อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 7/2 วันที่ 8 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 7/2 วันที่ 8 ก.พ. 56

พวกวนัสพูดฮาๆ “รับขวัญน้องใหม่เหรอ”
“โห…รุ่นพี่ครับ เซอร์ไพร้ส์มากๆ เลยครับ” พิชัยว่าขำๆ
“ของขวัญคริสมาสเล็กๆ น้อยครับ” ว่าพลางป๋วยเอาช็อคโกแลตห่อกระดาษทอง แจกให้คนละอัน
“ช็อคโกเลต” ท่านชายเอ่ยขึ้น
ทุกคนขอบคุณๆๆๆ แล้วเข้ามากอด จับมือกับป๋วย

“ป๋วย อึ๊งภากรณ์ เขาสอบได้ทุนรัฐบาลไทย ไปเรียนระดับปริญญาตรี ที่ลอนดอนสคูลออฟอิโคโนมิคส์ แอนด์โพลิทิคั่ลไซนส์ มหาวิทยาลัยลอนดอน ตั้งแต่ปี 2481 เมื่ออายุ 21 ปี เรียนเพียง 3 ปี ก็จบปริญญา ได้เกียรตินิยมอันดับ 1 และโดดเด่นจนได้สิทธิ์ให้เรียนต่อปริญญาเอกทันที แต่พอดีเกิดสงคราม เขาจึงร่วมกับเพื่อนๆ ก่อตั้งคณะเสรีไทยในอังกฤษ ประกาศไม่ยอมอยู่ใต้อาณัติรัฐบาลไทยที่ยอมเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น ป๋วย อึ๊งภากรณ์ ได้ติดยศร้อยเอกแห่งกองทัพอังกฤษ และมีชื่อรหัสขณะปฏิบัติงาน ว่านายเข้ม เย็นยิ่ง ส่วนเสรีไทยจำนวน 36 คน ที่สมัครเข้าเป็นทหารในกองทัพบกอังกฤษกลุ่มนี้ (ซึ่งมีวนัสร่วมอยู่ด้วย) มีฉายาว่าพวก "ช้างเผือก" (White Elephants)



“และข่าวดีคือ..การฝึกที่ค่ายเดนบี้นี้ สิ้นสุดลงแล้ว หลังเทศกาลปีใหม่ ผมจะพาพวกคุณ เดินทางไปค่ายธอร์นตัน เมืองแบรตฟอร์ด จากนั้น เราจะฝึกอีกเพียงเดือนเดียวเท่านั้น” ป๋วยบอกทุกคน
“เราก็จะได้กลับเมืองไทย” วนัสเนื้อเต้น
“ใจเย็น เพื่อน...เราจะไปอินเดีย ฐานของเราอยู่ที่นั่น...จากนั้น ค่อยว่ากัน” ป๋วยบอก

ทุกคนดูร่าเริง ตบหลังไหล่กัน หัวเราะเริงร่า มีขวัญและกำลังใจ
ส่วนที่อู่ต่อเรือ ตอนกลางวัน แลเห็นเครื่องประดับ Shime kazari ซึ่งทำจากฟางข้าวถัก สำหรับปัดเป่าความชั่วร้าย อันเล็กๆ ถูกเคสุเกะผูกติดไว้หน้าอาคารอู่

เห็นทหารบางคน กำลังทำความสะอาดบริเวณต่างๆ กัน และที่หน้าห้องนอนโกโบริเวลานั้น เห็นโกโบริก็กำลังผูกสิ่งนี้ไว้ที่ประตูเช่นกัน มีทหารเดินผ่าน ทักโกโบริ พูดคุยร่าเริงกัน
ส่วนในห้องพยาบาลของอู่ที่มีเตียงคนป่วย 6 เตียง มีคนอยู่ 4 เตียงเริ่มดีขึ้น ส่วน 2 เตียง ที่อาการแย่
หมอทาเคดะกำลังดูอาการทหารญี่ปุ่นคนนึง ที่นอนตาลอยคว้าง หัวที่ดูเห็นว่าโดนโกนผม พันผ้ารอบๆจนกลมทั้งหัว
เคสุเกะถือชิเม คาซาริอันเล็กๆ เข้ามาหลายอัน เอาแจกตามเตียงต่างๆ
“เอ้า ปีใหม่กำลังจะมาถึงแล้ว นี่ Shime kazari เอาไว้แขวนไล่สิ่งชั่วร้าย ต่อไปนี้จะมีแต่เรื่องที่ดีๆ”
คนที่ไม่เป็นอะไรหนักมาก ต่างดีใจ ลุกมาโค้ง พูด อาริงาโตะๆ กันขรม แล้วเอามาแขวนที่เสาเตียงตน
เคสุเกะเดินมาถึงเตียงที่หมอทาเคดะดูอาการอยู่
เคสุเกะพูดไทย ไม่อยากให้ทหารคนอื่นรู้เรื่อง “ไม่ดีหรือ...หมอ”
“ไม่ดีเลย สงสัย คง…”
“จะตายเหรอครับ”
โกโบริเดินเข้ามา เห็นสองคนกระซิบกระซาบกัน ก็สงสัยตรงมาหา
“มีอะไร”
หมอทาเคดะหันมา พูดเบาๆ เป็นภาษาไทย “คนป่วยคนนั้น ที่โดนระเบิด จากดอนเมือง แล้วฝากมานอนรักษาที่นี่ สงสัยว่า จะอยู่ไม่ถึงวันปีใหม่เสียแล้ว”
“จริงหรือ” โกโบริรีบเข้าไปดู “สมองไม่ทำงานแล้วหรือ”
“อย่างน้อย..ตอนนี้ เขาก็ไม่รู้สึกเจ็บ” หมอทาเคดะจับข้อเท้าคนไข้คนนั้นบีบเบาๆ
“น่าสงสารนะ ไม่ได้กลับบ้าน”
“ถ้าตาย กระดูกของเรา ก็จะได้รับการส่งกลับบ้าน” โกโบริว่า
“ถ้าผม-ตาย ผู้กอง-เอา-กระดูกผม-กลับไป ไว้-ที่-ศาลเจ้ายาสุกุนินะครับ ถึงผมจะตาย ผมก็จะเป็นวีรบุรุษให้คนมากราบไหว้ เพราะเราจะชนะสงครามอย่างยิ่งใหญ่”
เคสุเกะหลุดปากพูดญี่ปุ่น คนอื่นๆ ได้ยิน เพิ่งเข้าใจ ว่าพูดเรื่องอะไร รีบสนองคำของเคสุเกะ คนป่วยคนหนึ่งตะโกนนำเป็นภาษาญี่ปุ่น
“ญี่ปุ่นจะชนะสงครามอย่างยิ่งใหญ่”
คนป่วยอีกคนชูมือ “เราไม่เคยกลัวตาย”
“เรายอมตาย เพื่อให้ญี่ปุ่นเป็น 1 ในโลก”
ทุกคนเฮกัน โกโบริไม่เฮด้วย ท่าทีขรึมลงไป
จู่ๆ คนป่วยคนนั้นกระตุกๆๆ โกโบริ กับหมอคาเคดะเข้าไปดู สุดท้าย คนป่วยคนนั้นขาดใจตาย ต่อหน้า หมอทาเคดะตรวจชีพจร แล้วหันมาบอกทุกคน
“เขาตายแล้ว”
ทุกคนในที่นั้นลุกเดินมาข้างๆ เตียง แล้วโค้งให้ทหารคนที่ตายนั้นพร้อมเพรียงพรึ่บพรั่บอย่างเต็มภาคภูมิ ขณะที่โกโบริน้ำตาปริ่ม เศร้าใจ สงสารมนุษย์ แต่ไม่ให้ใครเห็นน้ำตา

พระอาทิตย์โผล่พ้นโค้งน้ำไกลลิบตา ส่องแสงเรื่อเรืองรับวันปีใหม่ พระสงฆ์ สามเณร เดินเป็นแถวมาที่ลานในวัด เพื่อรับบิณฑบาตจากโต๊ะญาติโยมที่ตั้งเรียงยาว เป็นงานตักบาตรปีใหม่ของชาวบ้านที่มาทำบุญกันอย่างพร้อมเพรียง
เห็นกำนันนุ่ม แม่วัน ครอบครัวอังศุมาลิน ครอบครัวยายเมี้ยน ชาวบ้านละแวกปากคลองธนบุรี รวมทั้งพวกชาวพระนครที่อพยพหนีระเบิดมาหลบที่ธนบุรี อีกหลายครอบครัว ทุกคนต่างแต่งตัวสดใส สวยงาม สวมใส่เสื้อผ้ากันหนาวกัน
บริเวณวัดตกแต่งอย่างประหยัดในยุคข้าวยากหมากแพง แต่ยังคงมีสีสันรื่นเริง ด้วยกระดาษสี สายรุ้ง ที่ทำกันเองโดยฝีมือชาวบ้าน
หลวงพ่อเดินรับบาตรมาถึงครอบครัวอังศุมาลิน ที่อยู่เป็นโต๊ะสุดท้ายพอดี เห็นหน้ายายศร ก็ทักเสียงดัง “อ้าว คุณโยม..หายดีแล้วหรือ”
คุณยาย พนมมือ ยิ้มแต้ “หายแล้วค่ะท่าน”
“หมดทุกข์หมดโศกทีนะโยม ปีใหม่แล้ว ต่อไปนี้ก็ขอให้โชคดีๆ” หลวงพ่อเจริญพร
“สาธุ” ยายศรสาธุท่วมหัว
ยายเมี้ยนแหลมเข้ามา “โอ๊ย..บ้านนี้เขาโชคดีอยู่แล้ว…จะไม่ให้หายเร็วได้ยังไงล่ะคะ เขาได้ยาดี ยาญี่ปุ่นน่ะค่า”
อังศุมาลินอึ้ง
“ก็ดีสิ อยู่บ้านใกล้เรือนเคียงญี่ปุ่น แล้วญี่ปุ่นเขารู้จักเอื้อเฟื้อเพื่อนบ้าน ก็เป็นสิ่งที่ต้องอนุโมทนานะ โยมเมี้ยน”
กำนันนุ่มเดินมา ประกาศปากเปล่าเสียงดัง
“อ้าว ทุกคน ถ้าใครอยากจะปล่อยนก ปล่อยปลา ก็เชิญที่ริมท่าน้ำนะ ฉันเตรียมไว้ให้แล้ว รับรองว่าไม่ได้ไปจับมาขาย แต่ไปซื้อที่เค้าจะเอาไปฆ่าที่จริงๆ เอามาให้ทำบุญกันจริงๆ”
“กำนันครับ เห็นใครบอกว่า กำนันจะปรึกษาเรื่องขุดหลุมหลบภัยถาวรหรือ” ชาวพระนครคนหนึ่งถาม
“ใช่ครับครู..เอ้าๆๆ ตกลงเดี๋ยววันมะรืน..ที่ 3 มกรา ตอนสายๆ ถ้าว่างๆ เชิญกันพร้อมหน้าที่ศาลาวัดหน่อย ผมได้ยินมาว่า..อีกไม่นาน ทางฝั่งธนเรา ก็จะไม่รอดเหมือนกัน เขาจะมาทิ้งระเบิดฝั่งธนด้วย”
ตาแกละบ่นๆ “อะไร้ มันจะมาทิ้งระเบิดทำไม ธนบุรีเรามีแต่ป่าแต่สวน”
“สงสัยฝรั่งมันจะคิดมาทำลายมะพร้าว กล้วย ส้ม มะม่วง มังคุด ละมุด ชมพู่เราให้ราพนาสูร จะได้อดตายกันให้หมด” ยายเมี้ยนบอก
แม่วันตำหนิเอา “แม่เมี้ยนก็ได้แต่พูดอะไรไม่เป็นแก่นสาร พระพุทธองค์ท่านก็สอนแล้ว ว่าอย่าประมาท กันเอาไว้ดีกว่าแก้นะ”
“ถ้ามันตามมาทิ้งระเบิดแถวนี้อีก พวกเราจะอพยพไปไหนต่อล่ะ จะหนีมันต่อไปเรื่อยๆ งั้นหรือ” ชาวพระนครคนเดิมถาม
“นั่นสิๆๆ” เพื่อนที่มาด้วยกันเห็นด้วย
ครอบครัวอังศุมาลิน แม่ และยาย พยักพเยิดกัน แล้วเก็บข้าวของ ถาด ตะกร้า เลี่ยงออกมา

สักครู่หนึ่ง อังศุมาลิน แม่อร ยายศร พากันปล่อยปลากระดี่ ปลาหมอ จากโถแก้วลงในคลอง
ต่อมาไม่นาน สามคนกำลังเปิดกรง ปล่อยนกกระจิบ นกกระจาบ และนกกระจอก บินกันว่อนไปบนท้องฟ้า
ส่วนยายเมี้ยนและแมว ปล่อยนกปล่อยปลา วี้ดว้ายกันตามประสาด้านพวกชาวบ้าน ชาวพระนคร ปล่อยนกปล่อยปลากัน
อีกด้านหนึ่ง โกโบริ หมอทาเคดะ เคสุเกะ และพวกทหารญี่ปุ่น เดินขนของสำหรับทำบุญมาถึง และพากันหยุดยืนมองคนไทยที่ดูสนุกสนานกัน
โกโบริเห็นอังศุมาลินพยายามไล่นกจากกรง ที่มันไม่ยอมไป มองอย่างรู้สึกสนุกไปด้วย อังศุมาลินปล่อยนกเสร็จ หันมาเห็นโกโบริมองอยู่ และยิ้มให้ ก็อึ้งๆ ไป
อังศุมาลินหงุดหงิดแอบพูดรอดไรฟันกับแม่ “โกโบริอีกแล้ว ชาวบ้านเค้ายิ่งพูด”
โกโบริเดินตรงมาหา
“ดูสิแม่...เดินมาหาเราทำไมอีกก็ไม่รู้” อังศุมาลินอายคน
“สนุกดีนะครับ ปล่อยให้นก ให้ปลามันกลับบ้านของมันหรือครับ”
อังศุมาลินย้อนให้ “ใช่..อยากให้คนกลับบ้านกันบ้าง ก็ดีนะ ไม่อยากกลับกันบ้างหรือ”
โกโบริยิ้มไม่ถือสา “อยากกลับ แต่คงไม่ได้กลับ”
“โถ..พ่อคุณ..ทางบ้านก็คงคิดถึงพ่อคุณเหมือนกันนั่นหละนะ” ยายศรทัก
“เราก็คิดถึงคนของเรา ที่ไม่ได้กลับเหมือนกันนี่คะ คุณยาย ดูอย่างกำนันสิ แกก็ต้องคิดถึงลูกชายแก” พูดแล้วอังศุมาลินหันไปยิ้มทักทายหมอ “หมอ ไม่คิดถึงบ้านหรือคะ อยากกลับบ้านไหม”
“เราทุกคนคิดถึงบ้านครับ วันปีใหม่อย่างนี้ ทุกคนที่บ้านผมคงไปวัด ไปศาลเจ้า ขอพรกัน” หมอทาเคดะตอบ
โกโบริพูดลอยๆ “คนเหมือนกัน ชาติไหนๆ ปีใหม่ ก็คิดถึงบ้าน คิดถึงลูกหลาน อยากไปทำบุญด้วยกัน อยากกินอะไรอร่อยๆ ด้วยกัน”
“อาหาร จะให้พระ ให้ไปให้ที่ไหนครับ” หมอทาเคดะถาม
“ถวายพระจ้ะ เรียกว่า ถวายพระ”
เคสุเกะพูดตาม “ถะ หวาย พระ”
ยายยิ้มชม “เก่ง...”
“ขอบคุณคับ” หมอยิ้มภูมิใจ
จังหวะนั้นครอบครัวเมี้ยน แอบมองห่างๆ ก่อนจะหันไปซุบซิบๆ
“อังศุมาลิน พาพวกนี้ไปที่ศาลาสิ พระจะไปฉันกันที่นั่น จะได้ถวายทัน” ยายบอก
“ให้เขาไปกันเองก็ได้ค่ะ นั่น ศาลา ทางนั้น”
“ยายอัง…” แม่อรพูดเสียงดุ “เดี๋ยวไปถึง เค้าก็ไปทำอะไรผิดๆ ถูกๆ อีก”
อังศุมาลินมองไปรอบๆ เห็นพวกยายเมี้ยนมองมา แล้วทำเป็นเมิน มองไปคนละทางสองทาง

อังศุมาลินอึ้งๆ
ที่บนศาลา บรรดาพวกอุบาสก กำลังช่วยจัดที่นั่งฉันอาหารเช้าให้พระ จัดเป็นวงๆ อังศุมาลินเดินนำพวกญี่ปุ่นขึ้นมา ทุกคนหันมามองกัน อังศุมาลินยิ่งเซ็ง อยากจะเดินหนีไปให้รู้รอด

“นี่..ไปทางนั้นแหละ ไปถามป้าคนนั้นเค้า..ชั้นจะรีบกลับบ้าน”
อังศุมาลินจะเดินหนี พอดีหลวงพ่อ กำนัน และแม่วันเดินเข้ามาหา
“อ้าว อะไรกัน หนูอัง..นายช่างก็จะมาทำบุญหรือ” กำนันนุ่มยิ้มทักทาย
พวกญี่ปุ่นทุกคน โค้งให้หลวงพ่อ กำนันและแม่วัน แล้วยิ้มอ่อนน้อม
“เราทำอาหารปีใหม่มาถวายพระครับ คุณอังศุมาลินเพียงแต่กรุณานำทางมาครับ” โกโบริพูดท่าทีสุภาพ
“เอาสิๆ ไหน เอ้า มาวางตรงนี้เลย แล้วเดี๋ยวจะให้เขาจัดไปตามสำรับต่างๆ” หลวงพ่อบอก
“มา ชั้นช่วย มีอะไรบ้างจ๊ะ” แม่วันเข้ามาช่วย
พวกญี่ปุ่น รีบวางของลง เป็นภาชนะญี่ปุ่นขนาดใหญ่ ที่ซ้อนเป็นชั้นๆ มีของต่างๆ
“อันนี้ไม่ครบตามแบบที่กินกันจริงๆ ในประเทศญี่ปุ่นนะครับ เอามาเท่าที่จะหาได้ และคิดว่า คนไทยก็พอจะกินได้เหมือนกัน” หมอบอก
“นี่คือโทชิโคชิโซบะ บะหมี่เส้นยาว ทำให้อายุยืนยาว แล้วนี่ ปลาตัวเล็กๆและ kinpira gobou ทำให้ร่างกายแข็งแรง ไข่ม้วนเรียกว่านิชิกิ ทามาโกะ สีแดงกับขาว จะทำให้โชคดี ครับ” โกโบริอธิบาย
“นี่คือถั่วดำ ครับ แล้วนี้เผือกครับ กินแล้วทำให้รวย มีเงินมากๆครับ” หมอพูดเสริม
“นั่นถั่วดำต้ม..แล้วนี่ก็เผือกค่ะ” อังศุมาลินแปลให้
“นี่ ขนม kuri kinton ทำจากลูก..ลูก..เกาลัดแห้ง เอามากวน” โกโบริบอก
อังศุมาลินแปลอีก “แปลว่า..ลูกเกาลัดแห้งกวนค่ะ”
โกโบริจบด้วยคำไทยยิ้มๆ “มีเท่านี้ครับ”
“เจริญพรๆ” หลวงพ่อเอ่ยขึ้น
พวกญี่ปุ่นถอดหมวก แล้วไหว้กันแบบญี่ปุ่นๆ
“ดูๆ แล้ว คนไทยน่าจะกินได้นะ ไข่สาขาวสีแดงนั่นสวยดี” แม่วันว่า
“ผมทำเองครับ” เคสุเกะบอก
อังศุมาลินรีบออกตัว “เรียบร้อยแล้ว ฉันขอตัวก่อน เชิญกันตามสบายนะคะ” พลางหันมามองหน้าโกโบริ หมอ เคสุเกะ “ลุงกำนันคะ เดี๋ยววันที่ 3 หนูมาประชุมด้วยนะคะ หลวงพ่อคะ…” อังศุมาลินไหว้หลวงพ่อ ไหว้กำนันและแม่วัน แล้วก้มหัวให้พวกญี่ปุ่น แล้วรีบไป
พวกญี่ปุ่นโค้งกันพรึ่บพรั่บ อังศุมาลินรีบไป ไม่เหลียวหลัง
โกโบริมองตามนิดหนึ่ง แล้วหันมา ช่วยจัดของไปถวายพระกัน
จังหวะนั้นแม่วันแอบดึงกำนันนุ่มไปกระซิบ ตำหนิยายเมี้ยน
“อังศุมาลินแกก็จำเป็นต้องทำดีกับเขา…ยายเมี้ยนน่ะสิ ชอบพูดจา…”
“นั่นสิ แม่อังก็ต้องช่วยประนีประนอมให้หลายอย่าง..อย่างเรื่องที่นายช่างแกถูกฟัน นายช่างแกก็ไม่สนใจเอาเรื่องเอาราวซักนิด..ชั้นว่านายช่างแกรู้นะ แม่วัน ว่าใครทำ..แต่แกก็พยายามซื้อใจชาวบ้านแถวๆ นี้”
สองคนสบตากัน ท่าทางหนักใจ
ทางฝ่ายโกโบริ หลวงพ่อชี้ให้ดูนั่นนี่ อธิบายต่างๆ โกโบริ ทาเคดะ และเคสุเกะ ตั้งใจฟัง คอยพยักหน้ารับไปมา

เย็นนั้นอาหารต่างๆจากปิ่นโตวางเรียงเพียบอยู่ที่เพิงท้ายสวน ตาบัวนั่งกินอย่างมูมมาม อังศุมาลินยืนดูตาผล ที่ยังนอนทำตาปริบๆ
“อะไร..ตั้งนานแล้ว ทำไมลุงผลยังไม่หายอีก”
“ลุงว่าแล้ว พวกไอ้ยุ่นน่ะเรอะ มันจะช่วยเราจริง” ตาบัวยังไม่เชื่อใจ
“แล้ววันนั้น ที่หมอทาเคดะให้ลุงไปเอายา ลุงไปเอาหรือเปล่า”
“ไปเอาสิ ยืนรอที่ประตูอู่แหละ ไม่กล้าเข้า มันเอามาให้ขวดเบ้อเริ่ม มียาเม็ดๆ เต็มขวด ให้กินทุกวัน วันละ 3 เวลา หลังอาหาร”
“อ้าว...แล้วลุงผลกินแล้วไม่ค่อยยังชั่วเลยมั่งเรอะ”
“วันที่ฉีดยา ก็ลุกมากินข้าวได้นิดนึง แต่ก็ไม่เห็นลุกมาอีกเลย”
“ลุงผลๆ” อังศุมาลินจับตัวเขย่า “ลุงวันนี้กินยาหรือยัง”
“แม่จ๋า..แม่จ๋า” ตาผลเพ้อ
ตาบัวส่ายหัว “เพ้อทุกวัน บางทีก็เรียกชั้นว่าพ่อ”
“ไหน..ลุง ฉันขอดูยาหน่อยซิ หมอเข้าให้ยาอะไรมา ยาหมดอายุหรือเปล่า”
ตาบัวชี้ไป “นั่นน่ะ ขวดยา..อยู่ในกล่อง ข้างๆ นั่นน่ะ”
อังศุมาลินหยิบมาเปิด แล้วผงะ ยาเม็ด พร่องไปครึ่งขวด
“นี่กินไปครึ่งนึงแล้วนี่ลุง”
“ใช่ ตอนแรกมีเต็มขวด ตอนนี้มีครึ่ง ก็แปลว่ากินไปครึ่ง” ตาบัวว่า
“ไม่กิน...ไม่กิน” ตาผลเพ้อ
“เพ้ออีกแล้ว เฮ้อ…” อังศุมาลินจับผ้าห่มที่ขยุกขยุยข้างๆ หมอนมาสะบัด
ทันใดนั้น เห็นยาเป็นสิบๆ เม็ด บ้างชื้นๆ แฉะๆ แปะติดกัน บ้างเกาะติดผ้าห่มเหนียวๆ
อังศุมาลินตกใจ “อ๊าย..อะไรกันเนี่ย..ยาทั้งนั้นเลย”
ตาบัวโมโห “อ้าว ไอ้ผล ไอ้นี่..บ้วนยาทิ้งซะงั้น ไอ้ชะมดเช็ด”
อังศุมาลินอ่อนใจ อ่อนแรง แทบทรุด แสดงว่าตาผลไม่ยอมกินยาเลย

ตอนค่ำวันเดียวกัน มีงานเลี้ยงหรูหรา ที่รัฐบาลไทยจัดขึ้นเฉลิมฉลองปีใหม่ บนเวที กำลังมีการแสดงระบำดาวดึงส์ มีนางรำ พระนาง 2 คู่ แต่งตัวเป็นนางฟ้า และเทวดา แสดงความงามของสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เหมาะกับงานมงคลคืนนี้
บรรดาผู้มีเกียรติทั้งหลาย นั่งดูกันอยู่แถวหน้า รวมทั้งนายพลโมโมยูกิ ลุงของโกโบริ พันโทมาซาโอะ ทหารชั้นผู้ใหญ่ 4 - 5 คน นายพลทหาร นายพลตำรวจไทยชั้นผู้ใหญ่ ทุกคนแต่ชุดเต็มยศ ผู้หญิงแต่ชุดราตรีแบบสากล หลวงชลาสินธุราช มากับคุณหญิงจิต และลูกสาวทั้งสอง แก้ว กับ กบ
โกโบริ กับโยชิ นั่งแถวถัดๆ ออกไป
พลโทโทโมยูกิดูการแสดงบนเวทีไปงั้นๆ แต่ดูออกว่าไม่เพลินตาเท่าไหร่ หันมาก้มหัวให้นายพลตำรวจไทยยศใหญ่ที่นั่งใกล้ นายพลท่านนั้นก้มตอบ
ต่อมาพลโทโทโมยูกิ ทำมือใบ้คำ ประมาณว่ารอเดี๋ยว แล้วหันมาหาโกโบริกับโยชิ พยักให้เข้าไปหา
โกโบริกับโยชิเข้าไป โค้งๆๆ
นายพลโทโมยูกิพูดแนะนำโกโบริกับนายพลตำรวจใหญ่ท่านนั้น
“ท่านนายพลตำรวจ นี่หลานชายผม ผู้กองโกโบริ ที่โดนคนไทยทำร้าย แต่ตำรวจไทยจับคนร้ายไม่ได้ เขาพูดไทยได้ดี เดี๋ยวให้เขาเล่ารายละเอียดให้ท่านฟังเองจะดีกว่า”
โยชิเข้าประกบข้างท่านแม่ทัพใหญ่ และกระซิบแปลไทยทุกความ “นี่หลานชายผม ผู้กองโกโบริคนที่โดนคนไทยทำร้าย แต่ตำรวจไทยจับคนร้ายไม่ได้ เขาพูดไทยได้ดี เดี๋ยวให้เขาเล่ารายละเอียดให้ท่านฟังเองจะดีกว่า”
“สวัสดีครับ ผู้กอง เรื่องราวเป็นยังไงครับ” นายพลตำรวจเอาใจโกโบริเต็มที่
“ที่จริงคนที่ทำร้ายผม เป็นพวกคนยากจนมาปล้นชิงทรัพย์เท่านั้น ไม่ใช่พวกใต้ดินอย่างที่เอาไปพูดกัน แล้วเขาก็หนีไปที่เมืองอื่นแล้วครับ เวลานี้ ผมก็หายดีแล้ว”
โกโบริพูดไทย นายพลตำรวจพยักหน้า “อ้อ…ครับ”
หมอโยชิหันไป แปลข้อความนี้ให้พลโทโทโมยูกิฟัง แม่ทัพใหญ่ไม่พอใจ กระซิบตอบโยชิ
โยชิพูดแบบแทนนายพลโทโมยูกิทันที “คือ..ท่านนายพลโทโมยูกิบอกว่า…ผมไม่เชื่อว่าจะเป็นการชิงทรัพย์ ทุกคนเล่นเล่ห์เหลี่ยมกับเรา แม้แต่รัฐบาลไทยเอง ที่ต่อหน้าทำดีกับญี่ปุ่น”
นายพลโทโมยูกิของขึ้นกระซิบต่อ ฉอดๆๆ โยชิทำหน้าอึดอัดที่จะต้องแปลมองเป็นเชิงถาม ว่าพูดแบบนี้จะดีเหรอ
พลโทโทโมยูกิถลึงตาเร่งให้แปล
ระหว่างนั้นหลวงชลาสินธุราชเดินมาแถวนั้น พยายามเงี่ยหูฟังความที่โยชิแปล
“แต่ที่จริง เบื้องหลัง ก็มีคนใน แอบให้ข้อมูลตำแหน่งสถานที่สำคัญทางยุทธศาสตร์ของเราตลอดเวลา ทำให้พวกฝรั่งมาทิ้งระเบิดทำลายสถานที่สำคัญๆ ไปมาก เพื่อตัดเส้นทางคมนาคมของญี่ปุ่น อยากถามว่า ทำแบบนี้ คิดว่าญี่ปุ่นโง่หรือ”
นายพลตำรวจหน้าไม่สู้ดี “แหม..พวกเราจะตี 2 หน้าแบบนั้นทำไมครับ เราอยู่พวกเดียวกัน ถ้าชนะ เราก็ชนะด้วยกัน ถ้าแพ้ เราก็แพ้ด้วยกัน ฝรั่งมาทิ้งระเบิด ไทยเราก็เสียหายมาก เราก็ชิงชังฝรั่งไม่แพ้พวกคุณเลยนะครับ”
โยชิกระซิบแปลถี่ๆ นายพลโทโมยูกิกระซิบๆ ตอบโยชิหลายคำ โยชิสีหน้าไม่ดี จนโทโมยูกิต้องกระทุ้งให้พูดแปล โยชิกลืนน้ำลาย กระซิบออกตัว
“คือ..ท่านโทโมยูกิ..อาจจะดื่มเข้าไปมาก ท่านเมาๆ นิดหน่อยแล้วครับ..คือ..ท่านบอกว่า..ท่านรู้ว่า มีพวกฟรีไทย พยายามจะติดต่อไปหาคนข้างนอก อย่าให้ท่านจับได้ว่าเป็นใคร หน่วยเราจะจับขึ้นศาลทหารและลงโทษอย่างหนัก จะทำให้ทรมานแต่ไม่ตาย”
ระหว่างที่โยชิแปล พลโทโทโมยูกิก็ทำหน้าเหี้ยมให้เข้ากับเนื้อหาถ้อยความนั้น มองกราดจ้องหน้าทุกคนเป็นเชิงขู่ แล้วพยักหงึกๆสำทับหนักแน่น ฮึ่มฮั่ม เวลาโยชิพูดจบประโยค
สารวัตรองอาจรีบเข้ามาประกบ “คุณมาซาโอะครับ บอกท่านเลยครับ ว่าพวกเรา ตำรวจไทย ก็สอดส่ายสายตา หาพวกใต้ดินตลอดเวลา ไม่ได้อยู่เฉย เจอที่ไหน เราจะบี้ให้ขาดใจตายตรงนั้นเลยครับ ไม่ต้องห่วง” พูดจบก็หันมายิ้มให้หลวงชลาสินธุราชซะงั้น

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 7/2 วันที่ 8 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager