อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 10 วันที่ 17 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 10 วันที่ 17 ก.พ. 56

“ขอบใจจ้ะ ที่ยังห่วงแม่ แล้วนี่พ่อโกโบริเขาอยู่ที่นี่หรือ”
อังศุมาลินอึ้งไปนิด กลบเกลื่อนไปจะหาว่ารู้ “อันนี้หนูก็ไม่รู้หรอกคะ เดี๋ยวลองถามดูก็ได้”
จังหวะนั้น อั.สุมาลินเห็นหลังหมอทาเคดะเดินผ่านมากำลังจะเข้าไปในห้องพยาบาล
“ขอโทษค่ะ เอาของมาให้คนไทยที่ถูกยิงค่ะ”

หมอทาเคดะหันมา นึกไม่ถึง “อา คุณแม่ คุณอังซูมาลิน” รีบโค้งให้อย่างสวยงาม
แม่อรและอังศุมาลินไหว้ตอบแบบไทย



“อ้าว คุณหมอนี่เอง ไม่เจอตั้งนาน”
“ดูเหมือน โกโบริ เพิ่งออกไป” หมอบอก
อังศุมาลินมีแววตาผิดหวังไม่รู้ตัว หมอทาเคดะเหลือบไปเห็น
“แต่คงจะกลับมาเร็วๆ นั่งรอก่อนไหม”
อังศุมาลินตอบเรียบๆ “คงไม่ล่ะค่ะ เราต้องไปทำอย่างอื่นกันต่อ”
แม่อรมองอังศุมาลิน
“คุณช่วยรับผลไม้พวกนี้ไว้ด้วย ส่วนนึง ช่วยให้คนไทยที่ถูกยิง ส่วนนึง ให้โกโบริ..กับคุณหมอนั่นแหละค่ะ..ขอบคุณ”
อังศุมาลินยกเครือกล้วยยื่นส่งไปให้ หมอทาเคดะรับกล้วยทั้งหวีไปอุ้มไว้ ยิ้มเอ๋อ

“สถานีรถไฟบางกอกน้อย กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๖”

โกโบริอยู่ที่สถานีรถไฟบางกอกน้อย กำลังยืนรับรายงานจากนายสิบคนหนึ่งที่เป็นผู้ดูแลการส่งยุทธปัจจัยที่มาถึง อยู่หน้าตู้ขบวนสัมภาระที่จอดนิ่งอยู่ มีนายทหาร และกรรมกรหลายคนที่กำลังแบกหาม ลำเลียง สัมภาระไปมาวุ่นวาย
ใบหน้าโกโบริมีเหงื่อหยด เพราะอยู่กลางแดดเปรี้ยง เห็นผ้าปิดแผล และรอยฟกช้ำที่ใต้หมวก เช่นเดียวกับเคสุเกะที่มีผ้าปิดแผลเต็มหน้าเดินมายื่นส่งใบรายการของให้ โกโบริรับมาดู

เย็นวันเดียวกัน ขบวนรถนายพลโทโมยูกิแล่นออกจากสนามเสือป่า รถที่มีโทโมยูกินั่งกำลังเลี้ยวผ่านพระที่นั่งอนันตสมาคม
ทันใดนั้น รถมอเตอร์ไซค์แบบมีที่พ่วงข้าง ที่มาซาโอะนั่ง แล่นสวนทางมา
ข้างหลังรถมอเตอร์ไซค์ มีรถพยาบาล 1 คัน
โทโมยูกิให้คนขับและขบวนหยุด มาซาโอะให้พลขับมอเตอร์ไซค์หยุดรถเช่นกัน
รถพยาบาลข้างหลังรถมอเตอร์ไซค์พลอยหยุดไปด้วย มาซาโอะรีบวิ่งลงจากที่พ่วงข้าง ตรงเข้าไปรายงาน ฟ้องฉอดๆๆๆ
โทโมยูกิฟังแล้วโมโห ฮึดฮัดลงจากรถ มาซาโอะเดินนำไป ฟ้องไป พาไปดูที่รถพยาบาล เปิดออกให้ดู โทโมยูกิชะโงกไปดู เห็นหมอโยชิที่นอนอยู่ในนั้น แม้จะผ่านการรักษาแล้ว แต่เข้าเฝือกช่วงไหปลาร้า พันตัวประมาณซี่โครงหัก จมูกหัก หลับอยู่
มาซาโอะชี้ตรงจุดนั้นจุดนี้ ประมาณรายงานว่าเจ็บเยอะมากเลยนะ คนไทยนี้ร้ายมากๆ
แม่ทัพใหญ่โทโมยูกิมองสภาพหมอโยชิ แค้นใจ เครียด

แสงแดดยามเย็นระยิบระยับสะท้อนบนผิวน้ำในลำคลองติดอู่เรือ แลเห็นบรรดาสัมภาระ หีบเหล็ก ลังไม้ ถูกยกลำเลียงลงจากเรือด้วยบรรดาทหาร ขนผ่านเคสุเกะที่ดูแลการลำเลียงอยู่ใกล้ชิด โกโบริเดินตรงออกมาจากจุดลำเลียง

โกโบริเดินมา ผ่านทหาร 2-3 คน ที่หยุดทำความเคารพพรึ่บพรั่บ โกโบริเดินเข้าไปในห้องทำงานตรงไปรื้อหยิบเอกสารบางอย่าง หันกลับมาที่โต๊ะจึงเห็นส้ม 4 - 5 ลูก และกล้วยที่ถูกแบ่งแล้ว ตัดมา 1 หวี วางอยู่บนโต๊ะ
โกโบริเดินเข้าไปดูเห็นมีแผ่นกระดาษเขียนวางทิ้งไว้ หยิบขึ้นมาอ่าน
“อัง-ซู-มา-ลินซัง-นำมาให้ครับ” หัวเราะร่า อ่านต่อ “...หมอทาเคดะ”
โกโบริมีสีหน้าและแววตาสดใสขึ้นมาพลัน รีบเดินกลับออกไป พร้อมกระดาษข้อความในมือ โกโบริหันมองซ้ายขวาเพื่อจะถามใครสักคน แต่ไม่พบใคร เลยตัดสินใจเดินออกไป
ใบหน้าโกโบริเปื้อนยิ้มเล็กๆ ในมือกำแผ่นกระดาษแน่น เดินลิ่ว มุ่งหน้าจะเดินลัดไปบ้านอังศุมาลิน พลันทหารคนหนึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งตรงเข้ามา
โกโบริหยุดรับทหารทำความเคารพ
“มีอะไร”
“ผู้กองครับ ท่านโทโมยูกิให้เดินทางไปพบที่กองบัญชาการครับ”
โกโบริครุ่นคิด

คืนนั้นที่ห้องพลโมโทโมยูกิ ในหอการค้าจีน ถนนนสาธร ที่บริเวณหน้าห้องทำงานโทโมยูกิ ที่มีนายทหารยืนประจำการอยู่ 2 นาย
ในแสงไฟฟ้าเหลืองนวลจากโคมกลม โทโมยูกินั่งหลังหลังโต๊ะทำงาน ในมือถือเอกสารที่เพิ่งอ่านวางลง มองหน้าหลานชาย ที่หูหัวที่มีแผล แววตาปู้เป็นลุงอนาถ ปนสมเพช
“ลุงตัดสินใจว่าจะให้หลานเดินทางไปกองพลที่ 12 พร้อมชุดแรกนี่เลย หลานจะว่าอย่างไร”
โกโบริหน้าอึ้งไปเล็กน้อย ถัดไปมีพันโทมาซาโอะและนายทหารอีกคนยืนอยู่ด้วยฝั่งหนึ่ง
“ตามแต่คุณลุงเห็นสมควรครับ”
“นี่ ร้อยโทฮิชิดะ เค็น จะรับหน้าที่ที่อู่ต่อเรือต่อจากหลานชั่วคราว ก่อนที่กองทัพใหญ่ภาคพื้นทิศใต้ จะส่งคนมาแทน”
นายทหารที่ยืนอยู่ถัดหลังมาซาโอะ โค้งศีรษะให้ โกโบริโค้งรับ
“นี่เป็นหนังสือส่งตัวของโกโบริซัง ชุดแรกเดินทางวันศุกร์นี้”
มาซาโอะยื่นหนังสือให้ โกโบริผงะไปเล็กน้อย ยื่นมือรับไว้

รถรางแล่นไปทางท่าเตียน พอรถจอด แม้มีผู้โดยสารแน่น แต่ผู้คนยังวิ่งตามขึ้นไป
โกโบรินั่งครุ่นคิดคำนึงอยู่บนรถจี๊ป เหม่อมองข้างทาง แสงไฟจากเสาไฟริมสนามหลวงแผ่วจาง
ทิวทัศน์ข้างทางบริเวณถนนสนามไชย เห็นพระบรมมหาราชวัง มีไฟเรื่อเรืองไหลผ่านไปตลอดทาง
โกโบริค่อยๆดึงผ้าเช็ดหน้าสีโอลด์โรส ขอบปักลายสวยงาม มีรอยเปื้อนเลือดกรังขึ้นมาดู ด้วยสีหน้าขรึมคิดถึงเหตุการณ์ที่ตลาดปากคลองชุมชนเมื่อไม่นานนี้
ตอนนั้นอังศุมาลินรีบดึงเอาผ้าเช็ดหน้าที่เหน็บชายพกอยู่ ออกมาซับเลือดที่หน้าโกโบริ
“คุณเลือดออกมาก”
“ไม่เป็นไร..นิดเดียว”
“นิดเดียวอะไร” อังศุมาลินดุๆ “ไม่ดูสภาพตัวเองเลย ก้มหัวลงมาให้ฉันดูสิ”
โกโบริทำตามโดยดี อังศุมาลินใช้ผ้าเช็ดหน้ากดที่แผลบนศีรษะโกโบริไว้
“เอา คุณจับผ้าไว้อย่างนี้ เลือดจะได้หยุด”
โกโบริเอื้อมมือขึ้นมาจับที่มือของอังศุมาลินพอดี อังศุมาลินสะท้าน รีบดึงมือออก โกโบริรู้สึกตัวรีบปล่อย
“ขอโทษผมไม่ได้ตั้งใจ..ขอบคุณมากครับ ฮิเดโกะ”

รถแล่นมาถึงอีกจุดหนึ่งแล้ว ใบหน้าโกโบริอิ่มเอิบ เสียงคนวุ่นวาย พลางหันมองข้างทาง เห็นเป็นบริเวณตลาดท่าเตียน ซึ่งยังมีกุลีเข็นรถในตลาดไปมา บ้างข้ามถนนประปราย

โกโบริเหลียวมองตามร้านค้าที่เปิดไฟอยู่ คิดอะไรบางอย่าง
โกโบริสั่งให้พลขับจอดรถที่ตลาดท่าเตียน เดินมองหาของร้านต่างๆ ที่เปิดโคมไฟ สีแสงสวยงาม

โกโบริกำลังเดินเลือกหาซื้อของ เดินมาหยุดที่ร้านๆ หนึ่ง เป็นร้านขายผ้าเช็ดหน้าผู้หญิง พับวางอยู่ในตู้กระจก มีไฟส่อง เห็นหลากหลายสีสันสวยงามมากมาย

แสงตะเกียงสาดลงบนซองจดหมายส่งตัว ที่วางอยู่บนโต๊ะทำงาน โกโบรินั่งมองซองจดหมายบนโต๊ะนิ่ง ถอนใจ เอนตัวหลับพักสายตาครุ่นคิด สักพัก นึกอะไรได้ หันมองไปที่กล้วยและส้มบนโต๊ะ

ตะเกียงเจ้าพายุที่แขวนไว้หัวเสากลางชานเรือน ส่องสว่างไปทั่วชานเรือน อังศุมาลินที่อยู่ในชุดเตรียมเข้านอน กำลังจัดแจงเก็บวางข้าวของที่จะไปทำบุญ ตอนเช้าประจำที่ มีข้าวสาร ไข่เค็ม น้ำปลา หอม กระเทียมเป็นพวงๆ แม่อรแง้มประตูห้องออกมาดู
“อีกเยอะไหมลูก”
“เสร็จแล้วคะแม่ แม่นอนได้เลย แม่จะถวายธูป เทียน กับพวกด้าย เข็ม ให้หลวงพ่อด้วย ใช่ไหมคะ”
“จ้ะ เห็นมีพระในกรุงเทพฯ ข้ามมาจำพรรษาหลายรูป ถ้าอย่างนั้น แม่นอนละนะ”
แม่อรเข้าห้องปิดประตูไป อังศุมาลินเดินไปประตูชานเรือน

โกโบริที่หวีผมเรียบแปล้ ดูหล่อเหลา อาบน้ำเปลี่ยนชุดมาเรียบร้อย แต่ใบหน้ายังเห็นรอยฟกช้ำ มีผ้าปิดแผลบางส่วน เดินมาถึงข้างตัวเรือน แล้วหยุดมองไปบนเรือนเห็นไฟบนเรือนยังเปิดอยู่ ก็ดีใจ เดินไปต่อ
อังศุมาลินมาลงกลอนประตูเรือนจนเรียบร้อย แล้วเดินกลับไป ผ่านตะเกียงหัวเสากลางบ้านไป
โกโบริเดินมาหยุดอยู่ชานบันได หยิบผ้าเช็ดหน้าสีใกล้เคียงสีที่ได้จากอังศุมาลินมา ที่เพิ่งซื้อได้มาจากตลาดท่าเตียน ขึ้นมาจากกระเป๋า แล้วหันไปเด็ดดอกมะลิที่พุ่มหน้าเรือน ดอกหนึ่งใส่ลงในพับของผ้า ก้าวขึ้นไปเคาะประตูเรือน
อังศุมาลินเปิดประตูเข้ามาในห้องนอน แล้วปิดลงกลอนห้อง เสียงลงกลอนทับกับเสียงเคาะประตู เลยไม่ได้ยิน
โกโบริยืนรอลุ้นใจเต้นตึกตักอยู่หน้าประตู อังศุมาลินล้มตัวลงบนเตียง พลันนึกบางอย่างขึ้นได้ว่าลืม ลุกขึ้นไปเปิดประตูห้องอีก
โกโบริลองเคาะประตูเรือนอีกครั้ง โชคร้ายเสียงเคาะทับกับเสียงอังอังศุมาลินเปิดกลอนประตูห้อง
อังศุมาลินเดินออกมา ตรงไปดับไฟตะเกียงที่หัวเสากลางเรือน แล้วเอะใจเหลือบมองไปทางประตูเรือนเล็กน้อย แล้วก็หันกลับเข้าห้องไป
โกโบริเห็นไฟบนเรือนดับพรึ่บไป สีหน้าผิดหวังทันที ถอนใจเฮือก
อังศุมาลินเอามุ้งลง..แล้วชะงัก สีหน้าประหวัดนึกเหตุการณ์เมื่อเช้า
ตอนอังศุมาลินใช้ผ้าเช็ดหน้ากดที่แผลบนศีรษะโกโบริไว้
“เอา คุณจับผ้าไว้อย่างนี้ เลือดจะได้หยุด”
โกโบริเอื้อมมือขึ้นมาจับที่มือของอังศุมาลินพอดี อังศุมาลินสะท้าน รีบดึงมือออก โกโบริรู้สึกตัวรีบปล่อย
“ขอโทษผมไม่ได้ตั้งใจ..ขอบคุณมากครับ ฮิเดโกะ”

อังศุมาลินรีบสะบัดหน้า ไม่อยากคิด นั่งลงริมเตียง หงุดหงิดตัวเอง โกโบเดินมาหยุดยืนข้างเรือน มองหน้าต่างห้องอังศุมาลินที่ยังเปิดไฟอยู่ห้องเดียว
อังศุมาลินเป่าตะเกียงที่โต๊ะดับพึ่บ หน้าต่างห้องอังศุมาลินไฟดับลง
โกโบริยืนมองอยู่อย่างนั้นด้วยใจโหยหา ในมือยังถือผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่พร้อมดอกมะลิ

ภาพชีวิตยามเช้าอันชินตาชาวตลาดปากคลอง เห็นกรรมกรจีนแบกกระสอบข้าวสารเดินไปมาวุ่นวาย
ยายเมี้ยนกับตาแกละเดินคุยมากับแม่ค้า 2 คน
“ตกลงไม่ยักกะตายนะ แต่ก็คางเหลืองไปตามๆ กันล่ะ ตำรวจก็จับแต่พวกเรานะ ไอ้ญี่ปุ่นคนยิงก็ลอยนวลไปตามระเบียบ”
“อีกหน่อยมันนึกสนุก อยากจะซ้อมยิงปืน มันคงมายิงพวกเราเล่นนะเนี่ย แล้วเขาว่าทางเมืองจีน เมืองเกาหลีอะไร มันจับผู้หญิงไปข่มขืนกันตามใจชอบเลยนะ ซักวัน ผู้หญิงไทยคงโดนกันมั่งล่ะ”
ตาแกละพูดจบหันไปดูร้านอาโกที่ปิดเงียบ
“ดูสิ แล้วไม่รู้ไอ้โกจะมาเปิดร้านได้วันไหนเนี่ย เปรี้ยวปากอยากกาแฟ” ตาแกละยกมือลูบปากแผลบ
“เดี๋ยว ไอ้เรื่องจับผู้หญิงไปข่มขืนน่ะ มันเอาแต่สาวๆ เท่านั้นใช่ไหม ชั้นคงจะรอด..ใช่ไหม” ยายเมี้ยนว่า
ตาแกละเย้า “สวยๆ อย่างแก..มันก็ไม่แน่”
ยายเมี้ยนเหลือบไปเห็นเฮียเม้ง กำลังดีดลูกคิดคร่ำเคร่ง เลยหยุดทัก
“รวย รวย รวย ร้วย..รวยไม่หวาดไม่ไหว ขนไปไหนกันจ๊ะเฮียเม้ง นั่นขายเหมาหมดร้านเลยเหรอ”
“อะไร..ออ ใช่ๆ เฮียคนนี้เขามาเหมาไป” เฮียเม้งว่า
ยายเมี้ยนตกใจ เพราะกะแซวสนุกปากเท่านั้น “หะหา จริงน่ะ”
ชายผิวขาว ซึ่งแท้จริงเป็นสายสืบญี่ปุ่น ท่าทางร่ำรวยใส่ทอง สวมหมวก ยืนหันหลังดูการขนข้าวสารอยู่ พลันหันหน้ามา
“อา..ทั้งหมดสี่พันบาทค้าบเฮีย”
ชายผิวขาวหยิบเงินสดออกมานับแล้วยื่นให้
นายเมี้ยนกับตาแกละมองตาลุกวาว
“ฮะ เฮีย..นี่เฮียขนไปไหนไปตุน ระ หรือ” ตาแกละถาม
ชายผิวขาวบอก ท่าทางเป็นมิตร “ผม-เอา-ไป-ห้าย-พวก-คนงาน”
“เฮียเพิ่งมาอยู่ใช่ไหม ฉันไม่คุ้นหน้าเฮียเลย”
“ผม-เพิ่ง-มาเปิด-โรงงานใหม่” ชายผิวขาวบอก
“หา โรงงาน งั้นคนงานก็เยอะนะสิ” ยายเมี้ยนถาม
“ช่าย ช่าย”
ยายเมี้ยนเสนอตัว “งั้นเฮียขาดเหลืออะไร ถามฉันได้นะ จะซักผ้า หาที่ หนีระเบิด บอกเมี้ยนเลยนะ”
ระหว่างนั้นวิภาแต่งตัวชุดนิสิตออกมาจากร้าน เฮียเม้ง ถามลูกสาว
“อ้าวอีหนู เขาให้ไปเรียนกันได้แล้วเหรอ”
“วันนี้มหาวิทยาลัยเขานัดประชุม”
“อาๆ รีบไปรีบมา”
อังศุมาลินในชุดนิสิต ถือพวกเอกสาร เดินมา
“มาพอดียายอัง เธอจะเอายังไง บางคณะเขาก็ย้ายไปต่างจังหวัดนะ พวกอักษรฯเขาว่าไปเพชรบูรณ์กันไม่ใช่เหรอ” วิภาว่า
“สุดท้ายก็ไม่ไปแล้ว..นี่ฉันอยากไปฟังข่าวอาจารย์..ได้ยินอาจารย์ฝรั่งหลายคน..โดนจับไปเมืองกาญจน์”
“แล้วเธอจะไปช่วยอะไรได้” วิภาถาม
พอดีแมววิ่งปร๋อเข้ามาจากอีกทางหนึ่ง หน้าตาตื่น
“แม่ๆ ข่าวด่วน”
ยายเมี้ยนอยากรู้ “อะไรๆ”
แมวกระซิบหู พอยายเมี้ยนได้ฟังก็กระจายเสียงทันที
“อะไรนะ นายช่างโกโบริที่เป็นหัวหน้าที่อู่จะย้ายแล้ว ตายๆๆ ลูกสาวฉันยังไม่ทันเป็นฝั่งเป็นฝาเลย แล้วเขาจะไปอยู่ไหนละ”
“ไม่รู้ แต่เห็นพวกที่ไปเยี่ยมคนเจ็บมาพูดกันเมื่อกี้” แมวว่า
“จะว่าไปก็น่าเสียดายนะ นายช่างคนนี้จริงๆแล้วก็เป็นคนดี มีเมตตา ทำเรื่องดีๆ ช่วยเหลือพวกเราก็หลายอย่าง” แม่ค้าคนแรกว่า
แม่ค้าอีกคนเสริม “ฉันเองก็อายแก่ใจนะ เมื่อวานเราไม่น่าไปทำแกขนาดนั้นเลย แต่แกโดนเสียขนาดนั้นก็ยังเอาพวกที่โดนยิงไปรักษาอีก”
“เพราะเรื่องเมื่อวานหรือเปล่าไม่รู้” แมวว่า
ชายผิวขาวหันมองมา ตั้งใจฟังทุกคน อย่างสนใจ

อังศุมาลินฟังนิ่งอึ้ง งงเหมือนหัวถูกค้อนทุบ
“กองบัญชาการกองทัพญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ถนนสาทร พระนคร”

ริ้วธงกองทัพญี่ปุ่นปลิวไสว อยู่บนยอดเสาหน้าอาคารหอการค้าจีน ตอนเช้าวันนั้น

บนโต๊ะประชุม เห็นนายทหารระดับสูงของกองทัพญี่ปุ่นนั่งเรียงรายล้อม มีโทโมยูกิและมาซาโอะอยู่ติดกับหัวโต๊ะประธาน ครู่ต่อมาทุกคนต่างลุกพร้อมกันพรึ่บ
นายพลนากามูระแม่ทัพใหญ่คนใหม่ เดินเข้ามานั่งที่หัวโต๊ะ
“เชิญนั่ง”
ทุกคนนั่งลง มีโทโมยูกิและมาซาโอะที่แลดูอึดอัดมากกว่าเพื่อน
“ผมได้รับมอบหมายนโยบายจากโตเกียว ให้มาจัดการเรื่องความสัมพันธ์กับ รัฐบาลไทยที่ไม่สู้ดีในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา นายดิเรก ชัยนาม เอกอัครราชฑูตไทยประจำญี่ปุ่น เตือนผมว่า ถ้าเราจะแข็งกร้าวเกินไปกับคนไทย จะมีปัญหาใหญ่มากแน่ๆ”
นายพลนากามูระหยุดมองทุกๆ คน โทโมยูกิและมาซาโอะยิ่งอึดอัด ฟังนิ่งๆ โดยไม่หันไปสบตานากามูระ
นากามูระเสียงดัง หนักเน้น “ผมมาที่นี่เพื่อมาจัดระเบียบใหม่ทั้งหมด และใครที่ขัดแย้งกับนโยบายนี้ต้องถูกปรับเปลี่ยนทันที”
ทุกคนฟังนิ่งนากามูระพูดต่อ
“และเรื่องสำคัญเร่งด่วนตอนนี้ก็คือ เรื่องยิงคนไทยที่ตลาดชุมชนฝั่งธนบุรี ต้องจัดพิธีขอขมาโทษต่อชาวชุมชนนี้โดยทันที ไม่ว่ากรณีใดๆ”
มาซาโอะหลบตาลงต่ำ สีหน้าเครียด
“ท่านนากามูระครับ ผมไม่เห็นด้วยกับวิธีนี้ เพราะทหารเราก็ถูกทำร้ายบาดเจ็บหลายนาย ที่มีการยิงก็เป็นการขู่และปรามไม่ให้เหตุการณ์วุ่นวายใหญ่โต” โทโมยูกิแก้ต่าง
นากามูระหันขวับตบโต๊ะดังปัง “ท่านโทโมยูกิ ได้ยินคำสั่งผมหรือไม่” เน้นย้ำคำ “ไม่ว่ากรณีใดๆ!”
นากามูระจ้องเขม็ง โทโมยูกิเก็บอารมณ์สุดขีด

ส่วนที่วัดชุมชนปากคลอง ตอนสาย
กระโถนที่ละมือลงของหลวงพ่อที่ก้มบ้วนน้ำหมาก
หลวงพ่อที่นั่งอยู่บนอาสน์ วางกระโถนลงข้างๆ ถัดไปมีเครื่องสังฆทานวางอยู่ 5-6 ชุด
“ก็นี่ละหนา ไอ้พวกข่าวเล่าข่าวลือเป็นปัญหานัก อาตมาอยากจะเตือนพวกเราไว้เลย อย่าเชื่อเพราะฟังตามๆ กันมา ถ้าเป็นชาวพุทธ ก็ต้องฟังแล้วคิดหาเหตุผลให้ดีก่อนจะเชื่อ ไม่งั้นก็จะเสียหาย ล้มตายได้อย่างเมื่อวาน”
“แต่ทางตำรวจก็กำลังสืบความหาข้อเท็จจริงแล้วละครับหลวงพ่อ แต่ก็ไม่รู้ว่าเรื่องที่เขามายิงเรานี่ จะเอาโทษยังไงได้” กำนันนุ่มว่า
แม่วันเสริม “นี่ก็เห็นว่ากำลังจะมีนายช่างคนใหม่ที่อู่ แทนนายช่างโกโบริแล้วด้วยค่ะ”
มีครอบครัวญี่ปุ่นสามพ่อ แม่ ลูก เดินเข้ามานั่งที่ท้ายกลุ่มคนมาทำบุญ การสนทนาเลยหยุดลงไปครู่หนึ่ง
หลวงพ่อกวักมือ “เอามานี่เลยโยม”
ครอบครัวญี่ปุ่นเลยเดินถือของทำบุญมายื่นถวายให้หลวงพ่อ
“โยมนี่เป็นญี่ปุ่นกันใช่ไหม”
“ช่าย-คับ ผม-เพิ่ง-มาอยู่กัน” คนเป็นพ่อตอบ
“อา ดีๆ อาตมาและชาวบ้านที่นี่ยินดีต้อนรับ นั่งคุยกันก่อนนะ” หลวงพ่อว่า
“คับ-คับ”
ครอบครัวญี่ปุ่นขยับลงไปนั่ง ใกล้ๆ กับ แม่อร
แม่อรหันไปยิ้มทักทาย ก่อนที่จะหาจังหวะถามแม่วันต่อ
“พี่วันว่าจะมีคนมาแทนนายช่างโกโบริหรือ”
“ใช่จ๊ะแม่อร เห็นว่าย้ายไปแล้ว โดยด่วนซะด้วย” แม่วันบอก
“พ่อโกโบรินี่เหรอ อ้าวจะไปเสียแล้ว โธ่ๆๆ เสียดายคนดีดี” ยายศรใจหาย เอ่ยขึ้น
“นั่นสิครับ ใครต่อใครก็พูดเสียดายกันทั้งบาง ที่พ่อโกโบริจะไป ดูสิ คนไทยที่ถูกยิง พ่อโกโบริก็เอาไปให้หมอที่อู่รักษาจนหาย” กำนันว่า
“ไม่ต้องไปเอ่ยถึงคนอื่นหรอก ฉันนี่แหละ รอดจากมาลาเรีย ก็เพราะพ่อดอกมะลิจริงๆ นะ” ยายศรบอกอย่างชื่นชม
ครอบครัวชาวญี่ปุ่นต่างสนใจฟัง

อังศุมาลินเดินมาอย่างเร่งรีบ ด้วยสีหน้าร้อนรนใจ กำลังเดินมองหาไปมา ต่อมาประตูห้องพยาบาลเปิดออก เห็นอังศุมาลินเข้ามา

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 10 วันที่ 17 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager