อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 18/4 วันที่ 15 มี.ค. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 18/4 วันที่ 15 มี.ค. 56

“นิดเดียว ไม่เป็นไรหรอก คุณยังผอมอยู่นะ ควรกินอะไรมากๆ”
“ไม่ไหวจริงๆ นี่คะ” อังศุมาลินว่า
โกโบริเป็นห่วงไม่หาย “หมู่นี้ผมสังเกตดูคุณไม่ค่อยกินอะไรเลย ข้าวก็กินนิดเดียว บางทีก็ไม่กิน”
อังศุมาลินไม่ตอบ
“ดูคุณไม่สบายนะ ไปหาหมอมั้ย หรือจะให้ผมพาหมอมานี่”
“ไม่ต้องค่ะ ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ”

แม่อร ยายศรจิบ มองสองคนไปมา
“นอกจาก เอ่อ..แค่เหนื่อยๆ นิดหน่อย” อังศุมาลินว่า
“งั้นคุณก็อย่าทำอะไรมากไปนักซิ เข้าใจนะ” โกโบริ ห่วง พูดไปยิ้มไป “ฮิเดโกะ...เอาน่านี่ดื่มเสียหน่อย กำลังอุ่นๆ”



อังศุมาลินรับแก้วมาเขินๆ ยกขึ้นดมๆ ก่อนเงยหน้ามายิ้มแหย
“เหม็นคาวออก”
โกโบริบอกเสียงห้วน ท่าทีขึงขัง “กลั้นใจ แล้วดื่มให้หมด นี่เป็นคำสั่ง”
อังศุมาลินทำตาม แต่ดื่มไปได้หน่อยทำท่าจะขย้อนออกมา
โกโบริคะยั้นคะยอ “อีกหน่อย เอาให้หมด”
อังศุมาลินดื่มต่อจนหมด ทำหน้าแหย ผะอืดผะอม
“นี่ละดีมาก เดี๋ยวจะเลื่อนยศให้…”
โกโบริหัวเราะชอบใจ
ทันใดนั้น อังศุมาลินก็วิ่งพรวดไปที่หน้าต่าง พลางอาเจียนออกมาหมด
“ฮิเดโกะ...เป็นอะไรน่ะ”

แม่อร และยายศร สบตากัน นัยน์ตาแวววาวเจิดจ้า
แม่อรกะยายศร ต่างเหลียวมองตามอังศุมาลินอย่างตกอกตกใจ

“ยัยอัง..เป็นอะไรลูก”
โกโบริตกใจรีบรุดไปหาอังศุมาลินที่ก้มอาเจียนอยู่ที่หน้าต่าง พลางใช้มือลูบหลังไปมา ก่อนใช้มือทาบที่ซอกคอ หน้าผาก ของอังศุมาลิน ตรวจอาการอย่างห่วงใย
“คุณไม่สบายใช่ไหม นี่เหงื่ออกเหนียวเชียว”
“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร”
อังศุมาลินอาเจียนออกอีกพรวด ก่อนถอนใจยาว โกโบริประคองมั่น
อังศุมาลินร้องขอ “น้ำ”
“คุณยืนไหวไหม รอเดี๋ยวนะ ระวังจะล้ม”
“ได้ค่ะ”
อังศุมาลินเกาะขอบหน้าต่างไว้ เห็นภาพข้างตัวไหวแกว่งไปมา อังศุมาลินค่อยๆ หลับตาลง พยายามตั้งสติ
โกโบริรีบกลับมา ท่าทีห่วงใยมากมาย “ฮิเดโกะ น้ำ”
พออังศุมาลินลืมตาขึ้นมา เห็นขันน้ำมาแตะอยู่ตรงริมฝีปาก
“ค่อยๆ เดี๋ยวสำลัก”
อังศุมาลินบ้วนน้ำล้างปากทิ้งก่อน เอาน้ำลูบหน้าบางส่วน แล้วเอนตัวมาพิงโกโบริ
“มา...ผมจะพาไปนอน”
โกโบริวางขันลง แล้วช้อนตัวอังศุมาลินอุ้มเดินไป
แม่อร ยายศร ลุกมามอง ห่วงตามไป

ร่างอังศุมาลินถูกวางลงบนที่นอน แล้วจับหมอนมารองให้อย่างบรรจง โกโบริคลี่ผ้าห่มให้
“สงสัยวันนี้ผมพาคุณเดินเที่ยวมากไปกระมัง แดดอาจจะร้อน หรือเมื่อคืนคุณนอนน้อย เอาเถอะ...พรุ่งนี้ผมจะให้หมอมาตรวจ”
อังศุมาลินปฏิเสธ “อย่าเลยค่ะ คงเป็นลมน่ะ”
โกโบริไม่เถียง เดินหายไป อังศุมาลินหลับตา หายใจรวยรินเหมือนจะขาดใจ ได้ยินโกริทำอะไรกุกๆ กักๆ อยู่หลังฉากกั้น
สักพัก โกโบริถือผ้าขนหนูที่ชุบน้ำมา ทรุดนั่งลงข้างๆ
“ผมจะเช็ดหน้าให้ เหงื่อเต็มเชียว”
โกโบริลูบไล้ด้วยผ้าขนหนูทั่วหน้า แต่อังศุมาลินกลับหน้าเหย เบี่ยงหลบไปมา เอามือมาปัด
“อย่าค่ะ เหม็น” อังศุมาลินบอก
“อ้าว”
โกโบริยกผ้าขึ้นมาดม
“นี่ผมก็ใช้น้ำหอมขวดเดียวกับที่คุณใช้ประจำนะ”
“ตอนนี้ไม่ได้ใช้แล้วค่ะ มันเหม็นเวียนหัว”
“งั้นผมจะเอาไปจุ่มน้ำมาให้ใหม่”
โกโบริเดินหายออกไป อังศุมาลินสีหน้าผะอืดผะอม หลับตาลง

แม่อรจุดตะเกียงสว่างจ้าขึ้น ส่วนยายศรยืนรีรอ ห่วงใย มองไปที่ห้องอังศุมาลิน เห็นโกโบริเปิดประตูห้องออกมา ถืออ่างเล็ก ที่มีผ้าจนหนูลอยอยู่มาด้วย หน้าตากลัดกลุ้มมากๆ
“เป็นยังไงบ้างพ่อโกโบริ” แม่อรรีบถาม
“หลับไปแล้วครับ”
“อาการเป็นยังไง” ยายซัก
“ไม่มีไข้นะครับ ได้นอนพักคงจะดีขึ้น แต่เมื่อกี้บ่นเหม็นกลิ่นน้ำหอมผ้านี่ด้วยครับ”
แม่อร กับยายศร เหลียวมาสบตากัน ความกังวลคลายไป กลับกลายเป็นแน่ใจมากขึ้น

เช้ามืดวันนั้น ที่บ้านชายทุ่ง บริเวณท้องทุ่งแห่งหนึ่ง ของจังหวัดนครสวรรค์
ขวดเหล้าขาวกำลังถูกรินลงแก้ว ในวงเหล้า ที่มีชาวบ้าน 3-4 คน กำลังกระดกเหล้าในอาการกึ่มกันได้ที่ ชายสองคนเดินลุกออกจากวง เดินเซเป๋ไปมาแยกมาตรงดงกล้วยหลังบ้าน ต่างคนต่างหามุมยืนแอ่นฉี่
ชายคนแรกส่งเสียงอ้อแอ้ เมาปลิ้นแทบยืนไม่อยู่ “คืนนี้บ้านผู้ใหญ่ทำไมร้อนจริง”
ร้อนเอ็งก็ขอฝนบอกเทวดานู้น” ผู้ใหญ่บ้านว่า
“ได้เลยผู้ใหญ่” ชายคนดังกล่าวแหงนหน้า “ฝนจ๋าฝน มะมาหาพี่แก้วหน่อย”
จู่ๆ เสียงเครื่องบินแว่วดังมาครางฮือ วงเหล้าที่เหลืออยู่ที่แคร่ต่างสะดุ้ง หายเมา มองหน้ากันเลิกลัก
ชายคนที่ยืนฉี่สีหน้าเริ่มเปลี่ยน หายเมา รีบดึงกางเกงเข้าที่ แล้วหันตัววิ่งแจ้นกลับไป ผู้ใหญ่ยืนแหงนมองฟ้า ปล่อยของต่ออยู่ที่เดิม พลางตะโกนดังลั่น
“ดับไฟให้หมดโว้ย เร้ว...”
“อ้ายยะ เรียกปุ๊บมาปั๊บ...เห็นมั้ยผู้ใหญ่ ฝีมือไอ้แก้ว” ชายคนนั้นหันไปดู เพื่อนพ้องหายเกลี้ยง “อ้าว..ไปไหนละ”

ขณะเดียวกันเครื่องบิน B24 ดำทะมึน อยู่เหนือท้องฟ้า พลร่มสามนายถูกปล่อยลงมา
วงเหล้าต่างมุดไปอยู่ใต้แคร่บ้าง ลงโอ่งบ้าง ต่างคนต่างหลับตาปี๋ บ้างยกมืดสวดมนตร์
เงาตะคุ่มๆ ของพลร่มสามนายบนท้องฟ้าค่อยๆ ลอยลงมาปรากฏชัดขึ้น

ชายคนแรกยืนแหงนมองสีหน้าประหลาดใจ พยายามเพ่งมองขยี้ตาไปมา
“หะเหย ไรวะ” ชายคนนั้นถอยๆ มอง แล้วหันตัววิ่งกลับไป “ผะ...” ตะโกนลั่น “ผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่...”
พร้อมกับวิ่งเผ่นตะโกนลั่นกลับไป

เงาตะคุ่มของพลร่มสองนายร่อนลงมาถึงพื้นดินกลางทุ่งนา ห่างกันคนละจุด จุดหนึ่งเป็นคุณชายวิชญาซึ่งกำลังเก็บพับร่มอย่างรีบเร่ง
อีกจุดที่ห่างไปไม่ไกลเป็นอรุณเพิ่งลงมาถึงพื้น คุณชายวิชญาเป่าปากสัญญาณวี้ดหนึ่งที อรุณที่กำลังรีบเก็บร่ม หันไปทางเสียงสัญญาณ เป่าปากวี้ดสองที คุณชายวิชญาหันไปทางเสียงแล้วรีบวิ่งต่ำมุ่งไป
ขณะที่อรุณพยายามรวบเก็บร่มอย่างรวดเร็ว
“กัลกัตตา” คุณชายตะโกนถามรหัส
อรุณรีบหันตอบ “โคลัมโบ”
คุณชายวิชญาโผล่เข้ามาถาม
“ลำพูละ” หมายถึงวนัส
“ลงหลังผมมาติดๆ นะ” อรุณว่า

คุณชายวิชญาครุ่นคิด เหลียวมองหาวนัสไปมา
ขณะเดียวกันมือของวนัสกำลังเอื้อมขึ้นไปที่ขาใช้มีดสนาม เพื่อพยายามตัดเชือกร่มที่พันเกี่ยวขาอยู่ วนัสอยู่ในสภาพหัวห้อย ขาถูกเชือกร่มพันเกี่ยวข้างอยู่กับต้นไม้ใหญ่

และวนัสกำลังพยายามโน้มตัวขึ้นไปใช้มีดตัดเชือกอย่างยากลำบาก
คุณชายวิชญากำลังเดินดุ่มตรงมาหา เป่าปากเป็นสัญญาณหนึ่งที อรุณที่อีกด้านหนึ่งก็เป่าปากสัญญาณหนึ่งที เดินหาไปมา
วนัสหันไปทางเสียงสัญญาณ ทิ้งตัวลงจากความพยายามเอื้อมขึ้นไปตัดเชือก ยกมือเป่าปากวี้ดรับสองที คุณชายวิชญาหันขวับ เหลียวหา ส่วนอรุณรีบรุดหันกลับมาอีกทาง แล้วรีบรุดไปทันที
วนัสยกมือเป่าปากวี้ดสองที อีกครั้ง อรุณ พรวดเข้ามาตรงใกล้ต้นไม้ใหญ่หันตัวมองหาไปมา แต่ไม่เจอ อรุณจึงทักเป็นรหัสลับ
“กัลกัตตา”
คุณชายวิชญา โผล่เข้ามาถึงพอดี อรุณหันไปเห็น คุณชายเดินมาสมทบ
จู่ๆ ยินเสียงวนัสทักตอบมา “โคลอมโบ”
คุณชายวิชญา และอรุณ รีบมองหาไปรอบต้นไม้ ก่อนจะหันมามองกัน แล้วแหงนหน้าขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น
สองคนเห็นวนัสยิ้มแฉ่งลงมา

ไม่นานต่อมา ร่างวนัสถูกปล่อยลงพื้น โดยมีคุณชายวิชญาประคองรับไว้ พลางถาม
“เป็นอะไรหรือเปล่าลำพู”
“ไม่เป็นไรครับแซม ผมห่วงแต่วิทยุในเป้นี่ละ” วนัสว่า
“เอาน่า ไว้ค่อยดูทีหลัง”
อรุณดึงแล้วสาวร่มของวนัสรวบๆ เข้าไว้อย่างรวดเร็ว แล้วเดินเข้ามาหาทั้งสอง
“เราไปไหนกันต่อดี”
“ผมว่าเราน่าจะอยู่ห่างจากพระนครมาทางตอนเหนือพอสมควร เพราะผมเห็นมีภูเขา กับป่าครึ้มๆตอนโดดลงมา” วนัสบอก
“งั้นเรา…”
ท่านชายพูดไม่ทันจบคำ พลันมีแสงไฟฉายกราด,k 2-3 ลำ ส่องพุ่งมาที่หน้าของทั้งสาม
“เฮ้ย..พวกเอ็งเป็นใครวะ” เสียงผู้ใหญ่บ้านตะโกนถาม
จากนั้นผู้ใหญ่พร้อมด้วยชายฉกรรจ์รวมกว่า 7-8 คน ส่องไฟ พร้อมมีด ไม้ และปืนยาว ทุกคนยืนจังก้าอยู่ วนัส อรุณ และคุณชายวิชญา หันขวับไป 3 คน ผงะ

ในตอนรุ่งสาง มือโกโบริวางพาดกุมมืออังศุมาลินที่นอนอยู่ ค่อยๆ เลื่อนไหลหลุดลง อังศุมาลินนอนหลับเหงื่อแตกสีหน้าไม่ดี เหมือนฝันร้าย กระสับกระส่ายไปมา โกโบรินอนพับนิ่งอยู่ข้างๆ

อังศุมาลินฝันไปว่า ตัวเองยืนอยู่ในที่แห่งหนึ่ง ซึ่งกว้างขวางบรรยากาศทะมึน และเห็นเพื่อนที่มหาวิทยาลัยเดินไปมา บ้างหันมาโบกมือทักทาย แล้วเดินผ่านไป
เสียงวนัสเรียกดังขึ้น “อัง”
อังศุมาลินหันมองหาไปมา จู่ๆ มีมือมาสะกิดข้างหลัง อังศุมาลินหันไป เห็นหน้าวนัสยืนหัวเราะ ก่อนจะยิ้มหวานทักทาย
พลันมีเสียงระเบิดดังตูมใหญ่
อังศุมาลินหันขวับไปดู เห็นเพื่อนมหาวิทยาลัยวิ่งหนีกันวุ่นวาย จนหายไปหมด เหลือแต่เปลวเพลิงลุกโชนตรงหน้า อังศุมาลินร้องวี้ด
เสียงโกโบริเรียกดังเข้ามา “ฮิเดโกะ”
อังศุมาลินหันมองหา ทว่ารอบตัวกลับไม่เห็นใคร มีแต่ความเวิ้งว้าง และเปลวไฟที่ลุกเต็มรอบตัว
พอหันไปดูอีกครั้งจึงเห็นภาพเลือนรางของโกโบริเดินใกล้เข้ามา ด้วยสีหน้าซีดเซียวอ่อนล้า สายตาหมองเศร้า
“ฮิเดโกะ” โกโบริยื่นมือเข้ามาหา
เปลวเพลิงลุกโชนขึ้นโหมแรงหนักหน่วง และเข้ามาขวางร่างโกโบริจนหายไปต่อหน้าต่อตา
อังศุมาลินตกใจร้องเสียงหลง
“โกโบริ”

อังศุมาลินเหงื่อแตก นอนฝันร้าย ขยับดิ้นส่ายไปมา ร้องเรียกโกโบริออกมาอีก
“โกโบริ”
โกโบริสะดุ้ง ตื่น แล้วหันมามอง เห็นอังศุมาลินกระสับกระส่าย รีบเข้ามาใกล้ๆ จับมือเขย่าปลุก
“ฮิเดโกะ...ผมอยู่นี่ ฮิเดโกะ”
อังศุมาลินลืมตาขึ้นมาเห็น รีบโผเข้าหาโกโบริซบหน้าแน่น ร้องไห้โฮๆ
โกโบริตกใจ “เป็นอะไร คุณฝันอะไร”
อังศุมาลินไม่พูดไม่จา เอาแต่ร้องไห้เหมือนเด็กๆ ขวัญเสีย “ฮือๆๆๆๆ”
โกโบริยิ้มอ่อนโยน ลูบผม หลังไหล่ “ทำไมร้องไห้ใหญ่เลย”
โกโบริพยายามปลอบ อังศุมาลินค่อยลืมตาขึ้นมามองหน้าราวกับให้แน่ใจ ก่อนที่จะโผเข้าซบกอดแน่นอีกครั้ง
“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า”
“คุณดูซีดๆนะครับ นอนต่ออีกหน่อยดีไหม เดี๋ยวสายๆ ผมจะพาหมอมา”
“ไม่เป็นไรคะ หายแล้ว ท้องมันคงว่างเมื่อคืนเลยเป็นลม”
“เป็นลมบ่อยๆ ไม่ดี เพราะเดี๋ยวพัดหายไปหมด นี่คุณผอมไปจริงๆ นะ” โกโบริลูบไล้แขนอังศุมาลิน “ผมจะได้พักอีกสองสามวัน รอเครื่องจักรมาติดตั้งที่อู่แทนอันที่พังไป คุณอยากไปไหนอีกบอกผมนะ”
“อย่าดีกว่าคะ”
ว่าพลางอังศุมาลินขยับลุกขึ้นนั่ง ปาดเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง
“คุณจะลุกทำไม”
“จะไปหุงข้าว”
“หุงอีกแล้ว” โกโบริทำหน้าขัดใจเต็มทน “ไม่ต้องทำสักวันไม่ได้หรือ”
“ไม่ได้ค่ะ ไม่งั้นแม่ก็ต้องลุกมาทำ”
“มา งั้นผมจัดการให้ เอ้า...คุณนอนเฉยๆ อยู่นี่”
โกโบริขมีขมันลุกพรวดขึ้น
“คุณทำไม่เป็นหรอก” อังศุมาลินว่า
“โธ่ ทำไมจะทำไม่เป็น ก็กินมาเป็นเดือนๆ แล้ว แล้วญี่ปุ่นก็ต้องหุงข้าว มันก็เหมือนกัน”
อังศุมาลินหมั่นไส้ “ค่ะ คนเก่ง งั้นเชิญแสดงฝีมือเลย”
“ดี งั้นคุณนอนอยู่นี่”
โกโบริขยับยืนจะเดินไป อังศุมาลินลุกตาม
“อ้าว คุณจะลุกทำไมอีก”
“ไปคุมเฉยๆ ค่ะ”
“นี่คุณไม่ไว้ใจลูกศิษย์อย่างผมเลยหรือ”
“ค่ะ ก็ลูกศิษย์ไม่เห็นได้เรื่องสักอย่างนี่คะ”

อังศุมาลินขยับตัวเดินนำ โกโบริรีบก้าวยาวๆ ตามออกไป
โกโบริเดินนำอาดๆ ออกมาจากห้อง อังศุมาลินตามมาช้าๆ

“คุณไปล้างหน้าก่อนเถอะ เดี๋ยวผมไปจัดการให้”
โกโบริหันมากำชับก่อนผละเดินลิ่วไปที่ครัว อังศุมาลินหน้ามืด เวียนหัวอีก ชะงักหยุดอยู่ก่อนเล็กน้อย พลันพยักหน้ารับคำ ก่อนค่อยหลับตาประคองตัวให้ยืนปรกติ
อังศุมาลินพยายามเดินมาถึงที่โอ่งนอกชาน ใช้มือค้ำโอ่งเพื่อทรงตัว แล้วจ้วงน้ำขึ้นมาจะก้มล้างหน้า ทันใดใบหน้าที่เริ่มซีดเผือดกลับผะอืดผะอมเต็มกลั้น คะย้อนปล่อยอาเจียนออกมาดังอ้วก น้ำใสๆ พุ่งพรวดออกมาเต็มพื้น

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 18/4 วันที่ 15 มี.ค. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager