อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 14/3 วันที่ 27 ก.พ. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 14/3 วันที่ 27 ก.พ. 56

หมอทาเคดะก็สงสัย “นั่นสิครับ”
“หรือว่า..มีอะไรด่วน?” นายพลโมโมยูกิตั้งข้อสังเกต
“เอ..นั่นสิครับ หรือจะมีภารกิจด่วน ที่ทำให้ผู้กองต้องรีบไปทำ” ฮิชิดะว่า
“ไม่เป็นไร งั้นเริ่มพิธีเลย” โทโมยูกิ บอก
หมอโยชิกระแอมพลางบอก “เอ่อ..กระผมจะขอเริ่มพิธีเลยนะครับ”
อังศุมาลินก้มหน้านิ่ง แม่อรมองลูก ห่วงมากๆ

ดอกบัวในคูคลองเบ่งบานรับแดดยามเช้า แมงปอบินโฉบตอมดอกผักบุ้งริมตลิ่ง


ในความสวยงามสดใสของธรรมชาติโกโบริยืนนิ่งงัน หัวใจสลายอยู่ตรงนั้น
ส่วนในงานบนชานเรือน พิธีการดำเนินต่อไป ตากล้องนักข่าวไทยนายหนึ่ง ซึ่งอยู่ท่ามกลางนักข่าวนับสิบๆ คน ตะโกนบอกอังศุมาลิน

“เดี๋ยวจ้ะ...เอาละ รินได้”
ใบหน้าอังศุมาลินนิ่งๆ ก้มมองของบางอย่างในมือ แสงแฟลชวูบวาบลงที่หน้าไปมา เห็นอังศุมาลินกำลังก้มรินน้ำชาญี่ปุ่นให้กับฝ่ายชาย ที่ยังไม่ปรากฏร่างโกโบริแต่อย่างใด มีเพียงหมอโยชิ นายพลโทโมยูกิ และฑูตวัฒนธรรม
โดยมีหลวงชลาสินธุราช และแม่อรนั่งอยู่ด้วย ทุกคนมองกล้อง ยกเว้นแม่อร ที่ปรายตามองอังศุมาลินนึกสะท้อนใจ
ตากล้องญี่ปุ่นเอ่ยขึ้นเป็นคำญี่ปุ่น “คู่หมั้นสาวเขยิบมาตรงกลางครับ”
อังศุมาลินนั่งคุกเข่าพับขาตามธรรมเนียมญี่ปุ่น ลุกขยับเล็กน้อยมาตรงกลางหมู่แขกเหรื่อสักขีพยานฝ่ายญี่ปุ่นทั้งทหารและคณะฑูต ที่มาร่วมถ่ายภาพ มีธงทั้งสองชาติเด่นอยู่ทางข้างหลัง อังศุมาลินก้มหน้านิดๆ
ตากล้องญี่ปุ่นบอกอีก “คู่หมั้นสาวเงยหน้ายิ้มหน่อยครับ”
อังศุมาลินนิ่งใบหน้าเรียบเฉย เหลียวขวับตาเขียวไปทางต้นเสียงทันที
หลวงชลาสินธุราชที่ยืนมองดูอยู่ด้านข้าง แววตาบังคับให้อังศุมาลินทำตัวดีๆ บรรดาแขกเหรื่อฝ่ายไทย มองจ้องเขม็งทันที
อังศุมาลินเห็นสีหน้าหลวงชลาสินฯ เลยเปลี่ยนสีหน้าจำต้องยิ้มนิดๆ
อังศุมาลินท่ามกลางฝ่ายญี่ปุ่น ถูกแสงแฟลชกระทบวูบวาบ
โทโมยูกิ โยชิ ทาเคดะ ฮิชิดะ ยิ้มกันสง่างาม
ยายศร แม่อร และคุณหลวง ดูซีดๆ เป็นกังวล

ตอนสายๆ กล่องของหมั้นแพนรับเห็นของมากมายวางเกลื่อนอยู่ในห้อง ขณะที่อังศุมาลินนั่งนิ่งหันหลังมองทอดสายตาไปนอกหน้าต่าง
อังศุมาลินเม้มปากแน่น โกรธขึ้ง อัดอั้น สงสัย และกังวล แม่อรเดินเดินมาจะเปิดประตูอังศุมาลินเปิดประตูออกมาพอดี
“จะไปไหนลูก”
“หนูอยากรู้ว่าเรื่องนั้นเรียบร้อยดีไหม”
แม่อรปราม “แม่ว่าไม่ดีนะลูก ใครเห็นจะผิดสังเกตเอาได้”
“หนูจะระวังตัว คงไม่มีอะไรหรอกค่ะ กลับกันไปหมดแล้วนี่นา”
อังศุมาลินผลุนผลันเดินไป แม่อรมองตามด้วยสายตาเป็นกังวลปนห่วง

อังศุมาลินเดินลงบันไดมา แล้วเดินเลี้ยวทางสวนหลังบ้าน แต่ต้องชะงัก ยินเสียงโหวกเหวก ของเครื่องยนต์ เสียงอ๊อกเหล็ก ตีโลหะ ที่ดุวุ่นวาย ดังแว่วลอยมาจากทางอู่ แล้วรีบเดินต่อ

อังศุมาลินในชุดไทยตอนทำพิธีเร่งฝีเท้าเดินมา ท่าทีเก้กังกับผ้าถุงที่รุ่มร่าม ใช้มือคอยดึงรั้งผ้าขึ้นให้เดินถนัด จนมารับที่หน้าเดินมาหยุดมอง
เห็นกระท่อมที่ดูมิดชิด แต่เงียบผิดปกติ จึงเดินเข้าไปดูใกล้ที่กระท่อม แต่ยังไม่มีใครเลย
อังศุมาลินงงๆ ลองเรียกดู “ลุง...ลุง เป็นยังไงกันบ้าง”
พลันเสียงโกโบริดังขึ้น “ไม่มีใครอยู่”
อังศุมาลินสะดุ้ง หันมาข้างหลัง
โกโบริเดินจ้องหน้า แววตากวนๆ เข้ามา “เขาไปกันหมดแล้ว”
“คุณ...” อังศุมาลินผงะ ชักใจไม่ดี “หมายความว่ายังไง”
โกโบริกวาดตามองชุดสวยที่อังศุมาลินใส่
“คุณทำได้ไม่เลวนะ..” โกโบริเดินเข้ามาประจันหน้า ยิ้มขื่นๆ
“และคุณก็ได้หัวเราะสะใจไอ้งั่งคนนี้ได้ตามเคย คุณเคยว่าผมใช้อำนาจของผู้ชนะ แต่คุณเอง กลับไม่เคยบอกว่า คุณใช้ผู้ชนะเป็นเครื่องบังหน้าได้อย่างไร”
อังศุมาลินหน้าแดงที่ถูกจับได้ เม้มปากแน่น
“คุณ..ไม่ได้เกลียดผมเพราะคุณเป็นผู้ถูกฝ่ายชนะอย่างผมมารุกราน แต่คุณ เกลียดผม เพราะคุณเป็นฝ่ายสัมพันธมิตรอย่างเต็มตัวต่างหาก ทีแรกผมเผลอเข้าใจว่า คุณช่วยเชลยคนนั้นเพราะความเห็นใจ และอย่างมากคุณคงทำได้แค่ซ่อนเขาไว้เฉยๆ แต่ผมโง่ที่หลงคิดไปเอง เพราะการที่คุณช่วยให้เขาเล็ดลอดหนีต่อไปได้ แสดงว่าคุณมีแผนงานและเครือข่ายที่ติดต่อไว้เป็นอย่างดี และทหารคนเดียวนี่ละ ที่ผมเคยบอกไว้ว่าจะไม่ทำให้สงครามแพ้หรือชนะได้ จะเป็นผู้ที่ทำให้โฉมหน้าของสงครามเปลี่ยนไป เพราะเขาไม่ได้มีชีวิตรอดไปเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขาได้พาเอาความสำคัญของจุดยุทธศาสตร์ที่เขารู้เห็นกลับไปด้วย...และผมขอแสดงยินดีกับผลงานนี้ของคุณ”
โกโบริระบดระบาย อังศุมาลินยืนนิ่ง โกโบริพูดต่อ
“แต่ผมเสียใจอย่างเดียวเท่านั้น...” โกโบริหันมามองหน้าเศร้า “คุณไม่น่าเลือกวันนี้ เพราะมันเป็นวันสำคัญ...” พูดได้เท่านี้โกโบริก็ชะงัก ไม่พูดต่อ “ช่างเถอะ เพราะสำหรับคุณมันคงไม่ได้สำคัญ อีกอย่างคนคงไม่ทันสังเกตงานนี้ของคุณ”
อังศุมาลินอยากแย้ง แต่พูดไม่ออก โกโบริมองสบตา แล้วทนมองไม่ได้ หันเบือนหน้าหนี
“คุณกลับไปเถอะ แล้วก็สบายใจได้..เพราะงานชิ้นนี้ของคุณสำเร็จแล้ว...นอกจากผม...คงไม่มีใครรู้อีก” โกโบริทอดถอนใจ “หากผมยังอยู่ คุณจะปลอดภัยเสมอ” แล้วนึกบางอย่างได้ “ออ กิโมโนที่ส่งไปวันนี้ แม่ผมส่งมาให้เป็นชุดเจ้าสาวตามธรรมเนียมของญี่ปุ่น ไม่ทราบว่าพอดีตัวคุณไหม...แล้วสร้อยคอไข่มุกนั่นเป็นของพ่อผมที่เคยให้แม่ แม่ให้บอกคุณว่ามันคือเครื่องหมายของความโชคดี แล้วก็เขียนจดหมายอวยพรมายาวเหยียดแต่คุณคงไม่ได้สนใจ”
อังศุมาลินยืนกำมือแน่น ใบหน้าร้อนผ่าว อยากร้องไห้เต็มที แต่ก็ร้องไม่ได้
“พ่อบอกมาว่า สักวันหนึ่งให้ผมได้พาคุณไปหาท่าน แต่ผมก็รู้แล้วว่าวันนั้นคงไม่มี และผมก็คงบอกท่านไม่ได้”
อังศุมาลินหันตัวเดินหนี อยากจะไปให้พ้นๆ ก่อนจะร้องไห้ออกมา โกโบริยังยืนนิ่งอยู่เช่นเดิม ไม่หันมองตาม แต่ส่งเสียงดังตามมา
“อย่างเก่ง ผมก็คงได้แต่พูดโกหกเอาเองว่า คุณสั่งอะไรมาถึงท่านบ้าง ความจริงท่านอยากให้คุณได้ไปดูดอกซากุระบาน แล้วลองเล่นดนตรีไทยให้ท่านฟัง ว่าจะเหมือนเพลงพื้นเมืองที่ผมชอบเล่นไหม ส่วนแม่...ท่านจะเล่นเพลง ซาโดะอาเกซะ ให้คุณฟัง และทั้งหมดนี้คงไม่มีวันได้มาถึง เหมือนกับวันของผมที่คงไม่มี...เช่นกัน”
อังศุมาลินหันหลังกลับอย่างช้าๆ ก้าวเดินออกมา น้ำตาไหลพราก แล้วเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เพื่อจะหนีไปให้ไกลเสียจากตรงนั้น

เหลือเพียงโกโบริยืนหันหลังอย่างปวดร้าว และนิ่งงันอยู่เพียงลำพัง
เช้าวันต่อมา บริเวณหน้าร้านอาโก ตลาดชุมชนปากคลอง ธนบุรี ชาวตลาดตั้งใจฟังยายเมี้ยนขยายข่าวกันหน้าสลอน

ชาวตลาดตั้งใจฟังยายเมี้ยนขยายข่าวกันหน้าสลอน
“โอ้โห นี่ๆ” ยายเมี้ยนชี้หน้าตัวเอง “ฟังมากะหู ดูมากะตา พูดแล้วจะหาว่าเล่า ญี่ปุ่นน่ะมันยกข้าวยกของมาเต็มบ้านแม่อังเชียวละ ทั้งหีบเพชรหีบทอง หีบเงิน เงินกงเต๊กอีกเป็นฟ่อนๆ โอยสารพัด เป็นกุรุส”
ชาวตลาดหูหาตาลุกวาวตาม ตาแกละเสริม
“คนใหญ่คนโตมากันให้พรึบพรับ นายพลนายพันเดินกันเกร่อ พวกหนังสือพิมพ์ก็ขนกันมาเป็นโขยง”
“อังเค้าเลยสบายไปเลยนะเตี่ย”
วิภาหันมาทางเตี่ย เฮียเม้งเห็นด้วย “ช่ายๆ แหม ชื่นใจแทนอาหนูอัง เป็นหน้าเป็นตาให้ชาวบางเราอาหนูอังนี่วาสนาดีจริงๆ”
ชาวตลาดข้างๆ พยักพเยิดเห็นงามตามกันไป
“นี่พวกลื้อได้ไปงานหนูอังเมื่อวานมาด้วยหรือ” อาโกว่า
ระหว่างนั้นตาบัว กะตาผล โผล่แทรกขึ้นมากลางวงมุดมาฟัง
“ฟามจริง เรื่องที่สำมะคันๆ เมื่อวานก็ไม่ได้มีเรื่องแม่อังเรื่องเดียวร้อก” ตาบัวบอก
ตาผลผสมโรง “เยส ต่อให้กี่เมี้ยนกี่แมวก็ไม่มีทางรู้”
ยายเมี้ยนกับแมวหมั่นไส้ไปมา
“มีเรื่องอะไรอีกวะไอ้บัวไอ้ผล” อาโกถาม
สองเกลอลุกขึ้นมาทำท่ากระแอมอย่างภาคภูมิ ทุกคนมองสงสัยใคร่รู้
“แหม ดีใจจริงๆ ที่อยากรู้ แต่..ก็เสียใจยิ่งกว่า ที่มันยังบอกอะไรตอนนี้ไม่ได้” ตาผลว่า
“ใช่ ยังบอกไม่ได้” ตาบัวเสริม
อาโกเซ็ง “อ้าว”
จากนั้นตาบัวกะตาผล ก็เดินสวนผ่าวงยายเมี้ยน แมว และตาแกละ แหวกออกไปอีกทาง ทุกคนมองตามเป็นตาเดียว
ตาผลหันกลับมาบอกอีกเม็ดให้ได้กระหายยิ่งขึ้น “แต่ในไม่ช้าทุกคนก็จะได้รู้” พลางขำได้ใจดังๆ “ฮ้าๆๆๆ”
ตาบัวร้องเพลงขึ้นมา “รัก เมืองไทย ชู..ชาติไทย ทำนุ บำรุงให้รุ่งเรือง สมเป็นเมือง ของไทย”
สองเกลอร้องประสานเสียง ขณะเดินยืดอาดๆ ออกไป “เราชาวไทย เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย ไม่เคยอ่อนน้อม เราไม่ยอมแพ้ใคร ศัตรู...ใจกล้า มาแต่ทิศใด ถ้าข่มเหงไทย คงจะได้เห็นดี”
“อะไรของพวกมัน” อาโกเง็ง

ที่บ้านเก่าร้างแห่งหนึ่ง ยามสาย
เห็นฝีเท้าใครคนหนึ่ง มาเดินหยุดกึก ชายคนนั้นสวมหมวก มองไปที่บ้านร้างเก่าแห่งหนึ่ง แล้วมุ่งเดินต่อไปทางหลังบ้าน ฝีเท้าคู่นั้น เดินมาตามทางหญ้ารกๆ ผ่านฝาหลุมหลบภัยเก่าๆ ไป ก่อนจะเห็นฝีเท้าคู่นั้นเดินมาหยุดกึก พลันมีฝีเท้าอีกคู่ เดินเข้ามาประชิดแล้วเดินนำมาที่ปากหลุม มือชายคนที่นำจับฝาหลุมยกเปิด
ที่แท้เป็นหลวงชลาสินธุราชซึ่งสวมหมวกพรางหน้า หันไปมองพยักหน้าให้ชายคนที่เปิดฝาให้เล็กน้อยก่อนเดินก้าวลงหลุม
ชายคนนั้นปิดฝาลง แล้วยืนเหลียวมองอย่างจับสังเกตรายรอบซ้าย ขวา

ตะเกียงเก่าๆ แขวนห้อยอยู่มุมหนึ่งของหลุมหลบภัยซึ่งกว้างขวางพอประมาณ แลเห็นในแสงวับแวมนั้น เป็นเชลยชาวยุโรป 2-3 คน ผุดลุกขึ้นนั่งมองมาอย่างสนใจ
ไมเคิลนั่งอยู่มุมหนึ่ง คุยกับหลวงชลาสินธุราชที่ถอดหมวกนั่งยองอยู่ใกล้ๆ
“มิสเตอร์ขุนทอง ผมต้องขอบคุณการช่วยเหลือครั้งนี้ของพวกคุณอย่างมาก”
“ไม่เป็นไร มันเป็นภารกิจของพวกผม ผมดีใจที่คุณปลอดภัย ตอนนี้พวกผมกำลังหาทางติดต่อกับฝ่ายสัมพันธมิตร ซึ่ง” สีหน้าคุณหลวงหนักใจ “พวกคุณอาจได้กลับออกไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และผมหวังว่าจะเป็นเช่นนั้น” พลางยื่นมือมาตบบ่าไมเคิล
ไมเคิลมีความหวัง ขณะที่หลวงชลาสินธิราชมุ่งมั่นมาก

ที่อู่ต่อเรือระหว่างนั้น ภาพข่าวการสู้รบ ทั้งภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว ล้วนเป็นภาพกองทัพญี่ปุ่นเป็นฝ่ายตั้งรับ และถอยร่นในหลายสมรภูมิ นอกจากนี้ยังเห็นกองทัพญี่ปุ่นเสริมกำลังในหลายสมรภูมิ
ภายในห้องทำงาน โกโบริ ฮิชิดะ ทาเคดะ เคสุเกะ และทหารญี่ปุ่นอื่นๆ ในชุดเต็มยศ ยืนปรึกษา กันอยู่หน้าเครียด บนโต๊ะกางแผนที่โลก ฮิชิดะใช้ไม้จิ้มชี้จุดต่างๆ บนแผนที่ การประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด ทุกคนรับฟังการแถลงของฮิชิดะรอบโต๊ะ
“ขอให้พวกเรารับรู้กันไว้ ว่าเวลานี้ กองทัพญี่ปุ่นเป็นฝ่ายตั้งรับ และถอยร่นในหลายสมรภูมิ”

ขณะเดียวกันกองทหารญี่ปุ่นบนรถลำเลียงพลนับสิบคันวิ่งผ่านไป ข้างกระทรวงกลาโหม กรุงเทพฯ ประชาชนมองๆ
อีกฟาก ทหารญี่ปุ่น หน้าเครียด นำโปสเตอร์ชวนเชื่อ “เอเชียเพื่อเอเชีย” ออกตระเวนติดหลายสถานที่ทั่วพระนคร
ชาวบ้านได้รับแจกโปสเตอร์ต่างมองงุนงง
ด้านเคสุเกะ และทหารญี่ปุ่น และพวกคนงานไทย อยู่ในชุดทำงาน กลางแดดร้อนเปรี้ยง หลายคนไม่สวมเสื้อ ใส่แต่กางเกงขาสั้น
โกโบริเหงื่อโทรมกาย โหมงานเหมือนคนบ้า หมอทาเคดะผ่านมา แอบมอง สีหน้าข้องใจ

ตกตอนกลางคืน พระจันทร์ดวงกลมโต ส่องสว่างอยู่บนฟ้า สาดแสงส่องทั่วสวนท่ามกลางต้นมะพร้าว หมาก
อู่ยามดึก สงัดเงียบ ไม่มีคนแล้ว เหมือนสัตว์กำลังหลับใหล
หมอทาเคดะอยู่ในชุดยูกาตะ เตรียมเข้านอนแล้ว แต่ออกมาเดินตามหา มองหา ท่าทีห่วงๆ เดินมาใกล้ลำคลอง ยินเสียงน้ำในคลองดังจ๋อมๆๆ หมอทาเคดะยิ้มดีใจขึ้นมา
เห็นพื้นผิวน้ำที่กระเพื่อมดัง แสงจันทร์สะท้อนในน้ำ หมอรีบเดินไป
ที่ท่าน้ำ โกโบริอาบน้ำอยู่ ท่อนล่างยืนในน้ำ เหมือนเท้าอยู่ที่บันไดขั้นลึกๆ ท่อนบนโผล่มา กำลังถูสบู่หลับหูหลับตา วักน้ำมาล้างแรงๆ
หมอทาเคดะยืนมองอยู่บนฝั่ง ใจชื้น ที่เห็นโกโบริสบายดี
โกโบริล้างหน้าพรืดๆ เสร็จ จุ่มตัวที่ถูสบู่ลงในน้ำ ล้างตัว 2-3 รอบ จึงโผล่พรวดมา แล้วชะงัก เห็นหมอทาเคดะยืนมองอยู่
“อ้า หมอ ทำไมยังไม่นอน”
“อากาศร้อนมาก”
“ใช่”
โกโบริยืนแช่อยู่ในน้ำ คุยกันไป
“ตั้งแต่วันที่คุณหมั้น เรายังไม่ได้คุยกัน” หมอทาเคดะเข้าเรื่อง
“เราทุกคน ทำงานยุ่งมาก” โกโบริเฉไฉ
“ผมเห็นคุณทำงานทุกวัน แต่ไม่เห็นคุณ...ไปหาอังศุมาลินซังบ้างเลย”
โกโบริเบือนหน้าไป ไม่ยอมสบตา
“วันงาน...คุณก็หายไป มีอะไรหรือเปล่า”
โกโบริรีบตอบเร็วๆ “ไม่มี!”

หมอทาเคดะอึ้ง ยิ่งกังวลมากขึ้น
ไม่นานหลังจากนั้น โกโบริใส่เสื้อยูกาตะ ปล่อยด้านหน้าเปิดทิ้งไว้ ยังไม่ได้ผูกสาย ถือผ้าเช็ดตัว และขันใส่สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน เดินมาเรื่อยๆ หมอยังคงเดินตามมา

“โกโบริ มีอะไร...พูดกับผมได้นะ”
โกโบริเงียบ หน้าตาดื้อๆ
“ทะเลาะกันหรือ…”
“เปล่า”
“คุณไม่เหมือนคนที่กำลังจะแต่งงานเลยนะ”
โกโบริไม่อยากคุย ไล่อยู่ในที “หมอ..สวัสดีตอนกลางคืนนะ ไปนอนเถอะ”
“ถ้าคุณเหนื่อยมากเกินไป...หาเวลา...ไปพบหน้าคนที่รักบ้าง...อะไรๆ อาจจะดีขึ้น” หมอทาเคดะแนะ
โกโบริหงุดกึก หลุดทันที “คนที่รักเหรอ...หึๆ ผมไม่มีคนที่รักผมหรอก มีแต่คนที่เกลียด เกลียดอย่างที่...ใครๆ ก็ไม่มีทางจะนึกภาพออกแน่”
ทาเคดะตกใจปนงง “อะไรนะ”
โกโบริอึ้งไป รู้สึกตัว
“เข้าใจละ” หมอทาเคดะเดินเข้ามาใกล้ๆ
โกโบริเซ็งตัวเอง ที่ไม่น่าหลุดปาก
หมอทาเคดะตบบ่า ปลอบใจ “อีกหน่อย แต่งงานกัน ทุกๆ อย่างก็จะดีขึ้นเอง”
“ผมไม่ต้องการแต่งงาน ถ้าอังศุมาลินต้องจำยอม เพราะถูกบังคับแบบนี้” โกโบริว่า
“แต่คุณรักเธอไม่ใช่หรือ”
“รัก แล้วมีประโยชน์อะไร แบบนี้ ให้แนวรบเปลี่ยน อู่เรือนี้ถูกยุบเลิกไป พวกเราถูกเรียกตัวไปที่อื่น การแต่งงานยกเลิก...ผมหายไปจากที่นี่ตลอดกาล ยังจะดีกว่า”
“ถึงอังศุมาลินซังจะไม่ชอบคนญี่ปุ่น แต่ผมเชื่อว่าคุณจะใช้ความดีของคุณ เอาชนะใจเธอได้” หมอปลอบด้วยความหวังดี
“ไม่มีหวังหรอก หมอทาเคดะ ไม่มีหวัง” โกโบริก้มหน้า “ราตรีสวัสดิ์”
หมอทาเคดะอึ้งๆ ที่โดนไล่อีกรอบ ก้มตอบ “ราตรีสวัสดิ์ โกโบริ เชื่อผมนะ ว่าความรัก จะชนะทุกอย่าง”
จากนั้นหมอเดินไปทางห้องพักตัวเอง
โกโบริพึมพำตามไป “ความรัก...ไม่ชนะทุกอย่างหรอก...ทาเคดะซัง...อย่างน้อย ก็ไม่ชนะใจ...คนที่พยายามทำทุกสิ่งทุกอย่าง...ให้ทหารของกองทัพพระจักรพรรดิต้องตกอยู่ในอันตรายอย่างที่สุด”
สีหน้าและน้ำเสียงของโกโบริเต็มไปด้วยแววเยาะหยัน
ตอนสายวันต่อมาผ้าปูที่นอนเปียกโชกถูกฟาดลงที่แผ่นไม้
เห็นอังศุมาลินกำลังซักผ้าอยู่ที่ท่า แม่อรเดินถือกะละมังเปล่ามา แล้วก้มเก็บผ้าที่บิดหมาดที่กองอยู่ข้างๆ อังศุมาลินลงตระกร้า
เสียงเรือยนต์เร็วแล่นใกล้เข้ามา อังศุมาลินเงยขึ้นมอง เห็นเรือยนต์ทหารญี่ปุ่น 2-3 ลำ แล่นผ่านไปทางอู่ แม่อรมองตาม พลางเห็นอังศุมาลินมองตามเรือไม่วางตา
“นี่ทำไมสองสามวันนี้ ที่อู่ดูวุ่นๆ ทำงานเสียงดังกันทั้งวันทั้งคืนเลยนะ”
อังศุมาลินไม่ตอบแม่ ก้มหน้าซักผ้าต่อ
“ไม่รู้พ่อโกโบริเป็นยังไงบ้าง ไม่เห็นหน้าเลย”
“ก็คงยุ่งมั้งคะ”
อังศุมาลินบอก พลางบิดผ้าผืนสุดท้ายอย่างแรงระบายอารมณ์บางอย่าง แม่อรมอง ห่วงระคนสงสัย

ตะวันคล้อยต่ำ ความมืดโรยตัวคลุมทั่วบริเวณอู่ต่อเรือในอีกไม่นาน ภายในห้องทำงาน ดวงไฟต่อห้อยระโยงต่ำลงมาจากเพดาน เพื่อให้แสงบนโต๊ะทำงานมากเป็นพิเศษ มือที่จับดินสอของโกโบริบรรจงขีดเส้นแก้แบบระโยงระยาง แล้วก็ลบ
โกโบริที่สภาพดูผ่ายผอมหน้าตาทรุดโทรม หนวดเคราเขียวครึ้ม มีผ้าคาดหน้าผาก ใส่เสื้อยูกาตะ ที่ไม่ผูก ปล่อยด้านหน้าเปิดตลอด สวมกางเกงขาสั้น หน้าคร่ำเคร่งอยู่กับแบบเรือที่กางอยู่บนโต๊ะทำงาน และมีม้วนแบบพิมพ์เขียววางกองอยู่เต็มรอบ โดยเขียนลบแก้ไปมาอยู่หลายที จดจ้องจะเขียนต่อ นิ่งมองจนวางดินสอลง ยกมือลูบหน้าผาก
เสียงหมอโยชิดังขึ้น “เสร็จแล้วหรือ”
โกโบริสะดุ้งเล็กน้อย หันไปมองทางต้นเสียง หรี่ตามองผ่านหลบดวงไฟ เห็นเป็นหมอโยชิมายืนอยู่ใกล้หน้าโต๊ะ
“อ้อ โยชิซัง วันนี้ข้ามมาจากฝั่งนู้นเชียวหรือ”
หมอโยชิยิ้มให้เล็กน้อย “นี่งานยุ่งหรือ”
“ก็ไม่มาก” โกโบริยิ้ม ท่าทีเหนื่อยๆ
“ดูคุณผอมไปหน่อยนะ”
หมอโยชิทัก แล้วจ้องมองอย่างจับสังเกตโกโบริ ด้วยแววตาของผู้ที่อาวุโสกว่า
“ท่านโทโมยูกิให้มาเตือน ว่าคุณยังไม่ได้ไปพบทูตวัฒนธรรมเกี่ยวกับเรื่องงานแต่ง”
“ผมเบื่อที่จะฟังพวกเขาพูดกัน พูดแต่เรื่องไม่เป็นเรื่อง”
“แต่เป็นหน้าที่ที่คุณต้องรับทราบไว้”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 14/3 วันที่ 27 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager