อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 12/2 วันที่ 22 ก.พ. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 12/2 วันที่ 22 ก.พ. 56

“ใช่ แปลก กล้าบินมาตอนสว่างๆ อย่างนี้ ประเดี๋ยวคงมีการยิงต่อสู้อากาศยานกันลั่นแน่”
โกโบริยืนเท้าสะเอว เงยหน้ามองหา ตั้งใจรอดูเครื่องบินเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว
ฝ่ายอังศุมาลินรีบวิ่งเก็บของ ปิดห้องแม่ ห้องยาย “นี่คุณไม่รีบกลับไปอู่หรือ” โดยไม่รอคำตอบ วิ่งไปเอาของในห้องตัวเอง
โกโบริตะโกนตามไป “ไม่ต้อง ตั้งแต่วันนี้ผมลาพักที่อู่มีคนมาดูแลแทนแล้ว คุณกลัวไหม”
อังศุมาลินไม่ตอบ วิ่งหอบกระเป๋า คว้าเสื้อแขนยาวออกมาจากห้อง

โกโบริมองและคอยฟังเสียงเครื่องบินบนฟ้าต่อ “คงบินเข้าไปทิ้งในเมือง อู่เล็กๆ อย่างนี้ไม่น่าเป็นเป้าหมายหลัก แต่ถ้าขากลับมีของเหลือก็ไม่แน่”
อังศุมาลินฟังแล้วหวั่นๆ “อะไร”



“มันก็อาจหอบมาฝากให้คนแถวนี้บ้าง แต่ตอนนี้เราดูก่อน แล้วค่อยหลบ...เผื่อจะโดนลูกหลง คุณว่าไง”
“นี่คุณเป็นบ้าหรือไง”
อังศุมาลินฉุนที่เห็นโกโบริทำเย็นใจ รีบสวมเสื้อแขนยาว คว้ากุญแจบ้านมา เตรียมตัวหนีเต็มที่
โกโบริเหลือบมองอังศุมาลินเล็กน้อย ก่อนแหงนมองและฟังเสียงหมู่เครื่องยนต์กระหึ่มดังก้องฟ้าที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เสียงหวอสัญญาณดังเร่งกระชั้นขึ้นมา
“ระลอกแรกนี่ คงไม่เกินสามสิบลำ...นั่นไง เกาะหมู่กันมาเลย หมู่ละห้าลำ”
โกโบณริบอกอย่างชำนาญ อังศุมาลินอดไม่ได้ที่จะชะโงกไปดูบ้าง เห็นภาพฝูงหมู่เรือบินบรรทุกระเบิด บี 25 เกาะกลุ่มสะท้อนแสงแดดวับๆ อยู่บนหมู่เมฆสูงลิบ
ทันใดนั้นเสียงปืนต่อสู้อากาศยานดังลั่นขึ้นเป็นชุดๆ ตามด้วยแรงสั่นสะเทือนของพื้นดิน พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ขาดหายไป
ข้าวของ กระจก แก้ว ภาชนะ บนเรือนสั่นกระทบกันไปมาเสียงดัง ตัวบ้านสั่นๆ อังศุมาลินหน้าซีด ตระหนก กอดกระเป๋า มองบ้าน ชาไปทั้งร่างแล้ว
“เอาละ เริ่มกันแล้ว คงขนไปปูพรมที่ฝั่งนั้นให้เรียบร้อยก่อน” โกโบริหันขวับมาหาอังศุมาลิน “ไป...เราลงไปกันเถอะ”
โกโบริวิ่งนำลงบันไดไป
อังศุมาลินใจสั่น หูอื้อ ยืนกอดกระเป๋า ขาแข็ง วิ่งไม่ออก บ้านสั่นอยู่อย่างนั้น ใบหน้าอังศุมาลินช็อกไปแล้ว
ฝ่ายโกโบริอยู่ที่บันได หันมา ไม่เห็นอังศุมาลินตามมา ก็งง ตกใจ รีบวิ่งกลับขึ้นไป โกโบริโผล่พ้นประตูบันได เห็นอังศุมาลินยืนมองบ้านในท่าเดิม กอดกระเป๋า มือถือกุญแจ โกโบริรีบคว้าแขนอังศุมาลิน ลากไป

ที่บ้านงาน บ้านใต้ เสียงตูมดังสนั่นหวั่นไหว และตามมาด้วยเสียงปืนดังต้านยาวต่อเนื่อง แม่อร กะยายศร ที่ถือตะกร้า กระจาดเปล่า เถาปิ่นโต กำลังจะลงไปท่าน้ำยืนเหวอละล้าละลัง ชาวบ้านแถวนั้นวิ่งวุ่นหาที่หลบ
“ต๊ายมากันกลางวันแสกๆ จริงๆ หรือนี่” คุณยายใจสั่น ยกมือไหว้ท่วมหัวปลกๆ “เจ้าประคู้น..คุณพระคุณเจ้า คุ้มครองลูกด้วย”
แม่อรหันรีหันขวาง หน้าซีด
“ยัยอัง..แม่ยัยอังอยู่คนเดียว”
ชายคนเรือถือพาย วิ่งสวนขึ้นมาจากท่าน้ำ ร้องบอกแม่ลูก
“แม่เอ๊ย ยืนกันอยู่ทำไมหาที่หลบก่อนเร็ว”
“ฉะ..ฉันต้องข้ามเรือกลับบ้าน” แม่อรว่า
“มาข้ามอะไรตอนนี้ แม่จะข้ามไปล่อเป้ากลางแม่น้ำกันหรือไร” ชายพายเรือจ้างบอก
แม่อรอิดออด ด้วยห่วงลูก “แต่ว่าฉัน…”
“ตามใจแม่เถอะ ไม่รู้ละฉันไปละนะ”
ว่าแล้วชายคนนั้นรีบทิ้งพาย วิ่งเปิดแนบขึ้นจากท่าไป แม่อรยังละล้าละลัง มองยายศรที่ยืนตัวสั่นเกร็งทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน
ทันใดนั้นมีมือหนึ่งมาคว้าหมับข้อมือแม่อร
“แม่อร ป้า..มานี่เร็ว”
เป็นกำนันนุ่ม ที่รีบพา 2 แม่ลูกไปหลบภัย

ส่วนที่หน้าเรือนอังศุมาลิน เสียงสู้รบและสั่นสะเทือนยังดังน่ากลัวต่อเนื่อง โกโบริดันตัวอังศุมาลินให้ลงบันไดนำไป แต่อังศุมาลินไม่ยอม เหมือนได้ความสำนึกต่อหน้าที่กลับมา เดินอ้อมตัวโกโบริ กลับมา ทำหน้าที่ปิดประตู ใส่กุญแจใหญ่สายยู
“ผมเคยเห็นคนขี่จักรยานอยู่ดีๆ โดนสะเก็ดระเบิดหัวหลุดกระเด็น แต่จักรยานยังวิ่งต่อไปได้อีก”
โกโบริบอก อังศุมาลินยืนหูอื้อ พยายามเอาแม่กุญแจคล้องสายยูมือสั่นๆ
“แล้วยังมี ที่กำลังลงบันได ตัวท่อนบนขาดร่วงไปแล้ว แต่ช่วงขาค่อยเดินต่อลงไปสะดุดตัวล้มลงก็มี”
โกโบริเล่าขำๆ หวังให้คลายเครียด แต่อังศุมาลินหันมา จ้องหน้าโกโบริอย่างเคืองๆ แล้วผลักให้หลีกทาง
ทันใดนั้นเสียงเครื่องบินฝูงมหึมากว่าที่เคยทะยานใกล้มาเกือบรอบทิศทาง ทำเอาทั้งสองหูอื้ออึงกันไปไม่ได้ยินแม้เสียงตัวเอง
อังศุมาลินร้องวี้ด ยกมือขึ้นปิดหูสุดตระหนก พลันขาข้างหนึ่งก้าวพลาด พลัดจะร่วงบันได
“ฮิเดโกะ”
โกโบริพุ่งก้าวไปคว้ามือดึงไว้ทัน
“คุณไหวนะ”
อังศุมาลินที่กำลังมึนและเหวอ พยักหน้ารับงงๆ
“อย่ากลัว ทำใจดีๆ คุณจะไม่เป็นอะไร” โกโบริค่อยๆ ประคองปล่อยให้อังศุมาลินให้ยืนตั้งหลัก “ไปกันเถอะ...ใจเย็นๆ ดูบันไดให้ดี”
อังศุมาลินระล่ำระลัก “แม่..แม่กับยาย”
“ทั้งสองคนจะปลอดภัย อย่ากังวล ไปเร็ว”

โกโบริส่งมือประคองให้อังศุมาลินจับทรงตัวลงบันไดมา
อังศุมาลินพยายามตั้งสติสู้กับเสียงคำรามกัมปนาทบ้าคลั่งเบื้องบน แต่ใจยิ่งสั่นไหวรีบก้าวลง

พลันเสียงปืนต่อสู้ยิงกราดสนั่นท้องฟ้าดังขึ้นชุดใหญ่และใกล้กว่าเดิมมาอย่างมากราวกับอยู่กลางหัวอังศุมาลินตกใจก้าวขั้นบันไดสุดท้ายพลาด โกโบริที่คอยระวังอยู่แล้วรีบเอื้อมคว้าตัวไว้
แต่ด้วยแรงพุ่งไปข้างหน้าทำให้คนทั้งสองทรงตัวไม่อยู่ล้มกลิ้งลงพื้นไปด้วยกัน อังศุมาลินอยู่ในอ้อมโอบของโกโบริ โกโบริใช้มือช้อนศีรษะอังศุมาลินเอาไว้
“ฮิเดโกะ ไม่เป็นไรนะ”
ทั้งสองสบตากัน
“ค่ะ”
“เราต้องหาที่หลบแล้ว”
โกโบริดึงอังศุมาลินขึ้น รีบพาไปทางสวน

สองคนอยู่ตรงทางเดินในสวนแล้ว เสียงสู้รบและแรงระเบิดสั่นสะเทือนยังดังน่ากลัวต่อเนื่องราวกับฟ้าจะถล่ม โกโบริรีบดึงมืออังศุมาลิวิ่งนำลัดเลาะมาตามทางเดินในสวน เสียงปืนกลรัวเป็นชุดแหวกอากาศผ่านยอดไม้มาฉับพลัน โกโบริไหวตัวทัน
“หมอบ”
โกโบริดึงอังศุมาลินก้มราบลงกับพื้น
“อย่าเงย ก้มหัวไว้” โกโบริสั่ง
เสียงปืนกลผ่านเหนือหัวไป ตามด้วยเสียงตูมสั่นสะเทือนติดๆ โกโบริรีบพาอังศุมาลินพลิกตัวหลบเข้าพุ่มไม้ใกล้ๆ ตรงนั้น โดยใช้ตัวเองกำบังไว้
โกโบริแหงนกวาดมองผ่านยอดไม้เบื้องบน คาดการณ์อย่างชำนาญ “เรากำลังอยู่ในทางปืน ท่าจะบอมบ์ฝั่งนู้นแล้วจะมาโจมตีที่อู่ เพราะมีเรือจอดเรียงอยู่ด้วย”
โกโบริก้มมาเห็นอังศุมาลินก้มซบในอ้อมแขนของตนนิ่ง เสียงการต่อสู้โจมตียังรุนแรงต่อเนื่อง อื้ออึงเสียงตูมสนั่นและแรงสะเทือนวาบขึ้น มืออังศุมาลินที่เกาะต้นแขนโกโบริอยู่ก็จิกเกร็งแน่นขึ้นอีก
ไวันนี้น่าจะหนักหน่อย คุณกลัวมากไหม”
อังศุมาลินไม่ตอบ มีอาการสั่นเทา
โกโบริมอง รู้สึกรักและห่วงหวงจับหัวใจขึ้นมาเงียบๆ กระชับวงแขนกอดบังไว้อย่างทะนุทะนอมยิ่งขึ้น บอกด้วยเสียงอ่อนโยนลึกซึ้ง
“อย่ากลัว ผมยังอยู่ คุณจะไม่เป็นอะไร ฮิเดโกะ”
อังศุมาลินก้มหน้านิ่ง ปิดหู เหมือนไม่อยากรับรู้อะไร
เสียงปืนต่อสู้อากาศยานรุนแรงและถี่ยิบมากยิ่งขึ้น
ยินเสียงโหวกเหวกของผู้คนที่พายเรือหนีตัวปลิว ตะโกนเร่งรัดให้รีบไปเร็วๆ มาจากทางคลอง
มีบ้านเรือนฝั่งตรงข้ามไฟไหม้ ควันลอยมาโขมง เห็นอยู่ไม่ไกล
เสียงระเบิดครืนๆจากฝั่งตรงข้าม พื้นดินไหวสะเทือนเป็นระลอกๆ โกโบริสอดส่ายมองหาที่ปลอดภัย
“ลุกไหวไหม เราไม่ควรอยู่ตรงนี้ ไปหลบในท้องร่องจะได้ไม่โดนสะเก็ดระเบิด”
อังศุมาลินยังนิ่ง ก้มมุดหน้าแน่นกับตัวโกโบริ
ท่าทีของสาวเจ้าทำให้โกโบริกังวล รีบแหงนสำรวจดูบนท้องฟ้าอีกครั้งจนมั่นใจ
“ไปกันเถอะ เราต้องรีบไปให้ถึงท้องร่องที่คุณขุดไว้ก่อนมันจะมากันอีกระลอก”
โกโบริขยับลุกขึ้นแต่อังศุมาลินยังเกาะกุมแน่น
“ไปไหนคะ” เสียงระเบิดดังตู้ม อังศุมาลินกรี๊ด “แล้วแม่ กับยาย... ” เสียงปืนต่อสู้อากาศยานดังขึ้นอีก สาวไทยร้องกรี๊ด
“รีบลุกขึ้น ไปกันเถอะ เร็ว”
โกโบริพยุง อังศุมาลินงวยงง กลัวจนตัวสั่นไปหมด “จะไปทางไหน มันมากันอีกแล้ว”
“มาเถอะตามผมมา”
เครื่องบินบอมบ์ดังกระหึ่มระลอกใหม่ จำนวนมากลำกว่าเดิม ส่งเสียงกังวานลั่นมาใกล้อีกครั้ง
โกโบริรีบดึงตัวอังศุมาลินขึ้น แล้วกึ่งลากกึ่งดึงออกวิ่งไป จนอังศุมาลินรองเท้าหลุดไปข้างหนึ่ง

ส่วนที่หลุมหลบภัย บ้านงาน ฝาหลุมหลบภัยสั่นกระเทือนตามจังหวะเสียงระเบิดกัมปนาทเบื้องบนระคนเสียงปืนกลรัวต่อต้านดังแว่วลอดเข้ามา
ภายในหลุมหลบภัย ชาวบ้านเด็กเล็กกอดกันกลม มีเด็กเล็กร้องจ้า กำนันนุ่มอยู่ใกล้ประตูหลุมที่สุดกับชายฉกรรจ์ 2-3 คน จับมือแม่วันไว้แน่น แม่อร ประคองยายศรที่ตัวสั่นเทาและยกมือกำหลวงพ่อที่ห้อยคอไว้แน่นสีหน้าแม่อรหวาดหวั่นปนกังวล

ฝีเท้าวิ่งของโกโบริกับอังศุมาลินวิ่งมาตามทางในสวน โดยโกโบริวิ่งนำและเป็นหลักให้ ส่วนอังศุมาลินโซซัดโซเซ เสียศูนย์ ไม่มั่นคง
มือเล็กเรียวของอังศุมาลินอยู่ในมือใหญ่ของโกโบริ ที่กำเอาไว้แน่น แล้วจูง ลาก ดึงไปตามทาง
สีหน้าอังศุมาลินที่ซีดสั่นปนผวา หลับหูหลับตา มือหนึ่งกอดกระเป๋า วิ่งตาม
พลันเสียงปืนกลรัวเป็นชุด เฉียดตัดยอดไม้เหนือแนววิ่งทั้งสอง
“ระวังปืนกล”
โกโบริกระชากมือให้ก้มวิ่งหลบต่ำ อังศุมาลินร้องกรี๊ดสุดเสียง ท่ามกลางเสียงอึงอนรอบตัว
โกโบริชะลอลงหันมามอง อังศุมาลินหวาดผวา เสียขวัญ ร้องกรี๊ดๆๆ
โกโบริคว้าเอวอังศุมาลินโอบตัวให้เข้ามาแนบใกล้ เพื่อประคองให้วิ่งไปด้วยกัน
“มันกำลังมาโจมตีอู่ เราอยู่ใกล้เสียด้วย”
โกโบริดึงพาอังศุมาลินออกวิ่งไปอีกทาง
หมู่เครื่องบินทิ้งระเบิด บินอยู่เหนือน่านฟ้าคลอง และยิงกราดลงมาเป็นแถว เพื่อยิงต่อสู้กะปืนต่อสู้อากาศยานที่อู่ กระสุนลงที่ต้นไม้ในสวนแถวๆ นั้น ตรงริมคลอง
แลเห็นภาพไหวพร่าเหมือนผ่านไอเปลวความร้อน เห็นสองคนวิ่งล้มลุกคลุกคลานไปในสวน ขณะที่ดินตามแนวคูที่วิ่งลัดเลาะที่โดนกระสุนถล่มดังปุๆๆๆๆ กระจายครืน ฝุ่นฟุ้งตลบเป็นแนวใส่ทั้งสอง
อังศุมาลินหวีดร้องอย่างเสียขวัญ และเกิดอ่อนแรงขาทรุด โกโบริคว้าดึงเกือบหิ้วเอวอังศุมาลินให้วิ่งต่อ อังศุมาลินหน้าซีดเหมือนจะเป็นลมเสียให้ได้ เสียงเครื่องบินกระหึ่ม ดำดิ่งลงมาเสียงหวีดแหวกอากาศเสียดหูดังลงมา โกโบริเหลียวขวับมองขึ้นไป
เครื่องบิน บินเลยไปแล้ว แต่ระเบิดลอยอยู่กลางฟ้า ทิศทางเหมือนจะหล่นลงมาไม่ไกล
โกโบริตะโกนสุดเสียง “ระเบิด ระวัง”
โกโบริรีบดึงตัวอังศุมาลินมากอดไว้ชิดตัว ใช้ตัวบังทิศทางระเบิดลงเอาไว้ ดินที่ทั้งสองวิ่งอยู่ทรุดฮวบลงตามด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้อง
ร่างของทั้งสองคนปลิวถลากลางอากาศ ตามแรงระเบิด แล้วตกลงมาสู้ดินต่ำ เทลาดชัน ก่อนจะกลิ้งหลุนๆตกลงไปสู่ที่ต่ำ
โกโบริกอดบังอังศุมาลินไว้แน่นไม่ยอมปล่อย อังศุมาลินกอดโอบคอโกโบริแน่นเช่นกัน พร้อมกับเสียงอื้ออึงทั้งหลายรอบตัวเหมือนดับเงียบไป สองคนหูอื้อ ดับดัง วิ้งๆๆๆ

ทั้งสองกลิ้งตกลงไปยังคูข้างทางอีกจุดหนึ่ง นอนแน่นิ่งในอ้อมกอดกันและกัน
จังหวะนั้นอังศุมาลินรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ตรงหน้า จึงลืมตาขึ้นมอง เห็นโกโบริแน่นิ่งจึงร้องเรียกชื่อโกโบริอยู่หลายที เบื้องแรกเรียกปลุกก่อน แต่เห็นโกโบริเงียบ จึงค่อยเรียกดังๆ ให้ตื่น

เสียงทุกอย่างในหูโกโบริยังอื้ออึง ฟังไม่ได้ศัพท์ รวมทั้งเสียงเรียกของอังศุมาลิน
จังหวะนั้นมือข้างหนึ่งของอังศุมาลินชักออก เห็นเลือดโชกเปื้อนติดมือแดงฉาน เสียงทุกอย่างกลับมาได้ยินปกติ
อังศุมาลินใจหายวาบรีบเรียกโกโบริที่ยังนิ่งเขย่าให้ตื่น
“อย่านะ อย่าตายนะโกโบริ...โกโบริ”
อังศุมาลินน้ำตาคลอเอ่อ กอดโน้มศีรษะโกโบริเข้ามาแนบใกล้เพื่อชะโงกดูมองหาแผลด้านหลังศีรษะโกโบริว่ามีหรือไม่
“ฮิเดโกะ”
อังศุมาลินได้ยินเสียงแผ่วเบาที่ข้างหูถนัด สีหน้าเป็นประกายมีความหวังขึ้นมา รีบถอนตัวกลับมามองหน้าโกโบริ
โกโบริพยายามพูดให้ดัง แต่แผ่วเพราะไม่มีแรง “ฮิเดโกะ..ผมรักคุณ”

ทันทีที่ใบหน้าอังศุมาลินถอนกลับมามองหน้าโกโบริริมฝีปากของเขาก็โน้มมาประทับที่ปากเธอเบาๆ อังศุมาลินรู้สึกช็อก ใจหายวาบอย่างบอกไม่ถูก
แต่ทันใดนั้นเสียงหวีดแหวกอากาศผ่านยอดไม้ลงมา แล้วตกตุ๊บไม่ไกลตามด้วยเสียงตูมกึกก้องสนั่นกัมปนาทอึงอล
โกโบริพยายามออกแรงสุดท้ายยกตัวแนบทับบังร่างอังศุมาลินเอาไว้ เศษก้อนดินก้อนใหญ่ชิ้นหนึ่งตกลงมาใส่ร่างโกโบริดังอั้กพอดี ตามด้วยเศษดิน กิ่งไม้ ตกลงมาทับถม จนภาพทุกอย่างมืดสนิท
ทั้งสองหมดสติ พร้อมกับเสียงสู้รบทุกอย่างค่อยๆ เงียบหาย เสียงหวอเตือนว่าปลอดภัยดังยาว

กิ่งต้นไม้สดหักโค่นหล่นอยู่บนพื้นปนอยู่กับเศษใบไม้เกลื่อน แม่อร ถือถือตะกร้า กระจาดเปล่า เถาปิ่นโต และเดินจูงยายมาถึงหน้าชานบันไดเรือน มีเศษดิน เศษใบไม้ปลิวทั่ว
แม่อรสีหน้าไม่สู้ดีมองสภาพหน้าบ้านที่เกลื่อนกลาดและเงียบเชียบ ผิดปกติ
ยายเอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วง “ยัยอังจะเป็นยังไงบ้างละเนี่ย”
“อัง อัง แม่มาแล้ว”
แม่อรตะโกนมองสังเกตประตูเรือนที่ปิดเงียบ และไม่มีเสียงตอบ
“เอ๊ะ แม่..สงสัย เดี๋ยวนะจ๊ะแม่”
แม่อรรีบผละจากยายขึ้นไปชะเง้อดูประตูเรือนที่ปิดเงียบ เห็นสภาพประตูเรือนที่ถูกปิดกลอนลั่นกุญแจสายยูจากภายนอก แม่อรประหวั่นในใจขึ้นมา
แม่อรพูดกับตัวเอง “แล้วยัยอังไปไหนเนี่ย”

ครู่หนึ่งแม่อรกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาในสวน เห็นสภาพสวนถึงกับใจหาย ทั้งเศษดินกระจาย กิ่งไม้ใบไม้หัก เกลื่อนกลาดอยู่ตามทาง แม่อรตะโกนก้อง
“อัง อัง อยู่ไหนลูก อัง”
แม่อรยิ่งเดินไป ยิ่งใจไม่ดี รีบก้าวเดินเร็วขึ้น กวาดมองซ้ายขวาไปทั่ว จนเดินมาถึงจุดหนึ่ง มีเสียงชาวบ้านโหวกเหวกวุ่นวายไกลๆ
แม่อรตะโกนเรียกอีก “อัง อัง..แม่มาแล้ว”
เงียบแม่อรหยุดมองไปรอบ จนไปสะดุดตากับอะไรบางอย่างไม่ไกลนัก รีบเดินเข้าไปดู
เห็นรองเท้าแตะของอังศุมาลินข้างหนึ่งตกอยู่ มือแม่อรก้มเก็บขึ้นมาดู แม่อรใจหล่นวูบ หวิวขึ้นมาทันที
“รองเท้ายัยอัง..ทำไมมาอยู่นี่ แล้วยัยอัง”
แม่อรถือรองเท้าวิ่งต่อไปอย่างร้อนรน มองหาไปตะโกนไป
แม่อรตะโกนดัง ละล่ำละลัก “อัง..อังอยู่ไหนลูก..อัง อังได้ยินแม่ไหม..อัง”
แม่อรมองหา วิ่งซอกซอนตามสวน มุมแล้ว มุมเล่า วิ่งจนเหนื่อย หยุด ด้วยความว้าวุ่น สับสนเคว้ง คว้าง คิดหาทางไปมา
แม่อรตะโกนสุดเสียง เหนื่อยอ่อน “อัง...”
ทุกอย่างเงียบงัน เหมือนอยู่คนเดียวในโลก
เสียงชาวบ้านตะโกนรับ ดังแว่วมา “วู้ว ใครเป็นอะไร”
แม่อรได้ยินเสียงชาวบ้านกลุ่มหนึ่งไม่ไกล พลันคิดบางอย่างได้

ชายชาวบ้าน 2 คน เดินแยกย้าย ป่าวร้องเรียก มองหาไปมาในละแวกสวน ตะโกน
“แม่อัง..วู้ๆ”
ชาวบ้านอีกคนตะโกนตาม “แม่อังอยู่ไหน แม่อัง”
แม่อรเดินแยกหาอยู่อีกจุดหนึ่ง เหงื่อแตกกาฬ หน้าซีดเซียว ปากตะโกน
“อังลูกอังได้ยินแม่ไหม..อังลูกอยู่ไหน”
แม่อรเห็นสภาพสวนบริเวณนี้ยับเยิน เป็นแอ่งเป็นบ่อ เศษดินกระจายเกลื่อน ต้นไม้หักโค่น ครู่ต่อมา ครอบครัวยายเมี้ยนมาช่วยหาด้วย
ตาแกละบ่นอุบ “โอย ใครมาเดินแถวนี้คงไม่รอด ลูกเหล็กคงร่วงมาจังเบอร์”
“นั่นสิ เละเป็นแถบแบบนี้” ยายเมี้ยนเสริม
แม่อรได้ยินยิ่งซีด หมดแรงไปใหญ่
จู่ๆ เสียงชาวบ้านคนหนึ่งดังขึ้น “เฮ้ยๆ นี่ใครวะนี่”
ชาวบ้านอีกคนร้องลั่น “ว้าย..มีคนนอนอยู่นี่จ้ะ เร้ว...”

แม่อรหันขวับไปทางเสียง
แม่อรวิ่งหน้าตาตื่นตรงไปยังจุดที่ชาวบ้านชี้ชวนว่าพบคน ใจเต้นไม่เป็นส่ำ

“จะรอดไหมเนี่ย...เฮ้ มาช่วยกันเร็ว” ตาแกละร้องขึ้น
“ไหนๆ เจอแล้วหรือ” แมวมองหาตามเสียง
ยายเมี้ยนตะโกนออกไป “ใครๆ แม่อังหรือเปล่า”

ยิ่งเข้าไปใกล้แม่อรยิ่งใจหวิว เต้นระรัว ไปถึงรีบแหวกแทรกคนเข้าไปดู เห็นคูข้างทางมีซากเศษกิ่งไม้ใหญ่ และก้อนดินทับถม เห็นเป็นเพียงหัวคนในชุดคล้ายทหารญี่ปุ่น นอนคว่ำหน้า อยู่กับใครอีกคนที่ยังดูไม่ออกเพราะถูกร่างชายคนนั้นบังทับอยู่ และมีกิ่งไม้ใหญ่บังขวางมองไม่เห็นถนัด
ตาแกละเพ่งแล้วบอก “พวกไอ้ยุ่นนี่..แล้วนั่นมีใครด้วยอีกคน”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 12/2 วันที่ 22 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager