อ่านละคร คู่กรรม ตอนอวสาน(2) วันที่ 12 เม.ย. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนอวสาน(2) วันที่ 12 เม.ย. 56

อังศุมาลินตกตะลึง “หมอคะ”
หมอทาเคดะเดินไปดูรายอื่นต่อทันที
อังศุมาลินมองร่างฮิชิดะที่กระตุกเบาๆ ก่อนที่ดวงตาเบิกกว้างจะหรี่ลงทันที
อังศุมาลินประคองวางร่างเคสุเกะลงบนกองอิฐใกล้ๆ มองดูอย่างสลดหดหู่ ก่อนลุกขึ้นช้าๆ
อังศุมาลินเดินมาตรงจุดซากอาคารของสถานีรถไฟบางกอกน้อย ร่างเต็มไปด้วยเลือด แต่สายตาสอดส่ายมองหาอย่างไม่ย่อท้อ ก้าวแล้วก้าวเล่าที่เหยียบไปบนเศษอิฐ เศษไม้ ร้อนๆ ทำเอาผิวระบม

ผมอังศุมาลินลุ่ยกระเซิงรุงรังลงมาปรกหน้า
จังหวะหนึ่งเดินเซถลาไปชนเสาซากอาคารที่พังไปทั้งแถบ จนถูกไฟลามเลียเป็นบางส่วน


“โกโบริ…”
อังศุมาลินกำลังอ่อนล้าโรยแรงลงทุกที จนแทบจะหมดแรง แต่กัดฟันส่งเสียงโหยหวน ใจจะขาดรอนๆ
“โกโบริ...”
จังหวะนั้นเองเสียงของโกโบริแผ่วๆ เบาหวิว แหบแห้งดังขึ้น
“ฮิเดโกะ...”
อังศุมาลินสะดุ้งพรวด เหลียวขวับกราดสายตามองไปทั่วบริเวณ เริ่มมีความหวัง
“โกโบริ”
อังศุมาลินมองรอบตัว แต่ไม่เห็นร่างหรือเงาอะไร นอกจากกองเศษซากปรักหักพัง อังศุมาลินพยายามเอียงตัวจดจ่อฟังเสียง แต่ก็ไม่มีเสียงใดๆ อีกจึง จึงทิ้งตัวลงนั่งอย่างหมดอาลัย ใบหน้าเศร้า สะอื้นร่ำไห้ น้ำตาไหลพราก
“โกโบริ”
เสียงแผ่วเบา แหบแห้งของโกโบริดังขึ้นมาอีก “ ฮิเดโกะ..ผม ผมอยู่นี่”
อังศุมาลินเหลียวขวับ หันมองหา พยายามจับที่มาของเสียง
“อยู่ไหน อยู่ไหนคะ...โกโบริ”
“ตรงนี้...กอง ไม้...”
อังศุมาลินหันไปข้างหลัง จึงเห็นกองซากไม้ทับถมพะเนินท่วมอยู่
“ใต้กองไม้หรือคะ...โกโบริ”
อังศุมาลินพยายามมองๆ หาไปที่กองไม้ แล้วร้องเรียกอีก
“โกโบริ”
ไม่มีเสียงตอบ อังศุมาลิน ไม่รอช้ารีบเข้าไปจับซากเศษไม้ที่ทับกันอยู่ตรงนั้น เหวี่ยงทิ้งออกไปท่อนแล้วท่อนเล่า ทั้งดึง ทั้งพลัก ออกแรงงัดไม้ท่อนหนักๆ สุดแรง
“รอเดี๋ยว...รอเดี๋ยวนะคะ”
ในที่สุดอังศุมาลินเห็นชายในชุดทหารอยู่ใต้กองไม้นั้น แขนหักพับบังหน้าอยู่ ร่างนอนติดคาอยู่บนกองไม้ ส่วนล่างของตัวยังถูกทับแน่นอีกชั้น
อังศุมาลินสั่นสะท้าน สะอื้นไห้ พูดแทบไม่เป็นคำ
“รอเดี๋ยวค่ะ...รออีกเดี๋ยว”
อังศุมาลินพยายามรื้อไม้ส่วนที่ยังทับตัวโกโบริอยู่ออก ด้วยแรงที่ยังพอมี แต่ก็ยังยากที่จะขยับมันออกง่ายๆ โกโบริพยายามขยับเผยหน้าออกมา แต่ตายังปิดสนิท ทำให้แลเห็นชัดเจนว่าสภาพมอมแมม เลือดอาบร่าง เสื้อทหารขาดวิ่น
“โกโบริ อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะคะ ฉันจะรื้อไม้นี่ออกให้คุณหมด แล้วจะรีบไปตามหมอมานะ อดทนไว้นะคะ”
โกโบริบอกเสียงแผ่วเบา “ฮิเดโกะ...คุณไม่ไหว อย่าเลย”
“ไหวค่ะ...ฉันไหว ทำใจดีๆ ไว้ค่ะ อีกนิดเดียว คุณต้องปลอดภัย”
“อย่าเลย ลูก...ระวัง ลูกของเรา”
“ไม่ค่ะ แม่กับลูกต้องเอาพ่อเขาออกมาให้ได้” อังศุมาลินบอก
อังศุมาลินออกแรงจนเซ แต่รีบลุกขึ้นมาดัน ดึง ไม้ต่อไม่ย่อท้อ โกโบริลืมตาขึ้นมาเล็กน้อย พยายามขยับตัว

“อย่าคะ คุณอย่าเพิ่งขยับ เดี๋ยวไม้ท่อนอื่นจะตกลงมาอีก”
อังศุมาลินออกแรงดันไม้ท่อนใหญ่ท่อนสุดท้าย ผลักออกจนพ้นร่างโกโบริได้สำเร็จ ก่อนจะรีบโผเข้ามาช้อนตัวโกโบริขึ้นมาไว้แนบอก วางศีรษะไว้บนตัก

เลือดอุ่นๆ จากตัวโกโบริไหลเยิ้มเป็นทาง จากแขนลงมาถึงอ้อมอก อังศุมาลินรู้สึกได้ในทันที ศีรษะโกโบริที่หนุนเอียงซบอยู่ในอ้อมแขนอังศุมาลิน พยายามขยับหันมามองใบหน้าอังศุมาลิน แลเห็นใบหน้าอันมอมแมม และเลือดที่ไหลออกจากปากเป็นทาง
โกโบริพยายามลืมตาที่แทบจะปิดขึ้นมาช้าๆ อังศุมาลินพยายามลูบปัดเช็ดหน้าโกโบริไปมาอย่างทะนุถนอม น้ำตาเอ่อท้น ก้มมองดวงหน้านั้นอย่างใกล้ชิด
“ผมดีใจ...ได้เห็นหน้าคุณ” เสียงโกโบริเบาหวิว
อังศุมาลินพยายามยิ้มปลอบใจ แต่ปากสั่นระริก
“ฉันต้องมา...ยังไงฉันก็ต้องมาคะ โกโบริ...คุณรอฉันก่อนนะ ฉันจะไปตามหมอมา”
“อย่า...อย่าไป มันไม่มีประโยขน์”
“คุณไม่ได้เป็นอะไร พอหมอมาฉีดยาทำแผลให้คุณ แล้วจะได้พาไปโรงพยาบาลไงคะ”
อังศุมาลินขยับจัดตัวโกโบริที่หลับตาหายใจรวยริน วางพิงลงกับท่อนไม้ใกล้ๆ
“คอยเดี๋ยวนะคะ”
อังศุมาลินรีบวิ่งไปเร็วรี่

อังศุมาลินวิ่งหัวซุน ผ่านซากปรักหักพัง และศพที่เรียงรายกลาดเกลื่อนมา หมอและบุรุษพยาบาลกำลังทำหน้าที่ช่วยเหลือคนเจ็บที่ลำเลียงไปมาอย่างเต็มกำลัง อังศุมาลินวิ่งมาถึง มองหาหมอทาเคดะวุ่น จนหันไปเจอหมอนั่งตรวจทหารนายหนึ่งที่นอนแน่นิ่งอยู่
อังศุมาลินพุ่งตรงเข้ามาถึงหมอทาเคดะทันที
“หมอคะ ไปคะ” อังศุมาลินคว้ามือ กระชากฉุดมาอย่างร้อนใจ “โกโบริอยู่ทางโน้นค่ะดิฉันเพิ่งเอาเขาออกมาจากกองไม้ กรุณาไปดูเขานิดเดี๋ยวนี้ได้มั้ยคะ”
หมอทาเคดะรีบบอก “ได้ๆ...ผมไป”
“เร็วๆ เข้าเถอะค่ะ”
หมอทาเคดะคว้ากระเป๋ายา บุกตามอังศุมาลินที่ลิ่วนำไป

ครู่ต่อมา อังศุมาลินมาถึงรีบก้มตัวช้อนร่างโกโบริขึ้น หมอทาเคดะก้มตรวจดูไปมา
“เป็นไงบ้าง โกโบริซัง”
โกโบริพยายามลืมตามอง “หมอ...” โกโบริยิ้มให้ “ไม่มีทางหรอก ฮิโดโกะไม่ยอมฟัง…”
“ดูแผลหน่อย”
“ข้างหลังนี่คะ หมอช่วยดูห้ามเลือดที”
อังศุมาลินประคองพลิกตัวโกโบริขึ้น เผยให้เห็นแผลลึกจากสะเก็ดระเบิดบาดลึกเป็นรูฉกรรจ์ เลือดไหลซึมตลอดเวลา
“เลือดหยุดก็ไม่เป็นอะไรแล้วใช่ไหมคะหมอ”
หมอทาเคดะไม่ตอบมองนิ่ง สีหน้าเครียดขรึม
“เอาเลยคะหมอ ฉีดยา ทำแผลให้เขาเลยซิคะ” อังศุมาลินเร่งเร้า
โกโบริรู้ตัวถามเสียงแผ่วเบา “หมดหวังใช่ไหม”
อังศุมาลินไม่ฟังโกโบริ “ไม่หมดหวังค่ะ หมอทำแผลซิคะ”
หมอทาเคดะถอนใจหนักหน่วง สีหน้าเครียดหนักใจ
“ยาเรามีน้อยมาก ผมต้องเก็บเอาไว้ใช้กับคนที่พอจะช่วยได้ก่อนเสมอ”
“ไม่หมดหวังค่ะ โกโบริยังช่วยได้เหมือนคนอื่นค่ะหมอ”
โกโบริพลิกตัวมาซบที่ตักอังศุมาลิน ก่อนหันไปยิ้มบางๆ ให้หมอทาเคดะ
“ขอบใจมาก หมอ”
หมอทาเคดะนิ่งงัน อัดอั้น จับหูกระเป๋าเกร็งแน่น
“ขอบใจในทุกอย่างที่ผ่านมาหมอ ฝากฮิเดโกะด้วย...ลูก ถ้าลูกผมจะคลอด ผมฝากหมอด้วย”
หมอทาเคดะยิ้มให้ “ด้วยความยินดียิ่ง”
โกโบริยิ้มพอใจแล้ว “หมอ ไปเถอะ ยังมีอีกหลายคนรอหมออยู่...ลาก่อนหมอ ฝากบอกกับทุกคนด้วย”
หมอทาเคดะลุกยืนขึ้นช้าๆ อังศุมาลินมองถอนสะอื้น อ้อนวอน
“หมอ อย่าเพิ่งไปค่ะ..หมอช่วยโกโบริก่อน หมอคะ”
หมอทาเคดะชิดเท้าทำความเคารพโกโบริหนักแน่นเป็นครั้งสุดท้าย โกโบริยิ้มให้ หมอทาเคดะมองนิ่งสูดหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนโค้งอีกครั้ง แล้วหันตัวเดินลิ่วจากไปทันที
“เดี๋ยวคะหมอ หมอ...หมอใจร้าย...หมอ”

อังศุมาลินร่ำไห้ ปิ่มว่าจะขาดใจ
แสงไฟจากเปลวเพลิงรอบตัวเริ่มลาลงแล้ว แต่ห่างออกไปยังไหม้อยู่เป็นหย่อม อังศุมาลินร่ำร้อง สะอื้นไห้ โกโบริพยายามลืมตามอง

“ฮิเดโกะ”
อังศุมาลินหยุดมอง พูดไม่หยุด
“หมอไม่ช่วยก็ช่าง จะพาคุณไปโรงพยาบาลเอง ไปถึงนู้นคุณก็ปลอดภัยแล้ว..หรือ” อังศุมาลินคิดขึ้นมาได้ “ฉันไปตามหมอคนอื่นมาแทน บอกเขาไปเลยว่าคุณคือหลานชายแม่ทัพ พวกเขาต้องมาช่วยคุณ ใช่ไหมคะ…”
“ไม่มีใครช่วยได้หรอก ฮิเดโกะ คุณไปบอกเขายังไง เขาก็ช่วยไม่ได้ กองทัพเราเป็นแบบนั้น ยา คือยุทธปัจจัยสำคัญสำหรับคนที่ควรจะรอด แต่คน...ที่กำลังจะตาย มันเปล่าประโยชน์”
“ไม่..ไม่ตาย คุณต้องไม่ตาย” อุงศุมาลินกอดโกโบริแน่น “คุณจะไม่ตายค่ะ ฉันยังมีอะไรจะพูดกับคุณมาก เดี๋ยวฉันจะเอาชายเสื้อผูกแผลให้คุณก่อน คุณจะได้มีแรง แล้วจะได้พาคุณไปหาหมอ ให้เข้าให้เลือด ทำแผล แล้วก็กลับบ้านเรากัน ดีมั้ยคะ”
โกโบริมองมา เศร้าสลด “อย่าพูดถึงอนาคตผมอีกเลย มันมีอีกไม่ถึงชั่วโมงหรอก...ฮิเดโกะ”
“ไม่ซิคะ เราต้องอยู่กันอีกนานแสนนาน นานจนคุณต้องถามฉัน ว่าเราอยู่ด้วยกันมากี่ปีแล้ว ฉันก็จะตอบ ว่าร้อยปีแล้วมังคะ”
“อย่าหลอกตัวเอง...ฮิเดโกะ ความจริงมันไม่โกหกใครได้ เราต้องยอมรับมันอย่างชายชาติทหาร...ผมรู้ตัวดี”
อังศุมาลินร่ำไห้สะอึกสะอื้น
“อย่าร้องไห้ ฮิเดโกะ เรามีเวลาเหลืออีกไม่เท่าไหร่ อย่าปล่อยให้มันผ่านไปเสีย อนาคตเรากำลังจะสิ้นสุดแล้ว แต่..เรายังมีอดีตของเรา จำได้ไหม ผมเคยบอกคุณ ว่าแม้ผมต้องตายไป ผมก็จะพาหัวใจรักของผมไปด้วย ถ้าหากให้ผมเลือกที่จะตายได้ ผมก็ขอเลือกที่จะตายแบบนี้ ในขณะนี้อยู่ดี”
อังศุมาลินพยายาม ใช้อีกมือปัดเช็ดหน้าโกโบริอย่างบรรจงไปมา
“ไม่ใช่แต่คุณพาหัวใจรักของคุณไปด้วยหรอก แต่ยังเอาหัวใจที่แหลกสลายดวงนี้ไปด้วยต่างหาก” อังศุมาลินพูดด้วยเสียงอ่อนหวาน ปลอบโยน “คงจริงอย่างที่คุณว่า บางทีเราต้องยอมรับความจริงอย่างชาติทหาร เพราะฉันเป็นลูกทหาร แล้วก็เป็นเมียทหารด้วย ใช่มั้ยคะ”
“ฮิเดโกะ…”
“คุณนอนนิ่งๆ ดีกว่า ฉันมีอะไรจะเล่าให้คุณฟังอีกตั้งเยอะ คุณอยากฟังไหมคะ อย่างน้อยก็มีประโยคนึงที่ฉันจะบอกคุณ”
อังศุมาลินถอนใจยาว น้ำตาเหือดแห้ง เสียงสั่นระริก พยายามทำตัวให้แจ่มใส โกโบริที่หน้าซีดลงเรื่อยๆ ยิ้มตอบบางๆ
“คุณยิ้มอย่างนี้ มันเหมือนวันที่เราพบกันวันแรก คุณจำได้ไหมคะ”
“ไม่มีอะไรเกี่ยวกับคุณที่ผมจำไม่ได้” โกโบริบอก

ท้องฟ้ามืดสนิท แสงดาวรำไรไกลๆ อังศุมาลินก้มมอง ลูบไล้แตะหน้าโกโบริอย่างทะนุถนอม
“วันนั้นคุณเป็นหนุ่มน้อยรูปงาม ช่างเล่น ช่างเจรจา”
โกโบริยิ้มให้ “แล้วทำไมคุณไม่รับรักผม”
“ถ้าฉันรู้อนาคต ฉันจะไม่รั้น ไม่ทิฐิ ฉันจะรักคุณเสียแต่วันนั้น แล้วกอบโกยเวลาของเราไว้ให้มากที่สุดที่จะมากได้ คุณจำได้ไหมคะ คุณสอนฉันไว้ ให้พูดประโยคๆ หนึ่ง”
“จำได้ แต่ผมไม่เคยทำสำเร็จซักที”
อังศุมาลินก้มจุมพิตที่หน้าผาก ก่อนกระซิบขึ้นเบาๆ เสียงแผ่วๆ แต่อ่อนหวานเหลือแสน
“ฉันรักคุณ...ฉันรักคุณค่ะ”
โกโบริฟังยิ้มละไม ในดวงตาอันอ่อนโยน
“ฉันรักคุณ..อย่าถามนะคะ ว่ามากแค่ไหน คุณได้มันไปเป็นคนแรก และคนสุดท้าย...” ประโยคต่อมาอังศุมาลินเหมือนพูบอกตัวเอง “ฉันพยายามจะไม่รักคุณค่ะ.. ฉันพยายามอย่างยิ่งมาตลอด ฉันต้องต่อสู้กับหัวใจตัวเอง คุณไม่รู้หรอก ว่าฉันทรมานตัวเองมากแค่ไหน”
“ผมรู้..เพราะผมรักคุณ..ตลอดมา”
“คนที่ต้องทรมาน เพราะรักไม่สมหวัง ก็ยังไม่ทรมาน...เท่ากับ...พยายามที่จะไม่รักคนที่เรารักมาก..ความทุกข์จากการได้รัก ไม่เท่าความทุกข์...จากการพยายามไม่รัก...ฉันไม่ได้เพิ่งรู้ตัวนะคะ ว่ารักคุณ...ฉันรู้มานานแล้ว...แต่...เมื่อฉันสัญญากับคนๆ นึงไว้...ว่าจะคอยเขา ฉันก็ต้องคอย คุณเข้าใจไหมคะ บางครั้ง...การรักษาเกียรติ และคำสั่นสัญญา ก็ทำให้เราต้องเชือดหัวใจตัวเอง”
“ผมเข้าใจ...แล้วก็ภูมิใจด้วย ที่คุณเป็นคนอย่างนี้”
“คุณคงไม่รู้..ว่าฉันพบวนัส..เมื่อตอนค่ำนี้เองค่ะ...”
โกโบรินิ่ง เงียบกริบ ไม่ยอมบอกว่ารู้ กลัวทำให้อังศุมาลินเสียใจมากขึ้น
“เขามาบอกฉันว่า...ฉันมีสิทธิ์จะรักใครก็ได้...ที่ฉันอยากจะรัก น่าขันนะคะ...ที่ฉันรอ...รอเขามานาน รอ...เพื่อฟังประโยคนี้ประโยคเดียว...แค่เพราะฉันไม่อยากทำลายน้ำใจเพื่อน...ที่เห็นใจกันมาแต่เล็กแต่น้อย แต่ตอนนี้...ฉันเป็นอิสระแล้ว อิสระที่จะรักคุณจนหมดหัวใจของฉันไงคะ พอฉันก็รู้ตัวว่าเป็นอิสระ ฉันก็รีบวิ่งไปที่อู่...เพื่อจะบอกคุณ...บอกใครๆ ทั้งโลกได้แล้ว ว่าฉันมีคนที่รักแล้ว และจะไม่มีวันรักใครได้อีก ...ฉันบอกตัวเองแล้วค่ะ...ว่ายังไงๆ ฉันก็ยอมเสียคุณไปไม่ได้ สงคราม...หรืออะไรๆ อื่นๆ จะเป็นยังไงก็ช่าง ขอให้ฉันรักคุณ และคุณรักฉันอย่างเดียวก็พอ” อังศุมาลินยิ้ม ลูบหน้าโกโบริ
โกโบริยกมือทาบไปบนมืออังศุมาลิน “ฮิเดโกะ…”
สองคนยิ้มให้กัน แล้วอังศุมาลินโน้มเอาหน้าผากมาชนกับหน้าผากโกโบริ ต่างคนต่างหลับตา แล้วนิ่งเงียบ เหมือนจะถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดทั้งหมดรวมกัน

โกโบริยิ้มสมหวังแล้วกับสิ่งที่รอคอย มีความสุขเหลือล้นในห้วงสุดท้ายของชีวิต
ขณะเดียวกัน ทหารเรือไทย และทหารญี่ปุ่นบางส่วน ช่วยกันทำหน้าที่ดับไฟที่ยังลุกโพลงอย่างแข็งขัน

หมอทาเคดะกำลังทำปั๊มหัวใจกดชายโครง กระแทกๆ ให้คนพลเรือนไทยชายแก่
เคสุเกะ กับทหารไทย ช่วยกันประคองเด็กๆ และแม่ที่บาดเจ็บสภาพมอมแมมมานั่งเรียงกันอีกด้านนึง เอาน้ำให้กิน เด็กร้องไห้กันกระจองอแง
ส่วนอังศุมาลินประคองโกโบริให้นอนบนตักตนอย่างสบายที่สุด ลูบผมไปมาเบาๆ ท่าทางทั้งสองเต็มไปด้วยความสงบ

อ่านละคร คู่กรรม ตอนอวสาน(2) วันที่ 12 เม.ย. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager