อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 4/2 วันที่ 2 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 4/2 วันที่ 2 ก.พ. 56

รายงานความเป็นไปในบ้านเรา ให้หัวหน้ามันรับรู้ ก่อนจะตัดสินใจบุกเมืองไทยของเรา” คุณหลวงกระซิบตอบ น้ำคำสำเนียงขุ่นเคืองมาก
จังหวะนั้นมีเสียงญี่ปุ่นหัวเราะลั่นดังเข้ามา
หลวงชลาสินธุราชสอดส่ายสายตา มองแล้วชะงักกึก เมื่อเห็นคณะของแม่ทัพโทโมยูกิกำลังพูดคุยเฮฮากันเสียงดัง และมีสารวัตร-องอาจ ในเครื่องแบบเต็มยศ กำลังพูดคุยเอิ๊กอ๊ากๆ อยู่กับมาซาโอะ จับมือ ตบหลังตบไหล่กระซิบกระซาบหยอกล้อกัน

คุณหลวงเหลียวมองความสนิทของมาซาโอะกับสารวัตรอย่างไม่วางตา

ภายในโรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมกรุง พระนคร บ่ายวันนั้น



ภาพข่าวแสดงแสนยานุภาพกองทหารญี่ปุ่นในสมรภูมิต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นการรบชนะในหลายๆ ดินแดน โดยมีเสียงบรรยายประกอบเป็นภาษาไทย ฉายอยู่บนจอในโรงภาพยนตร์
โทโมยูกินั่งดูอย่างภูมิใจ ข้างๆ มีโกโบริและหมอโยชินั่งด้วย ที่โซน royal box และทหารญี่ปุ่นอีก 2-3 นาย
โทโมยูกิ หันมาหัวเราะร่าเริง “เป็นยังไงล่ะ พูดไทยกับพวกเขา แล้วเขาชอบเรามากขึ้นไหม”
“ผมเชื่อว่า เรื่องแบบนี้ คงต้องใช้เวลา ถ้าเราทำดีอย่างจริงใจกับเขา ซักกันเราต้องชนะใจเขาจนได้” โกโบริตอบ
โทโมยูกิสบตากะโยชิ แล้วหัวเราะ

อีกฝั่งหนึ่งหลวงชลาสินธุราช นั่งดูไปเงียบๆ กับลูกเมีย หนังข่าวช่วงแรกจบลง ภาพมืดลง เสียงดนตรีบรรเลงสดดังขึ้น
ตรงบริเวณใกล้กับมุมข้างเวทีจอฉายภาพยนตร์ มีวงดนตรีจากกรมโฆษณาการกำลังบรรเลงดนตรี สลับฉาก มีนักร้องหญิงแต่งกายสวยงามเป็นหมู่ กำลังขึ้นเสียงร้องเพลงใต้ร่มธงไทย ซึ่งเป็นบทเพลงที่ครูเอื้อ สุนทรสนาน แต่งขึ้นเพื่อเอาใจญี่ปุ่น โดยการใช้ทำนองเพลงพื้นเมืองญี่ปุ่นมาผสม
หลวงชลาสินธุราช ดูดนตรี พลางสลับเหล่คณะของพวกญี่ปุ่น ที่มีสารวัตร-องอาจ นั่งคุยกระซิบกระซาบ ยิ้มแย้มอยู่กับพันโทมาซาโอะ
ทหารที่นั่งอยู่ข้างๆ คุณหลวงชลาสินธุราช สังเกตเห็นตามที่คุณหลวงมองอยู่เช่นกัน
“นั่นพันโทมาซาโอะ มันคุมพวกสารวัตรแคมเป ไอ้สารวัตร-องอาจเป็นตำรวจไทย ที่คงจะทำงานรับใช้พวกแคมเปแน่ๆ” ทหารคนนั้นเอ่ยขึ้น
“ไม่มีพวกไล่ล่ากลุ่มไหนที่โหดเท่าไอ้พวกแคมเปอีกแล้ว มันก็คือพวกหมาป่า ที่ไล่ล่าทุกคน ที่มันได้กลิ่น..ว่าจะทำอะไรที่เป็นปรปักษ์กับญี่ปุ่น คงจะมีไอ้องอาจเป็นสุนัขรับใช้คอยรายงานนี่เอง”

หลวงชลาสินธุราช ยังคงมองคนทั้งสอง อารมณ์เคืองๆ เครียดๆ
แม่อรนั่งเหม่อจนเรือโดยสารในคลอง พายมาเทียบถึงศาลาท่าน้ำบ้านแล้วยังไม่รู้ตัว

“แม่อร แม่อร ถึงแล้วจ้ะ” นายท้ายเรือเรียก
แม่อรรู้สึกตัว มีอาการตื่นจากภวังค์ “อ้อ..จ้ะๆ ขอบใจจ้ะพ่อสิง”
“นึกว่าไม่ลงเสียแล้ว แหม...” นายท้ายเรือแซวขำๆ
แม่อรหิ้วของ รีบก้าวขึ้นมาบนฝั่ง หันไปยิ้มให้นายท้ายเรือ แล้วหันไปยังบ้าน แม่อรหยุดยืนถอนหายใจเศร้าๆ แล้วเดินตรงไปที่เรือน

ขณะที่แม่อรเดินใจลอยก้มหน้ามองต่ำตามทางมาจนถึงหน้าเรือน จู่ๆ ก็มีเสียงหมาเห่าดังโฮ่งๆ มา แม่อรแปลกใจ รีบเงยไปดู
จึงเห็นว่าที่หน้าบันไดบ้านเวลานั้น หมาเฝ้าสวน 2 ตัว รุมเห่าเคสุเกะ กับลูกน้องอีกสองนายที่หอบถุงขนาดใหญ่ใบโตมากัน คนละถุง ในสภาพที่ต่างคนต่างเหงื่อตก กระโดดหลบตัวหลบขึ้นไปอยู่บนขั้นบันไดขั้นบนๆ ต่างกลัวหมากัด
พอเคสุเกะเห็นแม่อรก็ดีใจมาก
“มาแล้ว ไฮ้..ซาหวัดดีคั้บ” เคสุเกะออกเสียงเน้นคำหนักแน่นแบบทหาร “ช่วยผม-ด้วยครับ”
แม่อรตกใจ “อะไรกัน..นี่มาทำอะไรกันอีกล่ะ”
เคสุเกะหน้าเสีย ส่งยิ้มฟันขาวให้อย่างงาม

บรรดาถุงเสบียงทหารใบโตทั้งสามใบ ถูกวางลงบนชานเรือนเรียงกัน เคสุเกะปาดเหงื่อหนึ่งทีและเงยหน้ามายังคงยิ้มหวาน แม่อรเดินเข้ามาดูใกล้ๆ
“เอ่อ..ตกลงนี่ของใคร เอามาให้ใครกันพ่อคุณ”
เคสุเกะร้อง “ไฮ้…”
แม่อรมึนตึ๊บ “เฮ้อ จะรู้เรื่องกันไหมเนี่ย” พลางหันไปมองรอบๆ “ยายอัง.. ลูกสาวฉันก็ไม่อยู่”
แม่อรมองกลับมายังคงเห็นเคสุเกะยิ้มหวานให้ไม่รู้ไม่ชี้เหมือนเดิม
แม่อรตรงเข้าไปเปิดถุงออก เจอซองจดหมายสีขาว จึงเปิดซองออกดึงกระดาษออกมา พลิกดู
“โอ้ นี่ ภาษาอะไรก็ไม่รู้ ฉันอ่านไม่ออกหรอก ต้องให้ลูกสาวฉันมาอ่าน”
แม่อรบ่นพลางล้วงของในถุงออกมาวาง เป็นอาหารกระป๋องชนิดต่างๆ มากมายถูกออกมาวางเรียง
“แล้วมันอะไรกันบ้างจ๊ะ” แม่อรชี้ไปที่เครื่องกระป๋องเหล่านั้น
เคสุเกะยิ้มเหมือนเดิม มองเหมือนเข้าใจที่แม่อรถาม จึงเดินเข้ามาอธิบายชี้ใกล้ๆ
“โซเซจิ ชิซู ฮามมา...” เคสุเกะบอก
แม่อรงงอยู่นั่น “หา แล้วมันอะไรละ ซูๆ เซๆ”
เคสุเกะยิ้ม พยักหน้าเหมือนดีใจ
“คือกินแล้วมันโซเซๆ เหรอจ๊ะ” แม่อรคิดๆ แล้วว่า “ก็เหล้านะสิ แล้วเอาเหล้ามาทำไมจ๊ะ”
เคสุเกะยิ้มแหย หันไปสบตาเพื่อนๆ ทุกคนยิ้มตอบ ส่ายหัว เคสุเกะเกาหัวหมดปัญญา ลุกขึ้นจะลากลับ
“อ้าว จะไปแล้วเรอะจ๊ะ ขอบใจมากนะ พ่อหนุ่ม ฝากบอกพ่อโกมะลิเขาด้วย”
เคสุเกะหน้าเอ๋อเหรอ
แม่อรมองหน้าเคสุเกะ เริ่มจำได้
“เอ นี่เธอ ที่มาเต้นระบำรำฟ้อนล้อเลียนยายอังวันนั้นนี่ ฉันจำได้ละ เป็นยังไงโดนทำโทษไป หายดีแล้วหรือยัง เอาละ มานี่”
ว่าพลางแม่อรเดินไปทางข้างครัวที่มีลูกมะพร้าวอ่อนวางอยู่หลายทะลาย แล้วชี้ให้เคสุเกะ 4-5 ทะลาย และกล้วยหอมอีกหลายหวี
“กล้วยหอมนี่..เธอคงไม่อยากกินแล้วสินะ งั้นเอานี่ เอาไปฝากพวกเพื่อนๆเธอนะ มะพร้าวน้ำหอมนะ..ทีหลังก็ไม่ต้องไปโค่นต้นมะพร้าวใครเขาอีกละ เอ้า เอาไป”
เคสุเกะตกใจ รีบโบกมือปฏิเสธ ถอยๆ
“เอาไปเถอะ ฉันให้พ่อโกโบริเขาคงไม่ว่าอะไรหรอก” แม่อรว่า
แม่อรส่งมะพร้าวให้ทหารแต่ละนายคนละทะลาย
เคสุเกะ จำใจ ต้องรับมะพร้าวไว้
“ขอบ คุณ คั้บ”
เคสุเกะและพวกทหารทำความเคารพเป็นการใหญ่ อาริงาโตะ ไฮ้ๆๆ แม่อรยิ้มขำ

น้ำในลำคลองไหลเรื่อยไป พระอาทิตย์ยามบ่ายแก่ๆ ส่องแสงสะท้อนในคลองวิบวับ
อังศุมาลินถือตะกร้าไข่ไก่ขึ้นมาบนเรือน ถอดงอบออก แลไปเห็นแม่อรนั่งทำอะไรบางอย่างอยู่ จึงพยายามเดินย่องเข้าไปข้างหลังกะจะไปแกล้งจ๊ะเอ๋ให้แม่ตกใจ
อังศุมาลินเข้าไปใกล้ จนเห็นว่าแม่อรกำลังดูข้าวของเครื่องกระป๋องเรียงราย ก็ชะงัก เปลี่ยนใจไม่แกล้งแม่อรแต่หันไปสนใจของที่วางอยู่
“อะไรคะแม่”
แม่อรสะดุ้ง “ยายอัง...มาเงียบๆ อีกละ นี่มาดูสิมันอะไรบ้างเนี่ย”
อังศุมาลินนั่งลงข้างๆ แม่ รับเครื่องกระป๋องมาดู อ่านตัวญี่ปุ่นบนนั้น “โซ-เซ-จิ” แล้วขมวดคิ้ว
“ใช่ๆ โซเซ อะไรเนี่ยละที่พ่อหนุ่มที่เอามาให้บอก”
อังศุมาลินสงสัย “ใครมาคะ”
“อ้อ ก็เมื่อครู่มีทหารหิ้วของพวกนี้มาให้ ทหารจากอู่นั่นละ”
ฟังที่แม่บอก อังศุมาลินชักสีหน้าทันที
“แล้วมันคืออะไรน่ะ ไอ้โซเซที่ว่านี่”
“ไส้กรอกคะ นี่เนยแข็ง นี่แฮม นมข้น นมสด”
อังศุมาลินหยิบขึ้นมาสาธยายทีละกระป๋อง
“นี่ มีจดหมายนี่มาด้วย ไม่รู้ใครเขาว่าอะไร”
แม่อรยื่นกระดาษที่มีลายมือเขียนเป็นภาษาอังกฤษ 2-3 บรรทัดให้อังศุมาลินดู
อังศุมาลินรับจดหมายมาอ่านดูแป๊บนึง
“อ้อ เขียนมาเป็นภาษาอังกฤษซะด้วย..คือ..เขาเขียนมาว่า..ของทั้งหมดนี้สำหรับบำรุงร่างกายคนป่วยตามที่หมอสั่ง หวังว่าจะช่วยให้คุณยายอาการดีขึ้นน่ะค่ะ”
อังศุมาลินขมวดคิ้ว ชักคิดหนัก แล้วพับจดหมายเก็บส่งคืนแม่อร
“ใครหรือจ๊ะลูก”
อังศุมาลินตอบด้วยน้ำเสียงประชดประชัน “พ่อดอกมะลิของแม่ค่ะ เขาส่งของมาให้คุณยาย”
แม่อรอึ้งไปนิดหนึ่งแล้วเห็นนิ้วมืออังศุมาลินที่บวมแดง ตรงที่โดนแมงป่องต่อย ก็ตกใจ
“ต๊าย..นั่นมือหนูเป็นอะไรจ๊ะ”
อังศุมาลินสะดุ้ง รีบเอามือซ่อน เสียงอ่อนลง “แมงป่องมันต่อยค่ะ
“ไปโดนเข้าตอนไหนล่ะลูก”
“ตอน..ต้มน้ำให้หมอลวกเข็มฉีดยาคุณยายเมื่อคืนค่ะ..พอดีในครัวมันมืด...”
อังศุมาลินพูดแล้ว เผลอไปคิดเหตุการณ์เมื่อคืน
ตอนที่ตัวเองกระโดดหนีแมงป่อง แล้วโกโบริประคองไว้ และตอนที่โกโบริจับมือลนไฟเทียน
ตอนที่อังศุมาลินฟาดไม้คานเข้าหน้าผากโกโบริจนหน้าผากแตก เลือดซึมออกมา
อังศุมาลินสะบัดหน้า ไม่อยากคิดถึง
“เจ็บหรือลูก…” แม่อรเห็นสีหน้าลูกสาวไม่สู้ดี ก็เป็นห่วง
อังศุมาลินหงุดหงิด นึกโกรธตัวเอง “เปล่าค่ะ”

แม่อรมองลูกสาวอย่างห่วงๆ
ที่ตลาดปากคลองชุมชนธนบุรี ยามบ่ายวันนั้น ไอน้ำร้อนๆ ของหม้อต้มน้ำชงกาแฟในร้านอาโกลอยโขมง อาโกกำลังตักน้ำต้มลงแก้วชงชาร้อนอย่างทะมัดทะแมง

พวกทหารญี่ปุ่นหน้าตาโหดๆ 6-7 คน นั่งจิบชาในร้านและกำลังคุยหัวเราะเสียงดังโฉงเฉงอยู่โต๊ะเดียวในร้าน
ระหว่างชงชาอาโกทำเสียงกระซิบกระซาบกับใครบางคน “โอย ไม่มีอะ อั๊วไม่มีให้ยงให้ยืม แค่นี้ร้านอั๊วลูกค้าก็ไม่ค่อยจะเดินผ่านกันละ ไอ้พวกเฉาฉุ่ยนี่” พลางหันไปทางโต๊ะเดียวในร้านที่มีกลุ่มทหารญี่ปุ่นนั่งอยู่ “มันก็มานั่งกันอยู่ล่ายทุกวัง”
ที่แท้เป็นตาผลกับตาบัวมาแอบๆ ยืนคุยเพื่อยืมตังค์ที่หลังร้านกะอาโก เพราะกลัวจะเจอหน้าพวกญี่ปุ่น
ตาผลพูดซุบซิบไป ตามองวิธีชงไป “โถ โก ก็เหนียวไปได้ ไอ้พวกนี้มีตังเยอะกว่าคนไทยเยอะ อย่ามาแกล้งบ่นน่า”
เสียงทหารญี่ปุ่นร้องตะโกนถามมา “ชาจีนๆ ได้หรือยัง”
“อ่า ได้เลี้ยวๆๆ อาคุงทหารยี่ปึ่ง” รีบเดินเอาแก้วชาร้อนไปให้โต๊ะญี่ปุ่น
ตาผลเลยมาสวมตักชงกาแฟดำเองเสร็จสรรพ โดยใช้แก้วที่โกใช้ชงผสม
อาโกเดินกลับมา
ตาบัวเอ่ยขึ้น “นี่โก อย่างฉันกะไอ้ผลมีเหรอ ที่จะยืมเงินใครแล้วไม่คืน”
ตาผลที่มายืนชงกาแฟใส่แก้วไปมาช่วยยืนยันอีก “ช่าย..ฉันกะไอ้บัว รับรอง ถ้าไม่ตายก็ไม่คืน”
“หะ หา..ลื้อว่าไรนะ”อาโกตกใจ
ตาผลนึกได้ “อะ ออ..ถ้าไม่ตายก็ต้องคืน”
“พวกลื้ออย่ามาซี้ซั้วอะ” อาโกชี้แก้วกาแฟในมือตาผล “แล้วนั่นลื้อ...”
ตาผลรีบยกซดหมดพรวดเดียว “อ๊า...” ทำท่าชื่นอกชื่นใจ “...ไม่มีไรโก”
ตาผลรีบวางแก้วที่โกใช้ชงลงที่เดิม เช็ดปากแล้วพนมมือไหว้ปลกๆ
“น่าโกนะ ฉันสองคนก็เพิ่งรับใช้ชาติเสี่ยงตายเอาชีวิตเข้าแลกมาโกก็รู้นี่ ตอนนี้เงินทองก็ไม่มีไปรักษาตัว” ตาบัวอ้อน
ตาผลพยักหน้าหงึกๆ ทำทีเป็นไอเหมือนป่วย “โอะโอะ”
อาโกรีบเดินเข้าไปประจำที่ ตวาดใส่ “เอ้ย นั่นมันเรื่องของพวกลื้อ”
อาโกยกแก้วที่ใช้ชงผสมขึ้นมาดม แล้วทำหน้ายี้ รีบเอาแก้วไปวางที่ล้าง
“ไป ไป อั๊วไม่เอาด้วย..ถ้าลื้ออยากมีเงินไปหางานทำกันสิ นี่ ไปเป็นกุลีรับจ้างไอ้พวกญี่ปุ่นมันสร้างทางรถไฟที่เมืองกาญจน์สิ..ไป เห็นญาติข้าบอกว่าเงินดี วันละบาทห้าสิบ ดีหน่อยก็ตั้งสามบาท”
ทหารญี่ปุ่นตะโกนขึ้น “เก็บ-เงิน”
อาโกร้อง “ไฮ้”
ก่อนจะรีบหยิบแก้วที่ชงผสมถือไปด้วย เดินไปโต๊ะของพวกญี่ปุ่น รับเงินแบ๊งค์มา
ทหารญี่ปุ่นบอก “ไม่ต้องทอนนะ ไม่ต้องทอน”
สองเกลอรีบหันหลังฉากหลบพวกญี่ปุ่น
อาโกเดินนับเงินกลับมา หน้าตาลังเล
“แบ๊งกงเต๊กให้ผีหรือป่าววะเนี่ย” พลางนับเงินไปส่ายหน้าไป
ขณะที่พวกทหารญี่ปุ่นเดินออกไปหน้าร้านอาโก พอดีมีเด็กหนุ่มวิ่งมาชนจนล้มกันไปทั้งคู่ เด็กหนุ่มพยายามจะลุกขึ้นขอโทษ พวกทหารโวยวายช่วยกันจับเด็กหนุ่ม ทหารตัวหัวหน้าลุกขึ้นมาตบหน้าเด็กหนุ่มเต็มแรงไปมา 2 ฉาด และส่งเสียงโมโหเอะอะ โวยวาย
แม่ค้าแผงผักใกล้ๆ ยืนขึ้นด่าเช็ด
“ว้าย..ไอ้พวกจัญไร ชิงหมาหมู่มาเกิด รังแกแม้กระทั่งเด็ก” ตะโกนโวยวายลั่น “เจ้าข้าโว้ย เร้ว ๆ ไอ้ยุ่นมันจะฆ่าเด็ก...”
ชาวบ้านเริ่มหันมาสนใจ บ้างรีบเข้ามามุงดู
อาโกรีบวิ่งออกไปดู ร้องเสียงหลง
“ไฮ้ ไฮ้..อ๊าย หยา อย่าไปทำเหล็ก...”
พวกทหารญี่ปุ่นเห็นท่าไม่ดี ด่าตะคอกและผลักเด็กล้มลงไป แล้วรีบเดินกันกลับทางอู่ทหาร 2-3 คนหันมาถุยน้ำลายลงพื้นใส่
ครั้นพอพวกทหารเดินไปลับตัวแล้ว ตาบัว-ตาผล ถุยน้ำลายกันบ้าง
“ไอ้พวกนี้มันใหญ่คับประเทศ คนไทยต้องอดทนให้มันเหยียบย่ำไปถึงไหน” แม่ค้าคนเดิมด่าแล้วหันมามองหน้าตาบัวกะตาผล “ไอ้พวกผู้ชายแถวนี้เหมือนกัน ก็เห็นดีแต่เก่งลับหลัง ไม่เห็นกล้าทำอะไรเลย ถ้าข้าเป็นผู้ชายน่ะนะ จะรุมกระทืบพวกมันให้น่วม ไม่แอบกลัวหัวหดกันทั้งบางแบบนี้หรอกวะ”
สองเกลอสะดุ้งโหยง
ตาบัวชะโงกไปดู เห็นพวกญี่ปุ่นเดินหายไปกันหมด ปลอดภัยแล้วจึงคุยโว “ไว้คอยดู..ถ้ากูมีโอกาสซักวัน จะไม่เอาพวกมันไว้หรอกเว้ย”
ตาผลแค้นไม่หาย “ช่าย พวกสารเลว..ไอ้ยุ่น..มึง กูจะฆ่าพวกมันให้หมด”

บ่ายแก่ๆ วันเดียวกันในห้องนอนยายศร อังศุมาลินประคองถ้วยใส่นมอุ่นๆ ให้ยายค่อยๆ ดื่มจนหมด
“ร้อนเกินไปไหมคะ คุณยาย..หนูเพิ่งอุ่นมา”
“หนูใส่ไข่ลวกลงไปในนมด้วยหรือ” ยายศรสงสัย
“ค่ะ..เหม็นคาวหรือคะ”
“ไม่หรอก..ยายกลืนลงไปหมดแล้ว”
แม่อรมองอยู่หัวเราะขำ “เก่งจังเลยค่ะแม่...” แล้วส่งแก้วน้ำให้ “น้ำขิงอุ่นๆ ค่ะ แม่”
อังศุมาลินรับแก้วเอาน้ำขิงให้ยายอีกต่อ ยายศรดื่มจนพออิ่ม แล้วอังศุมาลินจึงประคองยายนอนลง ห่มผ้าให้
จากนั้นสองแม่ลูกค่อยๆ ถือถาดใส่ถ้วยทั้งหลาย ย่องๆ ออกมา
อังศุมาลินตัดสินใจพูด กระซิบๆ “คุณยายคงเต็มใจที่จะดื่มนมวัวที่แม่ซื้อมาจากอาบังท่าเตียน กับกินไข่ที่หนูเอามะนาวไปแลกป้าปริกมา..มากกว่าจะยอมกินพวกของกระป๋องพวกนั้น เราควรจะเอาไปคืนเขา”
แม่อรกังวล “จะดีหรือลูก..เขาอุตส่าห์มีน้ำใจ”
อังศุมาลินอึดอัดใจ “เขาคงอยากจะแก้ตัว ที่เคยทำอะไรร้ายๆ ไว้เยอะ”
“คุณยายเคยมีไข้ต่ำๆ ทุกเช้า แต่เช้านี้ไม่ยักมี..ยาของเขาดีจริงๆนะ” แม่อรว่า
อังศุมาลินหันไปมองแม่พูดจริงจัง “เดี๋ยว..หนูว่าจะพาคุณยายไปหาหมอ”
“หมออะไรอีกลูก หมอที่เขามาดูให้ก็รักษาดีได้ผลแล้วนี่จ๊ะ เปลี่ยนหมอสองหมอ สามหมอไม่ดีนะยายอัง แม่อยากให้ลองหมอของพ่อมะลิเขาไปก่อน”
อังศุมาลินกลุ้มใจมากเพราะไม่อยากข้องเกี่ยวกับพวกญี่ปุ่น “หนูไม่อยากให้เขามายุ่งกับเรา”
“อัง..ลูก คุณยายยังอ่อนแออยู่มากนะจ๊ะ จะให้ลงเรือไปๆ มาๆ แม่ว่าไม่ดีหรอก แล้ววันนั้นที่ร้านหมอ คนเขายังบ่นกันเลยว่ายาหายาก ฉีดทีก็ยังแพงเกือบห้าสิบบาท เราจะสู้ไหวหรือลูก”

อังศุมาลินขัดใจ ทำหน้าดื้อดึง มุ่งมั่นหมายมาด เพราะเกลียดญี่ปุ่นนัก ไม่อยากข้องแวะ
ตกตอนเย็นโกโบริอยู่ที่อู่กำลังโกนหนวดอย่างตั้งใจ โกโบริยื่นหน้าเข้าไปดูใกล้กระจกแขวนตรงผนัง มองแผลตรงหัวคิ้วซึ่งกำลังตกสะเก็ด แล้วลูบคลำแผลนั้น

สักครู่ต่อมา โกโบริสวมชุดลำลองของทหารซึ่งรีดมาเอี่ยมอ่อง ใบหน้าดูหล่อสะอ้าน โกนหนวดเคราสะอาดเกลี้ยงเกลา ผมหวีเรียบแปล้ กำลังเดินกระวนกระวายอยู่หน้าห้องพยาบาลในอู่ต่อเรือเหมือนรออะไรอยู่
จังหวะหนึ่งโกโบริหยุดกึก แล้วตัดสินใจเดินไปที่ประตูห้องพยาบาลที่เปิดไว้ มองเข้าไปภายใน เห็นทหารป่วยที่นอนอยู่บนเตียงคนหนึ่งมีสีหน้าผวาหน้าซีด กำลังหลับตาปี๋ กลั้นหายใจ โดยมีทาเคดะกำลังยกปลายเข็มขึ้นมาเล็งไล่อากาศ
ทหารที่ป่วยร้อง “อ๊าก”
ทาเคดะ สะดุ้งบอก “ยัง”
ทาเคดะถอนหายใจ แล้วยกเข็มขึ้นมา เล็งไล่อากาศออกใหม่อีกครั้ง ง้างมือกำลังจะลงเข็มที่ก้นของทหารป่วย
โกโบริร้องเรียก “ทาเคดะซัง!”
ทาเคดะชงัก ตาลุกโพลง สีหน้าหงุดหงิด หันมา
“อะไร”
“เสร็จหรือยัง”
ทาเคดะ ส่ายหน้า “จะรีบ-ไปไหน จะรีบไปไหน” พลางปักเข็มลงใส่ตะโพกทหาร เต็มแรง
ทหารป่วยร้องสุดเสียงตาเหลือก “อ๊าก...อิไตๆๆ”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 4/2 วันที่ 2 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager