อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 9/3 วันที่ 16 ก.พ. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 9/3 วันที่ 16 ก.พ. 56

ฯพณฯ ดิเรก ชัยนาม ทูตไทยประจำกรุงโตเกียวว่า กรณีที่บ้านโป่ง การตบหน้าพระของทหารญี่ปุ่นครั้งนั้น เป็นจุดบอดสำคัญของความสัมพันธ์”
“โอ๊ย.. ไม่ต้องไปสัมพันธ์กับมันแล้ว ไอ้ยุ่นพวกนี้” ตาผลมีอารมณ์ร่วม
“เพราะคนไทยถือว่าการถูกตบหน้าเป็นการลบหลู่เกียรติอย่างมาก เป็นเรื่องน่าอัปยศ และป่าเถื่อน...” วิทยุรายงาน

“จริง...ตบหน้ายอมไม่ได้ ตบหัวก็ยอมไม่ได้ เราคนไทยสู้ตาย”
ตาผลเผลอตะโกนเสียงดัง ทหารบาดเจ็บที่นอนอยู่บนเตียง พลิกตัวตื่น ตาผลค่อยๆ ก้มตัวหลบ



ฟากโทโมยูกิกำลังยืนพูดอยู่บนรถทหาร
“ตอนนี้เราต้องการอาสาสมัครไปพม่าอย่างเร่งด่วน ใครพร้อมจะไปก้าวออกมา”
มาซาโอะหันชำเลืองมองโกโบริ สักพักมีทหารสองสามคนก้าวเท้าออกมาข้างหน้า
“โกโบริไปช่วยที่พม่าได้ไหม” แม่ทัพใหญ่ถาม
สีหน้าโกโบริ อึ้ง ผงะ

แม่อรและอังศุมาลิน นั่งอยู่บนคันดิน ถอดหมวกออกมาพัดให้หายเหนื่อย ยายส่งน้ำในตะกร้าให้กินกัน ตาบัวแบกมุ้งกระหืดกระหอบแหกปากมาจากไกล
“แม่อรรรร.. แม่อังงง.. เกิดเรื่องใหญ่แล้ว”
“โน่นไง.. มาโน่นแล้ว” อังศุมาลินมองไปเห็น
“มาได้จังหวะจริงๆ จวนจะเสร็จพอดี” ยายศรว่า
ตาบัวรีบวิ่งเข้ามาหาใกล้ๆ โยนมุ้งทิ้งลงข้างตัว ทรุดนั่งหอบแฮ่กๆ
“มีเรื่องอะไรเหรอลุง.. ไปไหนมา” อังศุมาลินถาม
“ไปหาหลวงพ่อ.. ยืมมุ้ง.. ที่วัด”
“เอ้า.. พักก่อน ใจเย็นๆ ค่อยๆ เล่า” แม่อรบอก
“มีพระ...เอาบุหรี่ให้เชลยฝรั่ง...แล้วโดนทหารญี่ปุ่นตบหน้า…ล้มคว่ำ” ตาบัวรายงานข่าว
ยายศรตกใจ “หา”
“จริงหรือลุงบัว” อังศุมาลินซัก
“คนไทยไม่ยอม...สู้กัน...คนไทยมีแต่ไม้เป็นอาวุธ...สุดท้ายพวกญี่ปุ่นพาทหารมาสิบกว่าคน
... พอมาถึงศาลาวัดก็ยิงปืนกราด”
“คุณพระ” ยายศรตกใจมาก
“คนไทยตายไปสี่คน” ตาบัวรายงานต่อ
แม่อรถามรัวเร็ว “แล้วหลวงพ่อล่ะ”
“หลวงพ่อ.. หลวงพ่อจำวัดแล้ว” ตาบัวว่า
“แม่.. รีบไปดูที่วัดกันเถอะ” อังศุมาลินบอก
“เดี๋ยวๆ จะรีบไปไหนล่ะ”
“อ้าว...ก็รีบไปดูสิว่ามีใครเป็นอะไรบ้าง”
อังศุมาลินลุกขึ้น รีบส่งมือฉุดให้แม่อรลุกขึ้นมา ทำท่าจะเดินไป
“ไม่ใช่ๆๆ ไปกันใหญ่แล้ว...ไม่ใช่ที่นี่...ที่วัดดอนตูม บ้านโป่งโน่น” ตาบัวบอก
อังศุมาลินอึ้ง “อ้าว”
ยายศรบ่น “เล่าซะตกอกตกใจ ฉันก็นึกว่าที่นี่”
อังศุมาลินแปลกใจ “แล้วลุงไปรู้มาได้ยังไง”
ตาบัวล้วงเอาหนังสือพิมพ์ที่เหน็บไว้ที่เอวส่งให้อังศุมาลินดู
“เอ้านี่...เด็กวัดมันอ่านให้ฟัง”
“หนังสือพิมพ์มหาชน... ฉบับใต้ดินนี่... ลุงไปเอามาจากไหน”
อังศุมาลินรีบรับมาเปิด พลิกดู
“ของเมื่อเดือนธันวา ปีที่แล้ว”
“ใช่...เรื่องมันเกิดเมื่อปีกลาย แต่มันยังไม่จบ...ท่าทางจะบานปลายเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียว” ตาบัวบอกอีก
อังศุมาลินลองอ่านดู
“ข่าวเขาว่าไงบ้างแม่อัง...” แม่อรอยากรู้

ที่โถงใหญ่ของบ้านนรสิงห์ หรือ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ตอนกลางวัน มีข้าราชการหลายคนกำลังนั่งคุยกันบ้าง เตรียมตัวรอเข้าประชุม หลวงชลาสินธุราชกำลังยืนคุยกับข้าราชการผู้ใหญ่อีกสองคน
“ตอนนี้พวกญี่ปุ่นก็ปฏิเสธการรับเชิญไปงานสโมสรสันนิบาตทั้งหมดแล้ว”
ข้าราชการคนหนึ่งเอ่ยขึ้น อีกคนเสริม “ความสัมพันธ์ของเรากับญี่ปุ่นแย่ลงเรื่อยๆ นะท่านว่าไหม”
“จริงๆ ก็ตั้งแต่ที่รัฐบาลญี่ปุ่นมาตั้งกระทรวงมหาเอเชียบูรพาขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกานั่นแล้ว” คุณหลวงบอก
“ใช่...เรื่องทุกที่เกี่ยวกับประเทศไทยก็ต้องเข้าไปอยู่ในความดูแลของไอ้กระทรวงนั่น” คนหนึ่งว่า
“ไม่ต่างอะไรกับแมนจูก๊กและจีนที่มีรัฐบาลหุ่นของญี่ปุ่นปกครอง” อีกคนเสริม
“ใครจะยอมให้ประเทศตกอยู่ในการควบคุมของญี่ปุ่นกัน”
หลวงชลาสินธุราชพูดเสร็จก็เดินเข้าไปในห้องประชุมทันที
ข้าราชการ สองคนมองตามงงๆ

โทโมยูกินั่งอยู่ที่โต๊ะประชุมในห้องประชุม ของอู่ต่อเรือ มีโกโบริ และมาซาโอะนั่งอยู่ด้วย
“ถ้าคุณลุงเห็นว่าผมควรไป.. ผมก็จะไป” โกโบริบอก
เคสุเกะเดินเข้ามายืนอยู่หน้าประตู คำนับขออนุญาต
โทโมยูกิพยักหน้าให้เข้ามา เคสุเกะเดินไปข้างโกโบริ
“ขอโทษครับ...” บอกกับโกโบริ “คนที่ชื่อผล หนีไปแล้วครับ”
โกโบริตกใจ แต่เก็บอาการไว้อยู่

นายพลโทโมยูกิมองอยู่ จึงถามขึ้น “เกิดเรื่องอะไรขึ้นเหรอ”
ที่ร้านกาแฟโกตอนบ่ายๆ ยายเมี้ยน นั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่กลางร้าน มีตาผลยืนประกบ ในฐานะเจ้าของหนังสือพิมพ์

“เมื่อนายอำเภอกับหัวหน้าสถานีตำรวจบ้านโป่ง และหัวหน้าสารวัตรทหารไทยทราบเหตุก็
พากันไปห้ามปราม ก็กลับถูกทหารญี่ปุ่นใช้ปืนยิงเข้าใส่
“เลว ระยำหมา!” ตาแกละด่า
ยายเมี้ยนอ่านต่อ “ต่อมากองทหารญี่ปุ่นที่ประจำอยู่ในค่ายที่จังหวัดกาญจนบุรี ทราบข่าวก็เคลื่อนกำลัง 3 คันรถ ไปล้อมสถานีตำรวจอำเภอบ้านโป่ง จึงเกิดการยิงต่อสู้กันขึ้น ทหารญี่ปุ่นใช้ปืนกลยิงกราดเข้าใส่อย่างดุเดือดอีกที เป็นเหตุให้ตำรวจและชาวบ้านบาดเจ็บล้มตายกว่าร้อยคน..โธ่” ยายเมี้ยนร้องไห้ “แบบนี้มันมากเกินไปแล้ว”
ตาแกละบ่นด่า “ป่าเถื่อนที่สุด”
“ทำกันขนาดนี้จริงๆ เลยเหรอ” วิภางง
“ข่าวเขาจะเขียนยังไงก็ได้...เราไม่เห็นกับตา จะเชื่อทั้งหมดได้ยังไง” อาเม้งถาม
แม่อรอยากรู้หยิบมาอ่านต่อ
“ฝ่ายญี่ปุ่นตายและบาดเจ็บ 4 คน เมื่อเหตุการณ์สงบลง ทางการญี่ปุ่นได้กล่าวร้ายป้ายสีว่า กรณีนี้เกิดจากการยุแหย่ของชาวจีนที่เกลียดชังญี่ปุ่น”
“เห็นไหม คนจีนที่ไหนๆ ก็เกียดญี่ปุ่นทั้งนั้น เว้น..” อาโกเหล่ อาเม้งกะวิภา
ตาผลร้องเรียก “ไอ้บัวๆๆ วู้ๆ”
ตาบัวหันไป มองหา “ไอ้ผลๆ ข้าอยู่นี่ ทางนี้เว้ย ทางนี้”
ตาบัวกระโดดลุกขึ้นยืนโบกไม้โบกมือ ตาผลรีบวิ่งเข้ามา ทั้งคู่โผเข้ากอดกัน แต่แล้วตาผลก็ผลักตาบัวออก
“เรื่องอะไรข้าต้องกอดกะเอ็งด้วย เอ็งทิ้งข้าไปเฉย ปล่อยให้ข้านอนอยู่ในค่ายทหารคนเดียว”
“แล้วนี่หายดีแล้วเหรอพ่อ” แม่อรถาม
อังศุมาลินสงสัย “จริงด้วย...ลุงออกมาได้ยังไง แล้วบอกใครหรือเปล่า”
“ทำไมต้องบอก...ข้ามีขา อยากออกมาเมื่อไหร่ก็เดินออกมา ใครจะมาห้ามข้าได้ ข้าไม่ขออยู่ใกล้กับไอ้พวกยุ่นใจอำมหิตแบบนั้นอีกแล้ว ข้าได้ฟังวิทยุมา เขาว่า ตามต่างจังหวัด มีคนไทยเราลุกขึ้นมาแข็งข้อกับพวกมันหลายที่เหมือนกัน แล้วเราจะขี้ขลาดกันไปทำไม เราก็ลุกผู้ชายไทยคนนึงนะเว้ย”
ฟังตาผลว่า พวกผู้ชายสบตา ฮึกเหิมๆ กัน ส่วนอังศุมาลินกะแม่อร อึ้งๆ

เช้าวันต่อมา บรรดาชาวตลาดพายเรือมา เอาของขื้นท่ากัน ตาผลเดินเตร็ดเตร่อยู่ แล้วพอพ่อค้าชายคนนึงเดินผ่าน ก็เข้าไปกระซิบ
“เฮ้ย พวกเอ็งรู้ไหม ว่าชาวบ้านอย่างเราๆ ก็ช่วยกันไล่ศัตรูไปจากแผ่นดินเกิดได้”
ชาวบ้านสนใจ ตาผลตามกระซิบ พวกคนที่ท่าเรือมาจับกลุ่มกัน ซุบซิบๆ หน้าตาดุเดือดคั่งแค้น
อีกด้านหนึ่งในกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่กำลังตั้งแผงหน้าร้านอาโก ตาบัวกำลังกระซิบกระซาบออกรสชาติ หน้ารูปโปสเตอร์แผ่นนั้นพอดี
“พ่อตาบรู้อะไรไหม ข่าวเขายังบอกว่า ตอนนี้ทุกอำเภอในราชบุรี และก็ที่เมืองกาญจน์ ถูกประกาศให้เป็นเขตทหารหมดแล้ว และพวกไอ้ยุ่นมันก็บังคับให้พวกคนจีนย้ายออกไปด้วย ถ้าใครฝ่าฝืนนะก็จะโดนจับเข้าคุก”
อาโกมามุงด้วย “แล้ววันไหนมันจะกล้ามาไล่อั๊วออกจากตลาดนี้ ก็ให้มากันเล้ย”
“แน่ะๆๆ มาแล้วๆๆ”
ตาผลพยักพเยิด ไปทางทหารญี่ปุ่นที่เดินมาร้านอาโก ทุกคนเงียบเสียง หันไปมอง
“ขอ-กาแฟดำ-4 แก้ว” ทหารญี่ปุ่นร้องสั่ง
อาโกหันไป “กาแฟหมด”
“ไหนหมด นั่นไง” ทหารชี้ที่โต๊ะที่พวกพ่อค้ากิน
“อั๊วบอกว่าหมด ก็หมดสิ ปิดร้าน ไม่ขายแล้วเว้ย” อาโกว่า
พวกญี่ปุ่นมองหน้ากัน คนหนึ่งถาม ไม่พอใจนัก
“แปลว่าอะไร ปิดร้าน”
“แปลว่าร้านไม่เปิดต้อนรับพวกลื้อไง ไป ไปกินที่อื่น ไอ้เตี้ยหมาตื่นเอ๊ย” อาโกหัวเราะ
ทุกคนหัวเราะตาม
“ไอ้โก..มึงว่าใคร เตี้ยหมาตื่น” ทหารชี้หน้า
“ว่ามึง..ไอ้เตี้ยๆๆๆๆ” อาโก ด่าใส่หน้าแบบเผาขน
ทันใดนั้น ญี่ปุ่น 1 ในนั้น ตบอาโกคว่ำลงไป
คนที่เหลือฮือมา กระชากญี่ปุ่น พวกญี่ปุ่นสู้ เกิดการตะลุมบอนขึ้น
แม่อร กับอังศุมาลินเพิ่งช่วยกันยกเข่งมาถึงเห็น แต่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรกันขึ้น
“ยัยอัง...นั่นอะไรกันน่ะ”
พวกผู้ชายวิ่งกรูไปรุมสู้กัน ต่อยตีกันนัวที่ร้าน
หมอโยชิผ่านมาพอดี ตกใจ วิ่งเข้าไปห้าม
“หยุดๆๆอะไรกัน อาโก ตาบัว ตาผล หยุดๆๆ ขอร้องล่ะ” หมอหันมาพูดกับทหารญี่ปุ่น “หยุด ทุกคน หยุดเดี๋ยวนี้”
ทันใดนั้น มีพอค้าชายคนหนึ่ง ไม่ฟังอีร้าค่าอีรม ยกเก้าอี้ ตีหัวหมอโยชิ ล้มลงไป
อังศุมาลินตะลึง “หมอโยชิ”
แม่อรตกใจ “ตายแล้ว”
ทุกคนเข้าไปรุมตื้บๆๆ หมอโยชิอย่างโกรธแค้น
อังศุมาลินร้องลั่น “อย่านะ อย่า พอแล้วๆ อย่าทำหมอนะ อย่า...”
แม่อรรีบกระโดดกอดลูกไว้แน่น เพราะรู้นิสัยลูกดี “อย่า ลูก เขาตีกัน..อย่าเข้าไป เวลาแบบนี้ไม่มีใครฟังใครหรอก”
พวกผู้ชายเข้าไปตีกันเพิ่ม พวกญี่ปุ่นก็ไม่ยอม สู้แบบหน้ามืดตามัว
ทันใด มีเสียงปืนปังๆๆ สิ้นเสียงคำราม ร่างคนไทย 2-3 คน ร่วงลงไป โดนยิงจังๆ
พวกผู้หญิงกรี๊ด ทุกคนหยุด หันไป
เห็นพันโทมาซาโอะถือปืนที่เพิ่งยิ่งออกไป เดินเข้ามา มีทหารญี่ปุ่น 5 คน วิ่งตามมา พากันเอาปืนประทับพร้อม พึ่บๆๆ
ชาวบ้านหน้าซีด ถอยกรูด พวกที่ร่วมตี หลบ หด ถอยไม่เป็นขบวน ส่วนตาบัว ตาผล อาศัยช่วงชุลมุน มุดหายไปตามกองเข่งผักผลไม้แล้วหายแว่บ
“เอาสิ ใครกล้ากับทหารญี่ปุ่น มันต้องตาย!”
มาซาโอะประกาศกร้าว แล้วเดินนำเข้ามา เอาปืนจ่ออาโก ที่อยู่วงในสุด
บนพื้นหมอโยชินอนจมเลือด และมีคนไทย 2-3 คนที่โดนยิง นอนบาดเจ็บอยู่

อังศุมาลิน แม่อร ยืนหน้าซีดอยู่ท่ามกลางพวกผู้หญิงแม่ค้าชาวตลาด
อังศุมาลินมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างตะลึงงัน พวกแม่ค้าหญิงต่างมองลุ้นด้วยความหวาดผวา ต่างถดตัวถอย กลัวภัยถึงตัว

แนวประทับปืนนายทหารญี่ปุ่นทั้ง 5 เล็งเขม็งเกลียวไปยังพวกผู้ชายไทยที่เหลือ ที่ไม่โดนยิงล้ม ทุกคนหยุดนิ่ง เข่าอ่อน มองระหว่างเพื่อนที่ล้ม และปืนที่จ้องเล็งตรงมายังตน
ปืนสั้นของมาซาโอะ กำลังง้างขึ้นไก สีหน้ามาซาโอะยามนี้โหด เดือดดาลสุดขีด อาโกหน้าซีดตาค้าง โดนเล็งปืน
“ไอ้เจ๊กขี้ครอก อยากตายนักใช่ไหม”
อังศุมาลินตะโกนสุดเสียง “ไม่.....”
มาซาโอะหันขวับไป
แม่อรเอาตัวมาบังอังศุมาลิน แล้วพยายามกอดผสมผลักสุดชีวิต จะให้ออกไปจากวงไทยมุง
อังศุมาลินไม่วายดิ้นและตะโกนพลางชี้หน้า ทั้งๆ ที่แม่พยายามรวบตึงสุดแรง “คุณทำเกินไปแล้ว ยิงพลเรือนมือเปล่า นี่เหรอ ชายชาติทหาร”
มาซาโอะฉุนกึก
“เฮ้ย”
มาซาโอะเหวี่ยงด้ามปืนใส่หน้าอาโก จนหน้าหงายปากแตกด้วยความฉุนเฉียว มาซาโอะหันปากกระบอกปืนขวับมาที่อังศุมาลินทันที
แม่อร และพวกแม่ค้าที่ยืนลุ้นอยู่ต่างร้องวี้ดว้ายกัน บ้างวงแตกหนีทางปืนกันจ้าละหวั่น

ตาบัวเร่งฝีเท้าโกยตีนหมามาที่หลังตลาด ตาบัววิ่งลิ้นห้อย หอบแฮ่กๆ ฝีเท้าวิ่งขาขวิดของใครอีกคน (ตาผล)
ตาบัววิ่งลิ้นห้อยแห่ก แล้วหันมองกลับมาข้างหลัง แล้วหน้าเหวอ รีบหันกลับโกยต่อ
ตาบัววิ่งผ่านจุดหนึ่ง หันหลังดูอีก โกยต่อ แล้วมีใครอีกคน (ตาผล) ที่ยังไม่เห็นหน้าโกยตามติด
กว้างครึ่งตัวเห็นใครบางคน(ตาผล)โกยแซงหน้าตาบัวขึ้นมา
รับหน้าตาผลสูดอากาศเข้าแทบไม่ทัน วิ่งแซงตาบัวได้แล้วหันไปมอง (วิ่งกันแบบจริงจังสุดตีน)
ตาบัวฮึดโกยไล่ตามจนมาคู่คี่กัน ตาผลไม่ยอม อึดออกแซงหน้า

ด้านมาซาโอะเดินแหวกผู้คนที่ขวาง จ้องปืนตรงมาที่อังศุมาลิน แม่อรสั่นไปหมด แทบจะเป็นลมตาย ไม่ใช่เพราะกลัว แต่เชื่อว่าอังศุมาลินต้องโดนแน่ๆ
มาซาโอะมาหยุด ถือปืนจ่ออังศุมาลิน
อังศุมาลินยืนเผชิญหน้ามาซาโอะ นิ่งไม่ไหวติง
“นี่หรือทหารเลือดอาทิตย์อุทัยของพระจักรพรรดิ” อังศุมาลินเน้นคำ “ยิงชาวบ้านที่ไม่มีอาวุธแล้วยังจะยิงผู้หญิงด้วยหรือ”
“นังนี่ปากดีนัก” มาซาโอะกระชากแขนอังศุมาลินออกมา แม่อรกรี๊ด
เสียงหมอโยชิดังขึ้น “หยุดเดี๋ยวนี้..ท่านผู้พันมาซาโอะ”
หมอโยชิที่พยายามยันตัวในสภาพเลือดเปรอะทรงตัวลุกขึ้น มาซาโอะหันไป
“ผมขอ อย่าทำร้ายเธอ”
“โยชิซัง!”
หมอโยชิเดินมาจนถึงตัว
“เธอเป็นลูกศิษย์ผม”
มาซาโอะพูดไทยช้าๆ “มิน่า...พูดญี่ปุ่นได้..เธอ..สามแม่ลูก ที่อยู่บ้านสวนติดอู่เรือ”
อังศุมาลินจ้องเขม็ง แม่อรใจจะขาดเข้ามาบีบแขนอังศุมาลิน ว่าให้พอๆๆ
มาซาโอะตะคอก “ใช่ไหม ทำไมไม่ตอบ พูดออกมาสิ”
แม่อร และแม่ค้าชาวตลาดช็อกกัน อังศุมาลินยังนิ่ง สีหน้าเรียบเฉยไม่หวาดหวั่น
พวกผู้ชายเริ่มฮึดฮัด
“ผู้พันมาซาโอะ ผมขอร้อง”
“ขอร้องรึ ได้”
มาซาโอะคำราม ยกปืนขึ้นมาอีก

ที่หลังสวนตาบัวลิ้นห้อยหอบแฮ่กๆ มีหน้าตาผลโผล่มาข้างๆ
เสียงตาบัวแทบฟังไม่ได้ความ “อะ เอ็งวิ่งแซงข้า”
ตาผลสูดลมเข้าออกฟืดฟาด ฟังไม่ได้ความเช่นกัน “ก็เอ็ง กะ โกย ตามข้า”
ตาบัวสูดลมหายใจไปด้วย ยังพูดแทบไม่ได้ความ “อะ เอ็ง โกยก่อน”
“กะ ก็ ข้าเห็นเอ็งจะโกย” ตาผลบอก
ตาบัวหยุด หน้าซีด รีบอ้าปากสูดหายใจพะงาบๆ
พูดยังฟังแทบไม่ได้ความ “อย่าคุย”
“หะ ฮะ” ตาผลบอก
ตาบัวพูดเบาลง “อย่าคุย ข้าเหนื่อย”
ตาผลเบาลงด้วย “อา ราย”
ระหว่างนั้นเสียงโกโบริดังขึ้น “หายแล้วหรือ”
ตาผลพูดได้เบาๆ เพราะตอนนี้เหนื่อยจนไส้แทบปลิ้น “ถาม ทามมาย”
เสียงโกโบริถามอีก “หนีออกมา หายไข้แล้วหรือ”
ตาผลเริ่มคุ้นเสียง แต่ไม่ทันได้หันไป มีมือมาคว้าหมับที่ไหล่
ทั้งสองต่างอยู่ในท่าหอบสี่ขาเป็นหมาอยู่ด้วยกัน หันไปเห็นพร้อมกัน มีทหารญี่ปุ่นสามนายมาคว้าที่ไหล่คนทั้งสอง มีโกโบริยืนอยู่หลังถัดไปกับเคสุเกะ

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 9/3 วันที่ 16 ก.พ. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager