อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 21/3 วันที่ 29 มี.ค. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 21/3 วันที่ 29 มี.ค. 56

อังศุมาลินที่ไปยืนชะโงกมองผ่านผนังเรือนเหมือนรอคอยใครอยู่ หันมาหา
“ตื่นนานแล้วค่ะ แม่รีบลุกทำไม หนูหุงข้าวไว้เรียบร้อยแล้ว”
“อะไรกัน หุงไว้แต่หัวมืด นี่เพิ่งรุ่งสางเอง หนูจะรีบลุกมาทำไม หนูยิ่งไม่แข็งแรงอยู่ เดี๋ยวก็ไม่สบายไปหรอก”
“ไม่เป็นไรค่ะ หนูนอนไม่ค่อยหลับ”
“เมื่อคืนพ่อดอกมะลิแกกลับมาหรือเปล่า”

อังศุมาลินนิ่งไป หันไปทำอะไรให้ยุ่งๆ เข้าไว้ “เปล่าค่ะ”
“นี่ถ้าเมื่อคืนมีหวอละก็ ห่วงกันแย่เชียว หมู่นี่ฝั่งกระนู้นยิ่งโดนบอมบ์ถี่ เฮ้อ..แล้วเมื่อไหร่มันจะเลิกรบจบๆกันเสียที แล้วนี่หนูกินอะไรหรือยังละลูก นอนดึกๆ ดื่นๆ แล้วท้องว่างมันจะไม่ดี”



อังศุมาลินยกถาด จะลงบ้านไป “หนูยังไม่หิวค่ะ เดี๋ยวจะลงไปใส่บาตรสักหน่อยก่อน”
“แล้วเวลาลงกระด่างกระไดก็ระวังๆ ด้วยนะลูกนะ มันชันมาก เดี๋ยวจะกลิ้งลงไป กำลังท้องกำลังไส้นี่แย่เชียว”
อังศุมาลินชะงัก ยืนมองลงไปที่ขั้นบันได อังศุมาลินหน้าเบลอๆ
“คนท้อง นี่..ตกบันไดไม่ได้ใช่ไหมคะ”
“ไม่ได้สิ โดนกระแทกแรงๆ หนักๆ จะแท้งเอา”
“หรือคะ”
อังศุมาลินยืนมึนๆ
แม่อรมองมาอย่างห่วงๆ รีบเข้ามาแย่งถาด “ไม่เอาล่ะ หนูอย่าขึ้นๆ ลงๆ นักเลย จะพลาดเอาได้ ถาดใส่บาตรเดี๋ยวแม่ถือลงไปให้ดีกว่า แต่ขอแม่อาบน้ำก่อน”
“แม่อัง..แม่อัง” เสียงตาบัวตาผลร้องเรียกดังลั่น
ก่อนที่สองเกลอจะวิ่งตึงๆ ขึ้นเรือนมา
“อ้าว ตาผลตาบัว มาทำไมกัน” แม่อรแปลกใจ
อังศุมาลินร้อนใจ

สองเกลอมองอังศุมาลินที มองแม่อรที
ตาบัวตัดสินใจบอก “คืองี้...พวกช้างเผือก..มาจากทางเหนือ”
“เอาเรื่องคนสิ ฉันไม่ได้อยากฟังเรื่องช้าง” แม่อรไม่เข้าใจ
ตาผล กะตาบัวค้อนปะหลับปะเหลือก
“มันเป็นค็อกจ้ะ” ตาบัวมาถึงโค้ด
“ใช่..ค็อก” ตาผลเสริม
แม่อรงง “ก๊อก..เกี่ยวอะไร”
“โค้ดค่ะแม่ มันก็คือคำรหัสที่เขาใช้เรียกกันภายใน” อังศุมาลินอธิบาย
“พวกช้างเผือก เขาใช้เรียกรวมๆ...พวกใต้ดินจากอังกิด” ตาบัวบอก
“เอาล่ะ แล้วยังไงลุง”
“ก็ทางนี้ก็ยังไม่รู้อะไรมาก รู้แต่ว่าโดนจับขังอยู่สันติบาล แล้วเห็นว่าวันนี้ทางไทยกับพวกญี่ปุ่นจะร่วมกันสอบสวน” ตาผลบอก
“แล้วรู้มั้ย ว่าชื่ออะไรมั่ง”
“ชื่อจริงยังไม่รู้ รู้แต่ชื่อค็อก” ตาผลว่า
ตาบัวเสริม “ใช่ๆ เห็นมีคนชื่อค็อกว่าเหมา กะลำพูละก็ชื่ออะไรฝรั่งๆ อีกอันไม่รู้”
“ลำพู”
อังศุมาลินนึกสะดุดใจคิดมา
“ชื่อจริงเขาเก็บเป็นฟามลับ ที่เรียกๆ กันก็มีแต่ค็อก อย่างลุงนี่จิ๋มหนึ่ง ไอ้บัวก็จิ๋มสอง”
แม่อรท้วง “ตัวออกโตทำไมชื่อจิ๋ม”
“ไม่ใช่จิ๋มภาษาไทย จิ๋มภาษาอังกิด”
ตาบัวชักฉุนแม่อรที่ไม่เข้าใจเอาเลย แม่อรงง
“ลุง แล้วจะทำยังไงให้รู้ว่าใช่วนัสหรือเปล่า” อังศุมาลินถาม
“ก็ต้องคอยไปหน่อย” ตาผลบอก
“ไม่ก็ไปสืบดูเอาใหม่” ตาบัวว่า

อังศุมาลินเพลียใจยิ่งนัก
เช้าวันเดียวกัน แม่อรถือชะลอมใบเล็กๆ ใส่ผลไม้มาส่งอังศุมาลินที่เปลี่ยนชุดใหม่ ใส่เสื้อตัวยาวสีเข้มคลุมถึงสะโพก ที่ท่าน้ำ พลางกำชับ

“เอาไปฝากคุณพ่อ ใครเขาเห็นเข้าจะได้อ้างว่าไปเยี่ยมเยียนปกติ..แล้วเดินเหินก็ระวังๆ ตัว”
เสียงเรือยนต์แล่นเข้ามาตรงท่า แม่อรยื่นชะลอมให้อังศุมาลิน
“ค่ะหนูจะรีบไปรีบมา คงไม่มีอะไรหรอก”
“ถ้าพบพวกบ้านนั้นเข้า เขาจะพูด เขาจะทำท่ายังไงๆ ก็อดทนไว้นะลูกนะ อย่าไปยุ่งกับเขา เราไปตั้งใจทำธุระ ก็ทำของเราให้เสร็จพอ”
เรือยนต์มาจอดเทียบรอรับ
“ค่ะ แม่ไม่ต้องห่วง”
“ระวังๆตัวนะลูก ยาลงยาลมพกติดตัวไว้นะ”
อังศุมาลินก้าวลงเรือไป หันมายิ้มๆ ให้ มีผู้โดยสารในเรือ 3-4 คน แม่อรมองตามอย่างเป็นห่วง

อังศุมาลินข้ามฟากมาแล้ว กำลังเดินมาถึงริมถนน แลเห็นรถราวิ่งขวักไขว่ไปมา อังศุมาลินยืนรอเพื่อหาจังหวะข้ามถนน
ระหว่างนั้นขบวนรถทหารญี่ปุ่น 2 คัน แล่นมาที่อีกฟากของถนน อังศุมาลินกำลังก้าวข้ามไปถึงอีกฟาก และตัดหน้าขบวนรถนั้นพอดี ครั้นเหลือบมองจึงเห็นว่าเป็นรถทหารญี่ปุ่น อังศุมาลินเลยรีบก้มหน้าหลบจะเดินต่อ
บังเอิญว่าโกโบริที่นั่งอยู่ตอนหน้ากับพลขับเห็นเข้า จึงชะเง้อมองมา แล้วรีบบอกให้พลขับชะลอรถหยุด มีหมอโยชินั่งอยู่ตอนหลังด้วย
โกโบริเปิดประตูลงมา อังศุมาลินชะงัก ตกใจ นึกไม่ถึง ทุกคนมองตามท่าทีสนใจ
โกโบริถามเสียงเรียบ สีหน้านิ่ง “คุณจะไปไหน”
อังศุมาลินมองโกโบริ แล้วมองไปทางพวกบนรถ
“จะไป..เยี่ยมคุณพ่อคะ”
โกโบริมองตาส่งซิก ว่าอย่าพูดอะไรมาก แล้วทำเป็นพูดดังๆ ให้คนบนรถได้ยินด้วย “อ้าว ก็นัดกันว่าจะไปเยี่ยมด้วยกันพรุ่งนี้ไง”
อังศุมาลินสบตา เข้าใจ ตอบแบบให้ทุกคนได้ยินเช่นกัน
“เอ้อ...ฉัน...เห็นว่าคุณคงติดราชการ เลยจะไปเอง”
“งั้นก็เรียนท่านด้วยแล้วกันว่าผมคิดถึง แล้วผมจะไปเยี่ยมท่านด้วยกันกับคุณ...วันหลัง”
โกโบริมองแบบตำหนิ ว่าทำไมเธอถึงแก่นซ่าแบบนี้ท้องไส้อยู่แท้ๆ สายตาบอกให้รู้ว่าอยากคุยด้วยอีกเยอะ แต่ไม่สามารถ แล้วจึงหันกลับขึ้นรถ ปิดประตู และรถเร่งเครื่องออกตัววิ่งไปทันที
อังศุมาลินมองตามไปจนลับตา พลางถอนใจยาวโล่ง

ไม่นานนัก สาวใช้ยืนหน้าจ๋องอยู่กับแก้ว ตรงหน้าประตูเรือนหลังใหญ่ ที่เปิดแง้มออกมานิดๆ
“ไปบอกเขาแล้วกัน คุณพ่อไม่อยู่ ชะลงชะลอมอะไรรุงรังนั่นบอกเขาด้วยให้เอากลับไป”
“เออ ค่ะ...”
“ไปซิ” แก้วเร่ง
“ค่ะคุณแก้ว”
แก้วส่งสายตาเหยียดๆ ทำเหมือนไม่รู้จัก มาที่อังศุมาลินที่ยืนหน้าซีด อยู่หน้าทางเดินตรงประตู ก่อนจะดึงประตูปิดดังปัง!
“คุณคะ...คุณแก้วให้มาเรียนว่า...”
อังศุมาลินนึกรู้ ไม่อยากฟังต่อกำลังจะหันตัวกลับออกไป
เสียงหลวงหลวงชลาสินธุราชดังขึ้น “เดี๋ยว ยัยอัง”
อังศุมาลินเหลียวขวับมาหา
คุณหลวงเปิดประตูเรือนออกมายืนหน้าเข้ม แก้วยืนหน้าเสีย มองลอดออกมาจากหลังประตูอย่างไม่พอใจ

ครู่ต่อมาหลวงชลาสินธุราช เดินนำอังศุมาลินเข้ามาในห้องสมุด รับชะลอมจากลูกสาวมาถือไว้
คุณหลวงหันตะโกนออกไปนอกห้อง
“ใครอยู่ข้างนอก เอาชะลอมนี่ไปจัดผลไม้ใส่ถาดตั้งไว้ ใครไม่กินห้ามแตะต้อง”
สาวใช้คนเดิมรีบพรวดเข้ามา รับชะลอมไปทันที หลวงชลาสินธุราช เดินไปปิดประตูก่อนเดินกลับมาที่โต๊ะ
“หนูมีอะไร”
“พ่อคะ”

ขณะเดียวกันห้องประชุมของกองตำรวจสันติบาล พระนคร ถูกจัดเป็นห้องสอบสวนเฉพาะกิจขึ้นมาโดยจัดเป็นสองฝ่าย คือ ฝ่ายผู้ต้องหาอยู่โต๊ะกลางห้อง กับฝ่ายเจ้าหน้าที่ เป็นโต๊ะอยู่ชิดฝั่งหนึ่ง แยกเป็นของไทย กับ ญี่ปุ่น
สสารวัตรองอาจพร้อมด้วยสันติบาลอีก 2 นาย กำลังนั่งคุยกระซิบกระซาบอยู่ที่โต๊ะ ฝ่ายญี่ปุ่นเดินเข้าห้องมา ประกอบด้วย โกโบริ โยชิและกองสืบราชการลับอีก 2 นาย ทั้งสองฝ่ายต่างจับมือทักทายกันก่อนนั่งลงประจำที่ มีโต๊ะของกลาง พวกเป้ เครื่องรับส่งวิทยุกำลังสูง ปืนพก มีด และอื่นๆ วางอยู่หน้าเจ้าหน้าที่สองฝ่าย
“เราเริ่มกันได้เลยนะ” หมอโยชิเป็นตัวแทนฝ่ายญี่ปุ่นเอ่ยขึ้น
“ดีครับ”
สารวัตรองอาจรับคำ พลางให้สัญญาณตำรวจสันติบาลที่ยืนอยู่หน้าประตู ตำรวจพวกนั้นโค้งรับรู้แล้วเดินหายออกไป
โกโบริ หมอโยชิ และทหารหน่วยสืบราชการลับ นั่งคุยปรึกษากันเบาๆ อยู่ ต่างหันมอง
สักครู่หนึ่ง ยินเสียงฝีเท้า ท่านชายวิชญา อรุณ และวนัส เดินเรียงเข้าห้องมาตามลำดับ มีเจ้าหน้าที่คุมตัวเดินนำเข้ามา และตามปิดท้ายใกล้ชิด
ฝ่ายของสารวัตรองอาจเงยหน้ามอง
ท่านชายวิชญา อรุณ และวนัสทั้งสาม หน้านิ่ง เดินมานั่งที่โต๊ะกลางห้อง เจ้าหน้าที่คุมตัวมาทั้งสองคน แยกย้ายไปยืนหลบมุม
วนัสหน้าซีดเอามากๆ ทั้งคืนไม่ยอมนอน แขนซ้ายก็บวมๆ ขอบตาคล้ำ ปากแห้ง แววตาตายด้าน จังหวะหนึ่งเหลือบช้อนสายตาขึ้นมามอง
หมอโยชิมองอยู่ เหมือนจะสะดุดใจเล็กน้อย ก่อนทำสีหน้าเรียบนิ่งเป็นปกติ
วนัสมองหน้าหมอโยชิ แววตาปวดร้าว แล้วเหม่อลอยไป โกโบริมองพินิจ พิจารณาทั้งสามคนโดยละเอียด
สารวัตรองอาจรายงานต่อทุกคนในห้อง
“นี่คือผู้ต้องสงสัยลักลอบเข้าประเทศจากทางเครื่องบิน 3 รายเป็นคนไทย ที่ตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ จับได้เมื่อวัน เวลาตามบันทึกนี้ครับ เบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นหนึ่งในขบวนการต่อต้านญี่ปุ่นภายนอกประเทศจริง แต่ยังไม่ยอมให้ปากคำใดๆ เพิ่ม และของกลางที่เห็นตรงหน้า คือ อุปกรณ์และสัมภาระที่ฝังซ่อนไว้ แต่ตำรวจนครสวรรค์ไปขุดมาได้”
สารวัตรองอาจพูดจบ ก็หันมองไปทางฝ่ายญี่ปุ่น
“ขอให้ทั้งสามคนบอกชื่อ” หมอโยชิเริ่มถาม
ท่านชายวิชญา อรุณ และวนัส ยังสงบนิ่งตัวตรง วนัสนั้นจดสายตาเพ่งมองที่หมอโยชิแววตาคู่นั้นเคืองขุ่นอยู่ในที ทั้งสามนิ่งไม่ยอมตอบ
“กรุณาให้ความร่วมมือด้วย” สารวัตรองอาจเสียงดัง
ท่านชายวิชญา และอรุณ อิดออดเล็กน้อยก่อนเอ่ยตอบ
ท่านชายว่า “แซม”
อรุณบอก “เหมา”
วนัสเงียบงันไม่ยอมพูด มองหน้าหมอโยชิแน่วนิ่ง
“แล้วคุณ…” หมอโยชิถามย้ำ
“ช่วยบอกชื่อคุณด้วย” สารวัตรเอ่ยขึ้นอีก
โกโบริมองจับสังเกตที่วนัส พลางถาม
“คุณชื่ออะไร”
วนัสจ้องโกโบริ พูดกวนๆ “แล้วคุณล่ะ คุณ...ชื่ออะไร”
สารวัตรองอาจ และหมอโยชิ มองลุ้นจัด
โกโบริเริ่มแน่ใจว่าใช่เขาแน่ มองตอบ ต่างคนต่างจ้องหน้ากันเหมือนจะจดจำจนวันตาย

ทางด้านหลวงชลาสินธุราช มีสีหน้าครุ่นคิด เมื่ออังศุมาลินถามต่อ
“หนูทราบมาว่า มีคนหนึ่งใช้ชื่อรหัสว่า ลำพู ใช่วนัสหรือเปล่าคะ”
“พ่อก็ยังตอบไม่ได้”
“ทางนี้ไม่มีใครทราบเลยหรือคะ”
“หนูต้องใจเย็นๆ หน่อยซิลูก ตอนนี้พวกเราก็ทาบๆ ที่จะพูดเรื่องนี้กับทางอธิบดีตำรวจอยู่ ถ้าท่านร่วมมือกับเราจริง อะไรๆ ก็คงง่ายเสียที” คุณหลวงบอก
“แล้วสามคนนี้ล่ะคะจะเป็นยังไง”
“เขาตั้งคณะกรรมการสอบสวนจากทั้งสองฝ่าย ยังไงคนไทยคงไม่ฆ่าคนไทยด้วยกันหรอก”
“แล้วถ้าทางญี่ปุ่นจะเอาตัวไปจัดการเองละคะ”

คำถามของลูกสาว ทำเอาคุณหลวงมีสีหน้าหนักใจยิ่งขึ้น เหลียวมองอังศุมาลินเขม็ง
ส่วนเหตุการณ์ภายในห้องสอบสวน ที่กองตำรวจสันติบาล บรรยากาศยังคงตึงเครียด ฝ่ายญี่ปุ่น และสันติบาลจับตาเขม็ง และรอคำตอบ

ท่านชายวิชญา และอรุณ สังเกตทั้งสองฝ่ายตรงหน้าอย่างไม่วางตา
“กรุณาตอบ..คุณชื่ออะไร”
วนัสถอนใจแรงมองตาแข็ง ดูออกว่าไม่พอใจ ก่อนเหลียวมามองที่หมอโยชิขณะตอบ
“ลำพู”
โกโบริมองฉงน กึ่งโล่งใจที่ไม่ได้ยินชื่อที่คาดคิด
แต่แล้วหมอโยชิกลับถอนใจ ส่ายหน้า “เธอร่วมมือกับเราดีกว่า...วนัส”
วนัสมองตาแข็งแววตากร้าว
โกโบริหันขวับ ตาเบิกกว้างไปทางหมอโยชิทันที

ส่วนหลวงชลาสินธุราช พยายามบอกเพื่อให้ลูกสาวคลายวิตก
“ยังไงฝ่ายเราก็ต้องรักษาสิทธิ์ประเทศเอาไว้ ไม่มีทางยอมญี่ปุ่นแน่”
อังศุมาลินมีสีหน้าไม่สบายใจ
“อีกนานไหมคะ กว่าเราจะรู้ว่าใครเป็นใคร”
“หรือทางหนูจะลองถาม..สามีของหนูดู อาจจะได้เรื่องเร็ว เพราะเขาก็เข้าไปที่กองบัญชาการบ่อยๆ”
อังศุมาลินตอบอย่างเด็ดเดี่ยว “อย่าดีกว่าค่ะ” พลางถอนใจเบาๆ

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 21/3 วันที่ 29 มี.ค. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager