อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 6/4 วันที่ 7 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 6/4 วันที่ 7 ก.พ. 56

“ขอบคุณมากครับ..ขอบคุณครับ ผมสบายดี”
ทั้งคู่มองตากัน ไม่รู้จะต่อบทสนทนากันอย่างไร เงียบอยู่สักพัก โกโบริก้มลงไปดูเครื่องยนต์ของเรือ จับโน่นดึงนี่ด้วยมือข้างเดียวอย่างเก้งก้าง
อังศุมาลินลอยคอดูอยู่เงียบๆ
“เครื่อง-เสีย-อีกแล้ว”
โกโบริพูดโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามอง อังศุมาลินพยายามถีบน้ำพยุงตัวขึ้นให้สูงเพื่อชะเง้อมองดูเครื่องยนต์

“เกาะที่เรือสิ คุณจะได้ไม่เหนื่อย” โกโบริบอก
อังศุมาลินลดตัวลงลอยคอตามเดิม จนเมื่อเห็นว่าโกโบริไม่ได้มองมา จึงค่อยๆ เอื้อมมือไปจับแคมเรือด้วยความไม่แน่ใจ
อังศุมาลินเกาะขอบเรือดูอยู่เฉยๆ เห็นโกโบริกำลังง่วนอยู่กับเครื่องยนต์ แต่ใช้มือได้ข้างเดียวจึงทำอะไรไม่ถนัด จังหวะหนึ่งโกโบริทิ้งเครื่องมือลงบนท้องเรืออย่างขัดใจ พร้อมถอนหายใจอย่างแรง



“เฮ้อ..เดี๋ยวพอน้ำลง ผมคงได้-ลอย-ออกทะเลไปแน่”
โกโบริทิ้งตัวลงเอนนอน ขำกับตัวเอง
อังศุมาลิน ถามขึ้น “คุณซ่อมไม่ได้หรือ”
“ได้.. แต่ผมทำ-ไม่-ถะ-นัด นี่ ถ้า น้ำพัดแรง พา ไปไกลๆ คงแย่แน่” โกโบริพูดไทยปนญี่ปุ่น
อังศุมาลินเหลือบไปเห็นเชือกบนหัวเรือ พลางคิดอะไรออกได้อย่างรวดเร็ว
“ถ้าเอาเชือกนั่นไปผูกกับเสาสะพานแล้วสาวเรือเข้าไป เรือจะได้ไม่ลอยไปไกล.. คุณจะได้ไปตามคนที่อู่มาช่วย”
โกโบริงง “คุณพูดเร็วมาก”
“เชือกนั่น เอาไปผูก.. ตรงโน้น”
อังศุมาลินชี้นิ้ว พร้อมทำท่าประกอบ
“คุณจะช่วยเอา..เชือก ไปผูกให้ผมเหรอ” โกโบริถาม
อังศุมาลินพยักหน้าโดยไม่กล้าสบตามองอีกฝ่ายหนึ่ง
โกโบรินิ่งไปชั่วครู่ ตัดสินใจหยิบเชือกแล้วส่งให้
“ขอบคุณมาก ที่ช่วยเหลือ”

อังศุมาลินคว้าเชือกได้ก็ว่ายพุ่งปราดไปอย่างชำนาญ โกโบริมองแล้วยิ้มอย่างทึ่ง
สักครู่ต่อมาอังศุมาลินกำลังผูกรั้งปลายเชือกไว้กับเสาหัวสะพาน จนมัดปมเสร็จจึงโบกมือเป็นสัญญาณให้โกโบริสาวเรือเข้ามา

“มาได้แล้ว...ตามสบายนะ”
อังศุมาลินรีบขึ้นจากน้ำ แล้วคว้าผ้าขนหนูมาคลุม รีบเดินกลับไปที่เรือนรวดเร็วโกโบริมองตามไปสักพัก แล้วหันมาใช้แขนข้างเดียวออกแรงสาวเชือกเพื่อให้เรือเข้าไปเทียบท่า
โกโบริขณะพยายามใช้แรงดึง ออกแรงแขนเต็มกำลัง จากนั้นโกโบริรีบผูกเชือกเข้ากับตัวเรือจนเสร็จ แล้วกระโดดขึ้นมาบนท่าน้ำ ยืนดูนั่นนี่ รอๆ

สักครู่ใหญ่ๆ อังศุมาลินเดินมาหา ใส่ผ้านุ่งและสวมเสื้อตัวใหม่ ผมดำขลับยังชื้นน้ำ ประบ่า อังศุมาลินเดินเร็วๆ มาชะเง้อมองแววตาสงสัย
“อ้าว..ยังซ่อมไม่ได้หรือคะ”
โกโบริหันมา “ผม.. คงต้องขอ อนุญาต-เดินผ่านสวน…เพื่อ-เดินไป-เอาของที่อู่-ได้ใช่ไหม”
อังศุมาลินมองหน้า คิดๆ นิดหนึ่ง “เชิญค่ะ”
โกโบริก้มหัวให้ “ขอบคุณ…” ขณะเดินไปได้ 2 - 3 ก้าว ก็หันกลับมาเหมือนนึกอะไรได้ “คุณยายซังเป็นอย่างไรบ้าง”
อังศุมาลินยังยืนอยู่ที่เดิม มองตามมา ยิ้มสำรวมให้ดูมีไมตรีนิดหนึ่ง “ดีขึ้นบ้างแล้ว ขอบคุณ”
“หมอบอกว่า.. ฉีดยาครบก็หาย ไม่ต้องห่วง”
“อ้อ..คุณยายบอกว่า..ฝากขอบคุณคุณ..และคุณหมอด้วย”
โกโบริก้มหัว “ด้วยความยินดีครับ” นิ่งคิดนิดๆ ลังเล ไม่มั่นใจ “ผม..ขอ-อนุญาต.. ไปเยี่ยมคุณยายซังหน่อย..ได้ไหม”
อังศุมาลินอึ้งๆ

ไม่นานหลังจากนั้น อังศุมาลินกับโกโบริเดินขึ้นบันไดมา ยายศรกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาเจียนหมาก-ห่อพลู สำหรับกินเองอยู่ในเรือน
อังศุมาลินรีบพูดเอาใจ “คุณยาย.. มีแขกมาเยี่ยมค่ะ”
โกโบริกระชับเสื้อคลุมให้เข้าที่เรียบร้อย แล้วโค้งคำนับอย่างสุภาพนอบน้อม พอยายศรเงยมาเห็น เป็นใครก็ยิ้มแฉ่ง พยายามจะลุกขึ้นมาต้อนรับ โกโบริรีบเข้าไปห้ามพูดญี่ปุ่นปนไทย
“อย่าครับ ไม่เป็นไร..ไม่เป็นไรครับ”
“คุณนั่งคุยกับคุณยายไปก่อนนะ”
โกโบริพยักหน้า อังศุมาลินรีบเข้าห้องไป ยายยิ้มให้โกโบริ
“ขอบใจมากนะพ่อดอกมะลิ”
“ไฮ้…ครับ…เอ่อ คุณยายซัง-หายดีขึ้น-ใช่ไหมครับ”
“ดีขึ้น ดี สบายดีแล้ว หายแล้ว” ยายศรคว้าหมามากัดกิน “แล้วพ่อดอกมะลิล่ะ แผลนั่น” ชี้ที่ผ้าที่โกโบริพันตัวไว้ “หายหรือยัง”
โกโบริยิ้มแต้ โค้งแล้วโค้งอีก “หายแล้วครับ ขอบคุณมากๆ ครับ”
ยายศรมองนิ่ง ยิ้มอย่างเวทนา และเอื้อเอ็นดู

กลางวงเชี่ยนหมากของยายศร ที่มีอุปกรณ์ เครื่องเคียงต่างๆ มากมาย ยินเสียงโกโบริหัวเราะสดใส นั่งพับขาทับส้นเท้าแบบคนญี่ปุ่น กำลังหัวเราะเสียงดังกับยาย อังศุมาลินที่ผมแห้ง แล้วถักเป็นเปียเดียวข้างหลัง กำลังเตรียมชาในครัว
อังศุมาลิน มองไปเห็นโกโบริกับยายคุยกันสนุกสนาน โกโบริหันมา ยิ้มให้อังศุมาลิน
อังศุมาลินยิ้มตอบนิดๆ เป็นยิ้มที่จริงใจ และเป็นรอยยิ้มที่โกโบริไม่เคยเห็นมาก่อน
โกโบริชูหมากที่ถือในมือขึ้นอวด
“มา-กุ”
ยายศรท้วง “หมาก”
“ม้าก” โกโบริยังพูดผิดอยู่ดี
ยายยิ้มขำ อังศุมาลินก็ขำนิดๆ ขณะยกกาน้ำชา มากับถาดพร้อมถ้วยชา
โกโบริโชว์ภาษาไทยที่เพิ่งได้เรียนมาเมื่อสักครู่ โดยชี้ข้าวของต่างๆ ในเชี่ยนหมากของยาย แต่ฟังเพี้ยนทุกคำ
“ม้าก.. พูลุ.. ปูนนน.. มี้ด.. ตา-หลับ”
อังศุมาลินช่วยสอน “ตลับ ต้องพูดเร็วขึ้น..ถ้า ตา-หลับ หมายถึงแบบนี้…”
อังศุมาลินชี้ไปที่ตาตัวเอง แล้วโชว์หลับตาให้ดู โกโบริมองจ้อง ดูใบหน้าอังศุมาลินยามหลับตา ดูสวยงามผุดผ่อง
อังศุมาลินค่อยๆ ลืมตาขึ้น เห็นว่าโกโบริจ้องมองอยู่ก็รีบหลบตา เขิน
“ผมชอบคุณใส่สีนี้..ผมชอบสีนี้”
อังศุมาลินเขิน ทำหน้าเคร่ง ไม่พอใจ “เชิญดื่มชา” พลางผลักชุดชาให้ แล้วถอยไป ลุกเดินไป
โกโบริจ๋อยลง มองตาม
“ดื่มชาสิจ๊ะ” ยายศรบอก
โกโบริสะดุ้ง รีบหันมา โค้งแล้วโค้งอีก “ไฮ้…ขอบคุณครับ”
อังศุมาลินเดินไปเอากระด้งพร้อมมีดและเขียงมา โกโบริรินชา แล้วหันไปมองตามอังศุมาลินตลอด
จนอังศุมาลินไปยกกระจาดกล้วยน้ำว้าดิบลูกเล็กๆ แล้วมานั่ง ห่างออกไป ลงมือปอกเปลือก
ยายศรร้องถาม “หนูจะทำอะไรหรือ”
“ฉาบกล้วยน่ะค่ะ แต่ถ้าไม่หมดก็กะจะนึ่งเสียบ้าง ของคุณยายหนูจะทำกล้วยทับแบบสุกๆ
จิ้มมะพร้าวให้”
โกโบริมองตาปริบๆ เพราะเข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง
“ดีๆ ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวยายเอาหมากกับพลูนี่ไปเก็บก่อน แล้วเดี๋ยวจะออกมาช่วย…จะแสดง
ฝีมือให้พ่อดอกมะลิเขาลองทานดูสักหน่อย”
ยายศรลุกท่าทีกระฉับกระเฉง เดินถือเอาเชี่ยนหมากเข้าไปเก็บในห้อง โกโบรินั่งมองดูอังศุมาลินที่ปอกกล้วยอย่างคล่องแคล่วอย่างสนใจจริง
“คุณทำอะไรหรือ”
“กล้วยฉาบ”
“กล้วย.. ชาบุ”
อังศุมาลินอธิบาย “ฉาบบบ ไม่ใช่ ชาบุ เอากล้วยไปทอด แล้วก็ ‘ฉาบ’ ด้วยน้ำตาล”
โกโบริพยักหน้า เหมือนเข้าใจ
“ถ้าคุณอยู่ต่ออีกสักประเดี๋ยว ก็คงได้ลองชิม”
โกโบริดีใจมาก แต่พอนึกได้ ก็ทำหน้าเสียใจ
“ผมอยาก..ชิม แต่.. ผมไม่ว่าง.. ต้องทำงาน”
โกโบริอึกอัก ลังเล มองดูอังศุมาลินสักพักเกรงใจสุดขีด ก่อนที่จะตัดสินใจพูดประโยคนี้
“เอ่อ…จะอนุญาตไหม…ถ้า.. ผมจะมาอีก..ตอนเย็น”
อังศุมาลินพยักหน้าอย่างใจดี
โกโบริยิ้มแฉ่ง ดีใจมากมาย “คุณใจดีเหลือเกิน งั้น.. ผมขอตัวกลับก่อนนะ”
โกโบริพยายามจะยันตัวลุกด้วยแขนเดียว อังศุมาลินสังเกตเห็น มองดูด้วยสายตาเป็นห่วง
“แล้ว.. แผลของคุณเป็นอย่างไรบ้าง”
“หายดีขึ้นแล้ว.. อีกไม่นานก็-ตัด-ไหม-ได้แล้ว”
อังศุมาลินท้วง “ไม่ใช่ไหม…ด้ายเย็บผ้าต่างหาก”
“ด้ายเย็บผ้า ใช่…ด้ายของคุณมีประโยชน์มาก หมอบอกว่าแผลเกือบดีแล้ว”
โกโบริค่อยถอดเสื้อคลุมออก หันให้ดูแผ่นหลังอย่างช้าๆ
อังศุมาลินเห็นว่าแผลไม่บวมแล้ว แต่ยังมีรอยอักเสบแดงช้ไ และแผลที่เย็บไว้ปิดผ้าไว้อยู่
โกโบริเอาเสื้อคลุมมาคลุมไหล่ไว้ตามเดิม
“อะไรก็ดี แต่ตอนนี้ ผมยกแขนไม่ค่อยได้ ใส่ชุดทหารไม่ได้ ขอโทษที่แต่งตัวออกจะ-ไม่สุภาพ-สักหน่อย”
โกโบริลุกขึ้นยืน
“ตอนเย็นผมจะมาใหม่ ถ้าหมอว่าง…ผมจะชวนมาด้วย”
“ค่ะ”
อังศุมาลินวางมีดและกล้วยที่ถือไว้ในมือลง จะลุกขึ้นไปส่ง
ทันใดนั้น ตาบัวก็โผล่พรวดขึ้นมาจากบันได พลางพูดจาละล่ำละลักไปด้วย
“แย่แล้วแม่อังๆ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว คุณยายอยู่หรือเปล่า ช่วยฉันด้วยคือ…”
พูดไม่ทันจบคำ ตาบัวเพิ่งหันไปเห็นโกโบริยืนอยู่หลังอังศุมาลิน แหกปากร้องลั่นราวกับเห็นผี
“เย้ยย.....”
ตาบัวยิ้มเจื่อน ค่อยๆ ถอยร่นไป ทำตัวหดเล็ก จะหันหลังกลับไป
โกโบริยิ้มนิดๆ บอกด้วยเสียงเยือกเย็น “กลัวฉันด้วยหรือ”
ตาบัวสะดุ้ง หลบตาวูบ โกโบริมองตาบัวด้วยความเรียบเฉย แต่ดวงตาคมเป็นประกายน่ากลัว

ตาบัวดึงแขนอังศุมาลินออกไปคุยอีกทาง ตรงมุมระเบียงนอกชาน โกโบริยืนดูอยู่ห่างๆ มองตาม แววตาสงสัย
“ลุงอยากจะมาขอยาไปให้ตาผลมันหน่อย มันไม่สบายมาก”
“ลุงผลเป็นอะไร”
“น่ากลัวจะเป็นไข้ ตัวร้อนจี๋ นอนสั่นทั้งคืน…เห็นที่นี่เป็นไข้กันลุงก็เลยคิดว่าจะมาขอปันยา
ไปบ้าง” ตาบัวหันมาเห็นโกโบริ สะดุ้งสุดตัว
โกโบริคอยยืนฟังอยู่หน้าเฉย
“ที่คุณยายอาการดีขึ้น..ก็เพราะมีหมอมาฉีดยาให้”
สีหน้าอังศุมาลินเหนื่อยๆ ใจ
“ลุงก็รู้ไม่ใช่หรือว่าหมอคนไหน”
ตาบัวรู้ว่าอังศุลามินหมายถึงหมอทาเคดะ พูดเบาๆ กับตัวเอง สลดๆ
“ไอ้หมอนั่น…”
โกโบริเดินเข้ามาถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
“หนาวสั่น…แล้วเป็นอะไรอีก”
ตาบัวอึกอัก ไม่เต็มใจจะตอบ และพยายามตอบโดยไม่มองหน้า
“ก็ทุรนทุราย.. แล้วก็บ่นว่าปวดหัวมาก” ตาบัวสะบัดเสียงท่าทีหงุดหงิด
“ทุรนทุราย และปวดหัวมาก” อังศุมาลินแปล
“มาเลเรียขึ้นสมอง ถ้าไม่รีบพาไปหาหมอ แย่แน่ๆ”
ตาบัวร้อนใจถามยิกๆ “ทำไมๆ มันว่าอะไร”
“เขาบอกให้ลุงรีบพาไปหาหมอ…”
“จะไปหาได้ยังไงล่ะ สตางค์ก็ไม่มี”
“ไม่อย่างนั้นก็.. อาจ-ตาย-ได้” โกโบริบอกต่อช้าชัด
ตาบัวสะดุ้ง สีหน้าวิตกกังวลสุดๆ
“กลัว-ตาย-เหมือนกันเหรอ…”
ตาบัวหน้าซีดจ๋อย สลด โกโบริยิ้มเล็กๆ หัวเราะเบาๆ อยู่ในลำคอ ก่อนจะถามออกมา
“คนเจ็บอยู่ที่ไหน”
ตาบัวอึกอักไม่กล้าตอบ
โกโบริเสียงเข้มขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าเรียบเฉย
“อยู่ที่ไหน”
ตาบัวค่อยๆ มองขึ้นไปสบตา ร่างชายชราสะท้านเข่าอ่อน ทรุดตัวลงไปนั่งยองๆ ยกมือไหว้ท่วมหัว
“เจ้าประคุณ อย่าจองเวรจองกรรมกันเลย ฉันไหว้ล่ะ ที่แล้วมันก็แล้วกันไปเถอะ เราก็ไม่ได้คิดจะให้ถึงตาย ไอ้ผลอาการมันร่อแร่ จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ อย่าจับมันไปทรมานอีกเลย”
โกโบริไม่ค่อยเข้าใจนัก หันมองหน้าอังศุมาลินเหมือนจะให้ช่วยแปล ทว่าอังศุมาลินไม่ยอมแปล เมินไปเสีย ด้วยลำบากใจ และอายแทนตาบัว
โกโบริถอนใจยาว เข้าไปนั่งคุกเข่า เผชิญหน้า “ทำไมถึงคิดจะฆ่าฉันกับหมอ”
“แม่อัง.. ฉันว่า.. ไว้ฉันมาวันหลังดีกว่า”
ตาบัวลนลานรีบขยับจะลุกหนี แต่โกโบริดึงแขนไว้ ตาบัวหันมองอังศุมาลินเพื่อจะยึดเป็นที่พึ่ง อังศุมาลินมองกลับมาด้วยแววตาเหมือนสั่งให้อย่าหนี
“นาย-จะฆ่าฉัน ฉันเข้าใจ-ว่าทำไม…แต่ฉัน-ไม่เข้าใจว่า-จะฆ่าหมอทำไม”
ประโยคสุดท้ายโกโบริพูดอย่างเน้นๆ จริงจัง ดุดัน
“กะ..ก็.. ก็เห็นมาด้วยกัน”
เห็นตาบัวพูดตะกุกตะกัก โกโบริยิ้มเล็กๆ อย่างผู้ชนะ
“ผมเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าใครเป็นคนทำ…เพราะ-ยอมรับ-ออกมาแล้ว”
อังศุมาลินมองโกโบริ อึ้ง ทึ่ง ตาบัวมองหน้าตกตะลึง
“ที่จริง.. ครั้งแรกก็ แค่-สงสัย…”

โกโบริพูดเป็นปริศนา ยิ้มอย่างมีชัย แววตาเข้มสีหน้าลึกล้ำ
ที่นอกชานบ้านอังศุมาลินเวลานั้น ตาบัวเหมือนเกิดก้นหนักกะทันหัน ทิ้งตัวลงนั่งก้นจ้ำบ้ำ ยกมือพนมค้างที่อก มองโกโบริเหมือนเพฌชฆาต เหงื่อแตกพลั่ก โกโบริมองมาท่าทีเยือกเย็น แววตาเยาะ

สักพักตาบัวหลบตา หันมามองทางอังศุมาลินอย่างวิงวอน อังศุมาลินระอาตาบัว และละอายต่อโกโบริ จึงถอนใจยาว เข้ามาดึงแขนตาบัวขึ้น
“มา..ลุงบัว..แล้วตกลงลุงผลอยู่ที่ไหนล่ะ เดี๋ยวหนูไปดูด้วย”
ตาบัวขาหมดแรง ไม่ยอมลุก
โกโบริลุกมาก่อน หัวเราะๆ แล้วหันไปหาอังศุมาลิน กระชับเสื้อคลุมให้เรียบร้อย
“ผมจะไป-ตามหมอ -ถ้าว่าง-จะพามา” โกโบริหันมามองตาบัว แล้วทำหน้าดุดันขู่ๆ ประมาณตายแน่เอ็งแล้วหันมาหาอังศุมาลิน “คุณ-ไปคอยผม-ตรงสะพานต้นมะพร้าว-ก็แล้วกัน”
โกโบริก้าวลงบันไดไปอย่างรวดเร็ว ตาบัวตาค้างมองตามไปจนโกโบริลับตาแล้วรีบถาม
“มันว่าอะไรนะ”
อังศุมาลินฉุนนิดๆ “มัน ที่พวกลุงฟันเขาเกือบตาย...จะไปตามหมอคนที่โดนพวกลุงฟันเจ็บไปด้วยอีกคน มารักษาลุงผลน่ะสิ”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 6/4 วันที่ 7 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager