อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 11/4 วันที่ 20 ก.พ. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 11/4 วันที่ 20 ก.พ. 56

ส่วนโกโบริกวาดตามองสภาพกระท่อมที่ดูดีแปลกตา ด้วยความสนใจ แล้วมองผ่านไปข้างในกระท่อม ตาบัวเริ่มสั่นกลัวขึ้นมาทันที รีบลุกพรวดออกไปยืนหน้ากระท่อม
“ชะ เชิญชม ได้เลย มะ..ไม่มีใคร ฉันอยู่คนเดียว”
“อืม…”
“ก็ ไอ้ผล มัน..อยู่ที่อู่นายช่างแล้วไง ฉันก็อยู่..คนเดียว”
โกโบริพยักหน้ารับ “ที่นี่...มีอะไรใหม่ๆ และสะอาดเรียบร้อยดีนะ”

“ใช่ๆ..ละ แล้ว ทำไมนายช่างมามืดค่ำ ให้ฉันช่วยอะไร ก็รีบบอกมา จะได้เสร็จธุระ”
โกโบริยิ้มสบายใจ “ไม่มีอะไร แวะมาเยี่ยมคุยเล่นกัน เล่นๆ”


“คุยเล่นๆ”
ตาบัวใจคอไม่ค่อยดี

อังศุมาลินเดินนำทางมาอย่างคล่องแคล่ว ไมเคิลที่ก้มมองทางตลอดพยายามเดินตามให้ทัน จังหวะต่อมายินเสียงคนคุยกันดังแว่วมา อังศุมาลินรีบหยุด แล้วยกมือทำนองห้ามเดิน
ไมเคิลหยุดเดิน แต่ห่างอังศุมาลินอยู่สองสามก้าว อังศุมาลินยกนิ้วจุ๊ปากหันไปทางไมเคิล ไมเคิลพยักหน้า
สองคนเห็นแสงไฟจากตะเกียงของชาวบ้านสองคนใกล้เข้ามา และเหมือนจะมุ่งเดินผ่านไปอีกทางหนึ่ง
ไมเคิลค่อยๆ ย่องเดินเข้ามาให้ใกล้อังศุมาลิน แต่ดันไปเหยียบพื้นพลาดลื่นล้ม โดนกิ่งไม้หัก อังศุมาลินตกใจ หันไปมอง ไมเคิลพยายามทำตัวหมอบต่ำที่สุด เสียงชาวบ้านหยุดคุยกันทันที
อังศุมาลินมองลุ้นที่แสงตะเกียงของชาวบ้านที่หยุดนิ่ง จนแสงตะเกียงและชาวบ้านทั้งสองเดินคุยกันต่อไป
อังศุมาลินถอนหายใจโล่งอก

ฝ่ายตาบัวทำหน้าบอกบุญไม่รับ เมื่อเห็นโกโบริเดินเข้ามานั่งในกระต๊อบ ตาบัวจึงหันไปแล้วคว้าเทียนขึ้นมาจุด
“นายช่าง..ไม่รีบกลับไปดูอู่ ละ..หรือไง”
“ฉันเมื่อย ขอนั่งพักสักหน่อย...” โกโบริบอก
ตาบัวฉงน “อะ อา…”
โกโบริบอกอีกเป็นเชิงขอร้อง “จะได้ไหม”
ตาบัวขัดไม่ลง “คะ คือ..ดะ ได้ ก็ได้”

ตรงทางเดินหน้ากระท่อมหลังสวน ไมเคิลยังเดินตามมาท่าทีเก้งก้าง ตามอังศุมาลินไม่ลดละ อังศุมาลินหันมาหา พูดเบาๆ
“ถึงแล้ว”
อังศุมาลินหันกลับแล้วเดินตรงเข้าไปที่กระต๊อบ
ไมเคิลกำลังจะก้าวเดินตามไป เหลือบไปเห็นแสงไฟในกระท่อม จึงรีบหลบหายไปกับเงามืดข้างทาง
อังศุมาลินเดินจนเกือบถึงหน้ากระท่อม มองเห็นแสงเทียนไขและเสียงผิวปากเพลงซากุระเบาๆอย่างสบายใจ จึงหยุดเพ่งมอง เห็นร่างของคนสองคนที่ไม่รู้ว่าใครชะงัก ผงะทันที

โกโบรินั่งผิงฝาประตูกระต๊อบอยู่ มีตาบัวนั่งห่างๆ ตัวเกร็ง
“เชิญครับ เข้ามากันก่อนสิ”
อังศุมาลินตกใจกับน้ำเสียงที่ได้ยินจากร่างในเงามืด
อังศุมาลินยืนนิ่งทำอะไรแทบไม่ถูก พยายามปรับสีหน้าให้ปกติ โกโบริที่ยังนั่งอยู่ในเงามืดของกระท่อมทักทายต่อ
“มาเสียค่ำมืดเลยนะครับ”
“คุณมาทำอะไรที่นี่” อังศุมาลินถามกลับ
“ผม...มาคุยกับตาบัว แล้วคุณละ มาทำอะไร”
โกโบริค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืน ทำให้ร่างต้องแสงเทียนที่ส่องมองเห็นใบหน้า ดวงตาที่มองมาเยือกเย็น เย้ยหยัน
อังศุมาลินเงียบ
โกโบริบอกต่อ “ที่จริง..ผมก็ไม่คิดว่า...จะได้มาเจอคุณ”
“ฉันสิ กลับไม่แปลกใจที่มาเจอคุณ”
อังศุมาลินสวนทันควันอารมณ์วึดวือ
“ผมได้พักสามวัน เลยแวะมาบอกตาบัวว่า...พรุ่งนี้ไปพาตาผลกลับได้ เพราะผมจะต้องไปอยู่ที่ฝั่งโน้นหลังจากวันนี้”
อังศุมาลินทำทีเฉยเมยไม่รับรู้
“ผมขอพักพิจารณาตัวเอง ว่าสมควรอยู่ที่นี่ต่อไปอีกไหม”
อังศุมาลินหน้าร้อนผ่าว อึดอัดขึ้นมาในบัดดล
โกโบริบอกต่อ “และหลังจากนี้ ผมอาจไปประจำการบนเรือ ไปออกรบเสียที ใครต่อใครจะได้โล่งอก”
ตาบัวกลอกตามองลอกแลกไปมาดูทั้งสองฝ่าย ทำอะไรไม่ถูก
“ลุงบัว แม่ให้มาถาม ว่าพรุ่งนี้ว่างหรือเปล่า” อังศุมาลินเอ่ยขึ้น
ตาบัวมองงงๆ พยักหน้ารับช้าๆ เหงื่อแตกแล้วตอนนั้น เพราะทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผน
“แม่ให้ไปช่วยดูลอกท้องร่องให้หน่อย ไปแต่เช้านะะลุง เพราะสายๆ จะไม่อยู่”
ตาบัวพยักหน้า “ได้ซิ”
“หนูแวะมาบอกแค่นี้ละ”
จบคำอังศุมาลินหันขวับจะออกเดินกลับทันที
“เดี๋ยวซิ ผมกลับด้วย”
อังศุมาลิน หันมาสบตากับตาบัวแวบหนึ่ง แล้วต่างคนต่างอึ้ง

ครู่ต่อมา อังศุมาลินเดินดุ่มๆ ตรงไปตามทางเดินที่มืดทึม อย่างชำนาญ ไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น
โกโบริรีบสืบเท้าก้าวตามไม่ห่างจนไล่เข้ามาใกล้
“ผมแปลกใจ”
อังศุมาลินหูทวนลม
“ทำไมตาบัวไปนอนบ้านคุณทั้งคืน แต่ไม่มีใครบอกเรื่องลอกท้องร่อง”
อังศุมาลินฉุนกึก หันขวับกลับมาเผชิญหน้า
“คุณหมายความว่ายังไง”
โกโบริผงะ ไม่ทันตั้งตัว
“ผมไม่ว่าอย่างไร นอกจากว่า...ค่ำมืดอย่างนี้คุณมาที่นี่คนเดียว เพราะเรื่องแค่นี้...มันไม่ปลอดภัย” ที่แท้โกโบริเป็นห่วงสาวเจ้า
“ที่นี่คือแผ่นดินไทย คนที่นี่ก็เป็นคนไทย แต่ถ้าจะมีเรื่องไม่ปลอดภัยเกิดขึ้น คงไม่ใช่เพราะคนไทยที่นี่แน่”
อังศุมาลินสวนกลับอย่างเย้ยหยันและท้าทาย
โกโบริเดินตรงพรวดเข้ามาใกล้อังศุมาลิน แล้วคว้าต้นแขนกระชากเข้ามาเต็มแรง ด้วยเหลืออดแล้ว
“ใช่ ที่นี่เป็นแผ่นดินไทย ผมไม่ใช่คนไทย เป็นศัตรู เป็นคนเลว โหดร้ายแต่ผมไม่เคยทำร้ายผู้หญิง...”
โกโบริจ้องมองอังศุมาลิน แววตาตรงหน้าปวดร้าวเหลือประมาณ อังศุมาลินนึกไม่ถึง ตัวเกร็ง
“และผมก็เดาไม่ผิด ว่าคุณจะต้องมาที่นี่ คุณอย่านึกว่าที่นี่จะปลอดภัยต่อไป ผมเองก็จะอยู่ที่นี่อีกไม่นาน แล้วเมื่อมีคนอื่นเข้ามาแทนผม คุณก็จะได้รู้รสชาติของสงครามและการยึดครองที่แท้จริง ผมพยายามเป็นมิตรกับทุกคนที่นี่ ทำให้พวกเขาเข้าใจว่าสงครามเป็นเรื่องการเมือง และทหารผลัดถิ่นอย่างผมก็มีเลือดเนื้อ จิตใจ เป็นคนเหมือนกับทุกคน เคยเหงาเคยกลัวตาย มีความรัก มีความชัง มีดีและเลว เหมือนที่ทุกคนมี แต่สำหรับคุณ…”
พูดถึงตรงนี้โกโบริดึงรั้งร่างอังศุมาลิเข้ามาใกล้จนใบหน้าเกือบจะชนกัน
“ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณต้องคอยหวาดระแวงผู้อื่นอยู่เรื่อยไป คุณระแวงต่อทุกคนที่เข้ามาใกล้ คุณไม่ไว้ใจในมิตรภาพ คุณไม่มีหัวใจรัก”
“ไม่ ฉันเคย...” อังศุมาลิน ยั้งปากไม่พูดต่อ
“คุณอาจจะเคยมีคนรัก แต่คุณไม่เคยรู้จักความรักจริงๆ คุณรักคนของคุณเพียงเพื่อลบความหวั่นระแวงแคลงใจในมนุษย์ และลบร่องรอยความสูญเสียที่คุณเคยได้รับ แต่คุณไม่เคยรู้จักความรักที่อ่อนโยนดื่มด่ำ” น้ำเสียงโกโบริอ่อนเบาลง สัมผัสได้ถึงความเศร้าหมอง “และยอมเสียทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อคนที่รัก”
อังศุมาลินเงียบงันไป
“ถ้าคุณเคยรู้จักรักที่แท้จริงมาแล้ว..บางทีหัวใจคุณอาจไม่กระด้างเย็นชาเท่านี้ เพราะคุณจะรู้จักหัวใจโดดเดี่ยวอ้างว้างที่รู้ตัวว่ากำลังจะสูญเสียความรักไป มันเป็นอย่างไร”
อังศุมาลิใจเต้นไม่เป็นส่ำ ใบหน้าร้อนผ่าว ทันใดนั้นมีแสงไฟพุ่งวาบมากระทบใบหน้า จนอังศุมาลินผงะหงายเงิบ โกโบริรีบคว้าตัวโอบประคองอังศุมาลินเอาไว้
เสียงตาแกละดังขึ้น “เฮ้ย ใครมายืนทำอะไรกันมืดๆ โว้ย”
แสงไฟฉายส่องกวาดไปทั่วร่างคนทั้งสองที่ยืนโอบประคองกัน

ตาแกละตาโต อังศุมาลินตกใจหน้าซีดเผือด
ตาแกละถือไฟฉายกราดส่องเข้ามา มือข้างหนึ่งจูงยายเมี้ยน 2 คนพากันปราดเข้ามาดูใกล้ๆ มีท้องร่องคั่นอยู่

“ไหน หนุ่มสาวที่ไหนละนี่ เอ้า..แม่อังนี่เอง”
อังศุมาลินรีบสะบัดตัวออกจากโกโบริทันที
“ฉันเองละป้าเมี้ยน เดินไปบ้านลุงบัวมา” อังศุมาลินรีบบอก
“อ้อ แล้วนั่นผู้ชายที่ไหนละน่ะ มายืนทำอะไรกัน” ยายเมี้ยนเขม้นตามอง
ตาแกละจำได้ “เอ นี่นายช่างอู่เรือนี่”
ยายเมี้ยนหูผึ่ง แย่งไฟฉายมาส่องหน้าอังศุมาลินและโกโบริแบบเต็มๆ ตา “ไหนๆ ออ..มิน่ามิน่า ยังงี้เองทหารญี่ปุ่นถึงเดินเข้าออกบ้านกันให้พรึบพรับ เจ็บป่วยหยูกยาไม่เคยขาด โอยๆ”
อังศุมาลินหน้าชา ตัวร้อนผ่าว ทำอะไรไม่ถูก โกโบริยืนงงนิ่ง
“ไป..ไปพ่อเอ็งไหนว่าลูกสาวบ้านนี้เขาเก่งเขาดีไงละ ฮึ...เห็นกะตาเลยไหมละว่ามันเก่งจริงๆ เหอะๆ” ยายเมี้ยนเยาะหยัน นินทาซึ่งๆ หน้า
อังศุมาลินพยายามอธิบาย “ป้าเมี้ยน ฉันเปล่า...”
ตาแกละถือไฟฉายเดินตามยายเมี้ยนที่หัวเราะเย้ยเยาะจากไป
“ป้าเมี้ยน ลุงแกละ…”
อังศุมาลินหมดแรง เข่าอ่อน จะทรุดลง โกโบริรีบคว้าไว้ทัน อังศุมาลินหันขวับรีบปัดหนี
“คุณ เป็นเพราะคุณรู้ไหม”
อังศุมาลินเกรี้ยวกราดใส่โกโบริทันที
“คุณกำลังทำให้คนอื่นเข้าใจผิด แล้วนี่ยายเมี้ยน ใครๆ ก็รู้...โธ่”
โกโบริฟังนิ่ง
“พรุ่งนี้ฉันก็จะโดนโพนทะนาทั่วทั้งบาง ฉันจะเอาหน้าไปไว้ไหน คุณคงพอใจใช่ไหม”
“คุณ พูดช้าๆ ผมไม่เข้าใจ”
“นี่ ขนาดนี้ยังไม่เข้าใจอะไรอีกเหรอ คุณอยากจะให้ฉันอธิบายคุณให้เข้าใจอีกใช่ไหม”
อังศุมาลินฉุนขาดสะบัดสุดแรงปัดโกโบริออก แล้วผละวิ่งหนีไปทันที
“เดี๋ยว คุณ”

อังศุมาลินวิ่งลดเลี้ยว ปัดป่ายกิ่งไม้ตามทางให้พ้นๆ อย่างไม่คิดกลัวว่าจะเจ็บ
จนช่วงหนึ่ง วิ่งไปโดนหนามจากกิ่งอะไรสักอย่างเกี่ยวเสื้อ อังศุมาลินหันไป กระชากตัวออก เสื้อขาดแคว่กตรงบ่านิดหนึ่ง
สีหน้าอังศุมาลินตระหนกพลุ่งพล่าน หันกลับรีบวิ่งต่อไป จนเท้าอังศุมาลินไปเตะรากไม้ ตัวเซถลาล้มลงข้างทาง ไปบนกองใบไม้แห้ง มือโกโบริมาคว้าแขนอังศุมาลินให้ลุกขึ้น
“นี่คุณ” โกโบริดุๆ แกมหอบ “ทำไมต้องวิ่งหนี...ทำไมไม่คุยกันให้รู้เรื่องก่อน”
อังศุมาลินรีบสะบัดออกทันที ตอนนี้บนผมอังศุมาลินมีใบไม้แห้งจากที่ล้มลงไปเกาะติดมา 1 ใบ
“ไม่ ไม่ต้องมาพูดอะไรอีกแล้ว ไป...ไปให้พ้น”
โกโบริใช้มือคว้าที่ตัวอังศุมาลินให้ลุกขึ้นมา อังศุมาลินดิ้นสู้ไปมาไม่ยอม
“ผมไปแน่ แต่คุณต้องบอกผมก่อนว่า สองคนนั้นพูดว่าอะไร”
โกโบริเปลี่ยนเป็นช้อนตัวอังศุมาลินอุ้มขึ้นมาทันที
“คุณ...หยุดดิ้นอาละวาด แล้วอธิบายให้ผมฟัง ไม่อย่างนั้นผมจะแบกคุณกลับไปอู่”
โกโบริขู่ อังศุมาลินค่อยๆ หยุดออกฤทธิ์ทันที โกโบริกำลังจะเปลี่ยนเป็นยกเธอขึ้นบ่า
อังศุมาลินบอกเสียงปนสะอื้นเบาๆ “พอ ไม่เอานะ อย่า”
“คุณจะยอมเล่าหรือยัง”
“ยายเมี้ยนแกปากปลาร้า” อังศุมาลินบอก
โกโบริงง “ปากอะไรนะ”
“หมายความว่า ยายเมี้ยนชอบเอาเรื่องคนอื่นไปพูดไม่ดี เสียหาย”
“แล้วมาเกี่ยวอะไรกับเรา” โกโบริซัก
“เกี่ยวสิเขาหาว่า...” อังศุมาลินชะงักพูดไม่ออก
โกโบริคาดคั้น “อะไร”
“เราทำตัวกันไม่ดี”
“ไม่ดียังไง ไม่เข้าใจ”
อังศุมาลินอึดอัดไม่รู้จะอธิบายยังไง “นั่นละ แต่พรุ่งนี้ แกก็จะเอาเรื่องที่มาเจอเรา ไปเที่ยวพูดให้ใครๆ ได้รู้กันหมด”
โกโบริงงอยู่อย่างนั้น “เราไม่ได้ทำอะไรไม่ดี ทำไมต้องเอาไปพูดไม่ดี”
อังศุมาลินกระชากเสียงใส่ทันที “คนไทยถือเรื่องแบบนี้”
“ทำไมคนไทยต้องถือเรื่องคนเดินด้วยกันสองคน”
อังศุมาลินนิ่ง ไม่อธิบายอะไรต่ออีก
โกโบริส่ายศีรษะไปมา แล้วค่อยๆ ปล่อยอังศุมาลินลง
“เอาเถอะ เดินดีๆ อย่าวิ่ง ผมจะเดินไปส่ง ผู้หญิงมาเดินคนเดียวที่มืดอย่างนี้ไม่ดี อันตรายมากอย่ามาอีก”
อังศุมาลินปัดแขนไปมาก่อนจะหันไป อ้าปาก จะเถียงต่อ โกโบริรู้ทันรีบสวนก่อน
“แต่เรื่องนี้คนญี่ปุ่นก็ถือ ว่าผู้หญิงไปไหน ผู้ชายต้องคอยคุ้มกันด้วย”

อังศุมาลินผงะ อึ้ง เถียงไม่ออก
ไม่นานต่อมา กลอนประตูเรือนถูกขยับพร้อมกับประตูเปิดออก ในแสงตะเกียงที่ถือมา เห็นเป็นอังศุมาลินที่ผมลุ่ยมีใบไม้แห้งติด เสื้อเป็นรอยขาดตรงไหล่ ยืนอยู่หน้าประตูสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่สบตาแม่อรที่เปิดรับ

“เรียบร้อยดีไหมลูก”
อังศุมาลินนิ่งอัดอั้นไปครู่หนึ่ง “ค่ะ”
แม่อรมอง แปลกใจ แล้วหยิบใบไม้บนผมอังศุมาลินออกให้ อังศุมาลินไม่ใส่ใจ ก้าวเข้ามาแม่อรหลบให้เพื่อจะปิดประตูลงกลอน
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวหนูปิดเอง”
อังศุมาลินหันไปดึงประตูมาปิดลง แต่ก่อนปิดสนิทเธอเหลือบมองลงไปข้างล่าง เห็นโกโบริเป็นเงาตะคุ่มยืนแอบมองส่งอยู่มุมหนึ่งหน้าเรือน
อังศุมาลินมองอยู่พักหนึ่ง จึงปิดประตูลง

ไม่นานหลังจากนั้น แม่อรที่นั่งที่อยู่ตรงยกพื้นชานเรือน มีสีหน้าตกใจขณะหันไปหาอังศุมาลิน
“โกโบริเหรอ ตายละ แล้วเขาเห็นนายไม้เข้าหรือเปล่า”
อังศุมาลินเก็บผมที่ลุ่ยลงมาขึ้นให้เป็นปกติ เดินมานั่งที่ชานเรือน
“ไม่เห็นหรอกคะ หนูบอกมิสเตอร์ไมเคิลให้คอยหลบที่มืดๆ ไว้ก่อนพอดี บอกให้เขาหลบรอถ้าเกิดมีใครอยู่ พอดีโกโบริเขาก็กลับออกมาพร้อมหนู...”
อังศุมาลินอึกอักเล็กน้อย
“แล้วก็เดินแวะมาส่งหนูเมื่อครู่ ป่านนี้ไมเคิลคงได้เจอกับตาบัวแล้วละคะ ไม่พรุ่งนี้หรือมะรืนหนูค่อยย่องกลับไปดูอีก”
แม่อรถอนใจ “แต่พ่อโกโบรินี่สิ เขาจะเอายังไงกับเราต่อ”
“คงไม่หรอกคะ เพราะเห็นว่าจะไปแล้ว” อังศุมาลินว่า
แม่อรตกใจ “หา พ่อโกโบรินะหรือ จะไปไหน”
“ค่ะ จะไปประจำอยู่บนเรือไปออกรบ อะไรนี่ละ”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 11/4 วันที่ 20 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager