อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 3/2 วันที่ 30 ม.ค. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 3/2 วันที่ 30 ม.ค. 56

ยายศรแทรกขึ้น “เขาคงเที่ยวหามะพร้าวอ่อนกันมั้ง ยายก็ฟังเขาพูดไม่ออก”
“สงสัยจะเมาด้วย เลยสนุกกันใหญ่” แม่อรบอก
อังศุมาลินฉุนขึ้นมาอีก “นึกจะทำอะไรก็ทำกันตามใจชอบ อยากรู้นักใครจะมาชดใช้ให้เรา”
“ช่างมันเถอะลูก หมดไปแค่นี้ไม่เท่าไหร่”
อังศุมาลินไม่ยอม “ให้น้ำท่วมสวนพังทั้งหมดหนูยังไม่เจ็บใจเท่านี้เลย”

“ดีนะที่แม่อรกับยัยอังมาทัน ไม่งั้นเขาคงโค่นต้นมะพร้าวน้ำหอมของเราไปแล้ว” ยายศรว่า
“ของกินของอยู่แค่นี้จะเป็นไรไป พวกเขาก็คงหิวกันนั่นแหละ” แม่อรดูจะไม่ถือสา
“แม่คะ! ไม่ใช่เรื่องแค่นี้นะคะ...กล้วยนี่ก็ถือเป็นยุทธปัจจัยสำคัญของหนูเหมือนกัน มันอ้างเรื่องน้ำมันได้ หนูก็อ้างเรื่องกล้วยได้”
ยายศรส่ายหัว “ยายคนนี้ล่ะก็ เกลียดใครก็เกลียดอยู่นั่น นิดๆ หน่อยๆ เป็นไม่ได้เชียว แล้วก็ให้มันแล้วกันไปเถอะ”



อังศุมาลินเงียบ
“หนูอยากรู้นักว่าที่มันบอกจะจัดการให้เราน่ะ มันจะทำยังไงอยากนี้ก็เรียกว่าขโมยเขาเหมือนกันแหละ”
ขาดคำของอังศุมาลิน ทหารญี่ปุ่นคนหนึ่ง หน้าตาขึงขังเรียบเฉยวิ่งตรงเข้ามา แล้วชิดเท้า ตะเบ๊ะบอกเป็นภาษาญี่ปุ่น
“เรือเอกโกโบริให้มาเชิญไปที่อู่เดี๋ยวนี้ ครับ”
แม่อรถาม “เขาว่าอะไรน่ะ
“เขาบอกว่ามีคนชื่อโกโบริให้มาเชิญไป”
แม่อรงง “อะไรริๆ ใคร? นี่เราไม่เคยไปมีเรื่องอะไรกับเขานี่”
“คงเรื่องเมื่อเช้ามั้งคะ เรื่องอะไร ทำไม” อังศุมาลินบอกแม่แล้วย้อนถาม
“ผมไม่รู้ แต่ผู้กองโกโบริ เชิญคุณ ไปตอนนี้”
อังศุมาลินฉงน “โกโบริ”
“แล้วก็แล้วกันไป แม่ไม่ติดใจอะไรหรอก บอกเขาเถอะลูก แม่ไม่ว่าอะไรหรอก ขอกันกินยังมากกว่านี้” แม่อรไม่อยากต่อความยาว
“ไปเถอะแม่ หนูอยากรู้เหมือนกันว่าเขาจะว่ายังไง”

อังศุมาลินหน้าตาเยือกเย็น ขณะที่แม่กับยายหวั่นๆ
เวลานั้นลานกว้างที่อู่ต่อเรือ ถูกตีวงไว้ด้วยเชือกเส้นใหญ่เหมือนคราวก่อน คนงานทั้งอู่หยุดงานมาประชุมกันโดยรอบกระซิบกระซาบกันไปมา บรรยากาศมาคุและอึมครึม ดูตึงเครียด หมอทาเคดะ หมอโยชิ และกองทหารตั้งแถวหน้ากระดานยืนรออยู่

อังศุมาลินมองๆ ดูบรรยากาศชะงักเล็กน้อย แม่อรเอื้อมมือเกาะอังศุมาลินไว้แน่น กลัว
“เขาจะทำอะไรเราหรือเปล่าลูก หรือว่า..เราบอกเค้าว่าไม่เอาเรื่อง..แล้วรีบกลับกันเถอะ”
“ไม่ต้องกลัวนะแม่ เราไม่ผิด อีตาโกโบริอะไรจะมาทำอะไรเราได้”
“ก็เดี๋ยวเขาหาว่าหนูไปดูถูกดูหมิ่นอะไรเขาล่ะ.. แย่เลยนะ.. เฮ้อ.. แม่ก็บอกแล้ว จริงๆ หนูก็ไม่ควร” แม่อรตำหนิ
จังหวะนั้นโกโบริเดินออกมาในชุดแต่งกายเต็มยศสีขาวก้าวตรงมาหาอังศุมาลินและแม่อรอย่างเร็ว
“ขอเชิญ...”
โกโบริผายมือเชิญด้วยท่าทางสุภาพนอบน้อมเคร่งขรึม
แม่อรพยายามฝืนยิ้มซีดๆ ใจดีสู้เสือ
โกโบริเดินลงไปที่กลางลาน หันหลังกลับมาพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด
“ในนามแห่งสมเด็จพระจักรพรรดิ
หมอโยชิทำหน้าที่ล่ามแปลญี่ปุ่นเป็นไทยไม่ตกหล่น “ในนามแห่งสมเด็จพระจักรพรรดิ”
อังศุมาลินมองหมอโยชิ
“เรามีความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องเกิดเหตุการณ์อันน่าอับอายขึ้น” โกโบริว่าต่อ
หมอโยชิแปลตาม “เรามีความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ที่เกิดเหตุการณ์อันน่าอับอายขึ้น”
โกโบริ เสียงดัง “ทหารกลุ่มนี้ได้ไปบุกรุกทำลายข้าวของของคนไทย โดยพละการ”
หมอเสียงดังด้วย “ทหารกลุ่มนี้ ได้ไปบุกรุกทำลายข้าวของของคนไทย โดยพละการ”
แม่อร เห็นทหารที่ยืนหัวแถวก็จำได้ว่าเป็นเคสุเกะ คนที่ปีนต้นมะพร้าว เคสุเกะก้มหน้าดูเครียด
“เราจึงขอเชิญทุกท่าน มาดูการพิจารณาโทษอันน่าอับอายนี้” โกโบริเอ่ยขึ้นเสียงดัง
“เราจึงเชิญทุกท่าน มาดูการพิจารณาโทษอันน่าอับอายนี้” หมอโยชิแปลทุกคำ
โกโบริหันกลับ เดินไปยังเหล่าทหารที่ก่อเรื่องตั้งแถวตามระเบียบพักอยู่
“เชิญคุณอร และคุณอังสุมาลิน” หมอผายมือ เชิญให้อังศุมาลินกับแม่ตามไป แม่อรมีท่าทีเกร็งๆ
อังศุมาลินคอยดูแต่ละท่าทีของอีกฝ่าย
ทันทีที่อังศุมาลินและแม่อรเดินผ่าน ทหารก็ส่งเสียงและทำความเคารพกันพรึ่บพรั่บ
อังศุมาลินและแม่อรเดินไปที่โกโบริรออยู่ หมอโยชิตามมา และทำสัญญาณให้สองแม่ลูกอยู่ข้างโกโบริ
ทันใดนั้น เคสุเกะก็ตบเท้าออกมา ชิดเท้า ตะเบ๊ะ รายงาน
“ผมสิบเอก ทานิกาวา เคสุเกะในนามตัวแทนของทหารที่เกี่ยวข้องทุกคน ขอประทานโทษคุณทั้งสอง ที่ก่อความเดือดร้อนให้ครับ”
เคสุเกะตบเท้ากลับเข้าไปในแถว ทหารทั้งแถวก็ก้มหัวคำนับอย่างพร้อมเพรียง
ทหารตะโกนขึงขังพร้อมกันเป็นคำญี่ปุ่น “พวกเราขอประทานโทษ ครับ”
อังศุมาลินมอง สายตาเฉยชา ทำท่าเซ็งๆ เสียงเนือยๆ
“หมดพิธีแล้วสินะ เราจะได้กลับบ้าน”
โกโบริยกมือขึ้นขวางไว้
“เดี๋ยว นี่คือการขอโทษ..ต่อไปจะเป็นการลงโทษ”
อังศุมาลินงง ไม่เข้าใจ มองไปที่หมอโยชิ
หมอโยชิแปล “นี่คือพิธีขอโทษ ต่อไปคือพิธีทำโทษ”
“โทษของการขโมย ไม่ว่าจะคนไทยหรือญี่ปุ่น เหมือนกันหมด โทษนี้เป็นโทษขั้นเบาของผู้กระทำที่ยอมรับสารภาพความผิด”
ทหารอีกกลุ่มยกเอาเข่งที่ใส่กล้วยหอมจำนวนมาเข้ามาวางไว้กลางลาน
“และนี่คือบทลงโทษ...” โกโบริหันไปบอกกับอังศุมาลิน “สัญญาของคนญี่ปุ่น ย่อมเป็นสัญญาเสมอ”
โกโบริจ้องตาอังศุมาลิน อย่างแข็งกร้าว ท้าทาย ปนเจ็บปวด อังศุมาลินงงๆ
แม่อรจับมืออังศุมาลิน ใจคอไม่ดี

ลานกว้างหลังอู่ต่อเรือ เย็นนั้น เห็นเข่งกล้วยหอม กล้วยน้ำว้า ถูกวางเอาไว้กลางลาน ทหารทุกคนนำโดยเคสุเกะ ตบเท้าแยกแถวและวิ่งลงมานั่งขัดสมาธิรอบเข่งกล้วย
“นี่ หมายความว่า…”
ทหารเริ่มจากเคสุเกะ ก้มหน้าก้มตาปอกกล้วยกินอย่างช้าๆ ทุกคนในบริเวณลานกว้างนิ่งเงียบ
ทหารที่ถูกทำโทษปอกกล้วยเอาใส่ปากตัวเองลูกแล้วลูกเล่า ข้างๆ ตัวของทุกคนมีเปลือกกล้วยกองสูงขึ้นทุกที
ทหารแต่ละคน หน้าตามุงมั่น บึกบึน กัดฟันทน กินกล้วยกันต่อไปอย่างแข็งขัน
อังศุมาลินมองดู เริ่มทนไม่ไหว แม่อรปิดตาทนดูต่อไปไม่ได้เหมือนกัน อังศุมาลินทนต่อไปไม่ได้
“พอได้แล้ว หยุด”
ไม่มีทหารคนไหนสนใจหล่อน ทุกคน กิน กิน กิน บ้างเริ่มผะอืดผะอม แต่ก็ไม่หยุดยัดๆๆ
อังศุมาลินเข้าจู่โจมใส่หน้าโกโบริ
“คุณมันบ้า ! ทารุณ! ป่าเถื่อน!”
โกโบริมองกลับ สีหน้าเฉยเมย ไร้ความรู้สึก
“นี่-คือสิ่งที่-คุณต้องการ-ไม่ใช่รึ-ความ-ยุติธรรมไงล่ะ”
อังศุมาลินเถียง “นี่มันวิธีการของคนจิตทรามชัดๆ สั่งให้เลิกเดี๋ยวนี้”
“เลิกไม่ได้”
อังศุมาลินอึ้ง โกโบริใส่ต่อ
“เช่นเดียวกับที่เราเลิกทำโทษคนไทยสองคนนั่นไม่ได้-กฎกองทัพย่อมเป็นกฎ”
อังศุมาลินโกรธ พูดไม่ออก
“คุณเป็นคนโหดร้ายที่สุดเท่าที่ฉันเคยเห็นมา โหดร้ายกับทุกๆ คน แม้กระทั่งคนของคุณเอง”
อังศุมาลินขวางคว้ามือแม่อร
“ไปเถอะค่ะแม่” อังศุมาลินดึงแม่ไปพอหันมา เจอหน้าหมอโยชิที่ยืนอยู่
อังศุมาลินหันเผชิญหน้าหมอโยชิพูดสำทับ “อ้อ..หมอช่วยแปลให้เขาฟังอย่างละเอียดด้วยนะคะ”
อังศุมาลินและแม่ไม่เหลียวหลัง หมอโยชิหันมามองโกโบริ
เห็นโกโบริเชิดหน้า ไม่สนใจ

เคสุเกะและทหารคนอื่นๆ ยังยัดกล้วยไม่หยุด บ้างก็หน้าเขียวไปแล้ว
แสงอาทิตย์ส่องสะท้อนท้องน้ำบอกเวลาเย็นเจียนค่ำ อังศุมาลินกำลังพายจ้วงเต็มแรงด้วยความโกรธ เงียบกริบ

“อย่างนี้เดี๋ยวก็ได้ท้องแตกตายกันหมดหรอก เฮ้อ.. เวรกรรมจริงๆ ทำไมหนูไม่บอกพ่อคนนั้น ล่ะว่าเราไม่เอาเรื่อง ไม่ต้องไปลงโทษอะไรขนาดนั้น บาปกรรมเปล่าๆ ของแค่นี้เข้ามาขอกันกินดีๆ แม่ก็ให้” แม่อรเอ่ยทำลายความเงียบ
อังศุมาลินด่า “คนใจทมิฬแบบนั้น พูดกันไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ”
“หน้าตาก็ดูเด๊กเด็กนะ ไม่น่ามียศขนาดนั้น ชื่ออะไรนะลูก” แม่อรว่า
อังศุมาลินนิ่ง ไม่ตอบ
แม่อรซัก “คนนี้ใช่ไหมที่เค้าว่ากันว่าเป็นหลานชายแม่ทัพ.. เป็นนายช่างใหญ่นี่เล่า พวกทหารถึงได้เกรงกลัวนัก”
อังศุมาลินทำหน้าไม่อยากฟังเรื่องของคนนี้
“รูปร่างหน้าตาก็ดี ไม่น่าจะเป็นคนใจร้าย” แม่อรบอกอีก
“พวกหน้าเนื้อใจเสือยังไงล่ะแม่”
แม่อรถอนใจความรั้นของลูกสาว

เวลาต่อมาคุณยายศร ที่นั่งคุยพลางทำท่าขนลุกหนาวสั่น เอาผ้าห่มมาห่มตัว
“ยายว่า.. เขาก็ทำถูกนะ คนของเราไปขโมยของเขา เขาก็ลงโทษตามวิธีของเขา ถ้าคนของเขามาทำกับเราแล้วเขาไม่ลงโทษสิ มันก็ไม่ยุติธรรม”
อังศุมาลินนั่งปะชุนเสื้ออยู่ได้ยิน แอบทำหน้าไม่พอใจ
“ลองแกไม่ทำอย่างนี้ ใครๆ ก็คงจะนินทาเอา หนูก็อาจจะไปว่าตาโกๆ ริๆ อะไรนี่อีก” แม่อรเรียกชื่อโกโบริผิด
“แต่ยังไงหนูก็เกลียดมันอยู่ดี” อังศุมาลินบอกเสียงขุ่น ตาขวาง
แม่อรเอ็ด “ยายอังนี่! พูดไม่เพราะเลย คำก็มันสองคำก็มัน เขาเป็นถึงนายทหารมียศมีศักดิ์ หนูจะเรียกจิกอย่างนี้จะดูไม่งามนะลูก ตกลงเขาชื่อะไรนะ โกโก..ริ, โกโมริ, โกบุริ”
“โกโบริ” อังศุมาลินตอบสะบัดน้ำเสียงห้วน
“อะไรริๆ นะ โบริ..มะลิ..” ยายศรเรียกไม่ถูกสักที
“ไม่ใช่ค่ะ คุณยาย โก..โบ..ริ” อังศุมาลินบอก
“เออ.. จริงด้วย โกโบริ..จำชื่ออาโก กับดอกมะลิไว้...เอามารวมเป็นชื่อของพ่อนั่น...พ่อดอกมะลิของอาโก...” แม่อรว่า
“ดอกมะลิของอาโก โกมะลิ โก โบ ริ” ยายศรทำท่าหนาวมาก ตัวสั่นเทา
ยายกะแม่หัวเราะเบาๆ
อังศุมาลินแอบทำหน้าเมื่อย
“นั่นแม่หนาวหรือคะ” แม่อรถาม
“มันเยือกๆมาสองสามวันแล้ว” ยายบอก
แม่อรเข้ามาเอามือจับ “ดูเหมือนตัวจะรุมๆ นะคะ แม่”
อังศุมาลินวางมือ มองมาอย่างเป็นห่วง

ภาพชีวิตชุมชนและชาวบ้านริมน้ำยามพลบค่ำ เริ่มคุ้นตาโกโบริแล้ว โกโบริยืนขับเรืออยู่ แสงไฟจากเรือส่องให้เห็นหน้าโกโบริ ขรึม เศร้า เหนื่อยๆ ขณะยกมือปาดเหงื่อ
เรือสีขาวของโกโบริแล่นตัดกระแสน้ำไปอย่างรวดเร็ว
สักพักเครื่องยนต์กระตุก มีเสียงดังสำลักน้ำ 2-3 ครั้ง ความเร็วของเรือก็ค่อยๆ ลดลงจะหยุดนิ่ง
“เอาอีกแล้ว”
โกโบริก้มลงไปซ่อมเครื่องยนต์อย่างที่เคย พยายามติดเครื่องอีกครั้ง แต่เครื่องยังคงไม่ทำงาน
โกโบริลองแก้ไขซ้ำ ลองติดเครื่องใหม่ เรือก็ยังคงสตาร์ทไม่ติด
“ให้ได้อย่างนี้นะ”
โกโบริบ่นคำญี่ปุ่นเซ็งๆ จากนั้นนั่งเฉยๆ ไม่รู้จะทำอะไร รอบข้างเงียบงัน ไม่มีใคร มีแต่แสงไฟจากที่ไกลๆ
โกโบริเอนลงนอนกับพื้นเรือ เอามือหนุนไว้ที่ศีรษะต่างหมอน
โกโบริ มองท้องฟ้ายามค่ำคืน ดาวพราวเต็มฟ้า โกโบริเผลอหลับไป

เรือสีขาวลอยตามน้ำไปเรื่อยๆ จนค่อยๆ ลอยไปติดฝั่ง ในหมู่ไม้ ใกล้ๆ กับต้นลำพูบ้านอังศุมาลิน
บ้านอังศุมาลินยามพลบค่ำตกอยู่ในความมืด ครู่ต่อมาอังศุมาลินจุดตะเกียงเจ้าพายุ แขวนตรงกลางเรือน ให้แสงสว่างทั่วบริเวณ

ในแสงสว่างนั้นเห็นชัดแววตาอังศุมาลิน หมองลง เมื่อนึกถึงวนัสและคำพูดจริงจังก่อนลาจาก
“เขาจะพิสูจน์ให้ตัวเห็นว่า เวลาเปลี่ยนแปลงหัวใจเขาไม่ได้ ไม่มีใครที่เขาจะแต่งงานด้วยได้ นอกจากตัว..อังศุมาลิน”
อังศุมาลินดึงตัวเองกลับมา ถอนใจยาว เศร้า หญิงสาวนึกบางอย่างได้ เดินไปหยิบขิมในห้องออกมา
ครู่หนึ่งอังศุมาลินนั่งพับเพียบลงเปิดขิมออก หยิบไม้ตีมา พนมมือ แล้วลงมือไล่ๆๆ เสียง แล้วเล่นเพลง...ลาวครวญ
แสงไฟจากตะเกียงขับให้อังศุมาลินในเสื้อสีขาวนวล ผ้านุ่งสีเข้ม ดูสวยงามท่ามกลางความมืดสลัว

โกโบริ หลับตาพริ้ม มีหิ่งห้อยค่อยๆ บินมาเกาะที่จมูกโด่งเป็นสัน โกโบริเริ่มรู้สึกตัว เอามือปัด หิ่งห้อยตัวอื่นมาเกาะอีก โกโบริค่อยๆ ลืมตา
โกโบริเห็นต้นลำพูที่มีหิ่งห้อยอยู่เต็ม สวยงาม ระยิบระยับเหมือนหมู่ดาวบนท้องฟ้า
สักพักเสียงขิมดังมาจากที่ไม่ไกลนัก เป็นเพลงลาวครวญ
โกโบริพยายามหันไปหาที่มาของเสียง เห็นเรือนอังศุมาลินพ้นแมกไม้ออกมา มีแสงตะเกียงวูบไหว

โกโบริเดินเรื่อยๆ ไปตามทางเดินของสวน เสียงดนตรีค่อยๆ ดังขึ้นเรื่อยๆ โกโบริเดินมาหยุดตรงชานบันได เงยหน้ามองด้วยความสนเท่ห์ในเสียงดนตรี ไม่รู้ว่าเป็นเสียงขิม แต่รู้ว่าไพเราะ พริ้งพราว หนักเบา ละห้อย เศร้า ซึ้ง
โกโบริห้ามใจไม่ได้ ค่อยๆ ก้าวขึ้นบันไดไปเบาๆ ด้วยความเคารพ ตั้งใจจะจะไม่รบกวนเสียงนั้น
เสียงเพลงกระชั้นถี่ขึ้น เป็นช่วงแสดงอารมณ์เข้มข้น เร้าใจ ใบหน้าโกโบริเงยมามอง แสดงความทึ่ง ชื่นชม
เท้าของโกโบริ ก้าวขึ้นไปๆ บนชานเรือน ในที่สุดโกโบริก้าวพ้นขึ้นมา
ยินเสียงเพลงดังมาจากยกพื้นด้านในบ้าน โกโบริก้าวล้ำเข้าไป ชะโงกหน้าเข้าไปดูในความสลัวของแสง ร่างอังศุมาลินดูเรืองรองอยู่ในมุมนั้น เหมือนภาพวาดฟุ้งๆ เหมือนฝันอันรางเลือน
อังศุมาลินก้มหน้าก้มตา ตีขิมอย่างดิ่งลึกอยู่ในอารมณ์เพลง มือที่ถือไม้ตีขิมว่องไว แม่นยำ นุ่มนวล
โกโบริมองอย่างทึ่ง ตื่นเต้น ชื่นชม เคลิ้มไปกับอารมณ์เพลง
อังศุมาลินเล่นเพลงจบลงพอดี แต่ยังคงเพ่งมองขิม สงบนิ่ง อยู่ในภวังค์อารมณ์ โดยสายตาทอดจับที่ขิม
โกโบริได้สติ ตื่นจากอารมณ์เพลง รู้สึกตกใจ ที่ตัวเองมาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวขนาดนั้น โกโบริจึงตัดสินใจ พยายามหันกลับ ตั้งใจจะย่องลงไปเงียบๆ
เสียงฝีเท้า ในรองเท้าบู้ธ เหยียบบนกระดานที่ดังเอี๊ยด อังศุมาลินชะงัก รู้สึก รีบหันขวับไป เห็นด้านข้างโกโบริในเงามืด ที่กำลังจะก้าวหนี
อังศุมาลินตกใจ “นั่นใคร”
โกโบริรีบหันมา ถอดหมวก โค้งให้อย่างจริงจัง
“ขอโทษครับ -ขอโทษ- ผม ไม่ ตั้งใจ -มา-รบกวน”
อังศุมาลินลุกขึ้นมาทันที มองรอบตัว หาอาวุธป้องกันตัว อังศุมาลิน หันไปเห็นพวกไม้คานสำหรับหาบของ วางพิงอยู่มุมนึง แต่ไม่ใกล้พอ หมายตาเล็งไว้
“เข้ามาทำไม ต้องการอะไร” อังศุมาลินจ้องตาเป๋งที่โกโบริ ท่าทีระแวง
โกโบริพยายามสื่อสารด้วยภาษาไทยช้าชัด “คือ..ผมขับเรือ-เรือเสีย- เรือลอยผ่าน บ้านคุณ-ได้ยิน-เสียง คล้ายๆ-ซามิเซ็ง-ผมชอบเล่น-ซามิเซ็ง -ผม มาดู”
อังศุมาลินพยายามฟังตาม ขณะที่ตามองโกโบริเขม็ง แต่แอบเหล่ ขยับไปใกล้ๆ ไม้คานนั้น
โกโบริมีท่าทีดีใจ ที่เหมือนอังศุมาลินรู้เรื่อง รีบอธิบายต่อ “คุณ-กรุณา ให้ผม-ดู-ดนตรีนั้น-ได้ไหม-ผมอยากเห็น-ใกล้ๆ-ว่าทำไม-เสียงดนตรี -เหมือน-ซามิเซ็ง”
อังศุมาลินเงียบ จับตามองเขม็ง โกโบริยิ้ม ก้มหัวให้อีกที แล้วก้าวจะเข้าไป อังศุมาลินได้ที รีบโดดไป คว้าไม้คานได้ กระชับมั่นในมือ
“หยุดนะ! อย่าเข้ามานะ ไป! ไปเดี๋ยวนี้!”
โกโบริตกใจ ตะลึงกับสิ่งที่เห็นตรงหน้า ทำหมวกหล่นจากมือ
อังศุมาลินเงื้อไม้คาน ยกขึ้นค้างไว้พร้อมโจมตีใส่
“ออกไป ฉันบอกให้ออกไป”
โกโบริอึ้ง “คุณ...”

อังศุมาลินจดสายตามองมายังโกโบริ สีหน้าและแววตาเอาจริงเอาจัง
ตรงชานเรือนตอนค่ำนั้น โกโบริยืนนิ่งตะลึงงัน เผชิญหน้ากับอังศุมาลินที่กำลังจ้องเขม็ง ในมือเงื้อไม้คานขึ้นค้างไว้ พร้อมที่จะสู้

อังศุมาลินตัดสินใจพูดญี่ปุ่น เผื่อว่าจะน่าเกรงกลัวมากขึ้น “ออกไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้ ฟังฉันรู้เรื่องไหม”
โกโบริมองหน้าอย่างทึ่งมากขึ้น
“คุณ..ใจเย็นเย็น”
อังศุมาลินตอบเป็นญี่ปุ่นอีก “นี่บ้านฉัน ไม่ต้องการต้อนรับคุณ ออกไป..ไป”
“ผม ขอ” โกโบริเดินเข้ามาหมายจะเก็บหมวก
อังศุมาลินเสียงดัง “อย่านะ อย่าขยับ”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 3/2 วันที่ 30 ม.ค. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager