อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 7 วันที่ 8 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 7 วันที่ 8 ก.พ. 56

อังศุมาลินฉุนนิดๆ “มัน ที่พวกลุงฟันเขาเกือบตาย...จะไปตามหมอคนที่โดนพวกลุงฟันเจ็บไปด้วยอีกคน มารักษาลุงผลน่ะสิ”
“ตายๆๆๆ คราวนี้พวกมันคงกะรุมเอาซามูไรกระซวกเราตายแน่ๆ คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกช้างด้วย”
อังศุมาลินมองชายชราอย่างสลดและเอน็จอนาถ

โกโบริเดินเข้ามาที่อู่ เจอะเคสุเกะกับทหารอื่นกำลังช่วยกันยกกล่องใส่พวกยา อุปกรณ์การแพทย์ที่เพิ่งมาถึงมากมาย มาวางเรียง โกโบริพูดคุยทุกทายเป็นภาษาญี่ปุ่นกัน
“หมอทาเคดะล่ะ”
“หมอไม่อยู่ครับ..ไปช่วยรักษาคนที่โดนระเบิดที่ดอนเมือง ยังไม่มา” เคสุเกะตอบ
ขณะที่โกโบริอึ้งกำลังหันรีหันขวาง หมอทาเคดะมาถึงพอดีและเดินเข้ามา
“อ้า หมอ มาพอดี”



“มีอะไร
“ที่ดอนเมือง เป็นยังไงบ้าง”
“เสียหายมาก…ฝ่ายเรา…เจ็บมาก..มีคนตาย”
“พวกปีศาจอังกฤษ อเมริกา มาทิ้งระเบิด ไม่ว่าคนไทย หรือคนญี่ปุ่น ก็สูญเสียหมด” หมอว่า
“หมอคง-เหนื่อย พักผ่อนเถอะ” โกโบริพูดคำทยแล้วจะเดินออกไป
หมอทาเคดะเรียกไว้ “มีอะไร”
“ไม่เป็นไร ไม่รบกวน” โกโบริเกรงใจ กำลังจะหันออก
“มีอะไร” หมอทาเคดะตามมาดึงแขน มองอย่างห่วงใย ว่ามีเรื่องอะไร
โกโบริมองหน้า คิดหนัก หมอเคสุเกะมอง ท่าทีสนใจไปด้วย

สายแล้ว ตาบัวกำลังกระสับกระส่ายเดินไปเดินมาที่จุดนัด ตรงสะพานไม้ต้นมะพร้าว ทางข้ามไปอู่ต่อเรือ
“แม่อังจะไปไว้ใจมันได้ยังไง ถ้ามันจับพวกฉันไปทรมานจนตายล่ะ ฉันไม่เอาด้วยแล้ว”
ตาบัวทำท่าจะเดินกลับ อังศุมาลินฉุดแขนไว้
“ลุงบัว…ถ้าทิ้งไว้...ลุงผลก็ตายเหมือนกัน ลองเสี่ยงดู เขายังรักษาคุณยายจนหายเลย”
“ไอ้ยุ่นคนนี้มันจะเล่นกับเราท่าไหนก็ไม่รู้ ใจคอมันร้ายอย่างกับยักษ์มาร”
“ลุงบัว...ความจริง...ตอนนั้น...ที่พวกลุงถูกทำโทษก็เพราะพวกลุงทำผิดไม่ใช่เหรอ” อังศุมาลินพูดตามจริง
ตาบัวฉุน “อ้าว…แม่อัง..นั่นลุงทำเพื่อชาตินะ ถึงเราจะเป็นพลเรือน เราก็รบเพื่อชาติได้ ด้วยการบั่นทอนยุทธปัจจัยของพวกมันทุกวิถีทาง”
“ถ้างั้น…เราก็อย่าพึ่งพวกมันเลยนะ ไม่งั้น มันจะกลายเป็นการขายชาติ..ไป ไปต้มขี้เหล็กกิน เดี๋ยวฉันต้มให้ ไป” อังศุมาลินหันตัวจะพาเดินกลับ
“เดี๋ยวๆๆ เอาวะๆๆ หยวนๆๆ หักใจ…ยอมลงให้พวกอักษะมันซักครั้งวะ เสี่ยงเป็นเสี่ยง ขี้เหล็กน่ะ ควรเอาไว้แกงกะเนื้อย่าง...ไม่ใช่อะไรหรอกนะ สงสารไอ้ผลมัน...ทุรนทุรายทั้งคืน เวลาปวดหูปวดหัวทีมันแทบจะเอาหัวทิ่มลงไปในคูอยู่แล้ว”
พอดีกับที่หมอทาเคดะหิ้วกระเป๋ายาเดินข้ามสะพานนำหน้ามา ตาบัวรีบทำตัวลีบ แอบหลังอังศุมาลินที่ทักหมอเป็นคำญี่ปุ่น
“สวัสดีค่ะหมอ”
หมอค้อมศีรษะลงต่ำ ยิ้มนิดๆ ตาบัวไม่กล้าสบตาด้วย
“หมอ..หายเจ็บ..แล้วหรือคะ”
หมอทาเคดะยิ้มให้ “ดีกว่าโกโบริมากครับ ขอบคุณ”
“ขอบคุณ..ที่หมอกรุณามา”
“ผมยินดีมาครับ”
โกโบริมองเหล่ตาบัว “แต่จะกรุณาหรือเปล่า ก็ไม่แน่…”
“แต่...ฉันคิดว่า หมอน่าจะ...ใจดี” อังศุมาลินว่า
“หมอใจดีแน่…ไม่มีใครใจร้าย..เท่าผมหรอก…” โกโบริหันไปทำหน้าดุใส่ตาบัวขณะบอก “นำไปสิ”
ตาบัวกระซิบกับอังศุมาลิน “มันคงไม่เอาไอ้ผลมาสับเป็นท่อนๆ เพื่อแก้แค้นหรอกนะ”
โกโบริฟังออก ตอบออกมา “นั่น-ต้อง ขอ คิดดูก่อน...ใช่ไหม หมอ”
“ใช่” หมอพยักหน้า
ตาบัวสะดุ้งโหยง
โกโบริมองหน้าบัว “ว่าไง..จะให้ช่วยหรือเปล่า”
ตาบัวรีบลนลาน โค้งแล้วโค้งอีก
“คะ..ครับ ไฮ้ๆๆ ไฮฮิตเล่อร์ กองทัพอาทิตย์อุทัยจงเจริญ บันไซ ไชโย” ตาบัวทำไม้ทำมือประจบเว่อร์
อังศุมาลินอายแทบแทรกแผ่นดินหนี “พอแล้ว..ลุง..ไป”
โกโบริกับหมอ สบตาถอนหายใจ ขำๆ
ตาบัวกลับหลังหัน เดินนำหน้าไปแบบหันรีหันขวาง ระแวงอยู่นั่นแล้ว อังศุมาลินอึดอัดใจ

สักครู่หนึ่งตาบัวนำทุกคนมาที่ท้ายสวนฝรั่ง ถึงเพิงโย้เย้ หลังคาจาก ที่ตั้งบนพื้นดินทุบๆ มีฝาไม่ครบ 4 ด้าน ด้านหนึ่งเป็นครัวจำเป็น มีหม้อดินดำๆ ก้อนสามเส้า ที่ก่อไฟไว้มอดๆ บนนั้น มีหม้อน้ำบุบๆตั้งเอียงๆ อยู่
ส่วนบนแคร่ ตาผลโทรมซีด ขดอยู่ใต้ผ้าห่มและผ้าทุกชนิดซ้อนสุมๆห่มไว้ โผล่แต่หน้ามาหายใจ
ตาผลครางฮือๆ เพราะพิษไข้ “ฮือๆ โอ่ย โอ๊ย”
“นี่ละ…ไอ้ผล”
สามคนอึ้งกับสภาพที่เห็น
หน้าตาผลยามนี้เหลืองอมเขียว ผอมซูบผิดตา มีกลิ่นไม่พึงประสงค์คละคลุ้ง ทุกคนเอามือปิดจมูกแทบไม่ทัน
“พระเจ้า!”
หมอทาเคดะตั้งสติ กลั้นใจ รีบเข้าไปดูอาการคนไข้ โกโบริเข้าไปช่วย ตลบผ้าห่มต่างๆ ออก อังศุมาลินหันรีหันขวางอยู่สักพัก ก็เดินไปนั่งยองที่กองไฟ ก้มเป่าถ่านให้แดงวาบขึ้น แล้วหากิ่งไม้แห้ง 2-3 กิ่งแถวนั้น ใส่เข้าไปจนไฟลุกโชน เอามือเปิดฝากาน้ำออก
“ลุง…ขอชามอ่างใบหนึ่ง”
“เดี๋ยวนะๆ”
ตาบัวคว้าอ่างสังกะสีเก่าๆ สกปรกๆ ใบหนึ่งส่งให้อังศุมาลิน
“ขอใบสะอาดๆ หน่อยสิลุง เดี๋ยวจะได้ใช้ใส่น้ำร้อนต้มเข็มฉีดยา”
“มีอยู่ใบเดียวนี่แหละ”
“เฮ้อ.. แล้วโอ่งน้ำล่ะอยู่ไหน”
ตาบัวชี้ไปที่โอ่งเล็กๆ วางตะแคงอยู่ข้างแคร่ เพราะด้านหนึ่งมีรูรั่ว อังศุมาลินลุกขึ้นไปตักน้ำมาทำความสะอาดชามอ่าง
“ขอน้ำร้อน!” โกโบริหันมาสั่งแบบเคยชิน อังศุมาลินชะงัก กับการออกคำสั่งของโกโบริ
“กรุณาคอยประเดี๋ยวเจ้าค่ะ” อังศุมาลินประชดเป็นภาษาญี่ปุ่น
ตาผลลืมตามองเห็นโกโบริ กะหมอทาเคดะ กลอกตาดูคนนั้นที คนนี้ที แล้วน้ำตาไหล
ตาผลพูดเสียงแหบแผ่ว “มัจจุราช..พญายม..มารับข้าไปนรก..ไม่เอา ไม่ไป..” และหมดแรง หลับตาลง
ตาบัวจับมือผล “ฮือๆๆ ขอให้ไปสู่สุคตินะ..เพื่อน”
อังศุมาลินเหลียวมามองภาพตรงหน้าอย่างอเน็จอนาถ แล้วจัดการต้มน้ำไป

น้ำที่เดือดจัด และมีเข็มฉีดยาแช่อยู่ หมอใช้คีมคีบเข็มขึ้นมา ตาบัวพนมมือ สวดมนตร์
“พระอรหังๆๆ ….”
หมอทาเคดะเช็ดแอลกอฮอลล์ตรงที่จะฉีด แล้วค่อยๆ ปักเข็มไปที่กล้ามเนื้อต้นแขนของตาผล
ดวงตาตาผล ที่ลืมขึ้นมามองแดงก่ำ มองดูหมอกับโกโบริเหมือนจะจำไม่ได้ หมอทาเคดะเอาเข็มออก สักพักตาผลก็หลับตา
ตาบัวรีบโดดมากระซิบอังศุมาลิน “เฮ้ยๆๆ แม่อังๆๆ ไอ้หมอมันฉีดยาให้ตาผลตายไปแล้ว” ตาบัวยกมือปิดหน้า เข่าอ่อน ต้องพิงเสาเพิง “โธ่..ไม่น่าเลยกู”
อังศุมาลินหันมาชู่วใส่..กระซิบตอบ “ใครบอกล่ะลุง หยุดเอะอะได้แล้ว ลุงผลหลับไปต่างหาก”
“แต่มันไม่น่าไว้ใจนา”
หมอทาเคดะยังคงตรวจเช็คร่างกายตาผลอยู่ แล้วซุบซิบกะโกโบริ ท่าทางซีเรียสกัน ตาบัวสยอง
โกโบริหันมา เดินเข้ามาหาทั้งคู่ ตาบัวรีบทำเนียน หลบไปข้างหลังอังศุมาลิน
“มาเลเรีย-ขึ้น-สมอง ต้องฉีดยาทุกวัน ตอนนี้ให้นายคนนี้ตามหมอไปรับยาที่อู่ มาไว้ให้คนเจ็บกิน”
โกโบริชี้ไปที่ตาบัว ตาบัวสะดุ้ง บ่นอุบ
“ไม่ไป...ฉันไม่ไปเด็ดขาด”
โกโบริหันมา ยิ้มนิดๆ “คนบางคน เราก็ไม่อยากได้ตัวไว้หรอก”
หมอทาเคดะเก็บของใส่กระเป๋าเดินออกมาถาม
“ใคร..จะไปเอายากับผม”
โกโบริมองตาบัว พยักหน้าให้ไป
ตาบัวส่ายหัวถี่ๆ ถอยกรูด “ไม่เอายาเยออะไรทั้งนั้น ไม่เอ๊า ไม่เอาๆ”
“อยากให้เพื่อน-ตาย-หรือเปล่า” โกโบริบอก
ตาบัวคิดหนักสักพัก อังศุมาลินมองอย่างสมเพช
“ไหนว่ารักกันนักไง..โธ่เอ๊ย..ที่แท้ก็…”
ตาบัวผงะแล้วฮึดสู้ สูดลมหายใจลึก ฮึบ แล้วรีบเข้าไปโค้งคำนับลงต่ำอย่างที่คิดว่าสุภาพที่สุด
ตาบัวพูดด้วยมาดยิ่งใหญ่สุดๆ “ข้าเอง..ข้าจะขอเสี่ยงชีวิต..ไปเอายา..เพื่อสหายรักของข้า..ไฮ้!”
หมอทาเคดะ โกโบริ สบตา ส่ายหัว หมอหันมาพยักหน้าย้ำ แล้วเดินนำไป
ตาบัวหันมามองอังศุมาลินกลัวๆ กล้า มองโกโบริ แต่สุดท้ายจำต้องเดินตามหมอไป
โกโบริกับอังศุมาลินมองตามไป แล้วพอดี ตาผลครางฮือๆ ขึ้น อังศุมาลินรีบไปดูแลตาผล จัดการ คลี่พวกผ้าขยุกขยุยเหม็นหึ่ง คลุมห่มให้ตาผลถึงคอ

โกโบริมองแววตาอ่อนลง จนกลายเป็นหม่นเศร้า สะท้อนใจที่ทำไมอังศุมาลินดีกับทุกคน ยกเว้นตน!
ไม่นานต่อมา โกโบริเดินลิ่วๆ นำหน้าอังศุมาลินมาตามทางเดินในสวน อังศุมาลินมองภาพเบื้องหน้า เห็นท่าเดินที่แสนขึงขังของโกโบริ ลงฝีเท้าหนักแบบทหารทุกก้าวย่าง

จังหวะหนึ่งสายตาอังศุมาลินมองไปที่ต้นคอโกโบริที่โผล่พ้นปกเสื้อเกรียมแดดจนคล้ำ ตัดกับความขาวเผือดผ่องของผิวในส่วนคอที่ลึกลงไปอย่างชัดเจน

โกโบริก้มตัวหลบหลีกกิ่งไม้อย่างทะมัดทะแมง แม้จะใช้แขนได้แค่ข้างเดียว และมักจะบอกเตือนคนข้างหลังโดยไม่หันมามองแม้แต่น้อย
“ระวัง-กิ่งไม้-ทางขวา”
เดินไปอีกนิดก็บอกอีก
“ระวัง หลุมข้างหน้า”
โกโบริกระโดดข้ามแอ่งน้ำขัง แล้วหันมามองอย่างเป็นห่วงอังศุมาลิน
“ระวังครับ”
อังศุมาลินทำหน้าหมั่นไส้นิดๆ กับมาดทหารของโกโบริ
“ลุงผลจะหายใช่ไหม”
โกโบริบอกขณะเดินนำ “หมอว่า หนักมาก เชื้ออาจ--ขึ้นสมอง ต้องหา-ที่-พักนอน-ในห้องพยาบาลที่อู่ ให้”
อังศุมาลินพลั้งปากอดพูดแดกดันไม่ได้ “ไหนว่า..มีสุภาษิตว่า ความพยาบาทเป็นของหวาน”
โกโบริหยุดกึก หันกลับมามองอังศุมาลินอย่างตั้งใจ หัวเราะเบาๆ พูดสุ้มเสียงกวนๆ
“เรา-ก็เลือก--เหมือนกัน-ว่า ของหวาน-ชิ้นไหน-จะน่ากิน”
อังศุมาลินเผลอตัวเกือบค้อน เชิดใส่ อารมณ์ต่อปากต่อคำมาเป็นริ้วๆ ยอกย้อนอย่างคะนองปาก
“ของหวานบางชิ้น ก็ไม่แน่นักหรอกว่าจะหยิบกินได้ง่ายเสมอไป”
โกโบริเผลอหลุดโต้กลับจริงจัง ดวงตาแน่วแน่ “ของหวาน-แม้จะเก็บในที่ระแวดระวังอย่างไร มดก็มักจะขึ้น-จนได้”
อังศุมาลินชะงัก สำนึกขึ้นมาได้ ว่าไม่น่าเริ่มไปเล่นก่อนเล้ย... ปิดปากเงียบกริบไปทันที
โกโบริเองก็พลอยชะงัก นิ่งไปบ้าง และหันกลับเดินหน้าต่อไป
ไม่นานนักทั้งสองเดินมาถึงหน้าเรือน
โกโบริชะเง้อมองไปทางบันไดท่าน้ำ ที่เรือที่ผูกไว้ เห็นว่าไม่อยู่แล้ว แล้วหันมาบอกอังศุมาลิน
“คนของผม มาเอาเรือ ไปแล้ว ผมคงต้อง เดินกลับ ไปทำงานสักที”
โกโบริคำนับให้อังศุมาลินเล็กน้อย อังศุมาลินก้มหัวรับ โกโบริหันกลับ เดินจากไป
อังศุมาลินหยุดยืน มองตามไปอึ้งๆ

แสงแดดยามเย็นตกกระทบยอดต้นลำพูริมน้ำ เห็นดอกลำพูกำลังจะเริ่มบาน
แม่อรนั่งพักใช้งอบกระพือลมให้ตัวเองคลายร้อนอยู่บนเรือน ขณะที่รื้อของที่เพิ่งซื้อมาจากตลาดจากตะกร้าจ่ายกับข้าว พลางเอ่ยขึ้นหลังฟังเรื่องจากลูกสาว
“นับว่าบุญหัวของตาบัวกะตาผลที่มาเจอคนอย่างพ่อโกมะลิ ดีนะที่เขาไม่พยาบาท อาฆาต”
อังศุมาลินกำลังหั่นกล้วยน้ำว้าดิบบนเขียง แล้วปาดวางเรียงลงในกระด้งที่วางอยู่ใกล้ๆ
ยายศรกำลังนั่งฝานหมากเป็นจังหวะๆ ช้าๆ ถัดไปไม่ไกล ด้วยเพราะเพิ่งหายไข้
“พ่อญี่ปุ่นคนนี้เขาก็ใจกว้างเสียเหลือเกิน ทั้งๆที่ตัวเองก็โดนทำจนเกือบไม่รอด ยังอุตส่าห์มีเมตตาช่วยเหลือศัตรูได้ ดูสิ” คุณยายว่า
“แล้วนี่พ่อดอกมะลิกะหมอเขาแข็งแรงดีแล้วหรือลูก”
“ก็เห็นเดินเหินคล่องออกฉับๆ ท่าทางคงหนังเหนียวอยู่ละแม่” อังศุมาลินตอบแม่น้ำเสียงประชดนิดๆ
แม่อรรีบพูดปราม เตือนสติ “เขาทำถูกแล้ว เมื่อผิด…ก็ต้องทำโทษไปตามกฎ แต่เมื่อถึงคราวเดือดร้อน ช่วยเหลือกันได้ ก็ควรช่วยกันไป เขาถึงว่าปกครองคนมันต้องใช้ทั้งพระเดชและพระคุณ ขืนตอนนั้น แกไม่ทำโทษตาบัวตาผลมันก็จะกลายเป็นเยี่ยงอย่างไม่ดี คนก็จะไม่กลัวกฎระเบียบ นี่เรื่องขโมยของก็เงียบไป...ไม่มีอีกเลย”
“แม่คะ หนูว่าจะขอผ้าผวยผืนใหญ่ผืนเก่าๆ ที่แม่เก็บเอาไว้ไปให้ตาผลหน่อย ของแกมีแต่ขาดๆ”
“งั้นเดี๋ยวร่มๆ อีกสักหน่อยแม่จะไปดูแกเอง เอาข้าวปลาไปให้ด้วย”
อังศุมาลินหั่นกล้วยเสร็จ ลุกไปหยิบน้ำตาลปึกเป็นแว่นออกมาจากโถ
“ฉาบกล้วย…แต่ใช้น้ำตาลปึกแทนน้ำตาลทราย จะออกมาเป็นยังไงก็มีรู้”
“อ้อ แม่ก็ไม่ได้เส้นหมี่มานะ” แม่อรนึกได้
“หนูก็ยังไม่ทันได้กุ้ง พอดี…” อังศุมาลินหยุด ไม่อยากเล่าต่อ เลยเปลี่ยนเรื่อง “ต้องไปดูตาบัวกะตาผลเสียก่อน”
“ของที่ไม่น่าจะขาดตลาดได้ ก็มาขาด..อีกไม่กี่วันจะปีใหม่แล้ว ระเบิดก็ยังลงตูมตามที่นั่นที่นี่ไม่เลือกเวลา ขอให้เดือนหงายล่ะ..เป็นต้องมาเชียว ถ้าไม่มีอะไรจะทำถวายพระ ก็ทำข้าวต้มผัดไส้กล้วยใส่ถั่วดำหน่อยก็แล้วกัน ของคาวก็ไม่แคล้ว ต้องจับปลาจับกุ้งหน้าบ้านนี่แหละ มาต้มมาแกงไป” แม่อรปรับทุกข์
“ไฮ้..อะไร้..ปีใหม่อะไรป่านนี้..แม่อรหลงละ” ยายศรท้วง
แม่อรเถียง “คุณแม่นั่นแหละ หลง เราเปลี่ยนปีใหม่มาเป็นวันที่ 1 มกราคม เมื่อปี 84 กำลังจะครบสองปีเข้านี่แล้วไงคะ”
“ใช่ค่ะ..วนัสไปต้นปี 83...ปลายปี 83 รัฐบาลประกาศให้ใช้วันที่ 1 มกราคม ปี 2484 เป็นปีใหม่แบบสากลครั้งแรก…ลุงกำนันก็ยังเอาขนมเค้กฝรั่งมาให้เรา ตอนนั้น...วนัสยังส่งโปสการ์ดมาให้เราอยู่เลย จากนั้น ปลายปี 84 ญี่ปุ่นขึ้น...หลังจากนั้น...การติดต่อจากวนัสก็ขาดไป”
อังศุมาลินจดจำได้แม่น
“เออ…จริง” คุณยายว่า
จากนั้นแม่อรกับยายศรหันมาสบตากันด้วยความสงสาร อังศุมาลินฝืนยิ้ม หั่นกล้วยต่อ
“ปีใหม่สากลปีนี้...วนัสจะทำอะไร อยู่ที่ไหนก็ไม่รู้นะคะ”

วนัสที่อังศุมาลินโหยหาอยู่ที่ “ค่ายเดนบี้ เวลล์เหนือ สหราชอาณาจักร ตอนมืด”

บริเวณกลางป่าซึ่งหิมะตกหนา ตอนกลางคืนวันนั้นแสงจันทร์ส่องสว่างทำให้ทั่วทั้งป่า กลายเป็นสีฟ้าๆ
ในแสงน้อยนิดจากไฟประหยัดในห้องพักค่ายทหาร พวกวนัสในชุดฝึก เดินเข้ามาปลดเป้หลังวาง พร้อมกับปลดอาวุธวาง เนื้อตัวแต่ละคนเปรอะเปียกโคลนเต็ม หน้าเลอะไปด้วยโคลน แต่ละคนหนาวสั่น พากันพุ่งไปหาเตาผิงที่ไฟลุกโชนอยู่กลางห้อง บ้างเอามือผิงไฟ เอาหลังอังไฟ แล้วรีบถอดรองเท้า ถุงเท้า ที่เปียกและแข็งจนจะเป็นน้ำแข็งอยู่แล้ว
“ตายแน่ รองเท้ากลายเป็นน้ำแข็งแบบนี้ เท้าผมชาหมดแล้ว” วนัสเอ่ยขึ้นปากสั่น
ท่านชายวิชญาบอก “ผมก็เหมือนกัน โอย หูๆๆ หูจะหลุด”
ทุกคนหัวเราะขำ นอนลงกลิ้งเกลือก หมดแรง
“ฝ่าบาทพระกรรณหลุด ส่วนกระหม่อม พระนาภีร้องโครกครากแล้ว ทั้งหิวทั้งหนาว” อรุณว่า
ทุกคนหัวเราะอีก
พิชัยเสริม “โอ๊ย..ไอ้พวกฝรั่งบ้าเอ๊ย..สองทุ่มกว่าแล้ว เพิ่งเลิกฝึก..แล้วเราจะได้กินข้าวกี่โมงนี่”
“แล้วนี่พวกเราหายกันไปไหนตั้งหลายคน หรือว่าจะตายเสียในกองหิมะแล้ว” ท่านชายวิชญาบอก
ทุกคนหัวเราะ เริ่มหันมองรอบๆ
“เอ๊ะ…” วนัสนิ่งไป เงี่ยหูฟัง “ชู่ว...”
“มีอะไร” ท่านชายวิชญาแปลกใจ
วนัสพูดเสียงเบาๆ “ทำไมมันเงียบๆ ผิดปกติ หรือมันจะมาฝึกโจมตีอะไรต่อตอนนี้อีก วันก่อน กำลังกินข้าวกลางวัน มันก็ซ้อมโดนโจมตีไปทีนึงแล้ว”
อรุณกระซิบตาม “จริงด้วย”

จากนั้นทุกคนพากันกระโดดคว้าอาวุธ แล้วหลบแอบซุ่มนิ่งเงียบกริบตามมุมต่างๆ ทันใดนั้น ประตูเปิดเข้ามา พร้อมชาวอินเดีย 3 คน ฝรั่ง 5 คน และคนไทยอีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้ง “ป๋วย อึ๊งภากรณ์” ที่แก่กว่าวนัส 1 ปี เดินมาด้วย ทุกคนถือเทียนกันเรืองรอง ร้องเพลงเบาๆ เข้ามา
“Silent night ..holy night
All is calm, all is bright
Round yon virgin mother and child.
Holy infant so tender and mild,
Sleep in heavenly peace.
Sleep in heavenly peace.
Silent night holy night
Shepherds quake at the sight,
Glories stream from heaven afar,
Heavenly hosts sing alleluia;
Christ the Savior, is born
Christ the Savior, is born.
ทุกคนตะลึง ป๋วยเดินออกมาเอ่ยขึ้น
“ผมมีของขวัญคริสต์มาส สำหรับทุกคนมาให้”
“คุณป๋วย..โธ่ มิน่า สงสัย ฝึกๆ อยู่ ค่อยๆ หายไปทีละคนสองคน” ท่านชายวิชญาว่า
ป๋วยพูดเสียงอ่อนโยน “ฝ่าบาท…พวกฝ่าบาทได้ทุนเรียนมา แต่มาถึง ยังไม่ทันได้เรียนหนังสือกันเลย ก็ต้องมาเรียนวิชาการทหารแบบอังกฤษกันแทน พวกกระหม่อมเป็นรุ่นพี่ เลยอยากจะรับขวัญน้องใหม่หน่อย”
พวกวนัสพูดฮาๆ “รับขวัญน้องใหม่เหรอ”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 7 วันที่ 8 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager