อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 12 วันที่ 21 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 12 วันที่ 21 ก.พ. 56

แม่อรตกใจ “หา พ่อโกโบรินะหรือ จะไปไหน”
“ค่ะ จะไปประจำอยู่บนเรือไปออกรบ อะไรนี่ละ”
แม่อรครวญ “คราวก่อน ว่าจะไปก็ไม่ไปนี่นา ใครๆก็รักแก ไม่อยากให้แกไป”
อังศุมาลินพูดขึ้นลอยๆ “ขอให้คราวนี้ไปจริงๆ เถอะ จะเป็นพระคุณมาก”
แม่อรเอ็ด “ยัยอัง”
อังศุมาลินรีบผุดลุกขึ้น

“ดึกแล้วคะแม่ นอนกันได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องไปทำบุญแต่เช้านี่คะ”
แม่อรสังเกตเห็นไหล่เสื้อของอังศุมาลินขาด
“แล้วนั่นเสื้อหนูโดนอะไรมาทำไมขาดเสียขนาดนั้นละลูก”
อังศุมาลินเหลียวดู รีบเอามือกุมไว้ “กิ่งไม้ในสวนคงเกี่ยวเอาละคะ ทางมันมืด”
อังศุมาลินหันหลัง เดินไปดูตะเกียง แม่อรลอบมองลูกสาวท่าทีสงสัย และไม่สบายใจ



กลางดึก ลมโชยพัดใบไม้เอนพลิ้วไปมา เสียงขิมบรรเลงคร่ำครวญเป็นทำนองเพลงญี่ปุ่นลอยล่องมาไกล แม่อรที่นอนอยู่ในมุ้ง พลิกตัวลืมตาฟังท่วงทำนอง และเสียงขิมจากหน้าห้องที่โหยกังวาน พลางถอนใจ

ต้นลำพูข้างเรือนไหวเอนเบาๆ ในสายลมอ่อนๆ กระทบแสงแดดยามเช้าตรู่ ส่วนบนเรือนภายในครัว ฝาหม้อข้าวที่เพิ่งหุงเสร็จใหม่ๆ ถูกเปิดออกควันโขมง แม่อรกำลังง่วนอยู่กับจัดของไปทำบุญลงตระกร้าอยู่มุมหนึ่ง
อังศุมาลินกำลังคดข้าวลงปิ่นโต ก็มีสีหน้ากังวลบางอย่างเหลียวมองแม่อรเป็นระยะ ก่อนพูดขึ้นมา
“แม่คะ คือ..เมื่อคืนนี้”
แม่อรพูดโดยไม่หันมามอง “เอาละจ้ะ ไม่มีอะไรแล้วนี่ลูก”
“แต่..แต่ว่าคือหนู”
“นี่แล้วหนูจะอยู่คนเดียวได้ไหม หรือปิดบ้านแล้วไปด้วยกัน” แม่อรเสพูดเรื่องอื่น
“หนูขออยู่บ้านดีกว่าค่ะ มีอะไรต้องทำอีกหลายอย่าง แล้วเกิดลุงบัววิ่งมาหาจะได้พบ”
“ก็ตามใจ แต่...” แม่อรดูห่วงมากๆ “หนูไม่ต้องลงสวนหรอกนะลูก”
“คะ” อังศุมาลินอึ้งไปนิด แล้วก้มรับคำอย่างว่าง่าย “ค่ะ”

ที่ท่าน้ำ ปิ่นโตเถาสุดท้ายถูกส่งต่อลงลำเรือเรียบร้อย แม่อรรับปิ่นโตจากอังศุมาลิน มียายศรนั่งอยู่หัวเรือพร้อมของไปทำบุญวางเต็ม
“คงหลังเพลนั่นละ แม่กับคุณยายถึงจะกลับ”
“ถ้าหวอมา..หนูก็ปิดบ้านดีๆ ก่อนหนีไปหลบภัยล่ะ” ยายศรกำชับ
“ค่ะ แล้วถ้าหวอมา คุณยายไม่ต้องเป็นห่วงหนูนะคะ หลบอยู่กันที่นั่นก่อนแล้วค่อยกลับ”
“นี่ เดี๋ยวเถอะ..สองยายหลานนี่.. กลางวันแสกๆ มันจะมาทำไมละ” แม่อรแซว
“ก็ไม่รู้นี่คะ เผื่อว่ามันเกิดอยากมาบอมสว่างๆ ดูบ้าง จริงไหมคะ คุณยาย”
“ไม่เอาล่ะ อยู่ดีๆ ก็พูดถึงมันแบบนี้ เดี๋ยวจะกลายเป็นปู่กระสันถึงไก่ไก่ก็มา.. เข้า” ยายว่า
“นั่นสิคะ..พอดี..เดี๋ยวพระกำลังฉันๆ จะต้องลุกขึ้นจีวรปลิว” อังศุมาลินบอกขำๆ
แม่อรค้อน “ลูกคนนี้นี่.. ส่งหัวเรือให้แม่เลยมา”
อังศุมาลินออกแรงดันหัวเรือหัวเราะเสียงสดใส มองส่งแม่และยายไป

ฝาละมีดินเผาหักๆ ขอบคม กำลังถูกเอามาใช้ขัดถูขูดตะไคร่น้ำที่เกาะบันไดท่าน้ำออก สีหน้าอังศุมาลินที่ออกแรงขัดถูไปมา แต่ใจลอยคิดกังวลเสียงโกโบริที่ดังขึ้นในใจ
“คุณไม่มีหัวใจรัก”
โกโบริย้ำคำหนักแน่น “คุณรักคนของคุณเพียงเพื่อลบความหวั่นระแวงแคลงใจในมนุษย์ และลบร่องรอยความสูญเสียที่คุณเคยได้รับ…”
อังศุมาลินดึงตัวเองกลับมาออกแรงขัดกดแรงขึ้น แต่ลืมตัว เถียงออกมาเสียงต่ำกร้าว
“ไม่จริง!”
อังศุมาลินเหมือนโกรธสิ่งที่กำลังทำ เร่งมือแรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ดวงตาวาววับ
คำพูดโกโบริตามมาหลอกหลอนอีก “แต่คุณไม่เคยรู้จักความรักที่อ่อนโยนดื่มด่ำ... และยอมเสียทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อคนที่รัก”
อังศุมาลิเงียบไป โกโบริบอกต่อ
“แต่ถ้าคุณเคยรู้จักที่แท้จริงมาแล้ว..บางที หัวใจคุณอาจไม่กระด้างเย็นชาเท่านี้ เพราะคุณจะรู้จักหัวใจโดดเดี่ยวอ้างว้าง ที่รู้ตัวว่ากำลังจะสูญเสียความรักไป มันเป็นอย่างไร”
อังศุมาลิใจเต้นไม่เป็นส่ำ ใบหน้าร้อนผ่าว
คิดไปคิดมาอังศุมาลินรู้สึกร้อนวูบวาบเหงื่อซึม นิ่งมองที่ขั้นบันไดด้วยสายตาที่ว่างเปล่า แต่ค่อยๆขัดช้าลงไปโดยไม่รู้ตัวเสียงโกโบริดังตอกย้ำขึ้นในใจ
“คุณอาจจะเคยมีคนรัก แต่คุณไม่เคยรู้จักความรักจริงๆ”
อังศุมาลินหลุดปากเสียงดังขึ้น “ไม่จริง ไม่จริง”

อังศุมาลินเหวี่ยงปัดจนน้ำกระจาย
จังหวะนั้นเสียงโกโบริดังแทรกเข้ามา

“คุณ! เกิดอะไรขึ้น”
อังศุมาลินหันขวับไป โกโบริมองมา ดวงตางงงัน
“คุณโมโหอะไร”
อังศุมาลินตาลุกวาว “จะไปไหนก็ไป อย่ามายุ่ง”
สีหน้าโกโบริสลดไปวูบหนึ่ง แต่แกล้งไม่รู้ไม่ชี้ต่อ
“ไป ผมไปแน่ แต่ก่อนไป ผมขอพูดกับคุณให้รู้เรื่องก่อน”
อังศุมาลินพาลพาโล “ฉันไม่มีอะไรจะพูด”
“แต่ผมมี”

ส่วนที่บริเวณครัวบ้านงานเช้านั้น ครกถูกโขลกโป๊กๆตำเครื่องแกงไปมา กระทะร้อนที่ถูกโยนผักลงไปเสียงดังซู่
ยายเมี้ยนกำลังเด็ดใบโหระพาในกะละมังใบโตช่วยกันอยู่กับตาแกละ
“โอ้ย..อกอีเมี้ยนจะแหกละสิ บัดสีบัดเถลิงเสียขนาดนั้น” ยายเมี้ยนออกท่าออกทาง
ตาแกละเสริม “ในสวนมืดๆ น่ะ มันวิมานบนดินอย่างดีเชียวล่ะ”
ชาวบ้านหญิง 5-6 คนตั้งใจฟังเป็นตุเป็นตะ
“ต๊ายแม่อัง ลูกแม่อรเนี่ยนะ” ชาวบ้านคนหนึ่งถาม อย่างไม่เชื่อ
ยายเมี้ยนสำทับ “ก็ใช่นะซี้”
แม่อรและยายศรที่เพิ่งมาถึง เดินมาถึงกลุ่มเสวนาที่อยู่กันใต้ถุนหลังบ้าน ได้ยินพอดี ชะงัก หันมามองหน้ากัน ตาแกละรีบสะกิดเมี้ยน ทุกคนในวงต่างลดเสียงคุยกันเบาๆ และเปลี่ยนเรื่องไป

โกโบริพาเรือเข้ามาใกล้ท่าน้ำ อังศุมาลินก้มหน้าก้มตาขัดบันได ทำหน้าเหมือนแสนรำคาญ
“ผมทำให้คุณยุ่งยาก ผมไม่อยากไปด้วยความไม่สบายใจ ผมไม่สบายใจมากพออยู่แล้ว อย่าให้มันมากไปกว่านี้อีกเลย”
อังศุมาลินเงียบ
“ผมขอคุยเรื่องนี้กับคุณให้รู้เรื่องฮิเดโกะ…”
โกโบริพยายามลอยเรือไปชะโงกพูดมองหน้า
อังศุมาลินเบี่ยงตัวหลบ ทำเป็นไม่ได้ยิน ขัดบันไดต่อ โกโบริถอนใจเฮือกใหญ่
“เอาละ ได้”
อังศุมาลินชำเลืองหางตามองเห็นโกโบริเอาเรือพุ่งเขาหาริมฝั่ง เกยกอหญ้า
จากนั้นโกโบริกระโดดขึ้นฝั่งอย่างคล่องแคล่ว แล้วผูกเรือไว้กับต้นไม้ใหญ่ พลางรีบเดินอ้อมมาที่ท่าอย่างรวดเร็ว โกโบริลงมานั่งห้อยขาเผชิญหน้าอังศุมาลินข้างบันไดท่าน้ำ
“มา...ไหนไหนแล้ว ผมก็จะไม่ยอมคุณเช่นกัน คุณจะพูด...หรือจะไม่พูด”

ที่บ้านงาน แถวๆ นั้น กำนันนุ่ม แม่วันมองดูเมี้ยน ตาแกละ และชาวบ้านสองสามคนจับกลุ่มซุบซิบๆ กำนันไม่พอใจ
“พูดอะไรไม่คิด หนูอังแกไม่มีวันทำแบบนั้นหรอก”
“ใช่ คนมันจิตอกุศล คิดได้แต่เรื่องสกปรก ชั้นรู้จักหนูอังดี เห็นมาแต่เล็กแต่น้อย…”
แม่วันพูดไม่ทัน เห็นแม่อรกับยายศรผ่านมาได้ยินพอดี สองคนชะงัก
กำนันนุ่มกับแม่วันหันมาเห็นแม่อร ต่างสะกิดกันให้เงียบ แล้วรีบยิ้มมาหน้าเจื่อนๆ
แม่อรมองปฎิกริยานั้น ฝืนยิ้มตอบฝืดเฝื่อน ยายศรยิ่งสีหน้าไม่สู้ดีขึ้นไปอีก

ด้านอังศุมาลินขัดบันไดต่อไป ก้มหน้าไม่สนใจ กระแทกๆ อย่างหนัก สีหน้าขุ่นเขียว โกโบริมองอย่างเหนื่อยใจ ก้มหน้าเข้าไปพูดใกล้ๆ
“ฮิเดโกะ คุณจะโกรธบันไดอะไรกันหนักหนา”
อังศุมาลินตัดใจสวนขึ้นอย่างรำคาญ “ฉันไม่ใช่ฮิเดโกะ และฉันไม่มีเรื่องอะไรที่จะต้องพูดกับคุณอีก”
อังศุมาลินขัดแรงย้ำๆ จนฝาละมีหัก บาดมือ
“โอ๊ย”
“นั่น...โกรธผมแล้วไปพาลอย่างอื่น เลยเจ็บตัวเสียเอง”
อังศุมาลินสะบัดมือเจ็บ เห็นมือขวามีเลือดไหล รีบเอามืออีกข้างกดปากแผลหยุดเลือดไว้
“อ้าวเลือดออกด้วย มาให้ผมดูซิ”
อังศุมาลินตวาด “ไม่ต้อง”
พลางอังศุมาลินจะจุ่มมือลงไปในลำคลอง โกโบริไวรีบเอื้อมคว้าไว้
“คุณ อย่านะ น้ำมันสกปรก”
“ไม่ อย่ายุ่ง”
อังศุมาลินดื้อดึงจะจุ่มให้ได้แต่โกโบริแข็งแรงกว่ากดบีบข้อมืออังศุมาลินเอาไว้นิ่ง
“คุณจะดื้อยังไง..ผมไม่ยุ่ง แต่นี่จะทำให้ตัวเองเป็นอันตรายผมจะปล่อยให้คุณทำไม่ได้รู้ไหมว่าน้ำมีเชื้อโรค จะเข้าแผลได้”
อังศุมาลินสะบัดเสียงใส่ “ไม่ใช่เรื่องของคุณ ปล่อย”
“ผมจะปล่อยคุณ เมื่อคุณขึ้นมาทำแผลก่อน”
“ไม่”
อังศุมาลินพยายามออกแรงขืน โกโบริที่ดึงข้อมือให้ขึ้นมา
“แน่นะ”
“ไม่”
“ดี”
โกโบริก้าวลงไปที่บันได ใช้อีกมือหนึ่งก้มตัวลงคว้าแขนอังศุมาลินไว้ ทำท่าจะดึงตัวลากไป
“นี่! ทำอะไร”
“ไม่เห็นหรือ ว่าเลือดมันออกไม่หยุด ต้องรีบทำแผลนะ”
เสียงแมวแหลมเข้ามา “ว้ายนั่นแม่อังนี่”
อังศุมาลินหันขวับไปทางเสียงที่เรียกมาจากลำคลอง เห็นแมวกับชาวบ้าน 2 - 3 คน ที่พายเรือจะไปงานบ้านนั้น ผ่านมา มองๆ กัน อังศุมาลินอึ้ง แล้วหันมา ดุโกโบริ กระชากมือมา
“ปล่อย!”
โกโบริยอมปล่อย
“อ้าว แล้วเธอ...ไม่ไปช่วยงานบ้านใต้เขาหรือจ๊ะ” แมวถามยิ้มๆ
“เอ่อ แม่กับยายไปกันแล้ว ฉัน..ไม่ไปจ้ะ” อังศุมาลินบอก
แมวมองไปที่โกโบริ ยิ้มๆ “ได้ข่าววนัสเขามั่งไหม เมื่อไหร่กลับ”
โกโบริมองสนใจ หันมามองหน้าอังศุมาลินรอฟัง อังศุมาลินหน้าซีด
แมวหันไปหัวเราะกับพวกชาวบ้านพูดจากระทบกระเทียบ “เอ แล้วนี่ฉันจะถามไปทำไมหนอ แต่กว่าวนัสจะกลับ...อย่างว่าแหละ สงครามมันก็ดีแบบนี้นี่เอง”
ทั้งหมดขำๆ กัน แล้วรีบพายเรือไป อังศุมาลิน อึ้ง หน้าซีด ตัวชา
โกโบริมองตามพวกเรือไปมองเห็นอังศุมาลินยืนนิ่ง
“ฮิเดโกะ คุณโกรธผม หรือคุณโกรธคนพวกนั้น”

อังศุมาลินไม่ตอบมองหน้าโกโบริ แล้วรีบเดินขึ้น หลีกอ้อมไกลๆ โกโบริมองตาม อึ้งๆ
ไม่นานหลังจากนั้น สองคนยืนอยู่ที่ข้างตุ่มน้ำบนเรือน โกโบริด้อมๆ มองรอบๆ หาของ

“มีอะไรสะอาดๆ มาใส่น้ำล้างแผลไหม” โกโบริถาม
อังศุมาลินยืนใช้มือซ้ายบีบชายผ้าถุงที่เปียกโชกให้สะเด็ดน้ำอยู่ไม่ไกล หันมา
“ฉันทำเองได้”
“คุณไม่ถนัดแน่ แผลคุณอยู่มือขวา”
โกโบริพูดหนักแน่น
อังศุมาลินมองมือตัวเองที่มีแผล เลยเถียงไม่ออก

ผ้าพันแผลที่ชุบยาโชกถูกนำมาวางบนมืออังศุมาลิน แล้วตามด้วยพันผ้าทับอีกทีอย่างบรรจงใส่ใจ
อังศุมาลินมองมือตัวเองอยู่ แล้วเงยขึ้นมองโกโบริ
อังศุมาลินโกโบริก้มหน้าพันมือให้อยู่ใกล้ๆ มีกะละมังใส่น้ำ กับกล่องยาวาง
“คงไม่เป็นอะไรมากหรอก คุณระวังอย่าให้ไปโดนน้ำ สองสามวันก็คงหาย”
อังศุมาลินรีบหลบตาลงก่อนที่โกโบริจะเงยหน้าขึ้นมา
“แต่ก่อนไป ถ้ามีโอกาสผมก็จะแวะมาดูแผลให้...”
อังศุมาลินพูดด้วยน้ำเสียงเป็นมิตรขึ้น ปนสะบัดสะบิ้ง เล็กน้อย “แล้วไปเมื่อไหร่แน่”
“ดูคุณอยากให้ผมรีบไปเสียให้ไวๆ” โกโบริน้อยใจ
“ไปออกรบแนวหน้าหรือ” อังศุมาลินถาม
“ถ้าได้ขึ้นประจำกองเรือ ก็คงออกรบทันที และบางที…”
โกโบริเงยขึ้นมายิ้มนิดๆ
“ผมอาจจะได้กลับบ้านก่อนสงครามจบด้วยซ้ำ”
อังศุมาลินมีสีหน้าไม่เข้าใจ
“ผมหมายถึงที่บ้านผมจะได้รับกล่องไม้เล็กๆ สีขาว ที่ใส่กระดูกผม..หากเขาหามันได้ แต่ส่วนมากมีแต่ป้ายชื่อ พร้อมกับใบจากกระทรวงสงครามว่า ลูกชายของท่านได้ทำงานรับใช้สมเด็จพระมหาจักรพรรดิอย่างเต็มภาคภูมิแล้ว ขอให้เขาพักผ่อนไปชั่วนิรันดร์”
อังศุมาลินใจหายวูบ มีสีหน้าไม่สู้ดีไม่รู้ตัว
“แล้วถึงตอนนั้น แผลนี้ก็จะหายสนิท และคุณก็จะลืมเลือนเหตุการณ์ต่างๆ ที่ผ่านมาแล้ว โดยเฉพาะเมื่อคุณได้พบ...คนที่คุณกำลังรอคอย”
โกโบริผูกเงื่อนผ้าสุดท้ายอย่างบรรจง แล้วค่อยๆ ปล่อยมืออังศุมาลินที่ถูกพันเรียบร้อยออก
“และหากวิญญาณผมมาที่นี่ได้ ผมก็จะมาดูว่าความรักจะทำให้คุณสดใสร่าเริงกว่านี้ได้ไหม”
อังศุมาลินอึ้ง

ที่บ้านงาน แม่อร กะยายศร ถือตะกร้า กระจาดเปล่า เถาปิ่นโต กำลังจะลงบันไดไป กำนันนุ่ม แม่วัน ตามมา
“ไม่รับพรพระก่อนหรือ แม่อร” แม่วันชวน
“นั่นสิ อยู่กินข้าวกันก่อนเถอะนะ” กำนันนุ่มว่า
“จะรีบกลับไปทำไม มีอะไรที่บ้านให้ห่วงนักหนา” ยายเมี้ยนแขวะ
“เปล่าจ้ะ ฉันไม่ค่อยหิว กลับไปกินข้าวที่บ้านดีกว่า” แม่อรบอก
“ใช่ๆ พอดีทำอะไรไว้ที่บ้านเยอะแยะ” ยายศรรับลูก
แมวเดินสวนมาพอดี
“โอ๊ย ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ คุณยาย ยัยอังน่ะ เขามีเพื่อนมาคุยอยู่ที่ท่าน้ำแล้ว เวลานี้..คิกๆ”
“หา แปลว่า...พอแม่กะยายออกมา นายช่างก็สวนเข้าไป แบบนั้นจริงๆ หรือ ลูกแมว” ตาแกละทำเป็นถาม

ตรงชานเรือนยามเช้า ทั้งสองช่วยกันเก็บยาและชุดทำแผลเข้าที่
“เอาอย่างนี้ ผมจะรีบไปอธิบายกับคนแถวนี้ให้เข้าใจเอง”
“พอเถอะ ไม่มีอะไรดีขึ้นมาได้หรอก”
“ทำไม”
“ใครต่อใครแถวนี้ก็คงเชื่อยายเมี้ยนไปหมดแล้ว แถมเหตุการณ์ที่ท่าน้ำเมื่อกี๊...ป่านนี้ที่บ้านงาน ก็คงคุยกันสนุก...ฉันไม่สนใจตัวเองหรอก ห่วงแต่คุณยาย...กับแม่...แต่ก็ช่างมันเถอะ เพราะถ้าคุณไปเที่ยวอธิบาย...คนที่ยังไม่รู้ก็จะมารู้กันหมด แล้วพวกเขาก็จะหาว่าเรากินปูนร้อนท้อง”
“เป็นยังไง” โกโบริงง
อังศุมาลินส่ายหน้าหงุดหงิดเหนื่อยใจ
“เขาจะว่า เราพากันร้อนตัวนะสิ เข้าใจไหมร้อนตัว”
โกโบริพยายามคิดตาม
“ร้อนตัว..ตัวร้อน”
อังศุมาลินรีบบอก “ไม่ใช่!”
ทันใดนั้นเสียงหวอเตือนภัย ฟังโหยหวนดังขึ้นมาทันที ทั้งสองสะดุ้ง

“ตาย แย่ละ..แม่..กับคุณยาย”
ที่ชานเรือนอังศุมาลิน เสียงหวอเตือนภัยดังโหยหวนหวีดหวิวไปทั่ว โกโบริรีบออกมานอกชาน แหงนมองฟ้า ดูทิศทาง อังศุมาลินตามออกมา สีหน้าตื่นตระหนก

“แม่..กับคุณยาย ยังอยู่ที่บ้านใต้”
อังศุมาลินมีอาการพะว้าพะวัง โกโบริเล็งหาเครื่องบิน
“ทำไมมันเกิดมากันเช้าๆ อย่างนี้ได้” อังศุมาลินแปลกใจ
“ใช่ แปลก กล้าบินมาตอนสว่างๆ อย่างนี้ ประเดี๋ยวคงมีการยิงต่อสู้อากาศยานกันลั่นแน่”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 12 วันที่ 21 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager