อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 9/2 วันที่ 15 ก.พ. 56

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 9/2 วันที่ 15 ก.พ. 56

นายพลโทโมยูกิทึ่ง หันสบตากับพันโทมาซาโอะ
คราวรี้มาซาโอะถาม “ชายคนนี้ กะคนข้างใน เป็นอะไรกับคุณหรือ”
“แกรับจ้างทำงานทั่วไปอยู่ในสวน ช่วงนี้ไข้มาลาเรียระบาด มีคนเป็นกันมาก ยาแพง คนไทยหายารักษาไม่ได้เลย ก็เลย..จำเป็น ที่เราต้องมาขอความช่วยเหลือที่นี่” อังศุมาลินมองอย่างสง่า เชิดๆ
มาซาโอะ มองหน้ากับโทโมยูกิ มีนัยที่ทึ่ง เพราะอังศุมาลินไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาอย่างที่คิด
ตาบัวเป็นฝ่ายที่นั่ง มองคนนั้นที คนนี้ที งงงันอยู่นั่น

ตกตอนเย็นโกโบริก้าวเข้ามาทำความเคารพผู้บังคับบัญชา ท่าทางเป็นทางการ
มาซาโอะจงใจพูดไทยเพื่อแดกดัน “เดี๋ยวนี้-เป็นหมอ-รักษาชาวบ้าน-แล้วหรือ”
โกโบริมองมาซาโอะ แต่กลับตอบกับลุง “ขอโทษครับ แต่ผมคิดว่า จำเป็นมาก ที่เราควรช่วยเหลือคนที่นี่”



“เธอทำถูกแล้ว โกโบริ”
มาซาโอะแปลกใจ “อะไรนะครับ”
“เธอเคยถูกทำร้าย แต่ก็มีความกล้าหาญ เสียสละ ไม่เกรงกลัวอะไร นับว่าเป็นตัวอย่างทหารที่ดี” แม่ทัพใหญ่ และลุงของโกบิบอก
“ขอบคุณครับ”
มาซาโอะท้วง “แต่ท่านนายพลครับ ถ้าเราไว้วางใจคนไทยมากเกินไป เราก็อาจจะพลาดนะครับ เชื่อผมสิครับ อยู่ห่างๆ-คนไทย-เอาไว้- ดีที่สุดครับ” ตอนท้ายจงใจพูดเน้นเหน็บ และประชดโกโบริ

นายพลโทโมยูกิอึ้งไปท่าทางคิดหนัก ส่วนโกโบรินั้นไม่พอใจมาซาโอะมาก
ส่วนที่ห้องพยาบาล ตาบัว จับดูแขนตาผล พอเห็นว่าแค่มีแผลกรีดเล็กๆ เท่านั้นก็ด่า

“โห..แผลแค่นี้..ร้องยังกะเขาจะเอาไปตัดหัว”
“เอ็งลองมาลองดูมั่งไหมล่ะ” ตาผลว่า
หมอนายสิบพูดกับอังศุมาลินพึมพำอธิบาย ท่าทางซีเรียสกัน อังศุมาลินก้มหัว เห็นด้วย เข้าใจ
ครู่ต่อมาอังศุมาลินเดินเข้ามาหา 2 คน “ลุงผล...ลุงต้องพักอยู่ที่นี่นะ”
สองเกลอร้องลั่น “หา! อะไรนะ”
“เข็มที่หักน่ะ ผ่าออกแล้ว แต่ไข้มาเลเรีย ยังไม่หาย เขาจะรักษาให้จนหาย เพราะฉะนั้น ต้องนอนที่นี่” อังศุมาลินบอก
ตาผลรีบลื่นไถลตัวปรื๊ดลงจากเตียง “อย่าดีกว่า ช่างมันเฮอะ แม่อัง ถ้าไม่หาย ก็ปล่อยไปตามเวรตามกรรม”
เสียงโกโบริดุๆดังขึ้น “โรคนี้เป็นโรคติดต่อ!”
ทุกคนชะงัก หันไปเห็นโกโบริยืนหน้าดุที่ประตู
“ถ้ายุง-กัดคน-ที่มีเชื้อโรคนี้-ใน-เลือด แล้ว-ไปกัด-คนอื่นต่อ จะติดต่อกันไป-เรื่อยๆ จึงจำเป็น ที่จะต้องรักษาให้หายขาด! เป็นคำสั่งของหมอ!”
ตาผลจ๋อยไป เริ่มหันหาเพื่อน “ไอ้บัว...เอ็งอยู่เป็นเพื่อนข้าหน่อย จะได้เห็นหน้ากันพออุ่นๆ ใจ”
“ข้าสบายดี จะอยู่ทำไม เอ็งไม่สบาย ก็อยู่ให้เขารักษา..มันก็ถูกแล้ว”
“ไอ้บัว..ไอ้เพื่อนกิน เอ็งไม่เคยยอมตกทุกข์ได้ยากกะข้าเลย” ตาผลโอดแกมด่า
“น้อยไปสิ เวลาตกยาก ข้าก็ตกกะเอ็งทุกที..แต่ที่จะมาให้อยู่ในปากเสือปากหมีกะเอ็ง..ข้าไม่เอาด้วย เอ็งลองตรองดูดีๆ ซิ...เราเป็นอริกะพวกมันซะตั้งเท่าไหร่แล้ว เดี๋ยวพวกไอ้ยุ่นมันเกิดฮึดขึ้นมา เราก็เสร็จมันทั้งคู่เท่านั้นเอง”
โกโบริมอง หน่ายใจ อังศุมาลินเกรงใจโกโบริ
“ลุงผล..อยู่เถอะ ไม่มีอะไรหรอก แล้วพรุ่งนี้ ฉันจะแวะมาดู”
ทั้งสองเงียบไป
ตาผลค้อนตาบัวขวับๆ แล้วเข้ามาอ้อนอังศุมาลิน “จริงๆ นา แม่อังต้องมาจริงๆ ไอ้พวกนี้มันจะได้เกรงใจ”
อังศุมาลินเหลือบดูโกโบริที่ไปฟังหมอนายสิบอธิบาย ปรามๆ “โธ่..ลุง พูดยังกะฉันมีอำนาจอะไรงั้นแหละ”
ตาผลสบตาอังศุมาลิน จริงจัง “ผู้หญิง...” พลางเหลือบตาไปเหล่โกโบริ “ผู้หญิงนี่ล่ะ...มีอำนาจยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”
โกโบริมองมา อยากรู้ ว่าพูดอะไรกัน
อังศุมาลินทำหน้าไม่ถูก

ไม่นานต่อมา ตรงบริเววณแถวๆ สะพานต้นมะพร้าว ทอดข้ามลำประโดง เหมือนซอยย่อยของคลองใหญ่ ระหว่างที่ดินอังศุมาลินและอู่ ต่อเนื่อง
พอตาบัว พอวิ่งออกมาจากค่ายได้ ก็รีบไต่สะพาน วิ่งปรู๊ดๆ หายไป
อังศุมาลินกับโกโบริที่ตามมาส่งที่หน้าประตูอู่ ซึ่งมียามเฝ้าหน้าสะพาน มองตามตัวบัวไป แล้วหันมาหัวเราะพร้อมกันอย่างไม่ตั้งใจ
“ตาบัวนี่ กลัวจะโดนตัดแขนขัดตาเอาซะจริงจังนะนี่”
โกโบริหัวเราะเบาๆ “หมอเขาผ่าลงไป-ตื้นๆ-เท่านั้น ไม่ต้องเย็บด้วยซ้ำ”
อังศุมาลินถอนใจ นึกได้ ว่าโกโบริก็เคยโดน หันมามองหน้าด้วยสายตาเห็นใจ “คุณคงจะ..คุ้นเคย..กับ ภาพที่น่ากลัว..บ่อยๆ สิคะ”
โกโบริอึ้งไป นิ่งคิดๆ “ภาพที่-น่ากลัว-หรือ?..สงคราม..ทำให้ผมได้เห็นอะไร..ที่น่ากลัวมาก-ที่ไม่เคยคิด ว่าจะเห็นหลายครั้ง เคยได้รบ-ประชิดตัว-ตอนที่-ยกพลขึ้นบก-ที่เกาะทางใต้ -ของแปซิฟิค ผมเคย” ผู้กองหนุ่มหันมามองอังศุมาลิน แววตาสยอง “ฆ่าคน ที่มองตากัน-ใกล้ๆ แค่นี้” ทำมือให้ดู ว่าหน้าอีกคนห่างหน้าตนนิดเดียว
อังศุมาลินมอง รู้สึกสยองตามไป
“ครั้งนึง..ใน โรงพยาบาล..ที่มะริด ผมเห็น-หมอ ต้องตัดขา-ทหาร โดย-ไม่มี-ยาสลบ”
อังศุมาลินอึ้ง “คะ”
โกโบริบอกอีก “เรา-ต้องทำอย่างนั้น ทหารญี่ปุ่นคนนั้น-ถูกยิง หัวเข่าแตก-ละเอียด-ถ้าไม่ตัด ตาย! ถ้าตัด..มีหวัง..ยี่สิบ เปอร์เซ็นต์” ทำมือให้ดูอีก ว่าน้อยนิดมาก “เราไม่มีอะไรเลย เลือด พลาสม่า หมอให้คนที่แข็งแรง..ช่วยกัน..จับตัว”
“โหดร้ายมาก”
“หมอถามทหารคนนั้นว่า..จะ-เต็มใจ ให้เราตัดขาไหม สดๆ แบบนั้น”
“แล้ว..เค้า..ตกลงหรือคะ” อังศุมาลินถามทำหน้าสยดสยอง
โกโบริพยักหน้า “เรามีเหล้า 1 ขวด แล้วหาแอลกอฮอล์มาได้ 1 ขวด”

อังศุมาลินตั้งใจฟัง
โกโบริเล่าต่อ อย่างกับเห็นภาพตรงหน้า แววตาตื่นเต้น

“พวกเรา มัดเขาไว้กับเก้าอี้ เอาเหล้าให้เขากินครึ่งนึง ส่วนแอลกอฮอล์ เราใช้ราดขา หมอเอามีด กรีดเนื้อ-หนัง ตรงเหนือหัวเข่า แล้ว(ทำมือให้ดู)เปิดขึ้นมา”
อังศุมาลินหน้าเสีย “แล้วเขาเป็นยังไงคะ”
“สลบ.. พวกเราดีใจ..ที่เขาสลบไป” โกโบริทำหน้าโล่งอกจริงๆ “แล้ว หมอ ก็เอา” ทำมือเป็นท่าเลื่อย
อังศุมาลินตาโต ตะลึง “เลื่อย”
“เลื่อย..เลื่อยกระดูกขาออก” สีหน้าโกโบริเรียบ คล้ายปลงตก
ส่วนอังศุมาลินซีดสุดๆ
“จากนั้น เขาฟื้น ตอนที่หมอกำลังเย็บ เนื้อ หนัง ปิดแผล” น้ำเสียงโกโบริเรียบๆ
“แล้วทำยังไงล่ะคะ”
โกโบริเห็นภาพในใจที่จำไม่ลืม “เรา..เอาเหล้าที่เหลือ..กรอก..ปากเขา จนหมด จนเขาสลบไปอีก เพราะเสียเลือดมาก จากนั้น พวกเราก็ช่วยกันเฝ้าดู เขาเหมือน-จะตาย-หรือไม่ตาย-อยู่สองวัน แล้วก็ฟื้น”
อังศุมาลินลุ้นสุดๆ รีบถาม “รอด..หรือคะ”
“ตอนนี้ เขามีความสุขอยู่ที่บ้านแล้ว” โกโบริพูด พลางยิ้มเหมือนอิจฉา “นี่แหละ ผลของสงคราม”
โกโบรินิ่งนึกเรื่องที่โหดกว่าเดิม เพื่ออยากให้อังศุมาลินเข้าใจ ว่าพวกตนไม่ใช่แค่ผู้รุกราน ที่มีแต่ความสะดวกสบาย “อีกครั้ง..ผมเห็น..ทหารชวา-ฟัน-ข้อมือ-ทหารญี่ปุ่น เพื่อ-เอานาฬิกาข้อมือ-ไป”
“พอเถอะค่ะ” อังศุมาลินหน้าเสีย เดินข้ามสะพานไป
โกโบริมองตาม ถอนหายใจอยากจะระบายความอัดอั้นในใจ รีบตามไป

อังศุมาลินเดินมา หน้าเสียสุดๆ โกโบริตามมา ส่งเสียงมาข้างหลัง
“เห็นไหม ว่าสงคราม..ทำให้เกิดเรื่องต่างๆ ที่เรา..ควบคุมไม่ได้”
อังศุมาลินชะงัก หยุดเดิน
โกโบริรีบเข้ามาอธิบายต่อ “ทุกสิ่งทุกอย่าง มันหนัก ใหญ่ เกินกำลัง-ของตัวเรา” ผู้กองลูกอาทิตย์อุทัยเดินเข้ามาเผชิญหน้าตรงๆ “ถ้าเราจะเกลียดสงครามกัน...ตัวผม-มีเหตุผล-ที่จะเกลียดสงคราม มากมาก มากเท่าๆ กับใครๆ หรืออาจจะมากกว่าทุกๆ คนด้วย แต่ถึงเกลียดแค่ไหน ก็ทำอะไรไม่ได้ เปลี่ยนไม่ได้ บางที..เรา..ก็ต้องยอมรับ-ที่เป็น”
อังศุมาลินนิ่งฟัง คิดตาม
“สงครามทำให้คนเปลี่ยนไป ทั้งแบบที่เลวร้ายขึ้น และแบบอื่น บางคน เห็นสิ่งเลวร้าย ก็กลัวเกลียด ไม่อยากพบเห็นอีก แต่บางคน จมลงไป แล้วเอาสงคราม มา-หาประโยชน์ เพื่อเลี้ยงชีวิตตัวเองให้สุขสบาย”
อังศุมาลินเงียบ
โกโบริเสียงเหนื่อย เหมือนคนหมดแรง “ถ้าเราชนะสงคราม แม้ว่าหลายๆ อย่างต้องถูกทำลาย พัง-พินาศ แต่เราก็ยังมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี แต่..ถ้าเราแพ้ เราก็จะไม่มีอะไรเหลือ”
คราวนี้โกโบริเงียบนิ่งไปนาน
“แต่ว่า…” อังศุมาลินจะท้วง
โกโบริทำมือห้ามว่าอย่าเพิ่งเถียง “เพราะผมเป็นทหาร ผมต้องทำทุกอย่าง ให้เกียรติ ให้ศักดิ์ศรียัง-คงอยู่ ต่อไป ตอนนี้-คุณเห็นว่าผม-เป็นผู้..ผู้บุก-รุกราน คุณก็เกลียดหน้าผม แล้วถ้า อีกหน่อย ผมเป็น ฝ่าย..สู้ไม่ได้ แพ้...ต้อง-ถอยหนี คุณก็คงดีใจ สมน้ำหน้า...” โกโบริยิ้มเศร้า ทอดเสียงอ่อนโยน “นี่แหละ สิ่งที่ผม จะได้รับ..ทั้งหมด”
อังศุมาลินพูดไม่ออก รู้สึกใจหาย
โกโบริหัวเราะเบาๆ “ตาบัว ตาผล ก็ไม่เข้าใจ...เขาทำผิด ผมต้องลงโทษ ตามกฎกองทัพ ไม่งั้น ผมก็คุมทหารทั้งหมดไม่ได้ แต่พอจบเรื่องแล้ว เขาก็เป็น..มนุษย์ ผม..ก็เป็นมนุษย์เท่ากัน แต่..เขาไม่ยอมลืม..ว่าผมเป็น-ศัตรู เพราะฉะนั้น หลังจากนี้ ถ้าเขามีโอกาสอีก ใครจะรู้ ว่าผม-จะได้มาเดินอยู่อย่างนี้อีกหรือเปล่า”
อังศุมาลินมองอีกฝ่าย เศร้าใจ รู้ว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วย

โกโบริหันมาเห็นสีหน้าอังศุมาลิน กลับเข้าใจผิด ว่าอังศุมาลินไม่พอใจ “ขอโทษ ผมพูดมากอีกแล้ว คง..เป็นเพราะ ผม ไม่มีใคร ที่จะ...พูดเรื่อง-บางเรื่อง-ได้ ผม..ส่งคุณแค่นี้ดีกว่า เดี๋ยวคุณจะรำคาญ..มากๆ” พลางหันหลัง เดินกลับไป
อังศุมาลินอึ้ง เผลอตัว หลุดปากออกไปจากใจจริง “วันหลังถ้าคุณ..ว่าง..ก็เชิญเถอะค่ะ”
โกโบริชะงัก ไม่เชื่อหู แล้วหันตัวกลับไปมองหน้า
อังศุมาลินอึ้ง ตกใจเหมือนกัน ที่ทำไมตัวเองพูดออกไปแบบนั้น กัดริมฝีปากแน่น
โกโบริยิ้มเจียมตัว ก้มหน้าให้นิดหนึ่ง
“ที่...หน้าผาก โดนกระแทกแรงๆ วันนี้...อย่าลืมทายาด้วย”
“คุณก็เหมือนกัน ที่โดนตี..ข้างหลัง โดนแผลเดิมด้วยหรือเปล่า..” หลุดอีก พอรู้ตัว ก็รีบหยุดอีก
โกโบริก้มหัวให้ แล้วหันกลับ เดินจากไปเงียบๆ
อังศุมาลินยืนนิ่ง โกรธตัวเองที่หลุดปากเรื่อย สับสน ไม่น่าเลย

ตกตอนกลางคืน บริเวณริมคลองของอู่ต่อเรือ ในแสงดาวเต็มฟ้า คืนนี้ไม่มีพระจันทร์
โกโบรินอนตาโพลงในมุ้ง ลมพัดมุ้งปลิวๆ แต่แล้ว โกโบรินอนไม่หลับ ลุกออกมา โกโบริไปหยิบซามิเซ็งมา แล้วมานั่งเล่น แบบระวังให้เสียงเบาๆ ไม่รบกวนใคร
เพลงที่เล่น คือเพลงนางครวญ ตามโน้ตที่แกะได้ เล่นช้าๆ เศร้าๆ
สีหน้าโกโบริ รู้สึกปวดจุดที่โดนตี ชะงัก หยุดเล่น แล้วเดินไปที่หน้ากระจกเก่าๆมัวๆ ลดเสื้อข้างหลังลง นอกจากแผลที่เย็บไว้ซึ่งหายดีแล้ว มีรอยบวมแดง ช้ำ
โกโบริเอาน้ำมันแก้ช้ำ ทาไป คิดถึงอังศุมาลินไป สีหน้าอ่อนโยนลง

ส่วนที่บ้านอังศุมาลินยามค่ำคืน มีเพียงแสงไฟสลัวๆ ลอดออกมาจากหน้าต่าง มองขึ้นไปบนท้องฟ้าเป็นคืนเดือนมืด ท้องฟ้าเปิด ไม่มีเมฆ เห็นดาวสุกสกาว
เงายอดต้นกล้วยในสวนใกล้บ้าน เอนลู่ไปตามสายลมอ่อนๆ เสียงจิ้งหรีดเรไรร้องระงม

อังศุมาลินนั่งอยู่หน้ากระจกภายในห้อง ใต้แสงสลัว เอายาขี้ผึ้งทาแผลที่หน้าผากที่โดนกระแทก ใจเหม่อลอย คิดถึงโกโบริ สีหน้าอ่อนโยนลง
ที่ร้านกาแฟ ตลาดชุมชนปากคลองธนบุรี เช้าวันใหม่ เห็นเจ้าหน้าที่รัฐบาลไทยคนหนึ่งกำลังปีนขึ้นไปติดโทรโข่งกระจายเสียงที่เสาไฟใกล้ร้านอาโก

โดยมีกำนันนุ่ม อาโก ตาแกละ กลุ่มชาวบ้าน และเจ้าหน้าที่อีกคนคอยแหงนหน้ายืนดูอยู่ข้างล่าง
“ติดเพิ่มตรงนี้อีกตัวก็พอแล้ว.. เอ้า.. ระวังๆ” กำนันนุ่มคอยบอก
“นี่กำนัง.. มังคงไม่มีประกากเสียงดังตอนอั๊วกำลังหลับกำลังนอนอยู่นะ ไอ๋หยา..เอาทอระโข่งมาติดใกล้ๆ บ้านอั๊วแบบนี้” อาโกสงสัย
“ดีแล้ว.. จะได้ไม่ตกข่าว” ตาแกละว่า
“เวลาหวอดังขึ้นมา โกก็จะได้ยินก่อนใครเลยไง” กำนันบอก
“หูอั๊วจะแตกก่อนใครน่ะสิ” อาโกบ่น
ส่วนที่กำแพงสังกะสีข้างๆ ร้านกาแฟ มีป้ายประกาศเก่าๆ ติดอยู่ แม่อรที่เพิ่งจ่ายตลาดเสร็จ เอาตะกร้าคล้องแขนยืนอ่านอยู่สักพักใหญ่
ยายเมี้ยนนั่งเม้าท์อยู่กับชาวบ้านที่ร้านกาแฟ สายตาสอดส่ายไปเห็น พอเห็นแม่อรรีบลุกไปหา
“อ้าวว.. แม่อร.. มีอะไรรึ อ่านอะไรอยู่”
“อ๋อ.. เปล่าหรอกจ้ะ ก็ดูประกาศอะไรไปเรื่อยเปื่อย”
ยายเมี้ยนมองไปที่โปสเตอร์อันหนึ่ง มีรูปทหารชี้นิ้วสะดุดตา
“เงียบ.. ไว้..ปะ..ลอด”
แม่อรอ่านให้ “เงียบไว้ปลอดภัยดีกว่า ศัตรูของชาติไทยกำลังเงี่ยหูฟังอยู่ทุกแห่ง”
-ยายเมี้ยนมองนิ่ง งง สงสัย กำนันนุ่มเดินเข้ามาทักทายแม่อร
“แม่อร.. ฉันนึกออกแล้ว.. เรื่องหลุมภัย.. แม่อรลองวานตาบัวตาผลไปช่วยดีไหม”
ยายเมี้ยนสงสัย “กำนันๆ ไอ้นี่มันหมายความว่าไง ให้เงียบอะไร ทำไมต้องเงียบ...แล้วศัตรูของชาติไทยที่มันใครล่ะ พวกญี่ปุ่นหรือพวกไหน”
แม่อรมองกำนันนุ่ม กำนันอึกๆ อักๆ ตอบไม่ถูก

ส่วนที่ห้องพยาบาลในอู่ ตอนบ่ายๆ ตาผลกำลังเดินสำรวจอะไรไปเรื่อยเปื่อยในห้องพยาบาลด้วยความเบื่อหน่าย เดินไปดูทหารบาดเจ็บที่นอนหลับอยู่เตียงอื่นๆ บางคนขาขาด บางคนถูกพันหน้าเป็นมัมมี่
ตาผลกลัว ถอยห่างออกมา หันไปแอบรื้อค้นข้าวของแถวโต๊ะหมอ
ตาผลพลิกๆ ดูตั้งกระดาษที่วางอยู่บนโต๊ะ เห็นเป็นภาษาญี่ปุ่นเป็นพรืดไปหมด
“ว้า ไม่มีความลับของพวกมันที่เป็นภาษาไทยมั่งหรือไงวะ”
ตาผลวางลง สายตาสอดส่ายจนเหลือบไปเห็นวิทยุเครื่องเล็กๆ เก่าๆ บนชั้นวางของด้านหลัง ตาผลรีบเข้าไปหยิบ ลองบิดปุ่มโน้นปุ่มนี้ พยายามเปิดฟัง
วิทยุเปิด ได้ยินเสียงคลื่นแทรกดังซ่า ตาผลตกใจรีบเบาเสียงลง และค่อยๆ หมุนหาคลื่นอื่นๆ มี
เสียงเพลงบ้าง เสียงโฆษณาบ้างฟังไม่ค่อยชัด ตาผลเอาหูเข้าไปแนบใกล้ๆ เป็นเหมือนรายการข่าว
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่บ้านโป่งและกาญจนบุรี ซึ่งเป็นฐาน สร้างทางรถไฟ สถานการณ์ฝ่ายญี่ปุ่นเลวร้ายลงเรื่อยๆ ไม่มีคนไทยยอมไปเป็นกรรมกร สร้างทางรถไฟ ภายหลังที่มีเหตุการณ์ทหารญี่ปุ่นตบพระ”
ตาผลตกใจ “เฮ้ยยย! ตบพระ.. ไอ้พวกนี้ มันไม่กลัวนรกจะกินกบาลหรือไง กับพระกับเจ้าก็ไม่เว้น”
คลื่นวิทยุขาดๆ หายๆ ตาผลพยายามหมุนจูนๆๆ ปรับเสาอากาศ และเงี่ยหูฟัง ลุ้น
“ปั๊ดโธ่เว้ย.. อย่าเพิ่งหายไปสิ กำลังจะรู้เรื่อง”
วิทยุดังอีก “นอกจากนี้...น็อตบังคับหัวรางรถไฟถูกขโมยหายไปจำนวน 800 ดอก”
ตาผลชอบใจ “เออดี.. สมน้ำหน้ามัน... โอ๊ย”
เสียงร้องตอนท้าย เพราะนายสิบทหารหมอเดินกลับเข้ามาในห้อง ตบหัวตาผลอย่างแรง
“เอาไปเก็บเดี๋ยวนี้”
นายสิบชี้นิ้วแทนคำสั่ง ตาผลกุมหัวด้วยความเจ็บ รีบลนลาน คลานเอาวิทยุไปเก็บที่เดิม
“ไม่มีมารยาท ขี้ขโมย!” หมอทหารด่าเป็นญี่ปุ่น
“โอ๊ย.. โบ้-เบ้อ อะไรไม่รู้เรื่อง แค่นี้พูดดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาตบหัวเลย” ตาผลโวย
นายสิบเงื้อมือทำท่าจะฟาดลงไปอีกที ตาผลกลัว ทำตัวหงอ
ทันใดนั้นเคสุเกะก็วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาในห้อง
“ท่านนายพลมา เร็วเข้า มีประชุมด่วน”
หมอนายสิบพยักหน้า หันมาชี้หน้า ทำตาดุใส่ตาผล แล้วรีบวิ่งตามเคสุเกะออกไป
ตาผลโล่งอก ลุกขึ้นยืนท้าทาย
“โธ่เอ๊ย.. แน่จริงอย่าหนีสิวะ”
ตาผลทำท่าต่อสู้ ชก-ลม แล้ง ตามเรื่อง แล้วก็เอามือลง สงสัย
“มันจะรีบไปไหนของมันวะ”
ตาผลครุ่นคิด รีบตามไปชะเง้อดูที่ประตู
ที่ลานกว้างหลังอู่ โทโมยูกิยืนอยู่บนรถทหาร ข้างล่างซ้ายขวา เป็นโกโบริ และมาซาโอะ
ทหารทั้งอู่อยู่ในท่าตามระเบียบพัก กำลังฟังมาซาโอะ
“สถานการณ์การสร้างทางรถไฟสายไทย-พม่าของกองพลทหารรถไฟที่ 9 คนไทย ไม่ยอมมาทำงานให้เรา”
ตาผลค่อยโผล่ออกมาตามเสาต่างๆ พยายามเข้าไปดูใกล้ๆ
โทโมยูกิว่าต่อ “ทางรถไฟนี้ถูกประมาณการว่าต้องใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 5 ปี แต่ทางโตเกียวเร่งมาว่าจะต้องเร่งสร้างให้เสร็จภายในเวลา 8 เดือน! แต่นี่ก็ผ่านมานานมากแล้ว”
โกโบริหันไปมองโทโมยูกิ ทหารคนอื่นๆ เลิ่กลั่ก
ตาผลหลบอยู่หลังถังน้ำมัน โผล่หัวขึ้นมาดูอีกที
“มันพูดอะไรกันวะ.. ท่าทางจะเรื่องใหญ่”
โกโบริหันไปทางตาผล เห็นแว้บๆ ตาผลรีบก้มตัวหลบ ก้มลงคลานศอกไปกับพื้นกลับไปที่ห้อง
ตาผลทนเจ็บ เพราะแผลยังไม่หายดี โกโบริ เห็นตาผลตอนคลานผ่านระหว่างถังน้ำมัน ส่ายหน้า เอือมระอา

ด้านอังศุมาลินกำลังลงจอบ ฟันท้องร่องให้เป็นขั้นบันได เหงื่อผุดเต็มใบหน้า สักพักก็หยุด พักเหนื่อย เอาแขนเสื้อขึ้นมาซับเหงื่อที่หน้าผาก แล้วกัดฟันลงจอบต่อ
แม่อรนั่งใช้เสียมอันเล็กๆ ช่วยขุด ส่วนยายศรคอยกอบเอาเก็บเศษดิน-เศษใบไม้ออกใส่บุ้งกี๋เอาไปทิ้ง
“เหนื่อยก็พักก่อนได้นะยายอัง.. ค่อยๆ ทำไป”
3 คน กำลังช่วยกันทำหลุมหลบภัย อังศุมาลินหงายมือขึ้นมาดู เห็นรอยแดงช้ำตามง่ามนิ้ว แล้วจับจอบลงฟันดินต่อ
“เดี๋ยวเสร็จตรงนี้ก็คงพอแล้วคะแม่”
“ตาบัวนี่เหลวไหลจริงๆ รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะมาช่วย ป่านนี้ไม่รู้ไปอยู่ไหน” ยายศรบ่น
“เราทำเองได้ก็ทำไปก่อนดีกว่าค่ะแม่.. อย่าเพิ่งหวังไปพึ่งใคร” อังศุมาลินบอก
“นี่ถ้ามีสตางค์สักหน่อย ไปจ้างคนเขามาขุดให้ ก็คงไม่ต้องมาลำบากขนาดนี้” แม่อรว่า
“ไม่ต้องขุดเป็นหลุมหลบภัยหรอกแม่ แค่นี้ก็ใช้หลบระเบิดได้แล้ว ทำเป็นขั้นบันได้สักหน่อย ขึ้นลงจะได้สะดวก คุณยายจะได้เดินลงมาได้ด้วย”
“แล้วถ้าระเบิดมันลงมาตรงๆ ล่ะ แค่นี้มันจะพอกันได้เหรอ” ยายวิตก
“ถ้ามันลงมาตรงๆ ต่อให้อยู่ในหลุมหลบภัยแบบถาวรอย่างดี ก็คงตายอยู่ดีนั่นแหละ”
แม่อรเอ็ด “ยายอัง! พูดอะไรไม่เป็นมงคลเลย”
“ก็จริงนี่แม่”

อังศุมาลินว่า ยิ้มสดใสให้แม่ และยาย แล้วก็ก้มหน้าก้มตาขุดดินต่อไป
ด้านตาผลก้มตัวต่ำ คลาน ลับๆ ล่อๆ กลับเข้ามาในห้องพยาบาลอีกครั้ง รีบเดินตรงไปที่วิทยุ แล้วหยิบออกมา แล้วเอาไปเปิดที่หน้าประตู เพื่อคอยดูลาดเลาไปด้วย

“เอาวะ เป็นไงเป็นกัน”
ตาผลพยายามจูนวิทยุ ให้ได้ยินอีกครั้ง แล้วหรี่เสียงเบาๆ ยกขึ้นแนบหู
“ก่อนที่นายพลนากามูระจะเดินทางมาประจำการในประเทศไทย ก็เข้าพบและได้รับคำตักเตือนจาก ฯพณฯ ดิเรก ชัยนาม ทูตไทยประจำกรุงโตเกียวว่า กรณีที่บ้านโป่ง การตบหน้าพระของทหารญี่ปุ่นครั้งนั้น เป็นจุดบอดสำคัญของความสัมพันธ์”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 9/2 วันที่ 15 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager