อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 21/4 วันที่ 30 มี.ค. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 21/4 วันที่ 30 มี.ค. 56

“หรือทางหนูจะลองถาม..สามีของหนูดู อาจจะได้เรื่องเร็ว เพราะเขาก็เข้าไปที่กองบัญชาการบ่อยๆ”
อังศุมาลินตอบอย่างเด็ดเดี่ยว “อย่าดีกว่าค่ะ” พลางถอนใจเบาๆ
“นี่หนูสบายดีไหม คุณยายกับคุณแม่เป็นยังไงบ้าง” คุณหลวงเปลี่ยนเรื่องคุย
“สบายดีค่ะ”
“หนูดูซีดลงไปนะ เป็นอะไรหรือเปล่า”
“หนูไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ”
อังศุมาลินไม่ยอมปริปากเรื่องท้องออกมา

การสอบสวนเหมือนจะเสร็จแล้ว โกโบริยืนขรึมอยู่ที่ระเบียง หมอโยชิยืนข้างๆ เมียงมอง แล้วเข้ามาตบบ่า
“เราทำหน้าที่ล่าม...ก็ทำหน้าที่ของเราไปให้ดีที่สุด นอกเหนือไปจากนี้ ก็เป็นหน้าที่ของคนที่เขารับผิดชอบโดยตรง”
“ครับผม”


มีเสียงเคลื่อนไหว โกโบริหันไป
เห็นสารวัตรองอาจและพวก กำลังควบคุมวนัสกับพวกเดินมา จะขึ้นไปอีกชั้นนึง
โกโบริตัวแข็งทื่อ ตามองเป๋งที่วนัส
ฝ่ายวนัสก็มองตอบมา ขณะที่คนอื่นก้าวผ่านไป แต่วนัสเหลียวมา มองหน้าโกโบริไม่วางตา
อยู่ๆ วนัสหยุดกึก โกโบริผงะ มองหน้า พร้อมจะตอบโต้ทุกรูปแบบ
วนัสมองจนพอใจ แล้วหันไปต่อ จะเดินไป
โกโบริเห็นแขนวนัสที่บวม
“เดี๋ยว”
ทุกคนหันขวับ ตกใจ และมองลุ้น
“คุณ...แขนหัก...หรือเปล่า” โกโบริถามวนัส
ท่านชายวิชญาดีใจ “นั่นสิ ผมก็คิดว่าเช่นนั้น”
โกโบริมองไปที่สารวัตรองอาจ “ทำไมไม่มีใครพาไปรักษา..เป็นมาก ไม่ใช่น้อยๆ”
วนัสสวนขึ้นมา “ผมไม่เป็นอะไร”
โกโบริบอกอีก “ต้องพาไปโรงพยาบาล เอ็กซเรย์ให้ชัดเจน ว่าหักไหม”
“ผมจะเดินเรื่องให้เอง” หมอโยชิบอก
สารวัตรองอาจมองพวกเสรีไทย ยิ้มประจบท่านชายวิชญา แล้วหันไปพูดเสียงเข้มกับโกโบริ “ทางสันติบาลจะรับผิดชอบเอง ทางกองทัพญี่ปุ่นอย่าลำบากเลยครับผม”
“ควรจะรีบไปนะครับ” โกโบริกำชับ
“เดี๋ยวทำเรื่อง..แล้วควบคุมตัวไปเลยครับ รับรองว่าเราจะควบคุมคนพวกนี้อย่างเข้มงวดที่สุด” สารวัตรองอาจโค้งให้
ทั้งหมดพากันออกไป
โกโบริยืนอึ้ง หมอโยชิมองโกโบริ จับสังเกต

แม่อรประคองอังศุมาลินให้นั่งลงที่ม้านั่งท่าน้ำ ตอนนั้นเป็นเวลายามบ่ายแล้ว
“ไม่ได้เรื่องค่ะ” อังศุมาลินบอก
“งั้นเย็นนี้ ถ้าพ่อโกโบริแกกลับมา เราลองถามๆแกดูก็คงได้”
อังศุมาลินยิ้มหยัน หน้าเหี้ยมๆ “คนนั้นละรู้แน่ทีเดียวค่ะ สามคนนั้นถูกจับก็คงเพราะฝีมือเขานี่ล่ะ”
แม่อรฟังแล้วงวยงง “อ้าวทำไมล่ะ”
“หนูเอาจดหมายซุกไว้ในตู้ แล้วเขาไปเห็นเข้า”
“จดหมาย...จดหมายไหนอีก”
“ฉบับนั้นนั่นแหละค่ะ...วันนั้น...หนู..ได้กลับคืนมาจากป้าวัน...แล้ว...หนูก็เอามาเก็บไว้ หนูผิดเอง!”
แม่อร อึ้ง นิ่งไปนิด แล้วก็ส่ายหน้า “ในจดหมายไม่เห็นมีอะไร ตัวแกก็อ่านภาษาไทยไม่ได้ จะเอาอะไรไปจับพ่อวนัส”
“เขาอาจเอาไปให้ใครๆ อ่านก็ได้ อย่างน้อยก็ทำให้พวกเขารู้แกวว่าจะมีคนลอบเข้ามาในประเทศ แล้วก็วางคนไว้กวดขัน ไม่งั้นสามคนนั้นจะถูกจับได้เร็วนักคะ” อังศุมาลินเอาแต่โทษ โกรธขึ้งโกโบริ
“หนูก็อย่าเพิ่งไปโทษพ่อดอกมะลิแกเลยลูก”
“หนูผิดเองๆๆ ไม่รู้สามคนนั่นจะโดนอะไรบ้าง วันนี้เขาไปเป็นล่ามให้คณะกรรมการสอบสวนฝ่ายเขา ถ้าเกิดมีวนัสด้วย…”
อังศุมาลินสะดุด ฝืนกล้ำกลืน
“หนูสงสารป้ากับลุงกำนัน ถ้ารู้เรื่องลูกชายเข้าคงแทบขาดใจ...ถ้าวนัสเป็นอะไรไป...”
“ทำใจดีๆ เถอะลูก ค่อยๆ คิด ค่อยๆ อ่าน รอฟังพ่อจิ๋มก๊อกอะไรนั่นเขาอีกที เผื่อแกอาจได้เรื่องอะไรมาบ้าง” แม่อรหมายถึงตาบัวกะตาผล
“คอยดูนะคะแม่ ถ้าเสรีไทยพวกนี้เป็นอะไรไป หนูจะชดใช้ให้พวกเขาให้สาสมทีเดียว”
อังศุมาลินพูดอย่างอาฆาตมาดร้าย แม่อรมองลูกสาว สีหน้าสะพรึงกลัวใจนัก

ตกตอนเย็น รถแล่นมาจอดหน้ากองบัญชาการกองทัพญี่ปุ่น ถนนสาธร โกโบริลงรถแล้วรีบเดินหายเข้าไปในห้องแม่ทัพใหญ่ นากามูระ
จดหมายถูกยื่นออกไป นากามูระรับจดหมายมาจากโกโบริ
“มีอะไรด่วนหรือ”
“เรื่องผมขอย้ายเข้าพม่าครับ”
“หือ..คุณแน่ใจหรือ ทำไมละ” นากามูระฉงน
“ครับ...ความจริงผมควรไปเสียตั้งแต่ครั้งก่อน…”
“ใช่ ความจริงทางพม่าก็ต้องการตัวคุณตั้งแต่ครั้งที่แล้ว แต่ตอนนั้นผมเห็นว่าที่นี่ก็ขาดคนที่มีความสัมพันธ์ดีกับชาวบ้านแบบคุณ เลยขอตัวคุณไว้ก่อน...ถ้าตอนนี้คุณจะไป ทางโน้นคงยินดีไม่น้อย แต่...คุณไม่ห่วงทางนี้หรือ”
โกโบริอึ้ง นิ่งงันไป

ดวงจันทร์ข้างแรมลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า เหนือหมู่แมกไม้ในสวน ตะเกียงกลางเสาบ้านไส้สั้นลงมากแล้ว อังศุมาลินเดินมาเปิดผาไขขึ้น
แม่อรนั่งปัดยุงไปมาอยู่ที่โต๊ะกลางบ้าน
“นี่เขาหายไปไหนนะ ทุกทีต้องให้ทหารมาบอก แต่นี่เงียบไปเลย”
อังศุมาลินหน้านิ่ง เฉยเมย ลงมาทรุดตัวนั่งใกล้ๆ แม่
“จะว่าสอบสวนกันทั้งวันทั้งคืนก็เกินไปละ เผื่อยังไงแกกลับมาจะได้ลองถามดู”
“เขาไม่บอกหรอกค่ะ” อังศุมาลินออกอาการท้อ
“ก็เราไม่ได้ไปซักอะไรเขามากนี่ลูก ถามแต่ว่าใช่พ่อวนัสหรือเปล่า ถ้าใช่แล้วเป็นยังไงบ้าง ก็เท่านั้น”
“ควรถามว่า พวกเขา...ทรมานเชลย..ด้วยวิธีไหน เห็นจะดีกว่าค่ะ”
“ฮื้อ...” แม่อรถอนใจยาว กึ่งหนักใจ กึ่งไม่แน่ใจ “หนูก็อย่าเพิ่งคิดอะไรไปในทางร้ายๆ ซิลูก”
“จำลุงบัวลุงผลที่โดนจับกรอกน้ำมันนั่นได้ไหมคะ” อังศุมาลินขุดเรื่องเก่ามาเล่าอีก
แม่อรท้วง “อ้าว แล้วอย่างคนของแกที่กินกล้วยจนจะจุกตายนั่นล่ะ พ่อดอกมะลิแกเป็นคนยุติธรรม”
อังศุมาลินใจแป้ว “แต่ถ้าเป็นวนัส...”
“เขาบอกอะไรหนูหรือ”
อังศุมาลินนิ่งไม่ยอมตอบ
“หนูก็อย่าเพิ่งมาคิดเดาไปอย่างนั้นอย่างนี้เลยลูก” แม่อรเตือนสติ
“ถ้าพรุ่งนี้ลุงสองคนยังไม่มาส่งข่าว หนูจะไปถามคุณพ่อดูอีก” อังศุมาลินว่า
“อย่าไปเลย เวียนไปเวียนมาบ่อยๆ คุณพ่อ กับพ่อดอกมะลิจะโดนสงสัยเอา”
อังศุมาลินเงียบขรึมลงไป
“หนูต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี อย่าเอาแต่อารมณ์ ของอย่างนี้ต้องดูให้รอบคอบ จะมาเอาให้ได้อย่างใจน่ะ คงไม่ได้”

อังศุมาลินทอดถอนใจอย่างอัดอั้น สีหน้าพลันเศร้าลงไปอีก
ตอนบ่ายของวันรุ่งขึ้น พยาบาลและหมอทำการใส่เฝือกให้วนัสอยู่ วนัสหน้าไม่ยินดียินร้าย มีตำรวจไทย 2 คนมาเฝ้า

ระหว่างนั้นสารวัตรองอาจ เดินพาหลวงชลาสินธุราชเข้ามาหา
คุณหลวงหยุดมองวนัส อึ้งไป วนัสหันมาเห็น ตกใจ แล้วลุก ไหว้ไม่ได้ ทำท่าตะเบ๊ะแทน
“สารวัตรองอาจ...ผมขอ...สอบปากคำผู้ต้องหาตามลำพัง”
“ครับผม”
สารวัตรองอาจหันไปพยักพเยิดกับพวกตำรวจ 2 คน แล้วพากันออกไป
คุณหลวงถามอาการวนัสกับหมอ “เป็นอะไรมากไหมครับ”
“แขนไม่หักครับ แค่กระดูกร้าว..ให้อยู่นิ่งๆ สัก 2-3 สัปดาห์ ก็จะหาย”
“ขอบคุณครับ...ขอความกรุณา…”
หมอรู้ตัว “ยินดีครับ” รีบเดินออกไป
คุณหลวงชลาสินธุราชมองจ้องหน้า วนัสมองตอบ แววตาเศร้า เซ็ง สับสน
คุณหลวงเข้าใจได้ในทันที “เธอ...คือวนัสใช่ไหม...ฉันเคยเจอ...ผ่านๆ นานเต็มทน”
“ครับผม”
“คงทราบเรื่อง...อังศุมาลินแล้ว”
“ครับผม” วนัสบอก
“ฉันผิดเอง”
วนัสอึ้ง มองมาอย่างงงๆ
“เพราะฉัน...ที่ต้องปิดลับ...เพื่อรักษาสถานะของตัวเอง...และทำให้กองทัพญี่ปุ่นวางใจ ยายอังถึงจำเป็นต้องแต่งงานกับหลานชายแม่ทัพ”
“ผมพบเขาแล้ว”
“เขาเป็นคนดี” คุณหลวงบอก
วนัสเงียบ
“เขาเป็นนายทหารญี่ปุ่นตัวอย่าง...ที่มีสัมพันธ์ที่ดีกับประชาชนไทย”
“อ้อ...” วนัสรับรู้
หลวงชลาสินธุราชลดเสียงเบาลง “ญี่ปุ่นกำลังเสียเปรียบมากแล้วตอนนี้ ในทุกสมรภูมิ พวกเราก็ติดต่อกันได้สะดวกขึ้นแล้ว ตำรวจ...ก็เข้าใจเราขึ้นมากแล้ว...เวลานี้ ขอให้มั่นใจได้ ว่าพวกเธอทุกคน...จะอยู่อย่างปลอดภัย ภายใต้การดูแลของตำรวจสันติบาล”
วนัสอึ้งไป แล้วไปๆ มาๆ หน้าเศร้าลงอีก ด้วยนึกเป็นห่วงอังศุมาลินขึ้นมา เพราะถ้าญี่ปุ่นแพ้ อังศุมาลินและครอบครัวจะเป็นไง

กลางดึก สายลมพัดพลิ้วเบาๆ พัดมุ้งเป็นริ้วๆ ภายในห้องมืดมิดมีเพียงแสงจันทร์รำไร
อังศุมาลินนอนพลิกตัวหันมา แม้ตาจะหลับ แต่กระสับกระส่ายถอนหายใจหนักหน่วง นึกถึงคำพูดตัวเองที่พูดใส่หน้าโกโบริ วันก่อน
“หึ หึๆ” อังศุมาลินแสยะยิ้มขึ้นมา “สักวันหนึ่ง สักวันหนึ่งคุณจะได้รู้ว่า สิ่งที่คุณหวังว่าอยากได้มันนักหนานั้นน่ะ บางที..บางที คุณจะไม่ได้มันเลย ถ้าสามชีวิตนั่นเป็นอะไรไป ฉันขอบอกตรงนี้..ว่าฉันจะเอาชีวิตหนึ่งแลกคืนให้เขา ชดใช้ให้สมกับที่เขาได้รับเคราะห์กรรมเพราะฉัน”
อังศุมาลินลืมตาโพลง ก่อนจะพลิกตัวนอนหงายตามองมุ้งสายบัวนิ่งงัน เอามือจับท้อง น้ำตาเอ่อๆ
ขณะเดียวกันเรือเร็วของโกโบริแล่นทอดตัวเอื่อยๆ มาจอดเทียบนิ่งที่ริมท่าน้ำ โกโบริมองผ่านแมกไม้ ไปยังหน้าต่างห้องอังศุมาลินที่ไฟดับมืดสนิท โกโบริถอนใจ สีหน้าหนักใจแบกโลกเอาไว้ทั้งโลก

ค่อนรุ่งกลุ่มดอกลำพูที่ลอยเกาะกลุ่มติดเป็นแพต้านกระแสน้ำอยู่ ถูกเศษไม้ใหญ่ลอยแรงตามกระแสน้ำมาปะทะจนแตกกระจาย ไหลตามกระแสน้ำไป ท้องฟ้ายังคงมืดทึม พอเริ่มเห็นยอดช่อดอกมะลิที่นิ่งไม่ไหวติ่ง
ประตูห้องอังศุมาลินค่อยๆ เปิดแง้มออก เห็นฝีเท้าอังศุมาลินก้าวออกมา แล้วเดินต่อจนถึงกลางเรือน สีหน้าที่มองไปสะดุดอะไรบางอย่าง
อังศุมาลินเพ่งมอง เห็นร่างตะคุ่มโกโบริที่มุมเสานอกชาน นั่งพิงหันหลัง ยังอยู่ในชุดเครื่องแบบตัวเดิมจากเมื่อวาน สักพัก จึงหันมา สีหน้าดูอิดโรยเพราะอดนอน อังศุมาลินแลไปเห็นประตูชานเรือนเปิดแง้มไว้เล็กน้อย
แวบแรกนั้นอังศุมาลินดีใจลึกๆ แต่รีบสะกดกลั้นข่มความรู้สึก
“ผมเอง..ไม่ใช่คนที่คุณรอคอยหรอก ผมแค่ขอมาแวะเปลี่ยนชุดหน่อย”
อังศุมาลินเงียบไม่ตอบ
“ผมจะต้องย้ายไปพม่า” โกโบริพูดต่อ
อังศุมาลินใจหวิวขึ้นมาไม่รู้ตัว
“แต่ผมอาจต้องอยู่รอจัดการติดตั้งเครื่องจักรที่อู่ให้เสร็จ แล้วมอบแผนงานให้คนใหม่เสียก่อน บางทีคงนานพอที่จะได้อยู่...เห็นหน้าลูก”
อังศุมาลินฟังเงียบ คิดไปต่างๆ นานา
โกโบริพูดต่อท่าทีเยือกเย็น และสุ้มเสียงเย็นชา “แล้วถ้าคุณไม่ต้องการเขา เหมือนที่ไม่ต้องการผม...ผมจะส่งเขาไปญี่ปุ่น ตอนนี้ผมเขียนจดหมายไปบอกพ่อกับแม่ไว้แล้วว่าจะได้หลาน”
อังศุมาลินฟังแล้วโกรธมากขึ้นเป็นริ้วๆ โกโบริลุกขึ้นยืนช้าๆ
“ซึ่งคงอีกไม่ช้า คุณก็จะได้พบกับคนที่คุณตั้งตาคอย” โกโบริเน้นคำตรงท้ายประโยค แล้วเดินไป รินน้ำในเหยือกข้างๆ มากินเอง อังศุมาลินมองตามรอฟัง
โกโบริดื่มน้ำ ก่อนจะหันมา “เชลยหนึ่งในสาม..ชื่อวนัส”
อังศุมาลินรู้สึกชาวาบขึ้นทันควัน จ้องสบตากร้าว
“ตายหรือยัง”
โกโบริเซ็งโครต “ทำไมคิดว่าเขาจะตาย”
“แล้วเมื่อวานคุณทำอะไรเขาบ้าง”
“ผมเป็นล่าม มีหน้าที่แค่แปลข้อความตามที่เชลยให้การ และแปลสิ่งที่ฝ่ายผมถาม”
อังศุมาลินเหน็บแนม แดกดันตามวิสัย “หวังว่าข้อความที่คุณแปล จะไม่ช่วยทำให้เขาตายเร็วขึ้น”
โกโบริฉุน เม้มปากนิ่งไปครู่หนึ่ง
“คนอย่างผม รู้จักแยกหน้าที่กับหัวใจ ไว้คนละส่วนเสมอ...” แล้วสะดุดใจ นึกไปถึงเรื่องที่ผ่านมา “แต่...ที่ผ่านมา บางครั้งผมก็ละอายใจตัวเอง ที่กระทำสิ่งทรยศกับหน้าที่ เพราะหัวใจตัวเอง”
โกโบริเดินตรงดิ่ง ผ่านอังศุมาลินที่ยืนทื่อตัวแข็งนิ่ง ตรงเข้าไปที่ห้องนอนทันที
อังศุมาลิน เห็นภาพโกโบริที่เดินไป ดูเอียงๆ แกว่งๆ อังศุมาลินเหมือนจะเป็นลม เซมายึดเสาไว้

เช้าแล้วอังศุมาลินนั่งพิงเสา กอดเข่า มือถือยาดมจ่อจมูก ด้านหนึ่งยายศรกำลังพัดวีให้
แม่อรส่งยาหอมให้ “กินยาหอมหน่อยลูก...นี่ละลายน้ำมนตร์หลวงพ่อแล้ว”
อังศุมาลินไหว้แม่ กินยา
แม่อรกระซิบเบาๆ “พ่อดอกมะลิแกเล่าอะไรอีกหรือเปล่า”
“เขาไม่พูดหรอกค่ะ ที่เขามาบอกเราแค่นี้ก็เป็นบุญนักหนา” อังศุมาลินเน้นเสียงขณะพูดถ้อยคำต่อมา “เขาคงอยากให้หนูรู้ว่าวนัสถูกจับ”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 21/4 วันที่ 30 มี.ค. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager