อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 16/2 วันที่ 5 มี.ค. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 16/2 วันที่ 5 มี.ค. 56

กำนันนุ่มยืนกวาดตามองทั่วบริเวณ แล้วหันมาหนักใจ
“ดูยังไง ก็ยังมีร่องรอยให้เขาสงสัยได้อยู่ดี มันรอยปราบใหม่ๆ ทั้งนั้น มองปราดเดียวก็รู้ว่าตรงนี้เคยเป็นบ้าน ต้นหมากรากไม้ก็มีรอยถางผิดกับตรงอื่น”
อังศุมาลินหารือ “จะทำยังไงดีละค่ะ”
กำนันมีท่าทีหนักใจ “ถ้างั้นเอางี้...”
สามคนตั้งใจฟัง

อังศุมาลินเดินเร่ง เลี้ยวมาถึงหน้าเรือน โกโบริโผล่พรวดออกมา
“ฮิเดโกะ เป็นยังไงบ้าง”



“เรียบร้อยแล้วค่ะ” อังศุมาลินนึกห่วง “ทำไมคุณไม่กลับอู่”
“อ้าว..ผมนึกว่าคุณต้องการให้ผมอยู่ เพื่อไว้อ้างสถานที่ ผมเลยอยู่คอย…”
อังศุมาลินมองอย่างซาบซึ้ง บอกเสียงอ่อนโยน “ยุงชุมจะแย่ ทำไมไม่ขึ้นข้างบน”
“ผมเป็นห่วงคุณ กลัวว่าตาสองคนนั่นเกิดหนีไป... แล้วคุณจะทำยังไง เลยลังเล...ต้องมายืนรออยู่นี่ ถ้าคุณมาช้าอีกนิด ผมคงเดินกลับไปดูแล้ว”
อังศุมาลินอึ้ง เสียงอ่อนลงมาก “ขอบคุณ ขึ้นบ้านก่อนไหม”
โกโบริลังเล
อังศุมาลินคะยั้นคะยอ “แวะก่อนซิคะ”
โกโบริดีใจ แววตาเป็นประกาย

ครู่ต่อมาประตูเรือนเปิดออก อังศุมาลินโผล่เข้ามา แม่อรเปิดรับสีหน้ากังวลถามร้อนรน
“พบคุณพ่อหรือเปล่าลูก”
โกโบริเดินตามเข้ามา แม่อรชะงัก อ้าปากค้าง
ยายศรรีบตัดบท “อ้าวพ่อดอกมะลิ ไม่เห็นกลับมากินข้าวเย็นด้วยกันเลย”
“ไม่ต้องห่วงครับ ที่อู่มีจัดไว้แล้ว”
แม่อร ยายศร สบตาเลิกลัก แล้วต่างรีบยิ้มแต้ ประจบโกโบริ เพราะไม่รู้สถานการณ์ ว่าโกโบริก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว

ยายศรกำลังตัดขอบใบตองรีดแห้งให้ได้ขนาด ข้างๆ มีกองใบตองตานีแห้งวางพะเนินอยู่ เห็น ยายศรกำลังนั่งตัดขอบ แม่อรลงมานั่งมัดเชือกใบที่ตัดแล้วเข้าด้วยกันเป็นตั้งๆ ต่อ โกโบริมานั่งมองอย่างสนใจ
“ทำอะไรครับ”
“เอาไว้มวนบุหรี่ตะพานโพจ้ะ รู้จักมั้ย”
โกโบริทำหน้างงๆ
“ทำซิกาแรต” แม่อรบอก
โกโบริตื่นเต้น “อู..ให้ผมช่วยบ้างได้ไหม”
ยายร้อง “ไฮ้”
โกโบริยิ้ม หัวเราะเสียงดัง
อังศุมาลินเปลี่ยนชุดออกมาจากห้อง
“ยายอัง ไปดูในครัวซิลูก มีอะไรยกมาเลี้ยงกันได้มั่ง” แม่อรบอก
โกโบริก้มหน้าทำ “ผมไม่หิว”
อังศุมาลินเดินหายเข้าไปในครัว ออกมาพร้อมกับถ้วยขนม มาวางแล้วถอยไปนั่งมุมหนึ่ง
“ขนมจ้ะ” แม่อรว่า
โกโบริวางมือจากห่อมัดใบตองที่เพิ่งเสร็จ หันมายกถ้วยขนมบัวลอยขึ้นมาดู
“ขนมบัวลอย...ลองกินดู อร่อยนะ”
โกโบริยิ้มสดใสชอบอกชอบใจ ตักบัวลอยชิมดู อังศุมาลินแอบมองกิริยานั้น
“โมจิ..ผมหมายถึง ขนมของญี่ปุ่นที่คล้ายแบบนี้ เขาใช้ข้าวเหนียวมาโขลกเป็นก้อน”
“อ้อเขาเรียก โมจิ เหรอจ๊ะแล้วข้าวสุกละ” ยายถาม
“โงฮัน ..ถ้าข้าวยังไม่ได้หุง” โกโบริบอก
“เขาเรียก ข้าวสาร” ยายศรบอก
โกโบริบอก “โคเม”
ยายถามอีก “เนื้อหมูล่ะ”
“บุตานิก เนื้อวัวก็ กียูนิก”
โกโบริคุยไปกินไปจนบัวลอยหมดถ้วย
พลันขันน้ำเย็นเลื่อนมาให้ โกโบริหันมอง อังศุมาลินที่วางขันมา รีบถอยไปนั่งนิ่งเงียบ แววตากังวล
โกโบริยกขันน้ำขึ้นจิบชื่นใจ พลางบอก
“ผมคงต้องไปเสียที”
แม่อรงง “อ้าว”
“เอ้อ ผมมีงานด่วนต้องทำ” โกโบริหันไปหาอังศุมาลิน มีนัย “ถ้ามีอะไร ให้คนไปตามผมที่อู่ได้ตลอดเวลานะ”
อังศุมาลินรับเบา “ค่ะ”

โกโบริลุกขึ้น ค้อมตัวลาอย่างสุภาพ แล้วหันกลับ อังศุมาลินลุกเดินตามมาห่างๆ
โกโบริกำลังจะลงพ้นประตูเรือน ชะงักเล็กน้อย เหมือนจะหันกลับมาพูดอะไร แต่เปลี่ยนใจ ถอนใจน้อยๆ แล้วรีบเดินลงไปอย่างรวดเร็ว อังศุมาลินมองตาม แล้วเอื้อมปิดประตูลง

ครู่ต่อมาแม่อร ยายศร ที่จับๆกองใบตองรอๆ ไปมา อังศุมาลินเดินกลับมา แม่อรรีบจับกระด้งตรงหน้าหลบ อังศุมาลินมาทิ้งตัวลงนั่ง เนือยๆ
“ตกลงเรียบร้อยแล้วหรือลูก” แม่อรถาม
“หนูไม่ได้ไปฝั่งโน้นหรอก”
ยายศรงง “อ้าว”
“โกโบริให้รื้อกระต๊อบทิ้ง แล้วพอดีลุงกำนันมาพบเข้าเลยช่วยจัดการต่อให้ พรุ่งนี้คงเสร็จ”
“แล้ว..พ่อโกโบริ..ได้ยังไง” แม่อรสงสัย
อังศุมาลินตัดบทดื้อๆ “ดึกแล้วค่ะ นอนดีกว่า”
อังศุมาลินลุกไป แม่อร กะยายศร มองตามงงๆ

อังศุมาลินยืนมองเครื่องแบบเต็มยศสีขาวบนไม้แขวน แววตาละห้อย แล้วเข้ามาจัดเสื้อไปมา ปัดๆฝุ่น ตัดสินใจ จะเอาไปแขวนในตู้ ช่วงที่ถือเสื้อเดินไปที่ตู้ มีพับกระดาษใบหนึ่งหล่นลงมาจากเสื้อ ตกลงบนพื้น อังศุมาลินก้มเก็บขึ้นมาดู
อังศุมาลินกางแผ่นกระดาษออก เป็นใบโทรเลขอวยพรภาษาญี่ปุ่นนั่นเอง อังศุมาลินนึกถึงคำสาธยายของโกโบริ
“may the love you share , be all two hearts could hold...ขอให้ความรักและดวงใจทั้งสอง ผนึกรวมกันเป็นหนึ่งเดียว”
อังศุมาลินทอดสายตามองนิ่งอยู่กับข้อความครู่หนึ่ง แล้วพับเก็บใส่ไว้ในเสื้อเครื่องแบบตามเดิม

ไม่นานต่อมาลมพลิ้วพัดผ้าม่านหน้าต่างปลิวเบาๆ เสียงเครื่องจักรทำงาน โลหะกระทบกันเสียงดังแว่วมาจากอู่อังศุมาลินนอนตะแคงลืมตานิ่ง
สีหน้าอังศุมาลินเลื่อนลอย มองกองฟูกหมอนผ้าห่มของโกโบริที่พับรวมเรียบร้อย คลุมด้วยผ้าแพรที่ฝั่งตรงข้ามของฉากกั้น

ที่ห้องประชุมหน่วยบริหารงานพิเศษ โคลัมโบ ศรีลังกา ช่วงบ่าย
ดินสอในมือใครคนหนึ่งวาดขีดเขียนบนกระดาษไปมา
เสียงเปิดประตูดังรับบนโต๊ะประชุม มีวนัส ท่านชาย อรุณ พิชัย และเสรีไทยอีก 4 คน ทุกคนอยู่ในเครื่องแบบร้อยตรีอังกฤษ ที่รอๆ กันอยู่ คุยบ้าง เขียนบ้างฆ่าเวลา ต่างเงยหันมอง
สักครู่ป๋วยเดินเข้ามา
ที่นี่คือ “แผนกไทย แห่งหน่วยบริหารงานพิเศษ (Special Operations Executive-S.O.E) เมืองโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา”
“ตกลงเปลี่ยนแผนยกเลิกการเข้าประเทศไทยทางน้ำ จะใช้ปฏิบัติการทางอากาศเท่านั้น และกองบัญชาการมีคำสั่งแบ่งพวกคุณออกเป็นสามชุด ในชื่อปฏิบัติการ แอพพรีซิเอชั่น”
ป๋วยเอ่ยขึ้น สีหน้าทุกคนตั้งใจฟัง
“โดย แอพพรีซิเอชั่น1 คือ...” ป๋วยยกโพยในมือขึ้นอ่าน “ดี แดง และเข้ม”
เสรีไทยสองคนตั้งใจฟัง
“ดี และ แดง เป็นชื่อรหัสของ ประทาน เปรมโกมล และเปรม บุรี ตามลำดับ”
ป๋วยเอ่ยต่อ “แอพพรีซิเอชั่น 2 คือแซม เหมา และลำพู”
หมายถึง ท่านชายวิชาญ อรุณ และวนัส
ป๋วยบอกต่อ “และสุดท้าย แอพพรีซิเอชั่น 3 คือ เค็ง กร และขำ”
นั่นคือ พิชัย และเสรีไทยที่เหลืออีกสองนาย
ขึ้นตัวหนังสือ “เค็ง และกร เป็นชื่อรหัสของ สำราญ วรรณพฤกษ์,ธนา โปษยานนท์ ”
ป๋วย และขอให้ทุกคนเตรียมตัว พรุ่งนี้..ออกเดินทางไปฝึกโดดร่มที่ปัญจาบ
ทุกคนลุกยืนแข็งขัน มุ่งมั่น “รับทราบ ครับ”

ส่วนที่บริเวณกระท่อมท้ายสวนถูกแปลงสภาพเป็นลานรำวง โทนถูกตีนำ เสียงดังป๊ะโท่นป๊ะโท่นป๊ะโท่นโท่น แล้วฉิ่งตามรับเข้าจังหวะ กำนันนุ่มกำลังยืนกำกับพวกเด็กหนุ่ม 2-3 คนซ้อมตีจังหวะรำวงไปมา
“น่าน เอ่อนั่นละ ให้มันเข้ากันหน่อย..ดี แล้วประเดี๋ยวลองเข้าเพลงกันดูหน่อย”
วงรำโทนเริ่มร้องเพลง “ดวงจันทร์ขวัญฟ้า ชื่นอุรา ขวัญพี่..ดวงจันทร์ประจำราตรี แพ้ขวัญพี่..ประจำใจ..ที่มั่นคง คือชาติ เอกราช อธิปไตย...”
กำนันผละจากวงรำโทน เดินมาที่ปะรำกลางลานที่หนุ่มสาว 4-5 คนกำลังช่วยกันประดับ ด้วยทางมะพร้าวบ้าง ลำอ้อยบ้าง กระดาษสี เครือกล้วย ฯ
ที่รอบปะรำ มีพวกเด็กวัด 4-5 คน กำลังย่ำๆ ต้นไม้เล็กต้นไม้น้อยให้ราบ
“นี่ไอ้เปลว เหยียบอย่างนี้เลยนี่” กำนันย่ำให้เปลวดู “เอาให้ราบสิ อย่างนั้นละ”
“ได้ลุง สบาย” เปลวทำตาม
พวกผู้ใหญ่ชาวบ้าน 3-4 คนยืนดูกัน พลันยายเมี้ยนโผล่แทรกเข้ามากับแมว
“อะไรกันเนี่ยพ่อกำนัน ตั้งวงรำโทนกะเขาด้วยแล้วเหรอ”
“บางอื่นเขามีกันทุกคืน บางเราจะอยู่เฉยได้ยังไง มันต้องมีประกวดกะเขามั่งซิน่า คืนนี้เอาซ้อมๆก่อน แล้วคืนหน้าจะหาขันน้ำพานรองมากำนัล” กำนันบอก
ยายเมี้ยนสงสัย “อยู่ๆ ปุบปับก็มีขึ้นมาเนี่ยนะ”
“ใครว่าปุบปับ”
กำนันยิ้มอารมณ์ดี ก่อนจะเดินกลับไปทางวงโทน
“เอ้าไหนลองเข้าเพลงสิ..เอ้อ
ใกล้เข้าไปอีกนิด ชิดๆ เข้าไปอีกหน่อย
สวรรค์น้อยน้อย อยู่ในวงฟ้อนรำ...”
หนุ่มสาวร้องตาม ยายเมี้ยน กะแมวมองอย่างตื่นเต้น สนุกสนาน

บ่ายวันนั้น บนเรือนชานบ้านอังศุมาลินกำลังวุ่นเอาการ ครกที่มีเครื่องแกงโดนโขลกดังโป๊กๆ ที่เขียงมีมะเขือ พริก กำลังถูกหั่นพอคำ ส่วนหม้อใบใหญ่น้ำกำลังเดือดระอุ เครื่องแกงถูกโยนลง
ยายกำลังตำครกดังโป๊กๆ อยู่ มีอังศุมาลินนั่งหั่นอยู่ที่เขียงใกล้ๆ เสียงฉิ่ง เสียงกลองโทนแว่วมา
“นั่นไงละ เสียงมากันแต่หัววัน” ยายศรเอ่ยขึ้น
แม่อรเดินถือกิ่งโหระพาที่ไปหักมา มากมาย
“นี่ลุงกำนันเอาจริงเอาจังเลย ไม่รู้ไปเอาใครที่ไหนมาช่วยมั่ง” แม่อรว่า
“แล้วแกงหม้อนี่จะพอคนมั้ยละ” ยายถาม
“เห็นลุงกำนันว่า บอกไปหลายบ้านจ้ะให้มาช่วยๆ กัน”

อังศุมาลินยังกังวลอยู่
เสียงสุนัขในวัดเห่ากันขรม ฮิชิดะมีสีหน้าจริงจัง เดินพรวดมาหยุด มองรอบๆ โดยมีทหารญี่ปุ่น 5-6 นายพร้อมปืนประจำกาย ขึงขังรอคำสั่งอยู่ด้านหลัง

หลวงพ่อกำลังมองไปที่ศาลาท่าน้ำวัด เห็นทหารเยอรมันคนที่ตาบัวกะตาผลช่วยไว้ กำลังเดินชี้อธิบายไปมาให้ฮิชิดะดู หลวงพ่อหันมา
“โยม..วัดเป็นเขตอภัยทาน ใครจะมาจะไปก็ย่อมได้ แต่ละวันก็มีชาวบ้านใช้ท่าน้ำวัดทั้งขนข้าวขนของ ขนศพข้ามไปมาเป็นปกติอยู่แล้ว” หลวงพ่อบอก
สารวัตรองอาจยืนอยู่กับตำรวจสันติบาล 3-4 นาย
“แล้วเมื่อวันก่อนหลวงพ่อพอจะจำใครได้บ้างไหมที่มายกโลงศพข้ามฟากกันสองคน
“จำไม่ได้หรอกโยม”
“อย่างนั้นผมขอค้นดูรอบๆ วัดหน่อยนะ”
“ตามสบายๆ”
สารวัตรองอาจหันสั่งลูกน้อง “ไป”
เปลวกับเพื่อนกำลังตากบาตรที่ล้างเสร็จ วางคว่ำเรียงกันไป พลันเห็นพวกสารวัตรองอาจ และฮิชิดะ เลยตกใจหยุดมองกัน

ยามเย็น ที่กระท่อมท้ายสวน หม้อแกง หม้ออาหาร 4-5 ใบ ถูกยกมาวางเรียงราย มีแมวร่วมด้วย เสียงโทน ฉิ่ง ตีรับกันเป็นจังหวะ ตาแกละ และชาวบ้านหนุ่มๆ 4-5 คนกำลังครื้นเครง เอะอะเฮฮา ในวงสุราหัววัน ชาวบ้านร้องเพลง
“ยวนยาเหล ยวนยาเหล่ หัวใจว้าเหว่ ไม่รู้จะเห่ไปหาใคร
จะซื้อเปลยวน ที่ด้ายหยอน หยอน
มาให้น้องแมว..นอน ไกวเช้า ไกวเย็น”
หนุ่มที่ร้องเพลงส่งสายตาจีบแมว
แมวค้อนขวัก ทำตาชมดชม้อย “บ้า”
อังศุมาลิน ยืนดูอยู่กับกำนัน
“เป็นยังไงบ้างคะคุณลุง”
“ลุงว่าก็แทบจำไม่ได้แล้วล่ะ เดี๋ยวเย็นกว่านี้นิด คนคงมากันอีกหลาย”
เสียงเด็กวัดชื่อเปลวดังขึ้น “ลุง ลุงกำนันตำรวจ..ตำรวจมา เร็วๆ”
เปลววิ่งหน้าตาตื่น หัวซุกหัวซุนพรวดเข้ามา วงสุรา แตกฮือ วงโทนหยุดกระทันหัน
ตาแกละกึ่มๆ แล้ว “เฮ้ย อะไรวะ”
“ตำรวจมา.. เมื่อกี้ไปค้นทั่ววัด นี่กำลังมาค้นสวนแถบนี้” เปลวบอก
“น่ากลัวจะมาค้นเหล้าเถื่อน เอ้า แอบๆ กันหน่อยโว้ย” ตาแกละบอกพวก
“เขาไม่ได้ค้นเหล้าหรอกลุง” เปลวว่า
ตาแกละฉงน “ทำไมเอ็งรู้”
“ก็มีพวกญี่ปุ่นฝั่งกะโน้น ถือปืนมากันด้วยนะสิ แล้วก็มีไอ้หรั่งหัวแดงอีกคน” เปลวบอกอีก
อังศุมาลินหน้าซีดลงถนัด กำนันนุ่มหันมาสบตา ส่งสัญญาณให้เฉยไว้
“ฝรั่งที่ไหนวะจะมากับญี่ปุ่น หาไอ้เปลว”
“จริงด้วย มันรบกันอยู่ มันจะมาด้วยกันยังไง”
“หัวหรั่งจริงๆ มาชี้โบ๊ชี้เบ๊อะไรไม่รู้” เปลวบอก
ตาแกละพูดบ่นไป แล้วหันไปร้องเพลง
“ใครไปจิ๊กของมันมาล่ะสิ ช่างมันเฮอะ..เอ้า มามารำ ร้องเพลงลำนำ ร่ายรำเฮฮา ถึงดาวพระศุกร์ สนุกหนักหนา เย้ายวนวิญญา..อารมณ์”
วงสุรา และเสียงโทน เริ่มบรรเลงกันต่อ
“ทำยังไงดีคะลุง” อังศุมาลินเป็นกังวล
“เฉยๆ ไว้ มันมากันที่นี่แน่”
กำนันเฉยนิ่ง อังศุมาลินใจไม่ดี

ตกตอนค่ำ ตะเกียงเจ้าพายุถูกจุดขึ้นสว่างจ้าขึ้น 4-5 ดวง พึ่บ พึ่บ พึ่บ เสียงเฮฮา เพลงรำโทนยังดังต่อ โดยมียายเมี้ยน แมว และตาแกละ ช่วยเชียร์รำวง
หยวกกล้วยปักดอกไม้บนโต๊ะกลางตัวสูง กลางประรำกำลังถูกหยิบจัดไปมา
อังศุมาลินกับแม่วัน ที่แต่งตัวสีสดใส กำลังช่วยกัน หยิบจัดดอกไม้ที่ปักรอบหยวกกล้วย
สาวๆ รวมทั้งยายเมี้ยน แม่วัน แต่งตัวสดใส ทัดดอกไม้ ดูเหมือนว่าทุกคนต่างพยายามทำให้ดูเป็นงานฉลองมากๆ
อังศุมาลินดูสวยสดแปลกตา ทัดดอกไม้ข้างหู แต่สายตากลับหวาดๆ มองระแวงไปโดยรอบ กำนันนุ่มยืนนิ่ง ถือตะพด คุมเชิงมุมหนึ่ง

ทันใดนั้นมีตำรวจสันติบาล และทหารญี่ปุ่น พากันกรูพรวดเข้ามา และกระจายล้อมไว้โดยรอบ
สารวัตรองอาจ ฮิชิดะ และทหารเยอรมัน ก้าวโผล่เข้ามา
“ทำอะไรกัน” สารวัตรองอาจถามขึ้น
“มีอะไรครับสารวัตร เดี๋ยวกำลังจะมีรำโทนครับ” กำนันบอก
ฮิชิดะ และทหารเยอรมัน มีสีหน้างงๆ
“อา ได้เจอกำนันก็ดี กำนันเห็นอะไรแปลกๆ แถวนี้บ้างไหม” สารวัตรถาม
กำนันย้อนถามกลับ “อะไรละครับสารวัตร”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 16/2 วันที่ 5 มี.ค. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager