อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 8/3 วันที่ 12 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 8/3 วันที่ 12 ก.พ. 56

คอยคนของเราอยู่เหมือนกัน เขาโชคดีแค่ไหน...ที่มาอยู่อย่างสมบูรณ์พูนสุข แต่วนัสล่ะคะแม่ วนัสจะสบายแบบเค้าหรือเปล่า...มีใครรู้ไหม”
อังศุมาลินเดินผ่านแม่มา นั่งคุกเข่าลง เก็บขิม แม่อรมองตามมา ไม่เข้าใจลูกสาว
อังศุมาลินพูดต่อ “เพลงของหนูอีก หนูเล่น สำหรับวนัสคนเดียวทำไมเขาต้องมาเล่นเพลงของหนูด้วย” ท่าทีงอแง พาลพาโลสุดๆ

แม่อรทนฟังไม่ไหว บอกอย่างฉุนเฉียว “แล้วมันเป็นความผิดของพ่อดอกมะลิหรือ แกเองต้องพลัดที่นาคาที่อยู่มา ก็เพราะสงครามไม่ใช่เหรอ...แกไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วย นอกจากมาตามหน้าที่...ที่แกเล่าเรื่องประเทศของแก แกก็คงไม่ได้ตั้งใจจะอวดถึงความวิเศษวิโสของบ้านเมือง แต่แกอาจจะอยากพูดถึงประเทศตัวเองให้คลายความคิดถึงบ้านลงบ้าง...เท่านั้นเอง”



อังศุมาลินเมินหน้าหนีไป
ที่มุมมืดหน้าห้อง ยายศรยืนฟังอยู่เงียบๆ พอใจในสิ่งที่แม่อรสอนลูก
แม่อรเห็นท่าทางลูกก็ชักดุมากขึ้น “คนๆ นี้เป็นคนดี แกพยายามเข้ามาผูกมิตรกับเรา ไม่ได้มาข่มขู่ดุดันอย่างที่บางคนเค้าโดนกัน หนูก็เคยได้ยินนี่ลูก...ว่าที่อื่นเค้าเจออะไรกันบ้าง แต่พ่อดอกมะลิไม่เคยทำแบบนั้น เพลงนั่นก็เหมือนกัน แกเป็นชาวต่างชาติ แกจะมาเข้าใจถึงความหมายของเนื้อเพลงได้ยังไง นอกจากตามวิสัยของนักดนตรี ได้ยินใครเขาเล่นเพลงอะไรก็จำๆไว้ พอได้โอกาสก็อยากลองเล่นดูบ้าง หนูไปโทษแกไม่ได้”
แม่พูดมาจริงทุกคำ อังศุมาลินพูดไม่ออก ฟากยายศรถอนใจ ห่วงหลาน แต่ก็ดีที่โดนดุซะบ้าง ถอยกลับเข้าห้องไป ปิดประตูเบาๆ

ส่วนที่อู่ต่อเรือ พลโทโทโมยูกิยืนมาดขรึมขณะอบรมหลานชาย ลุงกะหลานคุยกัน เถียงโต้กันด้วยภาษาญี่ปุ่น
“แผลที่ถูกทำร้ายหายดีแล้วหรือ ลืมไปแล้วหรือ ว่าไม่ควรไปไหนมาไหนคนเดียวอีก”
“ไม่มีใครมาทำอะไรผมอีกแล้วล่ะครับ”
“ทำไมถึงมั่นใจเช่นนั้น”
ผู้พันมาซาโอะซึ่งอยู่ด้วยแทรกขึ้น “ผู้กองรู้ตัวคนที่ทำร้ายผู้กองแล้วหรือยัง”
“รู้แล้วครับ” โกโบริบอก
มาซาโอะถามทันที “มันเป็นใคร”
นายพลโทโมยูกิคาดคั้น “บอกมา..ลุงจะให้ตำรวจไปจับมันมาลงโทษให้สาสม”
“ผมบอกหลายครั้งแล้ว..ว่ามันเป็น..ขโมยที่...มาจากจังหวัดอื่น และหนีไปไกลแล้ว”
มาซาโอะเปลี่ยนเรื่อง “แล้วที่ผู้กองไปดูแลผู้หญิงที่อยู่บ้านที่สวนตรงนี้ ชอบพอกันอยู่หรือครับ”
โกโบริมองหน้า ไม่พอใจ
“ระวังนะ โกโบริ ถ้าเกิดอะไรขึ้น จะมีปัญหามากมายนะ” ท่านแม่ทัพใหญ่เตือนหลาน
โกโบริขมวดคิ้ว เมินหน้าหนีไป แสดงอาการไม่อยากคุยเรื่องนี้ต่อ พลโทโทโมยูกิ และพันโทมาซาโอะสบตากัน สงสัยว่าคดีจะมีมูล

เวลาเดียวกันอังศุมาลินนั่งพับเพียบเงียบกริบอยู่ข้างขิม ก้มหน้านิ่ง แม่อรมอง ท้อที่ลูกยังมีท่าทีดื้อรั้น
“ข้อสำคัญก็คือ...หนูไม่ควรพูดเสียงอย่างนั้นกับใครๆ ก็ตาม มันไม่น่ารักเลยนะจ๊ะ แม่ไม่ชอบ โบราณก็เคยว่าไว้...ว่า...จะพูดจาปราศรัยกับใครนั้น อย่ากระชั้นกระโชกให้เคืองหู ถึงหนูจะโกรธเคืองหรือไม่พอใจ ก็ควรเก็บไว้ในใจถึงจะถูก”
อังศุมาลินยังนิ่ง
แม่อรถอนใจ เหนื่อยหน่าย “แม่บอกอีกครั้งนะจ๊ะ ว่าแม่ไม่ชอบ แม่ขอให้หนูอย่าทำอีก อย่างน้อย ก็ให้เห็นแก่แม่”

อังศุมาลินไม่ตอบ ตาตกลงมองดูที่ขิม นั่งเฉย
ธรรมชาติสวยงามของสวนริมคลองยามเช้า อวดตัวต่อโลกและสายตาผู้คนเช่นทุกวัน แม่อรช่วยยายศรใส่บาตรอยู่ริมท่าน้ำ หลวงพ่อให้พรเสร็จแล้วจึงเอ่ยถาม

“ระเบิดลงใกล้บ้าน กลัวมากไหมโยม”
“โอ๊ย...กลัวแทบหัวใจจะวายเลยค่ะ” ยายว่า
“แล้วที่วัดล่ะเจ้าคะ” แม่อรถาม
“ก็วิ่งกันจีวรปลิว” หลวงพ่อบอก
“มันจะมีอีกไหมคะ หลวงพ่อ” ยายถาม
“มีอีกๆ นับวันคงจะแรงขึ้นๆ ควรจะมีหลุมหลบภัยในสวนนะ หรือไม่ ก็อพยพไปซะ” หลวงพ่อบอกอย่างเป็นห่วง
“ไม่มีที่ไปหรอกค่า หลวงพ่อ” แม่อรหัวเราะ “ว่าจะเอาท้องร่องแหละค่ะ ทำหลุม ทำไปตามมีตามเกิด”
ยายศรถามขึ้นบ้าง “แล้วแบบนี้...ชาติไหนจะชนะเจ้าคะ”
“ชาติไหนจะชนะ ประชาชนพลเมืองของชาติที่เกี่ยวข้องทุกชาติ ก็คงจะเสียหายล้มตายพ่ายแพ้กันหมดนั่นแหละโยม..ช้างสารชนกัน หญ้าแพรกก็มีแต่จะแหลกลาญ..จริงไหมล่ะโยม”
แม่อรกับยายศรอึ้ง หลวงพ่อยิ้มๆ แล้วพายเรือออกไป สองคนไหว้ตามไป แล้วพากันขนถาด ขนขันข้าวกลับเรือน

ยายศรเดินๆ นำไป ขณะที่แม่อรคิดหนักเรื่องอังศุมาลิน
“แม่คะ..หนูเป็นห่วงลูกจริงๆ..ยายอังน่าเป็นห่วงเพราะความใจแข็งของตัวแกเอง”
ยายศรหันกลับมามองหน้า “แกยังเด็กอยู่นี่ลูก...ความเป็นเด็กทำให้หุนหันพลันแล่น จะรักจะเกลียดก็เก็บไม่ค่อยได้เหมือนผู้ใหญ่” ท่าทีคุณยายหนักใจไม่ต่างกัน แถมมองขาด “แต่พ่อดอกมะลินี่...แม่มองๆ ดู รู้สึกท่าทางจะผิดหูผิดตาเหมือนกัน จะมาชอบคนของเราเข้าก็ไม่รู้”
“ฮื้อ...แม่คะ คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ”
ยายวิพากษ์ต่อ “แม่อรดูให้ดีๆ นาลูก... หูตาพ่อดอกมะลิเวลามองดูยายอังของเรา...มันผิดปกติ อีกอย่างหนึ่ง ถ้าแกไม่มาชอบคนของเรา คงไม่เทียวไปเทียวมาอยู่อย่างนี้หรอก ไม่ว่าจะค่ำมืดดึกดื่น พอมีเวลาว่างละก้อเป็นต้องแจ้นมาทีเดียว ยายอังจะพูดว่ายังไง อย่างเก่งก็หนีไปสักพัก เดี๋ยวๆแกก็โผล่มาอีก”
“อาจจะเป็นเพราะแกเหงามังคะ พอดียายอังพูดภาษากับแกรู้เรื่อง แกก็เลยอยากจะมาคุยด้วยบ่อยๆ”
“ถ้าอยากจะคุยกับคนรู้เรื่องกัน ก็ไม่เห็นจำเป็นที่จะต้องมาคุยกะคนของเรา คนที่อู่นั่นถมเถไป หรือไม่ก็คนที่สถานีบางกอกน้อยทางฟากขะโน้นก็มี เรื่องอะไรจะต้องมาให้ยายอังแกโขกแกสับว่าเอาเจ็บๆ” พูดไปแล้วมองหน้าลูกท่าทางซีเรียส “แม่อรลองพิจารณาดูเองก็แล้วกันลูก แม่หูตาไม่ค่อยดี อย่าเชื่อแม่มากนัก เพียงแต่แม่สงสัยเท่านั้น”
แม่อรคิดหนัก

ขณะที่ยายศรกำลังกรวดน้ำ สวดพึมพำๆ แล้วเทน้ำจากขันข้าว ลงที่ใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างเรือน
แม่อรสวดตาม และเข้าไปช่วยดึงตอนยายศรลุกจากนั่งยอง
“ถ้าเป็นอย่างนั้น..ก็เห็นจะไม่สมควร หรือแม่ว่ายังไงคะ”
“ก็แล้วแต่แม่อรจะคิดสิลูก”
“อย่างน้อยที่สุด..ถ้าเขาแม้แต่แค่เพียง..มารู้สึกผูกพันกับคนของเรา..มันก็คงจะ” แม่อรส่ายหน้า หนักอก
“แม่อรจะคิดยังไงก็คงต้องค่อยๆ ทำนะลูก...อย่าให้บัวช้ำน้ำขุ่น มันจะไม่ดี”
“ถ้ายายอังสังเกตเห็นเข้าล่ะก็...คงเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว”
“สำนวนสมัยใหม่เขาว่าอะไรนะลูก...ที่แก่รักชาติมากๆ น่ะ” ยายศรถาม
“ชาตินิยมค่ะ” แม่อรบอก
“นั่นแหละ...เฮ้อ...เกิดจะมาชอบแม่คนชาตินิยมซะด้วย”
แม่อรยิ้ม ขำแม่ตัวเอง แล้วกลับมาหนักใจต่อ
ฝ่ายอังศุมาลินนั่งใส่งอบกันแดด ขายของในสวนจวนหมด ที่เอามาเพียงกระจาด กับตะกร้า เช่น กำผักตำลึง กระถิน ชะอม หัวปลี ใบมะกรูด ตะไคร้ มะนาว มีแม่ค้าอื่นๆ ที่ขายของอยู่ตรงนั้นหลายเจ้า
แมวลูกยายเมี้ยนกำลังเลือกมะนาว
“แย่เลยฉัน ระเบิดลงใกล้ๆ บ้าน ห่างออกไปสัก 20 วาได้ ที่เคยพูดว่าจะไม่หนีไปไหน เห็นทีจะต้องอพยพกะเขามั่งแล้วล่ะ”
เฮียเม้ง กับวิภา มาโผล่ดูพวกขายของ วิภาเห็นอังศุมาลิน รีบเข้ามาหา
“อังศุมาลิน เอาตำลึงหมดนั่นเลยนะ เท่าไหร่ล่ะ ฉันเหมา”
“หมดนี่ ฉันคิด...สามสลึงก็แล้วกัน”
วิภาบ่น “อะไรกัน..ทำไมแพงจัง อุตส่าห์คิดอยากจะช่วยให้เธอกลับบ้านได้เร็วๆ นะ”
แมวสอดขึ้น “แหม...วิภาจ๊ะ สงครามระเบิดลงตูมๆ ขนาดนี้ ข้าวของมันก็ต้องแพงขึ้นเป็นธรรมดาสิจ๊ะ ทีข้าวสารที่เตี่ยเธอขาย ยังขึ้นราคาตั้งกี่เท่า”
“อังศุมาลิน สองสลึงก็แล้วกันนะ ฉันจะเอาไปแกงจืด เธอจะขายไม่ขาย”
“วิภา..เราเป็นเพื่อนกันนะ ไม่ต้องต่อราคากันดีกว่านะ..ถ้าเธอจะเอาตำลึงไปแกงจืดให้เตี่ยเธอ..ฉันให้จ้ะ ไม่คิดสตางค์หรอก..” อังศุมาลินยิ้ม ส่งตำลึงทั้งหมดให้
วิภาผงะ ทุกคนมองลุ้นๆ ว่าวิภาจะเอาไหม วิภาเชิด แล้วรับไป
“ขอบใจนะ..อังศุมาลิน” หอบตำลึงทั้งหมด กลับเข้าร้านไป
แมวร้อง “ต๊าย..อังศุมาลิน หุงข้าวประชดหมา ปิ้งปลาประชดแมว แมวหมามันก็สบายสิ เธอนี่ก็.. เฮียเม้ง พ่อยัยวิภาเค้าเซ็งลี้ฮ้อกับไอ้ยุ่น รวยกว่าใครหมดทั้งตำบลนี้แล้ว ยังไปให้ของมันเปล่าๆ อีก”
“แหม...อังศุมาลินเขาก็เซ็งลี้ฮ้อกับญี่ปุ่นเหมือนกันนี่ลูก...เขาก็ให้กันได้น่ะสิ” ยายเมี้ยนปากดีตามเคย
อังศุมาลินฉุน “อะไรนะ ป้า”
“อ้าว ก็ไม่จริงเหรอจ๊ะ แม่คุณ ยายศรป่วย ก็มีหมอญี่ปุ่นมาดูแลรักษาถึงบ้านช่องห้องหับ เนี่ย ตาแกละมันวิ่งหนีระเบิดหกกะล้มแขนหัก จะหายาใส่แผล ยังหาไม่ได้ ไปซื้อร้านขายยาก็ไม่มี ไอ้ครั้นจะไปหาในตลาดมืด คนอย่างเรามันก็ไม่มีปัญญา...ลูกแมวของแม่ก็เอาแต่รักชาติๆ ไม่รู้จักใช้ความสวยให้เป็นประโยชน์ซะบ้าง”

อังศุมาลินอึ้ง สองแม่ลูกพากันเดินออกไปแล้ว อังศุมาลินยังช็อก พูดไม่ออก
อังศุมาลินขายของเสร็จจัดแจงกระเดียดกระจาดที่ใส่ของเตรียมกลับบ้าน มีของที่ซื้อกลับไปด้วย เป็นขนมห่อใบตอง เดินออกมาที่ร้านขายหนังสือหน้าตลาดท่าเตียน หญิงสาวสอดส่องดูพวกหนังสือพิมพ์ มือยังถือกระจาด ตะกร้าของที่หมดแล้ว และสวมงอบด้วย คนขายมามองๆ

“หาหนังสืออะไรคะ”
“เอ่อ...คือ...จะมาดูข่าวสงคราม...ที่ในยุโรปน่ะค่ะ” อังศุมาลินถามหา
“เล่มนี้เลยค่ะ มีเรื่องฮิตเลอร์สังหารพวกยิวในประเทศไหนบ้าง...” แม่ค้าจะหยิบลงมาให้
อังศุมาลินหน้าชา “เอ่อ...ไม่ต้องหรอกค่ะ คือ...มีสตางค์ไม่พอ...เลยอยากจะ...เอ้อ...มาขอดูแค่อ่านผ่านๆ น่ะค่ะ ขอโทษนะคะ”
“อ๋อ..งั้น..เชิญดูตามสบายค่ะ แต่อย่าเปิดอ่านนะคะ เดี๋ยวหนังสือจะยับ แล้วคนเขาไม่ซื้อ” แม่ค้ายิ้มเป็นมิตร ถอยไปจัดหนังสืออีกด้าน
“ขอบคุณค่ะ”
อังศุมาลินยิ้มชอบใจ ยืนอ่านๆ ไป จนสักพักหนึ่ง ผู้คนต่างหันไปดูอะไรกันแบบฮือฮา อังศุมาลินหันไปดูบ้าง
เห็นว่าที่ถนนอีกฝั่ง มีรถบรรทุกทหารจอดอยู่คันหนึ่ง แล้วรถบรรทุก 6 ล้อ ไม้ อีกคันแล่นมาจอด พวกเชลยฝรั่งในชุดมอซอผ้าขี้ริว ผมยาว มอมมอม บ้างเดินกระเผลก ถูกทหารญี่ปุ่นต้อนลงมาจากรถ 6 ล้อ เป็นแถว ขา มือ โดนผูกเชื่อมโยงต่อๆ กัน จะให้เดินไปขึ้นรถทหาร ที่ปักธงญี่ปุ่นคู่ธงไทย
ทหารญี่ปุ่นที่ยืนคุมอยู่ใหญ่สุดคือพันโทมาซาโอะ
ทหารฝรั่งบางคนดูหมดแรง ล้มลงไป อีกคนล้มตามไป เพราะโดนเชือกดึงรั้ง ทหารญี่ปุ่นเอะอะ เข้าไปด่าดุดัน กระชากให้ยืน
อังศุมาลินมอง แล้วชะงัก เพราะหนึ่งในนั้น คืออาจารย์โทมัส ที่เดินเซๆ
“อาจารย์...โทมัส”
อังศุมาลินแหวกคนที่มุงเข้าไปดู อาจารย์โทมัสเดินมาท่าทีกะปลกกะเปลี้ยไปหมด
อังศุมาลินนึกถึงวันที่อ.โทมัส ถูกคุมตัวไปขณะที่อยู่จุฬาฯ
อ.โทมัสถูกต้อนขึ้นรถไป และฝรั่งอื่นๆ รวมทั้งไมเคิล ก็ถูกต้อนตามขึ้นไป แล้วโดนพวกญี่ปุ่นตบหัวแทบหน้าคว่ำเซแซ่ดๆๆ ไปตามๆ กัน
อังศุมาลินยืนดูรุ่มร้อน และแค้นใจ ทำอะไรไม่ได้ มองดูของในตะกร้าตน มีขนมอยู่ ตัดสินใจ ฝ่าเข้าไป
“อาจารย์คะ อาจารย์โทมัส”
โทมัสหันมา ตกใจ มองอังศุมาลินเป็นเชิงห้ามปราม สายตาบอกว่า อย่าทำแบบนี้เลย
“ขนมค่ะ”
อังศุมาลินหยิบขนมทั้งหมด ส่งให้
โทมัสรับ และดุ “ไปซะอย่าทำแบบนี้ ไปเดี๋ยวนี้ อังศุมาลิน”
อังศุมาลินไม่ฟัง ส่งให้ฝรั่งคนอื่นๆ อีก ฝรั่งรับกัน บางคนรีบแกะยัดปากเลย พวกขนมใส่ไส้ ขนมตาล ขนมกล้วย
พวกแม่ค้าเห็น พากันทำตาม บ้างให้บุหรี่ ให้กล้วย ให้ส้ม
ทหารญี่ปุ่นเอะอะเอ็ดตะโรกันดังลั่น “ เฮ้ยหยุดๆๆ” / “ทำอะไรกัน” / “ออกไปๆให้หมด”
พวกทหารญี่ปุ่นเข้ามาผลักคนไทย แย่งริบของไป
พันโทมาซาโอะเข้ามา ผลักอังศุมาลิน จนร่างกระเด็นไป เกือบล้ม
มาซาโอะตวาดใส่หน้าสุดหยาบคายและหน้าโหด “ทำแบบนี้ได้ยังไง ห้าม-ให้-ของนักโทษ เข้าใจไหม!”
พวกฝรั่งรีบยัดขนมใส่ปาก มีคนหนึ่งที่ยัดไม่ทัน โดนญี่ปุ่นเข้ามาตบแย่ง แล้วโยนขนมลงพื้นกระทืบๆๆ
อังศุมาลินน้ำตาคลอ เจ็บตัวน้อยกว่าเจ็บใจ “ไอ้พวกใจร้าย ขอให้พวกแกโดนฝรั่งมาทิ้งระเบิดใส่ให้ตายให้หมดเลย”
แม่ค้าอื่นๆ ผสมโรง “ใช่ๆ ไอ้เตี้ย ขอให้ตายให้หมด” / “ไอ้พวกญี่ปุ่น ไปตายซะไป” / “กลับบ้านพวกมึงไปไป๊ ไอ้ยุ่น”
ทหารญี่ปุ่นหันมา กวาดตามองกร้าว ขยับปืนพูดเสียง โชะเชะๆ พวกคนไทยอึ้ง เงียบกริบ
พันโทมาซาโอะเดินมาจ้องอังศุมาลิน ทำท่าปาดคอใส่ อังศุมาลินขยับจะด่าอีก แม่ค้าอื่นๆ มาลากตัวอังศุมาลินออกไปแทบไม่ทัน

ตอนสายๆ ตาบัวนั่งเอามะม่วงอ่อนจิ้มกะปิแห้งกรังคาถ้วยร้องซี้ดซ้าดๆ
ตาผลโผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม หนาวสั่นเทาๆ “เอ็งกินอะไรของเอ็งวะ ทำเสียงเผ็ดมันอยู่ได้”
“เอารึป่าวล่ะ เก็บมาจากต้น อ่อนไปนิด แต่แก้หิวได้”
ตาผลทรงลุกตัวมานั่ง ยกมือ กราบลงจนหัวทิ่ม “ไหว้ล่ะวะ ข้าหนาวจะตาย ปวดหัวจะระเบิดแล้ว เอ็งไปตามหมอทาเคดะมาช่วยข้าที”
อังศุมาลินถือตะกร้าของกินเข้ามาพอดี ท่าทางเหนื่อยๆ อารมณ์ขุ่น อังศุมาลินเอาของกินออกมาวางๆ ถอดงอบมาพัดๆ
“ลุงผลเป็นไงมั่งล่ะ วันนี้”
ตาบัวปากดีใส่ “ดูเอาเองสิ”
อังศุมาลินเข้าไปจับตัว ยิ่งเซ็ง “อะไร้..ตัวร้อนไม่ลดลงเลย” มองหน้าตาบัว “ลุงให้ยากินรึยัง”
“ให้แล้ว…”
อังศุมาลินหันมามองผล ชี้หน้าถาม “ไม่ใช่ถ่มยาทิ้งอีกนะ”
“ลุงกินหมดแล้วจริงๆ แต่มันไม่หาย” ตาผลพนมมือไหว้ “แม่อังช่วยไปตามหมอมาฉีดยาลุงที..คิดว่าเอาบุญเถอะ ไอ้ยาฉีดของมันดีเหลือเกิน ฉีดไปเดี๋ยวเดียว..ไข้ก็สร่าง”
อังศุมาลินหันมามองหน้าตาบัว เป็นเชิงว่าให้ตาบัวไปสิ
“ไม่เอานา...จะให้ฉันไปไหน ฉันยอมทั้งนั้น แต่ไม่เอาที่อู่นั่นอีกแน่ๆ” ตาบัวไม่ยอม
“ฉันไม่ไปหรอก ลุงบัวนั่นแหละไป” อังศุมาลินบอก
“งั้นก็ให้ไอ้ผลมันตายไปซะให้รู้แล้วรู้รอดเลยละกัน”
“ลุงไหว้ล่ะ แม่อังทนดูคนแก่ไหว้ได้ยังไง..ทนไหวเหรอ” ตาผลพนมมือค้างเช่นนั้น
อังศุมาลินลุกหนี หันหลังไม่มอง กดดัน แข็งกร้าวขึ้นมา “ถ้าฉันไปตาม แล้วเขาไม่มา...เราก็ว่าอะไรเขาไม่ได้หรอกนะ”
“แม่คุณช่วยทีเถอะ.. ถ้าเขาไม่มาก็ช่วยอ้อนวอนให้ที นึกว่าเอาบุญ...แม่คุณ เพราะสองคนนั่นเขาคุ้นกับแม่อัง เขาคงจะเกรงใจมั่งหรอก”
อังศุมาลินอารมณ์ขุ่นจากตลาด เลยของขึ้นทันที “เขาจะมาเกรงใจฉันเรื่องอะไร ถ้าเขาไม่มา ฉันจะไปทำอะไรได้ มันก็สุดแต่เขา” พลางมอง 2 เกลอ อย่างอารมณ์เสีย แล้วปุบปับรีบออกไป

ตาบัวจ๋อย งงว่า ทำไมต้องดุแรงขนาดนี้

ที่สุดอังศุมาลินก็ใจอ่อน พาตัวเองมายืนอยู่ริมคูน้ำที่กั้นระหว่างที่ดินสวนของอังศุมาลินกับอู่ ที่มีสะพานต้นมะพร้าววางทอดข้าม มีราวไม้ไผ่ให้จับข้ามไปได้
ทางฝั่งโน้น มีลวดหนามขดๆ กั้นเขต และมีส่วนที่เป็นประตูไม้กั้น เปิดปิดได้ มียามเดินผ่านไปมา มีคนงานกำลังทำงาน และทหารญี่ปุ่นด้วย
อังศุมาลินมายืนมองไปฝั่งนั้น ลังเล ไม่อยากไป ขัดแย้ง แล้วในที่สุด ก็ก้าวข้ามไปแบบฝืนใจ อังศุมาลินมายืนหน้าไม้กั้น ยามกำลังเดินหันไปอีกทาง อังศุมาลินสองจิตสองใจ อยากจะหันกลับไปอังศุมาลินตัดสินใจ หันกลับ กำลังจะก้าวข้ามกลับ
พอดียามคนนั้นหันมา ปรากฏว่าเป็นเคสุเกะ และเห็นอังศุมาลินพอดี เคสุเกะมองงงๆ แป๊บหนึ่ง แล้วจำได้ทันที ว่าใคร รีบตะโกนเรียก
“คุณผู้หญิงครับ สวัสดีตอนบ่ายครับ”
อังศุมาลินชะงัก
“คุณผู้หญิงครับ..สบายดีไหมครับ” เคสุเกะถามอีกคำ
อังศุมาลินหันกลับมา
เคสุเกะยิ้มกว้าง แล้วโค้งอย่างต่ำ พูดไทย “มีอะไร-ให้ผมรับใช้ -ไหมคับ”
อังศุมาลินเดินกลับมาทักเป็นญี่ปุ่นปนไทย “สวัสดีตอนบ่าย ฉันอยากจะพบคุณหมอ..คุณหมออยู่ไหมจ๊ะ”
“อ้อ ครับผม เชิญ-เข้ามา-เลยครับ” เคสุเกะเปิดที่กั้นให้
อังศุมาลินอึ้ง แล้วพอตั้งสติได้ ก็ยิ้มให้
“ขอบคุณมากค่ะ”
เคสุเกะหันไปบอกทหารยามอีกคน ว่าฝากให้ดูแทนสักครู่ แล้วหันมาพยักหน้าให้อังศุมาลิน
“เชิญ- ตาม-ผม-มาครับ”
อังศุมาลินตามไป ท่าทีอึดอัด และฝืนใจ

ไม่นานนักเคสุเกะเดินนำอังศุมาลินมา ตรงหน้าอาคารที่เป็นที่ตั้งห้องพยาบาล พวกคนในนั้นเห็นอังศุมาลิน มีแอบๆ มอง สนใจๆ แต่ไม่ได้มองซึ่งๆ หน้า พออังศุมาลินหันไป ก็หลบๆกัน
อังศุมาลินพยายามทำตัวเฉยเมย วางสง่า สงบสำรวม แต่ไม่ถึงกับเริดเชิด เคสุเกะพาไปบนอาคารนั้น ที่ระเบียงหน้าห้องทำงานที่เรียงกันไป มาจนถึงโถงชานตรงกลาง
“กรุณารออยู่ตรงนี้สักครู่นะครับ” เคสุเกะโค้งให้ แล้วรีบหัน เดินตึงๆ เลี้ยวเข้าไปที่มุมเลี้ยวมุมหนึ่ง
อังศุมาลินยืนรอหันออกมาด้านนอก มองออกไป ชมดูบริเวณรอบๆ สักพัก มีเสียงย่ำตึงๆ พื้นกระดานสะเทือนดังมา เป็นบู้ธหุ้มข้อ ย่ำหนักๆมาบนพื้น
อังศุมาลินรีบหันไป
“หมอคะ”

อังศุมาลินหันไปพอเห็นว่าเป็นใคร ก็ชะงักกึก
ปรากฏว่าคนนั้นคือโกโบริซึ่งใส่แต่กางเกงขาสั้นสีกากีตัวเดียว กับรองเท้าบู้ธ หน้าและตัวเลอะน้ำมันเครื่อง ผมยุ่ง หน้าผากมีผ้าคาดไว้กันเหงื่อและผมมาปรก มือไม้ก็ดำสกปรก มีผ้าขนหนูเลอะมอมแมมพาดคอ

อังศุมาลินรีบเบือนหน้าหนีไปอีกทาง
โกโบริอึ้งๆ แล้วโค้งให้ หน้าตากังวล จริงใจ “ขอโทษ แต่งตัว-ไม่เรียบร้อย กำลังทำงานอยู่ เขา-ไปตาม บอกว่าคุณต้องการพบหมอ ไม่รู้ว่ามีใคร เป็นอะไรหรือเปล่า”
อังศุมาลินพูดเสียงเย็นชา ท่าทีหมางเมิน “ขอให้ดิฉันพูดกับหมอเองดีกว่า..ค่ะ”
“หมอไม่อยู่ มีคนเจ็บ โดนระเบิดเมื่อวันก่อน ที่ค่ายฝั่งโน้น-มากเหมือนกัน หมอต้อง-ไปช่วย”
“อ้อ ทหาร..คนนั้นไม่ได้บอก ไม่อย่างนั้น คงไม่เข้ามา”
“ผม..พอจะช่วยอะไรได้ไหม” โกโบริห่วงใย
“ไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้น ไม่รบกวนดีกว่า” อังศุมาลินถอยจะหันกลับ
โกโบริรีบก้าวตาม “ไม่ใช่เรื่องรบกวน ผมยินดีที่สุด ถ้าหากมีอะไรให้ช่วย ได้โปรดบอก! ใครเป็นอะไรครับ คุณยาย หรือคุณแม่ของคุณ”
“เปล่าค่ะ..ที่บ้านไม่เป็นอะไร แต่ลุงผล...” อังศุมาลินเผลอพูด แล้วอึ้งเงียบ
โกโบริเลิกคิ้ว “อ้อ...จริงสิ”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 8/3 วันที่ 12 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager