อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 5 วันที่ 3 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 5 วันที่ 3 ก.พ. 56

กองทัพสัมพันธมิตรก็วางแผนว่าจะเริ่มบุกตะลุยให้หนักกว่าเดิมอีก”
ยายเมี้ยนเดินมาข้างแม่วัน
“ที่นี่โดนระเบิดตูมๆ แล้วที่อังกิดตอนนี้เป็นยังไงบ้าง พ่อวนัสน่ะแม่วัน”
แม่วันถอนใจ “ไม่ได้ข่าวมาหลายเดือน แต่เห็นพี่นุ่มได้ข่าวว่ากำลังหาทางกลับมาอยู่”
“อุ้ย..พี่วนัสจะกลับมา จริงเหรอคะน้าวัน” แมวดีใจ
“จ๊ะแมว น้าก็ภาวนาอยู่” แม่วันว่า

จังหวะนั้นตาบัวกับตาผล เดินโผล่ออกมาจากหลังวัด แล้วทำเป็นเดินเฉียดมองๆ ผ่านไป ตาแกละเหลือบไปเห็นร้องทัก
“เฮ้ย แกสองคนจะไปไหนกันวะ มาช่วยเขาขนของเหรอ”



ตาบัวทำไม่สนใจ ท่าทีเชิดๆ “เปล่า”
ยายเมี้ยนหันมามอง แล้วพูดจาถากถาง
“หรือว่าจะมาเที่ยวหาลู่ทางจะขโมยของชาวกรุงเขาล่ะ”
ตาผลฉุนด่าทันที “อ้าว..แม่เมี้ยน ปากหรือนั่น”
“แหม..ล้อเล่น..นี่ๆ ไอ้บัว ไอ้ผล แกสองคนมาพาพวกนี้เขาไปหาบ้านเช่าอพยพหลบภัยหน่อยสิ มีตั้งหลายคนเขาไม่มีที่ไป เขาจะให้ค่านายหน้านะ นี่ฉันว่าจะให้ไปเช่าห้องไอ้แกละ” ยายเมี้ยนบอก
ตาแกละเซ็งเลย “อ้าว แม่”
“ให้ไอ้แกละไปนอนนอกชาน” ยายเมี้ยนว่าต่อ
“ตามสบายเถอะ ข้าไม่ได้อยู่ว่างๆ” ตาบัวบอก
ตาผลคุยเป็นนัย “ฉันสองคนมีงานใหญ่รออยู่ ไปละ”

สองคนเดินเชิดชูคออาดๆ ไป ยายเมี้ยน กะตาแกละมองตามงงๆสงสัย
บ่ายนั้นแม่อรเตรียมประกอบอาหารเลี้ยงโกโบริ และหมอทาเคดะ อยู่ในครัว เห็นเครื่องแกงต่างๆ ที่ถูกหั่นไว้แล้ว เช่น พริกแดง ตะไคร้ มะกรูด วางอยู่

จังหวะต่อมา แม่อรกำลังง่วนอยู่กับการนวดคั้นกะทิในชามอ่างใบโต ส่วนอังศุมาลินที่แกล้งเดินกวาดบ้านไปมาอยู่ห่างๆ ครัว หยุดคิด แล้วตัดสินใจเอาไม้กวาดไปเก็บ เดินเข้าไปหาแม่อรที่หน้าครัว
อังศุมาลินตรงมาเก็บเศษผัก ขยะจากเครื่องปรุงต่างๆ ก้าน ใบ ที่หล่นทิ้งอยู่บริเวณเขียงและครกที่หน้าครัวจนเรียบร้อย อังศุมาลินตรงไปที่ครกที่มีเครื่องแกงโขกละเอียดอยู่ภายใน
“แม่คะ เครื่องแกงนี่เสร็จแล้วใช่ไหม”
“อ๋อ จ๊ะ เรียบร้อยแล้ว หนูเอาออกได้เลย”
อังศุมาลินจัดแจงตักเครื่องแกงออกจากครกมาใส่จานไว้ แล้วยกครกไปล้าง
“แม่จะทำแกงเผ็ดปลาดุก แต่ไม่ให้เผ็ดมากนัก เดี๋ยวเขาจะกินไม่ได้ แล้วก็จะมีผัดถั่วฝักยาวกับกุ้ง..หนูอยากให้แม่แบ่งกุ้งไว้สับ..สำหรับไว้ใส่ไข่เจียวไหมลูก”
แม่อรมองดูอาการลูกสาว
“ถ้ามีน้อยก็ไม่ต้องแบ่งให้หนูหรอกค่ะ ให้แต่พวก..คนดีของแม่เถอะ”
“นี่ อย่ามาหาเรื่องแม่นะ ทำไมแม่จะแบ่งให้หนูกินไม่ได้ล่ะ ของมีถมเถไป พวกเรือกุ้งเขาเอามาขายให้แต่เช้า เสียแต่หาตัวโตไม่ได้ ไม่งั้นแม่ก็ว่าจะเผาให้หนูจิ้มน้ำปลาหวานเสียด้วยซ้ำ”
อังศุมาลินที่กำลังล้างพวกครก มีด เขียง ของที่เลอะ อยู่ข้างตุ่มน้ำชะงักมือกึก สีหน้าสลดวูบ แม่อรนึกได้ ชะงัก แล้วลอบมองดูลูก เห็นอังศุมาลินดูบอบบาง อ่อนแอ และเศร้าสร้อย หน้าซีดเซียว
แม่อรนึกสงสารเอ่ยขึ้น “คิดถึงวนัสนะ”
อังศุมาลินชะงัก หันมา ฝืนยิ้ม “ค่ะ ไม่รู้ว่า..ญี่ปุนเขาจับคนอังกฤษแบบนี้ คนที่ไปเรียนอังกฤษ จะมีความผิดไปด้วยหรือเปล่า”
“ทางฝั่งพระนครเขาทิ้งบอมบ์กันแบบนี้ หนักๆเข้า พวกญี่ปุ่นอาจจะยอมแพ้ก็ได้นะ”
อังศุมาลินตาแข็งขึ้นขณะขึ้น “กว่าพวกมันจะยอมแพ้ พอดีระเบิดลงบ้านคนไทยเดือดร้อนกันไปหมด ทำไมพวกฝรั่งไม่ทิ้งกันให้แม่นๆ ก็ไม่รู้ จะได้โดนแต่พวกมันตาย!”
อังศุมาลินยกครก เขียง และชามที่ล้างเสร็จมาคว่ำ เสียงดังเล็กน้อย แม่อรแอบส่ายหน้า
แม่อรเลื่อนชามกากมะพร้าวที่คั้นเสร็จออก มองสำรวจเครื่องปรุงที่วางเตรียมไว้ แล้วเบิกตากว้าง
“ตายจริง..ลืมโหระพากับมะกรูด หนูช่วยแม่ไปเอาในสวนมาให้แม่ทีเถอะ”
อังศุมาลินหันมา ฝืนยิ้ม “ค่ะ”
อังศุมาลินละมือจากงาน รีบลงบันไดไป แม่อรมองตาม ถอนใจยาว เหนื่อยกับนิสัยรั้นของลูกสาว

ที่สวนหลังบ้านอังศุมาลิน แสงแดดยามบ่ายส่องลอดหมู่ไม้ในสวนที่เขียวครึ้มขณะที่อังศุมาลินถลกผ้าถุงเดินมาตามท้องร่องอย่างคล่องแคล่ว
ในจังหวะหนึ่งที่กำลังจะกระโดดข้ามท้องร่องไปฟากที่เป็นแปลงปลูกผักสวนครัวไว้ อังศุมาลินเหลือบไปเห็นชายเสื้อสีกากีๆ ไหวๆ ที่ดงสวนกล้วยถัดไป
“นี่ พวกไอ้ยุ่นมันยังไม่เข็ดกันอีกหรือ เดี๋ยวเถอะ”
อังศุมาลินพึมพำ แล้วเปลี่ยนเป็นเดินเลาะไปยังสะพานไม้ที่ทำจากลำต้นมะพร้าวที่อยู่ไปไม่ไกล
อังศุมาลินเดินย่องอ้อมไปหลังดงกล้วยที่มีหน่อกล้วยขึ้นแซมหนาตา ยิ่งใกล้เข้าไปยิ่งได้ยิน เสียงคนคุยพึมพำกัน อังศุมาลินมองหาอาวุธ เจอท่อนไม้ฟืนที่กองๆ คว้าท่อนเหมาะๆ มากระชับมือ
อังศุมาลินตัดสินใจแหวกดงกล้วยโผล่ออกไปทันที
"ไอ้พวกหัวขโมย!”
อังศุมาลินเงื้อไม้สุดตัว แล้วต้องตกใจ ชะงักกึก
ข้างหน้า คือตาบัว ตาผล มีคนหนึ่ง ใส่ชุดสีกากีหลวมๆ เหมือนชุดที่ใครเขาบริจาคมาให้
“อุ๊ย..ลุงบัว ลุงผล นี่มาทำอะไรกัน”
“เฮ้ย” ตาผลชะงักดาบในมือ “เกือบไปแล้วไหมละ”
ตาบัว ตาผล ใส่ชุดทะมัดทะแมง มีผ้าขาวม้าคาดหนาแน่นที่ตัว พร้อมดาบยาวคนละเล่ม
“ลุงสบายดีกันแล้วนะ นี่หลบมากินเหล้ากันหรือคะ”
สองเกลอมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“นี่หนูอัง เห็นว่าคุณยายไม่สบาย แล้วมีหมอมารักษาอยู่ทุกวันไม่ใช่หรือ” ตาบัวถามขึ้น
อังศุมาลินแปลกใจ อึ้ง ขมวดคิ้วย้อนถาม “ทำไมคะลุงบัว”
ตาบัวหันไปพยักหน้ากับตาผล “จริงอย่างเอ็งว่าว่ะผล”
“ฮื่อ..ข้าว่าแล้ว”
อังศุมาลินงงหนัก “อะไรกันลุง”
“แล้วไอ้นายช่างใหญ่มันก็มาด้วยทุกวันหรือเปล่า” ตาบัวถามถึงโกโบริ
อังศุมาลินรู้สึกตะหงิดๆ ในใจ ท่าทีอึกอักไป “บางทีก็มา”
ตาผลคาดคั้น “วันนี้มาไหม”
“ลุงจะทำไมล่ะ” อังศุมาลินถาม
ตาบัว เงยหน้ามองอังศุมาลิน ด้วยแววตาเป็นประกาย
“จะว่าไป..วันนั้นลุงยังไม่ได้ขอบใจแม่อัง” ตาบัวบอก
“วันไหนคะ”
ตาบัวโพล่งขึ้นมา “วันที่ไอ้นายช่างมันทารุณลุงกับไอ้ผลน่ะซิ”
อังศุมาลินกวาดตามองทั้งสองคน สีหน้าตำหนิ คันปาก อยากอบรมความประพฤติ
ตาผลบอกต่อ “วันนั้น ไม่ได้แม่อังช่วยพูด ลุงสองคนคงตายไปแล้ว”
“หนูรู้ไหม หลังจากวันนั้นลุงกับไอ้ผลเจ็บกันมาเป็นเดือน ข้าวของเงินทองหมดไปเพราะเอามารักษาตัว” ตาบัวว่า
ตาผลตาม “แค้นมันนัก..ไอ้พวกศัตรูของชาติ เอาไว้ไม่ได้”
“ตกลงเย็นนี้มันมาใช่ไหม” ตาบัวถามท่าทีเคียดแค้นหนัก
“คงมา..กระมัง...” อังศุมาลินบอก
“ดี!” ตาบัวว่า พลางยกดาบขึ้นมา “จะดักฟันมันมืดๆ นี่ละ”
อังศุมาลินอึ้ง “จริงหรือลุง”
“ก็จริงซิแม่อัง คอยดูคืนนี้เถอะ.. เราจะได้เห็นดีกัน ว่าที่นี่..มันแผ่นดินของใครกันแน่!” ตาบัวทำหน้าโหดไปมา “พวกมันไม่มีสิทธิ์ จะมาทำโทษคนไทย”
ตาผลผสมโรง “ถึงรัฐบาลยอม แต่ประชาชนไม่ยอมโว้ย เราต้องมาร่วมมือกัน แม่อัง”

อังศุมาลินอึ้ง นิ่งงันไป
ที่อู่ต่อเรือญี่ปุ่น หมอทาเคดะมาเดินหาโกโบริซึ่งกำลังตรวจสอบความเรียบร้อยการสร้างเรือลำหนึ่งอยู่ โกโบริชี้ให้ลูกน้องทหารช่างดูจุดนี้นั้น ว่าต้องแก้ไขตรงไหน ยังไง ท่าทางออกจะเข้มงวดและละเอียดมาก

ทหารช่าง 3 คน ที่เป็นผู้รับผิดชอบยืนฟังตั้งใจ โกโบริเข้าไปชี้จุดบางจุดใกล้ๆ ว่าต้องทำยังไงพร้อมลงมือทำให้ดู ว่าต้องแก้ไขยังไง ทุกคนเข้ามามุงดู เอาจริงเอาจัง หน้าเปื้อน มือเปื้อน ชุดเลอะตามๆ กัน
หมอทาเคดะยืนดูจนจบที่โกโบริสอนเสร็จแล้วลุกมา หันมาเห็นหมอพอดี โปโบริปัดๆ มือ ขณะที่หมอทาเคดะ ชี้ที่นาฬิกาข้อมือบอกเป็นภาษาญี่ปุ่น
“จะถึงเวลาแล้วนะ โกโบริ”
โกโบริดีใจตอบกลับ “ใช่ๆ ไปเดี๋ยวนี้ครับ”
หมอทาเคดะมองสภาพโกโบริหัวจรดเท้าที่ดูมอมแมมจึงถาม
“แล้วคุณ จะไป..สภาพแบบนี้หรือ”
“ผมจะไป ล้างมือ ล้างหน้า..และ…”
หมอทาเคดะยิ้มขำๆ ส่ายหน้า
“ตกลง อย่างนั้นผมจะรีบไปอาบน้ำ” โกโบริรีบก้าวยาวๆ แกมวิ่งไปที่ห้องพัก
เวลานั้นพวกเคสุเกะและทหารอีก 4-5 คนกำลังเดินจะตัดขวางทางโกโบริ เงยมาเห็นโกโบริกำลังพุ่งมา เคสุเกะรีบเบรคเอี๊ยด จนคนที่ตามมาติดๆ กันเบรกไม่ทัน ชนท้ายกันตึ้งๆๆ เป็นทอดๆ
โกโบริรีบเดินผ่านไปอย่างเร็ว ไม่หันมาสนใจเลย
หมอทาเคดะขำๆ ส่ายหัวกับท่าทีรีบร้อนจะไปเจอสาวไทยของโกโบริ

ส่วนที่ท้ายสวนหลังบ้านอังศุมาลินเวลานั้น สองเกลอตาบัว ตาผล ซ้อมท่ากันไปมาอย่างมันมือ อังศุมาลินคิดหนัก สับสน ลังเล ในที่สุดก็หลุดปากออกมา
“ลุง..คือ..ชั้นคิดว่า..บางที..วันนี้พวกหมอเค้าอาจจะไม่มาก็ได้”
ตาผล ตาบัว ที่กวัดแกว่งดาบ กระเหี้ยนกระหือกัน ต่างหันขวับมามอง พูดพร้อมกันเซ็งๆ
“อ้าว!!”
“เดี๋ยวๆๆ ก่อน..” ตาบัวเดินมาดักหน้า จ้องอังศุมาลิน “แล้วคุณยายแม่อังหายรึยังล่ะ”
อังศุมาลินอึกอัก “ก็..ยังไม่หายดี..แต่”
ตาบัวตัดบท “เอาล่ะๆ..ก็สรุปว่า..บางทีหมอก็มาฉีดยา หรือบางที อาจจะไม่มา..แต่ถ้ามา ไอ้ตัวนายช่างก็จะมาด้วย..ใช่ไหมล่ะ แม่อัง..” พลางหันมา มองหน้าตาผลอย่างจริงจัง “ดังนั้น..ไม่ว่าจะมา..หรือไม่มา เราก็จะดักอยู่ตรงนี้..เพราะถ้ามันข้ามจากอู่มาหลังสวน..ก็จะต้องเดินผ่านตรงนี้..”
“งั้น..ถ้าเผื่อ..เค้าอาจจะมาทางเรือ” อังศุมาลินบอกอีก
“ก็ช่างหัวมัน ถ้ามันมาทางเรือก็แปลว่าชะตามันยังดีอยู่ ก็เลยแคล้วคลาด” ตาผลว่า
“งั้นทำไมพวกลุงถึงต้องมาดักทำเค้าที่นี่ด้วยล่ะ ถ้าเก่งจริง..ก็แอบบุกเข้าไปฆ่าเสียที่ในอู่เลยสิ” อังศุมาลินแดกดัน
ตาผลมองอย่างจับสังเกตว่าอังศุมาลินรู้สึกยังไง “ไปให้มันฆ่าตายล่ะไม่ว่า ธุระอะไรจะทำโง่ๆ แบบนั้น สู้นั่งคอยมันจากนี้ไม่ดีกว่าหรือ”
อังศุมาลินหลบตา พาลเหวี่ยงใส่ “งั้นลุงอยากจะทำยังไงก็ตามใจเถอะ” แล้วรีบเดินหนี
ตาบัวตะโกนดักคอ “แม่อังคงไม่เก็บไปบอกพวกมันหรอกนะ ว่าเราคอยมันอยู่ตรงนี้”
อังศุมาลินจี๊ด หันมา “ไม่ใช่ธุระของฉัน ฉันไม่ยุ่งด้วยหรอก”
อังศุมาลินรีบเดินไปทางที่ปลูกโหระพาลิ่วๆ สองเกลอกระหยิ่ม กระเหี้ยนกระหือรือมาก

สองแม่ลูกอยู่ในครัว แม่อรผัดเครื่องแกงกับเนื้อสัตว์และกะทิในกระทะควันโขมง กลิ่นหอมฉุย
อังศุมาลินวิ่งถือกำโหระพามา หน้าตาหมกมุ่น กลุ้มใจ คิดไม่ตก แม่อรหันมามอง ยิ้มห่วงๆ “ทำไมมาช้านักล่ะลูก แม่กำลังเป็นห่วงเชียว”
อังศุมาลินรีบตักน้ำใส่กาละมังเล็กๆ แล้วนั่งลง เด็ดใบโหระพาลงแช่ หน้าตายุ่งยากใจ แม่อรมองมา เห็นแต่โหระพา
“แล้วไหนมะเขือล่ะจ๊ะ”
อังศุมาลินสะดุ้ง ราวขวัญเสีย “ตายจริง..หนูลืมเก็บมะเขือพวง” ทำท่าจะลุกขึ้น
แม่อรยิ้มใจดี ขำๆ “ไม่เป็นไรๆ ไม่ต้อง” พลางบุ้ยใบ้ไปที่ผักในกระจาด “ใช้มะเขืออ่อนนี่ก็ได้ลูก..ผ่าสี่เข้าเสียหน่อย มะเขือพวงมันดีแต่สวยเท่านั้น จะกินกันเป็นหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“หนูทำให้ค่ะ” อังศุมาลินรีบลุกมาคว้ากระจาด แต่คว้าเร็วไปหน่อย ทำกระจาดเอียง มะเขือกลิ้งร่วงลงพื้นขลุกๆ อังศุมาลินต้องวางกระจาด แล้วนั่งลงเก็บ
แม่อรแอบมองลูกสาว เริ่มรู้สึกผิดสังเกต แอบแปลกใจ อังศุมาลินเอามะเขือไปล้าง หน้าตาไม่สบายใจอย่างหนัก ในที่สุดอดไม่ได้ ปรารภขึ้น
“แม่คะ”
แม่อรเหลียวมามองหน้า “จ๊ะ”
“ถ้าเผื่อว่า...” อังศุมาลินสบตาแม่ แล้วไม่กล้าบอก เลี่ยงไป “สมมุติว่า..เขาไม่มากันล่ะคะ”
“ต้องมาสิลูก..ก็เขารับเชิญเราแล้ว หนูมีอะไรหรือเปล่า”
อังศุมาลินหลุดปากออกมา “หนูไม่อยากให้เขามา”
แม่อรขมวดคิ้ว “ทำไมล่ะลูก..ก็..เราคุยกัน..เข้าใจแล้วไม่ใช่หรือลูก”
“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะ..แต่...” อังศุมาลินหยุด นิ่งเงียบไปนาน
“หนูมีอะไรกันแน่ลูก” แม่อรสงสัย
“เปล่าคะ..แต่..หนูว่า...” อังศุมาลินพูดไม่ออก ตัดสินใจเงียบดีกว่า
แม่อรรอฟังอยู่ “หนูจะว่าว่าอะไรจ๊ะ”
“ช่างเถอะค่ะ ไม่มีอะไรหรอก..” อังศุมาลินตัดบท แต่อยู่ๆ โพล่งออกมาอีกจนได้ “แม่ทราบไหมคะ ว่าเวลานี้ตาบัว ตาผล เป็นยังไงมั่ง”
“ได้ข่าวว่าหายดีแล้ว..ชักจะทำตัวเป็นนักเลง” แม่อรบอก
“หนูว่า..แกคง..ไม่ชอบ..อีตาช่างนั่นนักหรอก”
แม่อรหัวเราะ “ลงถึงขนาดนั้นแล้ว จะชอบกันได้ยังไงล่ะจ๊ะ”
“แกคง..หาโอกาสเล่นงานอีตานั่นให้ได้” อังศุมาลินว่า
แม่อรส่ายหัวก่อนจะบอก “แกก็น่าจะรู้ตัวว่าแกผิดอยู่เต็มประตู ขโมยของเขา เขาจับได้ เขาก็ต้องลงโทษ คนของเขาเอง..เขายังไม่เว้น แต่แกจะไปทำอะไรเขาได้ ก็คงเที่ยวคุยโวเป็นอันธพาลไปตามเรื่อง”
อังศุมาลินอยากจะบอกแม่ แต่ก็ลังเล ใจหนึ่ง ก็อยากให้พวกญี่ปุ่นโดนเข้าซะบ้าง แต่ใจหนึ่งก็ขัดแย้งตัวเอง
แม่อรมองมาดูอาการออก จึงเตือนลูกสาวอย่างห่วงๆ “หนูอย่าไปยุ่งกะเค้าเลยลูก ไม่ว่าจะเข้ากะฝ่ายโน้นหรือฝ่ายนี้..เราลำบากทั้งขึ้นทั้งล่อง เราก็อยู่ของเราไป ใครดีมาเราก็ดีไป ใครร้ายมาเราก็เลี่ยงๆ ซะเท่านั้นเป็นพอ”
อังสุมาลินเงียบ ใช้มีดคม ผ่ามะเขือฉับๆๆ

เย็นนั้นสองเกลออยู่ท้ายสวนบ้านอังศุมาลิน ตาบัวเฉาะมะพร้าวด้วยดาบคมกริบ มะพร้าวเปิดทันที แล้วยกมาดื่มน้ำ อั้กๆๆ น้ำมะพร้าวไหลเลอะเทอะตัวก็ไม่สน ฝ่ายตาผลนั่งกินฝรั่งกินทิ้งกินขว้าง
ตาผลบ่น “ฝาดจังวะ”
“จะไม่ฝาดยังไง มันยังดิบๆ เก็บลูกแก่ๆ มากินสิวะ” ตาบัวบอก

จังหวะนั้น โกโบริ และหมอทาเคดะ เดินลัดมาตามทางในสวน ตาบัวกับตาผลได้ยินเสียง หันมาสบตากัน แล้วกระโดดหลบข้างท้องร่องสวน
โกโบริ และหมอทาเคดะ เดินผ่านไป คุยกัน ยิ้มแย้มแจ่มใส
ตาบัว ตาผล ซุ่มนิ่งจนสองคนคล้อยหลังไปไกล แล้วโผล่หัวออกมา หน้าตาสมหวัง
“มันเดินตัดท้ายสวนมากันจริงๆ ด้วย ไม่ได้มาทางเรือ” ตาบัวว่า
ตาผลคำราม “ชะตามึงขาดแน่แล้ว.. ไอ้โกโบริ”

ทั้งสองกระเหี้ยนกระหือรือจะเอาโกโบริถึงตาย!!!
เย็นนั้นขณะที่อังศุมาลินกำลังตัดดอกไม้ ดอกพุด ใบเฟิร์นอยู่ใกล้ๆ ท่าน้ำ พอดีเรือกำนันนุ่ม ที่มีคนเรือพายมา และมีคนนั่งมาเต็มลำ ทั้งแม่วัน ยายเมี้ยน ตาแกละ แมว และญาติชาวพระนครอีก 2 คน

“หนูอัง..ไม่เห็นไปวัดเลยวันนี้ นั่นตัดดอกไม้ไปไหว้พระเหรอจ๊ะ” ยายเมี้ยนร้องทัก
อังศุมาลินมองไม่ตอบ แต่ไหว้ผู้ใหญ่ทุกคน
“คุณยายหายหรือยัง หนูอัง” กำนันถาม
“ดีขึ้นมากแล้วค่ะ”
“ก็มันแน่ล่ะ มียาญี่ปุ่นมาจิ้มก้องทุกวันนี่นา…โชคดีนะ บ้านอยู่ติดอู่” ยายเมี้ยนเปิดฉากเม้าธ์
“แม่อังทำถูกแล้ว ที่ผูกมิตรกับเขาไว้ ป้ายังกลัวแทน...ที่หนูแข็งนัก หัวรุนแรงนัก กลัวว่าเกิดเขาอาฆาตมาดร้ายขึ้นมา พวกหนูจะแย่”
“บ้านนี้น่าอยู่นะ ถ้ามีบ้านแบบนี้ให้เช่าคงจะดี” ชาวพระนครคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
ตาแกละเสริมขึ้น “สนใจให้คนเช่าบ้านไหม นี่พวกคนพระนครบ้านเขาถูกบอม อพยพหนีระเบิดมา เขาให้ราคาดีนะ แม่อัง”
“ไม่หรอกจ้ะ ลุงแกละ”
แมวพูดเสียงดัง “โอ๊ย..ผู้คนเขาลำบากเพราะญี่ปุ่นมันมายึดบ้านยึดเมืองทั้งนั้น มีแต่บ้านเธอนี่ล่ะนะ อังศุมาลิน ที่อยู่ดีมีสุขขึ้น...พอๆ กะยัยวิภาร้านขายข้าวสารเลยนะ”
จากนั้นยายเมี้ยนกับแมวก็หัวเราะคิกคัก เรือแล่นเลยคุ้งน้ำไป
อังศุมาลินโมโห แทบจะขว้างดอกไม้ทิ้ง

ไม่นานต่อมา โกโบริหยุดยืนอยู่หน้าเรือนไทยของอังศุมาลิน แหงนมองดูดอกไม้ที่เลื้อยพันซุ้มหลังคาเหนือประตูทางขึ้น มองดอกเฟื่องฟ้าสีสดชูช่อแซม อย่างมีความรื่นรมย์ในใจ
ทาเคดะมองหน้าโกโบริ มองดอกไม้ แล้วยิ้ม ขณะที่โกโบริกำลังจะก้าวขึ้นเรือน แล้วชะงัก เมื่อมองไปที่บันไดขั้นแรกๆ มีรองเท้าแตะของอังศุมาลิน และแม่อร วางเรียงเป็นระเบียบอยู่
โกโบริหันกลับ นั่งลงที่ขั้นบันได ทำการถอดรองเท้าบู้ธออกอย่างตั้งใจ หมอทาเคดะนั่งลง ทำตามบ้าง
อังศุมาลินปักดอกพุดซ้อนดอกใหญ่ ลงในแจกันกระเบื้องทรงกลมขนาดเล็กเสร็จ แล้วนั่งคุกเข่า ปักดอกไม้ไปแล้ว 1 ดอก แต่ถอนหายใจ อึ้ง ท่าทีลังเล ข้างๆ มีดอกพุดอีก 2-3 กิ่ง และเฟิร์น สีหน้าอังศุมาลินขรึมลง คิดหนัก ถือดอกไม้ ใจลอยอยู่

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 5 วันที่ 3 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager