อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 6/3 วันที่ 7 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 6/3 วันที่ 7 ก.พ. 56

“หนูอย่าเพิ่งลงสวนเลยนะลูก อาบน้ำเสร็จแล้วขึ้นไปคอยดูคุณยายดีกว่า…อย่าให้ท่านออกมาหั่นหมากตากแดด เดี๋ยวจะกลับเป็นอีก”
“ไม่ใช่คนญี่ปุ่น! คนญี่ปุ่นทุกคนไม่ได้อยากทำสงคราม ไม่ได้อยากฆ่าใคร ผมก็มีบ้านที่สงบสุขและสวยงามไม่แพ้ที่นี่เหมือนกัน”
อังศุมาลินพูดไม่ออก

“ช่างเถอะ.. ถ้าอย่างนั้น ผมก็ขอขอบคุณ ที่คุณมีน้ำใจ ลำบากไปช่วยผม ทั้งๆ ที่ความผิดทั้งหมด..เป็นของพวกผมเอง ที่ไม่เคยระวังตัว ไม่พก..แม้แต่อาวุธ เพราะผมเชื่อมาตลอดว่า..คนแถวนี้ เป็นมิตรกับพวกเรา ผมรู้แล้วตอนนี้ ผมเข้าใจแล้ว ว่าผม..คิดผิด!”
ได้ฟังดังนั้น อังศุมาลินชักฉุน ตาวาวเป็นประกาย “คุณจะเข้าใจยังไงก็ตาม! ดิฉันบอกได้แค่ว่า..ดิฉันเสียใจจริงๆ” แล้วลุกขึ้นจะเดินหนี
โกโบริมองตามไป พูดแดกดันเสียงเข้ม “ผมจะไม่มีวันลืม…ความเสียใจของคุณ..ในครั้งนี้เลย!”
อังศุมาลินยืนนิ่ง รู้สึกแสบถึงทรวง



ทหารญี่ปุ่นหน้าตาบึ้งตึง เดินแถวขึงขังอยู่ภายในตลาดท่าเรือฝั่งธนบุรี ตรงปากคลองบ้านอังศุมาลิน บรรยากาศดูตึงเครียด
พวกทหารดูระวังตัวมากกว่าเดิม ระแวงคนที่จะมาเข้าใกล้
พวกลูกเด็กเล็กแดงที่จะวิ่งเข้าไปเล่นกับทหาร ก็ถูกทหารชี้หน้าให้ถอยไป เด็กกลัว ถอยกรูด พ่อแม่รีบเข้ามาดึงตัวห้ามไว้ เด็กตกใจ ร้องไห้จ้า
แม่อรเดินจ่ายตลาด ผ่านร้านอาโกที่มียายเมี้ยน ตาแกละ และชาวบ้านซุบซิบกันไปมา
ยายเมี้ยนเห็นแม่อรกำลังเดินผ่านไป รีบวิ่งไปคว้าแขนมา
“แม่อรๆ เดี๋ยวก่อนสิ มานี่ก่อน”
แม่อรทำท่าอิดออดไม่อยากไปร่วมวงเม้าธ์
“นี่ๆๆ ได้ข่าวว่ามีทหารญี่ปุ่นโดนดักฟันจนตายที่ท้ายสวนแม่อรเหรอ”
แม่อร อึกอัก “อะ.. คือ…”
“ตายกี่คนๆ” อาโกถาม
แม่อรบอก “ไม่…”
“แล้วแม่อรเห็นศพหรือเปล่า” ตาแกละซัก
“อย่าบอกนะว่าเป็น.. นายช่างหนุ่มรูปหล่อของแมว”
แมวบอกอย่างหวั่นๆ ท่าทีสยอง แม่อรหน้าถอดสี ตาแกละฟาดแมวเข้าให้
“โอ๊ย.. เจ็บนะพ่อ”
“ไม่มีใครตายหรอกจ้ะ คือ…”
แม่อรจะบอก แต่อาโกมองไปที่ร้านอาเม้ง พอดีเห็นทหารญี่ปุ่นมายืนออกันอยู่หลายคน จึงบุ้ยหน้าให้เมี้ยนเห็น
“เมี้ยน…นู่นๆ ลื้อลองไปถามอาทหารพวกโน้งซิ”
ยายเมี้ยนกระตือรือร้น จะเดินไปหาข่าว
“จริงด้วย”
ยายเมี้ยนกำลังเดินไป เห็นอาเม้งรับเงินจากทหารเสร็จ ยิ้ม ทำท่าจะตบไหล่เหมือนอย่างเคย แต่ทหารฉากหลบ หยิบปืนขึ้นมาเล็ง นึกว่าอาเม้งจะทำร้าย
“จะทำอะไรน่ะ”
ทหารญี่ปุ่นถามเสียงดัง อาเม้งตกใจกลัว ทรุดลง ยกมือไหว้
“ถอยออกไป อย่ามาแตะต้องตัวคนญี่ปุ่น” ทหารญี่ปุ่นบอกเสียงดัง
อาเม้งร้องลั่น “ไอ๋หยา.. ซี้เลี้ยวๆๆ”
ยายเมี้ยนตกใจ เอามือมาปิดปากไม่ให้ร้องออกมา แม่อรและคนอื่นๆ ประหลาดใจแกมตกใจไปด้วย
ทหารหันขวับมองมาทางยายเมี้ยนเขม็ง ยายเมี้ยนหน้าซีด รีบหันหลังกลับแทบไม่ทัน ทุกคนกวักมือเรียกให้ยายเมี้ยนรีบกลับมา

แม่อรคิดหนัก ท่าทีกังวลใจเป็นอย่างมาก
สายมากแล้ว พระอาทิตย์ลอยสูงขึ้นบนฟ้า แสงสว่างมากขึ้น

โกโบริยังนอนลืมตานิ่ง ไม่ขยับ เหมือนไม่มีความรู้สึกใดๆ ในมุ้งที่เปิดช่องคาๆ ไว้อย่างนั้นเหมือนเดิม
อังศุมาลินถือผ้าขนหนูเล็กๆ และขันใส่น้ำออกมาวางลงข้างมุ้ง ใกล้ๆ โกโบริ อังศุมาลินมองอย่างชักจะหมั่นไส้ ค่อยๆ ตลบมุ้งขึ้นทีละด้าน โกโบริยังคงเงียบเฉย หันไปมองหน้าอังศุมาลินด้วยความเฉยชา หันกลับมาแล้วหลับตาลง
อังศุมาลินมองโกโบริด้วยความรู้สึกทิฐิขึ้นมาบ้าง
“น้ำกับผ้าขนหนู…เผื่อคุณจะอยากเช็ดหน้าเช็ดตา”
โกโบริยังคงนอนหลับตา ไม่ตอบอะไร
“อีกประเดี๋ยวจะเอาน้ำชามาให้นะ หรือคุณอยากได้อะไร…”
โกโบริเงียบเฉย อังศุมาลินนิ่งอยู่สักพัก แล้วเชิดใส่ เดินออกไป โกโบริลืมตาขึ้น ค่อยๆ หันตามอังศุมาลินที่เดินลับกายไปทางครัว

ฝ่ายตาบัวกับกับตาผลเดินถือใบบัวใหญ่ หลบๆ ซ่อนๆ มาตามทาง มีเดินพลาดตกท้องร่องบ้าง
“ไงล่ะ.. นี่ถ้าไม่ได้ไหวพริบของข้า ป่านนี้ยายเมี้ยนคงเอาไปโพนทะนาทั้งบาง” ตาบัวเอ่ยขึ้น
“เออๆๆ เอ็งเก่ง” ตาผลว่า
“ยายเมี้ยนมันก็โง่นะ เชื่อเข้าไปได้ว่าเอ็งกับข้าจะบวช” ตาบัวหัวเราะ
“เออๆ เลิกโม้สักที.. แล้วช่วยคิดกันหน่อยซิ ว่าจะทำยังไง ถึงจะไปเอาอีดาบคืนมาจากกำนันได้”
ทันใดนั้นก็มีเสียงเรือยนต์ดังมาไกลๆ ตาผล กะตาบัวชะงัก ชะเง้อดู พอเห็นก็รีบหมอบลงหลังท้องร่อง แล้วเอาใบบัวปิดหน้าไว้ครึ่งหนึ่ง
เรือยนต์ของพวกญี่ปุ่นแล่นมาตามคลอง มีหมอทาเคดะ เคสุเกะ ยืนอยู่ในเรือด้วย จังหวะนั้นเหมือนหมอทาเคดะจะหันมาทางตาบัวกะตาผลพอดี สองคนรีบก้มหัวลงไปอีก
“เฮ้ย.. ไอ้หมอนั่นนี่หว่า มันไม่เป็นไรเว้ย” ตาผลบอก หมายถึงหมอทาเคดะ
“เอ็งดูซิ.. ไอ้นายช่างนั่นมาด้วยหรือเปล่า” ตาบัวถาม
ตาผลแอบชะเง้อดู
“ไม่เห็น..นะ”
“สำเร็จ! ไม่ตายมันก็ต้องเจ็บหนักละเว้ยเฮ้ย ไชโย!”
ตาบัวลืมตัว ลุกขึ้นกระโดดเต้น ถูกตาผลตบหัวไปหนึ่งที
ตาบัวโวยวาย “โอ๊ย.. มาตีหัวข้าทำไมเนี่ย เดี๋ยวข้าก็โง่กันพอดี”
“ก็เบาๆ สิ…เดี๋ยวพวกมันก็เห็นเข้าหรอก”
“เออจริง” ตาบัวว่า
ตาบัวกับตาผลหลบผลุบอยู่หลังท้องร่องอีกที แล้วค่อยโผล่หัวขึ้นมา ตาสอดส่ายไปทั่ว มีเท้าเปล่าเดินมาบนท้องร่อง และมาหยุดหน้าตาบัวตาผล สองเกลอค่อยๆ แหงนหน้าขึ้นไปมองช้าๆ ลุ้นหลังใบบัว
เห็นเป็นหลวงพ่อที่ยิ้มอยู่
“อาตมาได้ยินมาว่า.. โยมสองคนอยากจะบวช..?”
ตาบัวกับตาผลมองหน้ากัน พนมมือ ยิ้มแบ่งรับแบ่งสู้

ขณะที่ อังศุมาลินกำลังชงชาจีน โดยใส่ใบชาในกาแล้วเทน้ำเดือดตาม ทันใดนั้นก็มีเสียงเรือยนต์ดังอยู่ตรงท่าน้ำ อังศุมาลินหันไปชะโงกมอง
เห็นที่บริเวณท่าน้ำ หมอทาเคดะ เคสุเกะ และทหารญี่ปุ่นสองนายกำลังกระโดดลงจากเรือ และรีบ
วิ่งตรงมายังเรือนอังศุมาลิน
หมอทาเคดะเปลี่ยนเป็นชุดใหม่เรียบร้อย เคสุเกะถือกระเป๋ายาวิ่งตามมา หมอทาเคดะวิ่งมาถึงตีนบันได เห็นอังศุมาลิน คำนับให้หนึ่งที รีบถอดรองเท้าแล้วขึ้นไป
“ขออนุญาตนะครับ”
อังศุมาลินพยักหน้ารับ แล้วหลีกทางให้หมอเคสุเกะเดินเข้าไป
“เชิญค่ะ”
เคสุเกะและทหารอีกสองคนที่มาถึง รีบคำนับ ถอดรองเท้า แล้วรีบวิ่งขึ้นไปเหมือนกัน อังศุมาลินตามไป วางชุดชาจีนใกล้ๆ ขันน้ำกับผ้าขนหนู คอยมองดูอยู่ห่างๆ
เคสุเกะค่อยๆ พยุงโกโบริขึ้นนั่ง ส่วนหมอทาเคดะเตรียมดูดยาใส่กระบอกฉีดอย่างเร่งรีบ ครู่ต่อมาหมอเข็มปักลงไปบนต้นแขนของโกโบริ
สีหน้าอังศุมาลินมองหน้าโกโบริ รู้สึกสงสาร เริ่มใจอ่อน แต่สีหน้าโกโบริเรียบเฉยไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดใดๆ
หมอทาเคดะเอาสำลีแอลกอฮอล์เช็ดที่ต้นแขนของโกโบริ และตรวจดูแผลที่ด้านหลัง จากนั้นหมอทาเคดะพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าเรียบร้อยดี ให้พาโกโบริออกไปได้
เคสุเกะและทหารอีกคนพยายามยกมือโกโบริขึ้นมาพาดไว้ที่บ่าเพื่อพยุงให้ลุกขึ้นยืน โกโบริปัดมือออก เหมือนจะบอกว่าไม่ต้อง
แล้วโกโบริค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นอย่างช้าๆ พยายามฝืนทนความเจ็บปวดของบาดแผลที่หลัง ทุกคนมองลุ้นอย่างเป็นห่วง โกโบริค่อยๆ เดินนำออกไปอย่างช้าๆ ไม่ได้ใส่เสื้อ แต่มีผ้าพันแผลที่หลัง
จังหวะนั้นแม่อรเดินกลับจากจ่ายตลาดขึ้นมาที่หัวบันได พอดี
“อ้าว…หายแล้วหรือ…พ่อดอกมะลิ”
โกโบริยิ้มนิดๆ แล้วก้มหัวคำนับ
“ขอบคุณมากครับ”
“นี่ถ้าไปไม่ไหวพักอยู่ก่อนก็ได้” แม่อรบอกอย่างอารี
โกโบริซาบซึ้งหันมาคำนับให้อีกที แล้วเดินลงบันไดไป หมอทาเคดะ เคสุเกะ และทหารอีกสองคนก้มศีรษะให้แม่อร แล้วเดินตามออกไปติดๆ
แม่อรมองหน้าอังศุมาลิน เหมือนถามว่าจะไม่พูดอะไรบ้างหรือ
อังศุมาลินค่อยๆ เดินตามออกไปที่ระเบียงชานบ้าน มองตามออกไปด้วยใบหน้าเฉยชา เห็นที่ท่าเรือ หมอทาเคดะ เคสุเกะ และทหารอีกสองคนขึ้นไปอยู่บนเรือเรียบร้อยแล้ว

โกโบริก้าวขึ้นเรือร่างสูงโปร่งเซซวนไปเล็กน้อย โกโบริหยุดเหลียวหันกลับไปมองอังศุมาลินแวบหนึ่ง เห็นอังศุมาลินยืนอยู่บนเรือนมองกลับมาด้วยนัยน์ตาเรียบเฉยเช่นกัน

ธงชาติอาทิตย์อุทัย ปลิวไสวกลางแดดยามสายๆ เหนือลานรวมพลของอู่ต่อเรือกองทัพญี่ปุ่น ธนบุรี แลเห็นบู้ททหารคู่หนึ่งเดินกระสับกระส่ายไปมา ที่แท้เป็นของพันโทมาซาโอะ นั่นเอง

พันโทมาซาโอะเดินไปมาอยู่หน้าห้องรับรอง สักครู่มีทหารญี่ปุ่นรีบวิ่งตาตื่นเข้ามารายงาน แล้วกลับออกไป สีหน้ามาซาโอะไม่สู้ดีนัก หันมาคิดเล็กน้อยก่อนตัดสินใจตรงไปเปิดประตูห้อง
นายพลโทโมยูกิที่ยืนมองดูทิวทัศน์คลองอยู่ในห้องรับรอง รีบหันขวับเมื่อเสียงประตูเปิดออก
โทโมยูกิกระตือรือร้น “ว่ายังไง”
“ครับ มาถึงกันแล้วครับท่าน”
พลโทโทโมยูกิขบกรามหน้าเครียดขึ้นมาทันที

พระอาทิตย์ทอแสงเจิดจ้าไปทั่วบริเวณเรือนไทย ขณะที่อังศุมาลินปลดสายมุ้งลงจากเสาต้นสุดท้าย แล้วนั่งลงพับเก็บ
อังศุมาลินดึงผ้าห่มที่โกโบริใช้ห่ม ที่กองขยุกขยุยอยู่บนฟูกที่นอนออก แล้วชะงักเมื่อเห็นรอยด่างสีแดงเข้มขนาดใหญ่ แห้งกรังอยู่บนที่นอน อังศุมาลินจ้องมองรอยเลือดนั้น
นึกถึงน้ำเสียงโกโบริที่เอ่ยขึ้นอย่างทดท้อใจ “คุณเกลียดผม ลึก-ล้ำ เหลือเกิน คุณเกลียด ทั้งๆ ที่ตัวผมก็ไม่รู้-ว่าผมทำผิดอะไร”
อังศุมาลินทำแข็งใจ ดึงผ้าปูที่นอนนั้นออกมา เห็นรอยเลือดซึมผ่านผ้าปูที่นอนลงมาอีกชั้น
คราวนี้สีหน้าอังศุมาลิน สยองแสยงใจ
เสียงโกโบริดังก้องในหัวอีกครา “ถ้าความเกลียดของคุณ มาจากที่ผมเป็นญี่ปุ่น คุณเป็นคนไทย เราก็เลยต้องเป็นศัตรูกัน คุณก็ควรจะรู้ว่า ทั้งตัวคุณเอง ทั้งตัวผมเอง เรา...เลือกไม่ได้”
อังศุมาลินสูดลมหายใจลึก ก่อนจะดึงผ้าปูที่นอนและปลอกหมอนรวมไว้ทางหนึ่ง
ครู่ต่อมาอังศุมาลินเดินเอาที่นอนมาตากแดดตรงระเบียง แล้วหันไปเห็นเสื้อทหารของโกโบริที่ถูกตัดขาดรุ่งริ่งและมีรอยเลือดเปื้อนเต็มวางอยู่ริมระเบียง จึงหยิบขึ้นมาดู
ภาพโกโบริมองอังศุมาลิน พูดเสียงเรียบเรื่อยผุดขึ้นในความคิด “คุณรู้ว่าใคร ดักทำร้ายผมกับหมอ..คุณรู้หมด ว่าเขาดักอยู่ตรงไหน จะทำผมเมื่อไหร่ ยังไง”
สีหน้าอังศุมาลิน ไม่สบายใจอย่างแรง อังศุมาลินเดินยกกาน้ำชาจะไปเก็บ เหลือบไปเห็นแจกันที่วางอยู่บนโต๊ะเตี้ยมุมห้อง ดอกพุดสีขาวเริ่มโรยแล้ว แต่ดอกเฟื่องฟ้ายังชูช่อแข็งอังศุมาลินชะงักมองดอกไม้นั้นนิ่งงัน

เวลาเดียวกันแม่อรกำลังป้อนข้าวต้ม ปลาเค็มทอด ให้ยายศรอยู่ พอรู้ว่ามีคนเดินเข้ามาก็หันไปมองแวบหนึ่ง เห็นอังศุมาลินเอาโกโก้ชงเข้ามา
“อิ่มข้าวแล้ว ขอดื่มโกโก้ร้อนของยายอังซักหน่อยดีกว่า” ยายว่า
“ร้อนนะคะ ระวังก่อน” อังศุมาลินส่งถ้วยโกโก้ให้แม่
“คุณยายเจริญอาหารนะ…วันนี้” แม่อรเย้า
อังศุมาลินยิ้มแย้มขยับเข้าไปจับแขนยายบีบ “คุณยายเก่งจังค่ะท่าทางจะหายแล้วนะคะนี่”
“ต้องขอบคุณยาของหมอญี่ปุ่นเขา..พ่อหนุ่มสองคนนั้น..วันนี้เขาจะมาไหมล่ะ”
คำพูดของยายศร ทำเอาอังศุมาลินหน้าซีด หันไปสบตาแม่ แม่อรถอนใจ
คุณยายศรแปลกใจ จับสังเกตสีหน้าทั้งสองคน สงสัยครามครันว่ามีอะไร

พระอาทิตย์เที่ยงวัน แม่อรเก็บถ้วยชามอยู่ในครัว ส่วนอังศุมาลินกวาดพื้นเรือน
“หนูคิดว่ายังไง” แม่อรถาม น้ำเสียงมีความกังวลเจือ
“คะ” อังศุมาลินละมือจากงานมองหน้าแม่
“ก็เรื่องเมื่อคืน…” แม่อรบอก
อังศุมาลินนิ่ง เงียบ
“หนูคิดว่าเขาจะยอมเงียบเหรอลูก คนที่ถูกทำร้ายไม่ใช่คนธรรมดา อย่างน้อยก็เป็นนาย
ช่างทหาร เป็นหลานแม่ทัพ”
แม่อรพูดพลางก้มลง ดับไฟในเตาถ่าน
“แล้วหมอคนนั้นอีก ดูเขาก็เป็นคนสำคัญเหมือนกัน แล้วถ้ามันเกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมา
เราจะไม่เดือดร้อนกันไปหมดเหรอลูก สองคนนั้นเขาก็มาที่บ้านเรา แถมยังถูกทำร้ายในสวนบ้านเราอีก”
มือที่กำลังตวัดไม้กวาดของอังศุมาลินหยุดกวาด นิ่งคิดตาม แม่อรเดินเข้ามาใกล้ ลดเสียงลง
“ถ้าหนูไม่บอกตัวคนร้าย เรื่องทั้งหมดมันก็จะมาตกหนักที่เรา”
อังศุมาลินอึ้ง หมดแรง
“พูดจริงๆ แล้ว พ่อดอกมะลิกับหมอเขาก็มีบุญคุณกับพวกเราไม่ใช่น้อย…ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ นี่ถ้าหนูบอกแม่เสียตั้งแต่แรก…”
แม่อรพูดค้างไว้ แล้วหันกลับไปพลิกปลาเค็มที่อยู่ในกระทะ เพราะไม่อยากพูดตำหนิใส่หน้าอังศุมาลินตรงๆ
อังศุมาลินรู้สึกผิดอย่างถึงที่สุด เหมือนกลายเป็นเด็กหลงทาง ที่สูญเสียความมั่นใจสิ้นเชิง
“แม่…”
แม่อรหันมาหา “อะไร”
“ถ้าเขาเกิดตายจริงๆ ขึ้นมา...แล้ว…หนูจะทำยังไงดี”
แม่อรมองลูกสาว แต่ไม่ตอบ หันไปยกกระทะลงจากเตา แล้วตักปลาเค็มใส่จาน

สีหน้าอังศุมาลินยามนี้กลายเป็นเหมือนเด็กตัวน้อยที่เสียขวัญ ไม่หลงเหลือมาดหยิ่งทะนงตนอีกต่อไป
“ขากลับแม่ซื้อเส้นหมี่มาด้วยนะคะ หนูจะงมกุ้งไว้ให้ผัดหมี่กรอบ”
แม่อรยังไม่ทันตอบ อังศุมาลินก็ดำผลุบหายลงไปใต้น้ำเสียก่อน
ใต้แผ่นน้ำ เห็นน้ำขุ่นขาวคล้ายกระจกฝ้าที่ล้อมรอบตัวอังศุมาลินที่กำลังแหวกว่ายไปมา ขณะที่ด้านบนมีเสียงเครื่องเรือยนต์ดังแผ่วๆ ใกล้เข้ามา แล้วหยุด เงียบหายไป
อังศุมาลินยังอยู่ใต้น้ำควานมือไปตามซอกเสาท่าเรือด้วยความชำนาญ สีหน้าอังศุมาลินดีใจรู้สึกว่าจับกุ้งได้ จึงกดมือไว้ ค่อยๆ เลื่อนมือไปจับที่ส่วนหัว แล้วทะลึ่งขึ้นมาบนผิวน้ำอย่างรวดเร็ว
อังศุมาลินสะบัดผมที่ตกลงมาปรกใบหน้าให้พ้นไปด้านหลัง ทันใดนั้นก็มีเสียงคนดังขึ้น
“แม่น้ำที่นี่-ลึก-มากไหม”
อังศุมาลินสะดุ้งตกใจ หันไป
เห็นโกโบริอยู่บนเรือ ไม่สวมเสื้อ แต่มีเสื้อทหารคลุมไหล่ไว้ กำลังส่งยิ้มมาให้ อังศุมาลินช็อกไปเล็กน้อย ทำอะไรไม่ถูก ปล่อยกุ้งนางตัวใหญ่ที่จับได้หลุดมือไป
“โอ๊ย” กุ้งดำน้ำหนีไป
อังศุมาลินมองตามกุ้ง ถอนใจสุดเซ็ง บ่นๆ “โห..เสียดายจัง!”
“ผม-เสียใจ-ที่-ทำให้คุณ-ตกใจ” โกโบริบอก
อังศุมาลินหันมามอง เงียบไป
สภาพโกโบริยังมีหน้าตาซีดเซียว ซอกคอมีรอยยาแดงแต้มไว้เป็นทางยาว ที่ตัวยังมีผ้าพันไว้
อังศุมาลินมองๆ แล้วถามเป็นญี่ปุ่น “คุณ-หายดีแล้วหรือ”
โกโบริฟังไม่ค่อยถนัด เอียงคอเล็กน้อยเหมือนไม่เข้าใจที่อังศุมาลินพูดภาษาญี่ปุ่นไป
“สบายดีแล้วใช่ไหม.. หายดีแล้ว” อังศุมาลินเลยถามเป็นคำไทยแทน
โกโบริก้มหัวลงช้าๆ ยิ้ม
“ขอบคุณมากครับ..ขอบคุณครับ ผมสบายดี”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 6/3 วันที่ 7 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager