อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 13/4 วันที่ 25 ก.พ. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 13/4 วันที่ 25 ก.พ. 56

โกโบริมองดูหมวกนั้น อย่างงุนงง แล้วหันไปตรงที่หลุมหลบภัย ระหว่างเสาไฟขาว 2 อันนั้น บัดนี้กลายเป็นหลุมกว้าง ไฟลุกท่วม มีแขนขาคนโผล่มา
“หมด..หมดแล้ว”
อังศุมาลินหันไปชะโงก เห็นหลุมนั้น ผงะ ทันใดนั้น มีอะไรบางอย่างปลิวมาตกตรงหน้า ทั้งสองหันมาดู
มันคือแขนคนผู้หญิง มีแหวนสวมที่นิ้วยังกระดิกๆ อยู่ อังศุมาลินถึงกับเข่าอ่อน
โกโบริพยายามดึงรั้งอังศุมาลินให้ปีนขึ้นจากท่อ “ไป...คุณ ขึ้นมาเร็ว...เราต้องไปต่อ ตรงนี้ไม่ปลอดภัย”

อังศุมาลินลุกไม่ขึ้น ร่างกายอ่อนแรง “คุณ...ไปเถอะ ทิ้งฉันไว้ตรงนี้ ฉัน...ไปไม่ไหวแล้ว”
โกโบริจับตัวเขย่าแรงๆ เรียกสติ “ฮิเดโกะ! ทำใจดีๆ ไว้ ตรงนี้กำลังโดนกระหน่ำด้วยระเบิดเพลิง อยู่ช้าไม่ได้”


“ไป..ไปเถอะ..ทิ้งฉันไว้..ไปสิ ไปเร็วๆ ไป” อังศุมาลินทั้งผลักและตีๆๆ โกโบริ สติหลุดแล้ว
โกโบริมองดู แล้วก็เข้าใจ ว่าอังศุมาลินตกใจกลัวจนสติหลุดกระเจิงไปแล้ว
โกโบริแหงนมองบนฟ้า เห็นเครื่องบินกำลังบินมา ตัดสินใจ ปีนขึ้นจากท่อ แล้วกัดฟันดึงตัวอังศุมาลินขึ้นมา จับพาดบ่า แล้ววิ่งไปอย่างเต็มแรง

โกโบริแบกอังศุมาลิน มายืนกลาง 4 แยกร้าง แล้วแหงนมองฟ้า ดูทิศทางเครื่องบิน รอบๆ มีพวกตึกพัง กองอิฐหิน เศษซาก
เห็นขบวนเครื่องบิน ปูพรมผ่านไปทางเหนือ โกโบริมองตาม จนหันไปข้างหลัง แล้วจึงตัดสินใจ วิ่งสวนทางไปทางใต้

ระหว่างทางนั้น มีแต่อาคารที่โดนระเบิด ถนนเป็นบ่อหลุม ท่อประปาแตกน้ำฉีดจากพื้นเป็นฝอย ขณะเดียวกันก็มีตึกที่กำลังโดนไฟลุกไหม้โหมกระหน่ำ

โกโบริเดินฝ่าไป พอดีรถดับเพลิงกำลังพยายามจะดับไฟอาคารที่ไหม้ขวางอยู่ โกโบริมองไปข้างหลัง ตึกสองข้างที่ผ่านมาก็กำลังไฟลุก ทำท่าจะพังอยู่แล้ว

แต่โกโบริตัดสินใจ ลุยไปข้างหน้าแทน
พนักงานดับเพลิงร้องบอก “อย่ามาทางนี้ อันตรายๆ”
โกโบริหันไปข้างหลัง จะกลับไป ทันใดนั้น ตึกสีเหลืองสองข้างนั้นกำลังพังของหล่นลง
โกโบริจนตรอก มองไปข้างหน้า ตรงกองตึกที่เจ้าหน้าที่พยายามดับเพลิงอยู่ บางส่วนไฟดับแล้ว เป็นเพียงซากดำๆ
โกโบริมองดูอังศุมาลินบนบ่า “ไม่ต้องกลัวนะ เราจะต้องรอด”
อังศุมาลินไม่รับรู้ ซุกหน้าที่ข้างบ่าโกโบริแน่น โกโบริตัดสินใจ ลุยไปตรงที่พวกดับเพลิงกำลังทำงานอยู่
พวกดับเพลิงมองอย่างตกใจ
โกโบริบุกไปบนกองวัสดุ ลดเลี้ยว ข้าม มุด ลอด แล้วพอเหยียบไปบนกองกำแพงพังๆ ที่มีควันของไฟที่มอดแล้วลอยคลุ้ง กำแพงที่เหยียบอยู่นั้นดันพัง ทรุดฮวบลง ทั้งสองร่วงลงไปในกองวัสดุที่ยุบตัวฮวบพร้อมกัน
ทั้งสองกลิ้งอยู่ในกองวัสดุเถ้าถ่านที่เปียกชื้น แต่บางส่วนก็ยังเป็นถ่านสีแดง
พนักงานดับเพลิงรีบเข้ามามุง แล้วช่วยดึงขึ้นมาตบๆ เถ้าถ่านตามตัวให้
“ขอบคุณครับๆ”
โกโบริรีบลุก หันไป ประคองอุ้มอังศุมาลินที่หมดสติขึ้นมา
“บอกแล้วไง อย่ามาๆ ให้กลับไปทาง....” พนักงานชี้ไปทางด้านหลัง พูดไม่ทันจบคำ
ทุกคนหันไป พบว่าตึกสีเหลืองตรงที่ว่านั้นพังลงมาต่อหน้าต่อตาเสียงดังสนั่น ฝุ่นกระจาย ควันฟุ้ง ทับถมถนนนั้นทั้งสายให้หายไปเป็นกองอิฐต่อหน้าต่อตา
ทุกคนเงียบกริบ
พนักงานคนนั้นกลืนน้ำลาย “เอ่อ..คุณคิดถูกแล้ว ที่เสี่ยงมาตรงนี้” ว่าพลางตะเบ๊ะโกโบริ
โกโบริค่อยๆ ทรุดลง พาอังศุมาลินนั่งพักข้างๆ กองวัสดุที่เปียกนั้น

สารรูปทั้งสองมอมแมมดูเลอะเทอะ เนื้อตัวมีทั้งเถ้า และน้ำเปียกโชก
โกโบริหันไปดูแล ตรวจดูตามตัวอังศุมาลิน ปัดเถ้าถ่านให้ดูว่าโดนไฟลวกหรืออะไรไหม้ตรงไหนอย่างเป็นห่วง

ทุกอย่างสงบลง พวกดับเพลิงทำหน้าที่กันต่อไป
โกโบริค่อยๆ ลูบเรือนผมอังศุมาลินให้เปิดหน้าขึ้น ลูบดูหน้าตา
ทันใดนั้น อังศุมาลินค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา ทั้งสองสบตากันนิ่งงันกันไป ครู่หนึ่ง
อังศุมาลินไม่มีทิฐิมานะ ดื้อรั้นเหมือนเคย ดูสงบลง ถามยิ้มๆ “เป็นไงบ้างคะ”
“ปลอดภัยแล้ว”
ทั้งสองมองดูบนฟ้า เห็นเครื่องบิน บินอยู่สูงเสียดฟ้า และห่างไกลออกไป
อังศุมาลินพิงบ่าโกโบริ พึมพำเบาๆ “เกือบตาย”
โกโบริก้มลงมอง ยิ้มนิดๆ “ผมไม่ปล่อยให้คุณตายง่ายๆ หรอกน่า..วันนี้โจมตีใหญ่ฝั่งนี้ ปูพรมตลอดเลย อู่ผมคงรอดตัวไป”
อังศุมาลินมองเหม่อ “ถ้าตอนนั้น...บนรถราง...คุณไม่มาช่วย”
โกโบริยิ้ม กลัวอังศุมาลินคิดมาก “อ๋อ..ไม่เป็นไรหรอก ถ้าเจอสถานการณ์นั้น...ไม่ว่าใคร...ผมก็ต้องช่วยทั้งนั้น”
อังศุมาลินอึ้งไปนิด แล้วสีหน้ากลับเย็นชา ไม่ยิ้มเหมือนทีแรก เปลี่ยนเป็นขรึมลง
“คุณเจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า ผมทำคุณล้มตั้งหลายครั้ง”
อังศุมาลินมองแขน ดูขา สำรวจตัวเอง “ไม่มีอะไรมาก” ทีแรกไม่อยากถาม แต่อดไม่ได้ “เอ่อ..คุณล่ะคะ”
โกโบริเอาแขนมาดู “ขัดยอกช้ำบวมตามระเบียบ”
พร้อมกับยิ้มกว้างสุขใจที่สาวไทยถาม

ในถนนร้าง ไม่มีรถรา หรือผู้คนสัญจรผ่าน มองเห็นแต่กองตึก มีควันลอยโขมง ทั้งสองเดินมาด้วยกัน แล้วอึ้งๆ มีคนนอนตายบางจุด บ้างมีคนเจ็บ นั่งพัก ดูอาการกัน บ้างเดินเอาไม้เขี่ยหาข้าวของ
โกโบริ รีบโอบอังศุมาลินให้รีบเดินมา
ที่ข้างถนน มีรถจักรยานถูกทิ้ง แฮนด์บิดไปข้าง นอนจมกองวัสดุอยู่ โกโบริหันไปเห็น เข้าไปดู แล้วจับขึ้นมาตั้ง ดูสภาพ หันมายิ้ม ดีใจ
“พอใช้ได้..คุณซ้อนได้ไหม เรารีบไปท่าเรือให้เร็วที่สุดดีกว่า ผมมีเรือเร็วรออยู่ที่นั่น”
อังศุมาลินเกรงใจ “คุณถีบไหวหรือ”
“ไหว..เสมอ...” โกโบริเงียบไป ไม่กล้าพูดมากกว่านั้น
ครู่ต่อมาโกโบริขึ้นขี่ แล้วอังศุมาลินซ้อนแบบนั่งไพล่ข้าง โกโบริหันมายิ้ม แล้วถีบไป อังศุมาลินกอดเอวหลวมๆ
โกโบริถีบไป มองดูมืออังศุมาลินที่กอดเอว แล้วสีหน้าสงบ เศร้า แต่ก็มีความสุขลึกๆ
อังศุมาลินมองไปรอบๆ ก่อน แล้วเห็นทางที่เป็นหลุมบ่อ กองวัสดุ เกลื่อนถนน
อังศุมาลินหันมา เจอหลังโกโบริใกล้ๆ หน้า ก็ชะงัก ผงะ
เสื้อของโกโบริขาด เห็นแผลข้างหลัง ทั้งแผลเก่าที่หายแล้ว และแผลใหม่ที่มีรอยเล็บของตน บางช่วงอักเสบแดงคล้ำ ที่อังศุมาลินจิกทึ้งวันก่อน
อังศุมาลินอึ้ง ปวดร้าวในใจ เสียววาบ
อังศุมาลินยกมือขึ้นมา อยากแตะลงไป แล้วห้ามใจ วางแขนลงที่เอวตามเดิม
โกโบริถีบรถไปอย่างบากบั่น เลี้ยวหลบหลุมบ้าง กองอิฐหินบ้าง ควันคลุ้งลอยเป็นสาย เป็นหย่อมๆ
เห็นสองคนนั่งจักรยานกันมา ถีบขี่ลดเลี้ยวไปตามถนนท่ามกลางตึกรามบ้านช่องที่พังสลาย กลางสายควันสีเทา

แต่ก็ยังเห็นเป็นภาพของความสุขสงบ ปนเศร้านั้นในหัวใจสองดวง
ไม่นานต่อมาจักรยานที่โกโบริถีบแล่นมาจอดกึกที่ท่าน้ำ โกโบริหันไปบอกอังศุมาลิน

“ถึงแล้ว”
อังศุมาลินมัวแต่นั่งใจลอย เศร้าอยู่กับความรู้สึกผิดที่ตัวเองทำต่อโกโบริ สักครู่หนึ่งพอรู้สึกตัวรีบทรงตัวขึ้น ลงจากจักรยาน โกโบริจอดจักรยานพิงไว้มุมหนึ่ง ทั้งสองมาอยู่ ณ ท่าเรือแห่งหนึ่งซึ่งเงียบเชียบ ไร้ผู้คน มองไกลออกไปเห็นสายควันสีดำจากการโจมตีเมื่อไม่นาน ลอยคลุ้งเป็นบางจุด
โกโบริปาดเหงื่อชุ่มโชกที่หน้า หันไปหาอังศุมาลินอย่างห่วงใย อยากถามอาการ
อังศุมาลินมองสบตา แล้วไม่อยากให้โกโบริเห็นความรู้สึกที่อ่อนแอของตัวเอง รีบหลบหันไปซ่อนหน้าทางอื่น
โกโบริใจหล่นวูบ สลดไปเล็กน้อยทำหน้าเจียมตัว ยอมรับสภาพ
“ไปดูเรือก่อน”
โกโบริรีบตรงดิ่งไปที่ท่า มองไปมา แล้วรีบเดินกลับมา
“ไม่อยู่แล้ว... เรือผมคงหนีกลับไปอู่แล้วตอนลงระเบิดลงหนักๆ”
ระหว่างนั้นเสียงหวอยาวสัญญาณปลอดภัยดังขึ้น
เสียงใครคนหนึ่งดังขึ้น “เอ้อ..ปลอดภัยได้ซะที เล่นมากลางวี่กลางวันกันบ่อยอย่างนี้ ผู้คนคงไม่ต้องออกจากบ้านจากช่องไปทำมาหากินกันละ”
ทั้งสองหันไปตามเสียง เห็นชายกลางคนคนหนึ่งพาเรือลอดโผล่ออกมาจากใต้สะพานท่าเรือ
อังศุมาลินรีบปราดไปหา “ลุง..ลุงจ๋า ข้ามฟากหรือเปล่า”
ลุงแลเห็นโกโบริอยู่ด้วยหลังอังศุมาลิน ทำสีหน้ารังเกียจเหยียดหยาม ถุยน้ำลายปรี๊ด
“ค่าจ้างสูงหน่อยนะ.. ไปกันสองคนหนิ่..ใช่ไหมล่ะ” ลุงมองโกโบริกวนๆ
อังศุมาลินอึ้ง มองโกโบริอย่างเห็นใจ โกโบรินิ่ง ตีหน้าซื่อ ทำเป็นไม่เข้าใจ

เรือแจวข้ามฟาก ที่ลุงแจวไปท่าทีกวนๆ คุยแจ้วๆ
“แย่นะ บ้านเมืองเราตอนนี้ กำลังฉิบหายก็เพราะคนอื่นทั้งน้าน...คนไทยเราไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ก็ยังต้องมาวิ่งหลบฝนเหล็กหนีตายก้ะพวกมั้นไปด้วย”
อังศุมาลินเหลียวสังเกตโกโบริอย่างระวัง โกโบริทำเป็นไม่รู้เรื่องถกแขนเสื้อ วักน้ำล้างแขนตัวเองไปมา
“วันก่อน ได้ยินเขาว่าจะมีสาวไทยไปแต่งงานกะพวกมันใหญ่โต ฉันว่าก็ดีนะ อีกหน่อยแม่สาวคนนั้นคงสบาย เพราะไอ้พวกนี้มันมีเงินเยอะ แม่หนูเอาอย่างตามเขาบ้างสิ”
อังศุมาลินหน้าซีด
โกโบริดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาจากกระเป๋าเสื้อ เป็นผ้าเช็ดหน้าผืนเก่าของอังศุมาลิน จุ่มน้ำแล้วยื่นให้อังศุมาลิน
“เช็ดหน้าคุณเสียหน่อย เปื้อนมาก”
ลุงสะดุ้งโหยง ไม่คิดว่าโกโบริจะพูด ฟังไทยได้ หน้าเจื่อน อังศุมาลินยื่นรับผ้ามาแต่โดยดี
ปลายมือของทั้งสองสัมผัสกัน โกโบริทอดมือค้างอยู่ครู่หนึ่งก่อนจึงดึงมือกลับ
อังศุมาลินพลางหลบตารับผ้ามา เช็ดๆ พลางคลี่ผ้าออกจะกลับเช็ด จึงเห็นว่าเป็นผ้าเช็ดหน้าผืนเก่าของตน อังศุมาลินเหลือบมองโกโบริเชิงจะถามว่าของฉันนี่
“ใช่ ผ้าของคุณผมเก็บไว้กับตัวตลอด”
อังศุมาลินใจเต้นโครมครามขึ้นมา โดยไม่ทราบสาเหตุ รีบหลบตากลับผ้าผืนนั้นเช็ดหน้าไปมาต่อไป เหมือนยอมรับไมตรี
โกโบริเอนหลังพิงกราบเรือหันไปมอง แล้วแอบมีความสุขในใจ
ขณะเช็ดๆ อังศุมาลินได้กลิ่นหอมจากผ้า แอบดม แล้วเผลอหันไปมองดูโกโบริ
โกโบรินั่งพิงกราบเรือ ทอดขาเหยียดไป งอเข่าเล็กน้อยขวางเรือ ทอดแขนพาดศีรษะท่าทีผ่อนคลาย ดู เหม่อๆ เหนื่อยๆ เหมือนอยากพักผ่อน เนื้อตัวเปรอะเปรื้อนเลอะเทอะไปหมด
อังศุมาลินแอบอบอุ่นในใจเงียบๆ ในมือกำผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น เหมือนตัวสื่อแทนความรู้สึก
ลุงคัดท้ายเรือต่อ เงียบงันไป แอบมองอย่างกลัวๆ
เรือแจวลำนั้นพาผู้โดยสารทั้งสองแล่นต่อไปในเจ้าพระยา ท่ามกลางลำนำที่ว่างเปล่า และมีกลุ่มควันให้เห็นไกลๆ

ตกกลางคืนโกโบริกำลังนั่งคุกเข่า ผูกเสื้อยูกาตะ เตรียมเข้านอนอยู่ข้างที่นอน ทันใดนั้น ก็มีเสียงทำความเคารพพึ่บพั่บๆ เสียงฝีเท้าในรองเท้าบู้ธหลายคู่ ย่ำตึงๆๆ มา เคสะเกะ วิ่งนำเข้ามา
“ท่านโทโมยูกินำสิ่งของมาให้..ครับผ้ม!”
โกโบริรีบลุกขึ้น เตรียมรับ ทันใด นายพลโทโมยูกิก็เข้ามา โกโบริทำความเคารพ
“สวัสดีตอนกลางคืนครับ คุณลุง”
“สวัสดี ตอนกลางคืน โกโบริ” ลุงทักหลาน
จากนั้นมีทหารหลายคน ที่ช่วยกันยกกล่องไม้ในผ้าห่อหลายกล่อง เข้ามา วางเรียงเป็นระเบียบ
โกโบริมองอย่างตื่นตา
พวกทหารวางของเสร็จ ก็โค้งแล้วออกไป
“เชิญนั่งครับ คุณลุง”
โทโมยูกิ และโกโบรินั่งลง เคสุเกะรีบจัดการเอาน้ำชามาเสิร์ฟ ถือเป็นช่วงเวลาพักผ่อนส่วนตัว ไม่เป็นการงาน
“ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ลุงจะไม่ตำหนิอะไรหลานอีกแล้ว เพราะหลานไม่ใช่เด็กๆ อีกต่อไป แต่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว” โทโมยูกิบอกเสียงอ่อนโยน
“ผมยังเป็นหลาน ที่เคารพคุณลุงเสมอครับ” โกโบริบอกนอบน้อม
“หลานได้พิสูจน์ให้ลุงเห็นแล้วว่า ความสัมพันธ์ของหลาน กับผู้หญิงไทยคนนี้ เป็นเรื่องจริงจัง เพราะฉะนั้น ลุงก็ต้องขอแสดงความยินดีต่อหลานด้วย”
“ผมต้องขอบคุณ ที่คุณลุงอุตส่าห์เดินทางมาจากสิงคโปร์ เพื่อมาทำหน้าที่เป็นญาติผู้ใหญ่ของผม ขอบคุณครับ”
“และทั้งหมดนี้ คือของต่างๆ ที่พ่อแม่หลานส่งมาให้ เพื่อมอบให้เจ้าสาวของหลาน ลุงขอให้หลานมีความสุข จากใจจริง”
โกโบริเอ่ยขอบคุณ แล้วโค้งไม่หยุด

ไม่นานต่อมา โทโมยูกิกลับไปแล้ว ฝากล่องไม้ กล่องหนึ่งที่ใหญ่ที่สุดถูกเปิดออก
ในนั้น คือกิโมโนสีขาวที่ห่อไว้ด้วยกระดาษสาสีนวลอีกที ด้วยฝีมือห่ออันประณีตแบบญี่ปุ่น และมีริบบิ้นกระดาษสาสีฟ้าอ่อน ผูกไว้อีกที ใต้ปมริบบิ้นนั้น มีกล่องเครื่องประดับใบขนาดกลาง สีชมพูอ่อนซีดๆสอดอยู่
โกโบริหน้าตาตื่นเต้น ค่อยๆ ดึงกล่องเครื่องประดับนั้นออกมา แล้วเปิดออกดู
ในกล่องนั้น คือสร้อยไข่มุกเม็ดเล็กน้ำงามมากๆ
หน้าซอง เป็นลายมือของแม่ เขียนว่า “สำหรับโกโบริ”
โกโบริดีใจ ตื่นเต้น ดึงจดหมาย มาเปิดอ่าน ลายมือจากปลายพู่กันที่สวยงาม
โกโบริอ่านจดหมายราวกับยินเสียงแม่ดังข้างๆ หู

“โกโบริ ลูกชายของแม่ ในกล่องนี้ คือชุดกิโมโนสำหรับให้เจ้าสาวของลูกได้สวมใส่ในพิธีแต่งงาน และสร้อยไข่มุกนั้น ลูกคงจำได้ดี ว่ามันคือสร้อยไข่มุกที่พ่อของลูกมอบให้แม่ แม่ขอมอบต่อเป็นของขวัญแก่เจ้าสาวของลูก เพื่อนำความโชคดีมาสู่เธอ
...พ่อกับแม่ดีใจมาก ที่ได้ทราบว่าลูกสุขสบายดี และได้พบกับคนที่ลูกเลือกที่จะให้มาเป็นคู่ชีวติตลอดไป พ่อกับแม่ยินดีต้อนรับเธอ พ่อบอกว่า เราจะรอวันที่ลูกพาเธอมาที่บ้าน มาเป็นสมาชิกคนใหม่ของครอบครัวเรา บอกเธอว่า เธอจะได้เห็นดอกซากุระที่สวยงามในเอนมีนาคม และแม่จะเล่นซามิเซ็งเพลงซาซาโดอาเกสะ ขณะที่เธอจะเล่นเครื่องดนตรีไทย ที่ลูกเล่าให้ฟังไปด้วยกัน”

หน้าตาโกโบริมีความสุขล้น มองตามกล่องที่เรียงราย ห่อผ้าสวยงามและสุดท้ายสายตามาหยุดที่กล่องชุดกิโมโน และสร้อยไข่มุกเส้นนั้น

สีหน้าโกโบริ มีความสุข และความตื้นตันใจ
เช้าวันใหม่ แม่ค้าร้านตลาดทยอยขนของขึ้น และลงเรือไปมาวุ่นวาย อังศุมาลินกำลังช่วยแม่อรส่งหาบ กระจาดเปล่า กับข้าวของที่ซื้อมาลงเรือ หลังขายเสร็จแล้ว ยายเมี้ยน ตาแกละ และแมวเพิ่งมาถึง

ยายเมี้ยนพูดดีด้วย “สวัสดีจ้ะแม่อร หนูอังศุมาลิน...ดีใจจัง...วันนี้ออกมาสาย...นึกว่าจะไม่ได้เจอ แต่ก็เจอกันจนได้”
ตาแกละทักต่อ “ไม่เห็นหน้าหลายวันเลยแม่อร แม่อัง”
“อุ๊ย..เป็นบุญ ได้เห็นว่าที่คู่หมั้นระดับชาติ” แมวปิดท้ายขบวน
“อา..แม่เมี้ยน พ่อแกละ” แม่อรทักทายอย่างเหนื่อยใจ
“นี่ทำไมยังมาเหนื่อยกันอยู่อีกจ๊ะ...ตายละ พ่อนายช่างเขาไปไหนเนี่ย ป่านนี้หนูต้องไปเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวแล้ว มาตากแดดตากลมจะหมองเสียหมด แม่อัง ต้องเก็บตัว บ่มผิว เลิกค้าเลิกขายซะที” ยายเมี้ยนพูดเจื้อยแจ้ว
อังศุมาลินตอบเสียงเย็น “จะเลิกได้ยังไงล่ะคะ อาชีพของเรา”
“ไม่ได้ซิลูก อีกหน่อยก็จะไปเป็นคุณหญิงคุณนาย เมียนายทหารหลานสะใภ้แม่ทัพใหญ่ญี่ปุ่น มาทำมาหากินแบบนี้อยู่มันจะไม่งาม” ยายเมี้ยนยังไม่หยุด
“ใช่ๆ ลุงว่าหนูหยุดแบกๆ หามๆ ทำสวนหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินได้แล้ว มันจะทำให้เสียราศีเปล่าๆ ปลี้ๆ”
อังศุมาลินไม่สนใจ รีบส่งของลงเรือให้หมด แล้วลงนั่งคัดท้ายเรือ ให้แม่อรพายออกไป
“ไปล่ะจ้ะ” แม่อรบอกลาขาเม้าท์ทั้งสาม
“แหม...ตกถังข้าวสารทั้งที อย่าลืมป้าลืมลุงนะ” ตาแกละบอก
“อย่าลืมเพื่อนเก่าด้วย” แมวว่า
“มีอะไรให้ช่วย..อย่าลืมบอกป้านะ ป้าล่ะ.. รักคนญี่ปุ่นมากๆ ต้องขอบคุณกองทัพของพระจักรพรรดิที่มาชวนเราเข้าสงคราม อีกหน่อย พอชนะ เราก็จะเป็นชาติมหาอำนาจไปด้วยกัน ดีจังเล้ย” ยายเมี้ยนส่งเสียงตามมา
อังศุมาลินกะแม่อร สบตากันเซ็งๆ

ที่ท่าเรือของอู่ มีเรือลำเลียงสภาพเสียหายจากการรบ กำลังถูกยกเข้าอู่ทหาร โกโบริเดินคุยมากับฮิชิดะโกโบริมีความสุข กระตือรือร้น สดใส
“เรื่องขอย้ายของผู้กอง ท่านนากามูระให้พักไว้ก่อน ท่านฝากความเป็นห่วงพร้อมกับคำอำนวยพรมาพร้อมกับหนังสือฉบับนี้”
ฮิชิดะยื่นหนังสือในมือให้กับโกโบริ
โกโบริหน้าแดงโค้งถี่ๆ มีความสุข หัวเราะไร้เหตุผล “ขอบคุณๆๆๆมากๆๆ ฝากเรียนขอบคุณท่านนากามูระที่เป็นห่วง”
นายทหารคนหนึ่งกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามา
“รายงานความเสียหายเบื้องต้นของเรือลำเลียงครับ”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 13/4 วันที่ 25 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager