อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 22/4 วันที่ 10 เม.ย. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 22/4 วันที่ 10 เม.ย. 56

ตรงอีกมุมหนึ่งที่ไม่มีใครทันสังเกต ตาบัว กะตาผล โผล่ชะโงกหน้าด้อมๆ มองๆ ไปมา ก่อนที่ตาผล หันไปสะกิดชายอีกคนที่หลบซุ่มอยู่ข้างๆ
ที่แท้เป็นเสรีไทย เรเว่น ค่อยๆ โผล่ชะโงกหน้ามามองสังเกตโดยรอบ ด้วยสีหน้าจริงจัง ราวกับจะมองเพื่อบันทึกทุกสิ่งอย่างเก็บไว้ให้ครบ
จานข้าว และแก้วน้ำไม่พร่องเลย และวางแห้งอยู่อย่างนั้น อังศุมาลินนอนหลับตานิ่ง ซึมเซา ไม่มีชีวิตชีวา

ระหว่างนั้นแลเห็นเท้าทหาร ในรองเท้าบู้ธกำลังเดินขึ้นชั้นพักที่บันไดมา อังศุมาลินได้ยิน ลืมตาโพลงขึ้น สีหน้าดูมีความหวัง
ทหารคนนั้นเดินมาหยุดยืนที่หน้าห้อง อังศุมาลินมองจ้องไปข้างหน้าเขม็ง


ตรงหน้ายังมีพวงมาลัยดอกมะลิ ที่แม่อรร้อยแบบง่ายๆ วางไว้ให้หอมๆ ที่ข้างหมอน
อังศุมาลินเอื้อมมือไป หยิบดอกมะลินั้นมา สูดดมแบบอ่อนๆ พร้อมๆ กับมีเสียงเคาะประตูเบาๆ
อังศุมาลินวางพวงมาลัยมะลิลง เอามือวางที่ท้องเบาๆ เหมือนประคองตัวเอง แล้วค่อยๆ ขยับตัวหันไป พลิกตัวช้าๆ หันไปทางประตู มองอย่างมีหวัง
พอประตูเปิดออก คนที่ก้าวเข้ามา คือหมอทาเคดะ ที่โค้งให้ แล้วนั่งลง สีหน้าอังศุมาลินผิดหวังชัดเจน แต่ก็ยังฝืนยิ้มให้
อังศุมาลินทักทายเศร้าๆ “คุณหมอ...”
“ผมนึกว่าโกโบริจะกลับมาแล้วเสียอีก เขาไปสถานีรถไฟ สงสัยธุระคงจะยืดเยื้อ” หมอว่า
อังศุมาลินรับทราบสั้นๆ “ค่ะ”
“อังซัง..เป็นยังไงบ้างครับ” หมอทาเคดะถาม
“ไม่เป็นไรค่ะ” อังศุมาลินดูใจลอยๆ เหม่อไปทันที

หมอทาเคดะเปิดกระเป๋า หยิบเครื่องมือแพทย์ต่างๆ ออกมาวางบนผ้า
ใบหน้าอังศุมาลิน มองออกไปที่หน้าต่าง มองม่านปลิวไปตามแรงลมๆ อย่างเลื่อนลอย

หมอทาเคดะกำลังวัดชีพจรอังศุมาลินอยู่ อังศุมาลินค่อยๆ หลับตาลง ใบหน้าอังศุมาลินเหมือนครุ่นคิดอะไรอยู่
ภาพในความคิดของอังศุมาลิน เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในหลายๆ วันที่ผ่านมา ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ร้าย
ขณะนั้นฝนตกพรำๆ ที่หน้าต่าง
อังศุมาลินทอดสายตายืนดูสายฝน ส่วนโกโบริที่ใส่ยูกาตะ อยู่บ้าน เขียนอะไรอยู่ง่วน อังศุมาลินหันกลับมา
โกโบริกำลังเขียนรูปด้วยพู่กันแบบญี่ปุ่น เป็นรูปต้นสนที่มีฝนกำลังตกใส่ โกโบริเขียนเป็นเส้นประๆๆๆ สายฝน
ข้างๆ มีบทกวีเขียนอยู่เป็นแถวแบบสวยงาม เหมือนเป็นภาพเขียนศิลปะ
“คุณเขียนรูปสวยเหมือนกันนะคะ”
โกโบริคุยโว “คุณไม่รู้ตัวหรอก ว่าคุณแต่งงานกับใคร”
“ใครคะ”
“ศิลปินใหญ่”
อังศุมาลินหัวเราะ “จริงเหรอคะ...งั้นนี่..อะไรคะ...บทกวีเหรอ”
“ใช่..แต่..ผมไม่ได้แต่งเองหรอก จำเขามาอีกที” โกโบริบอก
“ว่ายังไงคะ”
โกโบริอ่านบทกวี อย่างตั้งอกตั้งใจ เป็นคำญี่ปุ่น
“สายน้ำไหลผ่านแก่งหิน ยังกระซิบคำอำลาต่อกัน
สายฝนหล่นพรำ ยังสั่งลาหมู่เมฆ
แต่เมื่อเธอจากฉัน ไม่มีคำลาใดๆทั้งสิ้น
ราวหยาดหิมะที่โปรยปราย แล้วละลายหายสูญไปกระนั้น”
อ่านภาษาญี่ปุ่นเสร็จ ก็แปลไทยต่อแล้วยิ้มละไม

สีหน้าอังศุมาลินดูผ่อนคลาย ทั้งที่ยังหลับตา เสียงฝนที่ตกค่อยๆ จางไป หมอทาเคดะที่เพิ่งตรวจดูอังศุมาลินเสร็จปลดหูฟังออกจากหู ยิ้มออกมาอย่างพอใจ

“ไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วนะ อังซัง”
อังศุมาลินเหมือนตื่นจากความฝัน ลืมตามา มองงงๆ
“อะไรนะคะ”
หมอทาเคดะมองมาอย่างห่วงๆ “คุณหลับหรือ..ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแล้ว.. ทั้งตัวคุณและเด็กตอนนี้ผมอนุญาตคุณหยิบจับ ลุกเดินได้ปกติ แต่ต้องค่อยๆ ก่อนนะ และขอห้ามทำอะไรหนักๆ เด็ดขาด”
อังศุมาลินฟัง ใจยังลอยๆ
“ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
ทาเคดะเหลียวมองไปทางถาดจานข้าว
“แล้วก็ ควรทานอาหารให้เป็นเวลา เพื่อตัวคุณเอง รวมไปถึงตัวเด็กในท้องด้วยนะ”
“ค่ะหมอ..ขอบคุณมากค่ะ” อังศุมาลินหลับตาลง ท่าทางอ่อนเพลีย
หมอทาเคดะมองหน้าอังศุมาลิน ขมวดคิ้ว กังวลกับอาการที่เห็น
ที่อู่ต่อเรือญี่ปุ่นเย็นนั้น เครื่องจักรชิ้นใหญ่กำลังถูกยก โรยตัวลงมาช้าๆ ด้วยปั้นจั่น โกโบริกำลังยืนกำกับอยู่อย่างใกล้ชิด ใส่กางเกงขาสั้น เสื้อไม่ใส่ มีแค่ผ้าขาวคาดหน้าผาก เนื้อตัวมอมแมม เหงื่อโทรมกาย
โกโบริตะโกนดังลั่น “ช้าๆ ทางซ้าย...มาทางซ้ายอีก”
หมอทาเคดะเดินมา เมียงๆ มองๆ จับสังเกตอาการโกโบริ อยู่ครู่หนึ่งก่อนร้องตะโกนทัก
“กำลังยุ่งเชียวนะผู้กองโกโบริ”
โกโบริหันมาเห็น ทักตอบ “อ้าวหมอ” แล้วหันกลับไปสั่งต่อ “มากไป กลับไปๆ นั่นละ พอๆ ตรงนั้นล่ะ”
โกโบริเดินปาดเหงื่อ เข้ามาหาหมอทาเคดะ
“มีอะไรหมอ มาถึงตรงนี้ทำไม มันอันตราย”
“งานเป็นยังไงบ้าง”
“ก็ยังไม่ได้เท่าไหร่ เครื่องจักรยังมาไม่ครบเลย แถมบางชิ้นที่ส่งมาก็ต้องมาซ่อมอีก”
“ทำไม ไม่กลับไปบ้านเลย” หมอถาม จ้องหน้ารอฟังคำตอบ
โกโบริก้มหน้านิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วเงยหน้ามองหมอทาเคดะ

“มาถามกันอย่างนี้...” โกโบรินึกห่วงอังศุมาลิน สีหน้าเป็นกังวลขึ้นมา “เกิดอะไรขึ้นหรือหมอ”
ครู่ต่อมาโกโบริเดินนำหมอทาเคดะมาหยุดยืน คุยกันอยู่ที่มุมลับตามุมหนึ่ง

“แม่กับลูกปลอดภัยดีแล้ว” หมอทาเคดะบอก
โกโบริถอนใจนิดๆ ก่อนยื่นมือไปตบบ่าทาเคดะเป็นเชิงขอบคุณ
“ต้องขอบใจหมอ ที่ช่วยดูแลรักษาอย่างดี” จู่ๆ สีหน้าก็เครียดขึ้นมาอีก ขบกรามแน่น “ทีแรกคิดว่า...เด็กจะไม่รอดเสียแล้ว”
“เพราะเรื่องนี้หรือ ถึงไม่ยอมกลับบ้าน”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกหมอ ก็เห็นแล้วนี่ว่าตอนนี้งานมัน...ถ้าผมไม่คอยคุม ก็ไม่มีใครทำให้มันเสร็จได้” โกโบริบ่ายเบี่ยง
“แล้วต้องทำกันตลอดวันตลอดคืนเลยหรือไง” หมอมองจ้องหน้า
“ก็ไม่อย่างนั้นหรอกหมอ แต่...”
“คุณต้องเดินกลับไปดูคนที่บ้านบ้างคนไข้ บางครั้งก็ต้องการการรักษาดูแลทางใจเหมือนกัน” หมอทาเคดะบอก
โกโบริหัวเราะ ก่อนบอกออกมาด้วยน้ำเสียงฟังดูเยาะหยันเบาๆ
“ถ้างั้นหมอมาบอกผิดคนเสียแล้ว” โกโบริรู้ตัวว่าพลั้งปากพูดไป จึงรีบกลบเกลื่อน “คนบางคน ก็ไม่ได้เหมาะที่จะไปพูดจาปลอบอกปลอบใจใครได้หรอก”
“คุณไม่ห่วงลูกบ้างหรือ” หมอทาเคดะติง
“หมอ..อย่าถามผมอย่างนั้นอีก” โกโบริฉุนนิดๆ
“งั้นคุณก็ต้องกลับบ้านบ้าง” หมอยิ้มบางๆ พลางตบบ่าคืน “ไอ้งานตรงนี้น่ะ คงไม่ได้เลื่อนยศเร็วนักหรอก”
จากนั้นหมอทาเคดะก็หันตัวเดินจากไป
โกโบริมองตาม สีหน้ามีแววครุ่นคิด ก่อนถอนใจหนักหน่วง ก้าวพรวดหันจะเดินผละไปจากงานเพื่อจะกลับบ้าน

โกโบริเดินมาทางประตูอู่ติดสวน จะกลับบ้าน ทหารที่เฝ้ายามตรงประตูเปิดประตูให้ โกโบริกำลังเดินออกแล้ว จู่เคสุเกะวิ่งหน้ามอมตามมา
“ผู้กองๆ ครับ”
โกโบริหันขวับไปหา
“มีอะไร”
“แต่เกิดปัญหานิดหน่อยฐานที่เตรียมรับเครื่องจักร มันแตกครับ”
โกโบริหน้าอึ้ง ยืนนิ่งตัดสินใจว่าจะเอาไงดี แล้วเลือกที่จะรีบเดินกลับย้อนไปดูงาน

ขณะเดียวกันภายในห้องลับ ที่กองสันติบาล พระนคร
ตัวละคร วนัส วิชญา อรุณ ป๋วยเรเว่น พงศ์ ดี แดง
กระดาษบนโต๊ะกลางห้องถูกขีด วง แล้วลากเส้นไปมา ห้องทั้งห้องดูมืดทึบและมิดชิด ป๋วย เรเว่น กับ พงศ์ กำลังอธิบายให้สมาชิกเสรีไทยทั้งหมดฟัง ได้แก่ วนัส วิชญา อรุณ ดี และแดง
วนัส วิชญา อรุณ อยู่ในชุดปกติเหมือนคนอื่นๆ แล้ว การอธิบายเสร็จลงไปแล้ว ป๋วยที่ยืนกำกับอยู่ข้างๆ พงศ์ และเรเว่น สรุปต่อ
“ที่เรเว่น กับพงศ์ อธิบายสภาพพื้นที่จุดยุทธศาสตร์เป้าหมายทั้งสองแห่งไป ผมจะบอกว่านี่คือจุดยุทธศาสตร์ เป้าหมายต่อไปของกัลกัตตาและแคนดี ซึ่งเราจะร่วมปฏิบัติการกับเสรีไทยสายอเมริกาอีกสี่นายที่จะมาร่วมในวันปฏิบัติการ โดยผมขอแบ่งผู้รับผิดชอบดังต่อไปนี้”
ป๋วยหันมาทางทุกคน “สนามบินดอนเมือง เป็น ดี แดง พงศ์ และผม”
ดี แดง และพงศ์ ยิ้มๆ ยักคิ้วไปมา
“ส่วน สถานีรถไฟบางกอกน้อย จะเป็น เรเว่น แซม เหมา และลำพู”
วนัส วิชญา อรุณ และเรเว่น พยักหน้ารับทราบ
“คุณคุ้นเคยแถวนั้นดีนี่ลำพู” ป๋วยว่า
“ครับ” วนัสรับคำ
ป๋วยยิ้มกับวนัส “ยินดีด้วย” หันไปบอกกับทุกคน “โดยทั้งหมดจะเป็นปฏิบัติการกลางคืน และหลังเที่ยงคืนทั้งหมด และจุดแรกที่จะเกิดขึ้นภายใน 72 ชั่วโมงข้างหน้าจากนี้ก็คือ...”

ป๋วยหันมาทางกลุ่มของวนัสที่จดจ่อรอฟัง วนัสและพวกตาลุกวาวขณะฟังแผนที่ป๋วยบอก
รุ่งเช้า ชีวิตชาวบ้านย่านลำคลองดำเนินไปอย่างปกติ เรือออกพายกันไปมาตามครรลอง บนเรือนอังศุมาลิน มีกองผ้าแพรสีอ่อนที่ถูกตัดเลาะมาจากเสื้อผู้ใหญ่ วางเป็นตั้งอยู่ 2 ตั้ง และมีกองผ้าที่ลงมือตัดจากแบบแล้วอีกหนึ่งกองวางอยู่ใกล้ๆ

อังศุมาลินที่กำลังใช้กรรไกบรรจงตัดผ้าตามแบบกระดาษรูปชุดเสื้อผ้าเด็กทาบติดอยู่
สีหน้าอังศุมาลิน กำลังจดจ้อง เพ่งเกือบก้มลงมาที่กรรไกรในมือไล่ตัดไปมา จนต้องกระพริบตา ที่ท่าทางดูอ่อนล้าอยู่หลายครั้ง
ระหว่างนั้น แม่อรเดินเข้าออกในครัว ผ่านยายศรที่กำลังนั่งนาบใบพลูสดใส่ลงปี๊บอยู่ ยายมองแม่อรแล้วพยักไปทางอังศุมาลินว่าให้ดูทางโน้นๆ แม่อรหยุดยืนมองอังศุมาลินด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“นี่ดีที่หนูยังมีเสื้อแพรอยู่หลายตัว ไม่งั้นคงแย่ ผ้าหายากจะตายไป” อังศุมาลินเอ่ยขึ้น
“อ้าว แล้วเมื่อวานที่พ่อดอกมะลิให้คนขนของอะไรมาให้นั่นล่ะ”
อังศุมาลินอึ้งไปครู่
“ก็อยู่ในลังนั่นไงคะ”
“แล้วทำไมหนูไม่รื้อออกดูล่ะลูก แล้วเขาสั่งมาว่ายังไงอีกหรือเปล่า”
“ก็...เขียนมาว่างานที่อู่ยุ่งมากนี่ละค่ะ”
“นั่นซิ หายหน้าไปเลย” แม่อรหน้าหม่น
“แล้วไอ้เรื่องไปพะมงพม่าจะว่ายังไงกัน อยู่ดีไม่ว่าดี ก็ไปให้มันลำบากลำบน ดูอย่างพ่อวนัสนั่น โดดร่มลงมายังแขนขาแทบหัก ดีนะที่มาลงประเทศตัวเอง ถ้าไปลงที่อื่นสงสัยจะไม่รอด” ยายตะโกนมาถาม
แม่อรเหลือบไปที่ประตูเรือน
“นั่น พ่อหนังสือพิมพ์รายวันมาแล้ว เดี๋ยวเป็นได้เรื่องอีกหรอก”
อังศุมาลินหันไปมอง

สักครู่ต่อมา ตาบัวกะตาผล มองจนแน่ใจว่าไม่มีโกโบริอยู่แน่ๆ ก่อนทิ้งตัวนั่งลงใกล้ๆ อังศุมาลิน
“เรียบร้อยแล้วละแม่อัง” ตาบัวเอ่ยขึ้น
อังศุมาลินรามือมองก่อนถอนใจยาว
“อะไรเรียบร้อยอีกล่ะ”
ตาบัวเขยิบเข้าไปใกล้ เหลียวมองซ้ายขวาลับล่อ ก่อนโน้มไปพูดเบาใกล้ๆ อังศุมาลิน
“รู้แล้วอย่าพูดไปนา ฟามลับสุดยอด”
ยายศรชักรำคาญ “ลับนักก็ไม่ต้องบอก”
สองเกลอสะดุ้งโหยง
“คืองี้...ทางตำรวจเขาเล่นกับพวกเราด้วยแล้ว” ตาบัวเอื้อนเอ่ย
“เล่นอะไร” ยายศรถาม
ตาผลชักฉุน เกาหัวแกรกๆ “อ้าว..ก็พลกะพรรคไงละ คราวนี้ก็สบายสะดวกโยธินเลย”
ทุกคนหันมามอง ตาบัวบอกต่อ
“แม่น..ตำรวจเขาก็ไม่ตามจับ ไปไหนมาไหนก็ง่าย”
“และทีนี้ละไอ้ยุ่นแหลกแน่ เพราะทางเรากำลังเตรียมหันปืนไปจ่อคอหอยพวกมันแล้ว” ตาผลบอก ท่าทีฮึกเหิมสุดๆ
“ไม่มีเหลือไม่มีรอดแน่” ตาบัวสำทับ
อังศุมาลินก้มหน้าก้มตา ตัดผ้าไปเรื่อยๆ แววตาครุ่นคิด
แม่อรมองลูกสาวอย่างห่วงใย “ฮื้อ เขาอยู่กันออกเต็มบ้านเต็มเมือง ขืนทำอะไรไปจะได้ลำบากกันหมด”
“ไม่เชื่อก็คอยดู เขาจะให้คนไทยลุกฮือกันมาฆ่าพวกไอ้ยุ่นเสียให้หมด” ตาผลว่า
ยายศรถามตรง “แล้วนี่ฉันมิต้องลุกขึ้นมาฆ่าพ่อดอกมะลิด้วยรึไง”
ตาผลชักลังเล หันไปหาตาบัว “เฮ้ย..ไอ้บัว มันจริงหรือ”
ตาบัวพยักหน้าหงึกๆ “เขาว่างั้นละ เขาให้พวกเราออกปลุกปั่นคนไทยไว้ พอถึงวันอะไรของเขาไม่รู้ นั่นละเราก็ค่อยฮือกันขึ้นมา”
ตาผลตบเข่าฉาด “ไหมเล่า..บอกแล้วว่าเราเตรียมพร้อมกันจริง”
ตาบัวยืดอย่างเป็นต่อ
แม่อรกะยายศร พากันถอนใจ
อังศุมาลินก้มหน้า พับผ้าไป แววตาตัดสินใจได้แล้ว ว่าจะไม่ยอมให้โกโบริเป็นอะไร

อังศุมาลินเดินมาเปิดตู้ ที่มีกล่องเข็มกับด้าย โดยหยิบผ้าที่ตัดตามแบบแล้ว เป็นรูปเสื้อเด็ก มาเลือกให้เข้ากับสีด้ายในกล่องไปมา
แม่อรเดินเข้ามาหา
“แม่ว่า มันก็ดีเหมือนกันนะลูก ที่พ่อดอกมะลิจะไปพม่าเสียได้ หากจะมีตูมตามขึ้นมาหรือใครมาทำอะไรแกเข้า ไอ้เราก็คงทนไม่ได้ หรือจะไปช่วยก็คงไม่ดีกับเราอีก สงครามมันเป็นอย่างนี้นี่เอง...เอ หรือพ่อดอกมะลิแกขอย้าย เพราะรู้ๆ เรื่องนี้เข้า”
“คงไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ” อังศุมาลินมั่นใจ
“แล้วนี่แกจะอยู่ได้เห็นหน้าลูกหรือเปล่าก็ไม่รู้” อังศุมาลินถอนหายใจยาว “ไปทางโน้นก็ยิ่งยุ่งๆ ถ้าเกิดพลาดพลั้งอะไรไป”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 22/4 วันที่ 10 เม.ย. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager