อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 21/2 วันที่ 28 มี.ค. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 21/2 วันที่ 28 มี.ค. 56

โกโบริใจหายวาบ พรวดลุกนั่งขึ้นมาทันที
“ฮิเดโกะ”
“ฉันขอสัญญานั่น สัญญาที่เคยบอกว่า จะให้อิสรภาพแก่ฉันอย่างที่ฉันต้องการ ฉันขอมัน เดี๋ยวนี้”
โกโบริก้าวพรวดออกมาจากหลังฉาก
“ฮิเดโกะฟังผมก่อน”
“ไม่ ฉันไม่ต้องการฟังอะไรอีก” อังศุมาลินเสียงกร้าว

“ผมมีที่ต้องอธิบายให้คุณฟังอีกหลายอย่าง แต่ผมพูดไม่ได้ มันเป็นหน้าที่ที่ผมต้องแยกมันออก...จากเรื่องอื่นๆ เข้าใจมั้ยฮิเดโกะ เวลาผมสวมเครื่องแบบ ผมก็ต้องทิ้งอะไรๆ ในชีวิตทั้งหมด ไม่ว่าความรู้สึก หัวใจ หรือแม้แต่ชีวิตตัวเอง...อย่าว่าชีวิตตัวเองเลย มันหมายถึงชีวิตคนอื่นด้วย เรื่องนี้ผมอธิบายให้คุณฟังไม่ได้ จนกว่า...วันหนึ่งคุณจะรู้เอง”


“ใช่..ฉันจะต้องรู้จนได้ ว่าคุณทำอะไรกับสามคนนั้น”
โกโบริถอนใจยาวและหนักหน่วง “วันนี้คุณคงไม่ยอมฟังอะไรๆหรอกเอาเถอะ ผมจะไปเสียก่อน เผื่อคุณไม่ได้เห็นหน้าผมแล้ว จะสบายใจขึ้นบ้าง”
โกโบริหันกลับไปหลังฉาก คว้าหมวกที่วางอยู่บนฟูกขึ้นมา
อังศุมาลินโต้ตอบกลับอย่างเกรี้ยวกราด “ฉันบอกแล้วว่าขอให้คุณไป ไป..ไปเสียให้พ้น”
โกโบริก้าวออกมาจากหลังฉากช้าๆ ในมือบีบหมวกทหารเกร็งแน่น
“ผมจะไป” โกโบรินิ่งไปครู่หนึ่ง “แต่ผมจะต้องกลับมาอีก เพื่อพูดกันให้รู้เรื่อง ผมรักษาสัญญาของผมเสมอ ถ้าหากคุณจะขอทวงสัญญานั่นในตอนที่คุณรู้สึกดีกว่านี้ แต่ตอนนี้…”
โกโบริเหลือบมองไปที่ท้องของอังศุมาลินแว่บหนึ่ง
“ผมจะยังทิ้งคุณไปไม่ได้” โกโบริบอก
“หึ หึๆ” อังศุมาลินแสยะยิ้มขึ้นมา “สักวันหนึ่ง...สักวันหนึ่งคุณจะได้รู้ว่า สิ่งที่คุณหวังว่าอยากได้มันนักหนานั้นน่ะ บางที...บางที คุณจะไม่ได้มันเลย ถ้าสามชีวิตนั่นเป็นอะไรไป ฉันขอบอกตรงนี้...ว่าฉันจะเอาชีวิตหนึ่งแลกคืนให้เขา ชดใช้ให้สมกับที่เขาได้รับเคราะห์กรรมเพราะฉัน”
“ที่คุณพูดมานี่ คุณกำลังคิดเองสรุปเอาเองทั้งนั้น” โกโบริเถียง
อังศุมาลินจ้องมองมาด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว
“เอาเถอะ แล้วเราจะได้ดูกันต่อไปว่า ฉันจะชดใช้ความผิดพลาดอันนี้คืนให้เขาได้หรือไม่”
โกโบริทอดถอนใจ ท้อแท้เหลือแสน “ถ้าคุณต้องการอะไรจากผมก็เอาไปเถอะ”
พูดจบโกโบริก็หันตัวก้าวเดินไปที่ประตู อังศุมาลินไม่ยอมหันไปมอง
“คุณรู้ดีซินะ ว่าคนญี่ปุ่นเขาชดใช้ความพยาบาทกันยังไง แล้วฉันนี่ละ จะใช้วิธีนั้นกับคุณ”
น้ำเสียงและแววตาของอังศุมาลินเด็ดเดี่ยว อาฆาต ในท่าทีแน่วนิ่ง

โกโบริหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะเดินต่อจนออกประตูไปเงียบๆ
ค่ำแล้ว ขณะที่แม่อรและยายศร ด้อมๆ มองๆ ชะเง้ออยู่ที่กองใบตองตรงยกชานถึงกับสะดุ้ง เมื่อเห็นโกโบริเปิดประตูเดินหน้านิ่งสวมหมวกปิดหน้า เดินลิ่วออกมา

“จะ...จะไปไหนละพ่อ” ยายถาม
โกโบริหยุดชะงัก ตอบโดยไม่หันมาเต็มหน้า
“เอ้อ...ผมมีงานต้องทำ บางทีอาจต้องค้างฝั่งโน้น”
โกโบริจะออกก้าวเดินต่อแม่อรเอ่ยขึ้น
“แล้วไม่อาบน้ำกินข้าวเสียก่อนหรือจ๊ะ”
“ไม่เป็นไร ผมต้องไปละ”
คราวนี้โกโบริก้าวพรวดหายลงบันได เดินลิ่วไป
อังศุมาลินพยายามปรับสีหน้าปกติ ก่อนเดินออกมา
แม่อรตกใจรู้ว่ามีเรื่องแน่ “อะไรกันลูก”
“เปล่าค่ะ”
“ได้ยินเสียงอย่างกับทะเลาะกัน” ยายว่า
อังศุมาลินบ่ายเบี่ยง แล้วตัดบท “ไม่มีอะไรหรอกค่ะ โกโบริเขาต้องรีบกลับไปทำงานด่วนต่อ หนูแค่ถามอะไรนิดหน่อยเท่านั้น”
“ฮื้อ หนูก็ไม่เห็นต้องขึ้นเสียงเลยนี่ลูก” แม่อรทักท้วง
อังศุมาลินแค่นหัวเราะ ตรงมานั่งคว้าเสื้อฟอร์มขึ้นมาเย็บต่อ ไม่สนอะไร แม่อรมองออกว่าไม่ปกติแน่
“แล้วมันเรื่องอะไรกัน” แม่อรซัก
อังศุมาลินไม่ตอบ หน้าตานิ่ง เย็นชา มึนตึง
แม่อรกังวล ยายศรมองอังศุมาลิน เชื่อว่าต้องมีอะไรแน่ๆ

ทั่วทั้งตึกของสันติบาล ตกอยู่ในความมืด
วนัสกับอรุณยืนตักข้าวใส่ถาดหลุมที่มุมห้อง เพิ่งอาบน้ำมาใหม่ๆ ท่าทีสดใส
อรุณมองแขนซ้ายวนัส “แขนซ้ายคุณ...ผมว่ามันบวมๆ นะ หักหรือเปล่า”
“มันเจ็บๆ มาตั้งแต่ตอนที่ตกลงมาแล้วล่ะ แต่ไม่น่าจะหักนะ” วนัสว่า
“นี่ตั้งหลายวันแล้วนะ มันน่าจะยุบสิ แต่นี่เหมือนมันบวมขึ้น” อรุณห่วง
อีกด้าน เพื่อนๆ ทุกคนสุมหัวคุยกันเรื่องอังศุลาลินแต่งงาน สีหน้าเครียดเคร่ง จริงจัง
“กระหม่อม..นึกว่าเขา..จะรู้แล้ว” พงศ์เอ่ยขึ้น
“ไม่รู้ ไม่มีใครรู้อะไรทั้งนั้น เพิ่งมาได้ยินจากพวกคุณ...หนังสือพิมพ์อะไรของไทย พวกเราก็ไม่เคยได้เห็นเลย” ท่านชายกังวลขึ้นมา
“คุณต้องเป็นคนบอกแล้วล่ะ” เรเว่นหันมาทางพงศ์
“ผมไม่กล้า” พงศ์บอกตรงๆ
“แล้วจะปล่อยให้เขารู้เองงั้นหรือ มันจะไม่โหดร้ายไปหน่อยหรือ” เรเว่นว่า
ป๋วยหรือเข้มเดินเข้ามาพอดี
“อะไรกัน มีอะไร”
“ไม่มีใครกล้าคุยกับลำพู...เรื่องนั้น” ท่านชายวิชญาบอก
“งั้น..ผมจะเป็นคนบอกเอง เพราะ..ไมเคิลเขาห่วงเรื่องนี้มาก เขาอยากจะบอกลำพูด้วยตัวเอง”
“พี่เข้มหมายถึง ฝรั่งที่พี่เข้มส่งไปศรีลังกาสวนกับพวกเราหรือ”
“ใช่..พอผมบอกว่า...ลำพูกำลังจะโดดร่มเข้ามาเป็นชุดที่ 2 เขาก็...ฝากความไว้วางใจอย่างสูงสุดไว้กับผม”
ทุกคนมองที่วนัสกับอรุณ วนัสหันมายิ้มแฉ่ง ชวนกินข้าว ยังไม่รู้เรื่อง
“กินข้าวกัน กินข้าวๆๆครับ”
ทุกคนรีบยิ้มรับ

ไม่นานต่อมาวนัสนอนก่ายหน้าผาก ตาลอยอยู่ ป๋วยเดินมาหยุดยืน เรียกขึ้น
“ลำพู”
วนัสรีบลุก “พี่เข้ม ผมกำลังอยากจะปรึกษาพอดี...คือ...เราจะให้คนที่บ้านรู้ไม่ได้เลยใช่ไหม ว่าเราเข้ามาแล้ว จะเป็นอันตรายกับทุกคนหรือเปล่าครับ”
ป๋วยยิ้มปลอบใจ “ลำพู..ผมมีจดหมาย..จากคนๆ นึง จะให้คุณอ่าน”
“อังศุมาลินหรือครับ” วนัสตื่นเต้นมาก
“ไม่ใช่..อ่านเองก็แล้วกัน เขาเป็นทหารอังกฤษ”
วนัสงงๆ รับไป “ขอบคุณครับ”
“ใจเย็นๆ นะ” ป๋วยยิ้มให้กำลังใจ ก่อนจะเดินออกไป “และเมื่ออ่านจบ เราจะต้องทำลายจดหมายฉบับนี้ด้วย”
วนัสยิ่งงง รีบเปิดอ่าน แล้วต้องชะงัก
เหมือนมีเสียงไมเคิลมาอ่านจดหมายให้ฟังข้างๆ หู
“Dear Wanas, we don’t know each other but your friend, Ms. Ansumalin, saved my life from Japanese. my name is Michael Reeds.”
ไมเคิลนั่งเขียนจม. ฉบับนี้ด้วยปากกาแบบหมึกซึมโบราณ
“อังศุมาลินช่วยผมด้วยวิธีนำผมใส่โลงศพ แล้วให้คนขนออกมา ในวันแต่งงานของเธอ ใช่ครับ..คุณอ่านไม่ผิดหรอก..วันแต่งงานของเธอ”
วนัสช็อค นั่งมึนตึ้บ วนัสนั่งเซ่อพักหนึ่ง แล้วอยากรู้ต่อ รีบก้มอ่าน
“ผมอยากให้คุณทราบว่า เธอมีความจำเป็นต้องแต่งงานกับนายทหารญี่ปุ่นคนหนึ่ง ด้วยเหตุผลทางด้านการเมือง สถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงกันระหว่างทั้งสองฝ่าย ทำให้เธอกับญี่ปุ่นคนนั้นต้องกลายเป็นหุ่นเชิด ทำหน้าที่เหมือนตัวแทนของสัมพันธไมตรีอันดีงาม”
วนัสอึ้ง ลุกขึ้นมา ยืนอึ้ง เดินเหมือนจะไปที่ไหน แต่ก็ไม่มีที่ให้ไป หมุนตัวกลับ งงงัน วนัสกัดฟันอ่านต่อ
ตอนที่ไมเคิลเขียนจม. นั้น เขาเงยหน้าครุ่นคิด
“ที่แท้ ทั้งสองคนนั้นก็ตกเป็นเหยื่อของสงคราม และการเมืองระหว่างประเทศ เหมือนผม เหมือนคุณ เราทุกคน ต้องทำสิ่งที่ไม่ต้องการทำมากมาย เพราะสงครามเป็นต้นเหตุ”
ไมเคิล กำลังจะจบจดหมายลง
“แต่สิ่งที่ผมอยากให้คุณรู้ที่สุดก็คือ ทหารญี่ปุ่นที่แต่งงานกับมิสอังศุมาลิน ที่ชื่อรอ.โกโบริ เขาเป็นคนดี น่านับถือ และผมเชื่อว่าเขารักมิสอังศุมาลินมากจริงๆ”

วนัส หน้าซีด ช็อค อึ้งสุดๆ ยืนนิ่งดุจรูปปั้นสลัก กำจม.แน่นในมือ

อีกฟากหนึ่ง ท่ามกลางแสงเรืองๆ จากไส้ตะเกียงสั้นที่ค่อยๆ มอดลงเรื่อย
ด้านอังศุมาลินยังคงตีบรรเลงขิมทำนองเศร้าสร้อยครวญคร่ำ
เงาฉายของอังศุมาลินที่คล้ายกำลังก้มพูดบ่นพร่ำอยู่กับขิมตัวรัก ปรากฏอยู่ที่ฝาผนังห้อง

ภายในห้องนอนที่ตึกสันติบาลปิดไฟมืดมิด เห็นคนอื่นนอนตะคุ่มๆ ห่มผ้าในเงาสลัว

แต่วนัสนอนถือจม.นั้น สภาพยับๆ อยู่ในมือ นัยน์ตาแห้งผาก มองเพดานนิ่ง
กลางดึก โกโบริอยู่ในชุดยูกาตะ ยืนนิ่งเหม่อลอยอยู่ในหเองพักที่อู่ต่อเรือ พลันฝีเท้าของหมอทาเคดะ ก้าวเข้ามาเบาๆ

“ยังไม่นอนหรือ”
“หมอ..มีอะไร”
“เปล่า ผมเห็นคุณยืนอยู่อย่างนี้นานแล้ว..มีอะไร”
โกโบริจะหันตัวเดินออกมา
“เปล่า..ในห้อง อากาศมันร้อน”
“ทะเลาะกับอังซังหรือ” หมอถามตรงๆ
โกโบริชะงักเล็กน้อย
“หมอไปนอนเถอะ เดี๋ยวผมว่าจะไปนั่งทำงานต่อ”
“งานมันก็ไม่ได้เร่งขนาดนั้นนะ โกโบริ”
โกโบริไม่ตอบเดินลิ่วไป หมอทาเคดะมองตาม ถอนใจเบาๆ

ยายศรหลับไปแล้ว แม่อรสวดมนตร์ไหว้พระจนเสร็จ เสียงขิมยังลอยดังโหยละห้อยมาจากห้องอังศุมาลิน
แม่อรนั่ง พยายามสงบใจ แต่ไม่หายกังวล
อังศุมาลินวางมือจากขิม นั่งนิ่งงัน

ฟากวนัสยืนนิ่งอยู่ที่ริมหน้าต่าง หน้าตาขื่นขม คับแค้น อยากจะบุกออกไปจากที่นี่ หรือทำอะไรที่รุนแรง
พวกเพื่อนๆ ที่เตียง ที่แท้ต่างนอนไม่หลับ แอบมองกันไปมา คุมเชิง ว่าวนัสจะทำอะไรที่น่าเป็นห่วงหรือเปล่า
วนัสเดินมาที่โต๊ะ มองจม.ในมือ แล้ววางลง หยิบไม้ขีดบนโต๊ะมาจุด แล้วเอาจม.นั้นไปลนไฟ จนเผาไหม้เป็นเถ้าถ่าน ทิ้งลงในที่เขี่ยบุหรี่แก้วตรงนั้น
วนัสมองเถ้าจนมอดไหม้ แล้วกลับมานอน ตายังลืมโพลง แต่สงบลง เพื่อนๆ แอบมองหน้ากัน โล่งใจเป็นแถว

อังศุมาลินนอนหลับไปจนค่อนรุ่ง แล้วฝันไปถึงเหตุการณ์ที่อ่านวรรณคดี ขุนช้างขุนแผน ให้โกโบริฟัง
“โอ้พ่อพลายสายสวาทของน้องเอ๋ย”
“พ่อพลาย..คืออะไร” โกโบริถาม
“พ่อพลาย..เป็นชื่อคน...” อังศุมาลินอ่านใหม่ “โอ้พ่อพลายสายสวาทของน้องเอ๋ย”
โกโบริซักอีก “สายสวาท แปลว่าอะไร”
“สุดที่รัก…”
โกโบริยิ้ม ทำหน้าชอบใจ “ขอบคุณ...”
อังศุมาลินมอง สงสัย ว่าโกโบริมีเล่ห์หรือเปล่า
โกโบริหันมา มองตอบ หน้าตาซื่อใส
อังศุมาลินอ่านต่อ “มิเคยจะห่างเหสิเน่หา นอนหอด้วยน้องสองเวลา”
โกโบริตั้งใจฟัง
“พ่อเคยพาพิมพูดพิไรวอน
นั่นนี่ซี้ซิกสรรพยอก
ยั่วหยอกมิใคร่ให้ไปไกลหมอน
แขนซ้ายเคยให้เมียหนุนนอน”
สีหน้าอังศุมาลินยายามนั้นที่หลบอย่างมีความสุข นอนหนุนแขนโกโบริ ต่างคน ต่างหลับ
อังศุมาลินงัวเงีย ลืมตาขึ้นมา หันไป พบว่าตัวเองนอนหนุนแขนโกโบริอยู่ มองหน้าเห็นโกโบริยังหลับสนิท ท่าทางสบาย มีความสุข
อังศุมาลินเกรงใจ ค่อยๆ ขยับตัวถอยๆ แล้วจับแขนโกโบริที่ทอดขวางให้หนุน มาให้เป็นท่าแนบตัวธรรมดา
โกโบริปรือตามามอง ยิ้มๆ “ผมไม่เมื่อยหรอก”
โกโบริทอดแขนขึ้นมาแบบเดิม แล้วดึงอังศุมาลินให้ลงมานอนเหมือนเดิม
อังศุมาลินยิ้มงัวเงีย แล้วยอมนอนโดยดี โกโบริกอดไว้ อังศุมาลินหลับต่อ

อังศุมาลินพลิกตัว ทอดแขนออกไป ที่แท้อังศุมาลินนอนอยู่บนที่นอนกว้างเพียงคนเดียว ลมพัดผ้าม่านปลิวไหว ไก่ขันเจื้อยแจ้วมา
อังศุมาลินลืมตาตื่นขึ้น แล้วนอนนิ่ง ดวงตาเบิกโพลง ทุกข์ใจ อ้างว้าง สับสน
อังศุมาลินวางมือบนท้องเบาๆ น้ำตาคลอเบ้า แล้วไหลรินเป็นทาง

แสงอาทิตย์กำลังโผล่ขึ้นเหนือขอบฟ้าตะวันออก ท้องฟ้ายามรุ่งสาง เห็นหมู่นกโบยบินไปมา
ฝาหม้อข้าวถูกยกเปิดออก ควันพุ่งฉุย ขันเงินขนาดกลางมีข้าวอยู่ค่อนขัน ควันฉุยเช่นกัน ขันข้าวพร้อมทัพพีเงินถูกนำไปวางลงบนถาดที่มีปิ่นโตเถาหนึ่ง พร้อมกล้วยและส้มวางอยู่ 3-4 ผล
แม่อรเปิดประตูออกมา เห็นอังศุมาลินยืนอยู่ จึงเอ่ยทัก
“เพิ่งตื่นหรือลูก”
อังศุมาลินที่ไปยืนชะโงกมองผ่านผนังเรือนเหมือนรอคอยใครอยู่ หันมาหา
“ตื่นนานแล้วค่ะ แม่รีบลุกทำไม หนูหุงข้าวไว้เรียบร้อยแล้ว”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 21/2 วันที่ 28 มี.ค. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager