อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 6 วันที่ 6 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 6 วันที่ 6 ก.พ. 56

“โกโบริ!” หมอพูดดุจริงจัง ดึงโกโบริไปเจรจาสองคน
อังศุมาลินรีบเข้าไปช่วยแม่ในห้อง
โกโบริกับหมอคุยกันเบาๆ ซุบซิบๆ โกโบริพยายามจะปฏิเสธ แต่หมอไม่ยอม ซีเรียส แล้วขณะที่เถียงๆ อยู่ โกโบริก็ทรุดลงเอง ยืนไม่อยู่ หมอต้องพยุงโกโบรินั่งพิงเสา แล้วอบรมดุๆ ต่อ ประมาณว่า
“เห็นไหม ตัวเองไปไม่ไหวจริงๆ อย่าดื้อสิจะอยู่เป็นเพื่อนนะ”
แม่อรถือผืนเสื่อออกมา อังศุมาลินยกม้วนที่นอนแบบยัดนุ่นบางๆ ตามออกมา เจอภาพที่โกโบริยอมจำนนแล้วพอดี

โกโบริก้มหน้า ยอมรับเวลาหมอดุกำชับทีละคำ “ไฮ้!”
“เข้าใจไหม”
“ไฮ้!”
แม่อร กับอังศุมาลินลงมือปูที่นอนมุมหนึ่ง โกโบริหันไปมองในแสงตะเกียงเรื่อเรืองนั้น เห็นอังศุมาลินกับแม่ รีบปูที่นอนกัน แข็งขัน ตั้งใจจริง
นั่นเองสีหน้าโกโบริ จึงสงบลง อ่อนโยนปนเศร้า



ทั่วทั้งเรือนอังศุมาลินตกอยู่ในความมืด มีแสงตะเกียงเรืองๆ ลอดมา จากช่องหน้าต่าง และระเบียง จากนั้น แสงตะเกียงค่อยๆ ดับมืดลงทีละจุดๆ จนมืดมิด เห็นบ้านในแสงจันทร์เงาๆ
อังศุมาลินนอนบนเตียงในมุ้งแต่นอนไม่หลับ นอนตาโพลงในความมืดสลัว นึกถึงเรื่องที่คุยกับตาบัวและตาผลตอนหัวค่ำ
“แค้นมันนัก..ไอ้พวกศัตรูของชาติ เอาไว้ไม่ได้”
“ตกลงเย็นนี้มันมาใช่ไหม” ตาบัวถามอย่างเคียดแค้น
“คงมา..กระมัง”
ตาบัวบอกเสียงเหี้ยม “ดี!” พลางยกดาบขึ้นมา “จะดักฟันมันมืดๆ นี่ละ”
อังศุมาลินอึ้ง “จริงหรือลุง”
“ก็จริงซิแม่อัง คอยดูคืนนี้เถอะ.. เราจะได้เห็นดีกัน ว่าที่นี่..มันแผ่นดินของใครกันแน่!” ตาบัวทำหน้าโหดแค้นจัด “พวกมันไม่มีสิทธิ์ จะมาทำโทษคนไทย”
ตาผลผสมโรง “ถึงรัฐบาลยอม แต่ประชาชนไม่ยอมโว้ย เราต้องมาร่วมมือกัน แม่อัง”
อังศุมาลินอึ้งกับคำพูดและท่าทีของสองเกลอ

อังศุมาลินดึงตัวเองกลับมาท่าทีร้อนรุ่ม พลิกตัวอย่างแรง สีหน้าอังศุมาลิน รู้สึกผิดมากมาย แต่เรื่องที่คุยกับตาบัว ตาผล ยังตามาหลอกหลอนให้คิดหนักอีก
“เอาล่ะๆ..ก็สรุปว่า..บางทีหมอก็มาฉีดยา หรือบางที อาจจะไม่มา..แต่ถ้ามา ไอ้ตัวนายช่างก็จะมาด้วย..ใช่ไหมล่ะ แม่อัง…” ตาบัวพูดพลางหันมา มองหน้าตาผลแบบเอาจริงเอาจัง “ดังนั้น..ไม่ว่าจะมา..หรือไม่มา เราก็จะดักอยู่ตรงนี้..เพราะถ้ามันข้ามจากอู่มาหลังสวน..ก็จะต้องเดินผ่านตรงนี้”
“งั้น..ถ้าเผื่อ..เค้าอาจจะมาทางเรือ” อุงศุมาลินท้วง
“ก็ช่างหัวมัน ถ้ามันมาทางเรือก็แปลว่าชะตามันยังดีอยู่ ก็เลยแคล้วคลาด” ตาผลว่า
“งั้นทำไมพวกลุงถึงต้องมาดักทำเค้าที่นี่ด้วยล่ะ ถ้าเก่งจริง..ก็แอบบุกเข้าไปฆ่าเสียที่ในอู่เลยสิ”
คราวนี้ตาผลมองอย่างจับสังเกตว่าอังศุมาลินรู้สึกยังไง “ไปให้มันฆ่าตายล่ะไม่ว่า ธุระอะไรจะทำโง่ๆแบบนั้น สู้นั่งคอยมันจากนี้ไม่ดีกว่าหรือ”
อังศุมาลินหลบตา พาลเหวี่ยงใส่ “งั้นลุงอยากจะทำยังไงก็ตามใจเถอะ” แล้วรีบเดินหนี
ฝ่ายตาบัวตะโกนดักคอ “แม่อังคงไม่เก็บไปบอกพวกมันหรอกนะ ว่าเราคอยมันอยู่ตรงนี้”
อังศุมาลินจี๊ด หันขวับมา “ไม่ใช่ธุระของฉัน ฉันไม่ยุ่งด้วยหรอก”
คิดถึงตอนนี้อังศุมาลินลุกพรวดมานั่งกอดเข่าอยู่ในมุ้ง
แล้วภาพเหตุการณ์ตอนหมอเย็บแผลที่หลังโกโบริ โดยอังศุมาลินช่วยจับแผลที่ถูกฟันก็ผุดขึ้นมาอีก ตอนนั้น อังศุมาลินกัดฟัน แล้วใช้ทั้งสองมือ แตะขอบแผลสองข้างให้มาติดกัน
หมอทาเคดะคอยบอก “บีบ-ให้ เนื้อ ที่ติดกัน -สูงขึ้น- เพราะเข็มนี้ -ไม่ใช่เข็ม-ที่-โค้งงอ-ขึ้น”
อังศุมาลินขบฟัน ทำตามสั่ง หมอทาเคดะแทงเข็มด้วยความมั่นใจ จึ้กหนึ่ง ปักลง แล้วแทงขึ้นอย่างเร็วเหมือนเย็บผ้า แม่อรรีบหันหลังให้ เพราะทนดูไม่ได้
โกโบริสะดุ้ง ขบฟันแน่น บริเวณเนื้อที่เย็บสั่นระริก
“คุณ-แต่ง รอยเย็บ ให้เรียบ เมื่อแผลหาย จะได้ไม่- เป็นแผลนูนๆ”
หมอทาเคดะผูกปม อังศุมาลินจับเนื้อไว้ให้เรียบและเนียนติดกันดีๆ
นึกไปนึกมา อังศุมาลินมีหน้าตาเจ็บใจตัวเอง ไม่น่าเลย แล้วล้มตัวลงนอนใหม่ เหมือนโดนไฟแผดเผาจนแสบร้อน
โกโบริถอดเสื้อนอนคว่ำ เห็นผ้าพันแผลคาดสะพายไหล่หลัง มีผ้าขาวม้าคลุมช่วงคอ และผ้าห่มๆเสมอเอว โกโบริหลับสนิท เอียงหน้ากับหมอน

พิษไข้จากแผลทำให้โกโบริที่หลับอยู่ มีอาการผวาๆ เนื้อตัวสั่นสะท้าน และฝันไป
ภาพในฝันเท้าโกโบริเดินมาบนพื้นหญ้าที่มีกลีบซากุระร่วงพราว โกโบริในชุดนักเรียนทหาร ถือกระเป๋านักเรียน เดินมาระหว่างต้นซากุระ ที่กำลังร่วง กลีบปลิวลมดุจสายฝน

ระหว่างต้นไม้ต้นนั้นแม่ของโกโบริ ในชุดกิโมโนฤดูใบไม้ผลิงดงาม วิ่งเล่นอย่างมีความสุขกับลูกหมาตัวเล็กๆ พอหมาเห็นโกโบริ ก็ดีใจมากมาย รีบวิ่งมาทักทาย ตะเกียกตะกาย กระดิกหางโกโบรินั่งลง เล่นกับหมา
แม่มองดูโกโบริกับหมา หัวเราะก่อนจะัเข้ามาหา โกโบริลุกขึ้นกอดกับแม่ แม่กอดลูก ตบหลังตบไหล่ จับตัวลูกออกห่าง เพื่อดูว่าลูกตัวโตขึ้นมาก ต่างยิ้มแย้ม หัวเราะ มีความสุข

โกโบริที่อยู่ในมุ้ง หน้าซีดเซียวนอนกระวนกระวาย เปลือกตาเต้นถี่ ร้องละเมอเป็นคำญี่ปุ่น
“คุณแม่ครับ คุณแม่”
ในมุ้งอีกมุ้งข้างๆ กัน ที่หมอทาเคดะนอนหลับอยู่ หมอสะดุ้ง ลืมตาตื่น
เสียงโกโบริดังเข้ามา “แม่ครับ..คุณแม่ครับ”
หมอทาเคดะตกใจ “โกโบริ!”
หมอรีบลุก เปิดมุ้งออกไป รีบไปที่มุ้งโกโบริ เปิดมุ้งขึ้น เห็นโกโบรินอนกระสับกระส่าย
หมอทาเคดะเอามือไปจับแขนโกโบริ แล้วสะดุ้ง พึมพำเป็นภาษาญี่ปุ่น
“โกโบริ..ตัวร้อนมาก เป็นไข้สูงมาก..แย่แล้ว”
หมอทาเคดะมีสีหน้าแววตาวิตกมาก
โกโบริที่นอนกระสับกระส่ายอยู่ ลืมตามา โกโบริเห็นหมอทาเคดะ มองอย่างมึนงง เบลอๆ
“โกโบริ เป็นไงบ้าง” หมอถาม
“ผมอยู่ที่ไหน คุณ..เป็นใคร…”
หมออึ้งๆ
โกโบริพูดไทยอาการหลงๆ สับสน “ผม…เป็นอะไร-หรือครับ”

พระอาทิตย์โผล่พ้นขึ้นเหนือแม่น้ำเจ้าพระยา ผู้คนริมคลองเริ่มต้นชีวิตตามครรลองของใครมัน ในคลอง เรือพระออกบิณฑบาตรพายผ่านไป
ส่วนที่ระเบียงบ้าน หมอทาเคดะยืนลังเล ร้อนใจ
อังศุมาลินค่อยๆ ย่องๆ เบาๆ มีเสื้อหนาวบางๆ ใส่ทับ กันอาการหนาวเย็น อังศุมาลินเดินระวังฝีเท้าให้เบา จะมาที่ครัว เพื่อติดไฟ ต้มน้ำ แล้วชะงักที่เห็นหมอทาเคดะทำท่าจะเปิดประตูใต้ซุ้มไม้หน้าเรือนออกไป
“โกโบริเป็นไข้ เกือบ-ไม่ได้นอน-ทั้งคืน เพิ่งหลับไปเดี๋ยว-ผมจะรีบไป-เอายา-ที่อู่”
อังศุมาลินมองไปทางที่นอน แล้วหันมามองหน้าหมอแบบห่วงๆ “หมอไปไหวแน่หรือคะ”
หมอทาเคดะก้มหัวให้สาวไทยอย่างซึ้งใจ “ผมไม่เป็นอะไร แต่.. ฝากโกโบริ-ไว้ด้วยนะครับ”
อังศุมาลินอึ้ง

อังศุมาลิน มองผ่านมุ้งโปร่ง เห็นหน้าโกโบริที่นอนตะแคงคว่ำ หลับอยู่มีผ้าห่มคลุมมิดคอ
อังศุมาลินนั่งคุกเข่าข้างๆ มุ้ง มองอย่างวิตก
โกโบริยังนอนหลับนิ่ง หน้าที่ตะแคงดูอ่อนโยน อ่อนเยาว์
อังศุมาลินมองโกโบริ แล้วหันไปมองไปดูที่นอนที่หมอทาเคดะนอน ซึ่งปลดมุ้งมาพับไว้คร่าวๆ บนที่นอนที่ที่มีผ้าห่มพับแล้วเช่นกัน
อังศุมาลินลุกมาเก็บหมอนพับที่นอนของหมอ
ส่วนในมุ้ง โกโบริเหมือนร้อนขึ้นมากะทันหัน ตลบผ้าห่มลง แล้วเจ็บแผล สะดุ้งตัว
“โอยย...”
อังศุมาลินได้ยิน หันไป เห็นโกโบริยังหลับตาพลิกคว่ำลงตามเดิม อังศุมาลินขยับมาส่องดูจากข้างมุ้ง เห็นโกโบรินอนโดยที่ผ้าห่มถูกสะบัดมาอีกทางหนึ่ง เห็นแขน และหลังรอบๆ แผลบวมแดง อังศุมาลินเพ่งมอง
โกโบริพลิกตัว จะนอนหงาย แต่เจ็บแผลมากกว่าเดิม ร้องออกมาอีก แล้วจึงพลิกกลับ ตะแคงข้างเอาข้างที่เจ็บขึ้น แล้วงอตัวขดกุ้ง
อังศุมาลินมองอย่างเวทนา ตัดสินใจหันมา แล้วหยิบผ้าห่มของหมอที่พับแล้ว หยิบมาม้วนๆ ให้กลมๆ เหมือนหมอนข้าง แล้วเปิดมุ้งขึ้นจากด้านหลังโกโบริ เอาเฉพาะมือตนลอดเข้าไป เอาม้วนผ้าห่มนั้นสอดรองด้านหลังโกโบริต่ำลงไป เพื่อให้โกโบริเอนมาพิงหลังได้บ้าง
โกโบริรู้สึกถึงผ้าที่มาสัมผัสหลัง ดวงตาลืมขึ้น แล้วหันตัวเท่าที่ทำได้ หันหน้าไปมอง
อังสุมาลินตกใจ สะดุ้ง
โกโบริมองหน้าอังสุมาลิน มึนงงอยู่เล็กน้อย แล้วเอ่ยออกมาด้วยเสียงแหบแห้ง “เช้าแล้วหรือ” มองหา “หมอล่ะ”
อังศุมาลินบอกเสียงเรียบๆ “หมอไปเอายาที่อู่ เดี๋ยวมา..ค่ะ”
โกโบริผงกตัวขึ้น อยากลุก แต่แล้วลุกไม่ไหว ทิ้งตัวลงตามเดิม “ทำไมไม่รอ..จะได้ กลับไป พร้อมกัน”
“คุณไม่สบาย..จับไข้ทั้งคืน..จนหมอไม่ได้นอน”
“ผม-โชคดีไปหน่อย..แต่คง..ทำให้มีคนผิดหวัง-ไปหลายคน” โกโบริประชด
อังศุมาลินจี๊ด “คุณหมายความว่ายังไง”
“หมายความว่า..ผมไม่ตาย..อย่างที่ใครๆ หวัง”
อังศุมาลินอารมณ์ขึ้นจนลืมตัว ถลกมุ้งเปิดขึ้น “ใครที่คุณว่า...หมายถึงใคร”
โกโบริมองหน้า ยิ้มกวนๆ “คุณรู้ดี..ทำไมต้องให้ผมพูด”
“คุณคิดว่า...ฉันรู้อะไร”

โกโบริยิ้ม มองนิ่ง สีหน้าแววตาเยือกเย็น อังศุมาลินเสียววาบ ซีดลงไปทันที
บริเวณหลังป่าช้าหลังวัด ตอนรุ่งเช้าวันเดียวกันนั้น แลเห็นเจดีย์บรรจุกระดูกเล็กๆ เรียงรายเต็มป่าช้า ไกลออกไปเห็นเมรุตระหง่านอยู่ ที่หลังวัดนี้มีศาลาเป็นเพิงร้าง ซึ่งมีโลงศพวางคว่ำบ้าง ซ้อนๆ กันบ้างอยู่อีกด้านหนึ่ง

ตาบัวกับตาผล มาหลบและนอนกอดกันกลมอยู่ที่ศาลาร้างหลังนี้
ตาบัวเอาผ้าขาวม้ามาปัดยุงที่มาตอมขาทั้งๆ ที่ยังหลับอยู่
จังหวะหนึ่งตาบัวเริ่มขมวดคิ้ว รำคาญ เอาผ้าขาวม้ามาคลุมหัวข้างๆ ตาผลหลับสบาย อ้าปากหวอ
ตาบัวเอื้อมมือไปตบยุงที่ขา เกาๆๆๆ
สักพักตาบัวเริ่มทนยุงกัดไม่ไหวจึงยอมลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความหงุดหงิด
“เว้ย...”
ตาบัวเอามือปัดๆๆ ยุงที่บินอยู่รอบๆ เริ่มสังเกตรอบตัว ชะงัก ขยี้ตา มองไปรอบๆ จึงเห็นเป็นป่าช้า บรรยากาศวังเวงน่ากลัว หันไปเห็นตาผลนอนอยู่รีบเขย่าตัว
“ตาผลๆ ตื่นๆๆ ตื่นสิ”
ตาบัวตบหน้าไปเบาๆ หนึ่งที ตาผลเคี้ยวปากจั๊บๆ ขยับตัวนิดหน่อย แต่ไม่ตื่น
“ใครใช้ให้เอ็งพามานอนแถวนี้ว้า.. ตาผล! ตื่นเร็ว.. ฉันกลัว”
สักพักมีเสียงกรอบแกรบมาจากดงกล้วยทางด้านหลัง ตาบัวหันไปท่าทีกลัวๆ เขย่าตาผลอีกที ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับใดๆ
ตาบัวตัดสินใจค่อยๆ เดินย่องออกไปดูหลังต้นกล้วยช้าๆ ทันใดนั้น ยายเมี้ยนโผล่หน้าเข้ามาให้ทันที
ตาบัวเห็น ผงะ ตกใจร้องเสียงดัง
“เย้ย... ผีหลอก.....”
“ตาเถรตก หก แหกหมด” ยายเมี้ยนร้องเสียงหลง
ตาบัววิ่งไปหาตาผลในเพิงศาลา โก่งโค้ง มุดเอาผ้าขาวม้าคลุมหัว
ยายเมี้ยนนั่งยองๆ ยกมือที่ถือปิ่นโตอยู่ ไหว้ท่วมหัว ตาแกละที่เดินตามยายเมี้ยนมาห่างๆ หยุดมอง ได้สติ
“เฮ้ย! เป็นอะไรกัน”
ทั้งตาบัวและยายเมี้ยนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาดู
“อ้าว.. ไอ้ฉันก็นึกว่าใคร มาก็ไม่ให้ซุ่มให้เสียง” ตาบัวทักแก้เก้อ
“แหม…ก็จะให้ฉันส่งเสียงบอกใครล่ะยะ.. แล้วพ่อล่ะมาทำอะไรแถวนี้ตั้งแต่ยังไม่แจ้ง”
ตาบัวอึกอักๆ
“แล้วนั่นใครล่ะ” ยายเมี้ยนชะเง้อมาดูแล้วตกใจ “ตาผล? ตาผลนี่! ตาผลตายแล้วเหรอ”
“เฮ้ย... ยัง! พอดี..” ตาบัวมองเห็นปิ่นโตที่ยายเมี้ยนถือมา “พวกฉัน...จะมา…ใส่บาตร!”
ยายเมี้ยนไม่เชื่อย้อนถาม “เอ็งเนี้ยนะ.. ใส่บาตร”
ตาบัวเปลี่ยนใหม่ “มา.. ช่วยล้างป่าช้า
“ล้างป่าช้า?” ยายเมี้ยนส่งสายตาจ้องจับผิด
“เอ่อ.. พาตาผลมาบังสุกุลน่ะ…นี่ไง” ตาบัวบอก
ยายเมี้ยน ตาแกละมองมาทำหน้าสงสัย ตาบัวรีบเอาผ้าขาวม้ามาคลุมหน้าตาผล แล้วเริ่มสวดมนต์
“อะนิจจัง วัฏฏะสังขารา”
ตาผลทะลึ่งลุกขึ้นนั่ง
ตาบัว ตาแกละ และยายเมี้ยน ตกใจพร้อมกัน
“เฮ้ย” / “เว้ยย” / “ตาเถรตก หก แหกหมด”
ตาผลด่าตาบัว “เล่นอะไรกันวะ ข้ายังไม่ตาย”
จากนั้นตาผลมองไปรอบๆ เจอยายเมี้ยนกับตาแกละมองมา เริ่มมีพิรุธ หลบสายตา ยายเมี้ยนจ้องเขม็งเหมือนจะจับได้ เดินกระหยิ่มยิ้มย่อง ยื่นหน้าเข้าไปถามใกล้ๆ
“เอ็ง-สอง-คน-บอก-ข้า-มา-ตรงๆ ดีกว่า ว่ามาหลบๆ ซ่อนๆ ทำไมแถวนี้” ยายเมี้ยนคาดคั้น
ตาบัวกะตาผลยิ้มแหยๆ

ฟากโกโบรินอนอยู่ในมุ้งมองออกมา เห็นอังศุมาลินนั่งเก็บม้วนๆ เสื่อตรงที่นอนหมอ เงียบกริบ
โกโบริมองอังศุมาลิน พูดเสียงเรียบเรื่อย “คุณรู้ว่าใคร ดักทำร้ายผมกับหมอ..คุณรู้หมดว่าเขาดักอยู่ตรงไหน จะทำผมเมื่อไหร่ ยังไง”
อังศุมาลินหยุดมือ นั่งนิ่ง
โกโบริดึงมุ้งเปิดออก แล้วขยับตัวมานอนให้พ้นมุ้ง เพื่อจะเห็นกันชัดๆ ขณะพูดระบายต่อ
“ผมรู้-ว่าคุณ-เกลียดผม แต่ผมไม่คิด ว่าคุณจะเกลียดผม-มากๆ จนอยากให้ผมตาย คุณจะ-ช่วยบอกผม-ได้ไหม ว่าคุณเกลียดผม..เรื่องอะไร”
อังศุมาลินหันมา มองหน้าโกโบริจังๆ
โกโบริมองตอบไม่หลบ พยายามเรียบเรียงคำพูดเป็นคำไทย “ผม- สังเกต-เห็น ตั้งแต่เมื่อวาน ตอนเย็น ว่าคุณไม่ค่อยพอใจ จะให้ผมกับหมอ มาที่นี่ แต่ผม-ก็หวังอยู่-เสมอ ว่า บางที เราอาจจะเป็นเพื่อนกันได้ ในประเทศผม เราเชื่อ-ว่า รอยยิ้ม กับ..ความบริสุทธิ์ใจ จะสร้างมิตรภาพ ของคนได้ แต่ ตอนนี้ ผมเข้าใจแล้ว ว่า สิ่งที่ผมเชื่อนี้ เอามาใช้กับคุณ..ไม่ได้”

อังศุมาลินสบตาโกโบริ แต่แล้วกลับเป็นฝ่ายหลบตาลง ละอายใจอย่างแรง
โกโบริพูดต่อด้วยเสียงทดท้อใจเหลือแสน

“คุณเกลียดผม ลึก-เหลือเกิน คุณเกลียด ทั้งๆ ที่ตัวผมก็ไม่รู้-ว่าผมทำผิดอะไร ผมอยากจะบอกว่า ถ้าความเกลียดของคุณ มาจากที่ผมเป็นญี่ปุ่น คุณเป็นคนไทย เราก็เลยต้องเป็นศัตรูกัน คุณก็ควรจะรู้ว่า ทั้งตัวคุณเอง ทั้งตัวผมเอง เรา...เลือกไม่ได้”
อังศุมาลินซีดสุดๆ มองหน้าโกโบริ
โกโบริมองตอบ แววตาปลงๆ เศร้าๆ

เวลาเดียวกันที่อู่ทหารเรือญี่ปุ่น ยินเสียงหวูดเรียกรวมพลดังสนั่น ทหารญี่ปุ่นวิ่งกันพล่าน
สักพักทั้งหมดมารวมแถวหน้ากระดานกันตรงลานกว้าง รถจิ๊บทหารญี่ปุ่นวิ่งเลี้ยวเข้ามาอย่างรวดเร็ว และจอดตรงหน้าแถวทหารพอดี
แม่ทัพใหญ่พลโทโมยูกิ ลุงของโกโบริ พันโทมาซาโอะ นายทหารคนสนิท ก้าวลงจากรถหน้าเครียด
บรรดานายทหารชั้นผู้ใหญ่ที่อยู่ภายในอู่ต่างกังวล หมอทาเคดะยังเจ็บที่แผลอยู่บ้าง ยกแขนทำความเคารพยังไม่ถนัดและแข็งแรงนัก
หมอทาเคดะหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัด
“ได้ข่าวว่ามีทหารของเราถูกคนไทยลอบทำร้าย” พลโทโมยูกิถามเป็นคำญี่ปุ่น
นายทหารผู้ใหญ่ คนหนึ่งบอกทันที “ใช่ครับท่าน”
“ใครโดนทำร้าย..รู้ตัวคนที่ทำหรือเปล่า แล้วจับตัวได้หรือยัง”
สีหน้าหมอทาเคดะเครียดอีกทีขณะตอบ
“เอ่อ.. คือ”
“ว่ายังไง”
“ทางเราไม่ได้ร้อนใจ กำลังเร่งหาตัวคนร้ายให้ได้เร็วที่สุดครับท่าน” หมอบอก
หมอเคสุเกะแอบชำเลืองมองหน้าหมอทาเคดะ
“นี่ไง.. ใครบอกจะทำให้คนไทยหันมาเป็นมิตร..หาตัวคนร้ายมาลงโทษให้เร็วที่สุด.. เรื่องนี้ไม่จบง่ายๆ ผมจะต้องรายงานเรื่องนี้ ให้รัฐบาลไทยทราบ”
ขาดคำนายพลกระโดดขึ้นรถจี๊ปไป แต่นึกบางอย่างได้
“แล้วผู้กองโกโบริ หลานชายผมอยู่ไหน ทำไมไม่อยู่ตรงนี้ เขารู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง”
ทุกคนสะดุ้ง จ๋อย หน้าซีด อึกอัก

อังศุมาลินมองโกโบรินิ่งงัน โกโบริมองตอบ
“คุณเข้าใจฉันผิด.. ฉันไม่ได้…อยากให้…ใคร...ตาย”
โกโบริหัวเราะหึๆ ในลำคอ
“ไม่ต้องพูดอะไร-เพื่อ สร้าง ความรู้สึกที่ดีหรอก คุณ...นับถือตัวเองเกินไป ที่จะ หลอกตัวเอง ผม...ยอมรับได้ ว่า คุณอาจจะ แค่เกลียดผมนิดหน่อย จน ถ้าเห็นผมตาย คุณก็คง ไม่รู้สึก อะไรเลย”
คราวนี้อังศุมาลินปากคอสั่น เสียงเข้ม “เราคนไทย ไม่ได้ใจร้ายใจดำ ขนาดนั้น”
“เพราะอย่างนี้ คุณก็รีบวิ่งไป…ช่วย…ไปให้ผมเห็นว่าคุณไม่ได้ ใจร้าย-ใจดำ ขนาดนั้น”
“ฉันมีมนุษยธรรมพอ คุณเข้าใจไหม? ฉันยังมีความรู้สึกของความเป็นคน รักและห่วงใยชีวิตของคนอื่น ต่อให้เป็นสัตว์โดนทำร้าย ฉันก็ต้องวิ่งเข้าไปช่วยเหมือนกัน ไม่เหมือนกับ ‘พวกคนญี่ปุ่น’ ที่เข้ามาทำสงคราม ทำลายทุกอย่าง ฆ่าคนบริสุทธิ์ไปไม่รู้เท่าไหร่แล้ว”
โกโบรินิ่งไปสักพักถึงได้เอ่ยขึ้น

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 6 วันที่ 6 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager