อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 15/3 วันที่ 3 มี.ค. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 15/3 วันที่ 3 มี.ค. 56

โกโบริขยับเดินตรงเข้าไปหาอังศุมาลินทันที อังศุมาลินตกใจจะขยับถอย โกโบริคว้าดึงไว้ได้ก่อน
“นี่คุณ”
“คุณเพิ่งได้รับคำสอนว่าไม่ให้หยิ่งทะนงอีกต่อไปไม่ใช่หรือ คุณเป็นสมบัติของผมแล้ว และเราก็ต้องพูดจาปรองดองกัน”
อังศุมาลินตาโต เถียงไม่ออก ตะลึงนิดๆ กับถ้อยคำที่โดนย้อน
“ฉะนั้น ตอนนี้คุณต้องเชื่อฟังผม”

“แต่...”
อังศุมาลินขยับกุมสายปลดชุดไว้แน่น มองโกโบริขวางๆ
โกโบริหัวเราะนิดๆ “คุณ เลิกระแวงผมเสียเถอะ แค่จะช่วยคุณ เท่านั้นจริงๆ”


อังศุมาลินอึ้ง เสียหน้า ยินยอมให้โกโบริช่วย
โกโบริแกะไปคุยไป “วันนี้คุณสวยมาก ใครต่อใครก็ชมคุณ...แต่ผม ชอบแบบวันที่เรา..หมั้นกันมากกว่า” นิ่งไปนิด แล้วยิ้มกว้าง “นี่แม่ผมส่งโทรเลขมาอวยพรตั้งแต่เมื่อเช้า คุณอยากเห็นไหม”
อังศุมาลินตัวเกร็ง รีบพยักหน้ารับ เพื่อให้โกโบริวางมือไป
โกโบริหันไป หยิบโทรเลขออกมาจากเสื้อ แล้วยื่นส่งให้ อังศุมาลินรับไปดู รีบคลี่ออกแต่พลิกหมุนไปมาโกโบริเหลือบมอง
โกโบริแซว “ลูกศิษย์หมอโยชินี่เก่งนะ อ่านกลับหัวได้ด้วย”
อังศุมาลินเถียง “ก็อ่านไม่ออกนี่ ตัวคันจิ..เป็นจุดอ่อนของชั้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”
“รู้สึกหมอเขาลืมสอนคุณไปประโยคหนึ่ง ผมสอนให้เอาไหม”
อังศุมาลินรีบตัดยท “ไม่ต้องค่ะ”
โกโบริหัวเราะเบาๆ ทำเป็นจดจ่อกับการแก้เงื่อนโอบิตรงหน้า ที่ไม่ยอมแก้ให้หลุดออกจริงๆ เสียที
อังศุมาลินถาม “จดหมายเขียนว่ายังไงคะ”
“คุณสนใจด้วย”
อังศุมาลินงอน “ไม่ต้องบอกก็ได้ค่ะ”
โกโบริรีบบอก คล่องราวกับท่องมาช่วยแต่งเป็นคำโคลงให้ด้วย “ขอให้ความหวังและแผนอนาคต ที่วางร่วมกันไว้ประสบผลสำเร็จ ขอให้ความฝัน ความปรารถนาดี ที่รอคอยร่วมกันมา จงสัมฤทธิ์ผล”
อังศุมาลินงง “แปลว่า”
“เอ จะแปลยังไงดีล่ะ...ขอให้เธอทั้งสอง ได้บรรลุผลตามสิ่งที่มุ่งหวังตั้งใจและที่ได้วางแผนร่วมกันไว้ขอให้เธอทั้งสอง ได้พานพบกับความฝัน และความมุ่งมาดปรารถนาดีทั้งมวล ที่ได้กลายเป็นจริง..แล้วคุณรู้ไหม โคลงบทนี้มีต่อไปว่ายังไงอีก”
อังศุมาลินสั่นศีรษะโดยเร็ว
โกโบรินิ่งไปครู่ พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย “ขอให้ความรักและดวงใจทั้งสอง ผนึกรวมกันเป็นหนึ่งเดียว” โกโบริพูดต่อเป็นภาษาอังกฤษ “may the love you share, be all two hearts could hold” ยิ้มตาเป็นประกายฝันๆ แล้วลองแปลเป็นไทย “ขอให้ความรักและดวงใจทั้งสอง ผนึกรวมกันเป็นหนึ่งเดียว”
โกโบริถอนใจน้อยๆ ยิ้มเศร้าๆ แล้วแก้เงื่อนโอบิโดยเร็ว ก่อนจะถอยออกมา
โกโบริหัวเราะขื่นๆ ประชดนิดๆ “น่าขัน ที่จนมาตอนนี้ เราก็ยังใช้ภาษาเดียวกันให้เข้าใจกันไม่ได้...” และอยู่ๆ หักมุมทันที “เชิญคุณเปลี่ยนชุดได้”
โกโบริเดินไป มองวิวนอกหน้าต่างตามเดิม

อังศุมาลินมองตามไป แววตาอ่อนลง สีหน้าเศร้า
ฉากบังตากรุกระดาษลวดลายทิวทัศน์ญี่ปุ่น ที่เดิมตั้งเป็นส่วนบังตาตรงมุมเปลี่ยนเสื้อผ้า ถูกย้ายนำมาตั้งไว้กลางห้อง ระหว่างฟูก ที่นอน 2 อัน ที่ถูกจับแยกออกจากกัน

โกโบริยืนพยายามจัดวางฉากนั้นให้สมดุลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเดินไปชะโงกดูที่อีกฝั่งของฉาก
ฟูกที่ถูกแยกออกจากกัน ถูกคั่นด้วยโต๊ะสี่เหลี่ยมตัวเตี้ยที่วางไว้ตรงหัวนอน บนโต๊ะนั้น มีแจกันแก้ว ปักดอกมะลิซ้อนไว้เต็ม
โกโบริจัดที่นอนเสร็จ หันไปเห็นอังศุมาลินยืนงงอยู่ที่เดิม มองหาบางอย่างไปรอบๆ
“เสื้อผ้าคุณอยู่ในตู้”
โกโบริบอก พลางชี้ไปที่ตู้สี่เหลี่ยมแบบฝาเลื่อนแปลกตาที่ด้านปลายเท้า
อังศุมาลินเลื่อนฝาประตูตู้ออก เห็นภายในมีเพียงเสื้อผ้าของตนที่จัดไว้ด้านหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งนั้นว่างเปล่า อังศุมาลินรีบหยิบชุดตนออกมา
โกโบริรีบหันกลับ เดินไปทางฝั่งของตน เพื่อให้ฉากที่กั้นกลาง ทำหน้าที่บังตา
โต๊ะเขียนหนังสือตัวเก่าของอังศุมาลิน ที่ตั้งอยู่มุมห้อง ด้านที่นอนโกโบริ มีซามิเซ็งวางคู่อยู่กับขิม
อังศุมาลินเปลี่ยนชุดอยู่ที่หลังฉาก คอยมองระวังโกโบริอยู่ตลอด แต่โกโบริสนใจอยู่กับขิมบนโต๊ะตรงหน้าเท่านั้น จับไม้ไล่ตีไปมาเบาๆ

สักพัก อังศุมาลินเปลี่ยนชุดนอนเป็นซิ่นยาว เสื้อแพร ขมวดผมไว้กลางศีรษะ ใบหน้ายังแต่งไว้หน้าเตอะ เดินออกมามองหาให้แน่ใจ แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะริมหน้าต่างที่มีเหยือกน้ำโถใหญ่วางอยู่กับอ่างเคลือบใบโต พยายามจะยกเทน้ำแต่ไม่สำเร็จ
อังศุมาลินจึงเอ่ยขึ้น “เอ่อ..ช่วยรินน้ำให้หน่อยได้ไหมคะ”
“อะไร..ออ ได้ซิ”
โกโบริหันไปมองอังศุมาลิน อังศุมาลินเสไปมองทางอื่น
ครู่ต่อมาโกโบริยกโถเหยือกเทให้ อังศุมาลินหันกลับมามองไปที่ชุดเครื่องแบบที่โกโบริใส่อยู่ เหมือนอยากจะถาม โกโบริเหลือบเห็นสายตานั้นพอดี
“ไม่เป็นไร ผมนอนแบบนี้เลยได้ เคยชินแล้ว หลับแบบใส่เครื่องสนามเต็มตัวหนักกว่านี้ก็ยังมี...แต่หน้าคุณ ต้องใช้น้ำมันล้างด้วย ถึงจะออก น้ำเปล่าอย่างเดียวไม่ไหวแน่ น้ำมัน...อยู่ที่โต๊ะ...” โกโบริพยักพเยิดไปที่โต๊ะเครื่องแป้งใหม่
อังศุมาลินหันตัวเดินไปโต๊ะเครื่องแป้ง ที่เป็นแบบนั่งพื้น มีกระจกบานเหลี่ยม มีลิ้นชักต่างๆ นั่งพับเพียบลงตรงหน้าโต๊ะ แล้วก็ต้องชะงัก
เมื่อเห็นกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเปิดอ้าวางอยู่ มีสร้อยคอทองคำขาวเส้นเล็ก และล็อคเก็ตทองคำขาวรูปหัวใจ ประดับด้วยเพชรและไข่มุกสีชมพู บรรจุอยู่ภายใน
อังศุมาลินเข้าใจได้ทันที หันขวับไปทางโกโบริที่ยืนมองรออยู่
“ของขวัญของคุณ จากผม”
“ขอบคุณค่ะ”
โกโบริถามเก้อๆ “คุณชอบไหม”
อังศุมาลินอึกอัก “มัน...” พูดไม่ออก “ดีเกินไป”
“ไม่มีอะไรดีเกินไปสำหรับคุณ ถ้า...ผมทำให้ได้”
“ขอบพระคุณ”
อังศุมาลินบอก พร้อมกับมองไข่มุกนั้นนิ่งไปพักหนึ่ง โกโบริมองอาการนั้น พยายามจะอ่านความรู้สึก ลุ้นให้อังศุมาลินหยิบขึ้นมาลองใส่
แต่แล้ว อังศุมาลินกลับปิดกล่องนั้น ผลักออกไปทางหนึ่ง แล้วหันมองดูกล่องเครื่องสำอางจากญี่ปุ่น ที่มีของต่างๆ พวกครีม น้ำมัน โทนเน่อร์ โลชั่นเป็นชุด วางเรียงราย อย่างไม่คุ้น แล้วเลือกหยิบขวดน้ำมันมะกอกขึ้นมาส่องอ่านดูเปิดขวด แล้วเทนั้นใส่มือ เอาน้ำมันแตะๆ ทาหน้า
โกโบริอดรนทนไม่ได้ ลุกมา “ผม..ทำให้ดีกว่า”
อังศุมาลินอ้าปากจะค้าน แต่โกโบริลุกมานั่งลงข้างๆ แล้ว แล้วเปิดถุงกระดาษสาเล็กๆ ตรงแถวเครื่องสำอางนั้น ดึงสำลีที่ทำเป็นก้อนกลมๆ ไว้แล้ว ออกมา แล้วเอาน้ำมันมาเทใส่
อังศุมาลินมอง งงๆ
“ผมเคยเห็นแม่ทำบ่อยๆ..แม่ใช้เวลานาน และดูยุ่งยากมาก”
อังศุมาลินจะแย่ง “ฉันทำเอง ฉันทำได้ ฉันก็เคยแต่งหน้ารำละครมาแล้ว”
“แป้งแบบญี่ปุ่น ไม่เหมือนแป้งของที่ไหน อยู่เฉยๆ เถอะ หลับตา...”
อังศุมาลินจะค้าน แต่โกโบริมองมา หน้าจริงจัง ไม่ได้มีเลศนัยอะไร มือถือสำลีข้างหนึ่ง น้ำมันข้างหนึ่ง ท่าทางจริงจังและพร้อมมาก
อังศุมาลินจำต้องหลับตาลง
โกโบริเช็ดหน้าให้อังศุมาลินอย่างตั้งใจ ท่าทีอ่อนโยน มือไม้เก้กัง ไม่ถนัดนัก แต่ก็ตั้งใจเต็มที่
อังศุมาลินหลับตา เงยหน้าแบบจำนน
โกโบรินิ่งมองใบหน้านางกลางใจ แววตาอ่อนโยน แล้วเช็ดไปอย่างพยายามให้ดีที่สุด สุภาพที่สุด
ในแสงตะเกียง มีเงาสองคนทาบบนฉาก เห็นภาพที่สวยงาม ประทับใจ

ตะเกียงถูกหรี่ลดแสงลง โกโบริกำลังค่อยๆ ปลดชุดเครื่องแบบออก ข้างในใส่เสื้อยืดขาวคอกลมด้วย
ส่วนที่หลังฉาก อังศุมาลินนั่งบนที่นอนของตน พนมมือสวดมนตร์ตามที่ปฏิบัติเป็นประจำ หางตาแลเห็นเงาของโกโบริทอดลงบนฉาก เดินไปมาเฉียดเข้ามาใกล้ที่ฉาก แล้วห่างออกไป
อังศุมาลินแอบมองอยู่ครู่หนึ่งจนแน่ใจ แล้วหันกลับ พยายามตั้งสติสวดมนตร์ต่อครู่เดียว ยินเสียงเคลื่อนไหว ประกอบกับเสียงขยับของฉากดังมาอีก เพราะโกโบริมาจัดหมอนผ้าห่มอยู่ตรงหลังฉาก อังศุมาลินเหลียวขวับไปดูอีกครั้ง และเลยไม่สวดต่อรีบก้มกราบกับหมอน แล้วล้มตัวนอน
พร้อมกับดึงผ้าห่มปิดมิดถึงคอ สอดตาคอยมองจ้องที่ฉากไม่วางตา

ส่วนที่หน้าฉากกั้นโกโบริซึ่งยังไม่ได้สวมเสื้อ เดินมาเทน้ำในชามอ่างทิ้งลงหน้าต่าง แล้วเทจากโถเหยือกลงไปใหม่ เพื่อวักล้างหน้าล้างตัว
โกโบริซับเช็ดหน้า เช็ดตัวด้วยผ้าขนหนูที่มีคนวางพับไว้ให้บนโต๊ะเหยือกน้ำแต่แรกแล้ว สวมเสื้อยืดขาว หวีผมพลางหันไปหยุดจ้องมองที่ฉาก
เงาโกโบริทอดดำทะมึนเข้ามาใกล้ที่มุมฉาก แล้วหยุดนิ่ง อังศุมาลินนอนหลับตา ตะแคงตัวหันมาทางฉากนิ่ง
โกโบริขยับเดินถอยออกมา ดับตะเกียง แล้วล้มตัวลงนอนถอนใจยาว ห่มผ้าหลับตานอน

อังศุมาลินค่อยๆ หรี่ตาขึ้น มองจนแน่ใจ จึงลืมขึ้นเต็มตา พลางถอนใจ ลุ้นแล้วเล็งจ้องมองไปที่ฉากอยู่อย่างนั้น จนแสงตะเกียงดับมืดลงไปทั้งห้อง
คืนแรกของชีวิตหลังแต่งงานผ่านพ้นไป ฉากกรุกระดาษในห้องหอ ถูกแสงทองยามเช้าอ่อนๆ ค่อยๆไล่สาดกระทบ ยินเสียงไก่ขันมาไกลๆ

โกโบริสวมถุงเท้าเสร็จ พยายามเดินด้วยฝีเท้าเบากริบ ในเสื้อยืดขาว กับกางเกงเครื่องแบบขาว ค่อยๆ ดึงประตูเปิดออกและปิดลงเงียบๆ
อังศุมาลินที่ยังนอนตะแคงอยู่ท่าเดิมไม่เปลี่ยนได้ยินเสียง ก็รู้สึกตัว ค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น แล้วรีบเพ่งตามองไปที่ฉากกั้น แลเห็นฉากยังวางตั้งอย่างเดิมไม่ได้ถูกขยับย้ายแต่อย่างใด
อังศุมาลินโล่งอก สีหน้าพอใจ

หลังจากนั้นอังศุมาลินมองกองที่นอน ผ้าห่ม และหมอน ฝั่งโกโบริ ถูกเก็บพับไว้เรียบร้อยอย่างดี
อังศุมาลินหันสำรวจดูต่อรอบห้อง เหลือบไปเห็นที่โต๊ะหนังสือเก่า เห็นเครื่องแบบขาวที่ติดยศครบครัน ของโกโบริตกลงมากองอยู่บนพื้นข้างโต๊ะ
อังศุมาลินเดินเข้าไปใกล้ๆ มองอย่างตัดสินใจ ก้มลงเอามือหยิบคีบ เหมือนไม่อยากแตะต้อง แล้วจึงเอาเสื้อขึ้นมาวางพาดพนักเก้าอี้ไว้ ทีแรกจะทำลวกๆ แต่แล้ว ในที่สุดก็ทนไม่ได้ ไปหาไม้แขวนเสื้อ มาแขวน จัดทรงให้ดี แขวนที่ตะปูบนผนังห้อง
อังศุมาลินเห็นผ้าเช็ดหน้าสีโอลด์โรสพับแล่บออกมา จากกระเป๋าเสื้อ จึงตัดสินใจเอื้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาคลี่ดู เห็นเป็นผ้าผืนเดิมที่ของเธอเคยให้ มีรอยคราบเลือดเก่าและเปื้อน ผ่านการใช้มา อังศุมาลินอึ้ง รู้สึกซาบซ่านอย่างบอกไม่ถูก

ภายในครัวหม้อข้าวต้มควันกรุ่น กำลังถูกเคี่ยวคนไปมา แม่อรเติมเครื่องปรุงลงไปในหม้อ ก่อนจะตักชิม แล้วเดินออกมาจากครัว เหลือบไปเห็นอังศุมาลินที่เพิ่งเดินออกมาจากห้อง
“ตื่นแล้วหรือลูก”
แม่อรเดินไปหยิบเครื่องเคียงผักที่หั่นไว้ที่เขียง
“ตะกี้พ่อดอกมะลิบอกว่าจะไปอู่ แล้วเย็นๆ พ่อโกโบริจะมากลับทานข้าวมั้ยนี่” แม่อรถาม
“ไม่ต้องห่วงหรอก แม่อร เรากินอะไร พ่อดอกมะลิก็กินได้ คงไม่ยุ่งยากหรอก” ยายศรบอก
อังศุมาลินบอกหน้านิ่ง “โกโบริคงไม่กลับมาหรอกค่ะ”
แม่และยายเหลียวมามองอังศุมาลิน สบตากัน แล้วอึ้ง
อังศุมาลินรีบถาม “ให้หนูช่วยอะไรมั้ยคะ”
“ไม่เป็นไรจ้ะ จะเสร็จแล้ว หนูไปล้างหน้าล้างตาเถอะ”
อังศุมาลินเหมือนยืนคว้าง ท่าทีสับสน

ที่อู่ต่อเรือ เช้าวันเดียวกัน เห็นทหารญี่ปุ่น และกุลีรับจ้างทั้งไทย จีน กำลังแบกหามกันวุ่นวาย ขณะที่โกโบริเดินดุ่มๆ มา
ทหารแถวนั้นบ้างทำความเคารพ บ้างหันมอง งง มาทำไมแต่เช้า
สีหน้าโกโบรินิ่งๆ เดินตรงดิ่งไป หมอทาเคดะเดินผ่านมาเห็นพอดี จึงทัก ท่าทีงงๆ
“โกโบริ นี่คุณอยู่ในระหว่างวันพักหยุดงานไม่ใช่หรือ”
“ทาเคดะซัง...ออ เปล่า...เอ่อ..มีงานกองอยู่อีกเยอะบนโต๊ะผม”
หมอทาเคดะถอนใจเบาๆ “ถ้าผมไม่รู้จักคุณ ผมก็จะบอกว่าคุณเป็นเจ้าบ่าวที่ประหลาดไปหน่อยนะ ยอมทิ้งเจ้าสาวมาอยู่กับกองกระดาษบนโต๊ะ...แล้วเจ้าสาวคุณยอมหรือ”
โกโบริแทบจะยิ้มรับ
“เจ้าสาวผม...” แต่เป็นยิ้มขื่นๆ “ยินดีเชียวละคุณก็น่าจะรู้”
หมอทาเคดะนิ่งไป โกโบริรีบเดินจากไป

ตอนสายวันนั้น กล่องของขวัญมากมายถูกนำมาวางกองไว้เต็มบนยกพื้นชานเรือน เคสุเกะยืนยิ้มเหงื่อตกกับพรรคพวกทหารจากอู่อีก 3-4 นาย
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมากๆ” อังศุมาลินบอก
แม่อรเดินออกมากับคุณยาย
“อะไรน่ะ ลูก ขนกันมาซะเต็มบ้านเชียว”
“เขาเอาของขวัญมาให้ค่ะ โกโบริให้ขนมาค่ะ”
“อ้อ ที่มีอยู่ยังไม่รู้จะหาที่เก็บไว้ไหนหมดเล้ยพ่อคู้น ขอบใจมากนะจ๊ะ” แม่อรบอก
“ทานน้ำทานท่ากันก่อนไหม น้ำชาก็มีนะ ญี่ปุ่นเขาต้องดื่มชา เอาไหม” ยายศรถาม
อังศุมาลินรีบแปล “ทานน้ำก่อน..นั่งลงสิ ทุกคน”
“โอ ไม่ๆ ขอบคุณครับ ผมต้องรีบไป สาหวัดดีคับ”
เคสุเกะและพรรคพวกชิดเท้าพรึบพับแล้วหันเดินกลับไป
เคสุเกะนึกได้ หันมา “อ้อๆๆ ขอโทษครับ ผมลืมไป นายช่างโกโบริบอกว่า ที่อู่มีงานด่วนมาก คงไม่กลับมาบ้านนี้ครับ ไปล่ะครับ” เคสุเกะรีบไป
อังศุมาลินอึ้ง
ยายศรถาม “มีอะไรหรือลูก”
“โกโบริบอกว่า...ที่อู่งานยุ่งมาก...จะไม่กลับบ้านค่ะ”
อังศุมาลินบอกท่าทีดูเย็นชา แม่กับยายต่างสบตากัน

เวลาเดียวกัน ฝีเท้าใครคนหนึ่ง เดินอย่างรวดเร็วมาตามทางเดิน นายตำรวจคนหนึ่งเดินผ่าน หยุดทำความเคารพแข็งขัน
ที่แท้เป็นสารวัตรองอาจรับความเคารพเดินลิ่วต่อ
ที่นี่คือ “กองตำรวจสันติบาล พระนคร ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๘๖”
สารวัตรเดินมาถึงหน้าห้องควบคุมตัวพิเศษ มีนายตำรวจคนหนึ่งรออยู่
“มีอะไรเพิ่มเติมไหม”
“เขาไม่ยอมให้ปากคำอะไรเพิ่มเติ่มอีกเลยครับ บอกอย่างเดียวว่าขอพบท่านปรีดี หรือหลวงอดุลย์ท่าเดียว”
คนที่ตำรวจนายนั้นกล่างถึง คือ “หลวงอดุลเดชจรัส หรือ พลตำรวจเอก อดุล อดุลเดชจรัส อธิบดีกรมตำรวจ ต่อมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าขบวนการเสรีไทย”
“ท่านอดุลรู้เรื่องหรือยัง” สารวัตรองอาจถาม
“รู้แล้วขอรับท่านสั่งให้กักตัวไว้ที่นี่ให้เงียบที่สุดขอรับ
สารวัตรองอาจพยักหน้ายิ้มๆ พอใจ
“ท่านคงเห็นว่าเป็นไส้ศึกศัตรู จะนำพาความฉิบหายมาสู่บ้านเมืองนะสิ”
สารวัตรองอาจเดินเข้าไปดูที่ช่องหน้าต่างห้อง เห็นจุ้นเคงหรือพงศ์นั่งนิ่งอยู่ในห้องคนเดียว
“ไปกำชับทุกคนที่นี่ด้วยว่าให้ปิดเงียบ ถือเป็นความลับชั้นสุดยอด”
“ได้ขอรับสารวัตร”

ท่าทีของสารวัตรองอาจดูออกว่าคิดหนัก
อีกฟากหนึ่งฝีเท้าชายสองคนรีบจ้ำๆ ไปบนพื้นดิน ซึ่งเป็นตาบัว ตาผลกำลังแบกหามบางอย่าง เซๆ ไปมา ยินเสียงดิ้นขลุกขลักๆ

“ไอ้หอยนี่มันจะดิ้นอะไรนักหนา หนักยั้งกะช้างจะดิ้นอีก” ตาบัวบ่น
ตาผลร้องบอกคนข้างในโลง “เฮ้ย ไอ้หอยเบื๊อก จะพาไปส่งแล้วจะดิ้นทำไม”
ตาบัว กะตาผลกำลังหามโลงศพตรงไปที่ท่าน้ำวัด
เวลาต่อมาโลงศพถูกวางลงโครมที่ศาลาท่าน้ำวัด

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 15/3 วันที่ 3 มี.ค. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager