อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 13/2 วันที่ 24 ก.พ. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 13/2 วันที่ 24 ก.พ. 56

โอกาสและผลประโยชน์พวกนั้นเขาคงไม่มาฟังเสียงหนูเสียงแม่หรอกคะ ยิ่งคุณพ่อด้วยแล้ว ...ตัวท่านก็ต้องรักษาตำแหน่งให้ดีเหมือนกันไม่ใช่หรือคะ”
แม่อรถอนใจเบาๆ อัดอั้นตันใจ
“ยายอัง”
อังศุมาลินพลันผวากอดซบแม่ปล่อยสะอื้นออกมาไม่รู้ตัว ราวกับเด็กน้อย แม่อรกอดแน่น ลูบปลอบไปมา
“สุดปัญญาที่แม่จะช่วยลูกแล้ว”

“แม่คะ หนูเกลียดเขา เกลียดเขา”

อังศุมาลินบอกผู้เป็นมารดาซ้ำไปซ้ำมา
กลับจากบ้านอดีตภรรยา คุณหลวงเดินเข้าบ้านมา แต่แล้วต้องชะงัก เห็นสารวัตรองอาจนั่งจิบน้ำใส่ยาอุทัย ยิ้มหัวกับคุณหญิงจิตอยู่ สารวัตรหันมาเห็นรีบลุกไหว้



“คุณหลวง..มาพอดี..ผมกำลังจะกลับ”
คุณหลวงรับไหว้ เครียด ระแวง “สารวัตรองอาจ”
“สารวัตรองอาจมาแสดงความยินดีน่ะค่ะ” คุณหญิงจิตบอก
“เรื่องอะไร”
สารวัตรองอาจแหลมขึ้นมา “อ้าว..เรื่อง..ที่คุณหลวงมีโอกาสได้เป็นผู้มีส่วนช่วยเชื่อมสัมพันธไมตรีอันดี ระหว่างชาติมหามิตรน่ะสิครับ”
คุณหลวงแค้น “ขอบคุณนะ”
“คุณหลวงอย่าทำอะไรให้เสียชื่อทหารไทย...ที่อยู่ภายใต้บังคับบัญชาของท่านผู้นำของเราก็แล้วกัน คุณหลวงทำดี..ก็จะมีหลายๆ คน...ที่พ้นภัย แต่ถ้าคุณหลวงยึดมั่นถือมั่นทิฐิมานะอะไรมากมายเกินไป ใช่แต่คุณหลวงจะลำบาก...กลุ่มผู้คน...ที่ทำกิจกรรมกับคุณหลวงอีกมาก ก็จะพลอยยุ่งยากกันไปหมด คุณหลวงคงเข้าใจนะครับ ผมลา” องอาจไหว้ แล้วออกไปเลย
คุณหลวงมองตามนิ่งงัน อัดอั้น
คุณหญิงจิตมองจนองอาจพ้นไป เข้ามากระซิบ “ยังไงคะ ทางนั้น..เขายอมใช่ไหม”
“ก็ต้องยอมสิ”
“ถ้าไม่ยอม ก็อกตัญญูเต็มทน ที่จริง..ต้องขอบใจว่าแม่อังเขามาช่วยพ่อไว้แท้ๆ”
คุณหลวงงง “อะไรของเธอ”
“คุณหลวง..อย่ามาคิดว่าอิฉันโง่ ภัยกำลังจะมาถึงตัว ถึงครอบครัวอยู่แล้ว มีสันติบาลมาแอบดูบ้านเราทุกวัน คุณหลวงมีลูกเขยเป็นญี่ปุ่นซะ ขบวนการอะไรของคุณหลวง ก็จะได้ทำอะไรสะดวกขึ้น..พวกเราก็จะได้หายใจคล่องขึ้นหน่อย หรือไม่จริงล่ะคะ” คุณหญิงว่าเป็นชุด จนเห็นภาพ

ที่กระต๊อบตาผลตาบัว ไมเคิลตาลุก ชี้ที่รูปในนสพ. ข้างๆ คือปิ่นโตกับข้าวที่วางจัดสำรับ แต่ไมเคิลไม่สนใจ
“เยส..คนนี้ๆๆๆ”
สองเกลอมองหน้ากัน
“อะไรวะ ไอ้หอย” ตาบัวถาม
ไมเคิลงง “ไอ้หอย”
ตาผลอธิบาย “ภาษาไทย..เขาจะใช้เรียกคนที่รักกันมากๆ สนิทกันมากๆ ไง”
ไมเคิลพยักหน้า “อ้อ...”
“ทำไม มีอะไร ไอ้หอย...” ตาบัวเข้ามากอดคอ ชะโงกดู
“นี่..คนนี้ ที่ผมต้องไปหาเขา” ไมเคิลชี้ๆ
ผลผลอึ้ง “หา..นี่มัน..พ่อหนูอัง”
“พ่อ..คุณอังศุมาลินหรือ” ไมเคิลย้อนถาม
“แต่เขาไปมีเมียมีลูกใหม่นานแล้ว” ตาบัวบอก
“โอ..มายกอด..ช่างบังเอิญจริงๆ...คนนี้...คือคนที่จะช่วยพวกเราให้ปลอดภัยได้ เราเรียกเขาว่า...ขุนทอง”
ตาบัวกะตาผลงงๆ “ขุนทอง”
“รู้แล้ว..เป็นชื่อรหัสไง” ตาผลว่า
ตาบัวกะผลมองหน้ากัน ช็อกๆ ไม่เคยรู้

ท้องฟ้าโพล้เพล้ริมฝั่งคลองยามเย็นย่ำ หมู่นกโผบินทยอยกลับรัง
แสงวับแวมๆ ของเหล่าหิ่งห้อยตามต้นลำพู พลันลมพลิ้วไหวกระเพื่อมกิ่งไม้นั้น ทำเอาฝูงหิ่งห้อยน้อยเหล่านั้นแตกกระจาย เห็นเงาร่างของอังศุมาลินยืนพิงโคนต้นลำพูผมสยายอยู่ลำพัง
โกโบริก้าวมายืน อยู่มุมหนึ่งไม่ไกล
สักครู่เสียงโกโบริดังขึ้น “ค็อมบันวะ..สวัสดี”
อังศุมาลินหันขวับ ไปทางเสียง เห็นร่างโกโบริในเงามืดยืนอยู่ อังศุมาลินรีบหันกลับด้วยความรู้สึกร้อนวูบไปทั้งตัว
“ผมมารบกวนคุณหรือเปล่า”
อังศุมาลินเงียบไม่ตอบ
“ผมคุยได้ไหม” โกโบริถอนใจเบาๆ “ผมเพิ่งรู้เรื่องข่าวหนังสือพิมพ์นั้น เพิ่งรู้จริงๆ...เป็นความผิดของผมเอง ผมไม่ทราบเรื่องว่าจะไปกันใหญ่แบบนี้”
โกโบริเดินมาข้างหน้าอังศุมาลิน
“ผมไม่ตั้งใจที่จะทำให้เกิดเรื่องอย่างนี้ ไม่ได้ต้องการให้มีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องแม้แต่นิดเดียว”
อังศุมาลินประชดอยู่ในที “แต่มันก็เป็นไปแล้ว”
“ผมเสียใจ เป็นสิ่งที่ผมเสียใจอย่างยิ่ง”
“เสียใจทำไม สัมพันธไมตรีอันสูงส่งของไทย-ญี่ปุ่นกระชับแน่น”
โกโบริก้าวเข้ามาใกล้อีก
“นี่ผมไม่ได้ต้องการรับรู้สัมพันธไมตรีอะไรทั้งนั้น ผมต้องการรู้เพียงว่า...”
โกโบริโอบคว้าร่างอังศุมาลินเข้ามากอดอย่างแนบแน่น พึมพำ อย่างอ่อนโยน
“ฮิเดะโกะ...ฮิเดโกะ”
โกโบริก้มหน้าซบเส้นผมยาวประบ่าของอังศุมาลิน
อังศุมาลินร้อนวูบไปทั้งตัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน หลับตา อดยอมรับไม่ได้ว่า รู้สึกดี และอบอุ่น ซึ่งที่จริงเป็นสิ่งที่ขาดในชีวิต จากการขาดพ่อ หรือการปกป้องจากเพศชายที่จะดูแล ซึ่งไม่เคยได้รับมาก่อนในชีวิต
ทั้งคู่นิ่งงันกันอยู่อย่างนั้นครู่หนึ่ง
แต่แล้ว อังศุมาลินก็ลืมตาขึ้น ความรู้สึกในขณะต่อมา คือความรู้สึกผิด และยอมรับไม่ได้ ที่ตัวเองจะอ่อนแอ ยอมพึ่งพาผู้ชาย โดยเฉพาะศัตรูของชาติแบบนี้ รู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาสุดๆ
อังศุมาลินพูดแผ่วเบา “ฉันเกลียดคุณ”
น้ำคำนั้นทำเอาโกโบริสะท้านไปทั้งตัว
หมู่หิ่งห้อยหนีหายบางตา บินหายวับๆ ไปเกือบหมด
แขนที่โอบกอดแน่นของโกโบริตกลงอย่างหมดเรี่ยวแรงทันที
อังศุมาลินเงยหน้าขึ้นมองประจันหน้า “ฉันเกลียดคุณ พอใจหรือยัง”
โกโบริก้มลงมองอย่างไม่เข้าใจ มึนงง
อังศุมาลินเน้นคำ ช้าๆ ชัด หนักแน่นทุกคำ “ถึงฉันจะได้แต่งงานกับคุณ ฉันก็จะเกลียดคุณ ถ้า...ฉันมีลูก ฉันก็จะสอนให้มันเกลียดคุณด้วย ฉันจะสอนให้มันรู้จักความเกลียดก่อนที่จะรู้จักความรัก...คุณได้ในสิ่งที่คุณต้องการมาด้วยกำลัง ด้วยอำนาจ แต่มีสิ่งหนึ่งที่คุณจะไม่มีวันได้ไปเป็นอันขาด...”
โกโบริก้มมองไม่วางตา แต่พลันหัวเราะออกมาเบาๆ อังศุมาลินพลุ่งพล่านขึ้นมาทันควัน
“และฉันจะทำให้คุณได้รู้ว่า การอยู่โดยใช้ความเกลียดเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงนั้น ผลสุดท้ายมันจะเป็นยังไง”
ทันทีทันใด โกโบริเกี่ยวรัดคว้าอังศุมาลินเข้ามาแนบชิดตัว พร้อมประทับรอยจุมพิตลงทั่วใบหน้าด้วยความรัก และโกรธ คลั่ง ระบายอารมณ์ที่เสียใจมาก
อังศุมาลินออกแรงผลักสุดตัวเต็มแรง แต่ไม่อาจต้านแรงได้
มืออังศุมาลินที่ปัดป่ายไปมาทั่วแผ่นหลังโกโบริ ดึงกระชากเสื้อยูกาต้าจนแทบขาดวิ่น แล้วข่วนจิกแผลเก่าที่มีรอยเย็บนานมาแล้วเต็มแรง
โกโบริสะดุ้งเฮือก ปล่อยอังศุมาลินทันที ซวนเซไปปะทะต้นลำพู อังศุมาลินก้มมองรอยเลือดที่นิ้วมือตน ตะลึง
“เอ่อ..โก โบ ริ” อังศุมาลินเสียใจกึ่งตกใจ “ฉันต้องขอโทษ”
“มิได้ ไม่เป็นไร ผมเอง..ผมผิดเอง”
“คุณ เจ็บมากไหม”
“ผมต้องขอโทษด้วย ผมเอง..ลืมตัวทำไม่ดีลงไป..ดีแล้ว ที่คุณปลุกผมอย่างนี้เสียบ้าง” โกโบรินิ่งไปครู่หนึ่ง “กรุณาลืมเสียเถอะ สวัสดี”
โกโบริค้อมศีรษะให้ แล้วหันขวับเดินจากไปหายไปในความมืดอย่างรวดเร็ว
“โกโบริ”

อังศุมาลินเรียกเสียงแผ่วเบา รู้สึกเสียใจ แต่สายไปแล้ว
กลางดึกคืนนั้น มองขึ้นไปบนท้องฟ้าเห็นพระจันทร์เสี้ยวข้างแรม สีหม่น ส่วนภายในห้องพยาบาลในอู่ต่อเรือ ก้อนสำลีเปื้อนเลือดถูกวางลงบนถาดเหล็ก หมอทาเคดะ กำลังยกเข็มเตรียมเย็บแผลให้โกโบริ

หมอทาเคดะมองแผล แล้วมองหน้าโกโบริที่ซีดขาว เห็นใจนัก แต่ไม่อยากพูดมาก
“ผมกำลังจะเย็บ คุณแน่ใจนะไม่ฉีดยาชา”
“ใช่หมอ...เย็บเลย” โกโบริบอกเสียงเรียบ
ทาเคดะถอนใจ ส่ายหน้า เงื้อลงเข็ม จังหวะที่เนื้อถูกเข็มจิ้มนั้นใบหน้าโกโบริกระตุกเล็กน้อย ก่อนจะกัดฟัน สีหน้าเย็นชานิ่ง

ขณะเดียวกัน อังศุมาลินถูสบู่ ล้างมือในขันเงินใบใหญ่ ล้างแล้วล้างอีก ยกมือขึ้นมาดูที่เล็บตน สำรวจว่าหมดคราบเลือดหรือยัง เห็นเล็บหนึ่ง มีเลือดติดอยู่เป็นขี้เล็บ
สีหน้าอังศุมาลินสีดูกังวล เป็นห่วงปนรู้สึกผิด รีบล้างใหม่ เอาเล็บขูดๆ กับสบู่

พระอาทิตย์ยามเช้าลอยอยู่เหนือยอดไม้ริมคลอง เห็นชาวบ้านลงมาตักบาตรพระที่พายเรือมาที่ท่าน้ำ ตกเย็น เด็กแก้ผ้าโดดสนุกสนานน้ำตูมๆ วันเวลาหมุนเวียนผ่านไปอีก

ตอนสายๆ หลายวันต่อมา โยชิสีมีสีหน้าสดใสขณะก้าวลงบันไดก่อนหันกลับมา
“แล้วทางเราจะรีบติดต่อกลับมา” หมอโยชิค้อมศีรษะอำลา “ผมลาเลย สวัสดี”
แม่อรยืนส่งอยู่หน้าประตูเรือน พร้อมกับยกมือรับไหว้ลา
“สวัสดี”
แม่อรยืนมองส่งเล็กน้อยก่อนหันกลับเข้าเรือน ส่วนอังศุมาลินนั่งหน้าขรึมอยู่บนเตียง ในห้องนอน นิ่งงันอยู่นิดหนึ่ง แล้วทำใจ ลุกเปิดออกมา เดินมาทรุดนั่งรอที่โต๊ะรับแขกที่ยังเห็นสภาพโต๊ะหลังการรับแขก กินน้ำชากัน ซึ่งคุณยายศรนั่งกินหมากขรึมๆ นิ่งอยู่ตรงนั้น
“เขาว่ายังไงคะคุณยาย”
ยายศรถอนใจไม่อยากตอบเอง บุ้ยใบ้ไปอีกทาง “นู่น..แม่หนูมาละ”
แม่อรเดินมาทรุดนั่งข้างๆ คนทั้งสอง
“หมอแกว่า ทางฝ่ายลุงของโกโบริคงจะจัดงานหมั้นขึ้นอาทิตย์หน้านี่เลย” แม่อรลังเลเล็กน้อยก่อนบอกต่อ “แล้ว..อาจจะแต่งกันสิ้นเดือนนี้”
อังศุมาลินหน้าซีดไปถนัด ก่อนแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ
“เห็นมั้ยละคะ อย่างที่หนูว่า การเมืองมันเป็นเรื่องการฉวยโอกาส เขาไม่ให้เราได้ตั้งตัวติดหรอก”
อังศุมาลินเหลือบมองที่ปลายนิ้วมือตนเองไป
“อย่าไปคิดอะไรเลยลูก นึกเสียว่ามันเป็นบุพเพสันนิวาสของเรา หากชะตากรรมต้องเป็นไปอย่างนี้ ยังไงเสียก็หนีไม่พ้น ตัวพ่อดอกมะลิแกก็ไม่มีอะไรที่น่ารังเกียจเลย หากไม่คิดเรื่องเชื้อชาติเสียอย่างเดียว” ยายศรพยายามปลุกปลอบหลานสาว
แม่อรทอดถอนใจเบาๆ “แม่อยากบอกหนูว่า ถึงหนูจะรู้สึกยังไงก็ตาม แต่เรื่องมันเกิดขึ้นมาถึงตรงนี้แล้ว เราจะย้อนไปตั้งต้นกันใหม่คงไม่ได้หรอกลูก ต้องเป็นไปตามทางของมัน ถ้ามันจะต้องเป็นไปอย่างนี้ เราก็ต้องทำให้ดีที่สุด ไม่ให้เสียทั้งแม่และหนู ทั้งคุณพ่อ และยังสัมพันธไมตรีอะไรนั่นอีก” พูดถึงตรงนี้ผู้เป็นแม่ถอนใจอีก “ก็คงต้องหวานอมขมกลืนเอา”
อังศุมาลินหัวเราะเยาะ หยันตัวเองเบาๆ “แล้วแต่แม่เลยค่ะ”
อังศุมาลินยังนั่งมองปลายนิ้วตนเองต่อไป แม่อร กับยายศรได้แต่สงสารและสะท้อนใจ

ที่อู่ต่อเรือ โกโบริกำลังเดินครุ่นคิดกังวลกลับไปกลับมาอย่างกระวนกระวาย จนหมอโยชิที่มาส่งข่าวเรื่องหมั้น และแต่ง มองมาอย่างประหลาดใจ
“ทางโน้นตกลงเรียบร้อยแล้ว ก็เหลือแต่ทางเราว่าจะจัดการอย่างไรต่อไป” พลางมองดูโกโบริอย่างเป็นห่วงๆ “มีอะไรหรือ”
“อืม...เปล่าหรอกหมอ”
โกโบริบอกพลางถอนใจ
“เห็นทาเคดะบอกว่าแผลเก่า..ที่หลังคุณกำเริบ” หมอถาม
“ไม่มีอะไรหมอ บวมนิดหน่อย”
“ไปโดนอะไรมา” หมอโยชิถามอีก
“ช่างมันเถอะหมอ แผลแค่นี้ไม่นานก็หาย แต่แผลบางอย่างก็ไม่มีวันหายง่ายๆ”
“จะเป็นแผลอะไรมันก็ต้องเยียวยารักษาได้ เพียงแต่บางแผลต้องใช้เวลาและการทะนุถนอมให้มากหน่อย” หมอพูดเหมือนให้ข้อคิด
โกโบริรับรู้ พูดประชดออกไป “ผมคงต้องใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อให้แผลนี้หายสนิท”
“คงไม่ถึงอย่างนั้นหรอก” หมอโยชิปลอบ
โกโบริสีหน้าเศร้าๆ ขณะหันมาประจันหน้าหมอโยชิ
“ผมรู้หมอ ผมไม่ได้เป็นซามูไรที่ดีนักหรอก ผมชอบศิลปะปลายพู่กันและเสียงดนตรีมากกว่าการต่อสู้ ผมเป็นทหารเพราะตระกูลผม ทุกคนต้องเป็นเท่านั้นเอง กองทัพเราไม่ได้ต้องการทหารแบบนี้ ยิ่งการรบขยายวงและกินเวลาออกไปมากเท่าไร มีแต่ทหารที่เข้มแข็งเท่านั้นที่จะอยู่ได้ ตอนที่ผมออกจากบ้าน แม่บอกผม...ไปเถอะลูก ทางทิศตะวันออก ดวงอาทิตย์ของเราอยู่ตรงหน้าลูก น่าแปลกที่ความหมายของแม่กำลังมาตรงกับผมในขณะนี้...ฮิเดโกะ...ดวงอาทิตย์ของผม ถึงไขว่คว้ามาได้ ก็ทำให้ต้องมอดไหม้ร้อนรุ่ม บางทีผมอาจจะต้องมอดไหม้จริงๆ ก็เป็นได้”
โกโบริพูดอย่างปลดปลง พร้อมกับถอนใจหนักหน่วง
“ขอบคุณหมอที่อุตส่าห์ฟัง ขอบคุณที่ช่วยจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย ผมจะรีบเรียนให้คุณลุงทราบขอบคุณ”
โกโบริโค้งต่ำ ก่อนจะก้าวจากไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่หมอโยชิมองตามด้วยความกังวล

ตกตอนเย็นตาผลวิ่งปุเลงๆ ขึ้นบันไดมา
“แม่อังๆๆ”
แต่แล้วเพราะรีบร้อนเกิน ตาผลก้าวพลาด เกือบตกบันได
“โอ๊ย..ไอ้กะไดบ้านนี้มันชันพิลึก”
ครู่ต่อมา อังศุมาลินยกหม้อแกงมาจากครัว ได้ยินไม่ถนัดหูจึงย้อนถามประหลาดใจมาก “อะไรนะคะลุง”
“พวกญี่ปุ่นไปกันหมดแล้วยัง สองสามวันนี้เห็นเดินเข้าๆ ออกๆ ไอ้ลุงมีเรื่องด่วน ก็เลย...ต้องรอจังหวะ
ตาผลพูดธุระเห็นสาวเจ้ายกหม้อแกงจึงรีบช่วยรับหม้อวางลง
“นี่แกงอะไร”
ตาผลมองเล็งไปแต่แกงหอมฉุยในหม้อ
อังศุมาลินฟังความก่อนหน้า อย่างเอือมระอา “ไม่มีญี่ปุ่นอะไรทั้งนั้น....ลุงมีอะไรเหรอ”
“อ๋อ...” ตาผลหน้าเครียดทันที แล้วยืนหน้าไปกระซิบ รู้กันสองคน

อังศุมาลินนิ่งฟัง อึ้ง ตะลึงมองหน้า รับรู้ข่าวสำคัญ ที่คาดไม่ถึง ตาผลมองตอบ จริงจัง
ค่ำแล้วเปลวไฟในเตาคุกรุ่น กาน้ำใบใหญ่ตั้งต้มอยู่เหนือเตา ที่มุมมืดของตัวกระท่อมหลังสวน อังศุมาลินมาหลบยืนคุยกับไมเคิลสองคน

“คุณจำไม่ผิดแน่นะคะ”
“ไม่ผิดแน่ คุณไม่ทราบเรื่องนี้บ้างหรือ” ไมเคิลถาม
“ไม่ทราบ..เพราะ คือท่านหย่าขาดกับแม่มานานแล้ว” สาวไทยว่า
“คุณพ่อคุณจะช่วยผมได้ไหมนี่” ไมเคิลปรารภ
อังศุมาลินเงียบงันไป
“กรุณาเถอะ คุณช่วยบอกเรื่องผมให้ท่านทราบ ท่านน่าจะหาทางช่วยผมได้”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 13/2 วันที่ 24 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager