อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 10/2 วันที่ 17 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 10/2 วันที่ 17 ก.พ. 56

อังศุมาลินเดินมาอย่างเร่งรีบ ด้วยสีหน้าร้อนรนใจ กำลังเดินมองหาไปมา ต่อมาประตูห้องพยาบาลเปิดออก เห็นอังศุมาลินเข้ามา
ภายในห้องมีแต่คนไข้ และนายสิบผู้ช่วย และทหารเดินเข้าออกบางตา อังศุมาลินมีสีหน้ากังวล ที่ไม่เจอคนที่หา
อังศุมาลินเดินต่อมาถึงหน้าห้องทำงานของโกโบริ แล้วเดินไปถามทหารคนหนึ่งที่เดินผ่านมา
“ที่นี่ห้องร้อยเอกโกโบริ ใช่ไหมคะ”

“ไฮ้ ห้องพักผู้กองโกโบริ”
อังศุมาลินเดินตรงเข้าไปในห้องทำงานของโกโบริ
เมื่อเข้ามาภายในห้องแล้ว เห็นนายทหารรูปร่างสันทัดคล้ายโกโบริยืนหันหลังดูเอกสารอยู่ อังศุมาลินร้องเรียกอย่างดีใจ



“โกโบริ”
นายทหารคนนั้นหันมา เป็นผู้กองฮิชิดะ ผู้ที่จะมาแทนโกโบริ ทำหน้าแปลกใจที่มีเสียงผู้หญิงไทยอยู่ในค่ายทหาร
อังศุมาลินหน้าเปลี่ยนสี
ฮิชิดะยิ้มเป็นมิตร “ผู้กองโกโบริไม่อยู่ ไปฝั่งพระนครครับ”
“คุณ…”
“ร้อยโทฮิชิดะ เค็น ครับ มาประจำแทนผู้กองโกโบริตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป คุณเป็นใครครับ”

ฮิชิดะแนะนำตัว แล้วถามกลับ อังศุมาลินใจหายหน้าถอดสีโดยไม่รู้ตัว
พระอาทิตย์กำลังลาฟ้า แสงสีแดงส้มเสมือนผีตากผ้าอ้อม สะท้อนบนผิวน้ำหลังอู่ ในห้องพักของโกโบริ ซามิเซ็งคันเก่ง วางอยู่บนเตียงที่โล่ง พับเก็บเป็นระเบียบ

โกโบริอยู่ในชุดสนามพร้อมรบ มีเป้สัมภาระในมือ ยืนอยู่ปลายเตียง กวาดตามองไปรอบๆ ราวกับจะบันทึกและจดจำสิ่งต่างๆในห้องทั้งหมดเอาไว้ให้มากที่สุด แล้วก้มดูของในอีกมือหนึ่ง
เห็นเป็นผ้าเช็ดหน้าสีโอลด์โรสที่ยังมีคราบเลือดและพับอย่างดี อยู่ในมือ โกโบริเก็บผ้าเช็ดหน้าเข้ากระเป๋าเสื้อ แล้วเอื้อมไปคว้าซามิเซ็งขึ้นมา
โกโบริ ปิดสวิทช์ไฟสีดำกลมๆ ที่ตัวไฟเป็นโคมจานห้อยกลางห้อง ห้องมืดลง

โกโบริเดินถือซามิเซ็ง และสะพายเป้เข้ามาในห้องทำงาน ตรงไปที่โต๊ะ โกโบริหยิบซองจดหมายส่งตัวบนโต๊ะขึ้นมาได้ยินเสียงคนเข้ามา หันไปทางประตู เห็นฮิชิดะเดินเข้ามา
“ฮิชิดะซัง มาพอดี” โกโบริทัก
“อยู่นี่เอง.. ผู้พันมาซาโอะให้มาตาม อีกสิบห้านาทีรถจะออกแล้ว
“ผมกำลังจะไป...แต่ผมฝากเจ้าซามิเซ็งนี่ไว้กับคุณก่อนได้ไหม เผื่อผมจะมีโอกาสกลับมา... เล่นอีก”
ฮิชิดะรับซามิเซ็งไว้
“ด้วยความยินดี...เดินทางโดยสวัสดิภาพ ชัยชนะจงเป็นของคนญี่ปุ่น”
ฮิชิดะชูกำปั้นขึ้น ให้กำลังใจ
“แน่นอน...หวังว่าคงได้พบกันอีก”
“เช่นกัน” ฮิชิดะบอก
โกโบริหันหลังเดินออกไป กำลังจะก้าวพ้นประตู
ฮิชิดะนึกออก “เอ่อ...เดี๋ยวโกโบริ วันนี้มีผู้หญิงคนนึงมาหาคุณที่นี่”
โกโบริหันขวับกลับมาทันที

โกโบริกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาท่ามกลางความมืด รีบเร่งไปให้ถึงที่หมายให้เร็วที่สุด ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เจอกับอังศุมาลิน ผุดขึ้นมาราวสายน้ำไหล สลับกับการเดินลัดเลาะผ่านสุมทุมพุ่มไม้อย่าง รีบเร่งและชำนาญทาง
นับจากเจอกันที่เรือหลังอู่วันแรก ตอนอังศุมาลินต่อว่าหนักที่โกโบริที่ทำโทษตาบัวตาผล ตอนอังศุมาลินเช็ดตัวทำแผลโดนฟันให้ ตอนทำเทริยาเก้อย่างสนุกสนานบนชานเรือน ตอนที่โกโบริพาอังศุมาลินกับยายศรมาหลบระเบิดในท้องร่องสวน ตอนสองคนเดินคุยกันในสวน กระทั่งภาพอังศุมาลินซับเลือดที่หัวที่ตลาด

ไม่นานนัก โกโบริเดินมาถึงข้างหลังเรือน หอบเล็กน้อย เห็นไฟบนเรือนสว่างอยู่ก็ดีใจ โกโบริรีบเดินขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็ว มาหยุดยืนอยู่หน้าประตู พักหอบ แล้วดึงผ้าเช็ดหน้าที่เตรียมไว้ให้ออกมา
โกโบริเคาะประตูสามที สีหน้าแววตาเปี่ยมสุขและลุ้นที่จะได้เจอสาวไทยคนนั้น แต่เงียบนาน เลยเคาะอีกครั้งหนึ่ง พอสิ้นเสียงเคาะเสียงถอดสลักประตูดังออกมา โกโบริหัวใจพอง
พอประตูเปิดออก ยายศรในชุดเสื้อคอกระเช้าและมีเสื้อคลุม หญิงชรามีสีหน้าดีใจ
“อ้าว พ่อโกโบริ คิดถึงอยู่เชียว..นี่พ่อจะย้ายไปแล้วหรือ นึกว่าจะไม่มาร่ำมาลากันเสียแล้ว”
โกโบริแปลกใจ รู้ได้ยังไง รีบร้อนถาม “ใช่ครับ ฮิเดโกะ..เออ อังศุมาลิน อยู่หรือเปล่าครับ”
“อ๋อ ยัยอังกับแม่อร ไปบ้านพ่อกำนัน สักพักคงกลับ”
โกโบริมีสีหน้าผิดหวัง แทบทรุดทันที มึนตึ๊บ
“ถ้าอย่างนั้น...” โกโบริยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ “ผมฝากผ้าเช็ดหน้าให้อังศุมาลินด้วย บอกด้วยว่าเป็นผืนใหม่ ผมเอามาคืน ฝากบอกลาเขาและแม่ด้วยครับ และถ้ามีโอกาสผมจะกลับมาที่นี่อีก ผมไปก่อน ขอให้คุณยายสุขภาพแข็งแรง”
“นี่จะไม่เข้ามาก่อนหรือ”
“ไม่ครับ รถรออยู่ครับ เดี๋ยวผมไปไม่ทันรถไฟ”
“แล้วไปที่ไหนล่ะพ่อคุณ” ยายถาม
“พม่าครับ”

ที่บ้านกำนันนุ่มค่ำนั้น ทุกคนชิมก๋วยเตี๋ยวผัดไทยกัน จากจานสังกะสี ยายเมี้ยนเอ่ยขึ้น
“เออ..ได้ยินมานาน เพิ่งได้ชิมนี่แหละ ก๊วยเตี๋ยวผัดไทย แต่มันไทยตรงไหน”
กำนันนุ่มรีบบอก “ตรงที่ใส่กุ้งแห้งกับเต้าหู้แทนหมู ท่านจอมพลบอกว่า ถ้าใส่หมูเป็นก๋วยเตี๋ยวจีน”
แม่วันเสริม “เขาว่ากันว่า ตอนน้ำท่วมใหญ่ ท่านจอมพลและคณะรัฐบาลไปไหนไม่ได้ พอดีมีเรือก๋วยเตี๋ยวพายมาขาย ท่านเลยเห็นว่าก๊วยเตี๋ยวเป็นอาหารที่ดี จานนึง มีเส้น มีผัก มีเนื้อสัตว์ครบ จะช่วยเศรษฐกิจชาติได้ดี ท่านเลยคิดตำรานี้ขึ้นมา แล้วเชิญชวนให้คนไทยกินกันให้เป็นอาหารประจำบ้าน”
แมวรีบเสนอหน้า “เลยตั้งชื่อว่าก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ให้รับกับชื่อประเทศ ที่เปลี่ยนจากสยามมาเป็นไทยไงจ๊ะ”
อังศุมาลินนั่งใจลอยๆ ระหว่างที่ทุกคนคุยกัน คิดอะไรมากมาย หลายอย่าง
“ที่เรียกประชุมด่วนนี่ เพราะจะให้มากินก๋วยเตี๋ยวตามรัฐนิยมเนี่ยเท่านั้นเรอะ” ตาแกละถาม
“ข้อใหญ่ใจความคือ...ที่เขาสั่งห้ามกินหมากมาแต่เริ่มสงครามน่ะ ตอนนี้ เขาจะเอาจริงแล้ว เขาจะมาตรวจ ว่าสวนของใคร ยังปลูกหมาก ปลูกพลูอยู่ล่ะก้อ..จะมีความผิด เขาจะจับไปปรับ!” กำนันบอก
“หา...แบบนั้น บ้านเรามิถูกปรับเป็นหมื่นๆ หรือ ยัยอัง” แม่อรถามลูกสาว
“คะ” อังศุมาลินสะดุ้งตื่นจากภวังค์
“กำนันอย่าลืม เรื่องเปลี่ยนชื่อด้วย อย่างชั้นชื่อวัน..ก็อาจจะไปเปลี่ยนเป็นวัลลภา”
“เออ...จริงๆๆ ต่อไปนี้ ชื่อของพวกเรา ฟังแล้วต้องรู้ทันที ว่าเป็นเพศอะไร ยกตัวอย่างเช่น..ฉันเอง ชื่อนุ่มแบบนี้ ใช้ไม่ได้ ต้องเปลี่ยนให้เป็นชื่อผู้ชายๆกว่านี้” กำนันบอก
“เช่นอะไร จากนุ่ม ให้เปลี่ยนเป็นแข็ง...งั้นหรือ” ตาแกละว่าขำๆ
ยายเมี้ยนแหลมขึ้น “งั้นชั้นเอาชื่อเมี้ยนฤดีละกัน เรียบๆ”
“แม่เปลี่ยนไปคนเดียวนะ หนูไม่ยอมชื่อแมวฤดีเด็ดขาด” แมวว่า

ทุกคนหัวเราะขำกัน แต่อังศุมาลินเอาแต่นั่งเหม่อ ซึมๆ
คืนเดียวกัน หลวงชลาสินธุราชในเครื่องแบบ กับข้าราชการพลเรือน 2 คน เพิ่งประชุมเสร็จ เดินกลับเข้ามาในบ้าน คุยกันท่าทีกระซิบกระซาบ

“ผมคิดว่าการเปลี่ยนตัวแม่ทัพญี่ปุ่นมาเป็นนากามูระ และเปลี่ยนจากนโยบายแข็งกร้าวกับไทย มาเป็นประนีประนอม จะทำให้เราทำงานง่ายขึ้น” คนหนึ่งว่า
อีกคนเสริม “สมแล้ว ไอ้แม่ทัพคนเก่ามันโหดเหี้ยมดีนัก โดนย้ายไปประจำฐานทัพภาคใต้ที่สิงคโปร์น่ะดีแล้ว”
“ผมว่า..มันยิ่งไว้ใจไม่ได้ใหญ่ เมื่อก่อนเรายังรู้ว่า ใครร้าย ใครดี..เราก็ระวังตัวถูก ตอนนี้ เขาทำเหมือนดีกับเราไปหมด แต่จริงๆ ภายใต้ก็คือดาบซามูไรอยู่ดีนั่นเอง” คุณหลวงบอก
“ก็จริง ยังไงเราก็ประมาทไม่ได้” คนแรกเห็นด้วย
เสียงคุณหญิงจิตดังขึ้นมา “กลับมาแล้วเหรอคะ”
คุณหญิงเดินออกมา พวกผู้ชายทุกคนสบตากัน รีบเปลี่ยนเรื่องเป็นหัวเราะเฮฮา
“ใช่ๆๆ ผมไม่ชอบจริงๆ นะ รำวงอะไรเนี่ย รำไม่เป็นจริงๆ” คุณหลวงบอก
ข้าราชการคนแรกเห็นงาม “นั่นสิครับ เต้นรำยังง่ายซะกว่า”
คุณหลวงหันไปทำทีถามภรรยา “ใช่ไหมคุณ”
“อะไรกันคะ รำวงสนุกออก อย่างเพลงที่แต่งมาใหม่ อะไรนะ...”
ข้าราชการคนที่ 2 ตอบ “ขวัญใจดอกไม้ของชาติ หรือเปล่าครับ”
“ใช่ๆ เพราะมาก” คุณหญิงจิตว่า
ทั้งหมดเปลี่ยนเรื่องคุยกัน หัวเราะร่าเริง
คุณหลวงชลาสินธุราช แอบสบตากับเพื่อนข้าราชการท่าทีโล่งอก

อังศุมาลินมองผ้าเช็ดหน้าที่เคยอยู่ในโกโบริผืนนั้น
อังศุมาลินวางผ้าลง “แล้วทำไมต้องเอาผ้าใหม่มาให้...จะไปก็ไปสิ กะอีผ้าเช็ดหน้าเก่าๆผืนเดียว หนูแค่ทำบุญทำทาน...ทำไมต้องซื้อมาชดใช้คืน... ทำยังกะหนูงกนักอย่างงั้นแหละ ทำไมกลัวจะต้องเป็นหนี้บุญคุณคนอย่างเราหรือ”
“เขาคงตั้งใจมาลา...แล้วคงอยากขอบคุณน่ะ” ยายบอก
อังศุมาลินอึ้ง แม่อรถอนใจ
“เฮ้อ...น่าสงสาร เขาส่งให้ไปไหนก็ต้องไป มีหน้าที่ต้องทำตามคำสั่ง เกิดเป็นผู้ชาย ประเทศมีสงคราม ก็ต้องไปรบ ไม่ไปรบ ก็ผิด”
“ทางบ้านเขาจะเป็นยังไงกันบ้างนะ ลูกชายก็ถูกส่งไกลออกไป ไกลออกไป แถมอันตรายขึ้นทุกทีๆ ด้วย” ยายพูดป็นเชิงถาม
อังศุมาลินเมินหน้าหนี ในใจยามนั้นคิดอยากให้พวกผู้ใหญ่เลิกคุยเรื่องนี้ซะที
“นี่ถ้าแกมาเที่ยวบ้านเราสนุกๆ ไม่มีสงคราม แล้วได้มารู้จักกันเฉยๆ แม่ว่าหนูกะเขาก็น่าจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้นะลูก”
“พ่อดอกมะลิเป็นคนใจดี มีน้ำใจกับพวกเราทุกอย่าง ขนาดคนไทยด้วยกัน บางทียังสู้เขาไม่ได้เลย” ยายศรว่า
คำพูดนั้นกระแทกเข้าใบหน้าซีดๆ ของอังศุมาลิน หญิงสาวหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นขึ้นมาดูใหม่ แล้วเอามือลูบ รีดๆ ไป ใจเลื่อนลอย

บริเวณหน้าที่ทำการกองทัพญี่ปุ่น กรุงเทพฯ ที่ถนนสาทร ฝนพรำสายตลอดตั้งแต่ค่ำจนบัดนี้
บรรยากาศมาคุสุดๆ ฝนพรำสายหยดลงตามระเบียง ใต้ชายคา ทหารญี่ปุ่นเดินยืน พูดจากันเครียดๆ ซุบซิบๆ ครู่หนึ่งรถของพลโทโทโมยูกิแล่นมาจอด โทโมยูกิแต่งเต็มยศ กระโดดลงมาหน้าตาดุดัน มีทหารถือร่มจากตึก ลงมารับพาเดินขึ้นตึกไป
โทโมยูกิเดินมาตามระเบียง พอผ่านพวกทหาร พวกทหารก็พากันทำความเคารพ และหลบตาแบบกลัวๆ
รถจี๊ปคันเล็กแล่นมาจอด โกโบริหน้าซีด อาการงวยงง เดินลงมา ทหารที่ถือร่ม วิ่งลงมารับโกโบริเช่นกัน
โกโบริเดินขึ้นไปบนตึก ทหารชี้ทางให้ไป โกโบริขอบคุณ เดินรีบร้อนมาตามทางเดิน ถึงที่หน้าห้องหนึ่ง ประตูเปิดออกมา เห็นหมอโยชิ ก้าวออกมา ที่หัวและจุดที่บาดเจ็บ ยังพันผ้าไว้ โกโบริชะงัก
“โกโบริ” หมอโยชิทัก
โกโบริทักตอบ “โยชิ”
ทหารญี่ปุ่นคนอื่นๆ จับตามองเขม็ง
โกโบริจึงพูดไทย ลดเสียงเบา ไม่ให้คนอื่นรู้เรื่อง “เกิดอะไรขึ้น ผมไปที่สถานีรถไฟบางกอกน้อย เพื่อจะเดินทางไปจังหวัดระนอง แต่ก็ถูกสั่งให้มาที่นี่”
“เข้ามาข้างใน คุณจะต้องพบกับท่านแม่ทัพนากามูระ ท่านอยากพูดอะไรกับคุณหน่อย”

โกโบริงงกับคำพูดของหมอโยชิ
ฝนยังคงตกแรง สาดสายกระหน่ำ ใส่อาคารที่ทำการหลังนั้น ฟ้าคะนองครืนโครมเป็นระยะ

ภายในห้องทำงานแม่ทัพใหญ่นากามูระยามนั้น มีเพียงนากามูระ และ โทโมยูกิเผชิญหน้า กันที่หน้าโต๊ะทำงานนากามูระ
โทโมยูกิอ่านคำสั่ง แล้วหน้าซีดลงๆๆ ลดจดหมายในมือลง
“ท่านสั่งย้ายผมไปประจำฐานทัพใหญ่ที่สิงคโปร์”
“ตามนั้น” นากามูระตอบสั้นห้วน
แววตาโทโมยูกิแค้นเคืองขณะรับคำสั่ง “รับปฎิบัติ ครับผม!”
“ท่านเดินทางได้พรุ่งนี้เลย”
โทโมยูกิทำความเคารพ แล้วหันกลับจะเดินออก แล้วชะงัก หันกลับ นากามูระมองตัวเกร็งท่าทีระวัง
“ผมอยากทราบเหตุผล”
“เพราะ...คุณไม่ทำตามนโยบายของผม”
“อ้อ..เข้าใจแล้ว” โทโมยูกิทำความเคารพอีกที แล้วเดินออกไปอย่างสง่า
ฟ้าร้องเปรี้ยงๆๆ สายฟ้าแลบแปลบปลาบ

โกโบริ หมอโยชิ และนายทหารคนอื่นๆ เดินมาถึงหน้าห้อง ขณะที่โทโมยูกิ เดินออกมา โทโมยูกิชะงัก มองหลานช็อกๆ โกโบริเองก็มองลุงด้วยท่าทีตกใจ
ฟ้าร้องคำราม ฟ้าแลบแปล้บ ฝนสาดมาทางระเบียง
“นายพลนากามูระเรียกตัวแกกลับมาหรือ” โทโมยูกิถาม
โกโบริอึ้ง ตอบไม่ถูก หมอโยชิตอบแทน
“ครับผม”
โทโมยูกิสงสัย “ทำไม”
“โกโบริคือทหารญี่ปุ่นที่เป็นแบบอย่างที่ดีของกองทัพ ที่สร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้านได้ดีครับผม” หมอตอบอีก
โทโมยูกิสบถ “โง่สิ้นดี”
ทหารทุกคนเงียบกริบ โทโมยูกิพูดอย่างถือดี
“ทำดีกับคนไทย นากามูระไม่เข้าใจคนไทยเหมือนชั้นหรอก”
สีหน้าโกโบริสับสน
“แกมันใจอ่อนเกินไป.. สักวันจะต้องเจ็บปวด เพราะคนไทยไว้ใจไม่ได้”
ขาดคำโทโมยูกิย่ำเท้าตึงๆๆ อย่างฉุนฉัยวผ่านหน้าทุกคนไป
โกโบริมองตาม หน้าซีดเผือด

วันต่อมา มาซาโอะและทส.ทหารญี่ปุ่น 2 คน เดินชมตลาดท่าเตียนอย่างสบายใจ
ครู่หนึ่งรถจี๊ปสารวัตรทหารญี่ปุ่นแล่นเข้ามาจอด สารวัตรองอาจ และตร.ไทย 2 คน กระโดดลงจากท้ายรถ เดินตรงเข้าไปหามาซาโอะ สารวัตรทหารญี่ปุ่นอีก 4 คน ลงจากรถเดินตามไป
ชาวบ้านชาวตลาดทุกคนแตกตื่น หันมามองอย่างแปลกใจ
“ผมมีหมายจับ มาขอจับคุณ..ข้อหา..พยายามฆ่าพลเรือนคนไทยที่ไม่มีอาวุธ”
มาซาโอะตกใจไม่ทันตั้งตัว ทส.พยายามกันตัวมาซาโอะ แต่ไม่ทันตำรวจไทยเข้าขวางไว้
พวกสารวัตรทหารญี่ปุ่นทำความเคารพมาซาโอะ แล้วขอจับเข้าล็อกตัวอย่างสุภาพ
“ผมเสียใจด้วย พวกคุณเปลี่ยนแม่ทัพ เปลี่ยนนโยบายกันเอง...ผมก็ได้แต่ทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาเหมือนกัน”
มาซาโอะเสียหน้า อึ้งๆ ด้วยคาดไม่ถึง แต่ก็ยอมตามไปขึ้นรถจี๊ปโดยดี
ชาวบ้านมองตามไป ตกใจ แตกตื่น ซุบซิบ วิพากษ์วิจารณ์กันขรม

ตกกลางคืนแม่อรนั่งเรียงเผือกฉาบบนกระด้ง ในแสงตะเกียง ยายศรเดินประแป้งน้ำอบ ไทยหอมฉุยแล้วออกมาหยิบพัด พัดๆๆ เป็นการใหญ่
“ค่ำนี้อากาศร้อนจริงเลย ร้อนอ้าวๆ พิกล”
อังศุมาลินนั่งตีขิม ช้าๆ เพลงเศร้าๆ อยู่นอกชาน หน้าซึมๆ
ตีไปสักพัก ขิมสายขาดตึ๊ง..เด้งผลุบ เสียงขิมดังแปร่งขึ้นมา
“อ้าว...สายขาดเหรอยัยอัง” ยายศรหันไปถาม
“ค่ะ”
อังศุมาลินก้มหน้าก้มตา จัดการแก้ไข หาสายใหม่มาเปลี่ยน
“มาทำอะไรตอนนี้ มืดตึ๊ดตื๋อ พรุ่งนี้สว่างๆ ค่อยทำเถอะ” แม่อรบอก
“ค่ะ” อังศุมาลินปิดขิมลงเก็บ พลางบ่น “ไม่มีลมเลย แปลกจริง” ก่อนจะเดินกลับห้องไป
เข้ามาในห้องอังศุมาลินหยิบผ้าถุงมา คว้าผ้าเช็ดตัว แล้วมองไปเห็นผ้าเช็ดหน้าสีโอลด์โรสผืนนั้น
อังศุมาลินหยิบมาดู หน้าขรึม หม่นลง

ครู่ต่อมาอังศุมาลินนุ่งกระโจมอก นั่งเอาเท้าจุ่มน้ำเล่นอยู่ที่ท่าหน้าบ้าน เหม่อมองออกไปที่อู่ต่อเรือ และมองเลยไปยังห้องที่โกโบริเคยอยู่ เห็นปิดไฟมืด บรรยากาศดูเงียบสงัด
พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นเหนือคุ้งน้ำ สะท้อนเป็นประกายวิบวับบนผืนน้ำ
อังศุมาลินเผลอฮัมเพลงเบาๆ ขึ้นมา
“ซา.. กู.. ระ.. ลา.. ลา.. ที้.. ลา.. ที้.. โด.. ที...”
แต่แล้วขณะร้อง อังศุมาลินเหมือนจะรู้ตัว พยายามจะไม่คิดถึง หยุดร้อง
นิ่งเงียบไปอีกพักหนึ่ง เอาเท้าแกว่งน้ำเล่นอีกสองสามที
ที่แม่น้ำยามนั้น มีเรือท้องแบนลอยไหลเรื่อยมาตามสายน้ำ
อังศุมาลินได้ยินเสียงเรือลอยน้ำมา จึงหันไปมอง เห็นเพียงเงาดำของคนที่อยู่ในเรือ กำลังลอยช้าๆ มายังท่า
อังศุมาลินรีบลุกขึ้น กระชับกระโจมอกให้แน่น เอาผ้าเช็ดตัวคลุมกระชับที่ไหล่
“ใครน่ะ”
เรือลำน้อยค่อยๆ ลอยเข้ามาช้าๆ จนแสงไฟค่อยๆ ไล่ไปที่ใบหน้า เผยให้เห็นเป็นโกโบริส่งยิ้มมา
อังศุมาลินมองงงๆ
“ผมเอง...”
อังศุมาลินพูดไม่ออก นึกไม่ถึง “คุณ..ไปแล้ว ไม่ใช่เหรอ”
“มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ผิดหวังหรือครับ” โกโบริยิ้มแฉ่ง
“เปล่า..” อังศุมาลินนิ่ง “คือ..แปลกใจนิดหน่อย”
“แต่ผมดีใจมาก...” คราวนี้ยิ้มกว้าง
อังศุมาลินพูดไม่ออก มองตาโตอยู่เช่นนั้น
“คุณคง..กำลังจะอาบน้ำ” โกโบริมองสภาพ
“ใช่ คุณก็ควรไปได้แล้ว”
โกโบริยิ้มเขิน “ไปเดี๋ยวนี้ครับ...” พร้อมกับลดเสียงพูดเบาลง “ได้พบหน้า..แค่นี้..ผมก็พอแล้ว”
“อะไรนะ” อังศุมาลินได้ยินไม่ถนัดหู

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 10/2 วันที่ 17 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager