อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 4 วันที่ 1 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 4 วันที่ 1 ก.พ. 56

อังศุมาลินตกใจร้องเสียงหลง “อะไรนะ!”
“ทน-เจ็บ- นิดเดียวนะ!”
โกโบริจับนิ้วที่เป็นรอยแดงของอังศุมาลินยื่นไปจี้ลนไปที่ปลายเปลวเทียนทันที
“อ๊าย” อังศุมาลินร้องแล้วรีบชักมือกลับ สะบัดเร่าๆ ด่าเลยทีนี้ “คนบ้าผีทะเล ร้อนนะ..โอยเจ็บจะตาย บ้าจริง”
โกโบริถามหน้าตาจริงจัง
“ดีขึ้น-ไหม-คนญี่ปุ่นเก่า-ใช้วิธีนี้-คืนนี้- คุณอาจปวด- นิดหน่อย-แต่ จะดีกว่าปล่อยเอาไว้”
โกโบริลุกไปเอาถ่านเพิ่มใส่เตา และพัดให้ไฟแรงขึ้น หันมายิ้มให้อังศุมาลิน แล้วจัดการเก็บก้อนถ่านที่กระจัดกระจายให้เข้าที่

อังศุมาลินยังนั่งจับนิ้วที่ปวด แล้วมองไปที่โกโบริ เห็นแผลที่คิ้วผลงานตัวเองก็ละอายใจ
“ขอโทษนะ”


โกโบริหันมามอง งงๆ
“คุณคงเจ็บไม่น้อย”
โกโบริพอจะเข้าใจ เอามือแตะที่คิ้วเบาๆ
“ชั้น..ไม่ตั้งใจจะทำร้าย..แต่ ฉันแค่...”
โกโบริมองหน้า ยิ้มบางๆ “ไม่เป็นไร..ไม่ใช่ความผิด-ของคุณ ผม-ที่ผิด ผม-ที่ไม่ดี..”
โกโบริโทษตัวเอง อังศุมาลินอึ้ง แล้วเมินหน้าไปมองทางอื่น

ครู่ต่อมาแม่อร มองหมอรักษาแม่อย่างหวาดเสียว เป็นห่วง กลัวๆ ทาเคดะกำลังฉีดยาให้ยายศรหลับตา กลัวจนตัวแข็ง

อังศุมาลินจับมือยาย “คุณยาย...อย่าเกร็งนะคะ ปล่อยตัว..สบายๆ นะคะ”
โกโบริคุกเข่า แอบมองอย่างทึ่งๆ
หมอทาเคดะฉีดยาเสร็จ หันมาอธิบายให้อังศุมาลินฟังเป็นคำญี่ปุ่น อย่างเร็ว
“ผมจะให้ยาคนไข้ ไว้ทานวันละสองเม็ด เช้า และกลางวัน”
อังศุมาลินมองหมออย่างเชื่อถือ ตั้งใจฟังมาก แต่จำไม่หมด จึงบอกด้วยเสียงสุภาพ จริงจังเป็นญี่ปุ่น
“ขอโทษนะคะ กรุณาพูดช้าๆ เพราะฉันไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นได้ทุกคำหรอก”
ทาเคดะทำหน้าขำนิดๆ เลิกคิ้ว ประมาณว่า พูดจริงหรือนี่
“หืม..”
อังศุมาลินย้ำชัดๆ เป็นญี่ปุ่น “ฉันแค่พูดได้เพียงบางคำเท่านั้น”
อังศุมาลินและทาเคดะต่างยิ้มให้กันอย่างขำเล็กๆ กับสถานการณ์นั้น แล้วต่างถอนหายใจ ยิ้มสุภาพให้กันไปมา แม่อร มองดูทั้งสองคุยกัน อยากรู้เรื่องด้วย
โกโบริได้จังหวะ ดีใจมาก รีบฉวยโอกาสเสนอหน้า ท่าทีกระตือรือร้นสุดๆ
“เอาอย่างนี้- ผม-จะเป็น-ล่าม-ให้เอง”
อังศุมาลินหันขวับ มองโกโบริอย่างหมั่นไส้ ขวางๆ ว่าอย่ามายุ่งซักเรื่องได้ไหม
แต่ทาเคดะกลับยิ้ม พอใจ รีบหันไปอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่นกับโกโบริอย่างรวดเร็ว เป็นชุดใหญ่
"ยาที่ฉีดให้คุณยาย อาจทำให้เวียนหัว อาเจียนได้ อย่าตกใจ นอนพักก็จะหาย และยาที่ให้ไป กินวันละสองเม็ด เช้ากับกลางวัน แล้วพรุ่งนี้ผมจะมาดูอาการอีกที อาจมาฉีดยาให้อีกครั้ง เพราะคุณยายแก่มากแล้ว”
โกโบริหันมาแปลช้าๆ “ยา-ที่ฉีดให้ ยาย-อาจจะ-ปวดหัว” นึกคำไทยไม่ออก พูดเป็นภาษาญี่ปุ่น “อาเจียน” แล้วพูดไทยต่อ “อย่าตกใจ- นอน-ก็จะหาย ยานี่” หยิบยาขึ้นมา “กิน-วันละสองเม็ด -เช้ากับกลางวัน- พรุ่งนี้...”
อังศุมาลินทำหน้าหมั่นไส้โกโบริ โกโบริยังพูดไม่ทันจบ รีบหันไปแปลให้แม่อรฟังต่อที่เหลือแซงโกโบริ เป็นทำนองว่า เรื่องแค่นี้ ทำเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง
อังศุมาลินบอกแม่เร็วปรื๋อ “พรุ่งนี้หมอจะมาดูอีกทีและอาจต้องฉีดยาคุณยายอีกครั้งก็พอ..เพราะคุณยายแก่มากแล้ว”
โกโบริเหวอค้าง มองอังศุมาลินงงงัน ว่าทำไมมาแย่งหน้าที่ตน
ด้านทาเคดะเห็นว่าอังศุมาลินอธิบายจบ ก็หันไปพูดกับโกโบริเร็วปรื๋อ
"คุณยายควรรับประทานพวกเนื้อ นม เนย ไข่ เพื่อบำรุงสุขภาพ”
โกโบริปากกำลังจะหันมาอธิบายต่อให้แม่อรฟัง
"เรื่อง-อาหาร...”
อังศุมาลินรีบแย่งพูดยังกับเด็กๆ เอาชนะกัน ท่าทางน่าขัน
“ควรจะให้ทานพวกอาหารประเภทเนื้อ นม เนย เพื่อบำรุงสุขร่างกายไปด้วย” พูดไปแล้วคิดได้ว่าของพวกนี้ตนไม่มี อังศุมาลินอึ้งนิดๆ ขณะสบตาแม่อร
แม่อรสบตาตอบ ท่าทางหนักใจ
อังศุมาลินหันไปบอกหมอทาเคดะเป็นภาษาญี่ปุ่น แล้วนึกได้ถึงความขาดแคลนของบ้านตน ท่าทางสำรวมขรึมลงไป “เรื่องอาหาร..เราจะพยายามนะคะ”
โกโบริมองอังศุมาลินอย่างจับสังเกต
อังศุมาลินหันมาเห็นสายตาโกโบริ ก็ทำหน้าหยิ่งใส่ เมินหนีไปอีก

ไม่นานนัก แม่อร เดินมาส่ง โกโบริและทาเคดะที่เชิงบันไดชานเรือน โดยมีอังศุมาลินยืนอยู่ห่างๆ ออกมา โกโบริบอกกับแม่อร ยิ้มให้
“ไปก่อนครับ พรุ่งนี้ ผมจะมาใหม่”
โกโบริโค้ง หมอก็โค้งลา โกโบริมองมาทางอังศุมาลิน
“ขอบใจมากเลยนะจ๊ะ” แม่อรชี้ที่หัวตน บอกประกอบให้เข้าใจ “อ้อ ทีหลัง จะไปไหนกลางคืน ต้องระวังตัวนะจ๊ะ ต้องใช้ไฟฉายส่องดูให้ดี นอกจากจะชนกิ่งไม้แล้ว อาจจะมีงูเงี้ยวเขี้ยวขออะไรก็ได้”
โกโบริยิ้มเจื่อนๆ เหลือบมาดูหน้าอังศุมาลินแว้บหนึ่ง “ขอบคุณครับ” แล้วก้มหัวให้อีก “ทีหลัง ผมจะระวังตัว-มากๆ”
พูดจบโกโบริเหลือบตามามองอังศุมาลินอีก เจ้าของผลงานอังศุมาลินหลบตา
“สวัสดีตอนกลางคืนครับ” โกโบริโค้ง หมอทาเคดะโค้งตาม แล้วทั้งคู่เดินลงบันไดไป
อังศุมาลินมองตามโกโบริไปอย่างเผลอตัว พอดีกับที่โกโบริหันกลับมามองพอดี

อังศุมาลินรีบเมินหนี เชิดใส่ โกโบริเก้อๆ หน้าสลดลงนิดหนึ่ง
พระอาทิตย์ทอแสงลอดผ่านแนวยอดไม้ริมฝั่งคลองบอกเวลาตอนสายๆ ส่วนที่ตลาดตาบัวกะตาผลเดินเกะกะคว้าของกินจากพวกแม่ค้าที่หาบของเดินผ่านมากิน แล้วรีบเดินหนีมา

“พวกมันไม่รู้กันซะแล้ว เล่นกะใครไม่เล่น” ตาบัวโยนของกินอีกชิ้นให้ตาผล
“ใช่ กะใครไม่เล่น” ตาบัวรับของกินมาเข้าปาก “ดันมาเล่นกะ…” กำลังเคี้ยวของกินค้างคำอยู่
“ดันเล่นกะไอ้ยุ่น” ตาผลบอก
ตาบัวสำลักของกิน หันมาตบกะโหลกเพื่อนอย่างฉุนๆ “บ๊ะ ไอ้นี่ เอ็งพวกใครวะ”
“ก็ผลเป็นไงล่ะ กระเดือกเข้าไปน้ำมันเกือบหมดถัง นี่ดีนะ ถ้าไม่ได้แม่อังละก็ข้าว่า เอ็งกะข้าคงได้ไปนอนป่าหลังวัดกันไปแล้ว” ตาผลบอก
“เฮ้ย คนดีน่ะ ตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้” ตาบัวคุยฟุ้ง
ตาผลด่า “ถุย..นี่เงินเอ็งยังเหลือใช่ไหมวะ เอามาให้ข้าใช้หน่อยสิ
ตาบัวโวยวาย “อะไรวะ ข้าแบ่งให้เท่ากันไปครบแล้ว หารสอง..ของใครของมันเว้ย”
จังหวะนั้นหมอโยชิเดินผ่านมาพอดี พร้อมนายทหารติดตามอีก 2 คน
หมอโยชิร้องทัก “นายบัว นายผล”
ตาบัวกะตาผล หันไปเห็นสะดุ้งโหยง พูดไม่เป็นภาษา
“จะ..เจี๊ยก”
“นี่หายกันดีแล้วสินะ”
หมอโยชิทักทายยิ้มแย้ม
“เออ” ตาผลโล่งอกทักกลับ “หมอฟันโยชินี่เอง”
ตาบัวก็โล่ง “โห้ย..ใจนี่ร่วงไปอยู่ตาตุ่ม สบายดีจ๊า หมอก็..ตามสบายนะ”
สองเกลอประสานเสียง “ไฮ้” พร้อมกับโค้ง
“ไฮ้!” หมอโยชิโค้งแล้วยิ้มให้ทั้งสองคน ก่อนจะเดินจากไป
ตาบัวกะตาผลร้อง “ไฮ้ๆๆ” และโค้งส่งตามหมอไป ชาวตลาดมองๆ
ครั้นพอตาบัวเงยหน้ามา เห็นสายตาชาวตลาดมองเขม็ง รีบยืด คุยโว
“เฮอะ นึกว่ากูจะกลัวเรอะ ไอ้ยุ่น ไอ้พวกเลว ศัตรูแผ่นดิน กูต้องเอามันคืนให้สมกับที่บังอาจมาทำกับวีรบุรุษของชาติ”
ตาผลผสมโรง เสียงดัง “ถุยๆๆ เกลียดมันชิบ...ที่ขโมยของอู่พวกมันเนี่ย ก็เพื่อทำลายฟามมั่นคงของกองทัพมันนั่นแหละ ไม่เคยคิดถึงประโยชน์ส่วนตัวเลย คิดถึงแต่ประโยชน์ส่วนรวม เพื่อชาติล้วนๆ เว้ย”
ชาวบ้านคนหนึ่งส่ายหน้า บอก “เหม็นขี้ฟันว่ะ”

ช่วงตอนกลางวันแม่อรเดินมองหาโต๊ะขายนมสดที่ฟุตบาทหน้าห้องแถว ริมถนนหน้าตลาดท่าเตียน
กำนันนุ่มที่รีบเดินผ่านมาพบจึงร้องทัก
“แม่อร มาซื้ออะไร”
“อ้า..กำนัน ฉันมาหาซื้อนมไปให้แม่”
“อ้าว แล้วยายเป็นอะไรไปละ”
“แม่เป็นไข้จ้ะ สงสัยจะเป็นมาลาเรีย”
“แหม คนเฒ่าคนแก่นะ ภูมิร่างกายมันก็น้อยลงเป็นธรรมดาแล้วนี่ไปหาหมงหมอรึยังละ”
“เออ..ก็หมอเขาฉีดยาให้ไปแล้วจ้ะ..เมื่อวาน”
กำนันนุ่มแปลกใจ “แถวบ้านเรามีหมอที่ไหนที่หายาแพงๆ มาฉีดให้ชาวบ้านได้ด้วยหรือ”
“อ๋อ หมอญี่ปุ่นจากที่อู่นั่นแหละจ้ะ..พอนายช่างคนนั้นเขารู้ว่าแม่ไม่สบาย เค้าก็พาหมอมาดู ก็ไม่นึกเหมือนกัน..ว่าเขาจะใจดี”
ฟังแม่อรบอก กำนันนุ่มชะงักอึ้งไปหน่อย แล้วก็ค่อยๆ ยิ้มออกมา “อืม..อย่างนั้นเหรอ ก็ดีๆ บ้านใกล้เรือนเคียงขนาดนั้น ถ้าเขาไม่ดีกับเรา..ก็คงลำบากแย่”
แม่อรถอนใจ “ก็หวังว่าจะดีต่อกันไปเรื่อยๆ ก็แล้วกันนะ..เฮ้อ..สงครามนี่มันทำให้เราขัดข้องไปเสียหมดเลย...แล้วนี่กำนันมาทำอะไรจ๊ะ”
“ก็มาเจรจากับพ่อค้าคนกลางที่จะไปตีเหมามะม่วงอกร่องที่สวนหน่อย.. ไว้พรุ่งนี้จะแวะไปเยี่ยมยาย ..บอกแกว่าฉันบอกให้หายไวๆ”
“ขอบใจจ้ะ” แม่อรรีบเดินไปหาของจะซื้อต่อ
กำนันนุ่มเดินไปนิด แล้วหยุด หันไปมองแม่อร ทั้งสงสาร และห่วงใย

แม่อรเดินหาของที่จะซื้อ แล้วมองเห็นแผงขายนมวัวสดอยู่ข้างๆ ร้านหนังสือ แต่มองไม่เห็นคนขาย จึงหันจะไปถามร้านข้างๆ
หลวงชลาสินธุราชในชุดเครื่องแบบเต็มยศ กำลังยืนดูหนังสือที่ร้านขายหนังสือพิมพ์พอดี
“หนังสือสารเสรี ฉบับสัปดาห์นี้ขายหมดแล้วหรือ” คุณหลวงถามขึ้น
“ไม่มีแล้วเจ้าค่ะท่าน” แม่ค้าตอบ
คุณหลวงฉงน “ไม่มี..ยังไงกัน”
“ตำรวจเขาให้เก็บไปหมดแล้ว ไปด่าพวกญี่ปุ่นเข้าล่ะสิเจ้าคะ” แม่ค้าว่า
“อ้าว..ยังงั้นหรือ”
แม่อรไม่ได้สนใจหลวงชลาสินธุราช และไม่ทันได้มองด้วยซ้ำขณะถาม “ป้าคะ อาบังขายนมสดต้ม..ไปไหนเสียละ”
แม่ค้าไม่ตอบยังติดพันยื่นหนังสืออีกเล่มให้คุณหลวง “เอาเล่มนี้แทนสิเจ้าคะ เล่มนี้ดี สนับสนุนรัฐบาลกับญี่ปุ่น” แล้วจึงหันมาทางแม่อร “เดี๋ยวนะจ๊ะ อาบังไปกินข้าวจ้ะ เดี๋ยวคงมา”
หลวงชลาสินธุราชหันมาทางแม่อร มองอยู่ครู่หนึ่ง ท่าทีอึ้งๆ
“อร…”
แม่อรเพิ่งเห็นว่าเป็นใคร นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบทำสีหน้าและน้ำเสียงให้ปกติ
“คุณหลวง”
“สบายดีนะ” คุณหลวงสินธุราชถามไถ่อดีตภรรยา
จังหวะนั้นคุณนายจิต และ แก้ว กับกบ ที่แต่งตัวอย่างหรูหรา เหมือนกำลังจะไปงานที่เป็นทางการ และกำลังนั่งนั่งรออยู่ในรถ ตรงที่จอดฝั่งตรงข้าม คุณหลวงแวะจอดเพื่อซื้อหนังสือ
แก้วหันมาเห็นพ่อคุยกับแม่อรพอดี
“คุณแม่คะ ดูนั่นค่ะ”
คุณนายจิตหันไปเห็นคนทั้งสอง ฉุนขึ้นมาทันควัน เปิดประตูลงจากรถ รีบเดินข้ามถนน ตรงเข้ามาหาหลวงชลาสินธุราช
“ว่าไงคะ หนังสือพิมพ์ ได้หรือเปล่า”
“ไม่มีจ้ะ ถูกปิดไปเสียแล้ว”
“แล้วมัวโอ้เอ้ทำอะไรอยู่ล่ะคะ” คุณหญิงจิตหันมามองแม่อร “อ้อ บังเอิญเจอคนรู้จักพอดีหรือคะ แต่คงไม่มีเวลาคุยกันแล้วล่ะค่ะ เพราะเราต้องรีบไปงานกัน งานสำคัญ สำหรับแขกผู้ดีมีเกียรติ และคนในรัฐบาลทั้งนั้น ไม่ควรจะไปถึงช้านะคะ จะเสียมรรยาท”
แม่อรนิ่งอึ้ง เชิดหน้าขึ้น มองคุณหลวงและเมียอย่างเยือกเย็น แขกขายนมกลับมาพอดี
“ซาลามๆ จะซื้อนมแบบไหนจ๊ะนายจ๋า”
แม่อรกระพริบตา ตั้งสติ แล้วหันไป ยิ้มนิดๆ “เออ ขอนมวัวต้มสองขวดจ้ะ แบบไม่ผสมน้ำตาลนะ”
สั่งเสร็จแม่อรยืนตัวตรง มาดเชิด พยายามทำทุกอย่างให้เป็นปกติ ไม่หันไปสนใจหลวงชลาสินธุราชอีก คุณหลวงจำต้องเดินไปกับเมีย แต่ไม่วายลอบเหลียวมามองอดีตภรรยา

ฟากแม่อรไม่ยอมหันมาเหลือบแลอีกเลย
ไม่นานต่อมาแม่อรนั่งเรือข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยาจากฝั่งพระนครกลับบ้านสวนฝั่งธนบุรี ในมือถือตะกร้าใส่ข้าวของจากตลาดอยู่เต็ม

ข้างๆ แม่อรไม่ไกลนัก มีนักเรียนนายเรือกับแฟนสาวคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข
แม่อรมอง แล้วเมินหน้าไป เหม่อมองไปตามกระแสน้ำที่ถูกแหวกเป็นลูกคลื่นขณะที่เรือแล่นข้ามฝั่ง

“โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง พระนคร พ.ศ.๒๔๘๕”

รถรางคันหนึ่งวิ่งส่งเสียงสั่นกระดิ่งผ่านไป มีประชาชนโดยสารเต็ม ที่ด้านหน้าโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง ตอนบ่าย เห็นป้ายขนาดใหญ่เป็นรูปกองทัพทหารญี่ปุ่น และฝูงเครื่องบิน
ผู้คนมากมายคับคั่ง เต็มไปด้วยเหล่าข้าราชการไทย ทั้งแม่ทัพนายกอง ทหาร ตำรวจ รวมทั้งหลวงชลาสินธุราช และครอบครัว คุณนายจิตทักทายคนนั้นคนนี้ด้วยมาดอันสง่า รู้จักคุ้นเคยคนใหญ่คนโตไปหมด ลูกๆ สองคน ทำตัวสวยงาม น่ารัก ยิ้มแย้ม ไหว้คนนั้นคนนี้กันไป

ระหว่างนั้นคณะของญี่ปุ่นมาถึง โดยมีแม่ทัพโทโมยูกิ มาซาโอะ โกโบริ หมอโยชิและทหารติดตามอีก 2-3 คน
“นั่น มันมากันละ” คุณหลวงมองพวกญี่ปุ่น กระซิบกับเพื่อนทหารไทย
“ตกลงเรื่องที่พวกเราไปเล่นงานพวกทหารคุมรถไฟของมันบ้านโป่ง มันเอายังไง” เพื่อนทหารสงสัย
“มันไม่ยอมหรอก..มันทำหนังสือประท้วงไปที่ท่านนายกแล้ว มันจะเอาเรื่องให้ได้” คุณหลวงบอก
“เราตายไปตั้ง 5 คน มันคงนึกว่าเราคงกลัวพวกมัน…แล้วนี่บังคับให้มาดูหนังของพวกมัน หนังอเมริกันห้ามฉาย ข้าราชการพลเรือน อีกหน่อยมันก็คงบังคับให้พวกเราพูดภาษามันนั่นละ นี่ ทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร ป้ายเป้ย ของพวกมันก็เต็มบ้านเต็มเมืองไปหมดแล้ว คิดแล้ว ผมละอยากขอไปนั่งดู จำอวดหน้าม่านคั่นละครเพลง ที่ศาลาเฉลิมไทยคงสนุกกว่า” เพื่อนนายทหารบ่นเป็นหางว่าว
“คุณพี่คะ คนไหนคะแม่ทัพหน่วย” คุณหญิงจิตถาม
“คนมีหนวดยืนตรงกลางนั่นละ” คุณหลวงบอก
“คนหนุ่มๆ เด็กๆ ที่ยืนข้างซ้าย เป็นหลานชายแม่ทัพ เพิ่งย้ายมาจากพม่า” เพื่อนทหารบอกอีก
หลวงชลาสินธุราช สังเกตมองโกโบริที่ยืนอยู่ข้างๆ แม่ทัพโทโมยูกิ โกโบริซึ่งมีแผลที่คิ้วกำลังตกสะเก็ด มองมาพอดี โกโบริมองหน้ากลุ่มคนไทยอย่างสนใจ ก่อนจะก้มหัวให้อย่างสุภาพ
พวกคนไทยอึ้งๆ กัน สบตากันนิดๆ แล้วหันไป ก้มหัวตอบ
โกโบริพูดกระซิบกับหมอโยชิเป็นภาษาไทย “คนไทย-คงไม่อยากดูหนัง-ที่มีคนญี่ปุ่น-รบเก่ง ชนะที่นั่น ชนะที่นี่ ทำไม-ไม่ให้-เขาดูหนัง-ประเทศญี่ปุ่น-ที่มี-ธรรมชาติสวยงาม มีเพลง มีนักแสดงสวยๆ -เรื่องสนุก- หัวเราะกัน ยิ้มกัน”
“คนไทยหลายๆ พวก ยังคอยหาโอกาสทำร้ายพวกเราเสมอ ท่านแม่ทัพอยากให้พวกเขาเห็นว่า กองทัพญี่ปุ่นยิ่งใหญ่ขนาดไหน เขาจะได้เกรงกลัว ไม่กล้าสู้กับเรา” โยชิก็ตอบกลับเป็นภาษาไทย
โกโบริท้วง “ไม่จริงหรอก- หมอโยชิ ผมเชื่อว่า คนเรา -สู้กัน -เพราะความกลัว ความกลัว ทำให้เกลียดชัง -จน-ต้อง-ทำร้ายกัน ทั้งๆ..ไม่ได้ตั้งใจ” พูดไปพูดมาโกโบริเผลอเอามือแตะแผลตน
หมอโยชิมองมา โกโบริรีบเอามือลง แล้วยิ้มให้
“พูดอะไรกัน ทำไมไม่พูดญี่ปุ่น” โทโมยูกิเอ็ด
“อยู่เมืองไทย พูดภาษาไทย คนไทยจะได้รับเราเป็นเพื่อนไงครับ” โกโบริว่า
โทโมยูกิ หัวเราะลั่น “คนไทยหรือจะเห็นเราเป็นเพื่อน เรารุกรานเขา เขาก็ต้องเกลียดเราอยู่แล้ว”
โยชิพูดกับโกโบริเป็นภาษาไทย “คนไทย ชอบยิ้ม พูดว่าไม่เป็นไร แต่ความจริง..ไม่ใช่อย่างที่เราเห็น”
“แต่ถ้าเราดีกับเขาให้มากๆ เขาก็ต้องดีกับเรา”
โกโบริตอบแล้วเดินไป โยชิตามมาด้วย เข้ามาในหมู่คนไทย
พวกของหลวงชลาสินธุราชอึ้งๆ
ทหาร1 (กระซิบกัน)แย่ล่ะ ไอ้ทหารคนแก่มันเคยเป็นหมอฟันอยู่ที่นี่ เผลอนินทาไปมากมาย มันจะรู้เรื่องอะไรหรือเปล่า
โกโบริ กับหมอโยชิมาถึง
“สวัสดีตอนบ่ายครับ ทุกคน” โยชิทักทาย
ทุกคนตรงนั้นทักตอบเป็นคำญี่ปุ่น “สวัสดีตอนบ่ายๆๆ”
“ผม หมอโยชิ เป็นหมอฟันครับ นี่ร้อยเอกโกโบริ เป็นนายช่างต่อเรือ เราดีใจ ที่ได้พบทุกคนครับ”
โกโบริโค้งทุกคนเป็นรายตัวเอ่ยทักเป็นคำไทย “สบายดีไหมครับ สบายดีไหมครับๆๆ”
ทุกคนตรงนั้นรีบโค้งตอบ ทำเสียงแข็งขัน “สบายดีครับๆ” / “สบายดีค่ะ”
“ชอบดูภาพยนตร์กันไหมครับ” โกโบริถาม
“ชอบดูครับ” คุณหลวงตอบ
ทุกคนตอบเอาใจ หน้าตายิ้มแย้ม “ชอบดูครับๆๆ” / “ชอบมากเลย”
โกโบริยิ้มแย้มแจ่มใส พยักหน้ารับ
คุณนายจิตแอบกระซิบหลวงชลาสินธุราช “พวกนี้พูดไทยเก่งทั้งนั้นเลยนะคะ”
“ไอ้หมอฟันมันเป็นจารชน ไอ้พวกโกหกลวงโลก ไอ้พวกนี้แหละ ที่มันเขียนแผนที่ บอกทางหนีทีไล่ รายงานความเป็นไปในบ้านเรา ให้หัวหน้ามันรับรู้ ก่อนจะตัดสินใจบุกเมืองไทยของเรา” คุณหลวงกระซิบตอบ น้ำคำสำเนียงขุ่นเคืองมาก

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 4 วันที่ 1 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager