อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 2/3 วันที่ 29 ม.ค. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 2/3 วันที่ 29 ม.ค. 56

อังศุมาลินชะงัก มองหน้าบิดา ขยับปากจะย้อนประโยคเดียวกัน แต่แล้ว ก็เหลือบมองคนอื่นๆ แล้วหุบปาก นิ่งไป
คุณหลวงชลาสินธุราชอดไม่ได้ แตะมือที่แขนลูก “ถ้าหนูพอมีเวลา ก็ไปหาพ่อบ้างนะ”
อังศุมาลินไม่ตอบ ยิ้มเยือกเย็น หน้าเชิดท่าทีสง่า

รถแล่นเข้ามาจอดเทียบฟุตบาทตรงท่าพระจันทร์ อังศุมาลินหันมาไหว้ลาพ่อ
“หนู...”

ผู้เป็นบิดามองอย่างซึ้งใจ อดไม่ไหว โอบบ่าลูก
อังศุมาลินสะเทือนใจ พยายามฝืนพูดให้เข้มแข็ง “...หนูลาล่ะค่ะ”
“อย่าลืมนะลูก..ไปหาพ่อบ้าง บอกแม่...กับคุณยายด้วย ว่าพ่อคิดถึง ว่างๆ พ่อจะไปกราบเท้าคุณยายท่าน”
อังศุมาลินสบตาพ่อ เหมือนจะร้องไห้ แต่พยายามกัดฟัน ข่มใจ คิดตลอดว่าสิ่งที่พ่อพูดไม่มีวันเกิดขึ้นหรอก แล้วรีบเปิดประตูรถ ก้าวลงมา แล้วหันไปปิดอย่างระวังเบาๆ



“ข้ามรถข้ามเรือ..ระวังๆ ตัวนะลูก”
อังศุมาลินเงยมองหน้าพ่ออีกครั้ง พยายามยิ้มเข้มแข็ง แล้วรีบหันกลับ เดินจากมาแบบไม่เหลียวหลังกลับลำตัวตรงคอตั้ง เย่อหยิ่ง
ทว่าใบหน้าอังศุมาลินยามนี้ มีน้ำตาคลอจนเต็มตา อังศุมาลินรีบก้าวเร็วๆ โดยวางท่าสง่า คุณหลวงมองส่งลูกสาวจนลับตา

กลับถึงบ้าน หลังมองจ้องเสื้อนิสิตที่ติดตุ้งติ้งปกเสื้อ เข็มหน้าอก และใส่กระดุมจุฬาฯ ที่แขวนเตรียมไว้ที่มุมหนึ่ง สีหน้าอังศุมาลินครุ่นคิดตัดสินใจเด็ดเดี่ยว
อังศุมาลินปลดตุ้งติ้ง วางลงในกล่องเล็ก ปลดเข็มอก วางลง จากนั้นปลดกระดุมทีละเม็ดๆ วางลงในกล่องเล็ก ปิดผากล่อง สุดท้ายเด็กสาวม้วนเข็มขัดจุฬาสีน้ำตาล วางลงเคียงกับกล่องเล็กในกล่องใหญ่
อังศุมาลิน ยกมือไหว้ แล้วปิดกล่องใหญ่ อังศุมาลินวางกล่องนั้น ในลิ้นชักเดียวกับที่ไว้อัลบั้มรูป แล้วปิดลิ้นชัก
สีหน้าอังศุมาลินเด็ดเดี่ยวเหมือนตัดใจแล้ว ขณะล็อกกุญแจ

ส่วนตำราต่างๆ ที่วางเรียงซ้อนอยู่บนโต๊ะทำการบ้าน อังศุมาลินเข้ามาเก็บตำราทั้งหมด แล้วเอาไปวางเรียงบนชั้นปนไปกับหนังสืออื่นๆ
ที่อู่ต่อเรือ ตรงหน้าหน่วยพลาธิการทหารตอนสาย มีโต๊ะไม้ยาวตั้งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ริมคลอง บนโต๊ะเป็นพืชผักผลไม้ที่โกโบริซื้อมา วางกองพะเนินอยู่

ตาผลกับตาบัวกำลังสอนให้ทหารรู้จักพืชผักผลไม้ไทย โกโบรินั่งอยู่บนเก้าอี้ยาวด้านหลัง มีเคสุเกะยืนอยู่ใกล้ๆ ทหารคนอื่นๆ นั่งอยู่กับพื้นบ้าง บนโขดหินบ้าง ตามถนัด ทั้งหมดกำลังฟังตาผลกะตาบัวอย่างตั้งใจ
“ต่อไป.. อันนี้ภาษาไทยเรียกว่า...แตงโม”
พวกทหารร้องขึ้น “ซุยกะ (แตงโม).. ตาเอ็งโมะๆ”
พวกทหารพยายามฝึกพูดภาษาไทยอย่างสนุกสนาน ตาบัวเดินยกแตงโมผ่าซีกเดินโชว์ไปรอบๆ
“แตงโม อ่านออกเสียงยาวๆ แตงโม... แตงโม อร่อย กินได้”
พวกทหารรับพร้อมกัน “โออิชิ กินด้าย”
“ใช่ๆ กินได้ กินแบบนี้”
ว่าแล้วตาบัวก็กัดแตงโมคำใหญ่ แสดงสีหน้าชื่นใจ
“มาๆๆ เดี๋ยวข้ากินให้ดูบ้าง”
ตาผลแย่งแตงโมมาจากตาบัว ทำตลกแดก สาธิตวิธีกินแตงโม แล้วก็ผ่าแตงโมแจกจ่ายไปให้ทหาร ทุกคนกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
“ต่อไปๆ แตงกวา” ตาผลบอก
ตาบัวหยิบแตงกวาออกมา เดินโชว์ไปรอบๆ แล้วส่งให้โกโบริกับเคสุเกะคนละลูก
“คิวอูริ (แตงกวา)...แตงกัววว” โกโบริว่า
“ไม่ใช่แตงกัว ไม่ต้องกลัวสิ กลัวคือแบบนี้”
ตาผลทำท่ากลัวลนลานให้ดู
“ไม่ต้องกลัว กินเลย กินได้” ตาบัวบอก
โกโบริทวนคำ “ไม่ต้องกลัว”
โกโบริกับเคสุเกะกัดแตงกวาคนล่ะคำ เคี้ยวกร้วมๆ กรอบๆ เอร็ดอร่อย
โกโบริกะเคสุเกะพูดพร้อมกัน “ไม่ต้องกลัว”
“โซเระวะ” เคสุเกะหมายถึง...แล้วนั่น “อะไรนะ”
เคสุเกะชี้ไปที่ขนุนผ่าซีก ตาผลกะตาบัวมองตาม
“อ๋อ ขนุน” ตาผลบอก
โกโบริถาม “อร่อยไหม กินได้ไหม กินอีกไหม”
ตาบัวชมใหญ่ “โอ้.. เก่งๆๆๆๆ แต่ขนุนนี่คนไทยเขาไม่กินเนื้อหรอก เนื้อเหลืองๆ แบบนี้เขาไม่กิน”
ตาบัวฉีกเนื้อขนุนขึ้นมาเอาใส่ปาก แกล้งทำท่าไม่อร่อย
“แหวะ ไม่อร่อยๆ กินไม่ได้ เขาต้องกินเม็ดมัน เอ้า..ลองดู”
ตาบัวส่งเม็ดขนุนให้โกโบริกับเคสุเกะ พยายามกลั้นหัวเราะ ตาผลแอบขำคิก
โกโบริกับเคสุเกะลองกัดดู แล้วรีบบ้วนทิ้งทันที เพราะทั้งฝาดแล้วแข็ง
“อร่อยไหม กินได้ไหม กินอีกไหม อิ่มหรือยัง”
ตาผลร้องออกมาเป็นจังหวะ ตาบัวขำกลิ้ง
“เอาล่ะ งั้นวันนี้พอแค่นี้ ไหนลองทบทวนดู ทุกคนว่าตามที่ละอย่าง”
ตาผลกับตาบัวชี้สิ่งของไล่ไปทีละอย่าง พยายามทำท่าประกอบ โกโบริพยายามพูดตาม เคสุเกะและทหารคนอื่นๆ ก็ลองพูดด้วย
ตาผลบอก “เอ้า.. อันนี้คนไทย อันนี้คนญี่ปุ่น”
ตาบัวเสริม “คนไทยเรียกยุ่น”
“นี่! อย่าทำให้เสียเรื่องได้ไหม เอ้า.. นี่โต๊ะ นี่เก้าอี้ นี่ผักชี นี่กล้วยไข่” ตาผลบอก

“อันนี้นั่ง อันนี้ยืน อันนี้หัวเราะ ส่วนอันนี้อ่ะ.. ร้องไห้” ตาบัวว่าท่าทีน่าขัน
ตาผลกับตาบัวเริ่มคึก เดินหาของสำรวจไปเรื่อยๆ สายตาลอกแลก

“อันนี้ข้าวสาร อันนี้โกดัง อันนี้ถัง เอ๊ะในถังมันมีอะไร”
ตาผลตาเป็นประกาย
“เออ..มีอะไร” ตาบัวสงสัย
“นั่นสิ..มีอะไร”
ตาผลกับตาบัวเข้าไปทำจมูกฟุดฟิดอยู่ใกล้ๆ ทั้งคู่มองหน้ากันเหมือนคิดแผนการชั่วอะไรได้
“น้ำมัน” โกโบริเอ่ยขึ้น
สองเกลอชะงักไปแป๊ปนึง
โกโบริถาม “ใช่ไหม”
ตาผลกะตาบัวประสานเสียง ทำตลกกลบเกลื่อน “อ๊ะ ใช่ ไฮ้ๆๆๆ”

กลางดึก พระจันทร์ลอยเคลื่อนผ่านต้นหมากต้นมะพร้าวในสวน ท้องฟ้าเมฆครึ้ม
ที่บริเวณคลองข้างอู่ต่อเรือเงียบสงัด เห็นตาผลสวมชุดดำ มีผ้าข้าวม้าคลุมหัวค่อยๆ หย่อนตัวลงจากเรือพายที่จอดไว้ไม่ห่างจากอู่ต่อเรือมากนัก ตาบัวยังคงชะเง้อดูลาดเลาให้อยู่บนเรือ
ตาบัวเห็นภายในอู่ต่อเรือเงียบสงัด ทหารเวรที่เดินยามอยู่ก็เพิ่งผ่านลับสายตาไป
“อ้าว..ลงมาได้แล้ว จะนั่งตาก-ลมอยู่ทำไม” ตาผลเรียก
“น้ำเย็นไหมอ่า...ฉันกลัวไม่สบาย” ตาบัวบ่น
“โอ๊ยย...แล้วไม่กลัวอดตายหรือไง ลงมา” ตาผลด่า
ตาบัวค่อยๆ หย่อนเท้าลงไปในน้ำ พอรู้สึกว่าหนาวก็รีบชักเท้ากลับทันที
“รีบๆ ลงมาสิ เร็วๆ ลงมาแล้วเดี๋ยวก็ชินไปเองแหละ”
ตาบัวลังเลๆ จนตัดสินใจได้ กลั้นใจกระโดดลงน้ำเสียงดังตูม ตาผลโผเข้าไปตบกะโหลกหนึ่งที
“เสียงดัง! อยากให้พวกมันตื่นหรือไง”
จากนั้นตาผลค่อยๆ แหวกว่ายไปในน้ำอย่างช้าๆ ตาผลขึ้นไปบนฝั่งก่อน ตาบัวว่ายตามมาติดๆ เมื่อถึงฝั่งก็ส่งมือให้ ตาผลยื่นมือออกไป ตาบัวดึงตาผลร่วงลงมา ตกน้ำเสียงดังตูม
“เบาๆ สิ อยากให้พวกมันตื่นหรือไง” ตาบัวล้อเลียนผสมแดกดัน

ท่ามกลางความเงียบกลางดึกที่โกดังเก็บน้ำมัน ตาบัวกับตาผลกำลังช่วยกันล้มถังน้ำมัน และค่อยๆ กลิ้งลงมาในคลอง
ตาผลคุยโอ่ “เป็นไงแผนข้า ฉลาดไหม? ข้ารู้ไงว่าน้ำมันมันเบากว่าน้ำ ทำแบบนี้เราจะได้ไม่ต้องเปลืองแรง”
“นี่...แต่ตอนนี้ช่วยเปลืองแรงหน่อยได้ไหม ปล่อยให้ข้าเข็นอยู่คนเดียวเลย” ตาบัวบอกฉุนๆ
ที่ริมตลิ่ง ตาบัวกับตาผลออกแรงกลิ้งถังน้ำมันลงน้ำได้เป็นถังที่สาม
“หนึ่ง...สอง...สาม...พอหรือยัง” ตาบัวถาม
“หนึ่ง...สอง.. สาม...ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เอาอีกสักถังจะเป็นไร สามถังมันหารไม่ลงตัว” ตาผลโลภ
ตาบัวท้วง “ไว้คราวหน้าเหอะ หายไปคราวละมากๆ เดี๋ยวพวกมันจะรู้ตัวซะก่อน”

ตาผลอวดเก่ง “เอาน่าเชื่อข้า ถังสุดท้ายแล้ว...ตามมา”
จากนั้นสองเกลอ ค่อยๆ ย่องไปที่โกดังอีกครั้ง แล้วช่วยกันล้มถังน้ำมันใบที่สี่ลง เข็นไปช้าๆ

ทันใดนั้นเคสุเกะก็เดินสะลึมสะลือออกมาจากห้องพัก ตาบัวกับตาผลตกใจ หยุดกึก ทำตัวต่ำ หมอบราบกับพื้น
ทั้งคู่เอาผ้าขาวม้ามาคลุมหน้าตาให้มิดชิดกว่าเดิม แล้วค่อยๆ กลิ้งถังไปอย่างเงียบเบาและช้าที่สุด
เคสุเกะเดินอ้อมไปอีกทาง เดินข้างต้นไม้ใหญ่ข้างคลอง เพื่อไปฉี่ ตาบัวกับตาผลหลบอยู่หลังเสา รอ และลุ้น
ขณะนั้นเองผ้าขาวม้าที่คลุมหน้าตาบัว ตกลงมาปิดตาทำให้มองไม่เห็น ตาบัวปล่อยมือจากถังน้ำมันเพื่อไปจัดการกับผ้าให้เรียบร้อย
แต่ตอนที่ตาบัวปล่อยมือจากถัง ถังน้ำมันก็กลิ้งลงเนินไปทันที ตาผลก็ไม่สามารถจับไว้ทัน
ถังน้ำมันกลิ้งลงเนินหลุนๆ
“แย่แล้ว..” ตาผลตะโกน “ไอ้บัว! หนีเร็ว”
เคสุเกะที่กำลังยืนฉี่อยู่หายจากการสะลึมสะลือ มองเห็นเหตุการณ์ตาเบิกโพลง
“เฮ้ย! จะมาตะโกนเรียกชื่อกูทำไมวะ เขาก็รู้กันหมดสิ” ตาบัวตะโกนบ้าง...เอาคืน “ไอ้ผลๆๆๆๆ”
ตูม เสียงถังน้ำมันตกลงไปในคลองอย่างแรง
“ช่วยด้วย มีคนมาขโมยน้ำมัน” เคสุเกะร้องเป็นภาษาญี่ปุ่น
ทันใดนั้นก็มีเสียงหวูดเรือดังกังวานขึ้น ไฟฉายหลายดวงส่องสว่างจ้ากวาดไปทั่วบริเวณ เสียงบงการเป็นภาษาญี่ปุ่นดังไปทั่ว
ตาผลกับตาบัวมองหน้ากัน ช็อก!

บริเวณบ้านอังศุมาลินยามเช้าวันนี้ พระอาทิตย์ยังไม่พ้นขอบฟ้าดีนัก ที่ท่าน้ำ หลวงพ่อพายเรือมาบิณฑบาต ทั้งสามคนใส่บาตรเสร็จ ยกมือพนมขึ้นท่วมหัว หลังหลวงพ่อให้พรเสร็จ
อังศุมาลินประคองยายศรลุกขึ้นใส่รองเท้า
จู่ๆ มีเสียงยายเมี้ยนร้องลั่นดังเข้ามา “เจ้าข้าเอ๊ยยๆๆ แย่แล้วๆๆๆ”
แม่อร ยายศร และอังศุมาลินตกใจ
“ยายเมี้ยน อะไรกันอีกล่ะ” แม่อรร้องถาม
ยายเมี้ยนวิ่งหอบแฮกๆ มาตรงท่าน้ำ แล้วชะโงกหน้ามาบอกข่าวด้วยความเหนื่อยอ่อน
“เร็วเข้าแม่อร.. ตะ.. ตาบัว ตาผล จะ...จะโดนพวกญี่ปุ่นฆ่าแล้ว”
แม่อรร้อง “หา”
ยายศรเอามือทาบหน้าอก เพื่อระงับอาการตกใจไว้ บอกข่าวเสร็จยายเมี้ยนออกวิ่งไป ตะโกนบอกชาวบ้านต่อๆ ไปเหมือนคนบ้า
“เมื่อคืนที่อู่คงเกิดเรื่องอะไรขึ้น” แม่อรว่า
“ใช่.. ได้ยินเสียงหวูดดังลั่น น่ากลัวเชียว” ยายเห็นตามกัน
สีหน้าอังศุมาลิน วิตก หวั่นใจ

เวลาต่อมาที่ลานกว้างหลังอู่ต่อเรือ บรรยากาศอึมครึม มาคุ ชาวบ้านที่เป็นคนงานถูกเกณฑ์ให้มาเป็นพยาน รวมถึง กำนันนุ่ม และชาวบ้านคนอื่นๆ ที่มาดูเพราะความอยากรู้อยากเห็น สีหน้าทุกคนดูหวาดกลัว สับสน พลางซุบซิบคาดเดากัน ประมาณเกิดอะไรขึ้น ตาบัวตาผลทำอะไร ขโมยแน่ๆ มันเอาตายแน่ ไม่หรอก ต่างๆ นานาๆ ฯลฯ
ที่ตรงกลางลานยังมีถังน้ำมันสี่ถังตั้งอยู่เป็นของกลาง มีเชือกขึงกั้นเขตต้องห้ามไว้
บานประตูที่ติดกับออฟฟิศทำงานเปิดออกกว้าง ทหารญี่ปุ่นในชุดพร้อมรบหลายคนเดินแถวออกมาคุมเชิงรอบลานกว้างท่าทีจริงจัง
เคสุเกะหิ้วกระป๋องน้ำมันออกมา พร้อมกับทหารอีกคนถือแท่งเหล็กแหลมยาวชนิดใช้ตอกผูกเต็นท์มาหลายอัน พร้อมด้วยขดเชือก
ตาผลตาบัวโดนคุมตัวออกมา แต่งตัวมอมแมม ใบหน้าดูขาวซีด พยายามเหลือบเหลียวมองอย่างอ้อนวอนไปรอบๆ
ยายเมี้ยนเอ่ยขึ้น “ดูสิๆ หน้าตาบัวตาผลอย่างกับผีแหนะ”
แมวสยองแทน “ตาบัวตาผลตายแน่”
“ช่วยด้วย ไอ้แกละ ช่วยด้วย” ตาบัวร้อง
ตาแกละหงุดหงิดที่ตาบัวจะทำให้ตนซวยไปด้วย “ช่วยยังไงวะ ฮึ้ย..เอ็งเป็นใคร ข้าไม่รู้จัก”
“อ้าว” ตาผลอึ้ง หันไปเห็นกำนันนุ่มก็ร้องให้ช่วยอีก “กำนันๆ ช่วยด้วย กำนันจะยอมให้พวกชาติข้าศึกมันมาฆ่าคนไทยต่อหน้ากำนันลงคอเหรอ”
ตาบัวร้องผสมโรง “คนไทยต้องช่วยกันสิ ถ้าไม่ช่วยคนไทย ก็แปลว่าไม่รักชาตินะ กำนัน”
เห็นชัดว่ากำนันเครียด จ้องหน้าตอบแบบดุๆ ตาผลหลบ

โกโบริเดินออกมาจากห้องเป็นคนสุดท้าย ใบหน้าเคร่งขรึม ไม่ยิ้มเลย
ระหว่างนั้นอังศุมาลินวิ่งแทรกฝูงชนเข้ามา แม่อรวิ่งตามมาติดๆ โกโบริหันไปเห็นสองคน สบตากัน แววตาอังศุมาลินเขม้นมองอย่างเกลียดขี้หน้า

โกโบริขบกรามเครียดเคร่ง ขมวดคิ้วดุมากขึ้น เมินจากอังศุมาลิน แล้วเดินมายืนกอดอกดูตาบัวตาผลอยู่ที่กลางลาน

ที่กลางลาน เคสุเกะกับทหารอีกคนช่วยกันตอกเหล็กยาวลงบนพื้นดิน แล้วฉุดกระชากให้เชลยนอนหงาย มัดมือมัดเท้าให้ตรึงติดกับพื้นดินอย่างแน่นหนา
ตาบัวตาผลร้องเอะอะโวยวายอย่างตื่นกลัว โกโบริยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย
ตาผลร้องขอชีวิต “อย่าทำอะไรฉันเลยนะ พ่อคุณ ฉันไหว้ล่ะ”
ตาบัวเอาด้วย “ฉันผิดไปแล้ว ยกโทษให้ฉันเถอะ”
เคสุเกะมัดเสร็จ พูดกับตาบัวตาผลด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ไม่ต้องกลัวๆ”
หลังมัดมือมัดเท้าสองเกลอเสร็จแล้ว เคสุเกะและทหารอีกคนเดินมาโค้งคำนับโกโบริเป็นสัญญาณให้รู้ว่าทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จแล้ว ก่อนที่จะถอยออกไปยืนคอยอีกด้านหนึ่ง
โกโบริหมุนกลับมายืนตัวตรงประจันหน้ากับอังศุมาลินเหมือนจงใจ ก่อนจะประกาศก้อง
“เราทหารญี่ปุ่น ในนามของกองทัพเรือแห่งสมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น และคนไทยสองคนนี้...”
ยายเมี้ยนพูดแทรกขึ้น “ไอ้บัวไอ้ผลมันสอนภาษาไทยให้เขามาพูดประกาศความผิดของตัวเองแท้ๆ”
ตาแกละด่า “ยายเมี้ยนเบาๆ สิ เดี๋ยวก็โดนจับไปอีกคนหรอก”
ยายเมี้ยนรีบหุบปาก
โกโบริประกาศต่อ “ชายสองคนนี้ ได้เข้ามารับราชการอยู่ในกองทัพของพระจักรพรรดิ จึงเสมือนว่าเป็นคนอยู่ในบังคับบัญชาของกองทัพญี่ปุ่นด้วย คนทั้งสองได้ทำความผิดอย่างร้ายแรง โดยลักลอบขโมยน้ำมัน ขโมยน้ำมัน ซึ่งถือเป็นยุทธปัจจัยสำคัญในภาวะสงคราม”
ชาวบ้านได้ยินว่าขโมยน้ำมันก็พากันซุบซิบกันเสียงดังเซ็งแซ่
“การกระทำเช่นนี้ต้องลงโทษให้หลาบจำ และถ้าต่อไปยังกระทำความผิดเช่นนี้อีกต่อไป จะต้องได้รับโทษมากขึ้นเป็นทวีคูณ จึงขอให้พี่น้องคนไทยซึ่งมีสัมพันธไมตรีอยู่กับญี่ปุ่นอย่างแน่นแฟ้น”
ท้ายประโยคหลังโกโบริหันมามองอังศุมาลินอย่างจงใจ

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 2/3 วันที่ 29 ม.ค. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager