อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 5/3 วันที่ 5 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 5/3 วันที่ 5 ก.พ. 56

แม่อรมองอังศุมาลินอย่างตำหนิ ที่เหมือนเร่งจนเสียมารยาท อังศุมาลินก้มหน้า รีบยกถาดที่เก็บของบนโต๊ะออกไป
แม่อรรีบหันมายิ้มเหมือนแก้ตัว และรีบเปลี่ยนเรื่อง “ลองชิมดูสิจ๊ะ หวานมั้ย”
ทั้งสองหนุ่มชิมสัปปะรดกัน
“หมานนะ” หมอทาเคดะพูดตามแม่อร แต่พูดผิด
โกโบริบอก “หวาน..ไม่ใช่หมาน”
ทาเคดะว่าตาม “หวาน...”

แม่อรและสองหนุ่มหัวเราะกันอีก
อังศุมาลินกลับมา เก็บจานชามที่เหลือบนโต๊ะใส่ถาดต่อ ถอนใจ
แม่อรมองมาดุๆ “ยัยอัง วางถาดไว้…แล้วนั่งลง…กินสัปปะรดกันก่อน”
อังศุมาลินเลยนั่งลง จิ้มสัปปะรดกิน
โกโบริมองๆ “หวานไหม”
อังศุมาลินไม่ตอบ แต่ไม่กินต่อ คิดๆ นิดหนึ่ง แล้วตัดสินใจพูดลอยๆ “ชั้นว่า…เดี๋ยวกลับกันทางเรือ...คงสะดวกกว่า”
“เดินมาก็สะดวกครับ ใกล้แค่นี้เอง ข้ามสะพาน-ต้นไม้-พาด-ข้าม-คู-ตรงข้างหลังสวนก็ถึง..เมื่อตอนเย็นนี้ เราก็เดินมา” โกโบริบอก
อังศุมาลินคิดหนัก ตัดสินใจ “อย่าเดินไปทางเดิมเลย เราจะเอาเรือไปส่ง”



แม่อรได้ฟังแอบมองลูกสาว รู้สึกแปลกใจ
“ขอบคุณครับ อย่าเลยครับ” หมอทาเคดะบอก
“แค่นี้ก็เป็นพระคุณมากแล้ว” โกโบริเสริม
อังศุมาลินมองหน้า พูดด้วยเสียงจริงจัง “ไม่เป็นไร! พอดี...ชั้นอยากออกไปพายเรือเล่น”
“ขอบคุณ..อย่าให้รบกวนคุณมากไปกว่านี้เลยครับ” โกโบริบอก
อังศุมาลินอึ้ง กลุ้มใจ ก้มหน้าเอาไงดีนะ โกโบริกับหมอ ต่างมองหน้ากัน แล้วหันมาทำหน้าเกรงใจมากมาย

แม่อรมองจับกิริยาอังศุมาลินด้วยความสงสัย
โกโบรินั่งผูกเชือกรองเท้าที่ขั้นบันไดเสร็จก็ลุกขึ้น แล้วหันกลับมาดูหมอทาเคดะ ที่ยังนั่งผูกเชือกอยู่ แล้วพอเงยหน้าขึ้นไปบนเรือนแล้วโกโบริต้องชะงัก

เพราะในแสงเรืองรองของตะเกียงที่แขวนอยู่ตรงหัวบันได ท่ามกลางซุ้มไม้ที่เป็นเหมือนกรอบภาพนั้น อังศุมาลินยืนมองลงมายังตน แววตาครุ่นคิดแปลกๆ
หมอทาเคดะลุกขึ้นยืน มองตามสายตาโกโบริ แล้วหันไปมองบ้าง
อังศุมาลินก้าวลงมาหา แต่หยุดยืนอยู่บนบนไดขั้นกลางๆ
“มีไฟฉายกันหรือเปล่า..คะ”
“ไม่เป็นไรครับ” โกโบริตอบ
อังศุมาลินบอกอีก “มันมืด…เดินๆ…ควรระวังตัว”
“มีงูหรือครับ” หมอทาเคดะถาม
“งู…หรือ...อะไรก็ตาม ควรระวังไว้ก่อน…ดีกว่า”
โกโบริยิ้มทีท่าคึกคะนอง เห็นอังศุมาลินเป็นห่วง “ขอบคุณ…ถ้าผมเป็นอะไรไป…ผมจะ-เก็บ-ความ-ซาบซึ้งใจ ในความกรุณาของคุณ…ไปกับ-วิญญาณ..ของผมด้วย”
อังศุมาลินฟังแล้วเหนื่อยใจ ที่โกโบริยังเจ้าคารมอยู่ได้
สองคนโค้งลาอีก
อังศุมาลินกลุ้ม “ชั้นจะไปด้วย..ไปส่ง”
“ผู้ชาย ทหาร 2 คน ให้ผู้หญิง 1 คนไปส่ง” หมอหัวเราะ
“แล้วขากลับ ผู้หญิงเดินคนเดียวมามืดเหรอ...แล้วผมก็ต้องขอมาส่งอีกสิ” โกฏบริว่า
หมอทาเคดะแซว “ส่ง-กัน-ไป ส่ง-กัน-มา”
สองคนหัวเราะเบาๆกัน แล้วหัน ออกเดินกันหายไปในความมืด
อังศุมาลินคิดหนัก ร้อนใจ เอาไงดี?

อังศุมาลินกลับขึ้นเรือน เดินมาที่มุมล้างจาน ซึ่งมีตั่งเล็กๆ รองนั่งกับพื้น ลงมือล้างชามในกาละมัง ด้วยท่าทางงงๆ กลุ้มๆ สับสน เอาไงดี อยู่ไม่ติด
แม่อรกำลังจัดของเก็บเข้าตู้กับข้าว ที่มีชามหล่อน้ำกันมดที่ขาตู้ในครัว หันมามองเป็นระยะ
อังศุมาลินก้มหน้า ยืนมองน้ำในตุ่ม
แม่อรมองๆ “ยัยอัง”
อังศุมาลินสะดุ้ง ทำขันน้ำหลุดมือ กระทบกาละมังเสียงดังตึงตัง รีบเงยเหลียวมามอง
“คะ..แม่”
แม่อรเห็นอาการ ยิ่งสงสัยหนัก “มีอะไรหรือลูก”
“ทำไมคะ”
“หนูดู...กังวลๆ ชอบกล มีอะไรหรือจ๊ะ”
อังศุมาลินก้มหน้าหลบตา เก็บขันมา ตักน้ำใส่กาละมังต่อ “ไม่มีอะไรนี่คะ”
แม่อรไม่เชื่อ “ไม่จริงหรอกลูก บอกแม่มาเดี๋ยวนี้นะ ว่ามันเรื่องอะไรกัน”
อังศุมาลินไม่ตอบ แต่หน้าตาว้าวุ่นสับสนใจหนัก
“บอกแม่มาเถอะลูก..หนูพยายามจูงใจให้สองคนนั้นกลับทางเรือ หนูถึงกับลงทุนจะไปส่ง ทั้งที่แม่รู้ดี..ว่าหนูไม่เต็มใจที่จะทำอย่างนั้น หนูมีเหตุผลอะไร”
อังศุมาลินเงยขึ้น สบตาแม่ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม่อรมองตอบ งงงัน

ฝ่ายสองคนเดินคุยกันเป็นภาษาญี่ปุ่นตามทางเดินในสวน มีแสงจันทร์ครึ่งดวงทอแสงสว่างอยู่บนฟากฟ้า ช่วยส่องนำทาง
“ที่จริงก็ไม่มืดเท่าไหร่นะ” หมอทาเคดะเอ่ยขึ้น
“ใช่ แสงจันทร์สว่างดี” โกโบริว่า
หมอทาเคดะทำจมูกฟุดฟิดได้กลิ่นหอมบางอย่าง
“กลิ่นดอกไม้อะไร หอมมาก”
ทั้งสองมองหา แล้วโกโบริก็หันไปเห็นต้นราตรี ออกดอกเป็นช่อขาว ดูฟุ้งๆ อยู่ในความมืด
“นี่ไง ดอกไม้ ชื่ออะไรก็ไม่รู้” โกโบริเดินเข้าไปดมแล้วบอก “แต่ดมใกล้ๆ กลิ่นแรงเกินไป อาจทำให้วิงเวียนไปได้”
ทาเคดะหัวเราะขำเอ่ยแซว “อย่าวิงเวียนจนหาทางกลับบ้านไม่ถูกก็แล้วกัน”
ทั้งสองหนุ่มหัวเราะกันไป

ส่วนบนเรือน ตรงมุมล้างจานเวลานั้น อังศุมาลินหน้าซีดขาว นั่งลง และลงมือล้างจาน พร้อมกับตัดสินใจบอกแม่
“ตอนที่หนูลงไปเก็บโหระพา..หนูเจอ..ตาบัว ตาผล”
แม่อรเดินเข้ามาใกล้ พยายามมองหน้าลูก “แกมาทำอะไรกัน มาขโมยกล้วยอีกล่ะสิ แล้วหนูไปทะเลาะกะแกเข้า..หรือไง”
“เปล่าค่ะ…แต่...สองคนนั่น...มีมีดดาบด้วย” อังศุมาลินบอก
“ต๊าย..จะไปก่อเรื่องอะไรกันอีกล่ะ เพิ่งโดนเขาเล่นงานไปไม่นานนี้เองนี่นา กรรมเวร ทำมาหากินดีๆไม่ชอบ..แกจะไปทำอะไรกันหรือลูก”
มือที่ล้างจานอยู่ของอังศุมาลินช้าลงๆ ขณะบอกผู้เป็นมารดา “แกบอกว่า...แกจะมาคอย...ดักฟันโกโบริ”

“อะไรนะ” แม่อรตกใจแทบช็อก
ฟากตาบัวกับตาผล สองคนกำลังนอนเอนๆ บนหญ้าริมท้องร่อง จะหลับมิหลับแหล่ จู่ๆตาบัวสะดุ้ง ลุกนั่ง มองรอบๆ

ตาผลงง “หา อะไรๆ”
ตาบัวพูดลอยๆ “สงสัย...”
“พวกมันมากันแล้วเหรอ” ตาผลตื่นเต้น
“ได้ยิน..เหมือนเสียงพวกมัน” ตาบัวว่า
ทั้งสองเงี่ยหูฟัง เงียบ มีแต่เสียงแมลงกลางคืน
“ไหนล่ะ…” ตาผลเล็งแลหา มองฝ่าความมืดไป
ทั้งสองเงียบ เตรียมดาบพร้อม

อังศุมาลิน หน้าซีดหนัก เงยมองแม่ที่ยืนตะลึงอยู่ แม่อรมองลูกสาวอย่างผิดหวัง นึกไม่ถึง ทำไมถึงทำแบบนี้
อังศุมาลินบอกต่อปากคอสั่น “แกว่า..แกจะมาคอยแก้แค้นค่ะแม่ แก..กำชับไม่ให้หนูบอกใคร..หนูก็ไม่รู้จะทำยังไง”
แม่อรหน้าซีด “ทำไมหนูไม่บอกแม่เสียตั้งแต่เย็นล่ะ”
อังศุมาลินพยายามบอกกับตัวเองซะมากกว่า “ช่างปะไร เขาจะเป็นอะไรก็เรื่องของเขา…เราไม่เกี่ยว!”
แม่อรฉุน “ยายอัง! พูดอย่างนั้นมันก็ไม่ถูกนะลูก…คนทั้งคน จะมาฆ่าฟันกันง่ายๆ...มันก็ผิดไป! อีกอย่าง…เค้าก็คงจะบอกกับคนทางอู่ไว้…ว่าจะมากินข้าวบ้านเรา ถ้าเขาหายไป พวกทหารทางอู่ก็คงจะมาตาม แล้วเกิดมาพบศพสองคนนั่นอยู่ข้างหลังสวนเรา หนูคิดว่าเขาจะคิดกันยังไง? เขามิหาว่าเราวางแผนฆ่านายทหารของเขาหรือลูก..เรื่องใหญ่นะ..ยัยอัง!”
อังศุมาลินเสียงสั่น “แต่เราไม่ได้ทำนี่คะ..เราก็บอกสิ ว่าเราไม่รู้เรื่องด้วย”
แม่อรโมโหลูกสาว “แล้วเราไม่รู้..จริงเหรอ..อัง…”
อยู่ๆ อังศุมาลินวางจานลงในอ่าง ลุกพรวด “หนูจะรีบไปดู…บางที…อาจจะ...ทัน” จะเผ่นไป
แม่อรผวามาดึงแขนไว้ “อย่าลูก…อาจจะ…จะยิ่งซ้ำร้ายเข้าไปอีก”
“หนูต้องไปค่ะ” อังศุมาลินปลดมือตัวเองออกมา “แม่ปิดประตูชานเรือนเลยนะคะ ถ้าใครมาเรียก...ก็อย่าเปิด”
อังศุมาลินรีบวิ่งลงเรือนไป
“อย่า..ยัยอัง! อย่าไป! กลับมาก่อนอังศุมาลิน..อย่าไปลูก”
แม่อรตามมาแค่หัวบันได มองตามไป หน้าซีด อังศุมาลินวิ่งหายไปในความมืดแล้ว

อังศุมาลินวิ่งหน้าตั้ง มุ่งตรงไปยังท้ายสวน ในแสงจันทร์ มองเห็นทาง แต่มีบางช่วง ที่ต้นไม้ใหญ่บังตะคุ่ม
สีหน้าอังศุมาลินร้อนรนสุดๆ หยุดยืน หอบๆ ฟังเสียง แต่เงียบ มีแต่เสียงแมลงกลางคืน
อังศุมาลินวิ่งต่อ

ขณะเดียวกันโกโบริถือดอกราตรี ที่แอบเด็ดมาช่อเล็กๆ ดมมาระหว่างทาง
หมอทาเคดะถาม “ดอกไม้-หอน-ไหม…” แต่พูดผิด
โกโบริแก้ให้ “หอม.. ไม่ใช่-หอน”
ทั้งสองหนุ่มหัวเราะกัน
“หอม...ไหม…” หมอถามอีก
“หอม....มาก...” โกโบริลากเสียง
ทั้งสองหัวเราะดังขึ้น
ทันใดนั้น ก็มีชายสองคน ที่มีผ้าเก่าๆ คลุมหน้าคลุมตา กระโดดเข้ามายืนขวาง พร้อมดาบในมือ ทั้งสองคนฟันแบบเอาตาย โดยหนึ่งในนั้นโถมตัวเข้ามาฟันเต็มหลังโกโบริแบบสุดแรง โกโบริล้มคว่ำลงไป ยังไม่ทันตั้งตัว
หมอทาเคดะตกใจร้องเอะอะเป็นคำญี่ปุ่น “เฮ้ย มึงเป็นใคร” / “อะไรกันวะ” / “โกโบริ เป็นไงมั่ง”
หมอกระโดดจะเข้าไปช่วยโกโบริ ทันใด อีกคนเข้าฟันที่เฉียงไหล่ หมอทาเคดะเห็น และหลบทัน โดนไปเฉียดๆ กระเป๋าหมอตกกระจายในความมืด
หมอทาเคดะหันมาสู้กะคนที่ฟันตน
โกโบริได้สติ โงหัวขึ้นมา คนที่ฟันโกโบริ โดดเข้าไป คิดจะฟันซ้ำ โกโบริพลิกหลบทัน คนๆ นั้นตามไล่กระทืบ
จังหวะนั้นอังศุมาลิน วิ่งมาตามทาง สะดุดล้มลง แล้วเงยหน้าขึ้นมา ได้ยินเสียงการต่อสู้
โกโบริกลิ้งตัวหลบการพยายามไล่ฟันซ้ำ แล้วจังหวะหนึ่ง สอดขาเข้าขัดคาคนที่ไล่ฟัน คนนั้นล้มลง
อังศุมาลินลุกมา พยายามนิ่งฟัง จนจับทิศทางเสียงการต่อสู้ได้
อังศุมาลินรีบวิ่ง และส่งเสียงสุดเสียงไปทางนั้น “หมอคะ หมอ..โกโบริๆ หมอทาเคดะ!”
ชายที่ปิดหน้าตาทั้งสอง ได้ยินเสียงอังศุมาลิน หันมาสบตากัน แล้วคนหนึ่ง ก็กระโดดถีบหมอเซไป แล้วรีบเผ่นเป็นคนแรก
ร่างหมอเซไปปะทะต้นมะพร้าว จุกอยู่ตรงนั้น พยายามทรงตัว หันมาทางโกโบริ
ชายที่ฟันโกโบริ รีบตะกายลุก แล้วเผ่นไปอีกทางหนึ่ง
โกโบริยังนอนอยู่ที่พื้น พยายามทรงตัวขึ้นมา แต่ไม่ไหว ฟุบลงไปอีก
หมอรีบเข้ามาประคองโกโบริ
“โกโบริๆ เป็นยังไงบ้าง”
โกโบริคราง “ผม เจ็บ เจ็บมาก”
“ลุกไหวไหม”
โกโบริพยายามลุก แต่กลับทรุดลงนอนคว่ำอีก พร้อมกับร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
อังศุมาลินวิ่งมาถึงพอดี เห็นภาพเป็นโกโบริกำลังนอนคว่ำ หมอกำลังช่วย ตะโกนออกไป
“ใคร..เป็นอะไรมากมั้ย..นั่นใคร”
หมอทาเคดะ หันมา
“โปรดช่วยผมหน่อย”
ทาเคดะใช้แรงทั้งหมด พยายามยกโกโบริแต่ไม่ไหว
“เป็นอะไรมากมั้ยคะ”
ทาเคดะ มองเห็นหน้าอังศุมาลิน ดีใจมากๆ “คุณ..คุณมา..พอดี..ช่วยด้วยครับ..คุณ”
อังศุมาลินยังเห็นไม่ถนัดว่าเจ็บแค่ไหน ตรงไหน “หมอ..เป็นอะไรบ้างหรือเปล่าคะ”
“ผม-ไม่เป็นอะไร แต่ โกโบริ…”
“ตาย...ตายหรือคะ” อังศุมาลินหมดแรง ร่างเกือบทรุด
โกโบริพยายามจะดันตัวลุกขึ้นอีก แต่ก็ฟุบลงไปอีก ครางออกมาอย่างเจ็บเอามากๆ
อังศุมาลินดีใจ “ยังไม่ตาย”
ทาเคดะรีบบอก “ถ้า-พากลับอู่ ต้อง-ข้าม-สะพาน-ต้นมะพร้าว-..คงไม่ไหว”
“เอาไปที่บ้านก่อนก็ได้ค่ะ”
อังศุมาลินกับหมอเข้ามาพยุงโกโบริคนละข้าง
ทั้งสองมองหน้ากัน นัดแนะจังหวะโดยไม่ต้องพูด ฮึบ...ขึ้นมา โกโบริก็พยายามจะช่วยตัวเองโดยยืนบนขาทั้งสองให้ได้
พอโกโบริอยู่ในท่ายืน แต่ร่างโงนเงนเพราะไม่มีแรง หมอทาเคดะก็เอาแขนข้างหนึ่งของโกโบริพาดบ่าตน
อังศุมาลินมองวิธีของหมอ แล้วทำบ้าง เอาแขนโกโบริพาดคอตน มือโกโบริข้างหนึ่ง วางมาบนบ่าอังศุมาลิน
แต่แล้วอังศุมาลินก็ต้องผงะ แทบกรี๊ดออกมา
มือของโกโบริข้างนั้น มีเลือดที่ไหลนองมาตามแขนแล้วไหลย้อยมาตามมือและนิ้ว ในแสงเพียงสลัว แต่ก็มองเห็นเลือดสีคล้ำ ที่ไหลหยดมาบนมือ ไหลมาตามปลายนิ้ว หยดลงบนเสื้ออังศุมาลินข้างหน้าจนแดงฉาน
“ใคร..ทำอะไร..เกิดอะไรขึ้น” โกโกริพูดได้เท่านั้นก็สลบ นิ่งไปบนไหล่อังศุมาลิน
“เร็วๆเข้าเถอะค่ะ หมอ เลือดออกมาก..สงสัยสลบไปแล้วค่ะ”

ทั้งสองพยายามแบกร่างไร้สติของโกโบริไปอย่างเต็มกำลัง
ฝ่ายแม่อรยืนรอกระวนกระวาย ถือตะเกียงชูส่องดูทางอยู่ที่หน้าบันได สักครู่จึงเห็นอังศุมาลิน และหมอทาเคดะ ช่วยกันประคองโกโบริถูลู่ถูกังมา

แม่อรตกใจรีบลดตะเกียงลง แล้วตะโกนถาม “อะไรกันน่ะ อะไรกัน”
อังศุมาลินรีบบอก “หมอกับโกโบริถูกฟันค่ะแม่”
แม่อรวางตะเกียงลงบนพื้น แอบไปด้านหนึ่งหน้าซุ้มประตู แล้ววิ่งลงมาช่วยอีกแรงอย่างไม่พูดจาอะไรอีก สบตาอังศุมาลิน แล้วส่ายหัว กลุ้มสุดๆ
“เอ้า..มาๆ แม่กับอังสองคนดึงไหล่ หมอช่วยดันขึ้นมานะคะ หมอ เข้าใจไหม”
“เข้าใจ เข้าใจ”
หมอบอก จากนั้นทั้งสามก็พยายาม ช่วยกันพาโกโบริปีนขึ้นบันไดเรือนไป
“โอ๊ย..บันไดบ้านเราก็ชันเสียด้วย แต่ปล่อยไว้ข้างล่าง..กลัวพวก..โจร..มันจะมาซ้ำน่ะสิ เอ้า ฮึบ..ฮึบ พ่อดอกมะลิ ได้ยินไหม ช่วยกันหน่อยนะ ช่วยกันหน่อย” แม่อรบอกอย่างกันเอง
โกโบริปรือตามองแต่ไม่เห็นสิ่งใด พยายามช่วยประคองตัว ก้าวขึ้นบันไดอย่างสุดความสามารถ
อังศุมาลินกับแม่ พยายามพยุงบ่าโกโบริคนละข้าง มีหมอทาเคดะดันก้น คอยดูแลท่อนล่าง จับขาให้ก้าวขึ้นทีละก้าวกับขั้นบันได ทุกคนเหงื่อตก
จังหวะที่หมอทาเคดะดันอยู่ พอเงยหน้ามองขึ้นไปทางข้างหลัง แล้วต้องผงะ เมื่อเห็นเลือดโกโบริแดงชุ่มโชกเต็มหลังเสื้อ ตรงตัวเสื้อเองก็โดนฟันขาดแบะตลอดสะพายแล่ง เลือดไหลแล้วหยดลงมาเรื่อยๆ ยังกะน้ำตก

ตรงยกพื้นบนเรือนอังศุมาลิน หมอทาเคดะ วางตะเกียงในตำแหน่งเหมาะสม เพื่อดูอาการของโกโบริให้ถนัด
โกโบริ นอนคว่ำเหยียดยาวบนยกพื้นกลางเรือน หน้าที่ตะแคงอยู่ตาหลับ หน้าซีดขาว ข้างหลังเสื้อชุดทหารแดงฉานชุ่มโชกเลือด
ทุกคนต่างเร่งรีบ เพื่อช่วยชีวิตโกโบริ
ที่ในครัว แม่อรพัดไฟ เร่งถ่าน บนเตามีกาน้ำตั้งอยู่ แม่อรพยายามเร่งให้ไฟร้อน จะได้เดือดรวดเร็ว
อังศุมาลินอยู่หน้าตู้ใหญ่เก็บของประจำบ้าน กระชากลิ้นชักหาของมือสั่น ได้สำลี ยาแดง ทิงเจอร์ ผ้าพันแผล กรรไกร รีบรวบรวมทุกอย่าง แล้วรีบไป
หมอทาเคดะกำลังนั่งคุกเข่าดึงชายเสื้อโกโบริที่ขาดเป็นแนวยาวเพราะโดนคมดาบผ่าทั้งหมดออกจากที่เหน็บเอวกางเกงไว้ แล้วเล็งๆว่าจะเอาไงดี อังศุมาลินมาคุกเข่า วางของต่างๆ ให้ตรงหน้า
“มีแค่นี้ค่ะ สำลี ผ้าพันแผล ยาใส่แผลสด กรรไกร”
หมอหยิบยาแดง ทิงเจอร์มาดู แล้วพยักหน้า
จากนั้นหมอทาเคดะพลิกร่างโกโบริให้ตะแคงนิดๆ พยักหน้า บุ้ยใบ้เป็นเชิงว่าให้จับโกโบริไว้ในท่านี้ก่อน “คุณ..ช่วยผม..ด้วย..หน่อย”
อังศุมาลินรีบจับตัวโกโบริไว้ ค้างอยู่ในท่านั้น
หมอทาเคดะเอากรรไกรตัดเสื้อโกโบริ จากคอเสื้อด้านข้าง ผ่าตลอดตามยาวเสื้อมาถึงชายเสื้อ เผยให้เห็นแผ่นหลังโกโบริ ที่เป็นแผลฉกรรจ์ โดนฟันลึกจนเห็นรอยเนื้อขาวเหวอะ เลือดยังซึมเยิ้ม ไหลไม่หยุด ที่เริ่มแข็งตัว ก็เกาะตัวเกรอะกรังน่าสยอง
อังศุมาลินทำหน้าสยองสุด
หมอทาเคดะพูดเรียบๆ “แผลลึกมาก -ต้องเย็บ”
อังศุมาลินหน้าซีดหนัก “ยังไงล่ะคะ เครื่องมือก็ไม่มีด้วย”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 5/3 วันที่ 5 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager