อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 9 วันที่ 14 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 9 วันที่ 14 ก.พ. 56

โกโบริแทบทรุด เซไป ตาผลตาม เตะต่อยซ้ำ โกโบริถอยๆหลบๆ
“เดี๋ยวสิ ฟังก่อน” โกโบริบอก
อังศุมาลิน ร้องห้าม “เดี๋ยว..เดี๋ยวก่อนลุง ลุงบัว ห้ามลุงผลที” คว้ากระเป๋ายา ถอยๆ หลบ
“ห้ามทำไม หนอย..วางอุบายจะมาฆ่าเพื่อนกู ไอ้คนลอบกัด แบบนี้มันต้องเอาให้ตาย”
ตาบัวเลือดขึ้นหน้า มองหาอาวุธ แล้วเห็นท่อนฟืนกองหนึ่งไม่ไกล รีบกระโดดไปคว้ามา

โกโบริพยายามปัดป้อง พลางถอยจากการโจมตีของตาผล ตาบัวเข้ามาข้างหลัง เงื้อไม้สุดแรง จะตีหัว
อังศุมาลินกรี๊ด “อ๊าย..โกโบริ ระวัง..ข้างหลัง”



โกโบริหันมามองหน้าอังศุมาลิน แล้วรีบเบี่ยงหลบ ตาบัวเลยพลาดเป้าจากหัว แต่ก็ฟาดโดนเต็มๆ ที่บ่าดังปั๊ก โกโบริทรุดลงไปคุกเข่า
“นี่..มันต้องอย่างนี้” ตาบัวเงื้อไม้จะซ้ำ
อังศุมาลินร้องลั่น “อย่า” ด้วยความลืมตัวหญิงสาวกระโดดเข้าไป เอากระเป๋าหมอยื่นไปตีขวาง
โกโบริกลิ้งตัวหลบไป ไม้ในมือตาบัวโดนกระเป๋าเครื่องมือหมอกระเด็น ตาผลเข้ามา หวดซ้าย ป่ายขวา
“ตายซะเถอะแกๆ”
ตาผลเหวี่ยงลูกหลงไปโดนไหล่อังศุมาลินจังๆ อังศุมาลินเหมือนโดนเหวี่ยงร่างกระเด็นตัวปลิว หน้าไปกระแทกเสาเพิงดังโป๊ก
“โอ๊ย...” อังศุมาลินทรุดนั่ง กุมหน้า เห็นดาว มึนงง
โกโบริหันไป ตาลุก
“ฮิเดโกะ! เจ็บไหม?”
ทันใดนั้น โกโบริหมุนตัวลุกขึ้น
“พวกแก!”
สองคนกระโดดเข้ามา โกโบริใช้การต่อสู้มือเปล่าสไตล์ญี่ปุ่น ที่ผสมไปด้วยไอคิโด้ ยิวยิตสู และคาราเต้ เข้ารับ รุกตาบัวกะตาผลที่เข้ามารุมกันนัว

ตาผลโดนดอกหนึ่งเต็มๆ ที่ปลายคางหงายเงิบร่วงลงไปที่พื้นนิ่งสนิท ส่วนตาบัวโดนคาราเต้เข้าที่ต้นคอข้างหลัง เข่าพับร่างรูดลงไปกองตาม
โกโบริเหนื่อย หอบแฮ่กๆ หันมาหาอังศุมาลินที่เข้ามาประคองอย่างเป็นห่วง
“เป็นยังไงบ้าง โดนตรงไหน”
อังศุมาลินกระพริบตาถี่ๆ สบตามองหน้าใกล้ๆ โกโบริมองมา แววตาเห็นห่วงใยอาทรฉายโชน ใช้ปลายนิ้วแตะเบาๆ ตรงหน้าผากอังศุมาลินที่โขกเสาเพิงจนเป็นแนวแดงขึ้นมา
อังศุมาลินมองตาตอบ แล้วเหมือนงงๆ เผลอตัว ในวูบหนึ่งนั้นคือรู้สึกดีกับความอาทรนี้
แต่ครั้นพออังศุมาลินตั้งสติได้ก็ปัดมือโกโบริออกอย่างแรง แล้วรีบถอยตัวออกห่าง ทำท่าเยือกเย็น
“ไม่เป็นไรค่ะ” อังศุมาลินนึกได้ มองดูทั่วๆ ตัวโกโบริ “แล้ว..คุณล่ะ เป็นยังไงบ้าง”
โกโบริยิ้ม ก้มหัวลง “ผม..ไม่เป็นไร”
ทั้งสองหันไปมองดู ตาผล ตาบัว ยังนอนนิ่ง
“แล้วสองคนนั่น”
อังศุมาลินกับโกโบริสบตากัน ต่างหอบๆ อึ้งๆ กันไป

เวลาตอนเย็นๆ ขณะที่นายพลโทโมยูกิยืนกอดอกอยู่ตรงริมน้ำอู่ต่อเรือ ทอดสายตาดูสายน้ำในคลองไหลเรื่อยลงสู่ที่ต่ำ พันโทมาซาโอะเดินเข้ามาหา รายงานอย่างมั่นใจ
“ผมคิดว่า ผู้กองโกโบริ น่าจะกำลังมีความรัก”
“หลานชั้นคนนี้ ไม่ควรจะมาเป็นทหาร เขาควรจะเป็นศิลปิน ตั้งแต่เด็ก โกโบริชอบวาดรูป ชอบเล่นดนตรี แต่ในครอบครัวของเรา ทุกคน...ต้องเป็นทหาร และยามสงคราม ทหารทุกคน ต้องพร้อมจะรับใช้ชาติและพระจักรพรรดิ” แม่ทัพใหญ่ไม่ออกความเห็นเรื่องความรัก
“แม้แต่ศิลปินอาชีพ เมื่อเกิดสงคราม ศิลปินก็ต้องโหดเหี้ยมพอที่จะฆ่าศัตรูได้ แต่โกโบริอ่อนแอเกินไป ขืนเป็นแบบนี้ จะทำให้หน่วยที่เขารับผิดชอบ ต้องเป็นปัญหา” มาซาโอะย้ำชัด

ด้านตาบัวกองอยู่ที่พื้นดิน โดนมัดด้วยผ้าขาวม้าของตัวเอง รวบมือทั้งสองไว้ข้างหลัง ส่วนตาผลก็ถูกมัดแบบเดียวกัน ด้วยผ้าขาวม้าอีกผืน
อังศุมาลินที่กำลังเก็บของจากกระเป๋าหมอที่ตกกระจายมาใส่รวมๆ พยายามมองหาของให้ครบ มองมาอย่างกลุ้มๆ
“ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวก็ฟื้น”
โกโบริบอก พลางนั่งคุกเข่าพิจารณาดูเข็มที่หักปักคาแขนตาผลอยู่
“แต่ต้องเอาคนนี้ไปที่อู่ ไป-ผ่าตัด-เอาเข็ม-ออก”
แล้วจังหวะนั้น จู่ๆ โกโบริก็รู้สึกเจ็บไหล่ตัวเองที่โดนตี ขยับๆ ไหล่ดู แล้วเอี้ยวตัวมาจับๆ ลูบๆ นิดหนึ่ง
อังศุมาลินกำลังจับสังเกตอาการโกโบริ รู้ทันที
“คุณเจ็บตรงนั้นหรือ”
โกโบริเหลือบตาดู
“ที่ไหล่น่ะค่ะ”
โกโบริยิ้ม “คงช้ำนิดหน่อย..โชคดี ที่คุณบอก-ทันเวลา ไม่งั้น ตีโดนหัว สงสัยจะแตก”
อังศุมาลินไม่วางใจ ลุกเข้าไปหา “ขอดูหน่อยสิคะ”
“ผมไม่เป็นไร”
อังศุมาลินมองด้วยแววตาขัดใจ ไม่เชื่อ
โกโบริถอนใจ ลุกยืน “เอ้า...ดูก็ได้” ท่าทางผู้กองลูกอาทิตย์อุทัยไม่เต็มใจนัก ปลดกระดุม ดึงเสื้อออก ให้แต่ไหล่โผล่ออกมา
อังศุมาลินดูแล้วอึ้ง เห็นข้างๆ รอยแผลถูกฟันที่ยังเป็นรอยเย็บอยู่ มีรอยแดงปื้นช้ำห้อเลือดเป็นแนวใหญ่
อังศุมาลินหน้าเสีย “เดี๋ยวคุณต้องหาน้ำมันแก้ช้ำบวมทาซะนะ ไม่งั้น คืนนี้คุณจะปวดมาก”
โกโบริมองซาบซึ้งใจ “ขอบคุณ...ที่แนะนำ” พลางเอาเสื้อลงตามเดิมแล้วรีบติดกระดุม “คุณก็เหมือนกัน หาอะไรทา..ที่หน้า...”
อังศุมาลินกับโกโบริ ต่างมองหน้ากันอย่างห่วงใยกันและกัน แล้วก็ต่างก็ขำโดยไร้เหตุผล หัวเราะกันออกมา
ทันใดนั้น ตาบัวกะตาผล เริ่มขยับๆ ตัวกัน แล้วพอพบว่าตัวเองโดนมัด ก็อาละวาดดิ้นขลุกขลัก
“ปล่อยกูๆ” ตาบัวแหกปากลั่น
ตาผลด่าโกโบริ “ไอ้ยุ่นหน้าหมา ไอ้ยุ่นขี้ขลาด ถุยๆๆๆ”
โกโบริลุกขึ้นยืนทำหน้าดุดัน “ฉันคิดจะช่วยเหลือ แต่เมื่อนายตอบแทนกันอย่างนี้ ฉันก็คงปล่อยไว้ไม่ได้”
สองคนผงะ หน้าซีด สบตากันตื่นๆ
“แม่อัง” ตาบัวมองตาละห้อยขอความช่วยเหลือ
ถูกอังศุมาลินด่า “สม”
โกโบริดึงผ้าขาวม้าที่ด้านหนึ่งผูกแขนตาบัว อีกด้านผูกแขนตาผล เชื่อมมาผูกรวมไว้ด้วยกัน
“ไป ลุกขึ้น เดิน ไปอู่!” โกโบริสั่งเสียงเข้ม
สองคนจำต้องลุกขึ้น
ตาผลร้องโอดโอย “โอย..เจ็บ”
“ถ้าไม่ยอมไปดีๆ จะยิงทิ้งซะตรงนี้” โกโบริทำท่าจับปืนพกที่เอว

สองเกลอเจอคนจริง ตัวแข็งทื่อ รีบเดินออกไปอย่างว่าง่าย
ตรงทางเดินในสวนเวลาต่อมา โกโบริคอยดึงผ้าขาวม้าไว้ให้กระชับมั่น บังคับไม่ให้ตาบัวกะตาผลเดินออกนอกทางหรือหนีไป

ตาบัวและตาผล ต่างถูกมัดมือไพล่หลังด้วยผ้าขาวม้า เดินโซเซนำไป ปากบ่นอุบอิบ ลงท้ายด้วยการทะเลาะโทษกันไปมา
“เอ็งคนเดียวเลย ไอ้ผล ทำให้ข้าเดือดร้อนไปด้วย”
“อุวะ มันก็ด้วยกันแหละเว้ย...ตอนที่ไปดักฟันมัน ก็เอ็งแหละ เป็นต้นคิด”
“อ้าว.. ก็เอ็งบอกว่าอยากฆ่ามัน ข้าก็วางแผนให้สิ
“ตอนขโมยน้ำมัน ก็แผนเอ็งอีก มันถึงต่อเนื่องยืดเยื้อไม่จบสิ้นมาจนป่านนี้ไง” ตาผลด่า
“แต่เอ็งก็รวยไปล่ะว้า เอาเงินไปซื้อเหล้ากรอกปากจนอ้วกแตกยังกะหมาข้างถนน” ตาบัวด่ากลับ
“เอ็งสิหมา” / “เอ็งแหละหมา”
“เอ็ง!” / “เอ็ง”
โกโบริกระตุกชายผ้าข้าวม้าอีกด้าน ตาบัวตาผลหันมามอง แล้วเถียงกันเบาๆ ต่อไป โกโบริหันมา ยิ้มขำกับอังศุมาลินที่เดินตามมาอีกที แล้วพากันเดินต่อไป
อังศุมาลินมองดูโกโบริจากด้านหลัง รู้สึกอึ้งๆ ที่ทำไมโกโบริช่างไม่โกรธแค้นอาฆาตเสียเลย
สีหน้าและสายตาอังศุมาลิน ที่มองโกโบริ กลับอ่อนโยนลง รู้สึกชื่นชมลึกๆ ในใจ

ฟากที่แม่วัน กับแม่อร ยืนอยู่ที่ปากหลุมหลบภัยบ้านกำนันนุ่ม ที่ขุดไว้หลังบ้าน เยื้องถัดจากใต้ถุนไปเล็กน้อย แม่วันโชว์ให้ดูการเปิดปิดปากหลุม ด้วยประตูไม้ธรรมดานี่เอง
กำนันยืนอยู่ข้างล่าง กำลังปีนขึ้นบันไดไม้แบบง่ายๆ ขึ้นมา
“โห.. พ่อกำนันขุดลงไป..ทั้งกว้าง ทั้งลึกขนาดนี้...ฉันคงทำไม่ไหวหรอก” แม่อรว่า
“ก็จะไปทำเองทำไม.. แม่อรก็จ้างใครสิ” แม่วันบอก
แม่อรหน้าเจื่อนทันที เพราะไม่มีสตางค์
แม่วันมองอย่างเข้าใจ “เอ้อ...งั้นให้กำนันหาคนไปจัดการให้ นี่ถ้าวนัสกลับมาได้ เขาคงไปขุดให้แม่อรเองแล้ว พ่อกำนันนี่ก็ไม่ว่างเสียที”
“วนัสจะมากลับมาได้ไหมจ๊ะ” แม่อรถาม
กำนันนุ่มก้าวขึ้นมายืนบนปากหลุมพอดี
“จะกลับได้หรือไม่ได้ก็ไม่รู้ ไม่เห็นส่งข่าวมาเลย คราวนี้หายเงียบไปนาน”
“เขาว่าเยระมันมันก็เก่งกาจดุร้ายนัก คนไทยอยู่อังกฤษจะเป็นตายร้ายดียังไงบ้าง เขาจะจับไปฆ่าแบบที่จับคนยิวหรือเปล่า” แม่วันเป็นห่วงลูกชายอีกแล้ว
“ไม่เอาน่าแม่..เพ้อเจ้อฟุ้งซ่านใหญ่แล้ว”
กำนันนุ่มเข้าไปโอบไหล่แม่วัน แม่อรก็เข้าไปจับมือแสดงความเห็นใจ
ระหว่างนั้นเสียงสารวัตรองอาจดังขึ้นมา “สวัสดีจ้ะ...พ่อกำนันอยู่ไหมจ๊ะ”
องอาจเดินเข้ามา สวมชุดครึ่งท่อนกางเกงกากี สวมหมวกมะนิลา มาดกร่างๆ
กำนันนุ่มหันไปจนเห็นหน้าถนัด ลุกขึ้นรับ “สารวัตร”
“สวัสดีจ้ะกำนัน” สารวัตรถอดหมวก ยกมือไหว้ “สวัสดีจ้ะแม่วัน แม่อร”
กำนันรับไหว้ แม่วันกับแม่อร รีบรับไหว้แทบไม่ทัน
“สะ..สวัสดี สารวัตร...แหม ดูสิ พูดจาทันสมัยจริงๆ พูดสวัสดีๆๆ คล่องปาก ไม่ขัดเขิน นี่ฉันก็พยายามหัดพูดให้คล่องๆ อยู่นะ แต่พูดแล้วมันกระดากๆ ชอบกล” กำนันว่า
“ไม่เป็นไรหรอกกำนัน ทางการเขาเพิ่งประกาศใช้มาไม่กี่วันนี่เอง”
“ประกาศอีกแล้ว.. เฮ้อ…” แม่อร ถอนหายใจ
“เราก็เคยทักกันแต่ว่า กินข้าวรึยัง ไปไหน วันนี้แกงอะไร...จะให้ฉันพูดสวัสดง สวัสดี...มันชอบก๊ล” แม่วันบอกเหมือนบ่น
“ก็ชาติอื่นๆ เขามีคำทักทายกันทั้งนั้น แต่เรายังไม่มี... ไม่งั้นนะก็คงต้องพูด คอมบังวะ หรือ คอนนิจิวะ แทนเอาไหมล่ะ”
องอาจหันมามองหน้าแม่อรพอดี แม่อรงง ทำหน้าไม่ถูก ไม่รู้ว่าสารวัตรพูดจริงๆ หรือว่าแซว

“22 มกราคม พ.ศ. 2486 รัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม ประกาศให้ใช้คำว่า สวัสดี เป็นคำทักทายเมื่อแรกพบกัน เป็นครั้งแรก คำว่า "สวัสดี" บัญญัติโดย พระยาอุปกิตศิลปสาร (นิ่ม กาญจนาชีวะ) เริ่มนำใช้ครั้งแรกในปี 2476 ขณะที่เป็นอาจารย์อยู่ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ โดยทดลองใช้ในหมู่นิสิตก่อน”

กำนันนุ่มเดินจับแขนสารวัตรมาอีกทาง ถามเสียงเบาลง กลัวว่าจะมีปัญหาสำคัญอะไร ที่พวกผู้หญิงไม่ควรรู้
“สารวัตรมีเรื่องอะไร”
องอาจลดเสียงลงบ้าง ทำหน้ากวนประสาท “ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากมาคุยกับกำนันเล่นๆ”
กำนันชักฉุน “ไม่ยักรู้ว่า...สารวัตรมีเวลามาคุยเล่นด้วย”
องอาจเงยขึ้น หันไปเห็นแม่วันและแม่อรตามมาห่างๆ อยากรู้เรื่องด้วย
องอาจพูดเสียงดัง โพล่งขึ้นมา จงใจให้แม่อรได้ยิน และปรายหางตามาเหล่แม่อร “เรื่องที่ทหารญี่ปุ่น..หลานชายท่านแม่ทัพ..กะหมอ.. โดนฟัน..เมื่อปลายปีก่อน”
กำนันชะงักไปเล็กน้อย แม่อรตกใจ เริ่มหน้าเสีย
“เอ่อ.. กำนัน แม่วัน ฉันขอตัวกลับก่อนแล้วกันนะ.. รู้สึกไม่ค่อยสบาย.. สะ.. สวัสดีนะจ๊ะ”
แม่อรรีบเดินออกไป
“เดี๋ยวก่อน” สารวัตรเรียกไว้
แม่อรสะดุ้งเฮือก สารวัตรเดินมาดกร่าง มาดักหน้าแม่อร
“ชนชาติไทยทุกคนจงสวมหมวก มาลาจะช่วยนำให้ประเทศไทยไปสู่มหาอำนาจ”
สารวัตรยิ้ม หยิบงอบของแม่อรที่แขวนไว้ที่ริมรั้วแถวนั้นมาส่งให้ แม่อรยิ้มเจื่อนๆ รีบรับงอบมา แต่สารวัตรยังคงดึงไว้ไม่ปล่อย
“พวกญี่ปุ่นเขารู้ไหมว่าใครเป็นคนทำ”
แม่อรอึกอัก
กำนันนุ่มเข้ามาขวาง พูดคำหนักแน่น “ผมขอยืนยันครับ สารวัตร...ว่าคนฟันมันไม่ใช่คนแถวนี้”
“กำนัน หลวงเขาห้ามใช้ “ผม-คุณ-ครับ-ค่ะ” แล้วนะ ต่อไปนี้ให้ใช้ “ฉัน-ท่าน-จ๊ะ-จ้ะ” แทน”
กำนันงง เอ๋อ ไม่เข้าใจว่าสารวัตรกำลังต้องการอะไร
องอาจเข้ามาโอบ “ไม่เอาน่า...กำนัน...เราเป็นพวกเดียวกันแท้ๆ”
“สารวัตร...หมายความว่ายังไง”
“กำนันนึกว่า ผม...เอ๊ย ฉัน…นึกว่าฉันชอบพวกญี่ปุ่นหรือ” ยื่นหน้ากระซิบ “ฉันอยากให้รางวัลคนที่กล้าสั่งสอนศัตรูที่มาย่ำยีบ้านเราต่างหาก แต่ฉันเป็นข้าราชการ น้ำก็ท่วมปากอยู่ คนไทยเรา...มีหัวใจเดียวกันทั้งนั้น...ไม่ว่าจะเป็นคนไทยในเมืองไทย หรือคนไทย...ที่พลัดบ้านพลัดเมือง อยู่ที่ต่างประเทศ”
ตอนท้ายสารวัตรเน้นคำ กำนันผงะ แม่อรงง เหลือบมองแม่วัน
“น้องชายฉัน ก็ไปเรียนอังกฤษเหมือนกัน..เขาก็เป็นเสรีไทยเหมือนกัน”
แม่วันยิ่งงง “อะไร...เหมือนกัน...เหมือนใคร”
“คนที่เล่นงานพวกญี่ปุ่น...เป็นพวกพลพรรคใต้ดินที่แฝงตัวอยู่แถวนี้ใช่ไหม...กำนันเอง...ก็เป็น...ใช่ไหม”
แม่วันชักฉุน “สารวัตรอย่าเอาข้อหาแบบนี้มาป้ายสีเราสิ ใครต่อต้านญี่ปุ่น จะโดนจับขังคุกกันง่ายๆ ใครๆ ก็รู้”
องอาจกระซิบกระซาบ “กำนันจะกลัวอะไร...ฝรั่งจะบินมาทิ้งระเบิดกันหนักขึ้นๆ เอาให้พวกยุ่นปี่มันราบเป็นหน้ากลองให้ได้...ประเทศไทย ไม่เคยเป็นขี้ข้าใคร พวกเสรีไทยที่เมืองนอก...จะกลับมาช่วยกัน อีกไม่นานหรอก กำนัน อีกไม่นาน...เราจะสั่งสอนพวกญี่ปุ่นให้มันรู้ ว่ามันกำลังเล่นอยู่กับอะไร”

สารวัตรมองแม่วัน และกำนันนุ่ม ส่วนแม่อรอึ้ง
ที่ห้องพยาบาลของอู่ต่อเรือ ทหารหมอยศนายสิบ พิจารณาเข็มที่ค้างในท่อนแขนตาผล แล้วเดินมากระซิบบอกโกโบริกับอังศุมาลิน

“ต้องผ่าตัด เพราะเข็มเข้าไปอยู่ลึก ใช้คีมดึงไม่ได้ เวลานี้ ยาชา ยาสลบ ต้องสงวนไว้สำหรับผ่าตัดใหญ่ที่สำคัญเท่านั้น”
“ไฮ้” โกโบริรับรู้
ตาผลนั่งอยู่บนเตียง หน้าซีด ตาบัวยืนอยู่อีกด้าน มี ทหาร 2 คนคุม
โกโบริหันมาอธิบายให้อังศุมาลินอีกที “ผ่าตัดเล็กน้อยแบบนี้ เราไม่ใช้-ยา-สลบ”
อังศุมาลินหน้าซีด “แกทนไม่ไหวหรอก แกไม่ใช่ทหารอย่างพวกคุณ แค่เจาะเลือดนิดเดียว ยังมีปัญหา แล้วนี่...จะผ่าสดๆ หรือ”
“ถ้าไม่ผ่า จะ-อักเสบ” โกโบริบอก
อังศุมาลินมองตา โกโบริมองตอบ จริงจัง หนักแน่น อังศุมาลินแล้วตัดสินใจ หันไปหาตาบัว
“ลุงบัว..ออกไปข้างนอกกันเถอะ หมอเขาจะตรวจลุงผล”
“ดูไม่ได้เหรอ” ตาบัวถาม
“ไม่ได้จ้ะ ไป”
อังศุมาลินจริงจัง ทำให้ตาบัวคอตก เดินตามไป
ตาผลชะเง้อตาม “ไอ้บัว..เอ็งจะไปไหนน่ะ เฮ้ย..อย่าทิ้งข้านา”
“ข้าจะไปคอยข้างนอก”
อังศุมาลินมองกำชับให้รีบตามมา
พอตาบัวตามอังศุมาลินออกไป ทหารคนหนึ่งก็ตามออกไป
โกโบริ มองหน้ากับหมอ ต่างพยักให้กัน
ทั้งหมอ โกโบริ และทหารอีกคน เข้ามา จับตาผลมัดติดเตียง เพื่อป้องกันการดิ้น
“เฮ้ย จะทำอะไรข้าน่ะ จะทำอะไร นายช่าง..อย่า..อย่า.....”
ตาผลแหกปากลั่น โกโบริต้องเอาผ้ามัดปากซะด้วย ตาผลตาเหลือก

ตัวละคร อังศุมาลิน นายพลโทโมยูกิ มาซาโอะ ตาบัว ทหาร2คน เสียงโกโบริ เสียงทหาร เสียงตาผล

อังศุมาลินเดินนำออกมา มายืนตรงระเบียง ที่มีลมพัดเอื่อยๆ พอเย็นๆ
“ไม่น่าให้พวกมันรักษาเลย อาการเหมือนผีเข้าแบบนี้ ให้หลวงพ่อรดน้ำมนต์เดี๋ยวก็หาย”
อังศุมาลินดุ “คนกำลังจับไข้ รดน้ำมนต์เข้าไปเดี๋ยวก็ได้ตายพอดี”
“คิดๆ ไป..มันอาจเป็นไข้เพราะถูกของ ถูกคุณอะไรก็ได้”
ตาบัวหันตัวจะกลับเข้าไป เห็นที่หน้าห้อง มีทหารคนหนึ่ง ยืนขวางอยู่ ตาบัวอึ้ง เลยต้องหันกลับมา
ทันใดมีเสียงโครมคราม ตึงตัง ของการดิ้นดังออกมา
“ช่วยด้วยๆๆ”
เสียงนั้นเหมือนโดนรวบ ตามมาด้วยเสียงต่อสู้ ออกแรง ตึงตังๆ
เสียงโกโบริ “จับไว้ ช่วยกันหน่อย ลงมือเลยๆ”
ตามมาด้วยเสียงตาผล “อย่า อย่า อย่าตัดแขนข้า..อย่าตัด..อ๊าก”
“ฉิบหายแล้ว แม่อัง! ป่านนี้พวกมันตัดแขนตัดขาไอ้ผล เหลือแต่ตัวกลิ้งโค่โล่แล้ว..เราเผ่นกันเถอะ”
ตาบัวก้าวขา จะวิ่งหนีลงบันได ทหารคนที่กันอยู่ตรงหน้าห้องพยาบาล รีบก้าวมาขวาง
ตาบัวหันมาหาอังศุมาลิน
“จะไปไหนล่ะลุง อยู่ดูลุงผลก่อน”
“แม่อังจะอยู่ก็อยู่นะ แต่ชั้นไม่เอาล่ะ” วิ่งไปทางบันได แล้วชะงัก ยืนอึ้ง
เมื่อเห็นผู้ที่ขึ้นบันไดมา คือพลโทโทโมยูกิ และพันโทมาซาโอะ ที่มาดและหน้าตาน่าเกรงขามมากๆ
ตาบัวถอยกลับ แล้วเข่าอ่อนทรุดลงไป
โทโมยูกิ และมาซาโอะ ก้าวขึ้นมายืน
ตาบัวพนมมือแต้ “กลัวแล้วจ้า กลัวแล้ว อย่าทำฉันเลย ทำแต่ไอ้ผลคนเดียวเถอะ มันเป็นคนวางแผนทั้งหมด ลูกช้างไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย เจ้าประคุณ..อย่าตัดแขนตัดขาฉันเลย”
โทโมยูกิ มาซาดะ มองตาปริบ แล้วหันมาสบตากัน ไม่รู้เรื่อง
โทโมยูกิ หันมาทางทหารที่ขวางประตู ถามเป็นคำญี่ปุ่น “คนนี้เป็นใคร เขาพูดอะไร”
ทหารเฝ้าประตูอึกอัก เพราะก็ไม่เข้าใจที่ตาบัวพูดเหมือนกัน หันมามองหน้าอังศุมาลิน ขอความช่วยเหลือ
“ว่ายังไง เข้าต้องการอะไร” แม่ทัพใหญ่ถามคาดคั้นเอากับทหาร
อังศุมาลินตัดสินใจ หันไปอธิบายเป็นภาษาญี่ปุ่น
“เขานึกว่าเพื่อนกำลังโดนตัดแขนอยู่ข้างในค่ะ”
โทโมยูกิ ย้อนถามอีก “ทำไม”
“นายช่างโกโบริ ไปรักษามาลาเรียให้ชายที่อยู่ในห้อง แล้วอยากเจาะเลือดมาให้แพทย์ตรวจ ขณะที่เจาะเลือดอยู่ เขาดิ้นจนเข็มหักคาอยู่ในแขน โกโบริจึงพาตัวมา เพื่อมาผ่าเอาเข็มออก แต่พวกเขาไม่เข้าใจ”
นายพลโทโมยูกิทึ่ง หันสบตากับพันโทมาซาโอะ
คราวรี้มาซาโอะถาม “ชายคนนี้ กะคนข้างใน เป็นอะไรกับคุณหรือ”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 9 วันที่ 14 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager