อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 12/4 วันที่ 23 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 12/4 วันที่ 23 ก.พ. 56

อังศุมาลินดูออก พูดเบาลง “แม่..แม่รู้แล้วใช่ไหมคะ”
แม่อรถอนใจเบาๆ วางช้อนชามข้าวต้มลง แต่สีหน้าและน้ำเสียงยังเย็นและนิ่งอยู่อย่างนั้น
“ใจคนถ้าคิดไม่ดี เวลามองอะไร ก็เห็นเป็นของไม่ดีไปหมดนั่นละ ใครจะพูดยังไงก็ช่างเขาเถอะ ความจริงมันอยู่ที่เราต่างหาก ไม่ว่าจะดีหรือชั่วมันไม่ได้อยู่กับคนอื่นที่พูดถึงเรา ถึงไม่มีเรื่องหนู ชาวบ้านก็นินทาคนอื่นๆอยู่วันยังค่ำ อีกไม่นาน..พ่อดอกมะลิก็จะไม่อยู่แล้วไม่ใช่หรือจ๊ะ เรื่องราวมันก็คงจบไปเองล่ะลูก”

อังศุมาลินใจหายวูบขึ้นมาไม่รู้ตัว

คืนนั้นที่โรงพยาบาลแห่งนั้น เห็นญี่ปุ่น และธงกาชาด กลางคืน ที่ห้องพักเห็นมีเตียงพักฟื้นเรียงเป็นแถว
โกโบริซึ่งที่หัวมีผ้าพัน นอนไม่ใส่เสื้อ ตามตัว มีแผลฟกช้ำ นอนไม่หลับ ดวงตาแวววาวด้วยความรุ่มร้อนใจ พลิกไปมา



สักพัก หมอโยชิเข้ามา มองหา โกโบริหันไปเห็น รีบลุกท่าทีดีใจมาก “โยชิซัง”
“โกโบริ คุณเป็นยังไงบ้าง”
“ผมไม่เป็นไร...โยชิซัง ขอบคุณที่เป็นห่วง ผมดีใจ ที่คุณมา..ผมอยากจะเขียนจดหมายถึงคุณลุง..ที่สิงคโปร์ แล้วต้องการส่งไปให้ท่านด่วนที่สุด...คุณจะฝากมันไปกับใครที่จะเดินทางไปสิงคโปร์ได้ไหม”
“ดึกคืนนี้ จะมีรถไฟไปสิงคโปร์ ถ้าคุณเขียนทัน” หมอโยชิบอก

เช้าวันต่อมา ขณะที่แม่วันเอาเอาปลาสลิดเค็มออกมาตากที่หน้าบ้าน ตาบัว กะตาผล ผ่านมา มองกันตาเป็นมัน แม่วันหันมาเห็น
“อ้าว ตาผล...ญี่ปุ่นเขาปล่อยมาแล้วเร้อ”
“ก็ต้องปล่อยสิ ชั้นไม่ได้ทำผิดอะไรซักหน่อย” ตาผลบอก
“ปลาสลิดนั่นมันเค็มมากไหมล่ะ แม่วัน” ตาบัวถาม
“อยากกินเหรอ เอ้า จะเอาแค่ไหนก็หยิบไป”
ตาบัว กะตาผลมองหน้ากัน แล้วคว้าพึ่บๆ โกยคนละ 3 - 4 ตัว
กำนันนุ่มออกมา “เอ้าๆ นั่นจะเหมาหมดกระจาดเชียวเรอะ มีกันแค่สองคน จะกินหมดรึนั่น”
“ใครบอกว่ามีแค่ 2 คนล่ะกำนั้น” ตาผลหลุดปาก
ตาบัวถองอย่างแรง “ไอ้ผล”
ตาผลตาเหลือก กระซิบ “ฉิบล่ะ ลืม”
ตาบัวกระซิบดุๆ “ถึงกำนัน ก็ไว้ใจไม่ได้ มีเชลยฝรั่งในบ้าน มันคุกอย่างเดียว ไม่รู้หรือไง”
“ทำไม มีอะไร มีใครมาอยู่ด้วยหรือไง” กำนันนุ่มซัก
“เฮ้ย เปล่าๆๆ ก็อยู่กันสองคนนี่ล่ะ”
พอดี ยายเมี้ยน ตาแกละ และแมว ผ่านมา
“อ้าวไอ้ผล..ญี่ปุ่นมันปล่อยมาแล้วเรอะ” ตาแกละทัก
“แหม..พ่อ ถามอะไรอย่างนั้น ตาผลแกทำสวนบ้านอังศุมาลินเขา ก็ต้องมีเส้นสายใหญ่กว่าใครอยู่แล้ว” แมวว่า
“เส้นสายอะไรยังไง แม่แมว” ตาผลงง
“แหม..ตาผลล่ะก็ ใครๆเข้าก็รู้กันทั้งบาง ฉันงี้ เห็นมากะตาเชียวล่ะ พอแม่กะยายไม่อยู่ แม่ลูกสาวก็ดิ๊กๆ ไปนอนกะไอ้ยุ่นในท้องร่อง ผีสางเทวดาท่านไม่เข้าข้าง ระเบิดเลยลงมาโดนดินถมทั้งเป็น ให้ใครๆ ได้เห็นเป็นพยาน”
ยายเมี้ยนจีบปาก กำนันนุ่ม กับแม่วัน ผงะ
“นี่ นั่งเมี้ยน อยากจะเลือดกบปากแทนน้ำหมากใช่ไหม ทำไมพูดจาด๊อกๆ อย่างนั้นล่ะ” ตาบัวด่า
ตาแกละโมโห “อ้าว ไอ้นี่..มาว่าเมียกูแบบนี้ได้ไง เมียกูพูดความจริงเว้ย ใครไม่เชื่อคอยดู อีกไม่นาน ไอ้ลูกตัวเตี้ยๆ ตาชั้นเดียว มันจะมาเกิด พวกมึงจะได้อุ้มหลานลูกครึ่งก็คราวนี้ล่ะว้า”
“ไอ้แกละ มึงตาย” ตาผลกระโดดใส่ ชกตาแกละด้วยความโมโห
ตาแกละสู้ ตาบัวเข้ารุมช่วย ยายเมี้ยน กะแมว เข้ารุม สู้กันนัว กำนันนุ่ม กะแม่วัน ตะลึง

เช้านั้น ที่ตลาดแม่อร กับยายศร ช่วยกันจัดของที่จะขาย พวกคนตลาดมองๆ ซุบซิบกัน เม้ง กะวิภาเดินซื้อกับข้าวผ่านมา เม้งร้องทัก
“อ้าว แม่อร คุณยาย ยังจะมาขายของกันอีก”
“ทำไมฉันจะมาขายไม่ได้ล่ะ” ยายศรงง
“ก็นึกว่าร่ำรวยกันแล้ว ฉันก็ดีใจด้วยนะ จะไม่ต้องลำบากกันอีกต่อไปไง” วิภาพูดจาส่อเสียด
“แล้วทำไมฉันจะไม่ลำบาก” แม่อรย้อน หน้าตึงนิดๆ
“ก็..เขาลือกัน..ว่า..แม่อรได้เขยเป็นนายช่างหลานชายแม่ทัพไม่ใช่เร้อ” อาโกบอก
“นายช่างคนนี้เขาก็ใจดีออกนี่นา เขาก็น่าจะชุบเลี้ยงให้เราสบายบ้างล่ะ” เม้งเสริม
“นั่นสิคะ ถ้าถึงขนาดนี้ แล้วเขายังปล่อยให้คุณป้ากับคุณยายต้องมานั่งเก็บผักขาย..มันจะใจดำไปหน่อยนะ หนูว่า..ยายอังเขาเป็นคนกตัญญูออก เขาไม่น่าจะยอมนะคะ” วิภาบอก

ยายศรแทบจะเป็นลม แม่อรรีบบีบมือแม่คลายเส้น
ในเวลาต่อมามือของกำนันนุ่มเปิดตลับหยิบก้านพลูมาเสียบพลูที่จีบไว้ แล้วเจียนหมากดิบช้าๆ ปากบ่น

“จะกินหมาก..ต้องแอบกิน..ราวกับสูบฝิ่น”
ทุกคนอยู่บนเรือน ยายศรสบตากับแม่อร “พ่อกำนัน..มีเรื่องอะไรหรือเปล่า”
กำนันมีทีท่าลังเลเล็กน้อย หยิบหมากใส่ปาก แล้วเคี้ยวพลูตามช้าๆ
“ถ้าฉันพูดผิดพลั้งยังไงไปละก็ แม่อรก็อย่าโกรธนะ” กำนันออกตัว
อังศุมาลินที่นอนฟังในห้อง หน้าร้อนวูบขึ้นมาทันที แม่อรสีหน้าเรียบปกติ
“เชิญพูดเลยคะ เราไม่ถือโกรธอะไรกำนันหรอก ที่บ้านนี่นับถือท่านกำนันกันทุกคน” ยายศรบอก
“ไอ้ฉันน่ะก็ไม่มีอะไรหรอกนะ แต่แม่ไอ้หนูสิ เขาก็รักหนูอังเหมือนลูกเหมือนหลาน รู้ข่าวถึงกับตบอกผาง ก็เลยอยากมาถามให้มันรู้ดำรู้ดีกันไปว่า มันยังไงแน่ เพราะไอ้เรื่องเล่าเรื่องลือมันมักจะโดนขยายเกินจริงเสมอ” กำนันยกผ้าขาวม้าฟาดไหล่ไปมา “นี่ถ้าวนัสอยู่..คงไม่เกิดเรื่องพรรค์อย่างนี้หรอก พูดไปก็ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง ข่าวคราวไม่รู้..เฮ้อ”
กำนันทอดถอนใจ แล้วหันไป แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นอังศุมาลินลุกมายืนหน้าห้องนอน ใบหน้าซีดขาว
“หนูจะเล่าความจริงทุกอย่างให้ลุงกำนันฟังเองค่ะ

ภายในห้องวิทยุสื่อสาร เดลฮี ประเทศอินเดีย ช่วงตอนกลางวัน แลเห็นถ้วยชาอังกฤษ กรุ่นๆ อยู่ในมือวนัส เพิ่งชงเสร็จใหม่ๆ เสียงข่าววิทยุภาษาไทยดังชัดเป็นช่วงๆ วนัสเดินมาที่เครื่องวิทยุแรงสูงที่มีเจ้าหน้าที่ไทย 2 คนประจำอยู่
ที่นี่คือ “หน่วยสืบราชการลับ แผนกไทย แห่งหน่วยบริหารงานพิเศษ (Special Operations Executive-S.O.E) เมืองเดลฮี ประเทศอินเดีย”
พิชัยนั่งสบายๆ อยู่ไม่ไกล
เสรีไทยคนหนึ่งนั่งฟังวิทยุไป “ญี่ปุ่นกำลังจะเปิดใช้ทางรถไฟสายไทยพม่าปลายเดือนนี้..เสร็จเร็วเป็นบ้า”
วนัสฟังอยู่ด้วย ส่ายหน้า “คนกี่หมื่นต้องไปจบชีวิตให้พวกมัน”
“มายก๊อด..กี่เดือนเนี่ย สร้างกันไม่ถึงปี” พิชัยว่า
“เจ็ดเดือนพี่” เสรีไทยคนนั้นบอก
“ขืนเสร็จช้ากว่านี้ พวกมันก็คงจะไม่ทันการณ์ล่ะสิ เพราะนี่เห็นข่าวว่ามันเริ่มตกเป็นฝ่ายตั้งรับพวกเราหลายสนามแล้ว” วนัสบอก
ท่านชายวิชญา กับอรุณเดินเข้ามาพอดี
พิชัยร้องทัก “พี่เข้มว่ายังไงหรือเปล่าท่านชาย..เอ๊ย แซม”
“มีสองเรื่อง” ท่านชายว่า
วนัสจิบๆ ชา หันมาตั้งใจฟังกับพิชัย
“หนึ่ง เข้มบอกว่าฝึกขึ้นบกโดยเรือดำน้ำนี่โหดมากสอง พี่เข้มอยากได้คนที่ชอบของโหดไปร่วมทีมพริตชาร์ด เพิ่มอีกหนึ่งคน”
“ก็จะเป็นทีมขึ้นบกหลังจากทีมของพงศ์ กับเรเว่น เดือนถัดไป” อรุณเสริม
“งั้นฉันขอ...” พิชัยว่า
วนัสรีบซดชาเฮือกเดียวหมด พูดตัดหน้าพิชัยพอดี “ผมเองครับ ให้ผมไปดีกว่า”
พิชัยหันมองวนัสขวับ รู้ทัน “ไอ้นี่..อยากกลับไปเจอหน้าหวานใจเต็มทีล่ะสิท่า”
“ดีแล้ว..ลำพู คุณนั่นแหละ เหมาะ”
วนัสเจ้าของฉายา ลำพู ยิ้มดีใจ

กำนันวางกระโถนที่เพิ่งบ้วนน้ำหมากลง หน้าตาคิดครุ่น พลางบอกอย่างเป็นกังวล
“ลุงเข้าใจละ ลุงเชื่อหนูอัง สำหรับลุงกับแม่วัน หนูอังก็คือลูกหลานแท้ๆ ไม่มีวันเป็นอื่น แต่
..มันมายุ่งที่คนเก็บเอาไปพูดไปลือกันทั้งบางจนเสียหายแบบนี้ ลุงคงต้องจัดการอะไรสักอย่างแล้ว..เพราะ..ปล่อยไว้อย่างนี้คงไม่งาม”
อังศุมาลินแอบชำเลืองมองแม่อรและคุณยายศร ที่มีทีท่าหนักใจไม่หาย

ไม่นานนัก อังศุมาลินเดินเข้าห้องมา แล้วค่อยๆ นอนลงบนเตียง หันหน้าเข้าข้างฝา น้ำตาไหลรินเงียบๆ
แม่อรเดินเข้ามา มองลูกจากด้านหลัง แล้วเข้ามานั่งที่เตียง แตะแขนลูก อังศุมาลินสะอื้นออกมาทันที
“อังศุมาลิน ฟังแม่นะลูก”
อังศุมาลินหันมาหา “แม่คะ...หนูไม่ได้ทำอย่างนั้น หนูไม่ได้เป็นอย่างนั้น..ทำไม”
แม่อรจับตัวลูกไปกอดปลอบ “หนูต้องรู้นะลูก..ว่ามนุษย์ ก็เป็นแบบนี้มาทุกยุคทุกสมัย..หนูไม่ใช่คนแรก ที่ต้องผจญกับเรื่องแบบนี้”
อังศุมาลินระทดระทวยลงนอนบนตักแม่
แม่อรลูบเรือนผมขณะบอก “เมื่อแม่จะแต่งงานกับ..คุณพ่อของหนู แม่ก็โดนแบบนี้เหมือนกัน แต่ยังไม่เท่ากับตอนที่คุณพ่อของหนูทิ้งเราไป..แม่ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะร้อง อายจนต้องก้มหน้าดูดิน แต่แม่ก็อยู่มาด้วยความเชื่อว่า..ความดี ย่อมรักษาคนดีเสมอ หนูเป็นลูกทหาร เป็นลูกแม่ หนูต้องอย่าอ่อนแอสิลูก การที่เขาว่าร้าย..นินทาเรา ก็เท่ากับเขายื่นของสกปรกให้เรา ถ้าเราทุกข์ร้อน ก็เท่ากับว่าเรายอมรับ แต่ถ้าเราเฉยเสีย ไม่รับรู้ เท่ากับของนั้นก็ยังอยู่ในมือเขา ก็ต้องย่อมเหม็นมือเขาเอง..ใช่ไหมลูก”
อังศุมาลินร้องไห้น้อยลง

ค่ำนั้นเห็นสายตาทุกคู่ของคนกลุ่มหนึ่ง มองไปยังแสงไฟในหน้าต่างห้องชั้นสองของบ้านไม้ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ทีททำการของเสรีไทย เสียงคนคุยกันในห้องดังลอดออกมา รองเท้าหนังของตำรวจสันติบาล 4-5 คู่ ค่อยๆ เหยียบย่างบนพื้นหญ้าผ่านไป ตรงไปยังหน้าบ้าน
รองเท้าหนังอีก 3-4 คู่ ย่องบนพื้นชั้นล่างผ่านไปทางหลังบ้าน
กลุ่มที่อยู่หน้าบ้าน ค่อยๆ ก้าวขึ้นบันไดไปชั้นสองอย่างรวดเร็ว
หน้าห้องชั้นบน ที่มีไฟเปิดอยู่และมีเสียงคนคุยปรึกษากันดังลอดออกมา เป็นแทนสายตา (องอาจ) เดินย่องเข้ามาใกล้ประตู
มือของคนที่เป็นหัวหน้าทีม กวักโบกให้สัญญาณ ก่อนที่จะเห็นรองเท้าราว 6-7 คู่วิ่งมาประกบล้อมสองฝั่งประตู
ที่แท้เป็นสารวัตรองอาจในชุดเครื่องแบบตำรวจสันติบาล ยืนแนบหน้ากับประตู เอื้อมมือกำลังจะผลักประตูเปิด มีตำรวจอีก 2-3 นายเรียงรายข้างหลัง องอาจพยักหน้า แล้วผลักประตูที่ไม่ได้ล็อคเข้าไปทันที
“ทุกคน อยู่ในความสงบ นี่เป็นการจับกุมข้อหากบฏ กระด้างกระเดื่องต่อรัฐบาลไทยที่เป็นมิตรกับรัฐบาลญี่ปุ่น คุณหลวงชลาสินธุราชกับพวก...”
สารวัตรองอาจยกเล็งปืนยาวขึ้นประทับ ตำรวจที่เหลือวิ่งเข้ามารายล้อมเล็งปืนตาม
เห็นชายฉกรรจ์หน้าตาท่าทีเหมือนชาวบ้านในชุดลำลองสมัยใหม่คล้ายเสรีไทยทั้ง 6-7 คน หันขวับมากำลังนั่งลุ้นสองฝ่ายเล่นหมากรุกกันอยู่
องอาจมีสีหน้าประหลาดใจ “เอ๊ะ”
ส่วนที่ข้างนอก หลวงชลาสินธุราช และเสรีไทยระดับสูง 5-6 คน ในชุดเก่าโทรมของชาวบ้าน กำลังนั่งเรือยนต์ค่อยๆ ลอยลำเงียบๆ หนีออกมาจากท่าบ้านไม้ริมน้ำไป

กลางดึกคืนนั้น เสียงหริ่งหรีดเรไรร้องแว่วดัง อังศุมาลินที่หน้าตาสดใสมากขึ้น นอนพลิกตัวอยู่ในห้องที่มีแสงจัทร์ลอดผ่านเข้ามา เสียงฝีเท้าและกระแอมไปของแม่อรภายนอกอังศุมาลินลืมตาขึ้น
อังศุมาลินเดินมาเปิดประตูห้อง ชะโงกหน้าออกมาเห็นแม่อรเดินไปหยิบเขียงมาวางข้างๆถาดหมาก
“แม่ทำอะไรคะทำไมหมู่นี้แม่นอนดึกจังคะ”
แม่อรพูดยิ้มๆ “แม่นอนไม่ค่อยหลับจ้ะ เลยลุกมาหั่นหมากไว้ ช่วงนี้ลักลอบขายกัน ได้ราคาดี หนูนอนเถอะ แม่ทำเดี๋ยวเดียวก็จะเข้าห้องแล้ว”
“แล้ว 2-3 วันนี้ที่ตลาดเป็นยังไงบ้างคะ ใครๆ เขาคุยอะไรกันอีกบ้าง ไม่เห็นแม่เล่าอะไรให้หนูฟังเลย” อังศุมาลินถามอย่างกังวล
“ก็ไม่มีอะไรนี่จ๊ะ อาจคงเป็นเพราะพ่อดอกมะลิก็หายไปด้วย เลยไม่ค่อยมีใครพูดถึง”
อังศุมาลินหน้าซีด ใจหายวาบ “หายไป...แล้ว..เขาย้ายไปแล้วหรือคะ”
“เห็นว่า..ไปนอนรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลฝั่งนู้นนะ”
อังศุมาลินใจหวิวๆ อึ้ง พูดไม่ออก แม่อรก้มลง ทำงานไป ทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจอีกต่อไป
อังศุมาลินมองแม่อย่างปวดร้าว เป็นห่วงความรู้สึกของแม่

ดอกผักบุ้งออกช่อสีม่วงลอยสู้แสงรับวันใหม่ในแอ่งน้ำ แมงปอบินฉวัดเฉวียนไปมา อังศุมาลินเดินสำรวจบริเวณ กวาดสายตามองโดยรอบบ่อที่ยังมีต้นไม้ล้มระเนระนาดให้เห็นอยู่ อังศุมาลินเดินลึกเข้าไป แล้วหยุดเท้าแทบไม่ทัน
เมื่อเห็นโกโบริที่ยังมีผ้าพันแผลพันรอบศีรษะ ยืนหันหน้าไปทางบ่อหลุมกว้างจากแรงระเบิด ที่มีน้ำเจิ่งและวัชพืชอยู่เต็มอยู่หันหลังมาทางอังศุมาลิน
อังศุมาลินมองนิ่ง แล้วตัดสินใจถดตัวถอย จะหันกลับ โกโบริพูดลอยๆ โดยไม่หันไปดู
“พอเห็นผมก็จะกลับโดยไม่ทักกันสักคำหรือ”
อังศุมาลินเงียบกริบ
“ผมไม่ได้มาซะนาน หรือคนที่นี่คงจำไม่ได้แล้ว”
“จำได้สิ ทำไมจะจำได้ ใครจะลืมคนที่ทำให้เราเดือดร้อนได้ง่ายๆ ล่ะ”
โกโบริหันมา “ดูเหมือนว่า..พบกันทีไร ผมต้องเป็นตัวนำเรื่องเดือดร้อนมาให้คุณทุกที”
อังศุมาลินอึ้ง ที่โกโบริดูซูบผอม หน้าโทรม ขาวซีด
“ผมเพิ่งออกจากโรงพยาบาลเมื่อวาน..ผมรู้ว่าคุณเดือดร้อนเพราะผม แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ผมเสียใจมาก เป็นความผิดของผมทั้งหมด ผมอยากทราบว่า...คุณจะให้ผมทำยังไง ผมจะยอมทำทั้งนั้น”
“ไม่มีอะไรต้องทำอีกแล้ว”
“มันจะต้องมีทางแก้ซักทาง”
อังศุมาลินประชด “ตีฆ้องร้องป่าว ให้ชาวบ้านมาชุมนุม แล้วคุณก็แถลงแก้ข่าว..คงจะพอใช้ได้มั้ง”
“ที่คุณพูด...คุณก็รู้อยู่แล้ว ว่ามันเป็นไปไม่ได้”
“แล้วมีทางไหนอีกล่ะ ที่จะเป็นไปได้”
“ผมเข้าใจดี ว่านี่เป็นเรื่องของเกียรติยศชื่อเสียงของคุณโดยตรงเช่นเดียวกัน..พวกญี่ปุ่นเราก็ถือสุภาษิตว่า.. “ตายเสียดีกว่าจะอยู่อย่างปราศจากเกียรติยศ” หมอโยชิ...กับผม ปรึกษากันทุกแง่มุมแล้ว เราคิดกันว่า..วิธีที่เหมาะสมที่สุด และดีที่สุด..คือ..เราคิดกันว่า..ผมควรจะแต่งงานกับคุณ!”
อังศุมาลินมองตะลึง ตาเบิกกว้าง จ้องหน้าโกโบริเขม็ง

โกโบริมองตอบหน้าซีเรียสขรึม และจริงจัง เหมือนกำลังเจรจาเรื่องคอขาดบาดตาย ไม่มีความรู้สึกส่วนตัวใดๆ
อังศุมาลินยืนตัวแข็งทื่อ มึนชา มองโกโบรินิ่งอึ้ง นัยน์ตาว่างเปล่า ส่วนโกโบริสีหน้าขาวซีด เคร่งขรึมจริงจัง

“วิธีเดียว...ที่ผมคิดว่าจะรับผิดชอบกับเรื่องนี้ได้คือรีบจัดการทุกอย่างให้ถูกต้องทำให้คนหยุดพูดถึงเราในทางไม่ดี...คุณลุงผมทราบแล้ว หลังจากหมอโยชิได้คุยกับแม่ของคุณเรียบร้อย คุณลุงท่านยินดีจะมาด้วยตัวเอง และจัดการเรื่องนี้ให้คุณอย่างสมเกียรติ”
อังศุมาลินซีด เบลอ งวยงง
“คุณมีอะไรขัดข้องไหม” โกโบริย้ำ
อังศุมาลินยิงตรง “ฉันไม่ได้รักคุณ ไม่ได้รักคุณเลย ไม่เคยรักแม้แต่นิดเดียว”
โกโบริเหมือนโดนแทงกลางอก ตอบกลับนิ่งๆ เสียงเบา
“ผมทราบ...ทราบข้อนี้ดี แต่ก็ไม่เห็นว่าจะมีทางใดที่ดีกว่านี้”
“มีสิ คุณไปซะ ไปให้พ้นจากที่นี่ กาเอรุ! กลับไป!”
อังศุมาลินระเบิดอารมณ์ใส่ โกโบริไม่ตอบโต้ ได้แต่ยืนนิ่ง

หม้อแกงที่ตั้งอยู่บนเตากำลังเดือดปุดๆ แม่อรกำลังคนชิมรสแกงไปมา ควันฉุยๆ เสียงหมาเห่าหน้าบ้านแว่วมา แม่อรชะงักหัน
เสียงกำนันดังขึ้น “แม่อรเปิดประตูที”
แม่อรวางทัพพี แล้วเดินมาที่ประตูเรือน
“จ้าๆ...มาแต่เช้าเชียวพ่อกำนัน”
ครู่หนึ่งแม่อรเปิดประตูเรือนออก แล้วต้องผงะ งงเล็กน้อย เห็นกำนันในชุดดูเป็นทางการจากปกติเล็กน้อย และมีหมอโยชิยืนนิ่งอยู่ข้างหลัง

ส่วนภายในสวนทั้งสองคนยังคงยืนจ้อง เอาเชิงกัน ราวกับการดวลอาวุธ
“วิธีแก้ปัญหา ให้ผมไปให้พ้น จะช่วยคุณไม่ได้เลย นอกจากความพอใจที่คุณไม่ต้องเห็นหน้าผม แต่ผมเอง...จะไปอยู่ที่ไหนก็คงทรมานใจ เพราะทิ้งปัญหาที่ไม่ได้แก้ไขไว้ให้คุณต้องลำบากเพียงลำพัง เป็นเรื่องที่ผู้ชายญี่ปุ่นยอมไม่ได้อย่างน้อยที่สุด การตัดสินใจนี้ จะทำให้การพูดมากของคนพวกนั้นหยุดลงได้เสียที”
“แล้วยังไง...” อังศุมาลินจ้องหน้า “เขาก็จะพูดกันเรื่องอื่นแทน”
โกโบริงง “จะมีเรื่องอะไรอีกหรือ?”
“ก็มีผู้หญิงญี่ปุ่นสักคน ไปแต่งงานกับชายอเมริกันเข้า...จะเป็นยังไงล่ะ”
จบคำอังศุมาลินหัวเราะเย้ยเบาๆ
โกโบรินิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนบอก
“ถ้าผมพูด..คุณก็จะไม่เชื่อผม จะว่าผมพูดเข้าข้างตัวเอง” สีหน้าหนักใจ ตั้งใจอธิบายช้าๆ “ผมอาจไม่ใช่ซามูไรที่ดีนักมีคนบอกว่าผมใจอ่อนเกินกว่าจะมาเป็นทหารที่เป็นได้..เพราะบารมีลุง แต่ผมรักชาติ.. ไม่ได้หลงชาติอย่างคนอื่นๆ ผมคิดเสมอว่า มนุษย์ทุกคน จะเป็นญี่ปุ่น อเมริกัน ไทย หรือชาติใดๆ เขาย่อมมีสิทธิ์เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่ง คือความเป็นมนุษย์เสรี ความรัก ความชัง...เป็นเรื่องของแต่ละบุคคล”
อังศุมาลินมองตอบด้วยแววตาต้องการเอาชนะ
“ถ้ามีผู้หญิงญี่ปุ่น แต่งงานกับชายชาติอื่น เพราะต่างรักกัน เธอย่อมมีสิทธิที่จะทำได้ ผมไม่ตำหนิเธอ”
“แล้วจะมีใครสักคนไหมในประเทศชาติคุณ ที่ยกย่องชื่นชม กับแม่สาวที่ประพฤติเช่นนั้น”
โกโบริอึ้ง

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 12/4 วันที่ 23 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager