อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 14/2 วันที่ 26 ก.พ. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 14/2 วันที่ 26 ก.พ. 56

บอกพวกเสรีไทย นายช่าง กะแม่อังก็ต้องโดนสงสัย หรือถ้าความลับของเสรีไทย ดันหลุดไปถึงหูญี่ปุ่น แม่อังกะคุณพ่อก็คงแย่”
แม่วันถอนใจ “เสียดายเหลือเกิน ไอ้เราหรือ...อุตส่าห์หมายมั่นปั้นมือมาแต่เล็กแต่น้อย นี่ถ้าวนัสไม่ไปเมืองนอก..หรือถ้าไม่มีสงคราม..ทุกอย่าง..ก็คงเป็นไปตามที่เรา”
กำนันถอนใจตาม “อย่าคิดเลย แม่วัน...ไม่มีประโยชน์ ยังไงๆ ทุกอย่างมันคงไม่มีวันกลับมาเป็นอย่างเดิมอีกแล้ว”

“ยังดี ที่นายช่างเขาเป็นคนใช้ได้”
“อือ..นายช่างเขาคงรักคนของเราจริงๆนั่นแหละ แต่…คนของเรานี่สิ”


แม่วันสงสัยอีก “ทำไม หนูอังทำไม”
“ฉันสงสัย...” กำนันนุ่มกระซิบเมียเสียงซีเรียส “ว่าหนูอัง...กำลังช่วยพ่อทำงานใต้ดินเพื่อชาติไทยอยู่ ไอ้บัวไอ้ผันนั่นก็ด้วย”
แม่วันตกใจ “ตาเถน..หนูอัง อยู่ดีๆ ทำไมหาเรื่องใส่ตัวแบบนั้น”
“มันคงจะไม่อยู่ดีๆ น่ะสิ ถ้าวนัสอยู่ สงสัยมันก็จะทำแบบเดียวกัน เราถึงต้องช่วยไง...จะทอดทิ้งกันไปได้ยังไง..ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่...”

สองผัวเมียสบตากันพร้อมกับถอนใจ ไม่พูดอะไรออกมาอีก
คืนเดือนแรม มองไปบนท้องฟ้าแลเห็นพระจันทร์เสี้ยวลอยอยู่เหนือเจดีย์วัด ก่อนจะเห็นตาบัวโผล่หน้าออกมาที่มุมหนึ่งในวัด

และเมื่อมองไปมาจนแน่ว่าทางสะดวก ตาบัวจึงค่อยย่องออกไป โบกมือกวักให้สัญญาณให้คนอื่นที่ตามมา เห็นตาผล และชาย 2 คนโผล่มา
เสียงตาบัวดังขึ้นในความมืด “มีโลงศพใบนึง..อยู่บนหอฉัน ไปขอท่านพระครูแล้วกัน”
เงาตะคุ่มๆของตาบัว กะตาผล ไปโผล่ขึ้นมาที่หอฉัน พร้อมกับชายอีกสองคนร่างผอมทั้งคู่ อยู่ในเงามืด
ครู่นั้นเสียงอังศุมาลินดังเข้ามา “อ้าว แล้วโลงนั่น...ของใครหรือลุง”
ตาบัวกะตาผลตรงไปที่โลงที่ตั้งอยู่ เหลียวมองรอบๆ แล้วช่วยกับชายทั้งสองหยิบจับของที่วางบนโลงออก
“โลงใหม่ เห็นคว่ำอยู่ชานหอฉันอยู่พักละ พระครูว่าเพิ่งได้มา เจ้าของซื้อไปไม่ได้ใช้เลยมาถวาย ตอนนี้เลยวางข้าววางของต่างโต๊ะไปแล้ว” ตาบัวบอก
โลงใบนั้นถูกหงายวางลง ตาบัวโบกพยักหน้าให้สัญญาณ
เสียงอังศุมาลินดังขึ้นอีก “งั้นลุงไปจัดการแล้วกัน แต่ไม่ต้องห่วง...จะมีคนไปช่วยลุงอีก 2 คน”
ชายผู้ช่วยทั้งสองประจำอยู่คนละปลายโลง พยักรับ ออกแรงยกโลง ตาบัวหันมองซ้ายขวาลู่ทางสะดวก ส่งสัญญาณมือ
“เอ้อ..ฉลาดนี่หว่า แล้วเราก็ค่อยเอาไปใส่มิกกะเต้อไม้เกิน เช้าๆ ก็ค่อยหามไปลงเรือ” ตาผลบอก
จากนั้นตาผลก็เดินนำหน้า ชายผู้ช่วยทั้งสองช่วยกันหามโลงดุ่มๆ ไป มีตาบัวเดินระวังท้ายเฉยๆ เสียงหมาวัดเริ่มเห่าระงมขึ้นเรื่อยๆ
ตาบัวชักหน้าไม่ดีเหลียวหันระแวง พลันมีมือใครคนหนึ่งมาตบหมับเข้าที่ไหล่
ตาบัวหันขวับมาเห็นตกใจโหยง เห็นเป็นหลวงพ่อเจ้าอาวาส

โกโบริอยู่ในห้องนอน แต่นอนไม่หลับ ยืนมองออกไปทางหน้าต่าง เห็นพระจันทร์เสี้ยว แล้วเดินกลับไปกลับมา หน้าตาตื่นเต้น มีความสุข ในที่สุด ทนไม่ไหว รื้อซามิเซ็งออกมาเล่นเป็นเพลงรัก หน้าตาอิ่มใจ
ส่วนในห้องอังศุมาลินเวลาเดียวกัน อังศุมาลินนั่งกอดเข่าบนเตียง หน้าเครียด นึกถึงตอนที่ไมเคิลสั่งสอน ตักเตือน
“อย่าเพิ่งโกรธผม ลักษณะคุณเป็นแบบนั้นจริงๆ คุณลองถามใจตัวเองซะใหม่ ก่อนที่จะสายเกินไป เชื่อผมเถอะ..บางที คุณอาจจะค้นพบว่า ความสุขนั้น.อยู่ใกล้แค่มือเอื้อมนี่เอง”
อังศุมาลินเชิดหน้า “ขอบคุณ แต่ดิฉันรู้ตัวเองดีว่า ต้องการอะไรในชีวิตแน่ มนุษย์เรา ถ้าหากว่าปราศจากเกียรติศักดิ์เสียอย่างเดียว ถึงอยู่ไปก็ไม่มีประโยชน์”
คิดขึ้นมาสีหน้าอังศุมาลิน ร้อนรน ลุกมา มองไปทางหน้าต่าง

ที่กระต๊อบในสวน ชายสองคนกำกับให้ไมเคิลซ้อม ลงไปนอนในโลง ลองปิดฝา ในโลงมืดๆ ไมเคิลกลัวที่แคบ ตาเหลือก เหงื่อแตก หายใจไม่ออก ดิ้นๆๆ ทุบๆๆ ฝาโลงกระเด็น
ไมเคิลลุกพรวดพราดออกมา หอบๆๆ ปิดหน้า ตาบัว กะตาผล มองหน้ากัน ส่ายหัว

อังศุมาลินนอนกระสับกระส่ายไปมาอยู่บนเตียงนึกถึงคำเตือนของพ่อ
“หนูรู้ไหมว่าสิ่งที่หนูทำ..มันอันตรายมาก”
อังศุมาลินลืมตาโพลง
ฟากโกโบก็กระสับกระส่าย พลิกไปมา นัยน์ตาแววาวเป็นประกายสดใส
ส่วนอังศุมาลินก่ายหน้าผาก เครียดจัด
“ถ้าพลาดพลั้งไป...พวกญี่ปุ่นมาเห็นเข้า...พวกหนูจะเดือดร้อนกันทั้งบ้าน”
อังศุมาลิน ตัดสินใจเด็ดขาด
ด้านโกโบรินอนกลิ้งไปมา ไม่หลับ ในที่สุด ลุกมา เปิดออกไปจากมุ้ง แล้วเดินไปกินน้ำ หน้าตาตื่นเต้น กระวนกระวาย ดูนาฬิกา เมื่อ่ไหร่จะเช้า
โกโบรินั่งริมหน้าต่างเหม่อลอยไป
เห็นพระอาทิตย์ขึ้น เวลาเช้าตรู่
ฟ้าสว่าง แสงยามเช้าฉายส่องเข้ามาทางหน้าต่างตรงหน้าโกโบริ ที่นั่งมองฟ้ายามเช้า ดวงตาเป็นประกายอบอุ่นเปี่ยมพลัง ลุกยืน บิดแขน บิดตัวไปมา ฟิตจัด
ขณะเดียวกันที่บ้านอังศุมาลินสายลมยามเช้าพัด มุ้งปลิว อังศุมาลินยังนอนลืมตาโพลง หน้าซีด เครียด ในแสงยามเช้า นึกถึงคำพูดของพ่อ
คุณหลวงมองอย่างทึ่ง แล้วกลับซีด เศร้า “ลูก..พ่อเสียใจจริงๆ..ที่หนู..ต้องมา..เดือดร้อน..เพราะพ่อ”
อังศุมาลินตัดสินใจลุกมา เก็บมุ้ง ยินเสียงไก่ขัน สีหน้าอังศุมาลินเศร้าๆ

โกโบริอยู่ในชุดทหารเรือเต็มยศ ดูนาฬิกา สำรวจตัวเองในกระจก หวีผมอีกที แล้วเดินไปโผล่ดูที่ห้องหมอทาเคดะ
เห็นทาเคดะยังหลับอยู่ในมุ้ง
โกโบริทำหน้าขำตัวเองที่จะตื่นเต้นจนเว่อร์ เดินไปมาๆ นิดนึง แล้วเดินออกไปอย่างกระฉับกระเฉง

เวลาต่อมาที่ประตูด้านหลังอู่ๆ ที่มีสะพานต้นมะพร้ามข้ามมาในสวน โกโบริในชุดเต็มยศ เดินมาตามลำพัง เดินเรื่อยๆ ออกมา โกโบริเดินผ่านประตูออกไป ทหารยามทำความเคารพพึ่บพั่บ
“ผู้กองครับ ตื่นแต่เช้าจังเลยนะครับ ขอแสดงความยินดีด้วยนะครับ”

โกโบริตะเบ๊ะตอบ ยิ้มหน้าบานแก้มแทบแตก “ขอบใจๆ”
ครู่ต่อมาโกโบริเดินอยู่ในสวน อากาศสดชื่น มองไปที่มุมไหนก็เห็นแต่ความสวยงามสดใส ดอกไม้ชูช่อออกดอกเบ่งบานตามธรรมชาติ

ปลาในท้องร่องฮุบโผง โกโบริเดินมอง หน้าตายิ้มแย้ม เห็นบ้านชาวบ้านมีไก่ตัวผู้โก่งคอขัน และไก่ตัวเมียพาลูกเจี๊ยบเดินกันหาเหยื่อ ร้องกุ๊กๆๆๆ
โกโบริเดินผ่าน ยิ้มให้ดอกไม้ใบหญ้าอย่างสุขใจ

ส่วนอีกฟาก โลงศพถูกนำมาวางลงตึงที่ท่าน้ำหน้าวัด ส่วนในโลง ไมเคิลร้องโอ๊ย กระเทือนแทบตาย
ตาบัวกะตาผลทิ้งตัวลงนั่งที่ม้านั่งยาวท่าน้ำ
“โอยๆ หลังจะพังวางก่อน” ตาผลบ่น
“แม่เจ้าโว้ย หนักยังกะช้างล้มดีไม่เสือกหามจากกระท่อมมาตามแกว่าทีแรกไม่งั้นข้าคงตายก่อน”
ไมเคิลตะโกนออกมาจากโลง
“เปิดฝาให้หายใจหน่อยไอ้ไหม ไอ้หอยๆ”
ชายผู้ช่วยทั้งสอง รีบเข้ามา กระทุ้งข้างโลงแรงๆ
“ชัทอัพ!”
อีกคนบอก “เงียบๆ อันตราย!”
นั่นละ ไมเคิลจึงรีบหุบปาก
ตาผลบิดขี้เกียจ ตาบัวเข้ามาช่วยนวดบ่า
ชายที่มาช่วยทั้งสองก้าวยืนหันมองออกไปที่ท่า มองเรือรับจ้างลำหนึ่งกำลังแจวเข้ามา เห็นด้ามปืนพกเหน็บโผล่ที่ขอบกางเกงบั้นท้ายชายผู้ช่วยออกมา ตาบัวกะตาผล มองปืน แล้วมองหน้ากัน เสียวๆ เรือแจวเข้ามาเทียบ
ชายผู้ช่วยคนแรกหันขวับมา “รีบเถอะ ไป” ตรงเข้ามาจะยกโลงกันต่อ
ตาบัวกะตาผลสะดุ้ง
“เร็วเว้ยไอ้บัว อย่าโอ้เอ้” ตาผลขยับตัว
ตาบัวขยับตาม
เสียงโกโบริดังเข้ามา “ขนอะไรกันหรือ”
ทั้งสี่คนหันมองเสียง ถึงกับผงะ โกโบริเดินมาหยุดมองยิ้มสดใส ส่วนในโลง ไมเคิลได้ยิน ตาลุกโพลงเหงื่อแตก
ชายผู้ช่วยสองคนสบตากัน เตรียมพร้อม ตาบัวกะตาผล มองหางตากับปฏิกิริยาของทั้งสอง
“อ้าว..นายช่าง มาทำอะไรถึงนี่ ไม่ไปงานหมั้นตัวเองเหรอ” ตาบัวถาม
ตาผลผสมโรง “เอ้อ..นั่นสิ”
สองเกลอมองหน้ากันแล้วอยู่ๆ เครียดจนหัวเราะออกมา โกโบริมองไปที่โลง เห็นโลงนั้นวางตระหง่าน ชายอีกสองคนมองมา หน้าตาพร้อมลุย
สีหน้าโกโบริ พลันความคิดวาบขึ้นในหัว รู้ทันที ว่าคืออะไร รอยยิ้มหายไปเหมือนแดดหุบ
ตาบัวกะตาผลรู้สึกทันที เสียงหัวเราะค่อยๆ จางหาย แล้วกลายเป็นเงียบกริบ เหงื่อแตก
โกโบริบอกเสียงเย็นยะเยือก “ยังไม่ถึงเวลา...ก็เลย...มาเดินเล่นหน่อย”
โกโบริสีหน้าเย็นชา มองหน้าสองเกลอ
ส่วนในโลง ไมเคิลนอนตัวแข็ง ตาเขม็งเกร็ง โกโบริเดิน ใกล้เข้าไปๆ
ชายสองคนเริ่มค่อยๆวกมือไปที่ปืนที่เหน็บหลังเอว ตาบัวตาผล ถอยกรูด
โกโบริเดินมาหยุด ใกล้โลงนิดเดียว แววตาพลัน เศร้า สมเพช อนาถ
อีกด้านหนึ่ง หลวงพ่อ เดินออกมา มองดูอยู่ ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“เอ้อ...หมู่นี้..มันไม่มีงานอะไรให้ทำ ใช่ไหมวะไอ้บัว” ตาผลเอ่ยขึ้น
“อะไรนะ...อ๋อ ใช่ๆ เลยต้องมารับจ้างเขาหามโลงผีนี่แหละ” ตาบัวบอก
ตาผลเสริมอีก “สงสารไอ้ทิดมันนะ ผูกคอตายในป่าช้า ลิ้นออกมาจุกปาก ตาถลนเชียว ไม่น่าคิดสั้นเล้ย
ด้านในโลง ไมเคิลลุ้นสุดตัว หลวงพ่อมองมา พลางสวดมนต์ในใจ
โกโบริมองไปรอบๆ เห็นหลวงพ่อ อึ้งๆ แล้วก้มหน้า หันกลับมา
“ขอให้ไปสู่สุคติ” โกโบริยิ้มพลางมองที่โลง มองตาบัวกะตาผลอย่างเยือกเย็น แล้วหันกลับ เดินจากไป
สองเกลอถอนใจเฮือก ชายสองคนพยักหน้า
ตาบัว กะตาผล และสองชายนั้น รีบช่วยกันแบกโลงไปลงเรือ
ไมเคิลดีใจ ถอนใจยาว ทำมือขอบคุณพระเจ้า
หลวงพ่อมองตามพล่างเอ่ยคำ สาธุๆๆ โกโบริเดินไกลออกไป หน้าซีด ตัวสั่นเทา แววตาปวดร้าวเหลือแสน

เช้าวันใหม่ ดวงอาทิตย์รุ่งอรุณแรงกล้าเหนือพระปรางค์วัดอรุณ บริเวณริมเจ้าพระยา ฝีเท้าแขกเหรื่อทหารไทย ข้าราชการทูต เดินก้าวขึ้นบันไดเรือนส่งเสียงคุยกันดังมา
ส่วนบนเรือน หลวงชลาสินธุราช ที่มีนายทหารติดตามตั้งกลุ่มคุยกันห่างๆ บนชานเรือนถูกประดับตกแต่งสวยงามผิดหูผิดตา
คุณยายศร แม่วัน อยู่ในชุดดูสวยเป็นพิเศษและกำนันนุ่มแต่ชุดเต็มยศ อยู่ที่ประตูเรือน ยกมือไหว้เชื้อเชิญแขกเหรื่อพวกตำรวจและทหารไทยในชุดเต็มยศทั้งหลาย และพวกทีมข่าวทั้งฝ่ายไทย ฝ่ายญี่ปุ่นพวกทหารเรือฝ่ายไทยชั้นผู้น้อย ทำหน้าที่เสิร์ฟน้ำชากาแฟในงาน

ด้านแม่อรเปิดประตูห้องเข้ามาในห้องอังศุมาลิน
“พร้อมหรือยังลูก”
อังศุมาลินอยู่ในชุดไทยเสื้อแขนกระบอกผ้าซิ่นอย่างดีสวยงาม ผมปล่อยสยายนั่งหันหลังนิ่งอยู่หน้ากระจกใบหน้าซีดเซียว

ส่วนที่เรือนพักโกโบริในอู่ต่อเรือ เห็นโทโมยูกิ หมอโยชิ ฮิชิดะ หมอทาเคดะต่างอยู่ในชุดเต็มยศยืนงงๆ มองหน้ากันไปมา เห็นที่เตียงโกโบริว่างเปล่า
“เสื้อผ้าเครื่องแบบไม่มี สงสัย จะแต่งตัวแล้วแอบไปที่บ้านเจ้าสาวก่อนแล้ว” โทโมยูกิว่า
“ใจร้อนจริงๆ” หมอโยชิบอก
“รู้สึกจะนอนไม่หลับทั้งคืนนะครับ” หมอทาเคดะเสริม
ระหว่างนั้นเคสุเกะวิ่งเข้ามา แล้วรีบทำความเคารพพึ่บพั่บ
“ทหารยามบอกว่า ผู้กองโกโบริเดินออกไปที่งานตั้งนานแล้ว ครับผม!”
ทุกคนต่างขำกัน

ที่บริเวณชานเรือน บ้านอังศุมาลิน เช้านั้น เห็นแขกเหรื่อฝ่ายญี่ปุ่น ซึ่งมีพลโทโทโมยูกิ ฮิชิดะ ทูตวัฒนธรรม และนายทหารติดตาม 3-4 นาย โผล่หน้าผ่านประตูเรือนเข้ามา พร้อมของหมั้น เป็นกล่องไม้ห่อผ้าลายสวยหลายๆ ใบ
สีหน้าอังศุมาลินนิ่ง ออกซีดๆ ใบหน้าไม่แต่ง ทอดสายตามองต่ำ กล่องไม้ห่อผ้าลายสวยพวกนั้น ถูกนำมาวาง
ผู้หลักผู้ใหญ่จากทั้งสองฝ่ายกำลังนั่งคุยไปมา สีหน้ายิ้มแย้มชื่นมื่น และเห็นผืนธงไทยและธงอาทิตย์อุทัยปักเด่นอยู่ที่ผนังเบื้องหลัง ฝั่งฝ่ายหญิงมีอังศุมาลินนั่งเงียบนิ่งอยู่เบื้องหน้า หลวงชลาสินธุราชและแม่อร ที่กำลังพูดคุยท่าทีสุภาพ อยู่กับหมอโยชิ มีโทโมยูกินั่งติดอยู่ด้วย พร้อมกล่องไม้ของหมั้นวางตรงหน้า
อังศุมาลินมองหาไปรอบๆ ไม่มีโกโบริ
คุณหลวง หันมาสบตาอังศุมาลิน แววตาลุ้นๆ ครุ่นคิดมีแววกังวล อังศุมาลินก้มลง พยายามระงับความกระวนกระวายในใจ
ยายศรกระซิบถาม “ทำไมพ่อดอกมะลิยังไม่มานะ”
กำนันนุ่มกระซิบตอบ “หรือพิธีประเทศเขา...แปลกๆ แตกต่างออกไป”
แม่วันออกความเห็น อย่างแปลกใจ “นั่นสิ สงสัย..เขามีแต่ผู้ใหญ่มามอบของหมั้นก็พอตัวผู้ชายไม่ต้องมา”
อีกด้านหนึ่งหมอโยชิมองรอบๆ แล้วกระซิบกันเบาๆ ด้วยท่าทางที่ปกติ สง่างาม นิ่งๆ ยิ้มๆ
“โกโบริไปไหน”
หมอทาเคดะก็สงสัย “นั่นสิครับ”
“หรือว่า..มีอะไรด่วน?” นายพลโมโมยูกิตั้งข้อสังเกต

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 14/2 วันที่ 26 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager