อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 3/2 วันที่ 30 ม.ค. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 3/2 วันที่ 30 ม.ค. 56

“บ๊ะ..อะไรวะ ยื่นหนังสือด่วนที่สุด พร้อมกำหนดขอคำตอบในสัปดาห์หน้าไปเลย”
“ครับผม”
โทโมยูกิหัวเสีย เอนตัวพิงพนัก
นายทหารอีกคนยื่นเอกสารเข้ามาให้มาซาโอะ มาซาโอะรับมาดูแล้วรายงาน
“ท่านนายพลครับ ตอนนี้ ที่บ้านโป่งเกิดเรื่องใหญ่ครับ”
“อะไร” โทโมยูกิฉงน

มาซาโอะพยักหน้าให้นายทหารที่ยื่นเอกสารรายงาน
“เมื่อคืนนี้ กองพลทหารรถไฟที่ 9 ประจัญหน้ากับชาวบ้านและตำรวจไทย ทำให้ ทหารเราเสียชีวิต ไป 5 นาย แล้วตอนนี้มีกรรมกรหนีกลับไปหลายร้อยคน ชาวบ้านและทหารไทย กำลังชุมนุมกัน สถานะการณ์กำลังตรึงเครียด ครับ”
โทโมยูกิเกรี้ยวกราด “ทำไมทางการไทยปล่อยให้เกิดเรื่องกับฝ่ายเราอย่างนี้ มาซาโอะ นัดประชุมกับคณะกรรมการผสมเดี๋ยวนี้”
แม่ทัพโทโมยูกิเดือดดาลมาก



เช้าวันต่อมา
ตาบัวลืมตาตื่นเห็นเพดานห้องเบลอๆ นึกแปลกที่ มองไปรอบๆ ห้อง เห็นตาผลนอนแหมบอยู่บนเตียงไม้ สองคนอยู่ในห้องพยาบาลภายในอู่ต่อเรือ
ตาบัวปลุกสุ้มเสียงแหบแห้ง “เฮ้ย ไอ้ผลๆๆ..ตื่นๆๆ ที่นี่... มันที่ไหนกัน สวรรค์หรือ”
ตาผลหรี่ตามาดูหน้าเพื่อน “เอ็งคิดว่าพวกเราเกิดมา ทำแต่กรรมดีขนาดนั้นเลยเหรอวะ”
“แต่..นรกมันน่าจะแย่กว่านี้”
ทั้งสองเกลอหันไป เห็นหมอทาเคดะ ที่กำลังเตรียมยาอยู่
“ไอ้บ้า พวกเรายังไม่ตาย นี่มันก็ค่ายนรกของไอ้พวกยุ่นไง” ตาผลบอก
หมอทาเคดะเดินมาดู ทักทายเป็นญี่ปุ่น
“สบายดีไหม”
ตาผลกะตาบัวกลัวๆ
หมอทาเคดะหันไป ยกเหยือกน้ำสังกะสีมา 2 เหยือกบอกอีก “ดื่มน้ำเข้าไปเยอะๆ”
ตาบัวกะตาผลร้องพร้อมกัน “อ๊าก..ม่าย..ไม่..ไม่เอาๆๆ”
“กลัวแล้ว ชั้นไม่ขโมยอีกแล้วจ้ะ” ตาบัวบอก
ตาผลโวยวาย “คนนะเว้ย ไม่ใช่รถใช่เรือ จะได้ให้กินแต่น้ำมัน”
ตาบัวยกมือไหว้ปลกๆ นึกว่าเป็นน้ำมัน
“อย่าทำอะไรฉันอีกเลยนะจ๊ะ ฉันกลัวแล้ว จะทำไปทำตาผลโน่น คนต้นคิดทั้งหมด”
ตาผลเม้ง “อ้าว...เฮ้ย ทำไมพูดแบบนี้วะ”
ตาผลพยายามเอาตีนยื่นไปถีบตาบัวที่อยู่เตียงข้างๆ โกโบริเดินเข้ามาพอดี มองทั้งสองคน สีหน้าเรียบเฉย ตาบัวกะตาผลเงียบอยู่ในความสงบ
“หมอ ถ้าเขาหายดีแล้ว พรุ่งนี้ก็ให้ไปได้” โกโบริบอกเป็นญี่ปุ่น
หมอทาเคดะร้อง “ไฮ้”
ตาบัวสยอง “ไฮ้อีกแล้ว...มันจะให้อะไรเราอี้กกก...”
โกโบริเดินเข้าไปใกล้ๆ ยื่นหน้าไปหาทั้งสองเกลอ ทั้งสองพยายามเบือนหน้าหนีแหยงๆ ไม่กล้าสบตาด้วย โกโบริพูดยิ้มๆ ขณะถาม
“อร่อยไหม กินได้ไหม กินอีกไหม”
โกโบริหัวเราะเบาๆ ก่อนเดินออกไป
ตาบัวตาผลมองหน้ากันไปมา ไม่กล้าไว้ใจทางวางใจใคร

อังศุมาลินเดินหอบกระจาดผลไม้ที่จะนำไปตลาด ลงไปที่ท่า มาหยุดยืนรอส่งลงเรือตรงท่าน้ำหน้าบ้าน
แม่อรกำลังลงไปจัดแจงกระจาดผัก ผลไม้ต่างๆ ในเรือ ให้เข้าที่
เสียงชาวบ้านตะโกนทักมา อังศุมาลินหันไปทางเสียง
“โอ๊ย..แม่อัง..แม่อังคือหญิงไทยใจกล้า เลือดรักชาติเต็มเปี่ยม น่านับถือจริงๆ”
ชาวบ้านที่พายเรือกันมา 1 ใน 3 คน ร้องบอก ขณะนำเรือมาเทียบผ่านชะลอลำใกล้ๆ
“แหม..วันนั้น ชั้นก็อยากช่วยไอ้บัว ไอ้ผลเหมือนกัน แต่ชั้นมันแก่แล้ว ลูกเต้าก็เยอะ จะให้กล้าหาญแบบแม่อัง มันก็ไม่ได้” ชาวบ้านคนเดิมออกปาก
อังศุมาลินและแม่ ต่างอึ้งๆ อังศุมาลินยิ้มแหยๆ มองหน้าแม่อร
ชาวบ้านคนแรกว่าขึ้นอีก “นี่แม่อังรู้ไหม หนุ่มๆ แถวบ้านน้า ชื่นชอบแม่อังกันยกใหญ่”
ชาวบ้านคนที่สามชมอีก “ผู้หญิงอะร้าย..ตัวนิดเดียว แต่ยังกล้าชนกะไอ้ยุ่นใจทมิฬที่ทำร้ายคนไทย”
คนแรกพยักพเยิด “คราวหน้ามีเรื่องกะพวกมันอีก เดี๋ยวเราจะช่วยเอง”
อังสุมาลินชักอายๆ “ขอบคุณค่ะน้า”
พอดียายเมี้ยน แมว พายเรือสวนทางมา
อังศุมาลินลงเรือ เตรียมตัวจะออกเรือไปตลาดกัน
“แหม เป็นคนดังไปแล้วนะ แม่อัง ยังไงๆก็ระวังตัวเอาไว้หน่อยละกัน เมื่อเช้าเห็นมันมาติดประกาศแสนยานุภาพซะเต็มตลาด สุดท้าย...ท่ามันจะชนะสงครามจริงๆ ใครที่เคยต่อต้านมันจนออกนอกหน้า อาจจะโดนหนักก็ได้นา อีตานายช่างจอมโหดคนนั้น เขาว่ากันว่าเป็นถึงหลานชายแม่ทัพใหญ่เชียว”
ยายเมี้ยนโพนทะนาว่าโกโบริเป็นหลานแม่ทัพโทโมยูกิ
ชาวบ้านฮือฮายกใหญ่ “หลานชายแม่ทัพใหญ่!”
“บ้านเธออยู่ใกล้อู่มันด้วย ระวังไว้ให้ดีเถอะ ไปด่ามันแรงๆ มันจะมาแก้แค้นถึงบ้าน ใครเขาจะมาช่วยทัน” แมวแขวะ
ระหว่างนั้นเรือทหารญี่ปุ่นแล่นผ่านเข้ามาใกล้ มุ่งหน้าจะออกไปสู่แม่น้ำ
“ว้าย นั่นไงๆ มันมากันแล้ว”
พวกชาวบ้านต่างหยุดเสวนา รีบแยกย้ายจ้วงพายเรือออกไป

อังศุมาลินมองไปยังเรือทหารญี่ปุ่น มองเห็นโกโบริยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ในเรือลำนั้น
ขณะเดียวกันที่ “หอการค้าไทย สนามเสือป่า พระนคร” บนโต๊ะภายในห้องประชุม เป็นการเผชิญหน้ากันทั้งสองฝ่าย ระหว่างคณะกรรมการผสมฝ่ายไทย 6-8 นาย และตัวแทนกองทัพญี่ปุ่น 4-6 คน แต่ละฝ่ายมีสีหน้าเคร่งเครียด

จังหวะหนึ่งโทโมยูกิเสียงดังกราดเกรี้ยวขึ้นกลางวง
“ทางการไทยปล่อยให้มีเหตุการณ์เลวร้ายเช่นนี้ หมายความว่า ไทย...ต้องการรบกับญี่ปุ่นใช่ไหม
หมอโยชิทำหน้าที่เป็นล่ามช่วยแปลญี่ปุ่นเป็นไทยทุกถ้อยความไม่ตกหล่น
“ทางการไทยปล่อยให้เกิดเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้ หมายความว่าไทยต้องการรบกับญี่ปุ่น ใช่ไหม”
หลวงชลาสินธุราชเอ่ยขึ้น “ไทยไม่มีความประสงค์เช่นนั้นแน่ ประเทศไทยเป็นประเทศเล็ก มีกำลังพลเพียงน้อยนิด จะไปสู้รบกับญี่ปุ่นที่เป็นเสมือนพี่ชายได้อย่างไร ขอให้เชื่อใจเรา”
ล่ามไทยแปลเป็นญี่ปุ่นถ้อยความเดียวกัน โทโมยูกิมีท่าทีหยิ่งผยอง พอใจในทีท่าของไทย
โทโมยูกิเอ่ยขึ้น “แต่กองทัพญี่ปุ่นไม่อาจยอมรับได้ กับการที่ทหารของสมเด็จ พระจักรพรรดิ มาถูกตำรวจไทยสังหารเช่นนี้”
หมอโยชิแปลเป็นไทย “กองทัพญี่ปุ่นไม่อาจยอมรับได้กับการที่ทหารแห่งสมเด็จพระจักรพรรดิ ถูกตำรวจไทยสังหารครั้งนี้”
สารวัตรองอาจ หันมองมาที่ซาโอะทันที
หลวงชลาสินธุราช “ทางการไทยขอแสดงความเสียใจ ยินดีชดใช้ตามความเหมาะสม”
ล่ามไทยแปลเป็นญี่ปุ่นทุกคำ “ทางการไทยขอแสดงความเสียใจ ขอชดใช้ตามความเหมาะสม”
“เราดีใจที่ได้ยินเช่นนี้ เพื่อศักดิ์ศรีของกองทัพญี่ปุ่น ขอให้นำตัวผู้ร่วมเหตุการณ์ ทั้งหมด ไปประหารชีวิต” มาซาโอะบอกต่อ
หมอโยชิฟังแล้วอึ้ง ไม่สบายใจ แต่ก็จำเป็นต้องแปล “เราดีใจที่ได้ยินเช่นนี้ และเพื่อศักดิ์ศรีของกองทัพญี่ปุ่น ขอให้ทางการไทย นำตัวผู้ร่วมเหตุการณ์ ไปประหารชีวิตทั้งหมด”
พอได้ฟังคณะกรรมการฝ่ายไทยถึงกับอึ้ง สารวัตรองอาจ อึดอัดขึ้นมาทันที ขณะที่หลวงชลาสินฯ มีแววตาขุ่นเคือง ไม่พอใจอย่างสูง แต่พยายามเก็บกลั้น

วันเดียวกันแม่อรเดินพัดวีคลายร้อนด้วยงอบมาตามทางเดินจากท่าน้ำเข้าบ้าน อีกมือหอบกระจาดหลายใบ มีอังศุมาลินที่ถือถุงข้าวของต่างๆ พร้อมกระจาดอีกหลายใบเช่นกันเดินตามหลัง
“ถ้าขายได้แบบนี้เรื่อยๆทุกวัน ก็ดีสิ” แม่อรยิ้มๆ
อังศุมาลินเห็นงามด้วย “นั่นสิคะแม่ ค่อยหายเหนื่อยขึ้นมาหน่อย”
ทั้งสองเดินมาถึงหน้าบันไดเรือน
ทันใดนั้นทั้งสองก็ได้ยินเสียงดังเอะอะมาจากทางสวนหลังบ้าน เสียงทหารญี่ปุ่นเฮฮา เอิ๊กอ๊าก โห่ฮี้วโห่กันดังสนั่น
เสียงยายศรตามมาติดๆ “อย่าๆๆๆ ไม่ได้นะ ไม่ได้ๆ หยุดๆเดี๋ยวนี้!”
อังศุมาลินตกใจ
“คุณยาย.. แม่เร็ว...”
ยังพูดไม่จบประโยค อังศุมาลินทิ้งกระจาดแล้วออกวิ่งไปตามเสียงทันที
“ยัยอัง.. เดี๋ยว.. รอแม่ก่อน”
แม่อรเองก็ทิ้งข้าวของที่ถืออยู่แล้วรีบวิ่งตามไป

ที่สวนหลังบ้าน ยายศรกำลังร้องห้ามพวกทหารญี่ปุ่นราว 10 คน ที่กินเหล้ามาจนเมา กำลังรื้อข้าวของอยู่ในสวน
เข่งที่บ่มกล้วยน้ำว้าไว้กลิ้งอยู่กับพื้น กล้วยเป็นหวีๆ กระจาย บางส่วนถูกเหยียบเละ ยายศรพยายามก้มลงไปเก็บและแยกหวีที่ยังดีๆ อยู่ออกมา มีเปลือกกล้วยที่โดนกินแล้วทิ้งเกลื่อนกลาด
มะพร้าวแก่ ส้มโอ มะนาว ฟักแฟง ฟักทอง ลูกอ่อน ลูกแก่ กระจายเกลื่อน

ทหารกลุ่มใหญ่กำลังตบมือ เชียร์ ร้องเพลงเชียร์ๆ เฮฮากันอยู่ที่โคนต้นมะพร้าว โดยมีเคสุเกะกำลังปีนต้นมะพร้าว แต่ไถลตกลงมาตลอด สุดท้าย ลงมานอนแอ้งแม้ง ลุกไม่ขึ้น
เพื่อนๆ ที่คอยลุ้นเชียร์อยู่ข้างล่างต่างพากันหัวเราะกลิ้ง งอหาย
ทหารญี่ปุ่นคนหนึ่งไปหยิบขวานมาฟันต้นมะพร้าว เพื่อหมายจะเอาลูกมะพร้าวข้างบน พวกทหารญี่ปุ่นสนุก คึกคะนอง บ้างร้องเพลง ร่ายรำระบำพื้นเมืองญี่ปุ่นไปมา
ระหว่างนั้นเห็นรองเท้าทหารเหยียบย่ำไปบนหน่อกล้วยที่เพิ่งเอาลงไปได้ไม่นานหักล้ม
อังศุมาลินวิ่งเข้ามาถึง ตกตะลึงกับภาพที่เห็น พูดไทยปนญี่ปุ่น
“หยุดนะ หยุดๆๆ ฉันบอกให้หยุดได้ยินไหม”
แม่อรวิ่งกระหืดกระหอบตามมาพอดี สีหน้าตกใจอ้าปากค้าง รีบตั้งสติ
“ยายอัง อย่าลูก แม่พูดกับเขาเอง”
อังศุมาลินเดินเข้าไปตวาดพวกทหารไม่ยอม ตะโกนคำญี่ปุ่นออกไป
“นี่มาทำอะไรกัน หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
พวกทหารญี่ปุ่นหัวเราะกันฮาๆ ไม่สน
แม่อรห้าม “ยายอัง! ไปดูคุณยายเร็ว ทางนี้แม่พูดกับเขาเอง”
อังศุมาลินโกรธ ไม่ฟังเสียง ถลาเข้าไปหาทหารคนที่กำลังโค่นต้นมะพร้าว คว้าขวานในมือ แย่งกระชากมา เหวี่ยงกระเด็นไปทางหนึ่ง
เคสุเกะตะกายลุกมา ทำท่าล้อเลียนอังศุมาลิน พวกเพื่อนๆ ทหาร หัวเราะรับ ล้อเลียนสนุก
อังศุมาลินมองรอบตัว แค้นใจ แม่อรรีบวิ่งเข้าไปขวางอังศุมาลิไว้ กลัวจะมีเรื่องบานปลาย
“นี่มันเรื่องอะไรกัน เข้ามาในบ้านฉัน แล้วยังมาทำลายข้าวของอีก ตาย...นั่นมันหน่อกล้วยนี่ ตายๆ หมดกันๆ”
แม่อรกุมหัว หมดปัญญาแล้ว
อังศุมาลินหันไปเห็นยายศรที่กำลังพยายามเก็บพวกผัก ฟักแฟง ที่กระจัดกระจายอยู่กับพื้น จึงรีบวิ่งไปหา
“คุณยาย”
ยายศรเล่าเรื่องให้ฟัง “พวกนี้เมามาก..อยู่ดีๆ ก็เข้ามาที่สวน มาหาของกิน เก็บโน่นเด็ดนี่ใส่ปากไปชิมกัน พูดอะไรก็ไม่รู้เรื่อง ยายไล่ก็ไม่ไป”
“คุณยายไม่เป็นไรใช่ไหม พวกนั้นมันทำอะไรหรือเปล่า”
แม่อรวิ่งเข้ามา ตกใจตกใจ
“แม่.. แม่เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”
“เปล่าๆ”
แม่อรพยุงคุณยายศรให้ลุกขึ้น อังศุมาลินเดินเข้าไป ชี้นิ้วกราดไปทั่ว
“ไปนะ ออกไปพ้นจากบ้านฉันกันเดี๋ยวนี้”
ทหารญี่ปุ่นพากันขำสำเนียงภาษาญี่ปุ่นที่อังศุมาลินพูด
เคสุเกะเริ่มตบมือและร้องเป็นเพลงทำนองสั้นๆ คนอื่นร้องตาม และพากันรำระบำพื้นเมือง ไฮ้ๆ รอบตัวอังศุมาลิน ทำหน้าทะเล้นใส่ เรียกเสียงหัวเราะดังมากขึ้นไปอีก
แม่อรประคองคุณยายอยู่ ทำอะไรไม่ถูก สีหน้าวิตกหนัก
อังศุมาลินแทบร้องไห้หมุนคว้างอยู่กลางวง เสียงทหารญี่ปุ่นตะโกนไล่
“ออกไป ออกไป ไฮ้ ไฮ้ ไฮ้ ออกไป”
ทันใดนั้นก็มีเสียงตวาดดังขึ้น
“มาทำอะไรกัน”
พวกทหารหันมา แล้วเสียงหัวเราะ เสียงตบมือหายเป็นปลิดทิ้ง บรรยากาศเงียบงัน

โกโบริมาพร้อมกับหมอทาเคดะ หน้าตาหล่อใสของโกโบริยามนี้ ดุดัน เคียดขึ้ง
โกโบริกับหมอทาเคดะเดินเลี้ยวตรงเข้ามายังจุดเกิดเหตุ โกโบริดูหน้าเครียดขรึม ขณะที่กวาดสายตาไปรอบๆ เห็นข้าวของกระจัดกระจาย ต้นไม้ในสวนพังเสียหายเป็นแถบ

โกโบริเดินเข้าไป ทหารทุกคนยืนตัวตรง หน้าตรง เงียบกริบ
โกโบริเดินผ่านหน้าอังศุมาลินไปยืนประจันหน้ากับเคสุเกะ เคสุเกะหลบสายตาลงเล็กน้อย
โกโบริจ้องมองหน้าเคสุเกะอย่างดุดัน แล้วใช้หลังมือฟาดลงไปบนใบหน้าอย่างรุนแรง
เคสุเกะเซล้มลงไป แล้วรีบลุกขึ้นมายืนในท่าสำรวมเหมือนเดิม
โกโบริด่าพวกทหารด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด ดัง และรวดเร็วจนอังศุมาลินจับความได้ไม่ทัน
“ทำไมถึงได้ทำเสียเกียรตินักรบของสมเด็จพระจักรพรรดิเช่นนี้ ไม่รักศักดิ์ศรี เอาเสียเลย ทำตัวอย่างนี้ ก็ไม่ต่างจากพวกลักขโมยที่โดนทำโทษไป ..เลวมาก”
สีหน้าทหารทุกคนซีดขาวลงในทันที และไม่มีใครเอ่ยปากโต้แย้งเลยสักคำ
ยายศร แม่อร อังศุมาลินไม่เข้าใจ ได้แต่ยืนฟังอย่างงงๆ
สักพักโกโบริเดินเข้ามาหาแล้วก้มศรีษะลงอย่างอ่อนโยน
“ขอโทษ..ผมต้องขอโทษ-พวกคุณ-เป็นอย่างมาก-สำหรับ-เรื่องนี้”
อังศุมาลินเดินก้าวเข้าไปหา
“ขอโทษเหรอ มันง่ายไปหรือเปล่า”
แม่อรเหนี่ยวแขนรั้งตัวไว้
“อัง... ลูก…”
“เป็นความผิดของผมเอง ที่ปล่อยให้ทหารของผมมาทำเรื่องแบบนี้”
อังศุมาลินฟังโกโบริด้วยสีหน้าเย้ยๆ ไม่เชื่อถือ
“นี่นะ คนที่บอกว่ายึดมั่นในเกียรติ และคำมั่นสัญญา แต่ส่งคนมารังแกหาเรื่องคนแก่กับผู้หญิง”
โกโบริมองตาอังศุมาลิน อย่างขุ่นเคือง
โกโบริพยายามพูดให้ดีที่สุด “ผมขอโทษ-อีกครั้ง-ผม-ขอ-รับ-ผิด เรื่องนี้ผมจะจัดการอย่างยุติธรรรม ผม-สัญญา”
“ดี..ฉันจะยอมเชื่อคนป่าเถื่อนอย่างพวกคุณดู”
อังศุมาลินตอกกลับเป็นคำญี่ปุ่น มองอย่างหยามหมิ่น และดูแคลน
โกโบริอึดอัดเสียไม่ได้

บ่ายแก่ๆ ตรงใต้ถุนบ้าน อังศุมาลิน แม่อร ยายศร นั่งพักที่แคร่ใต้ถุนบ้าน หญิงทั้งสามกำลังเก็บข้าวของ และตรวจดูความเสียหายที่เกิดขึ้น
“เฮ้ออออ.. กล้วยหอม กล้วยน้ำว้า สองเข่ง..ไปหมด” แม่อรบ่น
“นั่นมะพร้าวห้าวที่เก็บไว้ก็เอามาผ่าเล่นกันด้วยเหรอ” อังศุมาลินว่า
ยายศรแทรกขึ้น “เขาคงเที่ยวหามะพร้าวอ่อนกันมั้ง ยายก็ฟังเขาพูดไม่ออก”
“สงสัยจะเมาด้วย เลยสนุกกันใหญ่” แม่อรบอก

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 3/2 วันที่ 30 ม.ค. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager