อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 7/5 วันที่ 10 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 7/5 วันที่ 10 ก.พ. 56

พอเสียงค่อยๆ จางลงไป แต่ยังเหลือเพียงเสียงแว่ววิ้งๆ อังศุมาลินค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมา ตาแดงก่ำกลัวจับจิต กระพริบตาถี่ๆ รวบรวมสติ ทันใด เลือดกำเดาไหลซิกออกมาทางจมูก
อังศุมาลินเอามือเช็ดๆ ไม่ได้มองว่าเป็นเลือด จากนั้น รวบรวมความกล้าทั้งหมดลุกขึ้นวิ่ง
เสียงยิงต่อสู้ ตามมาด้วยเสียงระเบิดอีกตูมเลื่อนลั่น พื้นสะเทือน
อังศุมาลินเซซังตามแรง ตะโกนลั่น มุ่งสู่ทิศทางบ้าน “แม่ แม่”
อังศุมาลินวิ่งต่อไปโดยไม่คิดชีวิต

ไม่นานนัก อังศุมาลินที่วิ่งหัวกระเซิงมีใบ้ไม้แห้งติดหัว ใบหน้าเปื้อนดินมอมแมม จมูกมีเลือดเกรอะกรัง เลี้ยวมาถึงหน้าบ้าน หยุดมองตรงหน้า ดีใจที่สุด



“แม่...”
แม่อรที่ยืนคว้างอยู่ชานบันไดเรือน หน้าซีดทำอะไรต่อไม่ถูก
อังศุมาลินตะโกนสุดเสียง “แม่”
อังศุมาลินดีใจจนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่วิ่งถลาไปหาแม่อร
อังศุมาลินกอดแม่อรระล่ำระลัก “แม่ หนูคิดไว้แล้ว ว่าแม่จะต้องมาบ้าน”
“อะ อัง” แม่อรเหมือนได้สติกลับมา รีบพูดรีบถาม “อังเป็นยังไงบ้างลูก” เข้ามาลูบหน้า ลูบหัว จับตัว “คุณยายละ คุณยาย”
“คุณยายอยู่ที่ท้องร่องในสวน โกโบริให้หนูกับคุณยายไปหลบที่นั่น เพราะปลอดภัยกว่า”
จังหวะนั้นเสียงเครื่องบินแล่นดังประชิดเข้ามาอีกครั้ง
“ไปกันเถอะแม่ เราอยู่ใกล้อู่ โกโบริบอกว่าอันตราย.... มากับหนู เร็ว”
“โกโบริบอก..เหรอลูก”
อังศุมาลินพยักหน้าถี่ๆ แล้วรีบดึงแม่วิ่งไป

อังศุมาลินจูงแม่อรวิ่งมาตารมทางมุ่งหน้าไปที่ท้องร่อง จุดที่ยายศรหลบระเบิดอยู่
“ยายอยู่กับพ่อดอกมะลิใช่ไหม”
“เขากลับไปอู่ ยายอยู่คนเดียวค่ะ”
“ถ้าที่อู่ไม่ปลอดภัย แล้วเขาจะกลับไปทำไม”
อังศุมาลินชะงัก ฉุกคิดได้ พาลกังวลถึงโกโบริขึ้นมา

“นั่นน่ะสิคะ”
ที่อู่ต่อเรือโกโบริวิ่งมาหลบอยู่ใกล้กับคลังเสบียง เสียงเครื่องบินโฉบต่ำเข้ามาใกล้ พร้อมสาดกระสุดลงมาชุดใหญ่โดนหลังคา ยิงกองเหล็ก กระจุยกระจาย ทหารคนอื่นๆ วิ่งกันอลหม่าน

บนหอสูงปืนต่อสู้อากาศยานหมุนตัวยิงตามเครื่องบินไป โกโบริวิ่งกระโจนหลบแต่ตัวล้มไปทับตัวข้างซ้ายทำให้เจ็บแผลแปล๊บขึ้นมาทันที โกโบริหันมองไปทิศทางของเสียงกระสุนชุดหนึ่งที่ตกมาระยะใกล้ตัวเขาเฉียดฉิว
พลันถังน้ำมันถังหนึ่งระเบิดตูมใหญ่ลุกเป็นเพลิงจากแรงกระสุน
โกโบริกลิ้งตัวหลบ ถังระเบิด ตู้ม ต้าม ต้าม ต้าม ต่อเนื่อง ไฟลุกโชนแดงฉานพร้อมจะกลืนกินทุกชีวิต

ด้านอังศุมาลินพาแม่อรวิ่งก้มๆ เสียงระเบิดตูมๆๆ
“เสียงจากทางอู่นี่” อังศุมาลินหน้าตื่น
“จริงด้วย...”
พอดีสองคนมาถึงท้องร่องที่ยายขดตัวคลุมโปงอยู่
“แม่ขา คุณยายอยู่นี่...”
อังศุมาลินพาแม่เข้าไปหายาย แม่อรผวาเข้าไปหา เห็นยายศรนิ่งๆ ก็ตกใจ รีบเข้าไปจับ ร้องเรียก
“แม่ แม่ไม่เป็นไรนะ”
ยายศรโผล่เงยหน้าขึ้นจากผืนผ้า เห็นทั้งสองต่างดีใจ “แม่อร..ยายอัง”
“ค่อยยังชั่ว”
อังศุมาลินบอกกับแม่อร “แม่ทำตัวต่ำๆ ไว้ แบบยาย โกโบริบอกว่าทำตัวให้ติดพื้นดินที่สุด อย่าเงยหัวขึ้นมา”
แม่อรรีบทำตาม ก้มขดตัวแนบชิดข้างยายและอังศุมาลิน เสียงยิงปืนต่อสู้กันลั่น จากทางอู่เรืออื้ออึง เสียงระเบิดดังตู้มๆๆๆ ต่อเนื่อง
ยายศร แม่อร และอังศุมาลิน ปิดหูร้องกรี๊ดดัง และกอดกันแน่น
“พระอรหัง..พระอรหัง พุทโธ สังโฆ ช่วยลูกด้วย” ยายท่องมนต์ดังลั่น
พลันเสียงเงียบกริบลง พระจันทร์สวยใสแสงจ้าบาดตา ลำน้ำคลองที่ไหลรี่ แสงไฟไหม้เรือที่จอดเรียง สะท้อนในเงาน้ำ เห็นเงาทหารญี่ปุ่นวิ่งไปมาหลังเปลวไฟที่วูบวาบไหลเป็นคลื่น
ไม่นานสายน้ำก็ไหลเลื่อยไปตามธรรมชาติ
ที่อู่ต่อเรือ มีทหารญี่ปุ่นนอนตาย 3 - 4 คน เคสุเกะวิ่งมาเจอ ยืนเหวอ
อังศุมาลิน ยายศร แม่อร หมอบเงียบ ทุกอย่างนิ่งเงียบไปพักใหญ่ ตามมาด้วยเสียงหวอสัญญาณปลอดภัยดังขึ้น
อังศุมาลิน ค่อยๆ เงยหน้าขึ้น และมองไปรอบๆ เสียงผู้คนค่อยๆ ดังโหวกเหวกแว่วตามมา
ไม่นานต่อมาในลำคลอง เรือของชาวบ้าน เริ่มออกมาพายอย่างรีบเร่งๆ ส่งเสียงตะโกนไต่ถาม บอกกันไปมา ว่า เป็นไงมั่ง มีคนเจ็บไหม จะไปไหน มาจากไหน
ส่วนที่อู่ต่อเรือ หมอทาเคดะรีบไปประกาศส่งเสียงผ่านโทรโข่งตามสาย สื่อสารกันลั่น
“พี่น้องทหารที่รักทุกท่าน ขณะนี้ เครื่องบินของศัตรูไปแล้ว ทุกคนอย่าตกใจ พวกเราต้องตั้งสติให้ดี ช่วยกันดับไฟ และช่วยเหลือคนที่บาดเจ็บด่วนที่สุด!”

อังศุมาลินปีนขึ้นจากท้องร่อง พยายามจับเสียง ฟังสรรพสิ่งต่างๆ
“แม่คะ คุณยาย ดูเหมือนจะปลอดภัยแล้วนะ”
ยายศร และแม่อร ค่อยๆ เปิดผ้าเงยหน้าขึ้นมาดู
“มันไปกันแล้วแน่นะ” แม่อรไม่แน่ใจ
“สัญญาณหวออันหลังนี่แปลว่าปลอดภัยคะ” อังศุมาลินบอก
แม่อรถอนหายใจยาว “โล่งไปที”
“โอย เกิดมาไม่เคยพบเคยเจออะไร..หูดับตับไหม้ขนาดนี้เลย” ยายว่า
“แม่ก็มัวบ้า มัวแต่หลอกล่อให้ตาผลกินยา แล้วยังเก็บที่นอนเน่าๆ..แถมกางมุ้งให้เค้าอีกนะเรา..โอ๊ย..พอหวอมา..ก็เป็นห่วงหนูกับยายแทบแย่ ตัวแม่เองก็ไม่รู้ว่าวิ่งกลับมาบ้านได้ยังไง ยิ่งมาเห็นบ้านปิด ใจคอหายหมดเลย”
แม่อรลุกขึ้นนั่ง หัวเราะตัวเองขันตัวเอง ปัดโคลนดินที่ตัวไปมา
อังศุมาลินหัวเราะบ้าง “หนูกับคุณยายก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องทำอะไรยังไง เป็นห่วงแม่ก็เป็นห่วง ยายน่ะ..ร้องเรียกแม่เสียงหลงเลย”
แม่อรแตะๆ ที่จมูกอังศุมาลิน “หนูเลือดออก..เหมือนตอนเด็กๆ เลย”
อังศุมาลินจับจมูกตัวเอง ยกมือดู “เลือดกำเดาจริงๆ ด้วย แต่แห้งแล้ว”
อังศุมาลินช่วยพยุงยายลุกขึ้นยืน และช่วยปัดตัวไปมา
“ตะกี้ฉันนี่หนาวจับใจ แต่ตอนนี้ฉันละร้อนจะบ้า โอ๊ยย...” ยายศรปลดผ้าห่มออกจากตัว
แม่อรหันไปทางยายศร “แม่ไม่เป็นอะไรนะ ดีที่แม่เอาผ้าห่มมาด้วย”
“ก็พ่อดอกมะลิน่ะสิ ที่เขาบอกให้ยายอังหยิบผ้าออกมาด้วย” ยายว่า
“จริงสิ แล้วนี่พ่อดอกมะลิเขาจะเป็นยังไงบ้างไม่รู้”
แม่อรหันมองไปทางอู่เรือ อังศุมาลินคิดตาม เป็นกังวลขึ้นมาทันที

คืนเดือนหงาย สว่างจ้า อังศุมาลินเดินถือผ้าห่ม แหงนหน้ามองฟ้า ตามแม่อรที่จูงยายศรมาตามทางเดินในสวน
แม่อรมองดูบ้าน “ดีนะบ้านเราไม่เป็นอะไร แม่ว่าที่อู่คงหนักแน่ ทั้งเสียงปืนกราดลั่น ระเบิดลงขนาดนั้น”
อังศุมาลินเงียบ ขรึมและเครียด
“สาธุ..อย่าให้พ่อหมอกับพ่อดอกมะลิเป็นอะไรเลย” แม่อรว่า
อังศุมาลินเหลือบมอง “นี่แม่บ่นอย่างกับเขาเป็นอะไรกับเราแน่ะ”
“ไม่ใช่ก็เหมือนใช่ละ คนเคยเห็นหน้ากัน ช่วยเหลือกันมา มันก็ไม่ต่างกันหรอกลูก พ่อโกโบรินิสัยดีเป็นคนน่ารัก ถ้ามาเป็นอะไรไปแม่ก็คงเสียใจนั่นละ เขาเป็นลูกคนเดียวด้วยไม่ใช่หรือที่เขาเล่าน่ะ”
“ค่ะ”
สีหน้าของอังศุมาลินชักไม่สู้ดีขึ้นมาบ้าง
แม่อรบอกต่อ “สงสารพ่อแม่เขาทางนู้นนะ คงตั้งตาคอยลูกกลับทุกลมหายใจเชียว นี่ถ้าหนูเองเป็นอะไรไป แม่ก็คงแทบขาดใจไม่ต่างกันละ”

อังศุมาลินได้ยินยิ่งพาลใจไม่ดีเข้าไปใหญ่ แหงนหน้ามองฟ้าเห็นพระจันทร์ดวงกลมใหญ่คล้ายกระด้ง เริ่มเป็นห่วงโกโบริขึ้นมาจับใจ
ที่อู่ต่อเรือทหารญี่ปุ่น คืนเดียวกัน เห็นทหารญี่ปุ่นวิ่งวุ่น อยู่ท่ามกลางเพลิงที่ลุกโชนโหมไหม้อาคารไม้หลังหนึ่งสภาพโดยรวมของอู่ยังมืดมิดไปทั่ว มีเพียงแสงเพลิงที่ช่วยให้พอมองเห็นว่าอะไร เป็นอะไร

และเห็นได้ชัดว่าเรือถูกบอมบ์หลายลำเสียหายหนัก บางลำก็แตกพังเป็นบางส่วน พวกทหารต่างวิ่งวุ่นรีบนำน้ำมาดับไฟกันไปมา
ตรงมุมหนึ่งของอู่ มือของเคสุเกะก้มเก็บ Shime Kazari ที่ตกอยู่บนพื้นใกล้ๆ กองเลือดสดๆ สภาพหน้าตาเคสุเกะมอมแมมไปด้วยเขม่าควันไฟ เขามอง Shime Kazari ในมือนิ่ง คิดบางอย่างเศร้าๆ พลันรีบเก็บยัดเข้ากระเป๋ากางเกงแล้วรีบเดินไป
ทหารญี่ปุ่นบ้างกำลังวิ่งวุ่นลำเลียงคนเจ็บ บ้างยืนงงๆ บ้างเจ็บร้องโอดโอย หมอทาเคดะหน้าตาเหนื่อยล้าโรยแรงถือไฟฉายดวงโตเดินมองหาคนบาดเจ็บ พลันหันไปเห็นทหารนายหนึ่งนอนแผ่หราในมุมมืด จึงรีบเข้าไปดูอาการ
ทหารบาดเจ็บคนนั้น อยู่ในแก๊งทหารของเคสุเกะ นอนล้มกองอยู่ เลือดโทรมกาย แขนขาขาดรุ่งริ่ง หมอทาเคดะรีบก้มไปดูอาการ ร้องตะโกนเรียก
“ทหารสองนายมาช่วยลำเลียงเพื่อนตรงนี้ด่วน”
เคสุเกะที่เดินอยู่ไม่ไกลได้ยินเข้า จึงหันมา พลางรีบบอกทหารที่กำลังถือเปลสนาม อยู่ใกล้ๆ ให้ไปช่วย เคสุเกะก็รีบเดินนำไปดูทหารบาดเจ็บตรงที่หมอทาเคดะอยู่
หมอทาเคดะปฐมพยาบาลเบื้องต้นทหารบาดเจ็บอยู่ หันมาสั่งทหารที่เข้ามาช่วย
“พาไปที่หน่วยพยาบาลด่วน”
ทหารสองนายยกตัวทหารบาดเจ็บลงเปลสนาม แล้วรีบหามพาไป
หมอเคสุเกะสีหน้าซีดทันที ที่เห็นเพื่อนสนิทบาดเจ็บหนัก
“เชจิซัง”
หมอเคสุเกะมองตามเพื่อนอย่างเป็นห่วง ก่อนจะสอดส่ายสายตามองไปทั่ว หาอะไรบางอย่าง และเมื่อไม่เห็นจึงร้องถามขึ้น
“เคสุเกะเห็นโกโบริไหม”
“อา..ไม่เห็นเลยครับ”
คำตอบของเคสุเกะ ทให้หมอทาเคดะมีสีหน้ากังวลขึ้นมาทันที

ทางด้านแม่อรพายายศรและอังศุมาลินเลี้ยวเดินมาถึงหน้าเรือน มีเสียงประกาศดุดัน โหวกเหวกมาจากอู่ต่อเรือดังชัด
ทั้งสามคนได้กลิ่นไหม้ฉุนลอยมา จึงมองไปเบื้องหน้า เห็นภาพควันคลุ้ง ประกายเพลิง ที่โหมไหม้เป็นทิวไหวๆ ตรงที่ตั้งอู่ที่ห่างไปไม่ไกล
“โอ๊ะ...ตายแล้ว ถ้าจะโดนกันหนักแน่เทียวโหวกเหวกกันน่าดู พ่อโกโบริ พ่อหมอแล้วไฟจะไหม้มาถึงบ้านเรามั้ย โอย” หญิงชราร้องอย่างตกอกตกใจ
แม่อรหยุด เหลียวมองไปทางอู่ถอนหายใจท่าทีกังวล อังศุมาลินไม่วายมองตามด้วยสีหน้าวิตก
“แม่ใจเย็นเถอะคะ ดูแล้วไฟมันมาไม่ถึงบ้านเราหรอก”
“ใช่ค่ะ คุณยายขึ้นไปดูบนเรือนเรากันเถอะค่ะ”
อังศุมาลินจูงยายก้าวขึ้นบันไดเรือน แม่อรคอยตามหลัง

ท่ามกลางความมืดสลัวของอู่ต่อเรือ เห็นมือของชายคนหนึ่งมอมแมม และมีคราบเลือดเปื้อนแขน ตรงเข้ามาหยิบรื้อซากปรักหักพังของโรงเก็บของที่พังยับไปแถบหนึ่ง รื้อออกเพื่อหาของบางอย่างท่าทีรีบเร่ง พลางส่องไฟฉายไปมา อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย
จนไปเจอกล่องไม้กล่องหนึ่ง รีบเปิดแงะออกดูอย่างลำบาก แต่เป็นกล่องเครื่องมือ มือของใครคนนั้นรื้อไปแงะกล่องไม้ที่สอง เห็นเป็นกล่องกระสุน จนรื้อไปแงะอีกกล่องจึงพบว่าเป็นโคมไฟดวงใหญ่
มองผ่านแผ่นหลังของชายคนนั้น เห็นสภาพสะบักสะบอมเสื้อผ้าขาดวิ่นบางส่วน และมีแผลที่หลัง และมือทั้งสองข้าง ถือโคมไฟดวงขนาดใหญ่สองดวงเดินลิ่วๆ ไป ท่ามกลางความ โกลาหลวุ่นวายวิ่งสวนไปมาของทหารในอู่ที่กำลังช่วยกัน
ดวงไฟแต่ละดวงถูกนำไปแขวนยังมุมสูงมุมหนึ่ง ของเสาเหล็ก และที่มุมหลังคา แล้วดวงไฟ 2 ดวงก็ถูกจุดสว่างจ้าขึ้น จนมองเห็นสภาพภายในอู่
เคสุเกะที่กำลังง่วนช่วยกันดับไฟหันไปมองทางดวงไฟ หมอทาเคดะที่กำลังปฐมพยาบาลทหารอยู่มุมหนึ่งก็หันไปมองทางดวงไฟ
จึงเห็นว่าเป็นโกโบริที่มีใบหน้ามอมแมม เหงื่อโทรมกายยืนอยู่ที่เสาไฟดวงหนึ่ง แล้วเดินออกมาจากเงาไฟ ให้มองเห็นตัว พลางยกโทรโข่งในมือขึ้นประกาศเสียงดัง
“พี่น้องทหารหาญทุกท่าน..ให้ฟังคำสั่งดังต่อไปนี้ เพื่อไม่ให้สับสนวุ่นวาย ขอให้หัวหน้าหมู่ทุกหมู่ รับผิดชอบในพื้นที่ของตัวเอง และตรวจสอบลูกหมู่ของตนเอง ลูกหมู่รีบรายงานตัวต่อหัวหน้า พื้นที่หมู่ไหนไม่เสียหายมากขอให้เข้าไปช่วยพื้นที่ที่เสียหายหนักกว่าเป็นอันดับแรก”
ที่บนเรือน แว่วเสียงประกาศตามสายเป็นเสียงโกโบริ อังศุมาลินที่เปิดประตูเรือนขึ้นมา ถึงกับหยุดกึก และมีสีหน้าสดใสขึ้นมาทันที พยายามจับเสียงที่ได้ยินให้มั่นใจ ก่อนจะหันไปทางแม่อร
อังศุมาลินโพล่งขึ้นอย่างยินดี “แม่คะ ได้ยินไหมคะ นั่นเสียงโกโบริ เขาคงไม่เป็นอะไรแล้ว”
“ดูเหมือนใช่เสียงเขานั่นละ โอ คุณพระคุ้มครอง” แม่อรยิ้มโล่งใจ
“สาธุ..คนดีผีคุ้มจริงจริ๊ง…” ยายศรยกมือท่วมหัว

สีหน้าอังศุมาลินดูเบิกบาน แววตาเปล่งประกายเจิดจ้า รู้สึกยินดีมากที่โกโบริปลอดภัย
ฝ่ายโกโบริยกโทรโข่งขึ้นมาสั่งการต่อ

“และทุกๆ สองชั่วโมง หัวหน้าหมู่ทุกหมู่เข้ามารายงานผลปฏิบัติงาน โดยตรง กับข้าพเจ้าที่ห้องประชุม จนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น”
ทหารทั้งหมดรับคำสั่งเสียงดังเป็นคำญี่ปุ่นพร้อมเพรียงชนิดฟังแล้วขนลุก “รับทราบ”
จากสภาพที่โกลาหล ทหารทุกนายก็ดูก็เริ่มผ่อนคลาย และมีขวัญกำลังใจขึ้นมาทันที
หมอทาเคดะโล่งทันทีที่ได้เห็นหน้าโกโบริอีกครั้ง
เมื่อมองจากมุมสูงลงมา จะเห็นสภาพของอู่ต่อเรือที่เสียหายมากมาย ทั้งถูกระเบิดถล่มพัง และจากไฟลุกท่วมบ้าง ควันดำขโมงอยู่ทั่ว แต่บรรดาทหารหาญต่างช่วยกันคนละไม้ละมืออย่างขันแข็ง
โกโบริกวาดตามองไปโดยรอบ มีสีหน้าสลดและสะท้อนใจกับภาพการสูญเสียและ ทหารบาดเจ็บที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า

ที่เรือนของอังศุมาลิน เห็นเศษทางมะพร้าวที่ถูกตัดลิดใบ กระจัดกระจายเกลื่อนตรงชานเรือน ซึ่งกำลังถูกกวาดและ จัดวางเป็นกองๆ กองหนึ่งเสร็จครึ่งหนึ่ง ใบถูกตัดเป็นรูปต่างๆ ข้างๆยังมีทางมะพร้าวในถุงอีก
อังศุมาลินลงมือเก็บกวาดเศษใบมะพร้าว ทางมะพร้าว และใบไม้ที่ปลิวเกลื่อนชาน มากองรวมกัน แล้วหยิบทางมะพร้าวที่พวกโกโบริกับยายสานเล่นน่ารักมาดู อย่างอึ้งๆ
แม่อรกำลังหยิบชามกุ้งสด เนื้อสัตว์ต่างๆ ที่แช่เหล้าขึ้นมาดู ที่แยกวางเรียงเป็นระเบียบอยู่กลางชานบ้าน กับชามเนื้อสด และปลาสด
คุณยายนั่งจุดตะเกียงอยู่ใกล้ๆ ก่อนจะถามขึ้น
“ไม่รู้บ้านพ่อกำนันเขาจะเป็นอะไรกันแค่ไหน”
“ยายไม่ต้องห่วงหรอก ลุงกำนันกับป้าวันมีหลุมหลบภัยหลังบ้านใหญ่เบ้อเร่อ แต่เดี๋ยวพรุ่งนี้หนูจะไปเยี่ยมดูสักหน่อยเองค่ะ”
แม่อรบ่นๆ “ดูสิ...มดมาขึ้นแล้ว…นี่เขาหมักทำอะไรกันเนี่ยลูก”
อังศุมาลินรีบบอก “กุ้ง ปลา เนื้อ ไก่ แช่เหล้าสาเก ซีอิ๊ว น้ำตาล แล้วเสียบไม้ย่างกินค่ะ” พูดไปแล้วนึกสลดใจ จนอึ้งไปนิด “แต่หนูว่า…สงสัยคงจะไม่ได้กลับมากินกันแน่”
“นั่นสิ คงยุ่งกันน่าดูชม แต่ก็ลองเก็บไว้รอดูก่อนก็ได้ เผื่อเช้าๆ พรุ่งนี้จะแวะมากัน” แม่อรว่า
“แล้วถ้าไม่มา ของสดพวกนี้จะทำยังไงดีละคะตั้งเยอะตั้งแยะ” อังศุมาลินกังวล
“เอาไปปิ้งซะ แล้วครอบเก็บไว้ดีไหมล่ะยายว่า...เพราะเอาไปผัดไปรวนคงไม่ได้เรื่อง ถ้ามากันก็ให้กินแบบนี้ไป”
“ก็ดีค่ะ คุณยาย…” อังศุมาลินบอกด้วยน้ำเสียงขันๆ ทีเล่นทีจริง “อยากมาทำทิ้งกันไว้เอง...เดี๋ยวหนูจะแอบเปลี่ยนสูตรให้ใหม่ซะเลย”
อังศุมาลินกวาดเศษใบไม้และถุงต่างๆ มากองรวมกันจนเสร็จพอดี
“เขาเรียกกันว่าอะไรกี้ๆเก้ๆนะ แม่จำไม่ได้หรอก” แม่อรบ่นว่า
อังศุมาลินตอบทันที “เตริยากิค่ะ”
“แม่คงจำไม่ถูกแน่ ทางนั้นเขาก็คงจำภาษาเรายากเหมือนกัน แม่เองยังเรียกเขาพ่อดอกมะลิ มันจำกันง่ายกว่า เมื่อบ่ายพ่อมะลิเขาก็ถาม...ว่าชื่อลูกหมายความว่าอะไร”
อังศุมาลินชะงัก หันมาหาแม่ท่าทางแปลกใจ “แล้วเขาจะถามไปทำไมคะ”
“ก็ไม่รู้นะ แต่ก็บอกเขาไปว่าแปลว่าพระอาทิตย์ แล้วเห็นเขาเรียกชื่อลูกแปลว่าอะไรโกะๆ เดโกะหรืออะไรแม่ก็จำไม่ได้” แม่อรบอก
อังศุมาลินนึกขึ้นได้ “ฮิเดโกะ” ที่โกโบริเรียก
“อานี่ล่ะ ใช่ๆๆ คำนี้เลยล่ะๆ” แม่อรร้อง
อังศุมาลินเพิ่งแน่ใจกับคำเรียกชื่อนี้ว่าเป็นชื่อตัวเอง ชะงักมือไปเล็กน้อย
เหตุการณ์ตอนชุลมุนในสวน ที่โกโบริพูดด้วยน้ำเสียง และใบหน้าที่จริงจัง “ฮิเดโกะ! ไป”
และอังศุมาลินชะงักเล็กน้อยกับคำเรียก มองแบบไม่ชอบใจ ผุดขึ้นมาในความคิด
อังศุมาลินนึกแล้วเม้มปาก นิ่งคิดถึงอีกเหตการณ์
ตอนที่อังศุมาลินและยายศรต่างหมอบแนบคันท้องร่องอย่างรวดเร็ว
โกโบริมองตัดใจจากไปอย่างยากเย็น “ฮิเดโกะ อยู่นี่นะ อย่าไปไหน”
อังศุมาลินเงยขึ้นมามองหน้า แววตาหวาดกลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน พยักหน้ารับคำโดยอัตโนมัติ
อังศุมาลินดึงตัวเองกลับมา เสยผม ลูบหน้า พยายามจะลบความคิดและความรู้สึกแปลกๆ รีบจัดเก็บข้าวของอย่างปกติต่อไปเงียบๆ
แม่อรแอบมองลูกสาว แล้วหันมาสบตาคุณยาย ด้วยต่างก็รู้สึกถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของอังศุมาลิน โดยเฉพาะการแสดงที่มีต่อโกโบริ

กลางดึงคืนนั้น ธงอาทิตย์อุทัยผืนหลักที่ตั้งเด่นเป็นสง่าในอู่ต่อเรือเปราะเปื้อนคราบเขม่าดำ เสียงโอดโอยของทหารบาดเจ็บแว่วดัง
โกโบริเดินตรวจดู มุ่งหน้าตรงเข้าห้องพยาบาล เห็นทหารบาดเจ็บนอนเรียงรายล้นอยู่ตามทางเดินหน้าห้องพยาบาล อาการต่างๆ กัน บางคนเห็นคนที่เดินผ่านมานี้ ก็พยายามจะทำความเคารพแต่ขยับไม่ค่อยไหวนัก
ตรงเข้าไปในห้องพยาบาลหยุด โกโบริชะงัก เห็นคนเจ็บอาการหนักๆ ล้นเตียงพยาบาล เกลื่อนเต็มห้อง ที่เตียงหนึ่งหมอทาเคดะกับผู้ช่วยกำลังทำแผลให้ทหาร ที่อยู่บนเตียงคนหนึ่ง
ทันใดนั้นที่อีกเตียงหนึ่งซึ่งมีเคสุเกะคอยดูอยู่ เคสุเกะรีบวิ่งหน้าตาตื่นข้ามเตียงมาหาหมอทาเคดะ
“หมอ หมอ เชจิซัง”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 7/5 วันที่ 10 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager