อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 7/4 วันที่ 9 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 7/4 วันที่ 9 ก.พ. 56

“ไม่เปนไร วันนี้ เราเลี้ยงเอง ทำเอง”
“ให้ติดไฟให้ไหม” อังศุมาลินอาสา
โกโบริโบกไม้โบกมือ ด้วยท่าทีมั่นใจว่าเอาอยู่ “ยังไม่ต้อง เราต้อง แช่กุ้ง ปลา เนื้อ กับเหล้าก่อน” พูดกับหมอเป็นคำญี่ปุ่น “หมองั้นเราเอาแช่เหล้าเลย อย่าช้า” พลางเอื้อมไปคว้าขวดเหล้ามิริน มาจะเปิดเทลงกุ้งสด

หมอทาเคดะเห็นก็ยกมือยั้งห้าม พูดกับโกโบริเบาๆ “เดี๋ยวๆ กุ้งน่ะ ต้องล้างแล้ว ปอกเปลือกก่อน”
โกโบริชะงัก แต่กลัวเสียฟอร์ม เพราะเงยหน้าขึ้นไปเห็นอังศุมาลินยืนมองอยู่



โกโบริเถียง ทำเสียงเข้มมั่นใจเข้าไว้ “ไม่ต้องหรอก”
“ต้องสิ..ต้องล้างก่อนนะ! ล้างก่อน” หมอเถียง
อังศุมาลินขำ ปนระอา “ตามใจนะ แล้วแต่”
“หวังว่าคงได้กินวันนี้นะ” ยายศรว่า
โกโบริกับหมอทาเคดะที่ฟังความไม่ทันหันมามองสั้นๆ แล้วหันไปเถียงเบาๆ กันต่อ อังศุมาลินสบตายาย แอบขำ ส่ายหัว เดินเข้าครัวไป

ข้าวคลุกน้ำพริกในห่อใบตองหมดเกลี้ยง วางลงด้วยมือตาบัว ขณะที่ตาบัวเช็ดข้าวติดปาก ท่าทางอร่อยเหาะอิ่มหนำสำราญ มีตาผลนอนซมอยู่ในผ้าห่มผืนใหม่ที่แม่อรหอบมาให้อยู่ข้างหลัง
ตาบัวเคี้ยวไปพูดไป รีบพูดจนไม่ค่อยชัด
“ฝีมือแม่อรนี่เหลือจะบรรยายจริงๆ ต้องขอกราบ..ขอบพระเดชพระคุณแม่อรมากๆ ที่สงสารลูกนกลูกกาอย่างพวกฉัน ช่วงนี้หากินลำบากจริงๆ ต้องระวังตัว กลัวไปหมด ทั้งกำนัน ทั้งตำรวจ ทั้งญี่ปุ่น”
แม่อรเอาตะเกียงที่จุดแล้วขึ้นแขวน “ใช่สิ ที่พวกลุงทำน่ะ คดีอาญานะ ยังนับว่าบุญ..ที่นายช่างเขาสงสาร ไม่เอาเรื่อง วันหลังจะทำอะไรก็คิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อนล่ะ”
“แหม ก็ถ้าไอ้ผลมันไม่โดนไข้จับละก็ จ้างให้พวกมันก็ไม่มีทางจับได้หรอก” ตาบัวหันมาพูดบ่นว่าเอากับตาผล “ใช่..ไอ้ผล เพราะเอ็งนั่นละ พวกมันถึงรู้เลยว่าใครฟัน บ้าฉิบ..เสียเกียรติประวัติ”
แม่อรถอนหายใจส่ายหัว “พ่อมหาจำเริญทั้งสองนี่น้า...จริงๆ เลย” ชำเลืองมองไปทางตาผล “เอ้า เอามุ้งมาให้กางนอนกัน จะได้ไม่โดนยุงกัด เอาเชื้อไปแพร่อีก.. แล้วนี่ยอมกินยาแล้วหรือยัง..หา..แล้วมันจะหายไหมนี่”
ตาบัวข้าวยังเต็มปาก พูดไม่ได้ พนมมือท่วมหัว ได้แต่พยักหน้าหงึกๆ

มองจากที่บริเวณริมคลอง ตอนกลางคืน เห็นแสงไฟวอมแวม มาจากตามบ้านสวนที่ห่างๆ กันไปริมน้ำ
ส่วนที่ชานเรือน กุ้งสดที่ถูกแกะเปลือก เนื้อสด ปลาสด ที่ถูกหั่นเป็นชิ้นๆ แช่เหล้าไว้ อยู่คนละชามแยกกันอย่างเรียบร้อย อังศุมาลินวางมือเสร็จจากการคลุกกุ้งกับเหล้าในชาม มือเลอะคราบมันกุ้ง
“เอาละเรียบร้อยแล้วนะยังต้องทำอะไรอีก”
โกโบริ และหมอทาเคดะมองอังศุมาลินด้วยความทึ่ง จ้องกันตาแป๋ว
โกโบริยิ้มแฉ่ง แก้เสียหน้าที่ปล่อยให้อีกฝ่ายลงมือ “แช่แล้ว เดี๋ยวเรา” ทำมือ ทำไม้ คิดคำไทย “เสียบไม้”
“ออ..ก็คล้ายกับเนื้อสะเต๊ะสิ แล้วมีอะไรจิ้มไหม” ยายศรว่า
โกโบริมีสีหน้าเอ๋องง ทวนคำถาม “อะไรจิ้มไหม จิ้ม” ยิ่งพูดก็ยิ่งงงๆ
“ก็จิ้มแบบ เพิ่มรสชาติ เอาเครื่องปรุง..น้ำปลา ซีอิ๊ว น้ำมะนาว น้ำส้มสายชู..หรืออะไรมาใส่ถ้วย ใส่พริก..หรือกระเทียม..แล้วเอาเนื้อสัตว์ลงไปจิ้มๆ” อังศุมาลินอธิบาย พร้อมทำท่าประกอบ
“เอางี้..หนูทำอาจาดแตงกวามาให้ด้วยดีกว่า” ยายศรบอก
อังศุมาลินแอบกระซิบยายขำๆ “เผื่อเราจะกินไม่ลง ใช่ไหมคะ”
โกโบริมองๆ ได้ยินไม่ถนัด “อะไรครับ”
ยายหลานรีบปฏิเสธ “เปล่าๆๆ ไม่มีอะไร”
ยายศรสำทับ “หนูรีบไปทำเถอะ”
“ค่ะๆๆ” อังศุมาลินรีบไปที่ครัว
โกโบริพูดกับหมอทาเคดะ “หยิบห่อนั่นให้ผมที” พลางชี้ไปที่ห่อข้างๆ ตัวหมอ
หมอทาเคดะหันไปหาตรงที่โกโบริชี้ “ห่อนี่นะ”
หมอทาเคดะหันไปหยิบห่อผ้าเป็นทางยาวๆ ที่วางอยู่ใกล้มาส่งให้โกโบริ
โกโบริเปิดห่อออกมา เป็นก้านทางมะพร้าวที่ยังไม่ได้ลิดใบออกที่ได้มาจากทหารที่อู่ตอนกลางวันนั่นเอง
“มาทำไม้เสียบกัน” โกโบริยกก้านทางมะพร้าวขึ้นมา
“ลิดใบมะพร้าว..มาๆๆ งานถนัด ยายช่วย” ยายศรกุลีกุจอเข้ามาทำอย่างคล่องแคล่ว
โกโบริพยายามประดิษฐ์ ตัดปลายก้านไม้เสียบให้เหลือใบติด ทำเป็นรูปต่างๆ แต่ผลออกมาไม่ค่อยเป็นรูปนัก คุณยายกับโกโบริต่างเอาผลงานมาโชว์อวดกัน
ของยายศร สานใบมะพร้าว เป็นปลาตะเพียนตัวเล็กๆ
โกโบริเห็นตบมือกราว เริงร่า พยายามจะสาตามมั่ง แต่ออกมากลายเป็นอะไรไม่รู้ ทาเคดะเห็นหัวเราะลั่น
ฟากอังศุมาลินทำน้ำจิ้มไป หันไปมองคุณยายกับชายหนุ่มทั้งสอง ด้วยสายตาฉงน ไม่เคยเห็นมุมนี้ของนายทหารญี่ปุ่นสองคนนี้มาก่อน เหมือนเด็กที่เล่นกับญาติสนิทของตน ที่มือ และแขนของโกโบริและหมอ มีทางมะพร้าวทำเป็นแหวน กำไล นาฬิกา ที่ยายทำให้ใส่ คนละหลายๆ วง
โกโบริ กับหมอทาเคดะ หั่นก้านมะพร้าวตรงแข็งๆ ให้เป็นแท่ง ตัดปลายให้แหลม หัวเราะเสียงสดใส คุณยายศรก็ดูร่าเริง สนุกสนาน อังศุมาลินมองไปมองมา เริ่มอึ้งๆ ใจลอย

ภาพจำในอดีตผุดขึ้นในห้วงคำนึงของอังศุมาลิน ขณะที่วนัสกำลังนั่งช่วยเหลาทางมะพร้าว โดยอังศุมาลินนั่งเอาดอกรักเสียบเรียง ให้เป็นเส้นที่โค้งสวย หลายๆ เส้น สำหรับเอาไปเสียบแจกันถวายพระ
วนัสมองมาด้วยแววตาอ่อนหวานลึกซึ้ง ร่ายกลอน
“หาแถง แง่ฟ้า หาง่าย
เบื่อหน่าย บงนัก พักตร์ผิน
หาเดือน เพื่อนเถิร เดินดิน
คือนิล นัยนา หาดาย
เพ็ญเดือน เพื่อนดิน สิ้นหา
เพ็ญเดือน เพื่อนฟ้า หาง่าย
เดือนเดิน แดนดิน นิลพราย
เดือนฉาย เวหาสน์ ปราศนิล”
อังศุมาลินแกล้งทำเป็นมองอย่างเหยียดหยามเว่อร์ๆ “ที่ท่องมาน่ะ แปลว่ายังไง..รู้เหรอ”
วนัสทำสีหน้ามั่นใจมาก “ถ้าจะหาพระจันทร์บนฟ้านั้น..หาง่าย ดูจนเบื่อที่จะมองแล้ว แต่จะหาพระจันทร์บนดิน ที่จะให้มาเดินเคียงในป่าเป็นเพื่อนกัน หายากกว่าเดือนเพ็ญบนฟ้า โดยเฉพาะดวงจันทร์ที่มีเนตรเป็นสีนิล ซึ่งดวงจันทร์บนฟ้านั้น..จะมีเนตรเป็นสีนิล..เช่นนี้” วนัสเอาไม้ชี้มาที่หน้าอังศุมาลิน “ก็หามีไม่...เป็นไง แปลใช้ได้ไหม”
อังศุมาลินทำหน้าหมั่นไส้ตอบ แต่ไม่ถึงกับเป็นการค้อน

พระจันทร์เต็มดวงสวยเด่น โผล่จากขอบสวนด้านหนึ่งของคลอง แสงเย็นตาสว่างไปทั่วคุ้งน้ำ อังศุมาลินมองไป 2 หนุ่มแล้วถอนหายใจ ก่อนจะหันกลับมาหั่นแตงกวาไป
2 นายทหารหนุ่มชาวญี่ปุ่น เริ่มช่วยกันเสียบพวกเนื้อสัตว์เข้ากับไม้ หน้าตาเอาจริงเอาจัง อังศุมาลินพยายามปัดความกังวลออกไป หันไปเริ่มเอาถ่านก้อนเล็กๆมาวางในเตา
ทันใดนั้น เสียงหวูดแหลมสูงค่อยๆดังขึ้นช้าๆ อังศุมาลินตกใจ เสียงหวูดค่อยดังโหยหวนกึกก้องไปทั่ว โกโบริ และหมอทาเคดะรีบหยุดมือทันที
คุณยายศรกำลังหาพวกจาน ชาม แปลกใจ “เสียงอะไร”
โกโบริหันไปทางเสียง สบตาหมอ “หมอ! ที่อู่!”
ขาดคำโกโบริลุกพรวดขึ้น หมอทาเคดะลุกตาม โกโบริ ละล้าละลัง หันไปมองอังศุมาลิน และคุณยาย โกโบริเดินเข้าไปหายายศร ด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“คุณยายครับ คุณอังศุมาลินครับ..กลัวไหม”
อังศุมาลินหน้าซีด กลัวจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว แต่ยังพยายามข่มใจไว้
“ไม่..ไม่กลัว..แต่..แม่..แม่ยังไม่กลับมาเลย มืดป่านนี้แล้ว..ทำยังไงดี”
คุณยาย ตัวสั่นท่าทีสยอง “เคยได้ยินเสียงแว่วๆ มาไกลๆ จากฟากคะโน้น..แต่ไม่รู้ว่ามันน่าขนพองสยองเกล้าขนาดนี้เลย”
โกโบริพะว้าพะวงยิ่งขึ้น เสียงหวูดยังดังต่อเนื่อง
โกโบริหันไปบอกหมอทาเคดะ “หมอ รีบไปก่อน เดี๋ยวผมตามไป”
“ได้ ผมไปก่อน”
หมอทาเคดะคว้ากระเป๋าอุปกรณ์พยาบาลขึ้นสะพายแล้วรีบใส่รองเท้า และวิ่งลงเรือนไป อังศุมาลินวิ่งตรงไปหายาย
“เรือบินมันจะมาทิ้งระเบิดบ้านเราเหรอ..ตายแล้ว คุณพระคุณเจ้า พระคงคา พระธรณี เจ้าที่เจ้าทาง เจ้าบ้านเจ้าเรือน พระสยามเทวาธิราชช่วยด้วย” ยายศรครวญคร่ำ
โกโบริรีบใส่รองเท้าแล้ววิ่งเข้ามาหาอังศุมาลินและยาย พูดกับอังศุมาลิน
“คุณรีบไปหา-ผ้าห่ม-ให้คุณยายนะ คงต้องรีบ ออกจากบ้านนี้- ไปหา-ที่หลบ ที่นี่-คง-ไม่ปลอดภัย เพราะ-ใกล้อู่มาก เร็ว”
“ค่ะ ค่ะ”
อังศุมาลินรีบวิ่งกลับเข้าไปในห้องยาย ส่วนโกโบริประคองยายศรไว้แล้ว
“มากับผมทางนี้นะ”
“จ้ะๆ แล้วแม่อรละ” ยายศรถามหาแม่อร
อังศุมาลินวิ่งออกมาพร้อมผ้าห่ม ตะโกนแข่งเสียงหวอ
“คุณยาย คุณพาคุณยายไปก่อน...ชั้นจะรอแม่...”
โกโบริสั่งเข้ม “ไม่ได้คุณต้องมาด้วย เดี๋ยวนี้”
อังศุมาลินละล้าละลัง “แล้วถ้าแม่มาไม่เจอใครล่ะคะ”
โกโบริพูดด้วยน้ำเสียง และใบหน้าที่จริงจัง “ฮิเดโกะ! ไป”

อังศุมาลินชะงักเล็กน้อยกับคำเรียก มองแบบไม่ชอบใจนัก ท่าทีละล้าละลัง เหลียวหน้าพะวงหลัง แต่ต้องยอมตามไป
ที่วัดชุมชนปากคลอง ค่ำคืนนั้น เสียงหวูดดังโหยหวนต่อเนื่องยาวนาน หลวงพ่อตาลีตาลานขึ้นไปตีระฆังที่หอระฆังวุ่นวาย

พระ 4 รูป ช่วยกันวิ่งดับธูปเทียนหน้าพระประธาน ดับตะเกียงจนมืดทั้งวัด พวกสามเณรจับกลุ่มอยู่ใต้ศาลา ตกใจๆ งงๆ
สามเณรบางรูปสนอกสนใจเสียงหวูดออกมาแหงนหน้าดูบนท้องฟ้า หลวงพ่อวิ่งมาถึงรีบคว้าตัวเข้ามาข้างในทันที
“หลังปีใหม่แท้ๆ มาเล่นกันซะได้ ประชุมกันหยกๆ ว่าจะขุดหลุมหลบภัย ยังไม่ทันได้ขุดเลย..เอ้า เข้ามาๆ ไม่ต้องอยากรู้อยากเห็นมากนักหรอก”

เสียงหวูดดังต่อเนื่องยาว ปนเสียงระฆังพระ ที่ตลาดชุมชนปากคลอง อาโกยืนเซ่อ มองงงงัน มีชาวบ้านวิ่งผ่านหน้าร้านไป หกล้มหกลุก
อีกมุม เฮียเม้ง กับวิภา ช่วยกันขนสมบัติ กระเป๋าอีกมากมาย และมีหีบเงินด้วย
“หนีไปๆๆ ให้หมก มันมาเลี้ยวโว้ย มันมาจิงๆ ล่วย” อาโกร้องโหวกเหวก
“กำปั่นเงินๆ สร้อยทอง หีบทองๆ อย่าลืม วิภา..แม่ลื้อล่ะ ๆๆ เราจะต้องรอดๆๆ สาธุ นะโมตัสสะๆ” อาเม้งกำชับลูกสาว
“คุณพระช่วยด้วยๆๆ ม้า..ม้า..อาม่าๆๆ อยู่ไหนๆๆ” วิภาร้องครวญคราง
อาโกดับไฟ แล้วออกไปหน้าร้าน เปิดเสื้อโชว์พระทั้งหมด ชูกำปั้น ตะโกนด่าลมแล้ง “ไอ้เรือบินชิบหาย ไอ้ฝรั่งริยะหมา ไอ้เรือบินพ่อแม่ไม่สั่งสอง...มึงจะมาบอมบ์ใส่อั๊วะทำมาย อั๊วะป่าว..อั๊วะเป็นราษฎรผู้บริสุทธิ์ อั๊วะเปงคงไทยร้อยปูเซ็ง ไม่ล่ายเป็นยี่ปึ่งซะหน่อย ขอให้มึงตายๆๆ”
อาโกยืนดู เครื่องบินเริ่มบินมาไกลๆ ผู้คนร้านค้าอื่นๆ รีบล็อกร้าน หอบของ วิ่งกันมา ลูกเด็กเล็กแดง ร้องไห้จ้า มีคนแก่เป็นอัมพาต ลูกๆชายฉกรรจ์อุ้มวิ่งกระเซิง ตุปัดตุเป๋

ด้านแม่อรที่วิ่งมาตามหว่างท้องร่องในสวน ได้ยินเสียงระฆังลั่น พร้อมเสียงหวูดลั่นกระชั้น แม่อรหันไปเห็นที่สุดฟากสวน มีชาวสวนที่ถือผ้าห่ม หม้อ ไห กระเป๋าเสื้อผ้า ถือไฟฉายส่องทาง วิ่งกันแตกตื่นผ่านไป แม่อรแหงนมองบนฟ้า สีหน้าสับสน ทำอะไรไม่ถูก ยืนละล้าละลัง เสียงเครื่องบินครางก้องท้องฟ้ามาแต่ไกล แม่อรหยุดยืน แหงนดู
ผ่านตรงหว่างกิ่งก้านต้นไม้ แสงจันทร์สาดสว่าง เห็นฟ้าขาวปนเทา เมื่อแหงนมองขึ้นไป เห็นเครื่องบิน บินผ่านดวงจันทร์กลมโตสีเงินยวง ไปต่ำๆ
“เครื่องบินฝรั่งมาทิ้งระเบิดมันเป็นอย่างนี้นี่เอง” แม่อรนึกได้ ใจหาย “ยายอัง..แม่..แม่จ๋า” หญิงม่ายชาวสวนธนบุรีออกวิ่งไม่คิดชีวิต กลับไปบ้าน

ท่ามกลางเสียงหวอ เคสุเกะวิ่งปิดไฟทุกจุด จนทุกอาคารมืดหมด ทหารอื่นๆกำลังวิ่งวุ่นหาที่หลบจ้าละหวั่น ทหารบางนายหลบมุดใต้โครงลำเรือ บางนายกระโดดลงน้ำ
พวกพลต่อสู้อากาศยานวิ่งประจำที่ คาดหัวเป็นธงญี่ปุ่นที่มีรัศมีแฉกๆ เตรียมกระสุนปืน พร้อมจะยิงเครื่องบินทิ้งระเบิดทุกเมื่อ

ที่เพิงท้ายสวนฝรั่ง ซากใบตองห่อข้าวที่กินเกลี้ยงแล้ว 3 ห่อเรียงกัน เหลือห่อที่ยังไม่แกะกินห่อเดียว ตรงหน้ามุ้ง ตาบัวที่กินอิ่มจนพุงกาง หลับสนิทเอ้เต้ อ้าปากคอหงายกรนเสียงดังสนั่น
ส่วนในมุ้งที่แม่อรจัดแจงกางให้ ตาผลนอนพลิกตัวไปมาอยู่ที่เดิม โดยมีเสียงกรนของตาบัว ดังสอดประสานเข้าหูคู่ไปกับเสียงหวูดที่ดังลั่นเข้ามา

ฝ่ายโกโบริ และอังศุมาลิน ช่วยกันพยุงยายไปตามหว่างต้นไม้ในสวน ท่าทางทุลักทุเล
“แม่อรล่ะ แม่อร” ยายศรถามหาลูกสาว
เสียงหวูดยังโหยหวนต่อเนื่องกระชั้นขึ้น แสงจันทร์ค่อนข้างสว่าง เครื่องบิน บินผ่านไปต่ำๆ อังศุมาลินกะยายเงยดู เอามือป้องหน้า
“เรือบินมาจริงๆ ด้วย ลำเบ่อเริ่มเลย..แล้วแม่อรล่ะๆ”
โกโบริหันมองหาที่หลบ เห็นแต่ท้องร่องที่มีน้ำเป็นแถวเป็นแนว
“ที่สวนนี่.. มีที่หลบ หลุม..หรือ..ที่แห้งๆ ไหม” โกโบริถาม
อังศุมาลินมองรอบๆ คิดย่างเร็ว “มี มีคะ ท้องร่อง ที่ไม่ได้เปิดน้ำเข้ามา”
“ท้องร่องๆ ใช่ๆ” โกโบริพยายามพูดตาม “ท้องร่อง อยู่ทางไหน”
“ทางโน้นค่ะ”
ยายศรเอาแต่ถามหาแม่อร “แล้ว..แล้วแม่อรล่ะ.. แม่อร.....”

โกโบริ และอังศุมาลิดึงและประคองยายกึ่งเดินกึ่งวิ่งมาตามทางเดินในสวน ยายสะดุดเกือบล้ม โกโบริรีบคว้าดึงเอาไว้ เสียงหวูดดังเร่งเร้า โกโบริรีบมองหาท้องร่อง แต่ยังไม่พบจึงกระชากทั้งยายและอังศุมาลินให้วิ่งต่อไป
“ตรงนั้นค่ะ..ตรงนั้น มีท้องร่องเก่า...” อังศุมาลินชี้ พาเลี้ยวไป
จนไปถึงมุมท้องร่องลึกที่ดูมิดชิดมีไม้ใหญ่ปกคลุมหนาแน่น โกโบริเข้าไปย่ำๆๆ แหวกๆ ตรวจดูความปลอดภัยก่อนอย่างเร็วๆ แล้วหันมาพยักให้คนทั้งสอง
“ลงไป.. เร็วๆ เดี๋ยวนี้!”
อังศุมาลินรีบประคองยายลงไปหลบ
โกโบริแหงนมองฟ้า สลับมองดูทั้งสองหญิง “นอนลงๆ ต่ำๆ”
อังศุมาลินและยายต่างหมอบแนบคันท้องร่องอย่างรวดเร็ว
โกโบริมองเหมือนตัดใจอย่างยากเย็น “ฮิเดโกะ อยู่นี่นะ อย่าไปไหน”
อังศุมาลินเงยมา มองหน้า แววตาหวาดกลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พยักหน้ารับคำโดยอัตโนมัติ
“ถ้ามีเสียง ระเบิด ต้องหลบต่ำ” โกโบริทำท่าหมอบต่ำให้ดู “ไม่เงยหัวนะ เข้าใจนะ”
อังศุมาลินพยักหน้ารับคำต่อ
“แม่อร...” ยายศรร้องเรียกหาใจจะขาดห่วงลูกสาว “แม่อรอยู่ไหน”
อังศุมาลินเสียงสั่น ตาเริ่มแดง จะร้องไห้ “แล้วแม่ละคะ แม่จะเป็นยังไง”
“แม่จะไม่เป็นอะไร คุณต้องอยู่นี่ ต้องอยู่นี่นะ อย่าขึ้นมา อย่าไปไหน อย่าไปใกล้อู่ ผมต้องไปก่อน คุณยาย ห่มผ้านะครับ...ทำตัวให้ติดพื้นดินที่สุดนะครับ ไม่ต้องกลัวนะครับ”
โกโบริหันมาสบตาอังศุมาลินด้วยความห่วงใยอีกครั้งก่อนรีบออกวิ่งไป

อังศุมาลินจับมือยายที่เนื้อตัวสั่นไว้แน่น
ฝูงหมู่เครื่องบินทิ้งระเบิด บินต่ำ แหวกอากาศเข้ามาในระยะใกล้อยู่เหนือลำคลอง เรือกสวน วัดวา และชุมชน โดยที่ในสวนต้นไม้ทุกต้นโดนลมแหวก พัดวืบบบ...เอนโอนเหมือนคลื่นแหวกน้ำ เสียงเครื่องบินดังสนั่นไปทั่วบริเวณ

โกโบริชะงัก เงยหน้ามองเครื่องบิน แล้วรีบวิ่งทำตัวต่ำเลี้ยวลดต่อไป
เสียงใบพัดเครื่องบินดังมา ตามด้วยเสียงเครื่องบินบนคำรามลั่นท้องฟ้าแว่วใกล้เข้ามา อังศุมาลินสวมกอดกันแน่นกับยายที่คลุมหัวด้วยผ้าห่มกันหนาว ลมแรงต้นไม้ ผมผ้าปลิวสะบัด

เครื่องบินจะทิ้งระเบิดลงกบาล แต่ตาผลที่นอนฟังเสียงหวูดดังถี่ลั่น และเสียงเครื่องบินหวีดหวิว พลิกตัวไปมา กลับคิดว่าหูแว่ว
“เฮ้อ..ไอ้ไข้ป่าบ้าบอนี่ มันทำเอากูหูแว่ว ประสาทหลอนพิสดารพันลึกอะไรกันขนาดนี้วะ” พลิกคลุมโปง ไม่สนใจ
เสียงเครื่องบินที่บินเข้ามาใกล้ราวกับเฉียดยอดกระท่อม เพิงทั้งเพิงสั่น วืบ...ทำเอาตาผลต้องลุกผึงขึ้นมา นั่งตาค้างกลางมุ้งสายบัว หันมองตาบัวที่ยังนอนเค้เก้กรนสนั่นอยู่ท่าเดิม
ตาผลตะโกนลั่นสู้เสียงเครื่องบิน “ไอ้บัว..ไอ้บัว” แล้วร้องจนสุดเสียง “อ้ายบัว”

ส่วนที่ท้องร่องในสวน เสียงเครื่องบินดังลั่นแผดเสียงอื้ออึง ยายและ อังศุมาลินกอดกันแน่น
ยายตะโกนไม่ได้สุ้มได้เสียง “แม่อร แม่อรอยู่ไหน”
อังศุมาลินมองหน้ายาย ใจคอไม่ดี เสียงสั่นสะอื้น “ยาย ยายจ๋า...” พลางเงยหัวหันมองไปทางบ้าน “แม่ แม่อาจจะกลับไปที่บ้านแล้ว ยาย ยายอยู่นี่นะ ยายอย่าไปไหน หนูวิ่งกลับไปดูแม่ที่บ้านก่อน ถ้าได้ยินเสียงอะไร ยายอย่าเงยหน้า ต้องหมอบกับที่นะ นะ หนูไปนะ”
“ยายอัง! เดี๋ยว...อย่าไป...”
อังศุมาลินลุกขึ้นพรวด แล้วปีนคันดินวิ่งอ้าวกลับไปทางบ้านทันที
ยายศรรีบก้มหน้างุด สวดมนต์พึมพำ

เสียงเครื่องบินโฉบบินต่ำอื้ออึง ต้นไม้ในสวนไหวลู่ตามแรง อังศุมาลินยกมือปิดหู หยุดวิ่ง เงยมองดู
มีปืนยิงลงมาจากเครื่องบิน เป้าหมายคืออู่ เรือที่จอดเตรียมนำออกใช้ เสียงดัง ตั้บๆๆๆๆๆๆๆๆ โดนต้นมะพร้าว เฟี้ยวๆๆๆๆๆๆๆ
อังศุมาลินกรีดร้อง รีบทิ้งตัวหมอบตัวลงกับพื้น แทบจะมุดลงไปในดิน ด้วยความกลัวสุดชีวิต
โดยเครื่องบินดำดิ่งทิ้งระเบิดของฝ่ายพันธมิตร มีภารกิจในการทิ้งระเบิดเป็นหลัก แต่มักติดปืนกลไว้ เพื่อต่อสู้กับปืนของเครื่องบินขับไล่ของศัตรู หรือต่อสู้ กับปืนต่อสู้อากาศยานได้ด้วย แต่มันไม่ได้เอาไว้สำหรับไล่ยิง ถ้าสำหรับไล่ยิง จะเรียกว่า เครื่องบินขับไล่ แต่บางแมทช์ มันอาจจะมาด้วยกันทั้ง 2 แบบก็ได้ แต่เวลามันมาต่อสู้ในแปซิฟิค มันจะไม่ใช้เครื่องบินรุ่นตัว top แบบที่มันใช้ยิงเยอรมัน หรืออิตาลี

เวลาเดียวกันโกโบริวิ่งใกล้ถึงสะพานไม้พาดข้ามไปอู่ ต้องรีบกระโจนหมอบลงกับพื้นขณะเสียงเครื่องบินผ่านไปในระยะใกล้พร้อมยิงลงมาตั้บๆๆๆๆ ตามต่อ ด้วยเสียงปืนยิงต่อสู้อากาศยานของญี่ปุ่นเพี้ยะๆๆๆๆ ชุดใหญ่อยู่ไม่ไกล

ตาผลนั่งกอดเข่าขดตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่ในมุ้ง ข้างๆ ตาบัวที่ยังหลับเป็นตายนอกมุ้ง ได้ยินเสียงปืนต่อสู้อากาศยานกับปืนกลจากเครื่องบินยิงสู้กันลั่น ตาผลตัดสินใจเหยียดขาสองเท้า ถีบตาบัวสุดแรง
ตาผลตะโกนลั่น “อ้ายบัวๆๆๆ อ้ายบัวโว้ย”
ตาบัวร่วงตามแรงถีบลงไปกองที่พื้น พลันตื่นขึ้น รีบทรงตัวลุกยืน ตั้งท่าพร้อมสู้
ตาบัวโวยวายดังลั่น หันมองรอบ “เฮ้ยอะไรโว้ยใคร ใครมันมาลอบกัดกูวะ”
ตาผลตะโกนลั่น “มันรบกันแล้วโว้ย มันยิงกันแล้ว มึงช่วยกูที”
ตาบัวเสียงลั่นสู้ “เอ็งว่าอะไรนะ”
ตาบัวไม่ได้ยินเสียงตอบจากตาผลเพราะเสียงเครื่องบิน และเสียงปืนกลสาดใส่กันอื้ออึงกลบหมด พร้อมกับที่ตาบัวเหลือบไปเห็นผ่านยอดไม้ เครื่องบินยักษ์สีโลหะมันวาว สะท้อนแสงจันทร์แว้บเข้าตา ดูเหมือนกำลังบินตรงมาชน
ตาบัวร้องเสียงหลง “ชิบ..แล้ว มันเอาเราแน่”
ตาบัวหน้าถอดสีซีดเผือด ขาแข็งตัวแข็ง เสียงระเบิดลงตูม..พื้นแกว่ง ตาผลพรวดลุกขึ้นทั้งมุ้ง หลุดลงมา ยิ่งดิ้น ยิ่งพัน ปล่อยตาบัวกลัวตัวแข็งทื่อจนฉี่ราด

เสียงระเบิดตูมดังกึกก้อง และยังดังต่อเนื่องมา อังศุมาลิน ซบหน้าแนบซบดิน มือปิดหู แผ่นดินเหมือนไกวตัวรุนแรง
พอเสียงค่อยๆ จางลงไป แต่ยังเหลือเพียงเสียงแว่ววิ้งๆ อังศุมาลินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา ตาแดงก่ำกลัวจับจิต กระพริบตาถี่ๆ รวบรวมสติ ทันใด เลือดกำเดาไหลซิกออกมาทางจมูก

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 7/4 วันที่ 9 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager