อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 4/3 วันที่ 2 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 4/3 วันที่ 2 ก.พ. 56

ทาเคดะ ส่ายหน้า “จะรีบ-ไปไหน จะรีบไปไหน” พลางปักเข็มลงใส่ตะโพกทหาร เต็มแรง
ทหารป่วยร้องสุดเสียงตาเหลือก “อ๊าก...อิไตๆๆ”
ทาเคดะรีบจัดวางอุปกรณ์ทั้งหมด แล้วหันไปคว้ากระเป๋าเครื่องมือมาสะพาย เดินไปหาโกโบริที่หน้าประตู
ทาเคดะ มองๆ พูดแซวเอา “จะไปที่สวน หน้าตาดูมีความสุขมากกว่าตอนไปดูภาพยนตร์เสียอีก”
โกโบริเขินๆ รีบกลบเกลื่อนออกคำสั่ง “พูดมากไปได้ หมอ ไปกันได้แล้ว”

โกโบริเดินนำทาเคดะไป
เคสุเกะกับพวกหาร ที่เอาของไปส่งบ้านอังศุมาลินกำลังยืนซดน้ำมะพร้าวอ่อนจากผลมะพร้าวกันใหญ่
“โออิชิๆ”



โกโบริถามขึ้น “เคสุเกะซัง ที่สั่งให้ทำ เรียบร้อยใช่ไหม”
เคสุเกะหยุดกึก ทำความเคารพโกโบริ อีกมือปล่อยมะพร้าวตกลงพื้นไป เคสุกะพูดเสียงดังหนักแน่นแบบทหาร
“ไฮ้!”
“ดี”
โกโบริมองมะพร้าวที่พื้น
เคสุกะรีบบอก “นี่-คุณผู้หญิงให้คับ ไม่ได้ไปขโมยมานะคับ”
โกโบริเหลือบมอง ทำหน้าดุๆ ประมาณว่าอย่าทะลึ่งให้มากนัก เคสุเกะจ๋อย โกโบริกับหมอ รีบเดินไป

ไม่นานนัก ทาเคดะกำลังตรวจอาการยายศร ทำท่าขอโทษๆ แล้วกดเปลือกตาล่างลงเบาๆ เพื่อดูสีของเลือดในเปลือกตาด้านใน ว่าซีดหรือแดง จากนั้น ก็ให้อ้าปาก ส่องไฟ ดูคอและอื่นๆ
อังศุมาลินและแม่อร คอยดูอยู่ใกล้ๆหมอ ส่วนโกโบรินั่งออกมาห่างๆ ท่าทางสำรวม อังศุมาลินหันไปหาโกโบริ
"เราต้องจ่ายค่ารักษาให้คุณเท่าไร”
โกโบริมองอังศุมาลินด้วยแววตาที่ไม่เข้าใจ ไม่ใช่ฟังไม่รู้เรื่อง แต่งง ว่าทำไมพูดเรื่องค่ารักษาอะไร
แม่อรปราม “ยายอัง”
เห็นอีกฝ่ายเงียบ อังศุมาลินจึงถามเป็นภาษาญี่ปุ่น “คุณจะคิดค่ารักษาทั้งหมดนี้เท่าไร”โกโบริมีสีหน้าสงสัย “ทำไม-คุณ-ต้อง-มาจ่ายเงิน-ให้ผม”
“เพราะ..เป็นหน้าที่ของเรา...เราไม่ต้องการได้ของใครมาฟรี”
ท้ายประโยคอังศุมาลินบอกเป็นคำญี่ปุ่น โกโบริอึ้งไปครู่
"หมอ-ก็มา-ทำหน้าที่- รักษา-เหมือนกัน”
อังศุมาลินไม่ยอมออกอาการรั้น “เราไม่ใช่คนญี่ปุ่นของคุณ หมอไม่จำเป็นต้องมาทำหน้าที่รักษาให้เรา”
โกโบริรู้สึกเสียใจนัก พยายามข่มอารมณ์ พูดไทยออกมาอย่างชัดเจน และพยายามพูดให้ดีที่สุดเพื่อสื่อความรู้สึกของตน “แต่คุณยายก็เป็นคน จะคนไทย-คนญี่ปุ่น-ก็เป็นคน หมอ-ก็ต้องทำหน้าที่ของหมอเหมือนกัน”
โกโบริหยุดจ้องมองอังศุมาลินนิ่ง อีกฝ่ายเชิดๆ มองตอบ
โกโบริพูดเน้นคำ “ผมมีความเป็นคน.. แม้คุณจะมองผม-ไม่ เป็นคน เหมือนคนอื่น-ก็ตาม” คำต่อมายิ่งเน้นชัด “และผม..นับถือ คนไทย ไม่เคยคิด ว่าแผ่นดินไทย ตรงไหน เป็นของคนญี่ปุ่น ไม่เคยคิด ว่า คนญี่ปุ่น จะทำอะไร-ก็ได้ ยังไง-ก็ได้ และที่สำคัญ ผมไม่เคยคิดไม่ดี คิดร้าย กับคุณ กับ-คนบ้านนี้เลย”
โกโบริหยุดมองอังศุมาลินจริงจัง อังศุมาลินนั่งนิ่ง คอแข็ง หน้าแดงก่ำ
ยายศรได้ฟัง มองมาตาปริบๆ ส่วนแม่อรอึ้ง
ทาเคดะก้มหน้า ก้มตา ฉีดยาให้ยาย
อังศุมาลินฉุนตัดสิน ใจ ลุกหนี แต่เผลอใช้มือขวาเท้ายันตัวลุก จะเดินออกจากห้อง
"โอ๊ะ”
อังศุมาลินชักมือกลับจนซวนเซเกือบล้มทรงตัวไม่อยู่
โกโบริผวาจะเข้าไปช่วย แต่อังศุมาลินทรงตัวกลับได้ก่อน
“มือคุณ -เป็นยังไง” โกโบริถามอย่างเป็นห่วง
จังหวะนั้นทาเคดะฉีดยาเสร็จพอดี หันมา กระตือรือร้น “ใช่แล้ว -โกโบริ-บอกผม-มืออังศุมาลินซัง...”
แม่อรรีบบอก “ยายอัง.. มาให้หมอเขาดูมือที่โดนแมงป่องต่อยซิลูก แม่เห็นบวมเป่งเลยไม่ใช่เหรอ”
อังศุมาลินเอามือซ่อนข้างหลัง รีบลุกขึ้น “ไม่เป็นไร..แค่นิดเดียว พรุ่งนี้ก็หาย!”
แม่อรกับยายศรชักทนไม่ไหว เรียกพร้อมกันเสียงดุๆ “ยายอัง!”

อังศุมาลินซีด จ๋อยสนิท
ตรงมุมยกพื้นนั่งเล่น บนเรือนเวลาต่อมา มืออังศุมาลินอยู่ในมือหมอทาเคดะ หมอพลิกดูอาการมือของอังศุมาลิน บ่นพึมพำกับตัวเอง

โกโบริที่เดินไปมาอยู่ห่างๆ ข้างหลังอังศุมาลิน พยายามเดินเลียบๆ เคียงๆ เข้ามามองสังเกตแผลดู แล้วกระซิบถามทาเคดะ
"เป็นมาก-ใช่ไหมหมอ”
ทาเคดะพยักหน้าตาม “ใช่ๆ”
อังศุมาลินคอแข็ง ทำเป็นไม่สนใจโกโบริ ฝ่ายโกโบริก็ทำทีเป็นไม่สนใจอังศุมาลินเช่นกัน
“ปวดไหม-ครับ” หมอทาเคดะถามอาการ
“นิดหน่อยค่ะ”
โกโบริถามหมอ “ต้อง ฉีด-ยา ไหม”
“นี่ ไม่เอานะ”
อังศุมาลินร้อง แล้วรีบชักมือกลับทันที
โกโบริแอบหัวเราะขำๆ เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกลัวเข็มฉีดยา อังศุมาลินหันขวับมองมาแค้นๆ ถลึงตาใส่โกโบริ
โกโบริทำเป็นมองฟ้า มองนั่นนี่ไป อังศุมาลินอยากกรี๊ด หันมาเห็นสายตาแม่อรมองปรามๆ
ครู่ต่อมามือของหมอทาเคะค่อยๆ หมุนตลับยา แล้วเปิดฝาออก ส่งให้อังศุมาลิน โกโบริ และแม่อรมองลุ้นๆ ว่ามันคืออะไร
“ยาทา- แก้ปวด -ทาตรงที่บวม -ไม่ต้องพันผ้านะครับ” หมอบอกเป็นคำไทย
อังศุมาลินรับมา แล้วยกขึ้นดม ทำจมูกฟุดฟิด
“ยี้ ยาหม่อง”
โกโบริทวนคำออกเสียงตามแต่เพี้ยน “ยา- ม่อง”
อังศุมาลินที่ทำหันข้างไม่สนใจใส่โกโบริอดขำไม่ได้ แม่อรรีบอธิบายเสียงปนหัวเราะ
“ยาหม่อง ไม่ใช่ ยาม่อง ถ้าม่องเก๊าะตายแหงซิจ๊ะ”
โกโบริมีท่าทีเขินเล็กน้อย
“ยาก ภาษาไทยยากมาก...” โกโบริทำปากมุบมิบท่องไปมาเบาๆ คนเดียว “ยา ม่อง ยา หม่อง”
อังศุมาลินขวางตาไปหมด เลยแขวะเอา “ถ้ายาก ก็ไม่ต้องพูด”
แม่อรปรามอีก “นี่ ยัยอัง...”
โกโบรินิ่งไป แม่อรรีบแก้สถานการณ์
"พ่อโกโบริ ภาษาไทยไม่ยากนักหรอก ถ้าตั้งใจ เดี๋ยวก็พูดได้ ไหนลองพูดอีกสิ”
โกโบริที่ฟังพอรู้เรื่องบ้าง รู้สึกดีขึ้น ยิ้มให้แม่อร แต่อดชำเลืองมองปฏิกิริยาอังศุมาลิน ก่อนที่จะพูดต่อไม่ได้
อังศุมาลินทำเชิดดื้อรั้น ไม่สนใจ
“ยา หม่อง ยา ม่อง ยา หม่อง”
อังศุมาลินพูดดบอกทำนองรำคาญ แกมเยาะเย้ย “พูดช้าอย่างนั้นคงไม่ทันกิน นี่คุณพูดเร็วๆ เป็นมั้ย”
โกโบริหยุดชะงักทันที มองมาที่อังศุมาลิน
ทุกคนแปลกใจเล็กน้อยกับอังศุมาลิน แต่ต่างก็รอฟังเงียบๆ มองมาที่โกโบริเป็นตาเดียว
“ยาหม่อง” โกโบริพูดถูกจนได้
แม่อรยิ้มชม “อ้า เก่งมาก”
อังศุมาลินเผลอตัว เล่นออกไป “ถ้าเก่งจริง..ก็ต้อง..ยักษ์ใหญ่ ไล่ยักษ์เล็ก”
โกโบริ กะหมอทาเคดะ หันมาทำตาโต
แม่อรทำหน้าลุ้นๆ พูดช้าๆ ให้ฟังชัดๆ “ยักษ์-ใหญ่-ไล่-ยักษ์-เล็ก พูดได้ไหมจ๊ะ”
“ยักษ์ - ใหญ่ - ไล่ - ยักษ์ - เล็ก” โกโบริว่าตามได้
อังศุมาลินหมั่นไส้ ท้า จะเอาชนะ “เร็วๆสิ เร็วๆ”
โกโบริกับหมอทาเคดะสับกันมั่วซั่ว “ยักษ์-ใหญ่-ไย่ ลัก เล็ก” / “ยักษ์ ใหญ่ ใย่ ยัก เย็ก ๆ”
ทุกคนหัวเราะขำกันเอง
อังศุมาลินเผลอหัวเราะขำออกมา แล้วรีบทำใจแข็ง กลับมาทำนิ่ง เมินหน้าเชิดไป
แม่อรบอกอย่างอารมณ์ดี “วันหลังพ่อทั้งสองว่างๆ ก็มาที่นี่ซิ มาคุยกันทุกๆ วัน จะได้พูดเก่งขึ้น แล้วเคยกินกับข้าวของไทยหรือยัง”
อังศุมาลินขมวดคิ้ว ปรามๆ “แม่คะ”
โกโบริฟังไม่ทันหันไปหาอังศุมาลิน
"คุณแม่ของคุณ-บอกว่า- อะ-ไร-นะ-ครับ”
อังศุมาลินทำไม่สน หูทวนลม
หมอทาเคดะถามอังศุมาลินเป็นภาษาญี่ปุ่น “คุณผู้หญิงพูดว่าอะไรนะครับ คุณ...”
“ยายอัง ช่วยบอกพ่อสองคนนี้เขาทีสิ ว่าแม่บอกเขาไปว่าอะไร”
อังศุมาลินพูดช้าๆ แต่พูดไทย แบบขัดเสียไม่ได้ “คุณแม่ถามว่า..เคย-กิน-อาหารไทย-หรือยัง”
โกโบริ หมอทาเคดะยิ้ม สั่นศีรษะกันเป็นการใหญ่เป็นคำตอบ แล้วตอบพร้อมกัน
“ยัง- ไม่-เคย -ครับ”
“งั้นพรุ่งนี้เย็นเชิญมาที่นี่นะ หมอด้วย” แม่อรว่าต่อ
อังศุมาลินขัดใจหันขวับไปมองแม่ ทำหน้าแบบโอ๊ยไม่นะ “แม่คะ”
แม่อรมองอังศุมาลินแบบดุๆ “หนูแปลให้แม่หน่อยซิ ว่าพรุ่งนี้แม่ชวนให้สองคนนี้มาทานข้าวเย็นด้วยกัน”
หมอเองไม่แน่ใจ จึงหันไปมองหน้าโกโบริ ฝ่ายโกโบริค้อมศีรษะรับ และยิ้มกว้างขวาง หันไปบอกอังศุมาลิน
“ไม่ต้องแปลครับ เข้าใจครับ ผม..ยินดีมากๆ หากคุณ ไม่ว่าอะไร”
หมอเองก็พลางรีบค้อมศีรษะรับตาม แม่อรยิ้มแป้น

อังศุมาลินเซ็งที่ไม่ได้ดังใจ ไม่ยอมตอบ สะบัดหน้าเชิดกลับไปนั่งปั้นปึ่งในท่าเดิม
ค่ำแล้ว โกโบริและหมอทาเคดะเลือกทางลัด เดินเลาะมาตามทางเดินในสวนอังศุมาลิน เพื่อกลับอู่ต่อเรือ

จังหวะนั้นเห็นเงาตะคุ่มๆ ของชายสองคนที่กำลังมุ่งหน้าจะเดินสวนทาง มุ่งตรงไปทางบ้านอังศุมาลิน
โกโบริเร่งฝีเท้า เช่นเดียวกับหมอทาเคดะ เสียงบู้ธของสองหนุ่มดังตึ๊กๆ ผสมเสียงคุยภาษาญี่ปุ่น หัวเราะอารมณ์ดี
ร่างตะคุ่มทั้งสอง ชะงัก มองหน้ากัน แล้วรีบวิ่งปรู๊ดตัดผ่านหลบลงข้างทาง จนโกโบริและหมอทาเคดะเดินเข้ามาใกล้และเดินผ่านเลยจุดนั้นไปแล้ว เงาชายทั้งสองจึงค่อยโผล่ ออกมา
ที่แท้เป็นตาบัวกับตาผล ทั้งสองหันมองสบตากัน ตาวาววับ เกิดความคิดร้ายๆขึ้นมา ณ บัดนั้น
ฟากแม่อรกำลังพับผ้าที่เก็บมาจากราวตาก มาพับเรียงกอง ส่วนอังศุมาลินกำลังนั่งรีดผ้าด้วยเตาถ่านอยู่ไม่ไกล พูดขึ้นลอยๆ
“แม่จะเชิญพวกนั้นมาทำไม”
“อ้าว..จะเป็นอะไรไปล่ะลูก ก็เขาอุตส่าห์มาช่วยดูแลรักษาคุณยายให้ เราก็ควรดูแลตอบแทนมิตรจิตมิตรใจเขาบ้าง”
“แต่หนูว่า...” อุงศุมาลินจะเถียง
แม่อรตัดบทเสียงแข็ง “หนูจะคิดยังไงก็แล้วแต่หนู แต่แม่คิดว่าการที่เขายินดีมาช่วยเหลือเราโดยที่เราไม่ได้ร้องขอ และเขาเองก็ไม่ได้ร้องขอสิ่งใดจากเรา แม่ก็ควรแสดงน้ำใจตอบแทนให้เขาได้เห็น ว่าเราซาบซึ้งกับน้ำใจของเค้า เราไม่ควรตอบแทนเขาด้วยความร้าย ไม่ว่าเขาจะเป็นคนชาติใดก็ตาม แม่ไม่เคยรังเกียจ”
อังศุมาลินเงียบฟังมองแม่อร แล้วก้มหน้า ขมวดคิ้ว รีดผ้าไปเงียบๆ ท่าทีขัดใจ แม่อรมองลูก แล้วหนักใจ

ที่อู่ต่อเรือญี่ปุ่นกลางดึก ท่ามกลางแสงเทียน ซามิเซ็งถูกทาบลงที่ตัก โดยมีมือข้างหนึ่งจับที่คอ มืออีกข้างถือบาจิมาบรรจงลงดีดที่สาย จนเกิดเป็นเสียงบรรเลงเพลง ซากุระ ท่วงทำนอง หวานๆ เนิบช้า ซึ้ง ได้อารมณ์คิดถึงคะนึงหา โกโบริกำลังนั่งตัวตรงเล่นซามิเซ็งอย่างเป็นสุข เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างห้องเห็นดวงจันทร์กลมโต

ภายใต้ดวงจันทร์ดวงเดียวกันนั้น ที่หน้าต่างห้องอังศุมาลิน มีเสียงบรรเลงเพลงนางครวญดังขึ้นแทนที่ มือของอังศุมาลินวาดบรรเลงตีลงบนขิมเพลงโปรด แต่น่าประหลาดค่ำคืนนี้ เต็มไปด้วยสำเนียงสับสน เศร้า เหงา
เช่นเดียวกับสีหน้าอังศุมาลิน ที่ดูเศร้าศร้อย และสับสน ขณะนึกถึงเรื่องราวในอดีตเมื่อ 2 ปีก่อน
ช่วงตอนกลางวันของวันนั้น ที่ห้องชมรมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์และวิทยาศาสตร์ อังศุมาลินในชุดนิสิต กำลังซ้อมละคร บทพระราชนิพนธ์อิเหนา แบบปากเปล่า ไม่ได้ถือบท เล่นเก่ง ดูดี พวกเพื่อนๆ และอาจารย์ดูอย่างทึ่ง สะเทือนใจ
"โอ้ว่าป่านฉะนี้พระพี่เจ้า จะโศกเศร้ารัญจวนครวญหา ตั้งแต่ไปแก้สงสัยมา ไม่เห็นขนิษฐาในถ้ำทอง...”
จนเมื่ออังศุมาลินแสดงเสร็จ ก็ยืนสงบนิ่งพักหนึ่ง เพื่อนๆ และครูตบมือกัน อังศุมาลินเงยขึ้น ยิ้มรับทุกคน มองไปที่ประตู ชะงัก ยิ้มออกมา ที่มุมนั้น วนัสยืนดูอยู่ แววตาชื่นชม

อังศุมาลินดึงตัวเองกลับมา ผ่อนสำเนียงการบรรเลงมาเป็นโศกละห้อยช้าลงๆ เบาลงๆ จนจบเพลง ครู่ต่อมาอังศุมาลินวางไม้ ลุกขึ้น เดินไปยืนมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่าง มองไปที่ต้นลำพูริมน้ำ มีหิ่งห้อยระยิบระยับ สีหน้าอังศุมาลิน เศร้ามาก

ที่ “ค่ายเดนบี้ (Denbigh) สหราชอาณาจักรแคว้นเวลล์เหนือ” เวลานั้น

ภายในโรงนอนค่ายฝึกหน่วยทหารอาสาสมัคร พลทหารฝึกทั้งไทย จีน และแขก ร่วม 30 คน เพิ่งเลิกจากการฝึก ส่วนใหญ่กำลังจะผลัดผ้าไปอาบน้ำ เดินไปมา บ้างมีคุยกันยืนบ้างนั่งบ้าง อยู่ที่เตียง แบบสองชั้นของแต่ละคน
ท่านชายวิชญา และอรุณก็กำลังผลัดผ้าอยู่ที่เตียง เห็นพิชัยหิ้วปีกวนัสที่เดินกะเผลกเข้ามา
“เป็นไงพ่อคนเก่ง” ท่านชายทัก
วนัสยิ้มหน้าชื่นบอก “อวัยวะยังครบครับหม่อม”
“พี่น้องเสรีไทยเห็นแกยิ้มได้ คงมีกำลังใจขึ้นเยอะ” อรุณว่า
“ดีนะน้องผมมันอึด..นี่ถ้าน้องผมเป็นอะไรไปมากกว่านี้ละก็ ไอ้ครูฝึกบ้าได้เจอดี” พิชัยบอก
“พี่พิชัยกับผมเกือบฟาดปากไอ้เบนท์เลย์ไปหลายทีแล้วหม่อม เหมือนมันตั้งใจเอาเราให้น่วมอย่างนั้นละ” อรุณเสริม
“เฮ้ย ถ้าพวกนายขืนพลาดไปทำอย่างนั้นจริง มันก็จบกันหมด เพราะทหารอังกฤษมันดูแคลนว่าเราเป็นพวกปัญญาชนผิวบางและไม่ไว้ใจพวกเราว่าอยู่ข้ามันแน่หรือเปล่า..อยู่เป็นทุนเดิม..ถ้าพวกเราผ่านบททดสอบโหดๆและการลองใจสารพัดนี้ไปได้ เราคือผู้ชนะ แล้วนายสองคนจะสะใจกว่าการได้ไปทุบมันเสียอีก” ท่านชายบอก
พิชัยกับอรุณคิดตาม ที่กำลังฮึ่มฮั่ม เริ่มมีสติ
“ก็จริงอย่างท่านชายว่า”
พิชัยเสริมที่อรุณพูด “มาฝึกที่เดนบี้นี่ อ๊อกฟอร์ดเชียร์ดูเบาไปเลยไม่อยากจะคิดว่าด่านสุดท้ายที่แบรตฟอร์ดมันจะเป็นยังไง”
“ถามวนัสดีกว่า” ราชนิกูลเสรีไทยหันมาทางวนัส
“ถึงนรกกว่านี้ผมก็ต้องมีชีวิตรอดกลับไปกู้แผ่นดินเกิด ไปปกป้องคุ้มครองพ่อแม่ กับคนที่ผมรักทุกคนให้ได้”

ท่านชายวิชญายิ้ม พิชัยกับอรุณเหลียวไปมองวนัสที่ดูเข้มแข็งมุ่งมั่นอย่างทึ่งๆ
ค่ำคืนนั้นมีการทิ้งระเบิดที่กรุงเทพมหาคร ซึ่งถูกบรรยายผ่านการรายงานข่าว

“หลังจากการบอมบ์กรุงเทพมหานครครั้งแรก ที่ย่านหัวลำโพง และเยาวราช ตั้งแต่มกราคม 2485 เมื่อเริ่มสงคราม จนรัฐบาลไทยต้องประกาศสงครามกับอังกฤษและสหรัฐไป ตั้งแต่วันที่25มกราคมแล้วนั้น เมื่อถึงช่วงน้ำท่วมใหญ่ เดือนกันยายน เครื่องบินพันธมิตรก็งดการทิ้งระเบิดไป จนกลับมาอีกทีหลังน้ำลด เมื่อคืนที่26 พฤศจิกายน แถบท่าเรือช่องนนทรี”

รุ่งเช้าวันต่อมา ยินเสียงไก่ขัน แสงอาทิตย์สาดส่องเหนือช่อฟ้าโบสถ์วัดชุมชนปากคลองธนบุรี ที่หน้าศาลาการเปรียญมีชาวชุมชนมารวมตัวกัน ทั้ง แม่วัน ยายเมี้ยน แมว และตาแกละ ต่างก็คุยเม้าท์กันเรื่องระเบิดสนุกปาก มีชาวพระนครนับสิบ ขนข้าวของ เดินขึ้นลง เพื่อมาหลบภัยชั่วคราวอยู่ที่ศาลาการเปรียญ
ยายเมี้ยนดึงแมวเข้ามาเลียบเคียงร่วมฟังวงเสวนาของชาวพระนคร พร้อมพยักพเยิดมีส่วนร่วมไป
ชาวพระนครคนแรกเอ่ยขึ้น “ช่วงตีหนึ่งเมื่อวาน หนูกะน้องชายนอนกันอยู่ดีๆ เสียงหวอสัญญาณก็ร้องลั่น พักเดียวเสียงปืนยิงสู้ก็กระหึ่ม แล้วเสียงหวีดๆแล้วก็ตูมๆลั่น ดังเฉียดบ้านหนูไป”
ยายเมี้ยนถาม “บ้านหนูอยู่ไหนจ๊ะ”
“นางลิ้นจี่ค่ะ” ชาวพระนครบอก
“เห็นเขาว่า ที่จริงมันกะจะบินไปทิ้งลงท่าเรือ แต่ผิดเป้า” อีกคนบอก
“โอย อย่าให้ผิดนักเลย” อีกคนโอด
“ช่วงน้ำท่วมใหญ่ มันหายไปตั้งหลายเดือน อยู่ดีๆ ก็โผล่มาใหม่ น่ากลัว”
ยายเมี้ยนผสมโรง “ใช่ๆ น่ากลัวจัง..ดีแล้ว อย่าอยู่เลย พระนคร มาอยู่กันที่ฝั่งธนบุรีกันไปก่อนปลอดภัยกว่า ชั้นว่ามันไม่ข้ามมาทิ้งแถวนี้หรอก”
“ฝั่งธนบุรีของเราไม่มีอะไรให้พวกฝรั่งมาทิ้งบอมบ์ใส่ไง มีแต่ป่าแต่สวน” แมวว่า
ยายเมี้ยนชมเปาะ “เออ ฉลาด..ลูก...” รีบแนะนำลูกสาว “นี่ลูกสาวฉันเอง แมว รับซักรีดเสื้อผ้านะจ๊ะ”
ชาวพระนครเออไปด้วย “ออ จ๊ะ”
กำนันนุ่มกับหลวงพ่อเดินมาถึง
หลวงพ่อบอกกับชาวพระนคร “นี่..ถ้าศาลาการเปรียญไม่พอจะพัก ก็ไปทางหอฉันหลังวัดได้ ฉันให้เด็กมันจัดแจงที่ให้แล้ว..พออาศัยนอนกันไปได้ชั่วคราวก่อน แล้วค่อยหาทางขยับขยายกันเอา…” แล้วหันมาทางชาวปากคลอง “ส่วนพวกเราก็อย่างที่เห็นกันนี่ละ ..พี่น้องจากช่องนนทรีเขาเดือดร้อนกันมา บ้านช่องเขาโดนระเบิดกลายเป็นจุณไปหมดแล้ว ส่วนพวกที่ยังไม่โดน ก็หวาดกลัว ไม่เป็นอันหลับอันนอน ถึงต้องอพยพข้ามฟากมา ถ้าพวกเรามีอะไรพอช่วยกันได้ก็ช่วยกันไปนะ”
กำนันนุ่มเอ่ยขึ้นว่า “ฉันได้ยินมาว่า พอหลุมหลบภัยในกรุงเทพฯ แห้งพอให้คนกรุงลงไปหลบได้ กองทัพสัมพันธมิตรก็วางแผนว่าจะเริ่มบุกตะลุยให้หนักกว่าเดิมอีก”
ยายเมี้ยนเดินมาข้างแม่วัน

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 4/3 วันที่ 2 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager