อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 8/2 วันที่ 11 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 8/2 วันที่ 11 ก.พ. 56

ใจเอ๋ยจะขาดไปเสียแล้วหนา
อกเอ๋ยจะจากไปก็ไม่วายคลายโศกเอย…”
“แม่ว่าเธอคงไม่รู้หรอกว่าจะได้เล่นเพลงนี้เป็นเพลงสุดท้ายก่อนตาย คนเรานี่หนาบทจะตายช่างง่ายนักหนา” แม่อรถอนใจ “แต่นั่นละตายจากกันยังดีเสียกว่า...จากกันทั้งเป็น”
เสียงขิมชะงักไปเล็กน้อย อังศุมาลินเปลี่ยนไปไล่สำเนียงขิมเปลี่ยนเพลงโดยเร็ว ทั้งยังพยายามฝืนน้ำเสียงให้แจ่มใส

“แม่ไม่ลองซ้อมมือดูบ้างหรือคะ”
“ไม่ละจ้ะ ทิ้งไปนานนิ้วก้านคงจะแข็งไปหมดแล้ว”
แม่อรเหยียดขาค่อยๆ ทิ้งตัวนอนลงข้างๆ



“หนูลองเล่นพระจันทร์ครึ่งซีกเถาแล้วแม่จะร้องส่งให้หนูเล่นได้ไหม” แม่อรว่า
อังศุมาลินหัวเราะแจ่มใสเบาๆ “เดี๋ยวนะคะขอหนูลองดูก่อนทำนองนี้ใช่ไหมคะ”
แม่อรเอียงหูนิ่งฟังท่วงทำนองตาม
“...อาใช่แล้ว ลองขึ้นสามชั้นสิแม่ไม่รู้ว่าจะไปไหวไหม” แม่อรร้องขึ้น
“เรื่อยอารมณ์ชมเล่นเห็นจันทร์แรมครึ่งซีกหาแจ่มกระจ่างไม่…โอยคงไม่เข้าทีแล้ว”
เสียงเพลงล่มกลางขัน พร้อมกับเสียงหัวเราะแจ่มใสของอังศุมาลิน ยายศรเปิดประตูออกมา มีผ้าคลุมไหล่รุงรัง พูดเย้าสองแม่ลูก
“ไม่ไหวๆ มโหรีวงนี้เล่นกันไม่จบสักเพลง”
“คุณยายไม่นอนอีกหรือคะหรือว่าเสียงขิมของหนูไปปลุกมา”
“เสียงยายอรนะซิปลุกฉัน”
ยายศรว่า พลางเดินไปทรุดนั่งลงใกล้ๆ แม่อร
“จะว่าไป ฉันก็นอนไม่หลับดีนักหรอก กลัวมันจะบินกันมาทิ้งกันอีก”
“หนูว่าแล้วเชียว แต่ถ้ามาจริงเดี๋ยวหนูไปเรียกอยู่แล้ว”
“เอากะเขาซิ ดูสิแม่อร”
“ยัยอังนี่ก็” แม่อรเอ็ดเบาๆ “ไปพูดหยอกให้คุณยายใจเสีย”
อังศุมาลินถอนใจยาวพลันมีเสียงเคาะประตูเรือนดังขึ้น
แม่อรฉงน “เอ๊ะใครมา”
อังศุมาลินลุกขึ้น “เดี๋ยวหนูเปิดเอง” แล้วเดินตรงไปที่ประตูบ้านตรงชานเรือน
“ลูกถามก่อนนะว่าใคร” แม่อรบ่นขึ้นเบาๆ “ใครมาอะไรค่ำๆ มืดๆ”
อังศุมาลินเอื้อมมือไปแตะกลอนแล้วร้องถามขึ้น
“ใคร”
เสียงเงียบไปครู่ แม่อรและยายศรมองลุ้น
เสียงโกโบริดังขึ้น “ผมเองโกโบริ”
อังศุมาลินชะงัก
แม่อรตะโกนมาถาม “ใครลูก”
“โกโบริค่ะแม่”
“เปิดประตูซิลูก”
อังศุมาลินเปิดประตูออก เห็นโกโบริในชุดยูกาตะใหม่เอี่ยมสีน้ำเงินเข้ม ผมเรียบแปล้ โค้งศีรษะให้
“ผมเข้าไปได้ไหมรบกวนหรือเปล่า”
อังศุมาลินมองอย่างสับสน รู้สึกทั้งดีใจ ทั้งไม่อยากให้มาเลย ขัดแย้งในใจ
“เชิญค่ะ”
โกโบริสบตา ยิ้มด้วยตา สีหน้าอบอุ่น

ครู่ต่อมาโกโบริวางดาบที่ถือมาป้องกันตัวลง พร้อมกับทรุดตัวลงนั่งพับขาทับส้นแบบคนญี่ปุ่นอย่างเรียบร้อยใกล้ๆ แม่อร และยายศร
“ที่อู่เป็นยังไงบ้างละพ่อดอกมะลิ”
“เรือ-พัง-ไปหลายลำมี..คนเจ็บ-บ้าง-นิดหน่อย” เงียบไปนิด ไม่ได้บอกทั้งหมด “หมอ-เลยยังไม่ว่างเรา-ยุ่ง-กันตลอด-ตั้งแต่เมื่อคืน-จนมาเป็น-ปกติ-เมื่อสักครู่” ขณะพูดเหลือบมองไปทางอังศุมาลิน “เสียดาย-ที่ไม่ได้-ทำอาหาร-จนเสร็จ” ก้มศีรษะลงเล็กน้อย
“เราทานของพ่อไปกันบ้างแล้ว อร่อยดียายอังปิ้งไปปิ้งมาหลายรอบ ไม่รู้ว่าพ่อจะ มากันเมื่อไร เลยกินกันไปแล้วเมื่อเย็นนี้แล้วนี่ทานข้าวไปหรือยัง” ยายศรเล่า จบด้วยการไถ่ถาม
โกโบริค้อมศีรษะลงรับ หันมามองอังศุมาลิน ที่กำลังเอาน้ำมาวางให้ แล้วไปนั่งข้างๆ ขิม
“ผมได้ยินเสียงเพลง-เลย-อดเดินมา-ไม่ได้” โกโบริบอก
“อ๋อ..เสียงยายอังเล่นขิมนี่ล่ะ คงชอบดนตรีสินะ” ยายถาม
“เสียงคล้ายกับดนตรีของญี่ปุ่นฟังแล้ว…” โกโบริคิดหาคำแล้วสบตาอังศุมาลิน “โฮมซิก”
อังศุมาลินทำน้ำเสียงเรียบๆ หันมาอธิบายให้แม่และยายฟัง “คิดถึงบ้าน”
โกโบริพนักหน้ารับน้อยๆ ทวนคำเบาๆ “คิดถึงบ้าน”
อังศุมาลินมองสีหน้าโกโบริ แล้วเลื่อนขิมเข้าไปให้ใกล้ๆ
“ลองตีดูไหม”
โกโบริลูบคลำขิมอย่างสนใจ
“ใช้ไม้นี่ตี..ถือแบบนี้”
อังศุมาลินยกไม้ขึ้นทำให้ดูแล้วยื่นส่งไม้ให้ โกโบริมองตามอย่างสนใจ แล้วรับไม้ไว้
“เคยลองตีมาแล้วนี่”
โกโบริทำท่าจับทะมัดทะแมงและแข็งแรง แม่อรเห็นถึงกับหัวเราะออกมา
“นี่พ่อคุณอย่าจับเหมือนจับดาบแบบนั้นสิ”
โกโบริหัวเราะขำตัวเองเต็มที่ แล้วลองตีไล่เสียงดู
“อานั่นละ..แสดงว่าเล่นดนตรีเป็น” แม่อรเยื้อนยิ้มรอฟังต่อ
จากสำเนียงฟังเพี้ยนๆ ในช่วงแรกๆ จนเริ่มฟังเป็นเพลงขึ้น โกโบริตีเพลงนางครวญ
อังศุมาลินเริ่มจะจับสำเนียงเพลงที่คุ้นนี้ได้
“นี่เพลงอะไร”
โกโบริสั่นหน้า และตั้งใจไล่เสียงเพลงไปอย่างตั้งอกตั้งใจ
“เอ...เพลงนี้คุ้นๆ นะ ไม่น่าจะใช่เพลงญี่ปุ่น” แม่อรยิ่งฟังยิ่งคุ้น
โกโบริตั้งใจตีแบบสุดฝีมือ จากทำนองที่ตนจำได้ อังศุมาลินเริ่มจับสำเนียงเพลงที่คุ้นนี้ได้แล้วสีหน้าเริ่มเปลี่ยน
โกโบริมองหน้าแม่อร ที่ท่าทางพยายามจะจับเสียงโน้ตให้ได้ และเอาใจช่วยสุดๆ แล้วยิ้มเขินๆ เอาใหม่ ขยับตัว สูดลมหายใจลึกๆ นั่งตัวตรง แล้วเริ่มลงมือตี พยายามลงจังหวะให้ดีขึ้น
สีหน้าอังศุมาลิน รู้สึกปวดใจ จนจะทนไม่ไหว
เพลงที่โกโบริตี เริ่มเข้าจังหวะ และฟังชัดว่าคือทำนองเพลง...นางครวญ

ท่วงทำนองหวานเศร้า ทำให้อังศุมาลินหวนนึกถึงเหตุการณ์ตอนที่ตนบรรเลงเพลงนี้
เมื่อครั้งในอดีต อังศุมาลินร่วมเล่นขิมอยู่ในวงเครื่องสาย และมีนักร้องร้องส่งเพลงนี้อย่างไพเราะซึ่งเป็นการซ้อมอยู่ในชมรมดนตรีไทย คณะอักษรศาสตร์ วนัสมายืนดูที่ประตู ตรงป้ายชมรมนั่นเอง

“โอ้ว่า ป่านฉะนี้ พระพี่เจ้า คงโศกเศร้า รัญจวน ครวญหา”
นักร้องขับขานอย่างไพเราะ อังศุมาลินและวงบรรเลงรับ
วนัสเกาะประตู ฟังทำหน้าตาปลาบปลื้ม อังศุมาลินเงยหน้ามามองเห็นวนัสส่งยิ้มมาให้ อังศุมาลินยิ้มตอบสดใส

อังศุมาลินดึงตัวเองกลับมา เริ่มหายใจขัดๆ โกโบริรู้สึกว่าตัวเองตีถูกแล้ว จึงตีอย่างตั้งใจ หน้าตาภูมิใจ
อังศุมาลินทนไม่ไหว หลุดปากออกมา “หยุด…หยุดที”
โกโบริชะงักมือ เหลือบตามามอง ทุกคนตกใจ ที่อังศุมาลินออกอาการเช่นนั้น
“อย่าเล่นเพลงนี้เลย” อังศุมาลินรู้สึกตัวพูดเสียงแผ่วลงไป
โกโบริสบตา ทำท่าเหมือนจะถามออกมา แล้วกลับนิ่งไป อังศุมาลินเมินหน้ามองไปทางอื่น โกโบริถอนใจ หันกลับไปยิ้มให้แม่อร และคุณยายศรอย่างเอาใจ แล้วค่อยๆ ลงมือ ตีเพลงใหม่ เป็นเพลง ซากุระ
แม่อรกับยายศรฟังอย่างสนใจ หันมาพยักพเยิดกัน เป็นเชิงว่า เข้าทีๆ
อังศุมาลินเริ่มหันมาสนใจ ฟังบ้าง โกโบริเล่นไปยาวเลย อังศุมาลินฟังแล้ว สีหน้าดูจะผ่อนคลาย สบายใจขึ้น

เงาพระจันทร์เต็มดวงกลมโตสะท้อนน้ำไหวๆ เห็นดวงจันทร์ดวงจริงๆ ที่กระจ่างอยู่กลางฟ้า ดอกไม้จากซุ้มเถาโดนลม ร่วงปลิวหล่นลงพื้น พร้อมๆ กับเสียงเพลงซากุระจบลง
แม่อรฟัง หน้าตาอิ่มเอม ส่วนยายศรมองด้วยท่าทีชอบใจ เอ็นดู และ สงสาร
โกโบริวางไม้ตีลง เงยขึ้นเป็นเชิงบอกว่า จบแล้ว
อังศุมาลินอดถามไม่ได้ “เพลงอะไร”
โกโบริหันมามอง “ซากุระ…” แล้วอดไม่ได้ยิ่งกว่า ถามบ้าง “แล้ว…เพลงแรก...ชื่อเพลงอะไร”
อังศุมาลินงงนิดหนึ่ง “เพลงไหน”
“เพลงที่...ผมจำมา จากที่ได้ยินคุณเล่นบ่อยๆ แต่ก็จำได้ไม่หมด จำได้แต่ท่อนต้นๆ” โกโบริว่า
อังศุมาลินไม่ค่อยอยากตอบหันไปสบตาแม่
แม่อรมองปรามอยู่ในที
อังศุมาลินตอบอย่างไม่เต็มใจนัก “อ๋อ…เพลง…นางครวญ”
โกโบริจ้องเขม็ง “แปลว่าอะไร”
“ผู้หญิง…ร้องไห้” อังศุมาลินแปล
โกโบริฉงน “ร้องไห้ทำไม”
อังศุมาลินหันมาจ้องหน้า ตอบไปแบบประชดๆ ที่ถามอะไรกันนักหนา “เจ้าชายคนหนึ่ง...ต้องถูกเรียกตัวไปจากเจ้าหญิงคนหนึ่งอย่างกะทันหัน ทั้งๆ ที่กำลังรักกันมาก แล้วก็มี...เหตุให้เจ้าหญิงต้องถูกพาตัวไปอยู่ที่อื่นอีกที...แล้วเจ้าหญิงก็เลยห่วง…ว่าหากเจ้าชายกลับมาไม่เห็นเธอ...เขาจะเสียใจแค่ไหน…คือ…เรื่องมันยาว…มาจากวรรณคดี…เอ้อ..วรรณคดี เรื่องอิเหนา”
ตรงคำว่าวรรณคดี อังศุมาลินพูดเป็นคำญี่ปุ่น
โกโบริตั้งใจฟังอย่างจริงจัง สีหน้าขรึมลงไปอีก แววตาเห็นอกเห็นใจ “คุณคงคิดถึงเขามากสินะ”
อังศุมาลินฉุน “ทำไม” สีหน้าเริ่มเหวี่ยง
โกโบริขรึมลง “เขาไปสงครามใช่ไหม”
อังศุมาลินอึ้งไป สบสายตาที่จริงใจของโกโบริ แล้วเสียงอ่อนลง “ไม่ใช่...เขาไปเรียนหนังสือต่อที่อังกฤษ แต่พอดี...เกิดสงคราม”
โกโบริโค้ง ก้มหน้าลง “ผมเสียใจด้วย พอสงครามเลิก..คงได้พบกัน”
ทุกคนเงียบไป อังศุมาลินอึ้ง

ขณะเดียวกัน ซามิเซ็งอยู่ในมือของพลโทโทโมยูกิ ซึ่งกำลังพลิกดูไปมา ก่อนจะหันขวับไปหาทาหมอเคดะ กับเคสุเกะ ที่ยืนตัวตรงอยู่ตรงหน้าประตูห้องโกโบริโดยมีพันโทมาซาโอะยืนอยู่ใกล้ๆ
“ไปไหนนะ นี่ค่ำมืดอย่างนี้ทำไมยังออกไปนอกอู่อีก ทำไมเตือนกันไม่ฟัง”
“โกโบริคงไปที่บ้านสวนข้างๆ อู่นี่เองครับท่าน อีกพักคงกลับเข้ามา” หมอบอก
“บ๊ะ บ้านหลังนี้อีกแล้วหรือ เขาไปทำอะไรที่นั่น” แม่ทัพใหญ่ไม่พอใจ
หมอทาเคดะบอกต่อ “เออ..สุภาพสตรีที่บ้านหลังนี้ใจดี ช่วยเหลือโกโบริเมื่อตอนที่โดนโจรดักฟัน เขาคงเป็นห่วงคนที่บ้านนี้ เพราะมีแต่ผู้หญิงทั้งสามคน”
“สุภาพสตรี..ใจดีหรือ” มาซาโอะทวนคำ
พลโทโทโมยูกิกับพันโทมาซาโอะสบตากัน
หมอทาเคดะพยายามแก้ตัว “อะ..ใช่ครับ เป็นครอบครัวแม่ลูกชาวสวนเก็บผลไม้ขาย และเป็นเพื่อนบ้านที่ดีกับเราครับ”
พลโทโทโมยูกิคิดอะไรบางอย่าง “แม่ลูก ผู้หญิง..สามคน อืม...” ก้มมองซามิเซ็งในมือ
หมอทาเคดะ และเคสุเกะสบตากัน แล้วรีบก้มหน้า ซ่อนตา รู้สึกว่าไม่น่าพูดออกไปเลย

โกโบริยิ้มกับอังศุมาลิน แล้วหันไปพูดกะแม่และยายด้วย
“ถ้าไม่ใช่ทหาร คงไม่เป็นอะไรหรอกครับ”
อังศุมาลินแย้ง “รู้ได้ยังไง ว่าจะไม่เป็นอะไร สงคราม...ก็คือสงคราม...ทหาร หรือ...พลเรือน…ก็เสี่ยงทั้งนั้น”
โกโบริก้มหัวให้อีก “ก็จริงครับ ถ้าพลเรือนเป็นอันตราย จะเป็นเรื่องที่น่าเสียใจมาก ทีแรก ผมคิดว่าเขาเป็นทหาร ตายในสนามรบ-เป็นหน้าที่ของทหาร คนที่อยู่-ข้างหลัง- ควรจะภูมิใจ”
แม่อรมีสีหน้าอ่อนโยนขณะ “ทหารทุกคน..คิดอย่างนี้หรือ”
โกโบริหันไปตอบอย่างภูมิใจ “ทหารชาติอื่น ผมไม่รู้ แต่ทหารญี่ปุ่น ทุกคน คิดอย่างนี้”
“ถ้าทุกคนรู้ตัวล่วงหน้าว่าจะต้องมาตายล่ะ...ก็คงจะใจเสีย..บ้างละมั้ง” อังศุมาลินแย้งนิดๆ
“ใจเสีย...เสียใจ” โกโบริทวนคำ
ยายศรรีบบอก “เสียใจ..กับใจเสีย ไม่เหมือนกัน”
“ใจเสีย..คือ...รู้สึก..กลัวๆ ใจไม่ดี..ไม่อยากให้เป็นแบบนั้น” อังศุมาลินอธิบาย
โกโบริทำหน้าเข้าใจ “ถ้าอย่างนั้น..ทำไมจะต้องใจเสีย ถ้าความตายของเรา...จะเป็นประโยชน์ กับประเทศของเรา”
“แปลว่า…ไม่สนใจเลยหรือไง ว่า...คนที่...อยู่ข้างหลัง...จะรู้สึกยังไง” อังศุมาลินบอกช้าๆ
โกโบรินิ่งไปนิด คิดถึงพ่อแม่ขึ้นมา สายตาอ่อนโยนลง ยิ้ม “แม่กับพ่อ…ก็คงจะเหงา...บ้าง”
อังศุมาลินอยากถามถึงแฟน แต่นิ่งไป ไม่อยากละลาบละล้วง
แม่อรถามอย่างอยากรู้จริงจัง “พ่อดอกมะลิแต่งงานหรือยังจ๊ะ”
โกโบริงงอีก “แต่ง-งาน?”
อังศุมาลินแปลญี่ปุ่นให้ “แต่งงาน”
โกโบริก้มหน้าลง “อ้อ...เอ้อ...ยังไม่ได้คิด แต่…” อยู่ๆ เหลือบตาไปมองอังศุมาลิน แล้วถาม “คุณอยากไปเที่ยวญี่ปุ่นไหม...ผมอยากให้คุณได้เห็นนิกโก้ของเรา...ที่นั่นมี...อะไรๆ ที่ยิ่งใหญ่สวยงามมากมาย...ภูเขา ทะเลสาบลำธาร…แล้วก็มีศาลเจ้าโตกุกาว่า…”
อังศุมาลินตัดบททันที น้ำเสียงห้วนสุดๆ “เราคงไม่ได้ไปที่นั่นกันหรอก”
โกโบริชะงัก กำลังจะเล่าอะไรดีๆ ถึงกับเก้อ “ทำไม...ถ้าหากไม่มีสงคราม…”
อังศุมาลินตัดบท เสียงขุ่นเข้ม “เพราะ…เราคงไม่อยากไปนัก”
ยายศรกับแม่อร ต่างมองอังศุมาลินอย่างอึ้งๆ
โกโบริก้มหัวลง “ขอโทษ” หันไปหยิบไม้ตีขิมวางเรียงลงให้เรียบร้อย แล้วหันไปยิ้มให้แม่อรและยายศร “ดึกแล้ว ผมเห็นจะต้องกลับเสียที…ผมมารบกวนอยู่นาน…ควรกลับได้แล้ว” หันมา ก้มหัวให้อังศุมาลิน “ผมขอโทษ ที่พูดมากไป แต่ไม่ได้คิดอะไรมาก...นอกจาก...ถ้า…เราเป็นมิตรกัน หากสงครามเสร็จแล้ว...ผมยังมีชีวิตอยู่ ผมจะเชิญทุกคนที่บ้านนี้ไปที่ญี่ปุ่น เพราะ…ทุกคนที่นี่มีบุญคุณกับผม แต่...ถ้าคุณไม่ชอบ ผมก็จะไม่พูดอีก”
อังสุมาลินหน้าซีด แม่กับยาย สบตากัน เงียบกริบ

โกโบริเดินมาเรื่อยๆ ตามทาง ใครคนหนึ่งเดินมามืดๆ เห็นเป็นเงาวูบไหว
โกโบริมองเห็นความเคลื่อนไหว ระวังตัว ร่างๆ นั้นรีบร้อน เดินเข้ามา โกโบริรีบขยับ แอบอยู่ในเงามืด ชักดาบออกมา

ร่างนั้นเดินเข้ามาใกล้ โกโบริกำลังเงื้อดาบหมายจะโจมตี
ตรงทางเดินในสวนเวลานั้น ขณะที่โกโบริกำลังเงื้อดาบจะโจมตี ร่างนั้นเดินเข้ามา อยู่ในชุดทหารญี่ปุ่น โกโบริชะงัก หยุด เงื้อดาบค้าง ร่างนั้นก้าวเข้ามาในแสงสว่าง ที่แท้คือเคสุเกะ

เช่นเดียวกันเคสุเกะเห็นคนพุ่งเข้ามา ชักดาบออกมา เตรียมป้องกันตัว
“เคสุเกะ” โกโบริเรียกเสียงดัง
“ผู้กอง!” เคสุเกะทักกลับ สองคนคุยกันด้วยภาษาญี่ปุ่น
“เกือบไปแล้วสิ”
เคสุเกะเก็บดาบ “คุณลุงของผู้กองมาครับผม!”
“อะไรนะ” โกโบริชะงัก
“ท่านโทมายูกิ..เป็นห่วงผู้กองมาก...ให้ผมรีบมาตามผู้กอง ครับผม”
โกโบริตกใจ “คุณลุง!!”

ส่วนอังศุมาลินลงกลอนไม้ที่ประตูเหนือบันได ใต้ซุ้มไม้ดอกนั้น แม่อรยืนมองลูกสาวอยู่เงียบๆ พออังศุมาลินหันมา เห็นสายตาแม่
“แม่เคยพูดกับหนูแล้ว...เรื่อง…”
แม่อรพูดไม่ทันจบ อังศุมาลินถอนใจยาว “หนูทราบค่ะ”
แม่อรส่ายหัว
อังศุมาลินขอความเห็นใจ “แต่หนูลบความเกลียดในใจหนูไม่ได้ทั้งๆ ที่หนูพยายามแล้ว หนูไม่ชอบที่เขามานั่งพรรณนาบ้านเมืองของเค้า..อวดเรา.. บ้านเมืองของเค้าจะวิเศษวิโสยังไงมันก็เรื่องของเค้า หนูไม่อยากรู้ ไม่อยากฟัง ไม่อยากเห็น..เพราะพวกเขานี่แหละที่ทำให้พวกเราต้องบ้านแตกสาแหรกขาด..ต้องเดือดร้อนกันไปทุกหย่อมหญ้า..แม้แต่..วนัส..ที่จนเดี๋ยวนี้เราก็ยังไม่ได้ข่าวคราวอีกเลยแม้แต่น้อย”
แม่อรกอดอก มองอย่างท้าทายให้พูดออกมาให้หมด ขณะเดียวกันยายศรอยู่ในห้อง แอบสนใจฟัง แต่ไม่อยากไปยุ่งอีกคน
อังศุมาลินทำหน้าถือดี ก้าวมาเผชิญใกล้ผู้เป็นมารดา “หนูอยากจะบอกเค้านักว่า...ไม่ใช่แค่เค้าหรอก ที่เป็นลูกคนเดียวของพ่อแม่ ไม่ใช่แค่เค้าหรอก...ที่มีคนคอยชะแง้รออยู่ข้างหลัง ทางเราเอง เราก็รอคอยคนของเราอยู่เหมือนกัน เขาโชคดีแค่ไหน...ที่มาอยู่อย่างสมบูรณ์พูนสุข แต่วนัสล่ะคะแม่ วนัสจะสบายแบบเค้าหรือเปล่า...มีใครรู้ไหม”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 8/2 วันที่ 11 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager