อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 7/3 วันที่ 9 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 7/3 วันที่ 9 ก.พ. 56

ส่ายสายตา หาพวกใต้ดินตลอดเวลา ไม่ได้อยู่เฉย เจอที่ไหน เราจะบี้ให้ขาดใจตายตรงนั้นเลยครับ ไม่ต้องห่วง” พูดจบก็หันมายิ้มให้หลวงชลาสินธุราชซะงั้น
คุณหลวงฝืนยิ้มตอบ หน้าตาเยือกเย็น เหมือนไม่กระทบอะไร
โกโบริรีบเข้ามาโค้งให้ทุกคน
“ขอโทษครับๆ คือ...คุณลุงผมเมาจริงๆ ครับ อย่าให้เสีย-บรรยากาศปีใหม่” พลางโกโบริมองหน้าให้โยชิช่วย โยชิรับลูก

“บรรยากาศปีใหม่”
“ครับๆ อย่าให้เสียบรรยากาศปีใหม่เลย วันนี้พวกเรามาสนุกกัน อย่าคุยเรื่องการเมืองเลยครับ ดูสิครับ นางฟ้า เทวดา กำลังเหาะเหินกันอย่างมีความสุข”
ทุกคนหันไปมองตามโกโบริ เห็นนางรำนางฟ้าเทวดากำลังร่ายรำไปรอบๆ กับจังหวะที่กระชั้นจวนจบเพลง แล้วเข้าโรงไป ทุกคนจำต้องตบมือเกรียวกราว แล้วหันมาชนแก้วยิ้มแย้มกัน
นายพลโทโมยูกิดึงโกโบริไปโอบอย่างหนักหน่วง “ลุงรักและห่วงหลานมากนะ”
โกโบริก้มหน้ารับ ซึ้งใจนัก



ตอนสายๆ ของวันใหม่ ขณะที่อังศุมาลินพายเรือมาถึงท่าหน้าบ้าน มองมาแล้วต้องชะงัก เห็นว่าคุณยายศรกำลังยืนคุยกะโกโบริ ที่จอดเรือเทียบท่าบ้าน อย่างสบายใจ
โกโบริ หันมาเห็นยิ้ม โค้งให้แล้วโบกมือลาแถมทำหน้าทะเล้นสดใส อังศุมาลินขมวดคิ้ว อึ้งๆ
โกโบริรีบลาคุณยาย แล้วออกเรือหน้าตาเฉย หันหัวเรือกลับไปทางอู่
คลื่นแรงจนทำให้เรือโคลงเคลง อังศุมาลินหน้าหงิกพายมาถึงท่าหน้าบ้าน ก็กระโดดขึ้นมา ผูกเรือบ่นอุบ
“อะไรกันคะ ตานั่นวิ่งหนีหนูยังกับทำอะไรผิดเอาไว้ ไม่อยากให้หนูรู้งั้นแหละ คลื่นจากเรือก็แรงจนเราเกือบเรือล่มแน่ะ”
“เป็นไง ประชุมเรื่องขุดหลุมหลบภัย” คุณยายถาม
อังศุมาลินถอนใจ “คุณยายทราบไหมคะ...ว่าบ้านเรา...น่าเป็นห่วงมาก”
“ทำไม”
“เพราะอยู่ใกล้อู่ของพวกญี่ปุ่นมากไงล่ะคะ...คิดดูสิ นำความเดือดร้อนมาให้ไม่หยุดหย่อน”
“อ้าว..แล้วจะให้ทำยังไง” ยายศรสงสัย
“ลุงกำนันกับหลวงพ่อจะทำหลุมหลบภัยส่วนกลางที่วัด ที่ตลาด ที่แถวบ้านลุงกำนัน..แต่บ้านเรา ก็ควรทำหลุมหลบภัยเฉพาะของเรา”
“เขาจะมาบอมบ์เราแน่หรือลูก” ยายถาม
“ลุงกำนันบอกว่า..มีคนเขารู้มา..ว่า..ปีนี้ เขาจะบอมหนักแล้ว..เพราะ…” อังศุมาลินลดสียงลง “สงครามมันนานเกินไปแล้ว…อเมริกา...จะไม่ยอมอีกแล้ว”
“กำนันไปรู้มาจากไหน จาก…พ่อนัสหรือ” ยายสงสัย
“ยังติดต่อกันไม่ได้นี่คะ..แต่ ..ลุงกำนันคงรู้จักใคร..ไม่น้อยหรอกค่ะ เฮ้อ” อังศิมาลินนึกขึ้นได้ “แล้ว..ตานั่น มา..ประจบประแจงอะไรคุณยายล่ะคะ”
“อ๋อ...เขาขอบคุณ...ที่แม่อังพาเขาไปถวายของปีใหม่หลวงพ่อ เขาเลยอยากมาตอบแทน ด้วยการมาทำอาหารให้เรากินกันซักวัน”
“อาหารญี่ปุ่น..มาทำที่บ้านเรานี่เหรอคะ”
“เดี๋ยวเขาหาวันว่างๆ ได้ เขาจะมา...เราไม่ต้องทำอะไรเลย เขาจะเตรียมมาเองหมด”
“มันเรื่องอะไร ใครจะไปอยากกินอาหารของตัวเอง บ้า…”
“อ้าว ยายนี่แหละ บอกเขาไปแล้ว ว่ายายอยากลองชิม แล้วยายก็อนุญาตเขาไปแล้วด้วย”
อังศุมาลินอึ้ง กระเง้ากระงอดเอากับยายศรอย่างขัดใจ

“คุณยายอ้ะ”
ที่อาคารกองพลาธิการ อู่ต่อเรือ ช่วงตอนกลางวัน เคสุเกะกำลังปีนขึ้นไปเก็บ Shime Kazari และเครื่องประดับของงานปีใหม่อื่นๆ ภายในอู่ มีค้อนตอกหัวหมุดเหล็กดังโป๊กๆ มาเป็นระยะ

“เฮ้อ.. น่าจะแขวนเอาไว้ทั้งปี.. จะได้มีสีสันสดใสตลอดไป” เคสุเกะว่า
ข้างหลังเคสุเกะเห็นทหารญี่ปุ่น 5 - 6 บ้างตอก บ้างกำลังเจียรเหล็กเป็นประกาย ทุกคนทำงานอย่างขะมักเขม้น
โกโบริรีบเดินมาที่หน่วยพลาธิการ มีเข่งเสบียงวางเรียงรายอยู่
ทหารของหน่วยทำความเคารพโกโบริ เคสุเกะเดินสวนออกมาเห็นโกโบริก็ทำความเคารพ
“ต้องการ-อะไรครับ มาทาน-ข้าวกลางวัน-ใช่ไหม ผมไป-หยิบ-ให้” เคสุกะพูดถามเป็นคำไทย
“ไม่ใช่ ไม่เป็นไร ตามสบาย”
พูดจบโกโบริก็ผิวปากเบาๆ เดินเข้าไปในอย่างอารมณ์ดี เคสุเกะมองตามด้วยความสีหน้าประหลาดใจ
โกโบริพูดกับนายทหารคนหนึ่งเป็นคำญี่ปุ่น “แล้วพ่อครัวนากะเซะไปไหนละ”
“ไปรับเสบียงที่มาจากญี่ปุ่น ที่ท่าเรือคลองเตยครับ” ทหารรายงาน
“ไม่เป็นไร”
โกโบริเดินเข้าไปมองใกล้ถุงเสบียงต่างๆ ทหารคนนั้นมองตามลุ้นๆ
“คือ ฉันอยากได้...เออ...กุ้ง”
“ได้ครับ”
ทหารหันหลังจะไปหยิบให้
“เดี๋ยว แล้วก็ เนื้อวัว เนื้อปลา น้ำตาล น้ำมันงาและเหล้าสาเก มีไหม” โกโกบริบอกชุดใหญ่
ทหารหันกลับมา “ครับ..ครับ..ครับ ได้ครับ...มีครับ”
จากนั้นทหารก็เดินไปเปิดถุงเสบียง ส่วนโกโบริเดินไปเลือกดูเครื่องทำครัว เช่น กรรไกรปากแหลมเล็ก ขวดซีอิ๊ว ด้วยสีหน้าอิ่มเอิบ ผิวปากฮัมเพลงมีความสุข
ทหารอีกคนวิ่งหอบก้านทางมะพร้าวยาวพะรุงพะรังเข้ามา
“ก้านมะพร้าว ได้แล้ว ครับ”
โกโบริหันไปมองทหาร 2 และมองที่ก้านทางมะพร้าว “อา...” ยิ้มกว้างท่าทีดีใจมาก “ดีมาก”
เคสุเกะยังคงยืนมองโกโบริด้วยความประหลาดใจ

ช่วงตอนกลางวันหลังจากนั้นไม่นาน ที่บริเวณตลาดชุมชนปากคลองธนบุรี มีชาวบ้านเดินจับจ่ายเลือกซื้อของกันซาลงไปมากแล้ว แต่ยังมีทหารญี่ปุ่นราว 10 คน เดินปะปนเลือกซื้อของอยู่ไกลๆ
ส่วนในร้านกาแฟ อาโกเดินถือแก้วโอยัวะ 2 ใบ มาวางให้ที่โต๊ะกำนันนุ่ม ที่นั่งอยู่กับตาแกละและ
ชาวบ้าน 4 - 5 คน
“นี่ๆ ฉันมีของดีมาอวด”
ว่าพลางตาแกละควักพระผงองค์เล็กๆ สององค์มาจากกระเป๋าเสื้อ ยกมือขึ้นพนม แล้วแบออกให้ทุกคนดู
“ของหลวงพ่อจาดกับหลวงพ่อจงเชียวนะ หาไม่ได้ง่ายๆ”
ชาวบ้านฮือฮาใหญ่ ต่างชะโงกหน้ามามุงดู
“อั๊วไม่รู้จัก” อาโกบอก
“มีไว้จะได้ช่วยคุ้มครองให้ปลอดภัย หรือโกอยากได้พวกเครื่องรางของขลังล่ะ มาเช่าไปบูชาได้ เดี๋ยวนี้ใครๆ ก็มีพกไว้ทั้งนั้น” ตาแกละไม่ละความพยายาม
“อย่ามาหลอกขายอั๊วเลย จ่ายค่าโอยั๊วะมาดีกว่า”
ชาวบ้านคนอื่นๆ สนใจขอดูพระเครื่องของตาแกละ ไม่มีใครใส่ใจคำพูดของอาโก และต่างเอาพระเครื่องและบรรดาเครื่องรางของตนออกมาอวดแข่งกัน
“นี่ๆ ชั้นมีตระกรุด กับ ผ้ายันต์”
ชาวบ้านอีกคนอวด “ของชั้นผ้าประเจียด”
อาโก แหวกออกเสื้อให้ดู ผ่าง!
“ของอั๊วะเสื้อยัง กับนี่.. พระขัวอีโต้”
ชาวบ้านคนอื่นๆ ต่างฮือฮา มาชะโงกหน้าแย่งกันขอดู
“หยุด! ของข้าเด็ดที่สุด”
ตาแกละร้องเสียงดัง พลางหยิบเอาถุงใส่ทรายขึ้นมาวางบนโต๊ะ
“ทรายเสก... เอาไปโปรยรอบๆ บ้านนะ รับรองเรือบินมองไม่เห็น ถ้ามันทิ้งระเบิดมา ระเบิดจะเฉียดบ้านเรา ไปโดนบ้านคนอื่นหมด”
อาโกค่อยๆ ยื่นหน้ามาดูอย่างสนใจ
เสียงยายเมี้ยนแหลมเข้ามา “ไอ้แกละ! ไอ้แกละ!”
“นี่ตาแกละ” หันมาเห็นกำนันนุ่ม “อาพี่กำนัน..นี่” พยายามจะรีบพูดแต่เหนื่อยหอบ “ฝรั่ง ฝรั่ง...”
อาโกบ่น “อะไรอีก ฝาหรั่งอั้วะไม่ชอบกิงนะ ช่วงนี้อยากกิงกะท้องห่อหวางๆ เปี้ยวๆ มากก่าอาเมี้ยง”
“กะท้อนห่อบ้านเตี่ยแกสิ..ฝรั่งหัวทองย่ะ..ไอ้ยุ่นมันจับมาไว้เต็มที่ฝั่งกระนู้นนั่นละ มันเอามารวมไว้เต็มคุกเลย จับมาจากไหนมั่งก็ไม่รุ สงสัยว่ามันจะเอามาฆ่าหมู่” ยายเมี้ยนประกาศข่าวใหญ่อย่างภูมิใจ
จังหวะนั้นที่หน้าร้าน มีญี่ปุ่นเดินผ่านไป 4 - 5 คน
กำนันนุ่มร้องเตือน “ยายเมี้ยน” เหลือบมองหาพวกทหารญี่ปุ่น “จะเสียงดังอะไรก็ระวังหน่อย ใครเขาจะเอาใครไปฆ่าไปแกงกัน...” แล้วลดเสียงเบาลงขณะพูดต่อ “ได้ข่าวว่าพวกญี่ปุ่นจะเกณฑ์เชลยจะให้ไปสร้างทางรถไฟสายหนองปลาดุก-กาญจนบุรีอะไรโน่น”
ยายเมี้ยนเหลือบมองตามอย่างหวาดกลัว เสียงเบาลงก้มเชิงกระซิบ “แล้วรู้มั้ยล่ะ เขาว่าพวกฝรั่งมันตายกันเป็นเบือ ขี้แตกมั่ง เป็นไข้ป่ามั่ง ที่ยังรอดตายอยู่ก็ผอมยังกะเปรต” ลดเสียงลงอีกตอนพูดต่อ “นี่จะบอกให้นะ ว่าพวกไอ้ยุ่น..มันทำทารุณกะพวกฝรั่งอังกิดยังไงมั่ง”
ชาวบ้านโต๊ะข้างๆ ลุกมามุงให้ความสนใจ รีบถามข่าวจากยายเมี้ยนกันทันที ยายเมี้ยนรู้สึกพอใจหน้าบานเป็นจานที่มีคนมาฟังมากขึ้น
ยายเมี้ยนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกยาว ตั้งท่าเม้าธ์แบบจัดเต็ม

“นี่นะฟัง...เขาว่ากันว่า”
พระอาทิตย์คล้อยต่ำบอกเวลายามเย็น ที่ริมคลอง มีเด็กกระโดดน้ำเล่นกัน เห็นดอกไม้เลื้อยเด่น เหนือซุ้มหลังคาประตูทางขึ้นบ้าน

เท้าของแม่อรก้าวเดินลงบันไดเรือนมาจนถึงพื้นด้านล่าง และกำลังหมุนตัวหันสวมรองเท้าแตะที่เชิงบันได แม่อรหันหลังสวมรองเท้า มือหนึ่งหอบมุ้งเก่าๆ สีมอ แต่สะอาด อีกมือถือตะเกียง ยังไม่ได้จุด และถุงใส่ห่อข้าวใบตองสามสี่ห่อดูพะรุงพะรัง ทันใด เสียงหมาเห่ารับคนแปลกหน้าดังขึ้น
เป็นโกโบริ ที่ถือห่อของวัตถุดิบมาเต็มสองไม้สองมือ หนีบๆ ห่อของติดมามาด้วยใบหน้ายิ้มแป้น เดินเคียงมากับหมอทาเคดะที่สะพายกระเป๋าเครื่องมือและอุ้มห่อของมาเต็มแขนเหงื่อแตกพลั่ก
“มากันแล้วคับ” โกโบริโค้งศีรษะทักทาย
“อะอาว” แม่อรมีสีหน้าตกใจนิดๆ “อะไรกันจ๊ะนั่น”
โกโบริ และหมอทาเคดะโค้ง แล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มแป้นตอบ
“เรามา ทำอาหาร เพื่อเป็นการแสดง-ขอบคุณครับ”
“มาทำอาหารกิน-แล้ว-เยี่ยมคุนยาย-ด้วย”
หมอทาเคดะยกห่อ และถุงสารพัดขึ้นมาให้ดู โกโบริก็ยกห่อของขึ้นให้ดูด้วย
แม่อรยิ้มๆ “อ้อ...ที่จะมาทำอาหารญี่ปุ่นกันใช่ไหม.”
โกโบริ และหมอทาเคดะมองมาที่ของพะรุงพะรังของแม่อร แม่อรรู้ตัว มองของในมือตน แล้วรีบหาเรื่องคุยเปลี่ยนความสนใจ
“อาหารญี่ปุ่นก็น่าอร่อยดีนะ..เออ..แล้วจะมาทำอะไรกินกันจ๊ะ”
โกโบริยิ้มตอบด้วยความมั่นใจในความอร่อย “เทริยากิคับ”
“อ้อกิๆ เก้ๆ.. ฉันก็ไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรด้วยสิ..พอดี..อังศุมาลินเขาไม่อยู่...ไปในสวน”
“อัง..อังศุมาลิน” โกโบริทวนคำ
แม่อรหันมา “จ้ะ...แม่อังลูกฉันน่ะ...เดี๋ยวคงมาละ”
“อังศุมาลิน แปลว่า อะไรครับ” โกโบริถามเพราะอยากรู้มานาน
“อ๋อ อังศุมาลิน...อังศุมาลินแปลว่าดวงตะวัน”
“ดวง ตาวัน” โกโบริพูดตามงงๆ
“พระอาทิตย์..ก็พระอาทิตย์..ที่กำลังจะตกดินไง นั่นไง” แม่อรชี้ไปตามที่เห็น “พระอาทิตย์”
2 หนุ่มหันมองตาม พูดพร้อมกัน “พรา-อา-ทิด”
“อ้า.. พระอาทิตย์” โกโบริคิดหาคำ “..โยโกะ..ฮิเดโกะ”
แม่อรมองงงๆ
“ฮิเดโกะ!”
โกโบริโพล่งออกมาเสียงดัง จนแม่อรตกใจ
“พ่อคุณ อะไรอีกละ”
“เรียกว่า ฮิเดโกะง่ายกว่า” โกโบริว่า
แม่อรเห็นช่องว่าง พยายามจะเดินหลบ เลี่ยงๆ ไป
“ท่าน-จะไปไหน-คับ”
“หาออ..เออ…” แม่อรพยายามหาคำตอบ “อามาพอดี.. แม่โกะๆ ของเธอ”
อังศุมาลินเดินเลี้ยวมาจากสวนพอดี ในมือมีตำลึง ฟักข้าว และห่อพริก
แม่อรโล่งใจน้ำเสียงดีใจมาก “อ่า...อังดูพ่อสองคนนี้หน่อยจะมาทำกี้ๆ เก้ๆ อะไรไม่รู้ เดี๋ยวแม่ไป…” แม่อรพยายามคิดหาคำตอบไม่ทัน เพราะไม่ค่อยโกหก
อังศุมาลินเห็นแม่หอบของพะรุงพะรัง สบตาก็รู้ทันที
อังศุมาลินรีบช่วยแก้ให้ทันที “อ๋อ..ใช่ค่ะ..แม่มีธุระ..รีบไปเถอะ” พลางร้องตะโกนตามหลังแซวๆ รู้กันกับแม่ “แม่รีบกลับมาไวไวนะหนูเก็บฟักขาวมาตำน้ำพริก จะให้สองคนนี่เผ็ดลืมญี่ปุ่นไปเลย”
โกโบริ และหมอทาเคดะมองตามแม่อรที่เดินตัวปลิวไป
โกโบริหันมาโค้งๆๆ ยิ้มกว้างฟันขาวทั้งปาก ท่าทีกระปรี้กระเปร่าให้อังศุมาลิน
หมอทาเคดะเห็นดวงตาโกโบริเป็นประกายเจิดจ้า แอบขำปนส่ายหัวนิดๆ
อังศุมาลินมองพริกในมือ ยิ้มสนุกนึกในใจว่า...พวกนายเสร็จฉันแน่

จวนค่ำ อังศุมาลินเดินนำ โกโบริและทาเคดะขึ้นเรือนมา
“เห็นคุณหมอมา.. คุณยายคงดีใจ”
อังศุมาลินเดินถือผักที่ได้มา ตรงเข้าไปที่ครัวแล้วเดินถือกะละมังออกมาวาง จากนั้นเดินกลับเข้าไปที่ครัวใหม่ โดยลืมสองหนุ่มที่ยืนอยู่ พอนึกได้ โผล่หน้าออกมา เห็นสองหนุ่ม ยืนเหงื่อแตกแบกของอยู่กับที่ สีหน้าที่มองกันไปกันมา ประมาณจะให้วางไหนก็ไม่บอกนะ
“ยืนอยู่ทำไม..วางของกันสิคะ แล้วอยากได้เครื่องปรุงอะไรเพิ่มเติมก็บอกมาเลย”
หมอทาเคดะหันมองเพื่อน ปรึกษากัน
“หมอ วางกันเถอะ”
“ใช่ วาง”
โกโบริและหมอทาเคดะหันพยักหน้าหากัน พร้อมใจกันวางของที่หอบกันมาลงตรงนอกชาน
ระหว่างนั้นเห็นยายศรถือตะเกียงที่จุดแล้ว เดินออกมาจากในห้อง ทั้งสองคนรีบโค้งทักทาย
“คุณยายสบายดีนะครับ
“ดีจ้ะ นายช่างกับหมอล่ะ” ยายถามขณะแขวนตะเกียงกับเสาเรือน
“สบายดีครับ” / “ขอบคุณครับ” สองหนุ่มบอกพร้อมกัน
คุณยายศรแวะหยิบขวดโหลใส่ของกินเล่นที่ชั้น ที่วางอัฐบริขารส่วนตัวมาให้
“นี่จ้ะกล้วยฉาบ ที่ทำไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว”
“ปี-ที่แล้ว..” พูดทวนคำกับโกโบริเป็นคำญี่ปุ่น “ปีที่แล้ว?”
“ไม่เสียไปแล้วหรือ” โกโบริสงสัย
“มันจะเน่า หรือบูด..ใช่ไหม” หมอก็สงสัย
“หรือเป็นรา” โกโบริส่องดู แล้วเงยหน้ามาอธิบาย “ของที่เมืองไทย เป็นราง่ายมากครับ”
ยายศรหัวเราะ อธิบายความ “พวกเราถนอมอาหารไว้กินนานๆ แบบนี้ก็ได้จ้ะ เอาน้ำตาลมาฉาบ..เคลือบไว้.. เป็นของแห้งๆ กินเล่น ไม่เสีย ไม่ขึ้นราหรอก ที่จริงทำมาเมื่อก่อนปีใหม่นี่เอง”
ทาเคดะกะโกโบริมองหน้ากัน ส่งเสียงดัง “อ้อ”
“ก้วยชาบุ.. ไม่ใช่ เรียกว่าอะไรนะ” ฌกโบริพยายามนึก “ก้วยช้าบ”
“ออ” หมอทาเคดะพยักหน้ารับช้าๆ “กะ -ล่วย ช้าบ”
ทั้งสองหนุ่มพร้อมใจกัน หยิบออกมากิน ทีแรกหวั่นๆ ค่อยๆ ลิ้มรสความอร่อย แล้วมองหน้ากัน พยักหน้าหงึกๆ
“อร่อยๆ” โกโบริบอกยิ้มๆ
“อร่อย หวาน หอม กรอบ” หมอทาเคดะว่า
ยายศรขำหัวเราะร่า “เอาไว้กลับญี่ปุ่น ชั้นจะทำให้ห่อเอาไปกินกันในเรือนะ กินได้นานๆ เอาไปฝากพ่อแม่พี่น้องด้วย”
โกโบริกับหมอทาเคดะประสานเสียง “ยินดีๆๆ” / “เอาๆๆ” พลางล้วงขวดโหล หยิบมากินกันอีก “เอาไปฝากๆ”

อังศุมาลินและยายศรขำทั้งสองหนุ่ม หัวเราะกันสดใส แล้วอังศุมาลินเองก็เลยพลอยหยิบมาแทะกินเองบ้าง
ทั่วชานเรือนอังศิลามินตกอยู่ในแสงตะเกียง และเทียนบ้าง ตรงจุดที่จุดเพื่อเพิ่มแสงเป็นระยะ เห็นกุ้งสด เนื้อสด ปลาสด ต่างถูกแกะวางลงในทีละชาม

สีหน้าโกโบริและหมอทาเคดะที่มองของต่างๆ ตรงหน้า มีชามของสดที่แกะออกวางหมดแล้วและเครื่องปรุงมากมายวางเรียงรายยืดยาวตรงหน้าสองพ่อครัวจำเป็น โดยทั้งโกโบริและทาเคดะที่อยู่ในสภาพพร้อมลงมือเต็มที่ คือพับขากางเกง ถกแขนเสื้อขึ้น โดยเฉพาะโกโบริดูเอาจริงเอาจังกว่าเขาเพื่อน พับแขนสูงขึ้นถึงไหล่เลยทีเดียว
คุณยายศรเดินเข้ามาสังเกตการณ์
“อาหารญี่ปุ่น ฉันคงช่วยอะไรไม่ได้นะ ขอเป็นคนดูอยู่ห่างๆ นะ”
2 หนุ่มรับคำพร้อมกัน “ใช่ๆๆ” / “ได้ๆๆ”
คุณยายชราขำๆ ส่ายหัว
ฝ่ายอังศุมาลินกำลังยกกะชุถ่านท่อนเล็กๆ มาวางข้างเตาขนาดเล็ก ที่ตั้งให้เป็นพิเศษกลางชานเรือน โดยมีแผ่นสังกะสีแบนๆ รองใต้เตากันร้อน พร้อมตะแกรง สำหรับปิ้งย่างของ 2 - 3 ขนาดมาวางให้เผื่อเลือก แล้วหันไปหาหมอทาเคดะ
“ต้องการอะไรอีกไหมคะ”
โกโบริตอบแทนซะงั้น “ออ ไม่-ต้องการ-แล้ว คับ”
อังศุมาลินยังถามกับทาเคดะอีก “แล้วจะให้ฉันช่วยอะไรก็บอกนะ”
หมอทาเคดะฟังแล้วหันไปมองเป็นเชิงหารือกับเพื่อน โกโบริสั่นหัวเบาๆ
“ไม่เปนไร วันนี้ เราเลี้ยงเอง ทำเอง”
“ให้ติดไฟให้ไหม” อังศุมาลินอาสา

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 7/3 วันที่ 9 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager