อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 5/2 วันที่ 4 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 5/2 วันที่ 4 ก.พ. 56

อังศุมาลินปักดอกพุดซ้อนดอกใหญ่ ลงในแจกันกระเบื้องทรงกลมขนาดเล็กเสร็จ แล้วนั่งคุกเข่า ปักดอกไม้ไปแล้ว 1 ดอก แต่ถอนหายใจ อึ้ง ท่าทีลังเล ข้างๆ มีดอกพุดอีก 2-3 กิ่ง และเฟิร์น สีหน้าอังศุมาลินขรึมลง คิดหนัก ถือดอกไม้ ใจลอยอยู่
โกโบริเดินขึ้นบันได ก้าวพ้นระแนงไม้ตรงประตูเข้ามา เห็นภาพนั้นพอดี เป็นภาพอังศุมาลินนั่งจัดดอกไม้หันด้านข้างให้ ในแสงยามเย็นที่สวยงาม

อังศุมาลินไม่ได้ยินเสียง เพราะโกโบริเดินเรือนขึ้นมาโดยไม่สวมรองเท้า ฝีเท้าเบา
โกโบริยืนมอง ประทับใจมาก
หมอทาเคดะตามขึ้นมา ยืนเคียงกัน มองดูอังศุมาลิน แล้วเลยหันมามองหน้าโกโบริ
อังศุมาลินได้ยินเสียงคน หันไป เห็นสองคน ตกใจเล็กน้อย โกโบริ มองหน้าสบตาอังศุมาลิน พูดลอยๆ ขึ้นมา เป็นคำญี่ปุ่น



“สวยจังนะ”
อังศุมาลินขมวดคิ้ว
โกโบริแกล้งกลบเกลื่อนทำเป็นหันไป ยืนเอามือไพล่หลัง เงยมอง ชี้ชมซุ้มดอกไม้เลื้อย “สวยจัง-นะหมอ”
หมอทาเคดะหันไป มองซุ้มดอกไม้เลื้อย ตามโกโบริ
อังศุมาลินที่กำลังเครียด ลังเล สับสน กลับกลายเป็นพาลหมั่นไส้ขึ้นมา รีบลุก เดินเข้ามาโค้งแบบญี่ปุ่น จงใจพูดจาเป็นทางการประชดประชัน
“ยินดีมากค่ะ...ที่พวกคุณมา”
“ยินดีเช่นกันครับ ขอบคุณ” หมอทาเคดะโค้งอย่างแข็งขัน
โกโบริโค้งด้วยนิดๆ มองแบบยิ้มๆ “ขอบคุณครับ..ขอบคุณมาก”
“เชิญค่ะ..เชิญที่โต๊ะเลย คุณแม่กำลังจะออกมา” อังศุมาลิน มอง เริ่มหมั่นไส้มากขึ้น รีบกลับไป นั่งลงเสียบๆ ดอกไม้แบบเร็วๆ รีบๆ เก็บ)
โกโบริแอบสะกิดหมอ
หมอทาเคดะหันมามอง งงๆ อะไรวะ? โกโบริส่งสัญญาณบุ้ยใบ้ทางสายตาไปที่ห้องคุณยาย
นั่นแหละหมอจึงเริ่มเข้าใจสัญญาณ “อ้อๆ..หมอ..อยากจะ ขอดู..อาการ..คุณยาย ก่อน”
“คุณยายอาการดีขึ้นมากแล้วค่ะ คิดว่าหายแล้ว ตอนนี้หลับอยู่ พวกคุณรับประทานอาหารกันเลย...ดีไหมคะ รีบๆ รับประทาน จะได้รีบๆ กลับกันก่อนจะค่ำ” อังศุมาลินบอก
โกโบริแย้ง “ไข้มาเลเรีย ไว้ใจไม่ได้ บางที มันมีระยะหนึ่ง ที่ดูเหมือน..จะหายขาดแล้ว แต่ความจริงยังไม่หาย”
“ยาชุดนี้-มี 5 เข็ม-ผมอยาก-จะฉีด-คุณยาย-ให้ครบครับ” หมอบอก
“งั้น…” อังศุมาลินไตร่ตรองแล้ว ยอมแพ้ ตกลงวางดอกไม้ลงข้างแจกันก่อน “ชิญค่ะ” ผายมือทางห้องยายศร
หมอทาเคดะเดินไป โกโบริขยับจะตาม
อังศุมาลินรีบหันมา เย็นชาใส่ “คุณ..กรุณารอข้างนอก”
โกโบริอึ้งไป ก้มหัวให้ “ครับ..เชิญตามสบายครับ”
อังศุมาลินมองหน้าโกโบริ เหมือนอยากบอกอะไร โกโบริทำหน้ารอฟัง
อังศุมาลินเปลี่ยนใจ รีบหันเดิน ไปเปิดประตูห้องคุณยายให้หมอ
โกโบริเก้อ มองตามทั้งสองไป ยิ้มๆ ส่ายหัว ไม่เข้าใจอังศุมาลิน ที่ไม่ยอมญาติดีซะที

ยายศรพลิกตัวมา ทำหน้าเพลียๆ แหยๆ
“อะไร..ฉีดยาอีกเหรอ พ่อคุ้ณ…”
“ครับผม…” หมอบอก
ยายศรร้องเจ็บรอล่วงหน้า “โอย..เจ็บ”
แม่อรหัวเราะ “อะไร ยังไม่ทันฉีดเลยค่ะแม่”
อังศุมาลินยิ้มกับหมอ ท่าทีเกรงใจ
“รอสักครู่นะคะ” แล้วรีบลุกไป

อังศุมาลินออกมาจากห้องยาย จะไปครัว แล้วชะงัก
เห็นที่โต๊ะตัวเดิมตรงยกพื้น โกโบริกำลังคุกเข่า ก้มหน้าก้มตาจัดดอกไม้ต่อ ในแจกัน ตอนนี้บนโต๊ะ มีดอกไม้ที่เด็ดมาจากซุ้มไม้เลื้อยของที่นี่ เด็ดมาเป็นช่อยาวบ้าง สั้นบ้าง 2-3 ก้าน วางอยู่
อังศุมาลินหยุดมอง อึ้ง คิดหนักจะบอกตอนนี้ดีไหม หรือไม่บอก ปล่อยให้ตายไป
โกโบริหันมาเจอหน้าอังศุมาลินก็ยิ้ม และก้มหัวให้แบบเขินนิดๆ
อังศุมาลินรีบเมิน เดินไปครัว โกโบริจ๋อย มองตาม
อังศุมาลินรีบยกกาน้ำร้อนที่เดือดปุดๆ พ่นควันจางๆ จากบนเตา กับอ่างเพื่อใส่น้ำสำหรับลวกเข็ม หยุดชะงัก หน้าครุ่นคิด เอาไงดีๆๆๆ แล้วรีบหัน เดินกลับเข้าไปในห้อง ไม่หันมามองโกโบริอีก
โกโบริมองตามไป ก่อนจะถอนใจ แล้วก้มลงจัดดอกไม้ต่อ

ในห้องนอนยายศร หมอทาเคดะกำลังเตรียมอุปกรณ์
ยายศรถาม “เข็มใหญ่ไปหรือเปล่า”
“ไม่ใหญ่ ไม่ใหญ่”
แม่อรปราม “แม่คะ..พออาการดีขึ้น..ชักจะงอแงซะแล้ว”
จังหวะนั้นอังศุมาลินเอากาน้ำมาวางให้บนที่รองผ้านวม และวางอ่างสำหรับลวกเข็มลง แล้วนั่งพับเพียบลงข้างๆ เตรียมช่วย
“จะให้เทน้ำใส่ในนี้เลยไหมคะ”
แม่อรเอ่ยขึ้น “แม่ทำเอง..หนูออกไปรับแขกข้างนอกเถอะ”
“แต่…” อังศุมาลินอิดออด
“ไปสิจ๊ะ ทิ้งให้เขาอยู่คนเดียวไม่ดีหรอกลูก”
“แล้วแม่จะพูดกับหมอรู้เรื่องหรือคะ” อังศุมาลินถาม
“รู้เรื่องครับ รู้เรื่อง…” หมอรีบตอบ

อังศุมาลินอึดอัดใจ
โกโบริจัดดอกไม้เสร็จ โดยในแจกัน มีดอกพุดซ้อนใหญ่ดอกเดียวเป็นประธานในจุดที่ต่ำสุดของแจกัน แล้วดอกไม้เลื้อยที่เก็บมา ใช้ทั้งดอก กิ่ง และใบ ถูกดัดให้เป็นรูปโค้งยาว เป็นองค์ประกอบ

อังศุมาลินเดินมาหยุดดูอยู่ห่างๆ โกโบริกำลังเสร็จงาน ถามขึ้น โดยไม่หันมามอง
“คุณ-เคย-จัดดอกไม้-แบบญี่ปุ่น-ไหม”
อังศุมาลินนิ่งไปพัก แล้วตอบห้วน “ไม่เคย”
โกโบริหันมามองถามอีก “แล้ว-เคยเห็นบ้าง-ไหม”
อังศุมาลินทำหน้าเย็นชาใส่ก่อนบอก “ไม่ได้สนใจดู”
“เคย- กินอาหารญี่ปุ่น-ไหม” โกโบริถามอีก
“ไม่ชอบ” อังศุมาลินตอบห้วนเช่นเคย
โกโบริท้อใจ “คุณ-ไม่ชอบ-อะไรของญี่ปุ่น-ซักอย่าง-แม้แต่คนญี่ปุ่น-เช่น..ผมเอง”
อังศุมาลินอึ้ง เบนสายตาไปจ้องดอกไม้ นิ่งไป
โกโบริกลับมาสนใจดอกไม้ แล้วตกแต่งขยับนั่นนี่เล็กน้อยอย่างเบามือ “ที่ประเทศญี่ปุ่น...ผู้หญิงทุกคนต้อง-จัดดอกไม้-เป็น” แววตาเจิดจ้าสดใส ดูมีความสุขขึ้นมา “แม่ผม-จัดดอกไม้เก่ง-เสียดาย-ไม่มีลูกสาว-ที่ -จะเรียนวิชานี้” ขณะพูดหันมา ยิ้มอ่อนโยน “ผม-เคยเห็นแม่จัดบ่อยๆ-จำได้-วันนี้ลองทำดู”
อังศุมาลินใจอ่อนลง “ไม่เคยทำมาก่อนหรือ”
โกโบริส่ายหน้า “ไม่เคย..เพราะ- ที่ประเทศญี่ปุ่น จัดดอกไม้ ทำอาหาร ทำงานบ้าน—เป็นหน้าที่ของผู้หญิง ผู้หญิง ต้องทำทุกอย่าง เพื่อ-รับใช้ -ทำให้ ผู้ชาย มีความสุข” พูดแล้วไม่แน่ใจคำที่ใช้ เงยหน้ามองอีกฝ่ายเป็นเชิงขอความช่วยเหลือ
“ปรนนิบัติผู้ชาย” อังศุมาลินแก้ให้
โกโบริทวนคำ “ปรน-นิ-บัติ”
อังศุมาลินเดินเข้ามา นั่งดูดอกไม้นั้น ตั้งใจสังเกตจริงๆ
“คุณไม่เคยทำ แต่ทำได้สวย..มาก”
โกโบริเริ่มมีกำลังใจ อยากอธิบาย “สูงสุด คือ-สวรรค์ แล้ว..มนุษย์ แล้ว แผ่นดิน”
อังศุมาลินมอง ท่าทีสนใจ
โกโบริบอกอีก “ถ้า..น้อยเกินไป ก็ เพิ่ม..อีกดอก…ต่ำกว่าสวรรค์ แต่สูงกว่ามนุษย์...คือ..ภูเขา”
อังศุมาลินฟังจนเพลิน เลยลืมเรื่องในใจไปชั่วขณะ “คนไทย..นิยมเอาดอกไม้มาเด็ด..แล้วร้อย เป็นมาลัย หรือไม่ก็ปักเป็นพุ่มๆ”
“คุณทำได้ไหม? ทำให้ดูบ้าง ได้ไหม” โกโบริถาม
อังศุมาลินอึ้งไปนิด “อาจจะได้...ถ้า…มีเวลา”
โกโบริดีใจมาก โค้งต่ำในท่าคุกเข่า “ขอบคุณมาก ขอบคุณๆ”
อังศุมาลินตัดสินใจจะบอกเรื่องที่มีคนจะดักทำร้ายตอนกลับ “โกโบริ...”
โกโบริมองจ้องหน้ารอฟัง “ครับ..อะไรครับ”
บังเอิญแม่อร นำหมอทาเคดะออกมาพอดี
“ยัยอัง…พาคุณหมอกับพ่อดอกมะลิไปล้างมือสิลูก..เดี๋ยวจะได้ทานข้าวกัน” แม่อรพูดจบแล้วเดินไปที่ครัวเลย
โกโบริได้ยิน หันไปมองแม่อร แล้วหันกลับมามองหน้าอังศุมาลินงงๆ
“พ่อ..ดอก..มะลิ”
อังศุมาลินเมินไปทางหมอ “คุณหมอ...คุณ…เชิญทางนี้ค่ะ” แล้วเดินทำไปทางตุ่มน้ำฝนที่ตั้งเรียงราย

ไม่นานนัก แม่อรตักข้าวใส่หม้อสำหรับตั้งโต๊ะ เป็นหม้อดิน อัศุมาลินจัดจานกระเบื้อง ช้อนส้อมอยู่มุมหนึ่งในครัว แล้วตัดสินใจ หันมา
“แม่คะ..รีบๆ ให้พวกเค้ากินแล้วรีบกลับก่อนค่ำนะคะ”
แม่อรขึ้นเสียง “อีกแล้ว..ยายอัง”
อังศุมาลินชักสีหน้า “โธ่..แม่คะ”
“มันจะอะไรกันนักหนานะ ลูก..แม่ขอกำชับไว้เลยนะ..ทำตัวดีๆ ให้สมกับเป็นเจ้าบ้านที่ดีหน่อย เขามีน้ำใจขนาดไหน ที่ดีกับคุณยายขนาดนี้ เป็นผู้ใหญ่หน่อยลูก..รู้จักแยกแยะบ้าง” แม่อรเดินยกหม้อออกไป
อังศุมาลินนิ่งไป ในสีหน้าเหมือนเริ่มเปลี่ยนความคิดเป็นประชดๆ ว่า งั้นก็ปล่อยตามกรรมละกัน

บ้านอังศุมาลินตกอยู่ ในความมืดยามค่ำคืน มีเพียงแสงตะเกียงส่องเรืองๆ
ที่วงอาหาร เห็นจานอาหารของโกโบริที่มีข้าวชุ่มน้ำแกงเผ็ด มีชิ้นปลาดุกชิ้นมะเขืออยู่ ใบหน้าโกโบริแลดูน่าสงสาร หน้าแดง ปากแดง น้ำตาคลอ น้ำมูกไหลฟืดฟาดใส่ผ้าเช็ดหน้าไปมา ซี้ดปากเบาๆ
อังศุมาลินแอบหัวเราะเยาะ แม่อรกระแอม
“อืม..แม่ว่าแม่ชิมดีแล้วนะ ว่าแกงมันไม่ได้เผ็ดขนาดนี้..ยังกับ..มีคนเติมพริกลงไปอีก”
แม่อรมองหน้าอย่างรู้ทัน อังศุมาลินเมิน กินอะไรไม่ลง
แม่อรถอนใจ “ยัยอัง เลื่อนจานไข่มาใกล้ๆ แกหน่อยลูก”
อังศุมาลินหยิบจานไข่เจียวมาวางให้โกโบริ
“อาหารไทย...เผ็ดมาก”
โกโบริกับหมอทาเคดะ ตักกินแต่ไข่กันใหญ่
“นี่แหละ ตรงกับนิสัยคนไทย..ใจร้อน เด็ดเดี่ยว ไม่ลืมอะไรง่ายๆ ใครทำอะไรพวกเราไว้ ก็ต้องระวังตัวให้ดี” อังศุมาลีพูดเน้นๆ
“คนญี่ปุ่นไม่กินเผ็ด ทำอะไรใจเย็น ช้าๆ แต่เราก็มี..สุ..สุภาษิตบทหนึ่ง บอกว่า..ความพยาบาทเป็นของหวาน” โกโบริมองมาท่าทียั่วๆ
อังศุมาลินทำหน้าเยาะๆ “ระวังไว้ด้วยก็แล้วกัน...คุณอาจจะพบคนไทยที่ถือสุภาษิตนี้เหมือนกัน ความพยาบาทเป็นของหวาน..ใช่ไหม” จากนั้นก็หัวเราะแบบสะใจแปลกๆ
แม่อรมองอย่างแปลกใจในท่าทีลูกสาว แล้วรีบเปลี่ยนเรื่องชวนคุย
“เขาว่ากันว่าเมืองญี่ปุ่นสวยมาก..ใช่ไหมจ๊ะ”
“ญี่ปุ่นเป็น..หมู่เกาะ” หมอหันมาหาโกโบริ “ภาษาไทยว่าอะไรนะ”
โกโบรินึกๆ “เอ่อ..อ่า..ญี่ปุ่น..เป็น…”
อังศุมาลินแปลให้อย่างรำคาญ “หมู่เกาะ”
“ใช่แล้ว..หมู่เกาะ” โกโบริ
“ญี่ปุ่น สวยอย่าง...ธรรมชาติ” คำท้ายหมอทาเคดะพูดเป็นคำญี่ปุ่น
“เอ่อ..หมายถึง” โกโบริกำลังจะบอก
“ธรรมชาติ” อังศุมาลินสวนคำออกมา
“ต่างกับเมืองไทย..ที่สวย..สดใส น่าตื่นเต้น เหมือน..ดอกซากุระ ที่บานเต็มที่” จังหวะนั้นโกโบริหันมาสบตาอังศุมาลินจังๆ
อังศุมาลินมองตอบ ตาลุกวาว “เมืองไทยเรา ถ้าจะเปรียบเป็นดอกไม้ ก็ต้องเป็นดอกมะลิ หรือดอกบัว เราไม่เป็นดอกไม้ของชาติไหน”
โกโบริยิ้มขำๆ “เป็นความคิดที่ดีมาก”
อังศุมาลินมองอย่างหมั่นไส้ หมอทาเคดะแอบมอง แล้วขำๆ จ้องสองคนที่ปะทะคารมไปอย่างเพลิดเพลิน
“มีเพลงญี่ปุ่น เพลง-นึง พูดว่า..ซากุระ-ที่-สวยที่สุด อยู่ที่เกาะญี่ปุ่นเท่านั้น หากมีซากุระดอก-ใด-ไป-บาน-ที่อื่น ไม่ช้า ก็จะ..โรยรา” โกโบริว่า
อังศุมาลินโต้อีก “อย่างนั้น..ถ้าบังเอิญ..มีดอกซากุระดอกไหนมาหลงเบ่งบานอยู่ที่เมืองไทย ก็เชิญคุณเอากลับไปประเทศญี่ปุ่นเสียด้วย เราจะขอบคุณมาก”
โกโบริสนุกที่จะต่อปากต่อคำ “แต่จะให้ดี ควรจะมี-ดอกมะลิ-บางดอก ไปบานที่ญี่ปุ่น จะได้เป็นการ-แลกเปลี่ยน-ตอบแทน ทำให้-สัมพันธไมตรี-ของชาติทั้งสอง-แนบแน่น..ยิ่งขึ้น”
ทั้งสองมองหน้ากัน โกโบริยิ้มสดใสๆ จริงใจ

อังศุมาลินมองอย่างสมเพช หมั่นไส้ เยาะหยัน ในใจคิดว่า ระวังเงาหัวตัวให้ดีก่อนเหอะ แม่อรมองแบบเหนื่อยใจ
ส่วนที่ท้ายสวนท่ามกลางความมืดสลัว ตาผลตบยุงดังเผียะ บ่นอุบ

“โอ๊ย..ต้องรอไปอีกถึงไหนเนี่ย ข้าจะถูกยุงดูดเลือดตายก่อนมันไหมเนี่ย”
ตาบัวเดินพล่านไปมา “ป่านนี้พวกมันคงกินข้าวกันอยู่ ..น่าจะอร่อยเสียด้วย..ฝีมือแม่อร..แต่เราสองคนนี่สิ ข้าวสักเม็ดยังไม่ตกถึงท้อง”
“บอกแล้ว..ให้เตรียมเสบียงมา” ตาผลว่า
“ก็นึกว่าเก็บของในสวนกินก็อิ่มไง เนี่ย ข้ากินฝรั่งจนหน้าจะเป็นกระรอกแล้ว...หรือจะออกไปหาอะไรกินที่ปากคลองก่อนไหม” ตาบัวบอก
ตาผลด่า “ไอ้บ้า มัวแต่เห็นแก่กิน เดี๋ยวก็ชวดได้ฆ่าไอ้ยุ่นหรอก”
“แน่เร้อ..ว่าเอ็งจะได้ฆ่ามัน เกิดมันสู้ขึ้นมา”
“อ้าวๆ ไอ้บัว...ตกลงเอ็งกลัวแล้วใช่ไหม”
“ไม่ได้กลัวเว้ย...แต่ข้าอยากจะให้แน่นอนไว้ก่อน”
“ก็ได้ งั้นเราควรจะซักซ้อมซะหน่อย...เอางี้..สมมุติ ข้าเป็นนายช่าง แล้วเอ็ง..ก็เป็นเอ็ง” ตาผลบอก
“เออ…ข้ามันก็เป็นข้า…อยู่แล้ว..ไม่ต้องสมมุติ”
“เตรียมตัวนะ สมมุติ..ข้า..นายช่างโกโบริ มาแล้ว” ตาผลเดินไปอ้อมต้นไม้ แล้วเดินวางมาดเท่มา
ตาบัวกระโดดออกไป “ไอ้ศัตรูของชาติไทย มึงตาย!”
ตาบัวกระโดด ทำท่าจะฟัน ตาผลหลบฉาก แล้วหมุนตัว ตีหัวตาบัว ดังป๊อก
“โอ๊ย..ไอ้ผล เอ็งทำข้าทำไม โอ๊ย หัวข้าแตกหรือเปล่านี่”
“เอ็งประมาทเกินไป..แบบนี้ใช้ไม่ได้”
“เอ็งเล่นอย่างนี้ใช่ไหม ไอ้ผล...มา..งั้นเอ็งมาเป็นตัวเอ็ง..ให้ข้าเป็นนายช่างบ้าง” ตาบัวบอก
“เอาๆๆ มา ข้าจะซุ่มตรงนี้ แล้วเอ็งเป็นนายช่าง..เดินมา”
“ตกลง..เอานะ ข้า..นายช่างโกโบริ มาแล้ว” ตาบัวเดินมา
ตาผลซุ่มนิ่ง ไม่พูดไม่จา
ตาบัวร้อง “เฮ้ย..ข้ามาแล้ว ไฮ้ๆ นายช่างโกโบริมาแล้ว..ไม่เห็นมีใครมาทำอะไรเลยวะ…” หยุดรอ มองหา
ปรากฎว่าตาผลย่องมาข้างหลัง แล้วตีโป๊ะ
“โอ๊ย..ไอ้ผล..เอ็ง…” ตาบัวโวย
“นี่ไง..เราต้องเข้าข้างหลังเว้ย..เข้าข้างหลัง..ลอบกัด..มันถึงจะสำเร็จ” ตาผลบอก
“โอยๆๆ เจ็บๆๆ ไอ้ระยำ..ตายซะเถอะมึง”
สองคนไล่ตีกันไปมา

เวลาเดียวกัน ที่บนเรือนบริเวณนอกชาน หมอทาเคดะถอดแว่นตาออกมาชูขึ้น
แม่อรบอก “แว่นตา”
“แว่นตา” หมอตาม
แม่อรชี้ที่ข้าว “ข้าวสุก”
“ข้าวสุก” หมอว่า
แม่อรชี้ที่ไข่ในจานไข่ทอด “ไข่”
สองหนุ่มว่าตาม “ไข่”
อังศุมาลินถือถาดใส่จานสัปปะรด และจานแบ่งเล็กๆ และไม้เหลาสำหรับจิ้ม เป็นของหวานที่จะมาเสิร์ฟ เดินมาจากครัว มองมาที่แม่และสองหนุ่มแบบหงุดหงิด ว่าเล่นกันอยู่ได้ แล้วมองออกไปสู่ความมืดภายนอก ด้วยความกังวล อยากรู้ว่าตาบัว ตาผล ยังรออยู่ไหม ถอนใจ วิตก
อังศุมาลินเดินมาคุกเข่า ตั้งจานผลไม้ และจานแบ่ง ลอบมองหน้าญี่ปุ่นทั้งสอง ไม่สบายใจนัก แล้วเก็บพวกจานกับข้าว และจานข้าวที่อิ่มกันแล้วใส่ถาดนั้น
“แล้วนี่อะไร รู้ไหม” แม่อรชี้ที่จานสัปปะรด
โกโบริพูดทาเคดะพร้อมกัน “สัปปะรด!”
“เก่งมาก แล้วคนญี่ปุ่นเรียกว่าอะไร” แม่อรถาม
โกโบริกับทาเคดะพูดพร้อมกัน “สัปปะรด” เป็นภาษาญี่ปุ่น
แม่อรพูดทวนคำนั้นเป็นภาษาญี่ปุ่น “สัปปะรด”
โกโบริกับทาเคดะร้อง “ไฮ้!”
“ใช่..ไม่ใช่ไฮ้”
โกโบริว่าตาม “ใช่!”
ส่วนทาเคดะร้อง “ไฮ้!”
แม่อรหัวเราะ ทั้งสองหัวเราะด้วย
อังศุมาลินมองหน้าโกโบริที่หัวเราะสดใส รู้สึกใจอ่อนมากขึ้น และสงสารขึ้นมา โกโบริเหลือบตามา
อังศุมาลินหลบตา ทำเสียงเนือยๆ “รับประทานเสร็จแล้ว..ไม่ควรกลับดึก”
แม่อรมองอังศุมาลินอย่างตำหนิ ที่เหมือนเร่งจนเสียมารยาท อังศุมาลินก้มหน้า รีบยกถาดที่เก็บของบนโต๊ะออกไป

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 5/2 วันที่ 4 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager