อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 22 วันที่ 31 มี.ค. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 22 วันที่ 31 มี.ค. 56

อังศุมาลินได้ยิน ยื่นมือออกมา
“ใคร...ใครเรียก...ใคร”
อังศุมาลินมองหา แล้วเบิกตากว้าง เห็นเป็นใบหน้าโกโบริที่ก้มลงมาใกล้มาก ใบหน้านั้นแสนเศร้ามาก น้ำตาไหลนองหน้า
“ฮิเดโกะๆ ได้โปรด ฟื้นเถอะ ฮิเดโกะ!”
เสียงโกโบริร้องเรียกขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆ กับที่ ทุกอย่างในหัวอังศุมาลินก็ดับมืดไป

นึกแล้ว อังศุมาลินถึงกับอึ้งไปสักพัก ทำใจ ยอมรับความจริง ตัดสินใจถาม
“แล้ว...ลูกหนูละคะ ลูกของหนู”



แม่อรอึกอัก หน้าซีดลงเล็กน้อย หันไปมองหน้ายาย
อังศุมาลินมองสองคนเห็นอาการ ยิ่งแน่ใจ “ทำไมคะ แก..แกไม่อยู่กับเราแล้วหรือคะแม่...” อังศุมาลินเสียงหลง
แม่อรรีบจับมือ เขย่าๆ ให้ได้สติ “ยัง ยัง..ไม่ถึงกับ..อย่างนั้นหรอกลูก”
อังศุมาลินพอมีความหวังขึ้นมาวูบหนึ่ง
“อะไรนะคะ”
อารามดีใจ อังศุมาลินผงกศีรษะขึ้นมาอย่างลืมตัวทันที
“อย่า..อย่าเพิ่งขยับสิลูก หมอเขาบอกให้หนูนอนนิ่งๆ ไว้”
“คือตอนที่หนูตกลงไป หนูเอาหัวลง แล้วดีที่พ่อดอกมะลิรับไว้ทันก่อนไปกระแทกพื้นข้างล่าง นี่หมอเขามาตรึงหนูไว้กับที่ก่อน ไม่ให้ขยับเขยื้อน หมอเขาก็ว่ายังไม่แน่ใจเสียทีเดียว แต่เขาว่าก็พยายามสุดฤทธิ์แล้ว จะได้ผลแค่ไหนต้องรอดูอีกหน่อย”
อังศุมาลินสีหน้าคลายกังวลลงไปประมาณหนึ่ง

เวลาต่อมา ยินเสียงฝีเท้าก้าวขึ้นบันไดโครมๆ ขึ้นมา ตามด้วยเสียงพูดคุยคุ้นหู
“เอ้า..ประตูเปิดไว้รอเราเลยเห็นมั้ย”
“สงสัยจะรู้ว่าคนดังจะมา”
ที่แท้เป็นตาบัว กะตาผล โผล่หน้ามาที่หน้าประตูเรือน สีหน้างงเล็กน้อย ก่อนกวาดตามองหารอบๆ ร้องเรียกพร้อมกัน
“แม่อร แม่อัง”

ไม่นานหลังจากนั้นข้าวต้มร้อนๆ ควันฉุยในชาม ยกมาวางพร้อมด้วยน้ำเย็นหนึ่งแก้ว แม่อรคนข้าวต้มไปมา
เสียงตาบัวดังขึ้น
“ก็ไอ้บัวเคยบอกแล้วมั้ยล่ะ ว่าไอ้กะไดบ้านนี้มันชันยิ่งกว่าอะไร ไม่ใครก้ะใครได้กลิ้งโคโล่กันลงไปบ้างล่ะ แต่ก็ไม่ทันคิดว่าจะเป็นเจ้าของบ้านที่โครมลงไปเสียเอง”
ตาบัวกะตาผล นั่งเอ้เต้อยู่ข้างประตูห้องนอนของอังศุมาลิน
อังศุมาลินที่นอนฟังอยู่ มีทีท่าร้อนใจ เหลือบมองไปทางประตูไปมา แม่อรสังเกตเห็นรีบบอก
“พ่อดอกมะลิเขาไปอู่แล้วละลูก”
อังศุมาลินหน้าถอดสี ใจเสียขึ้นมาทันที รู้สึกว่าเขาไม่ใยดีเสียแล้ว เงียบงันอึ้งไป แต่ตาผลดีใจ กลับดี๊ด๊าขึ้นมา
“เอ๊อ..ค่อยยังชั่วหน่อย..จะได้พูดเรื่องนี้...” ตาผลลดเสียงลง “ได้เรื่องแล้วละแม่อัง”
“คราวนี้ แน่ซะยิ่งกว่าแช่แป้ง”
อังศุมาลินมองสองคนนิ่ง
“พ่อวนัสเขาโดนจับไปจริงๆ ด้วยแหละ” ตาผลบอก
“โดนขังอยู่สันติบาลเนี่ยแม่อัง” ตาบัวว่า
แม่อรยกตักข้าวต้มขึ้นมาเป่าให้เย็นลง
“เห็นว่าเข้าโรงพยาบาลเชียวหรือ”
“ไม่เป็นอะไรมาก แขนซ้ายเดาะหน่อยเดียว” ตาผลบอก
“ตอนสอบ โดนเขาทำอะไรหรือเปล่า” แม่อรตั้งข้อสังเกต
“ตามข่าวก็เห็นว่าไม่มีอะไร นอกจากเรียกไปซักถาม แต่ก็ไม่ได้เรื่องอะไร” ตาผลว่าอีก
“แล้วที่แขนเดาะนั่นไปโดนอะไรเข้า”
แม่อรถาม ซึ่งอังศุมาลินจ้องรอฟังเขม็ง
“เขาว่าพวกนั้นลงมากันผิดที่ ภูมิประเทศไม่ดี คงไปกระแทกโดนอะไรเข้ามั้ง เห็นเจ็บกันแทบทุกคน” ตาผลว่า
“แล้วพวกที่สอบ ไม่ได้ทำอะไรเลยหรือ” อังศุมาลินโพล่งถาม
ตาผลหน้าเหลอหลา โดนซักเป็นชุด
“แหม ใครจะไปทำอะไรเขาได้ พวกที่สอบมีทั้งไทยทั้งยุ่น ของเราก็รู้ๆ กัน”
“ใช่ วันก่อนเห็นว่ายังไปนั่งไปกินข้าวกับพวกสันติบาลกันให้ร่ำ” ตาบัวว่า

อังศุมาลินหน้าซีดลงๆ เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ที่คิดไปเองทั้งหมด จนตัดสินใจทำเรื่องร้ายแรง
ทางด้านโกโบริในชุดเสื้อยูกาตะ กึ่งเดินกึ่งวิ่งตัวปลิวลิ่วมาในอู่ต่อเรือ ผ่านทหารตามจุดต่างๆ มากมาย ที่หยุดทำความเคารพกันแทบไม่ทัน

โกโบริเดินพรวดเข้ามาในเต็นท์พยาบาล เห็นหมอทาเคดะกำลังเก็บเครื่องไม้เครื่องมือ โกโบริเรียกเสียงดังลั่น
“หมอ”
หมอทาเคดะตกใจ แทบจะเผลอปล่อยเครื่องมือตก โกโบริโผนเข้าคว้าแขนดึงมือหมับ หมอหันมา
“อา...เป็นไง”
โกโบริบอกเสียงเข้ม “ฟื้นแล้ว...”
หมอทาเคดะพยักหน้า “ได้ๆ ไป”

ขณะเดียวกัน แม่อรยื่นข้าวต้มในช้อนจ่อปากอังศุมาลินที่เหม่อลอย ได้แต่สั่นหน้าไปมาแววตาขมขื่นอย่างที่สุด
“อ้าว...ทำไมละลูก ทานซะหน่อยซิจ๊ะ...ข้าวกำลังอุ่นๆ กินเสียหน่อยคำสองคำก็ยังดี”
อังศุมาลินพลันทิ้งหัวลงบนหมอนนอนหลับตาลงสนิท สีหน้าที่ทุกคนเห็นกลับยิ่งซีดลง
ตาบัวฝอยต่อ “ตอนนี้นะ เขาว่าสัมพันธมิตรกะลังได้เปรียบ”
ตาผลเสริม “ใช่ แล้วพะม่ากะสิงกะโปก็กำลังจะแย่”
แม่อรตกใจ
“อะไร้ จริงเหรอ ก็แถวนั้นญี่ปุ่นมันยึดไว้หมดนี่นา”
“ก็นั่นละ โฉมหน้าสงครามกำลังจะเปลี่ยนแล้ว” ตาผลภูมิใจ
อังศุมาลินหลับตาเฉยนิ่งไม่สนใจที่สองเกลอฝอย
“ไอ้ยุ่นก็เลยเสริมกำลังเข้าพม่ายกใหญ่ นี่ที่เขาว่าๆ มา เห็นว่ามันส่งทหารเข้าไปแทบทุกวัน ทีละหลายๆ ร้อยตู้” ตาบัวบอกอีก
แม่อรยิ่งวิตก ห่วงลูกเขยเพราะโกโบริเพิ่งบอกจะไปพม่า
“พ่อดอกมะลิก็กำลังจะถูกส่งไปด้วยเหมือนกัน”
สองเกลอตาเหลือก ร้อง “ฮ้า จริงเร้อ”
“ขืนไปก็เสร็จมัน ทางโน้นรบกันโครมๆ” ตาผลพลอยตกใจ
ตาบัวก็ด้วย “จะไปทำไม๊ อยู่นี่ดีๆ บ้านเรานี่ละค่อยยังชั่วที่สุดแล้ว”
ตาผลดันพาซื่อถามแทงใจดำ “เขาส่งนายช่างแกไป หรือแกขอย้ายไปเองละ”
อังศุมาลินแทบไม่อยากฟังต่อ กัดริมฝีปากแน่นหันหน้าหนี

ด้านหมอทาเคดะก้าวเท้าขึ้นบันไดมา ก่อนหันไปมองที่ท่าน้ำ โกโบริที่อยู่บนเรือเร็วมองขึ้นมา ก่อนแล่นเรือออกไป โดยจะข้ามฟากไปยังกองบัญชาการที่ถนนสาธร
หมอทาเคดะก้าวต่อเข้าไปภายในบริเวณตัวเรือนในเวลาไม่นาน

ครู่หนึ่ง หมอทาเคดะเยี่ยมหน้าโผล่เข้าประตูห้องมายิ้มทักทาย
“สวัสดีครับ”
“นั่นหมอมาพอดี” ยายศรหันไปเห็นก่อนใคร
แม่อรรีบขยับตัวเลี่ยงทางให้ ตาบัว ตาผล รีบหลบตาม ไปชิดริมผนังฝั่งหนึ่ง
“เป็นยังไง ฟื้นแล้ว”
หมอทาเคดะถามขณะตรงมานั่งลงข้างๆ อังศุมาลิน ที่ฝืนยิ้มตอบแบบแกนๆ มาให้
“ตอนนี้คุณควรนอนนิ่งๆ ให้มาก ผมกลัวจะดิ้นไม่รู้ตัว เลยต้องมัดไว้ก่อน”
ว่าพลางหมอทาเคดะทยอยปลดผ้าที่รัดตรึงตัวอังศุมาลินไว้ออก ตาบัว ตาผล เริ่มกระสับกระส่ายไปมา
หมอทาเคดะเอ่ยถามอาการ “ปวดตรงไหนบ้างไหม ที่แขน ที่ขา ที่ท้อง”
หมอทาเคดะใช้หูฟังและมือจับๆ แตะๆ ถาม อังศุมาลินส่ายหัวตอบ สักครู่หมอจึงถอดหูฟังออก
“เป็นยังไงบ้างคะ” แม่อรร้อนใจรีบถาม
หมอทาเคดะยิ้มๆ “น่าจะสบายใจได้ถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ”
ยายศรฟังแล้วโล่งขึ้นมาหน่อย “เฮ้อ ค่อยยังชั่วเสียที”
“ผมจะฉีดยาให้อีก แต่คุณต้องนอนพักนิ่งๆ แล้วทานยาตามที่สั่ง ผมรับรองว่าจะไม่เป็นอะไร ถ้าไม่มีสาเหตุอื่นเข้ามาแทรก”
หมอทาเคดะรื้อเอาขวดยา เข็มฉีดยา ออกมาวางเรียง
“โกโบริมาส่งผม เห็นเขาว่าจะไปกองบัญชาการ ไปรับคำสั่ง ไม่รู้ว่าใช่เรื่องที่เขาขอไปพม่า อย่างที่พวกเราหลายคนพูดกันหรือเปล่า”
อังศุมาลินนิ่งเงียบ
“อ้าว ไหนว่าเป็นคำสั่งย้ายไงคะ” แม่อรตกใจ รีบถามท้วง
“อย่างโกโบริควรอยู่ฝ่ายเสนาธิการ มากกว่าที่จะออกไปรบ ถ้าเขาไม่พยายามจะขอไปเอง ทางนี้ก็คงไม่ส่งไป เพราะงานที่นี่มันสำคัญกว่ามาก”
หมอทาเคดะบรรจงแทงเข็มลงไป อังศุมาลินกลับไม่สะดุ้งสะเทือน เป็นตาบัว กะตาผล ที่แขยงหวาดเสียวไม่กล้ามอง
“ผมรู้จักเขามานาน เขาเป็นคนหนุ่มที่มีอนาคตสดใส”
หมอทาเคดะบอก ขณะเก็บอุปกรณ์กลับลงกระเป๋า
“ผมจะกลับก่อน แล้วเย็นๆ จะแวะมาอีก”
หมอทาเคดะเหลียวมองไปทาง สองเกลอที่สะดุ้งโหย่ง รีบพนมมือหงึกๆ ยิ้มแหย
“สะ..หวัดดีหมอ” ตาบัวยิ้มปูเลี่ยนๆ
หมอทาเคดะยิ้ม ผงกศีรษะรับ “เป็นไงบ้าง”
ตาผลยิ้มแหะๆ “ก็งั้นๆ...แหะๆ”

เวลาเดียวกัน ที่กองตำรวจสันติบาล ในพระนคร
วนัสใส่เฝือกแขน นั่งพิงเสาอยู่ที่ริมระเบียงหน้าห้องเหม่อมองทอดสายตานิ่งซึมออกไปไกล มีตำรวจยืนเฝ้ารักษาการณ์ 2 คน วนัสที่มีสีหน้าครุ่นคิดเหมือนจะเลือกตัดสินใจอย่างไรอย่างหนึ่งอยู่แล้ว จนคิดได้ พลางถอนใจลุกขึ้นพรวด จะเดินไปหน้าอาคาร ตำรวจที่ยืนคุมอยู่รีบก้าวมาขวาง
“จะไปไหน”
วนัสเหลียวมองแต่ไม่ตอบ จะเดินไป
ตำรวจขยับขวาง
“คุณไม่ได้รับอนุญาตให้ไปเกินบริเวณนี้”
วนัสมีสีหน้าอึดอัด

ในที่สุดวนัสกลับเข้าห้องคุมตัว ทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงเขียนจดหมาย
“อังศุมาลิน...เขาไม่รู้จะเริ่มเขียนจดหมายฉบับนี้ยังไง แต่อย่างแรกก็คือเขาดีใจมากที่ได้มีชีวิตกลับมาถึงแผ่นดินเกิดได้เสียที...ซึ่งถ้าเค้าเดาไม่ผิด ตัวต้องรู้แล้วแน่เลย อย่างที่สอง ถ้าตัวยังจำได้ที่เค้าบอกตัวไว้ว่า...”
วนัสสะดุดกึก อัดอั้น พยายามกล้ำกลืนแข็งใจเขียนต่อ
“อีกห้าปีเค้า...จะมาทวงสัญญา ไม่รู้ตัวจะยังจำมันได้แค่ไหน แต่นี่มันไวกว่าที่บอกไว้ไปเกือบปี ซึ่งเค้าเองต้องควรดีใจที่ได้มาเร็วกว่าที่ตั้งไว้ หรือที่จริง..เค้าควรมาให้เร็วกว่านี้อีกสักนิด เพราะแม้ไม่ได้มาใช้สิทธิ์ทวงสัญญาที่เป็นโมฆะไปแล้วนั้นก็ตาม แต่อย่างน้อยเค้าก็น่าจะได้มาเห็นตัวในชุดเจ้าสาว ได้ยินดีกับตัว ที่เขียนมานี่ เค้าก็แค่อยากเขียนมาแสดงความยินดีด้วยใจจริงกับตัว เพราะว่าเค้าไม่จำเป็น” วนัสเขียนแล้วขีดฆ่าตรงคำว่า ไม่จำเป็น แล้วเขียนต่อ “ไม่มีสิทธิ์ไปหาตัว…”
วนัสหยุดเขียนนิ่งไป สีหน้าคิดวนไปมา จะเขียนต่อไปดีไม่ดี ปากกาจดๆ จ้องอยู่ที่ท้ายประโยค จนตัดสินใจขีดฆ่าข้อความทั้งหมดทิ้งทันที วางปากกาลงก่อนฉีกจดหมายทิ้ง
อีกด้านหนึ่ง เห็นท่านชายวิชญากับอรุณแอบดูอยู่ สองคนสบตากัน ต่างทอดถอนใจ
ทางด้านหมอทาเคดะลุกขึ้น บอกลา
“ผมไปก่อนล่ะ”
อังศุมาลินเรียกไว้ เสียงจริงจัง “หมอคะ”
หมอทาเคดะหันมามองยิ้มตอบ
อังศุมาลินสงบลงแล้ว “ถ้าหมอพบโกโบริ บอกให้เขาแวะมานี่หน่อย”
หมอทาเคดะไม่รู้เรื่องลึกๆ ยิ้มประหลาดใจ ก่อนยิ้มอย่างล้อเลียน “โกโบริซังคงไปไหนไม่นานหรอก เดี๋ยวเขาก็กลับมาอยู่ดีเขาห่วงคุณมากอังศุมาลินซัง”
อังศุมาลินบอกด้วยสุ้มเสียงอ่อนโยน แต่จริงจัง “กรุณาบอกเขาด้วยเถอะค่ะ”
“ผมว่า พอเขากลับมาจากกองบัญชาการ ก็คงรีบตรงมาบ้าน ผมจะไม่ได้เจอเขาก่อนคุณนะสิ..แต่เอาเถอะ หากเขาแวะไปหาผมก่อน ผมจะบอกให้ คุณรู้ไหม พอโกโบริรู้ว่ามีลูก เขาเที่ยวป่าวประกาศอวดคนทั้งกองทัพ ว่าเขาจะมีลูกชาย ขนาดผมเป็นหมอแท้ๆ ยังไม่รู้เลยว่าเด็กจะเป็นผู้หญิงหรือชาย”
ทุกคนอดหัวเราะ อดยิ้ม ไม่ได้ อังศุมาลินกลับนิ่ง หน้าซีดลงไปอีก
หมอทาเคดะยิ้ม โค้งให้ แล้วเดินออกไป มีแม่อรตามไปส่ง อังศุมาลินขยับมือมาจับที่ท้องเบาๆ
สองเกลอถอนหายใจพรวด
“โอย โล่งไปที เห็นหน้าแกแล้วไม่สบายใจ”
ตาบัวแขวะ “ก็เอ็งไปเล่นแกไว้นี่”
“เฮ้ย ใครว่า เอ็งก็ด้วยไอ้บัว ยังจะเอามาพูด” ตาผลฉุน
“งั้นกลับกันเถอะ..แม่อังมีอะไรจะสั่งถึงพ่อวนัสบ้างมั้ยละ”
คำถามของตาบัว ทำเอาอังศุมาลินถึงกับอึ้ง
แม่อรกลับมาได้ยินพอดี “แล้วจะเข้าไปพบเขาได้ยังไงล่ะ”
ตาผลทำตัวเชิดๆ ภูมิใจปนกร่างๆ “ก็ยังไม่แน่หรอก แต่ก็อาจจะพอติดต่อได้เร็วๆ นี้...ไปไอ้บัว เรายังต้องมีราชการกันอีก”
ตาบัวไม่รับมุก “ราชการอะไรวะ”
ตาผลฉุน “ปั้ดนี่ ฟามลับซิโว้ย ฟามลับ เอ็งมันจิ๋มสอง ต้องตามก้นข้านี่ ไป”
สองเกลอกลับออกไป แม่อรกับยายศรส่ายหัวไปมาระอาเหลือ ส่วนอังศุมาลินถอนใจนิ่ง

ขณะเดียวกัน จดหมายซึ่งมีตราประทับในราชการกองทัพญี่ปุ่น นากามูระยื่นส่งให้ โกโบริรับไว้ ยืนถือจดหมายไว้ในมือ ฮิชิดะยืนอยู่มุมหนึ่ง

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 22 วันที่ 31 มี.ค. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager