคำตอบ ทำหน้าอ้อนวอน ตาละห้อย
แม่อรบอกอีก “ยายอังช่วยเขาหน่อยสิ”
อังศุมาลินฮึดฮัดไม่อยากช่วย “โธ่แม่ อย่าไปยุ่งกับเขาเลยค่ะ เดี๋ยวส่งภาษาใบ้กันไปมาก็เข้าใจเอง”
อังศุมาลินทำท่าจะเดินออกไป โกโบริก้มคำนับ และพูดเสียงดังออกมาเหมือนลืมตัว
“please, help me please...นะ-คับ”
อังศุมาลินนิ่งอึ้ง ดูเหมือนจะใจอ่อนนิดๆ หันตัวไปแต่ก็รีบกลบเกลื่อนความรู้สึกตัวเองรีบหันกลับไม่ยอมมองอีก

โกโบริมองตามอังศุมาลินหน้าเศร้าๆ รู้สึกเสียใจที่สาวเจ้าคนไทยรังเกียจตน
ที่อู่ต่อเรือตอนสายๆ มีทหารญี่ปุ่นเดินตรวจตรากันแข็งขัน เสียงตอกเหล็ก เจียเหล็ก เชื่อมเหล็ก ดังเป็นระยะ

เคสุเกะนั่งอยู่ที่โต๊ะรับสมัครคนไทยเข้าทำงานที่มุมหนึ่งของอู่ มีชาวบ้านต่อแถวกันยาว เสียงดังเซ็งแซ่ ปลายแถว เป็นตาผลพาตาบัวรีบวิ่งเข้ามา
“ไงล่ะ ข้าบอกเอ็งแล้ว มัวแต่ชักช้า คนญี่ปุ่นเขาตรงต่อเวลา สองโมงเช้าก็คือสองโมงเช้า” ตาผลบอก
“ใครจะไปรู้วะ คนจะแห่กันมาขนาดนี้” ตาบัวบ่น
“เขาทำตามนโยบายของทั่นผู้นำกันไงล่ะโว้ย ให้เป็นมิตรกับคนญี่ปุ่น”
“จริงๆ แล้วก็อยากได้ตังค์” ตาบัวว่า
“ก็ใช่สิ ทุกวันนี้ ข้าวยากหมากแพง งานก็ไม่มีให้ทำ น้ำก็ท่วม มีแต่ทำงานกะญี่ปุ่นเท่านั้น ที่จะได้มีเงินกันข้าว แล้วจะให้ทำไงล่ะ” ตาผลบอก
ตาบัวประชด “เออ..ทำงานกะกองทัพพระจักรพรรดิ..ถ้าทำงานดีๆ อีกหน่อยก็จะได้ไต่เต้าเป็นแม่ทัพ”
คนอื่นๆ ได้ยิน หัวเราะเฮกัน
เคสุเกะลุกขึ้นมองมา แล้วเอ็ดใส่ตาผลตาบัว ด้วยภาษาญี่ปุ่น
“ตรงนั้นน่ะ เงียบๆ หน่อย”
สองเกลอสะดุ้งหวาดผวานิดหน่อย
“ไฮ้ๆๆๆ” ตาผลว่า
ตาบัวงง “ให้อะไร”
ตาผลคุยโอ่ “แกจะไปรู้อะไร ภาษาญี่ปุ่นเว้ย ไม่รู้จะพูดอะไรให้ร้องไฮ้ไว้ก่อน”
ตาบัวงงอีก “ร้องไห้”
ตาผลตบกะโหลกตาบัวไปหนึ่งที
“นั่งไง ดูสิ แค่พูดไฮ้ๆๆๆ ไอ้เตี้ยนั่นนั่งลงไปแล้ว”
ทุกคนหัวเราะฮาอีก
เคสุเกะลุกพรวดบอกด้วยภาษษญี่ปุ่น “ตรงนั้นน่ะ บอกแล้วไงว่าให้เงียบๆ หน่อย”
ตาผลกับตาบัว “ไฮ้ๆๆๆๆๆ”

ฝ่ายโกโบริถือข้าวของพะรุงพะรังอยู่ในตลาด มีทหารญี่ปุ่น 2 คนมาช่วยแบกของตัวแอ่นอยู่ด้านหลัง โกโบริกำลังควักเงินออกมาจ่ายให้แม่ค้าทีละคนสองคนอย่างทุลักทุเล
แม่ค้าคนไหนที่ได้รับเงินไปแล้วก็ดีใจจนเนื้อเต้น รีบเดินออกไปอวดคนอื่นๆ
“ขอบ-พระ-คุณ-มาก-ครับ” โกโบริบอกเป็นภาษาไทยสำเนียงญี่ปุ่น
“ของฉันก็กล้วยเครือนึง มันแกวห้ากิโล แล้วนี่ก็ฝรั่ง ฉันแถมให้ลูกนึงด้วยนะจ๊ะ ทั้งหมด “สี่-สิบ-บาท” พอดี”
แม่ค้า ชี้ไปที่ของของตนเพื่อแจกแจง แล้วก็ชูมือให้รู้ว่าทั้งหมดราคา สี่สิบบาท โกโบริทำมือตามว่าสี่สิบ แล้วหาเงินในกระเป๋าส่งให้
“สิ-ซิปปุ…ขอบ-พระ-คุณ-มาก-ครับ” โกโบริว่า
“วันหลังมาซื้อบ่อยๆ นะพ่อคุณ”
แม่ค้าคนนั้นลูบแขนโกโบริอย่างพินอบพิเทา โกโบริคิดว่านั่นคือการแสดงความรักความเอ็นดู จึงส่งยิ้มให้อย่างจริงใจ
แม่ค้าอีกคน มองด้วยสายตาอิจฉา เดินมาดึงแขนเสื้อโกโบริ แล้วชี้ไปที่แตงโมของตน
“แล้วตกลงแตงโมฉันล่ะ เอาไปด้วยสิ เดี๋ยวลดให้”
โกโบริมองไปที่พืชผักผลไม้ที่ซื้อมาเต็มไปหมดแล้ว อึกอัก ทำท่าเหมือนจะปฏิเสธ
แม่ค้ารีบยัดแตงโมให้โกโบริ แล้วเอาไปให้กับทหาร 2 คน อีกคนละลูก
“สามลูก ฉันลดให้พิเศษเลยนะ ยี่สิบ”
พลางแม่ค้าชูสองนิ้วแล้วเอียงคอ เหมือนท่าสู้ตาย โกโบริยิ้มเจื่อน พยายามล้วงเอาเงินออกมาจากกระเป๋า

แม่อรกับอังศุมาลินอยู่ด้วยกันที่แผงร้านขนมใกล้ๆ ยังคงยืนมอง และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด
“หนูละใจดำ เขาคงรู้แล้วล่ะว่าหนูไม่ชอบหน้าเขา”
“ดี! หนูก็อยากให้เขารู้ว่าหนูไม่ชอบ”
“พูดจาไม่น่ารักเลยนะเรา จะไปช่วยเขาหน่อยก็ไม่ได้ ดูสินี่โดนแม่ค้าพวกนั้นหลอกเอาเงินไปตั้งเท่าไหร่” แม่อรตำหนิลูกสาว
“ดีสิแม่ คนไทยจะได้กำไรเยอะๆ พวกมันทำให้เราลำบากแค่ไหนแล้วคะแม่ แล้วกองทัพญี่ปุ่นพิมพ์แบงค์ได้เอง แม่จะไปเห็นใจมันทำไม”
พูดจบอังศุมาลินก็เดินนำลิ่วออกไป แม่อรมองตามอย่างอ่อนอกอ่อนใจ

ตรงมุมหนึ่งที่อู่ต่อเรือ ตาบัวกับตาผลนั่งหลับไม่รู้เรื่องพิงกันอยู่ใต้ต้นไม้
ชาวบ้านที่ต่อแถวสมัครงานหายไปหมดแล้ว คนสุดท้ายเดินผ่านมา หันมามองตาผล ตาบัว ยิ้มขำ
เคสุเกะเห็น ลุกขึ้นเดินมามองใกล้ๆ เดินเข้าไปตะโกนใกล้ๆ หูเป็นภาษาญี่ปุ่น
“ตื่น...”
ตาผลกับตาบัว ตกใจสะดุ้งตื่น รีบลุกขึ้นยืน
ตาผลกับตาบัวร้อง “ไฮ้ๆๆๆๆๆ” พร้อมกัน
เคสุเกะบอกเป็นภาษาญี่ปุ่น “ไปได้แล้ว”
“เฮ้ย!” ตาบัวไม่ยอม
“ไม่ไปๆๆ ของานทำหน่อยๆๆ” ตาผลก็ไม่ไป
เคสุเกะโมโหพูดเสียงกระโชกโฮกฮาก “ขี้เกียจอย่างนี้ ไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ไปได้แล้ว ไปๆ ไปให้พ้น เร็ว”
ระหว่างนั้นโกโบริกลับจากตลาดเดินเข้ามา มีทหาร 3-4 คนช่วยกันแบกพืชผักผลไม้ที่ซื้อไว้ เดินตามเข้ามา
เคสุเกะและทหารที่อยู่แถวนั้นทำท่าเคารพ
โกโบริถาม “เกิดอะไรขึ้น”
“สองคนนี้จะมาสมัครงานครับ แต่ดันมาหลับอยู่ตรงนี้” เคสุเกะตอบเป็นภาษาญี่ปุ่น
โกโบริเดินไปรอบๆ สองเกลอ
ตาผลไม่มีท่าทางหวาดกลัว ยืนตรง เอามือแนบลำตัว ยืดอกเหมือนเป็นทหาร
ตาบัวเห็นพยายามเลียนแบบทำตาม
โกโบริถาม “เคยเป็นทหารมาก่อนเหรอ”
ตาผลร้อง “ไฮ้”
โกโบริสงสัย “พวกคุณเข้าใจภาษาญี่ปุ่นด้วย”
ตาผลเอาแต่ร้อง “ไฮ้” เป็นอยู่คำเดียว
ตาบัว “ไฮ้” ตาม
โกโบริหันไปพูดกับเคสุเกะ
“รับสองคนนี้เข้ามาทำงานด้วยแล้วกัน”
เคสุเกะรับคำ “ไฮ้”
โกโบริเดินจากไป
ตาบัวตาผลมองหน้ากัน ยักคิ้วหลิ่วตา หยอกล้อกันไปมา โค้งคำนับให้กันเหมือนล้อเลียน
“ไฮ้” / “ไฮ้”

เคสุเกะมองมา สายตาไม่ค่อยชอบจอมกะล่อนสองคนนี้เท่าไหร่
ที่ตลาดฝั่งพระนคร คนขายกำลังหยิบยาให้ลูกค้าอยู่ ขณะที่อังศุมาลินซึ่งแต่งชุดเรียบร้อย เป็นกระโปรง และเสื้อที่ค่อยข้างเก่า ปอนๆ แลดูซอมซ่อ สวมหมวกที่ไม่หรูหรา ยืนรอ คนขายๆ เสร็จ ก็หันมาหา

“อยากได้ยาแก้น้ำกัดเท้า” อังศุมาลินบอก
“โอย..ยาแก้น้ำกัดเท้าแพงนะจ๊ะ ตั้งแต่ช่วงน้ำท่วมขายดิบขายดี หามาขายไม่ทัน” คนขายตอบ
“แต่นี่ก็น้ำลดแล้วนี่จ๊ะ”
“คือว่าไอ้ที่มีขายมันก็แพงหน่อยน่ะจ้ะ เพราะมันหายาก”
“ฉันรู้ ว่ามันหายาก เพราะร้านแถวฝั่งธนหาไม่ได้เลย..แล้วที่ว่าแพง..คือเท่าไหร่ล่ะจ๊ะ”
คนขายบอก “หลอดละ 80 บาท”
อังศุมาลินซีด “อะไรนะ! 80บาท”
ระหว่างนั้นวิภาเดินเข้ามา พร้อมแผ่นกระดาษจดรายการ
“เอ้านี่ ยาตามที่จดรายการมานี่...ขอให้ช่วยจัดมาให้ครบนะ”
คนขายดูแล้วคิดราคาให้ “ทั้งหมดนี้..ก็ประมาณ 500 บาทนะ”
“ได้ เอ้า เอาไปเลย” วิภาหยิบเงินเป็นฟ่อนมานับ ส่งให้
คนขายรับเงิน แล้วเดินเข้าไปหายา
วิภาหันมาเห็นอังศุมาลิน “อ้าว อังศุมาลิน มาซื้ออะไรจ๊ะ”
อังศุมาลินอึ้งๆ “อ๋อ..ก็ ซื้อเสร็จแล้วล่ะ” แล้วจะเดินออก
“อังศุมาลิน น้ำลดแล้ว จุฬาฯจะเปิดใหม่อีกแล้วนะ ชั้นจะไปเรียนนะ หยุดช่วยพ่อขายข้าวสารมาตั้งนาน ชักจะเบื่อแล้วล่ะ”
“ใช่” อังศุมาลินหันมาคุยด้วย “คณะอักษรศาสตร์ย้ายไปสอนกันที่เพชรบูรณ์ ฉันคงไม่มีปัญญาไปเรียนหรอก ต้องช่วยแม่ด้วย”
“แต่ฉันว่าจะเรียน เพราะเขาลือกันว่า แต่ละชั้นปี จะให้สอบผ่านยกชั้นให้หมด เธอเลิกเรียนไป ไม่เสียดายแย่เหรอ”
“ฉันไปก่อนนะ” อังศุมาลินหน้าซีด
วิภาเรียกไว้ “เดี๋ยว อังศุมาลิน หมอโยชิถามหาเธอ”
อังสุมาลินไม่ฟัง เดินลิ่วๆ ออกมา

ที่ถนนหน้าตลาด รถรางจอด พวกผู้โดยสารขึ้นลง อังศุมาลินรีบวิ่งมา แต่ไม่ทัน รถรางออกไปก่อน
ทำเสียงกระดิ่งเก๊งๆๆ
อังศุมาลินเซ็ง เหงื่อตก ถอดหมวกมาโบกลมคลายร้อน
จังหวะนั้นรถยนต์คันหนึ่งแล่นผ่านเลยไปนิดก็ชะลอจอด แล้วถอยมาเทียบ
ชายที่นั่งด้านหลังไขกระจกลง โผล่หน้าออกมา คือหลวงชลาสินธุราชผู้เป็นบิดาของอังศุมาลินนั่นเอง
“ยายอัง”
อังศุมาลินหันมาดู ตกใจนิดๆ ชะงัก อึ้ง ซีด แต่ก็รีบยกมือไหว้ บุคลิกท่าทีอังศุมาลินเปลี่ยนไปทันที เป็นสุภาพ เกร็ง ระวังตัว
“จะไปไหนลูก พ่อจะไปส่ง”
อังศุมาลินอึกอัก ตั้งใจจะปฏิเสธ
ภายในรถ กบกับแก้ว น้องต่างมารดา ที่แต่งตัวสวยหรูหรา 2 คน นั่งมองมาอย่างมึนตึง เชิดใส่
อังศุมาลินมองตอบ เยือกเย็น เชิดพอกัน แล้วเปลี่ยนสายตามาที่พ่อแบบห่างเหิน เย็นชา กวนๆ หน่อย “หนูจะกลับบ้านค่ะ”
“พ่อจะไปส่งที่ท่าเรือ” คุณหลวงอาสา
กบกับแก้ว แอบชักสีหน้า
“อย่าดีกว่าค่ะ หนูนั่งรถรางกลับเองได้” อังศุมาลินทำเสียงกวน
คุณหลวงเปิดประตูออกมา “มาเถอะลูก..พ่อไม่ได้พบลูกตั้งนานแล้ว อยากจะคุยด้วย” คุณหลวงคะยั้นคะยอ ขอร้อง แล้วหันไปมองลูกสาวคนที่นั่งริมหน้าต่างอีกข้าง พูดอ่อนโยน “ยายกบ ไปนั่งข้างหน้าคนนึง..ลูก”
กบหน้าตึง ทำเมินๆ แก้วกระฟัดกระเฟียดแทน ทำเสียงงุบงิบ “แก้วไปนั่งข้างหน้าอีกคนด้วยก็ได้” หันมาพยักพเยิดกะกบ
คุณหลวงจ้องหน้ากบและแก้ว ลงเสียงเข้ม เยือกเย็น และจริงจัง “พ่อให้กบไปนั่งข้างหน้า ส่วนแก้ว..กระเถิบไปหน่อย แล้วอย่าพูดมาก...พ่อไม่ชอบ”
เจอไม้แข็งทั้งสองรีบทำตามสั่งรวดเร็ว แล้วต่างนั่งกอดอกเงียบกริบ
คุณหลวงชลาสินธุราชกระเถิบเข้าไป หันมาสบตาอังศุมาลินอย่างขอร้อง
อังศุมาลินยิ้มให้ แล้วเข้าไปนั่งข้างๆ พ่อ แล้วปิดประตูรถลงเบาๆ
คุณหลวงมองหน้าคนรถ ทางกระจกมองหลัง “เอก! ไปส่งคุณอังศุมาลินที่ท่าพระจันทร์ก่อน”
กบแอบเบะปาก แก้วชำเลืองหางตามามอง

อังศุมาลินนั่งตัวตรง มองตอบสู้ตาแก้วอย่างไม่พรั่นพรึงและพร้อมเอาเรื่อง แก้วหลบตาทันที รถแล่นออกไป
ภายในรถเวลานั้น นายเอกคนรถแอบดูในกระจก เห็นอังศุมาลินนั่งมองตรง ทำสีหน้าเฉื่อยชา ไม่ยินดียินร้าย คุณหลวงหันมามองลูกสาวอย่างพินิจพิเคราะห์ อังศุมาลินหันไปเห็นสายตาพ่อ ฝืนยิ้มให้แก้เก้อ

คุณหลวงยิ้มอ่อนโยนขณะไถ่ถาม “หนูผอมไปนะลูก..ไม่สบายหรือเปล่า”
อังศุมาลินใจอ่อนไหวยวบ แต่นั่งนิ่งยิ้มเยือกเย็น เพื่อปิดบังความรู้สึก “หนูสบายดีค่ะ”
คุณหลวงชลาสินธุราชนิ่งไปนิด พูดด้วยเสียงอ่อนโยนมากขึ้น “แม่..กับคุณยาย..สบายดีหรือ”
อังศุมาลินหลบสายตาลง ทอดเสียงสงบ ท่าทีอ่อนโยนลงด้วย “ค่ะ”
ผู้เป็นบิดามองไปเบื้องหน้า เหมือนมองเห็นภาพอดีต “หนู..ลำบากไหม”
คำๆ นี้ ทำให้อังศุมาลินมีแววตากร้าวขึ้น เหมือนถูกสบประมาท “ไม่ลำบากค่ะ”
คุณหลวงบอกอย่างจริงใจ “ถ้าลำบาก..จะมาอยู่กับพ่อ…”
แต่พูดไม่ทันจบคำอังศุมาลินหันขวับ มาพูดเน้นคำ “ขอบพระคุณค่ะ...แต่ บ้านของหนูไม่มีใคร” แล้วมองตอบบิดาท่าทีแบบแข็งกร้าว
คุณหลวงชลาสินธุราชเห็นสีหน้านั้น อดรู้สึกเศร้า รู้สึกผิดและเจ็บปวดไม่ได้
คนรถที่ฟังอยู่หน้าสลดลง กบ แก้วแอบทำหน้าชิ ชะ
รถแล่นไปในถนนที่มีต้นไม้ และสองข้างทางเป็นลำคลอง บรรยากาศในรถ เงียบ ไม่เป็นมิตร ออกจะอึดอัด อังศุมาลินนั่งเงียบ ผินหน้ามองไปนอกรถตลอด
คุณหลวงแอบถอนใจ พยายามจะแก้บรรยากาศ จึงเปลี่ยนเรื่องคุย
“แล้วเรื่องเรียนหนังสือ หนู...ขาดเหลืออะไรบ้างไหมลูก”
อังศุมาลินหันมายิ้มอย่างถือดีเย่อหยิ่ง “หนูมีครบทุกอย่างค่ะ”
สีหน้าคุณหลวงเศร้าลงขณะพูดประโยคต่อมา “ทำไมหนูไม่ไปหาพ่อบ้างเลย”
อังศุมาลินชะงัก มองหน้าบิดา ขยับปากจะย้อนประโยคเดียวกัน แต่แล้ว ก็เหลือบมองคนอื่นๆ แล้วหุบปาก นิ่งไป

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 2/2 วันที่ 28 ม.ค. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager






ไม่มีความคิดเห็น: