อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 13/3 วันที่ 25 ก.พ. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 13/3 วันที่ 25 ก.พ. 56

“กรุณาเถอะ คุณช่วยบอกเรื่องผมให้ท่านทราบ ท่านน่าจะหาทางช่วยผมได้”
“ดิฉันจะลองดู แต่ท่านจะช่วยได้แค่ไหนฉันคงไม่ทราบ..แต่คุณแน่ใจนะว่า ไม่ผิดพลาด ไม่อย่างนั้น พวกเราจะลำบากกันหมด” อังศุมาลินบอก
“ผมรับรอง เท่าที่รู้มา ท่านติดต่อกับพวกเสรีไทยในอังกฤษอยู่ด้วย”
อังศุมาลินอึ้ง “เสรีไทยในอังกฤษหรือคะ”
ไมเคิลพยักหน้า

“ถ้าคุณออกจากประเทศไทยได้ คุณจะมีทางติดต่อกับพวกเสรีไทยใช่ไหม”
“อาจจะมีทาง”
“เอาเถอะค่ะ ดิฉันจะลองพยายามช่วยดู ขอแค่...ถ้าคุณหนีออกไปได้ และมีโอกาสพบกับคนคนหนึ่งเข้า...ดิฉันอยากฝากอะไรถึงเขา”
ไมเคิลมองมาอย่างสงสัย อังศุมาลินทำหน้าครุ่นคิดอะไรได้หลายอย่าง



อังศุมาลินกลับขึ้นเรือน แจ้งกับผู้เป็นแม่ จากนั้นสองแม่ลูกมองหน้ากัน ซีดๆ ในแสงตะเกียง
อังศุมาลินบอกอีกเบาๆ “หนูสงสัยว่าพวกฝ่ายการเมือง หรือญี่ปุ่น...อาจจะระแคะระคายเรื่องคุณพ่อ แต่จับไม่มั่นคั้นไม่ตาย พอมีเรื่องหนู...กับโกโบริเข้า เลยรีบตะครุบ แล้วเอาไปตีเป็นข่าวใหญ่...ให้หนังสือพิมพ์ลงข่าวใหญ่โตไปทั่ว เพื่อแกล้งทำให้ความน่าเชื่อถือของคุณพ่อกับพวกเสรีไทยในต่างประเทศและพวกฝรั่ง...ต้องคลอนแคลนด้วยวิธีนี้ ถึงตอนนี้..ฝ่ายเสรีไทยก็ย่อมระแวงคุณพ่อเหมือนกัน”
“แล้วหนูคิดจะทำอะไร” แม่อรสังสัย
อังศุมาลินบอกด้วยหน้าตาเด็ดเดี่ยว แลดูเหี้ยมเกรียม “หนูอยากช่วย...ให้คุณพ่อจัดการเรื่องนี้ให้สำเร็จ ช่วยเชลยฝรั่งคนสำคัญให้หนีออกไปได้ เพื่อแสดงความจริงใจให้ทางโน้นเห็น ว่าคุณพ่อยอดเยี่ยมแค่ไหน...เรื่องการเมืองกับเรื่องครอบครัวเป็นคนละเรื่องกัน”
“แล้วถ้าเกิดผิดตัวขึ้นมา คุณพ่อจะว่ายังไง”
“คงไม่ผิดค่ะ” อังศุมาลินยิ้มแปลก น้ำเสียงแปร่งปร่ากับแม่ “แม่ไม่สมใจหรือคะ...ว่า...พวกเรานี่เอง...หนูเอง...ที่เป็นฝ่ายที่ช่วยให้คุณพ่อได้รับความดีความชอบในหน้าที่...ได้พ้นวิกฤติ”
แม่อรตกใจในความคิดลูก “ยัยอัง...หนู...หนูไม่เคย...ลืมเลยหรือลูก”
อังศุมาลินยิ้มสะใจ “ตลอดเวลามา...เราไม่เคยไปขอความช่วยเหลือจากทางบ้านนั้นเลย...ไม่ว่าจะลำบากยังไง...แล้ววันที่...คุณพ่อมาบ้านนี้ครั้งแรก ก็เพราะ...อยากให้หนูช่วย แต่ในที่สุด...สุดท้าย...หนูกลับมีเรื่องจะได้ช่วยพ่อมากกว่าที่พ่อคาดคิดเสียอีก”
“ยัยอัง” จากตกใจแม่อรเปลี่ยนเป็นเศร้า เพิ่งรู้ ว่าอังศุมาลินเก็บความในใจที่ปวดร้าวขนาดนี้มาตลอด ตั้งแต่เล็กจนวันนี้

เช้าวันต่อมาขณะที่แม่อรตัดใบเตยริมน้ำตรงท่าเรือหน้าบ้าน ด้วยหน้าตาอันหม่นหมอง อังศุมาลินแต่งตัวด้วยชุดจะไปข้างนอก เอากระโปรงนิสิตมาใส่กะเสื้อตัวที่ดีหน่อย สวมรองเท้าคัทชู ถือกระเป๋าใบเก่าที่ดูดี เดินมา
แม่อรเห็นก็รู้สึกวิตก “ยัยอัง..หนูจะไป...” หยุดปากไป ไม่พูดออกมา
“หนูจะรีบไปรีบกลับค่ะ แม่ไม่ต้องห่วง”
“ถ้าพ่อดอกมะลิแกรู้เข้าละ”
อังศุมาลินยิ้มเยือกเย็น “หนูอยากให้เขารู้ไปเลย ว่าหนูนี่ละเป็นคนช่วยศัตรูของเขา”
แม่อรตกใจกับท่าทีลูก “ยัยอัง!”
อังศุมาลินมาดหมายอยู่ในใจ ยิ้มเงียบๆ
“ทำไมหนูเกลียดพ่อดอกมะลิเขานักลูก”
อังศุมาลินไม่ตอบ
“ความเกลียดจะทำให้หนูไม่มีความสุขนะลูก ถึงหนูไม่รักก็ต้องทำใจเฉยๆ ผู้หญิงเรา เมื่อแต่งงานก็ต้องจงรักภักดีต่อคนๆ นั้น พ่อดอกมะลิแกเป็นคนดี...หนูอาจจะรักแกเข้าสักวันก็ได้” แม่อรว่า
“ไม่มีวันค่ะ” อังศุมาลินยิ้มให้แม่
เรือรับจ้างมาเทียบ อังศุมาลินก้าวลงเรือไป
วันต่อมา ที่บ้านคุณหลวงในพระนคร พอได้ฟังความจบ คุณหลวงชลาสินธุราชจ้องหน้าอังศุมาลินด้วยแววตาช็อกๆ ทั้งสองยืนคุยแอบๆ ที่สนามหญ้าข้างตึก
คุณหลวงดุ “หนูรู้ไหมว่าสิ่งที่หนูทำ..มันอันตรายมาก”
สีหน้าอังศุมาลินมีแววอวดดีจางๆ “แล้วจะให้หนูทำยังไงล่ะคะ ให้ส่งตัวเขาไปให้พวกญี่ปุ่นฆ่าหรือ..หนูทำไม่ได้แน่”
“ถ้าพลาดพลั้งไป..พวกญี่ปุ่นมาเห็นเข้า..พวกหนูจะเดือดร้อนกันทั้งบ้าน”
อังศุมาลินเหมือนจะยิ้มเยือกเย็น “จะทำไงได้ หนูทำลงไปแล้ว...พวกเรา...หมายถึงหนู คุณยาย กับแม่” คำพูดหญิงสาวแฝงนัยเชือดเฉือน “เราเห็นพ้องต้องกันว่า..ถ้าใครลำบาก...เราต้องช่วยเหลือ...จะยอมให้ใครเป็นอันตรายไม่ได้..เพราะ...” อังศุมาลินจ้องหน้าพ่อขณะพูดคำต่อมา “เขาก็เป็นมนุษย์เหมือนๆ กับเรา”
ระหว่างนั้นคุณหญิงจิต กบ แก้ว และสาวใช้ ช่วยกันถือข้าวของออกมา ทำมาเป็นเมียงมอง
สองพ่อลูกต่างคนต่างเงียบไป อังศุมาลินหันไปเห็น ยกมือไหว้
คุณหญิงรับไหว้ แล้วสะกิดลูกๆ ตนให้ไหว้อังศุมาลิน
กบกะ แก้วไหว้ อย่างไม่เต็มใจ
“อ้อ..ลูกสาวคนโตมาหา...คงมาคุยกันเรื่องงานใหญ่สินะคะ” คุณหญิงทักทายสามี
“แล้วนั่น..ขนข้าวของไปไหนล่ะ” คุณหลวงถามกลับ
“เอาของใช้ไปไว้ในหลุมหลบภัยน่ะค่ะ น้ำดื่มด้วย”
“แล้วก็ตะกร้าอาหารกินเล่นของขบเคี้ยวอร่อยๆ เวลาหวอมา เราจะได้หลบภัยกันอย่างหรูหราหน่อย คิดซะว่าไปปิกนิคไงคะ” แก้วว่า
คุณหญิงสะกิดลูก เดินต่อไปที่โรงรถ ที่มีหลุมหลบภัยแถวนั้น
สองพ่อลูกรอจนทุกคนไปไกล คุณหลวงจึงพูดต่อลดเสียงเบา “อีกไม่นานจะมีเรือดำน้ำเข้ามา...แถวทะเลฝั่งอันดามันที่ปักษ์ใต้ แต่การที่จะเอาไมเคิลออกมาจากสวนหนูได้ เราจะทำยังไง”
“เขาคงไม่ตรวจโลงศพมังคะ...ถ้า...เราจะสมมุติว่ามีคนตายซักคน” อังศุมาลินบอกแผน
คุณหลวงฟังแล้วทึ่ง “ยัยอัง! หนู..หนูฉลาดมาก”
“ขอบคุณค่ะ..งั้นเรา...” อังศุมาลินยิ้มขื่นขม “ก็จัดการซะ...ในวันหมั้น...หรือวันแต่งงานหนู...ดีไหมคะ..พวกทหารญี่ปุ่นคงไปรวมกันในที่ๆ เดียว..แล้วไม่สนใจอะไรกันอีก”
คุณหลวงมองอย่างทึ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง แต่แล้วกลับหน้าซีด เศร้าลง
“ลูก..พ่อเสียใจจริงๆ...ที่หนู...ต้องมา..เดือดร้อน...เพราะพ่อ”
อังศุมาลินยิ้มให้ “ช่างเถอะค่ะ”
“พ่อไม่อยากให้หนูต้องมารับกรรมเพราะพ่อ ถ้าแม่เขารู้ เขาคงด่าว่าพ่อเห็นแก่ตัวอีกไม่รู้สักเท่าไหร่”
อังศุมาลินจงใจ ยิ้มนิดๆ “แม่ทราบอยู่ตลอดเวลาล่ะค่ะ”
คุณหลวงอึ้ง เศร้าลงอีก
“แต่...หนูขอถามคุณพ่อ...อย่างนึงได้ไหมคะ”
“อะไร”
“พวกของพ่อ...จากทางอังกฤษ...มีนักเรียนไทย...ชื่อวนัส...ทำงานอยู่ด้วย...หรือเปล่าคะ”
คุณหลวงหลบตา “พ่อไม่รู้...เพราะ โดยปกติ งานแบบนี้ เราจะไม่ใช้ชื่อจริงกัน”

อังศุมาลินมองหน้าบิดาด้วยความสงสัย
เวลาต่อมา อังศุมาลินอยู่บนรถรางแล้วยืนเกาะหลังรถ ข้างหน้าต่างใจลอย ผู้คนโดยสารในรถรางยืนเบียดเสียดแน่นขนัด

ชายคนที่หนึ่งเอ่ยขึ้น “ตะปูใช้แล้วนี่ล่ะ ถอนเอามาทุบให้ตรง แล้วรวมๆ ไว้เยอะๆ ช่างขายได้ราคาดีนะเว้ย”
ชายคนที่สองว่าเสริม “ขายให้พวกญี่ปุ่นล่ะสิ เวลานี้ มีแต่พวกมันแหละ ที่มีเงิน”
หญิงที่นั่งอีกด้านหนึ่งชวนคุยขึ้น “อยากได้ไหม บัตรปันส่วน ชั้นจะขายต่อ ขอกำไรนิดหน่อย”
“แหม เซ็งลี้ฮ้อจังนะ มีขายมากหรือเปล่า อิฉันน่ะอยากซื้อยาแก้โรคปอด จะเอาไปขายต่อที่บ้านนอก เวลานี้หาไม่ได้เลย มีเงินก็หาไม่ได้ รู้จักใครที่มียาแก้อักเสบอะไรพวกนี้ไหมล่ะ” หญิงคนที่สองว่า
ข้างๆ รถราง มีมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างแล่นแซงไป
“ทุ้ย..นั่งรถซะโก้ ตอนนี้ก็มีแต่ไอ้พวกเวรตะไลนี่แหละ ที่มีเงินซื้อน้ำมันมาเติมรถวิ่งกัน ไม่ต้องมาเกาะรถรางแบบเรา” ชายคนที่หนึ่งด่าไล่หลัง
อังศุมาลินมองไป แล้วชะงัก ด้านหลังพลขับ คนที่นั่งหลัง คือโกโบริ แต่สวมหมวกบังหน้า นั่งกอดอก เคร่งขรึมผ่านไปอย่างเร็ว
อังศุมาลินเม้มปาก เมินหน้าไปอีกทาง ภาพตอนโกโบริกอดจูบผุดขึ้นมาหลอกหลอน
อังศุมาลินพยายามสลัดความคิด รีบเอามือลูบหน้า
“เมื่อวานแม่ค้าอ้อยตรงข้ามธรรมศาสตร์ก็เสร็จไปอีกราย” หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
“ทำไมล่ะ” หญิงอีกคนถาม
หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น “ก็ไอ้พวกนี้มันฉุดไปรุมโทรมน่ะสิ แล้วเอาศพมาทิ้งในดงหญ้าข้างบ้านฉัน ที่จริงตอนพวกมันฉุดไปน่ะ มีคนเห็นตั้งเยอะ แต่เขาไม่กล้ายุ่ง”
ชายคนที่สองบอกอีก “ใครจะกล้าเข้าไปช่วย มันจะได้ฟันคอขาดปะไร”
รถรางแล่นไป จนทันรถมอเตอร์ไซค์คันนั้น ที่ขี่ไม่เร็วนัก
ชายคนที่สอง พยักพเยิดหน้าไปที่โกโบริ “นี่ไง ไอ้พวกนายทหารซามูไร ไอ้พวกนี้ ใจมันร้ายนัก”
อังศุมาลินฟังคำทั้งหมด มองดูโกโบริที่ยังนั่งกอดอกนิ่ง แล้วซักพัก รถรางช้าลง มอเตอร์ไซค์แล่นเลยนำหายไป
อังศุมาลินคิดถึงเหตุการณ์ตอนที่โกโบริปกป้องเอาตัวบังให้อังศุมาลินจากระเบิด แล้วพูดว่า “ฮิเดโกะ ผมรักคุณ”
คนขับรถรางเคาะระฆังเก๊งๆ แล้วทันใด เสียงหวอก็ดังโหยหวนขึ้น
อังศุมาลินสะดุ้ง มึนๆ เหมือนตื่นจากภวังค์ ทุกคนตกใจ รถรางจอดลงทันทีแบบกระชากกระชั้น
“หมอมาแล้ว ตัวใครตัวมันคร้าบ...”
คนขับว่าแล้ววิ่งลงไป จอดรถรางทิ้งไว้ เห็นผู้คนวิ่งลงแบบแทบจะเหยียบกัน
อังศุมาลินจะลง แต่คนเบียดผลัก อัดกันไปมา เอะอะวี้ดว้าย ไม่เปิดทางให้ อังศุมาลินยืนมึนชา
ในที่สุดอังศุมาลินเริ่มอ่อนแรง ขี้เกียจแย่งชิง ถอยกลับไป แล้วนั่งลงอย่างระโหย เหมือนประชดชีวิต มองดูผู้โดยสารอื่นๆ ที่แย่งกันลงจากรถไปจนหมด
จนคนลงหมด เสียงคนที่เอะอะแย่งชิงเงียบลง อังศุมาลินจึงลุกขึ้น เดินคนเดียวไปหาประตู โดยเสียงหวอดังต่อเนื่อง
ยังไม่ทันถึงประตู ทหารญี่ปุ่นร่างสูงใหญ่หน้าหื่นคนหนึ่งก็พรวดพราดขึ้นมา แล้วสอดส่ายสายตามาเจอหน้าอังศุมาลินพอดี
อังศุมาลินผงะ ถอยโดยสัญชาติญาณ
ทหารญี่ปุ่นยิ้มมุมปาก “โอ..โชคดีจริงๆ เลย...ไม่นึกเลย...ว่าจะได้มาเจอนางฟ้า”
ว่าพลางทหารเดินร่างทะมึนเข้ามา ใกล้เข้ามาๆๆ อังศุมาลินกลัวสุดขีด พยายามมองหาช่องจังหวะ หนี แล้วพอทหารนั้นเดินขวางทาง อังศุมาลินมองหาช่อง แล้ววิ่งจะลอดหนี แต่ทหารคนนั้นไวกว่าคว้าแขนไว้ทันที
อังศุมาลินกรี๊ดๆ ตะโกนขอความช่วยเหลือ “อ๊าย ช่วยด้วยๆๆ”
ทหารคนนั้นรวบตัวอังศุมาลินเข้ามา หัวเราะหื่นเหมือนคนโรคจิต
“แบบนี้สิ สนุกแน่ๆ”
อังศุมาลินกรี๊ด “ช่วยด้วย อย่ายุ่งกะช้านๆ”

ทหารจับอังศุมาลินกดลงไปกับที่นั่ง โดยมีเสียงหวอดังกลบ ทหารคนนั้นหัวเราะร่า ก้มลงมา
แต่แล้วทันใดนั้น ร่างทหารหื่นคนนั้นก็เด้งกลับ เหมือนโดนดึงกระชากหงายไปอย่างแรง อังศุมาลินมองอย่างตะลึง งง ทหารคนนั้นโดนมือใครคนหนึ่งหนึ่งกระชากไป แล้วตบๆๆ ไม่ยั้ง อังศุมาลินลุกมา ตัวสั่น

ที่แท้เป็นโกโบริ ที่ลากทหารนั้นลงจากรถ เอาไปโยนให้พลขับมอเตอร์ไซค์พ่วง สั่งเสียงกร้าว
“ทหารญี่ปุ่นทำตัวเลวกับผู้หญิงแบบนี้ จะต้องได้รับการทำโทษอย่างสาสม เอาตัวไป”
พลขับลากทหารนั้นไป อัดๆๆ อีกหลายที แล้วจับร่างโยนลงที่พ่วงข้าง แล้วออกรถไป
อังศุมาลินมองหากระเป๋าถือที่ตกไปบนพื้นรถ เก็บมา เอามากอดไว้ กำลังจะลง
โกโบริโผล่มาอีกที หน้าดุดัน
“ไปไหนมา ทำไมมาเที่ยวซุกซนอยู่อย่างนี้” โกโบริกระชากแขน
อังศุมาลินมัวแต่ช็อก พูดไม่ออก
“นี่ถ้าผมไม่กลับมาทางนี้ แล้วได้ยินเสียงคุณ จะเป็นยังไง”
“พวกคนเลว...เลวชาติ”
สีหน้าโกโบริสลดลง “ทหารในสงคราม...มันก็เป็นอย่างนี้ทั้งนั้น”
ขาดคำ เสียงเครื่องบินทิ้งระเบิดบินโฉบใกล้เข้ามา
“นี่ถ้าคุณเป็นอะไรไป..ผมคง...”
พลันเสียงทิ้งระเบิดลงดังวี้ด ตามด้วยเสียงตูมใหญ่

ทั้งสองยืนจ้องหน้ากันตาโพลง ขณะที่รถทั้งคันไหวยวบเขย่าอย่างแรง

ทั่วทั้งท้องถนนละแวกท่าเตียน โล่งไม่มีคนเลย ราวกับเมืองร้าง เห็นมีรถยนต์ พาหนะบางอย่างที่ถูกทิ้งไว้คาถนนบ้าง ตึกรามบ้านช่อง บ้างปิด บ้างปิดไม่หมด บางหลังเปิดโล่ง

บนท้องฟ้า เครื่องบิน บินมาอีกหมู่ โกโบริจูงอังศุมาลินวิ่งมา มีหมาวิ่งเตลิดอยู่ตัวหนึ่ง มีคนที่หมอบ ไปไหนไม่ได้ ตัวสั่นอยู่ตรงท่อระบายน้ำ
ข้างหน้าไม่ไกลนัก ยังมีคนบางกลุ่ม วิ่งหนีกันอยู่ อังศุมาลินสะดุด หน้าคว่ำล้มคะมำไป โกโบริคว้าไว้
“วิ่งไหวไหม”
อังศุมาลินมองหน้าโกโบริ พลางพยักหน้าให้
ทันใดนั้น ระเบิดลงมาที่สถานที่ราชการ ที่อยู่หลังกำแพง ตรงที่ สองคนวิ่งผ่านมา แถวๆ รถราง
ตึกถล่มระเบิดกระจายอยู่ข้างหลัง อังศุมาลินหันไปดูอาการช็อกๆ
แรงระเบิดทำให้ ทั้งสองกระเด็นหัวพุ่งล้มลง โกโบริเอาตัวกันรับการกระแทก ปกป้องอังศุมาลินไว้
พอสะเก็ด เศษปูน เศษกระเบื้องกระเด็นสงบลงบ้าง โกโบริรีบประคองให้ลุกขึ้น
“เจ็บไหม”
“ไม่ค่ะ”
“ตรงนี้คงเป็นเป้าหมายโจมตี ต้องรีบไป เดี๋ยวจะมีระลอกหลังมาซ้ำ”
ทั้งสองรีบไป

ครู่ต่อมา ทั้งสองจูงกันวิ่งเลี้ยวมาในซอย ที่ท่าทางร้างๆ ลมพัดแรง กระดาษและเศษข้าวของปลิวสวนมา กลิ้งๆ ตามแรงลมไปตามถนน
อังศุมาลินมองไป แล้วชะงัก ชี้ไป เห็นหลุมหลบภัย
“ทางขวามือ..มีที่หลบภัยใหญ่ค่ะ นั่งไงคะ ตรงระหว่างเสาไฟทาสีขาวนั่น”
ทั้งสองรีบลากกันไปที่ประตู ระหว่างเสาไฟขาว ที่หน้าหลุม ประตูบานใหญ่ปิดสนิท
อังศุมาลินรีบเข้าไปเคาะๆๆ แล้วทุบๆๆ “เปิดหน่อย ใครอยู่ข้างในช่วยเปิดด้วยค่ะ มีคนอยู่ข้างนอกสองคน เร็วๆค่ะ ช่วยเปิดด้วยค่ะ”
ในหลุมหลบภัยนั้นมีคนอัดประมาณหนึ่ง ตอนแรกไม่ได้ยิน มัวแต่กลัวกัน
ระหว่างนั้นเครื่องบิน บินมาอีก มีเสียงระเบิดลงมา ระเบิดเพลิงลงที่ตึกแถวถัดในถนนเมื่อครู่ ทั้งสองหันไปดู ตึกระเบิดเป็นลูกไฟ ลุกโพลงแดงฉาน
“เปิดด้วยค่ะๆ “อังศุมาลินร้องไห้ออกมา
โกโบริทนไม่ไหว เข้าไปทุบปังๆๆ “เปิดด้วยครับๆ เร็วๆ ด้วย”
ทันใด ประตูเปิดออกผาง โกโบริจะนำเข้าไป คนในประตูซึ่งสวมหมวกเบเร่สีขาวเด่น
“อ้าว ไอ้ยุ่นนี่หว่า ที่นี่ไม่ต้อนรับไอ้ยุ่นโว้ย!”
ประตูปิดปังใส่หน้า ทั้งสองผงะ
ระเบิดลงอีก ที่ใกล้ๆ ไฟลุกโพลง
อังศุมาลินร้องกรี๊ด “ช่วยด้วยๆๆ ค่ะ” โถมตัวเข้าไปพยายามเคาะประตูนั้นอีก
โกโบริสุดทน รีบกระชากอังศุมาลินออกมา
“ระเบิดเพลิง...แถวนี้ไม่ปลอดภัยแล้ว รีบไปดีกว่าคุณ”

อังศุมาลินวิ่งหลุนๆไปตามการดึงลากฉุดของโกโบริ
บนท้องฟ้าเวลานั้น เครื่องบินบินมาอีกลำ ขณะที่ทั้งสองวิ่งมาได้สักพัก มีเสียงอีกตูม โกโบริดึงอังศุมาลินโดดลงไปในท่อน้ำที่เปิด มีคนบางคนหมอบอยู่บ้างแล้วเหมือนกัน เศษวัสดุต่างๆ กระจายข้ามหัวไปเต็มๆ

ครั้นพอทุกอย่างสงบลง โกโบริเงยมามอง แล้วเห็นมีหมวกเบเร่ขาวปลิวหลุนๆๆ ผ่านหน้าไป แล้วคว่ำลง
โกโบริมองดูหมวกนั้น อย่างงุนงง แล้วหันไปตรงที่หลุมหลบภัย ระหว่างเสาไฟขาว 2 อันนั้น บัดนี้กลายเป็นหลุมกว้าง ไฟลุกท่วม มีแขนขาคนโผล่มา
“หมด..หมดแล้ว”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 13/3 วันที่ 25 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager