อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 23 วันที่ 10 เม.ย. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 23 วันที่ 10 เม.ย. 56

อังศุมาลินเดินดุ่มๆ มึนๆ ไร้วิญญาณออกมายืนนิ่งอยู่หน้าโรงเครื่องจักร กำลังงง เบลอ มึน ไม่รู้จะไปทางไหนดี และเริ่มเวียนหัว ตาลาย
เห็นภาพผู้คนรอบตัวที่เดินไปมา เหมือนเดินมามองเยาะยิ้มเธอ อังศุมาลินสีหน้าเซียวซีด ตาลาย
พลันถุงเสื้อในมือร่วงลงที่พื้น

โกโบริถลาเข้ามาคว้าหมวกบนโต๊ะ ผ้าเช็ดหน้าที่เหน็บอยู่กระเป๋าเสื้อร่วงลงที่พื้นโดยไม่รู้ตัว แล้วโกโบริก้าวพรวดออกไป เคสุเกะยืนตัวลีบมองตามไปมา

อังศุมาลินหน้าเซียวซีด ทรุดนั่งอยู่ที่พื้น พยายามทรงตัว สูดหายใจลึกๆ มือควานคว้าหยิบถุงเสื้อกลับขึ้นมา

โกโบริรีบสวมหมวกวิ่งออกมาที่หน้าโรงงานเหลียวกวาดตามองหาทั่ว
อังศุมาลินที่ทรุดนั่งห่างจากจุดของโกโบริกว่า 30-40 เมตรพลันมีทหารกำลังลำเลียงลังเหล็กขนาดใหญ่ผ่านมาขณะที่โกโบริกำลังจะมองมาทางอังศุมาลิน
โกโบริเหลียวหันมองไปทางอังศุมาลิน แต่ถูกบังด้วยลังเหล็กขนาดใหญ่นั้นพอดีพลันมีเสียงดังตึงโครมใหญ่จากในโรงงาน ตามมาด้วยเสียงโหวกเหวกจ้าละหวั่นของทหารและคนงาน
โกโบริหันขวับไป แล้วรีบวิ่งไป


เครื่องจักรขนาดใหญ่ล้มเค้เก้ ยับเยินอยู่ข้างปั้นจั่นยักษ์เก่าโทรมที่เชือกสลิงขาดวิ่นห้อยโตงเตง
โกโบริถลาวิ่งแหวกคนงานเข้ามาดู ฮิชิดะยืนหน้ายักษ์อยู่กับคนงานชายไทยที่คุมปั้นจั่นหน้าซีดคอตก
“มีอะไร”
โกโบริตะลึง ชายไทยหันมา
คนงานชายรีบอธิบาย “เครื่องจักรมันหนักมากครับนายช่าง ปั้นจั่นกับสลิงก็เก่ามาก มันเลยขาดตกลงมา”
ว่าพลางดึงสายลวดสลิงขนาดใหญ่ขึ้นมาให้ดู ก่อนเจื่อนลงไป เพราะสายตาเข้มมาดุที่มองตอบกลับมา
“ไม่มีคนงานเป็นอันตรายอะไรใช่ไหม”
คนงานรีบบอก “ไม่มีครับ”
“เอาละๆ จะรีบไปเบิกของใหม่จากโกดังบางกอกน้อยให้ ไป..ตอนนี้ยกเครื่องนี้ขึ้นมาเสียก่อน”โกโบริตะโกนเรียก “เคสุเกะ”
เคสุเกะยืนอยู่ไม่ไกล ก้าวพรวดลนลานเข้ามา
“ครับผู้กอง”
“ไปเรียกคนงานทั้งหมดมาช่วยกันยกเครื่องจักรนี่ เร็วๆ”
“ครับ”
โกโบริเดินต่อไปที่เครื่องจักร แข็งขันลงมือร่วมกันทหาร และคนงานที่กำลังง่วนกัน ฮิชิดะมองนิ่ง

ตอนสายๆ กล้วยเครือใหญ่ถูกมาวางพิงที่ข้างบันไดเรือนด้วยฝีมือแม่อรที่กำลังจะทรุดนั่งที่บันได หันไปเห็นอังศุมาลินเดินหน้าซีด สีหน้าเรียบนิ่งเลี้ยวพ้นมาช้าๆ พร้อมในมือถือถุงเสื้อ
“อ้าว ไหนว่าจะเอาเสื้อผ้าไปให้พ่อดอกมะลิไม่ใช่หรือลูก”
อังศุมาลินถือถุงเสื้อเกร็งบอกด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
“ค่ะ..ก็ไปแล้วค่ะ..แต่ ไม่มีใครอยู่”
“หา..ไปไหนกันหมดละ” แม่อรงง “ไม่มีใครให้ฝากไว้เลยหรือ แล้วพ่อดอกมะลิเขาไปไหน ข้ามไปฝั่งนู้นหรือเปล่า”
อังศุมาลินนิ่งไม่ตอบ เดินไปเรื่อยๆ
“แต่แม่ว่าเดี๋ยวแกก็มาเองแหละ หนูน่ะไม่ควรเดินมากอีกนะ พรุ่งนี้แม่ว่าจะเดินไปสอยนุ่นไว้หลัวหนึ่ง มันกำลังแตกขาวทั้งต้น คุณยายเขาอยากได้ไว้ยัดเมาะ ผ้าขาวที่พ่อดอกมะลิแกส่งมา ทำเมาะ ทำผ้าอ้อมได้ยังกับมีลูกสักสามสี่คน ดูจะเห่อเอาหนัก”
อังศุมาลินเดินหลีกแม่อรขึ้นบันไดไป
“ระวังนะลูก จะตกลงมาอีก”

แม่อรรีบก้าวตามขึ้นเรือนไป
แสงพระอาทิตย์รอนๆ ของยามเย็น สาดส่องอยู่เหนือหลังคาโบสถ์วัดกลางพระนครแห่งหนึ่ง มีเท้าของคนสามคนเดินดุ่มมาตามทางที่ลัดเลี้ยวไปมา หลังวัดแห่งนั้นที่อาคารสร้างติดกัน จนมีแต่ทางเดินแคบๆ เป็นตรอกซอยเต็มไปหมด

ตาบัวกะตาผล เคียนผ้าขาวม้า แม่นมั่นไปมา เดินตามหลังลูกน้องของหลวงชลาสินธุราชคนเดิมหากตามไม่ทัน มีสิทธิ์หลง หรืองงเอาได้ เพราะทางคดเคี้ยวมาก
“โอโห ลึกลับซับซ้อน” ตาบัวบ่นงึมงำ
ตาผลเรียกไว้ “เดี๋ยวๆ พี่”
คนของคุณหลวง พาเดินมาหยุดที่มุมหนึ่ง ที่ดูจะเป็นทางตันแล้วก่อนหันหน้ามา
“อ้าว ตันแล้วพี่”
“อย่าบอกนะว่าพี่ก็หลง”
“เฮ้ย ไอ้จิ๋มสอง…”
ตาบัว รีบเอามือปิดปากตาผลไม่ให้พล่ามแซวเรื่อยเปื่อย คนของคุณหลวงผิวปากสัญญาณสองที
ชายสี่คนในชุดสีเข้มคละกันไป ก้าวโผล่ออกมาที่ข้างหลัง ตาบัวกะตาผล ทั้งสองหันขวับไป สองเกลอผงะเล็กน้อย
“โอโห..เข้ม” ตาบัวกะตาผลเข้มกันมาเชียว
อรุณ เรเว่น วิชญา ยืนเด่น วนัสค่อยโผล่แทรกตามออกมา ทักทาย
“ลุง..สวัสดี”
ตาบัว ตาผล ตาวาวขึ้นมาทันที
“พ่อวนัส”

ตกกลางดึก บนท้องฟ้าเหนืออู่ ดวงจันทร์ดวงโตไม่เต็มดวงนักสีแดงฉานกำลังจะถูกเมฆบัง เคสุเกะกำลังสั่งโหวกเหวกกับพวกคนงานที่ซ่อมเครื่องจักรที่ล้ม ก่อนหันมามองๆ ไปยังโกโบริ
โกโบริกำลังเชื่อมเหล็กเหงื่อโทรมกาย พักมือลง ปาดเหงื่อ นึกได้ตบๆ ที่กระเป๋าเสื้อ หาผ้าเช็ดหน้าไม่เจอ ตบๆ ที่กางเกงก็ไม่มี สีหน้ากังวลขึ้นมาทันที

โกโบริเดินตรงรี่เข้ามาถึงห้องทำงาน หันมองซ้ายขวาทั่ว เดินมาที่โต๊ะมองๆ ดู ก้มไปมองที่พื้นสะดุดเห็น โกโบริสีหน้าโล่ง ก่อนก้มลงไปหยิบ ผ้าเช็ดหน้าสีโอลด์โรสตกมอมแมมอยู่ที่พื้น ถูกเก็บขึ้นมา
โกโบริสะบัดๆ ผ้า มองดูผ้า พลางนึกขึ้นได้ ว่าอังศุมาลินมาหานี่นา

ขึ้นที่กองผักตบที่ลอยน้ำไหลเรื่อย
อังศุมาลินนั่งเหม่อพิงเสาศาลาท่าน้ำทอดสายตานิ่งไปตามกระแสน้ำข้างหน้า สีหน้าว่างเปล่า เหม่อนิ่ง ไร้ชีวิตชีวา เหตุการณืในอดีตผุดขึ้นมาในความคิด

เวลานั้นอังศุมาลินเอียงคอดู รู้สึกน่าสนใจ ทันใดมีเสียงผู้ชายสดใส ร่าเริง ดังมาจากข้างหลัง
“หนาวไหมครับ”
อังศุมาลินสะดุ้ง หันขวับไป
บนเรือขาวลำนั้น โกโบรินอนคว่ำพังพาบ ซ่อมเครื่องจักรอยู่ ในมือนึงถืออุปกรณ์ กำลังไขอะไรอยู่ มือเปื้อนดำ หน้าตาสดใสร่าเริง ใส่ชุดทหารลำลองสำหรับการทำงาน
โกโบริรีบลุกมานั่ง ยิ้มให้ “สวัสดีตอนเช้าครับ”
อังศุมาลินมองตาโตโพลง อึ้งๆ งงๆ
สีหน้าโกโบริยิ้มอย่างเป็นมิตร

อังศุมาลินกอดอก ถอนใจเบาๆ คิดถึงตอนเจอกันครั้งต่อมา
เรือโกโบริขับชะลอๆ แล้วเข้ามาแล่นเคียงข้างไปช้าๆ อังศุมาลินลอบมองด้วยหางตา ปั้นหน้าไม่สนใจ
โกโบริชะโงกมา ยิ้มกว้างอย่างจริงใจ พูดอย่างร่าเริง
“มีอะไรอยู่ในเรือหรือครับ ขายไหม”
อังศุมาลินจ้องดุๆ “ไม่ขาย!..Not for sale!”
โกโบริก้มมา จับกราบเรืออังศุมาลินไว้ แล้วหันมายิ้มให้แม่อรซื่อๆ
“ไป-ใน-มา-ครับ พวก-นี้-คาย-หรือ-เปล่า”
แม่อรยิ้มพยักหน้า แล้วชี้มือบุ้ยใบ้กวาดมือไปทั่วลำเรือแล้วชี้ไปข้างหน้า
“ขาย..ไป ขาย ที่ ตลาด”
“ตะลาด...อิชิบะ”
โกโบริมองหน้าอังศุมาลินเหมือนเป็นการถามให้แน่ใจ
อังศุมาลินเอาพาย ตีๆ ใกล้ๆ มือโกโบริ จนโกโบริสะดุ้ง หดมือไป อังศุมาลินคัดหัวเรือออกห่าง จ้วงพายลงน้ำอย่างแรง

อังศุมาลินเหม่อนิ่งใจลอย อยู่อย่างเดิม คิดถึงเรื่องราวเก่าก่อนต่อไป

โกโบริหน้าตาซีดเซียว ซอกคอมีรอยยาแดงแต้มไว้เป็นทางยาว ที่ตัวยังมีผ้าพันไว้ อังศุมาลินมองๆ
“คุณ-หายดีแล้วหรือ”
โกโบริฟังไม่ค่อยถนัด เอียงคอเล็กน้อยเหมือนไม่เข้าใจที่อังศุมาลินพูดภาษาญี่ปุ่นไป
“สบายดีแล้วใช่ไหม.. หายดีแล้ว”
โกโบริก้มหัวลงช้าๆ ยิ้ม
“ขอบคุณมากครับ..ขอบคุณครับ ผมสบายดี”
ทั้งคู่มองตากัน ไม่รู้จะต่อบทสนทนากันอย่างไร เงียบอยู่สักพัก
โกโบริก้มลงไปดูเครื่องยนต์ของเรือ จับโน่นดึงนี่ด้วยมือข้างเดียวอย่างเก้งก้าง อังศุมาลินลอยคอดูอยู่เงียบๆ

อังศุมาลินเหม่อนิ่งใจลอย นึกไปอีก
โดยในตอนนั้นอังศุมาลินรีบลุกขึ้น กระชับกระโจมอกให้แน่น เอาผ้าเช็ดตัวคลุมกระชับไหล่

“ใครน่ะ”
เรือค่อยๆ ลอยเข้ามาช้าๆ จนแสงไฟค่อยๆ ไล่ไปที่ใบหน้า เผยให้เห็นเป็นโกโบริส่งยิ้มมา
อังศุมาลินมองงงๆ
“ผมเอง”
อังศุมาลินพูดไม่ออก “คุณ..ไปแล้ว ไม่ใช่เหรอ”
“มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ผิดหวังหรือครับ” โกโบริยิ้ม
“เปล่า” อังศุมาลินนิ่ง “คือ...แปลกใจนิดหน่อย”
“แต่ผมดีใจมาก” โกโบริยิ้มหน้าบาน
อังศุมาลินพูดไม่ออก มองตาโตอยู่เช่นนั้น

อังศุมาลินถอนใจ สายตาทอดนิ่ง นึกไปอีกเหตุการณ์

อังศุมาลินขัดแรงย้ำๆ จนฝาละมีหัก บาดมือ
“โอ๊ย”
“นั่น.. โกรธผมแล้วไปพาลอย่างอื่น เลยเจ็บตัวเสียเอง”
อังศุมาลินสะบัดมือเจ็บ เห็นมือขวา มีเลือดไหล รีบเอามืออีกข้างกดปากแผลหยุดเลือดไว้
“อ้าว เลือดออกด้วย มาให้ผมดูซิ”
อังศุมาลินตวาด “ไม่ต้อง”
อังศุมาลินจะจุ่มมือลงไปในลำคลอง โกโบริไวรีบเอื้อมคว้าไว้
“คุณ อย่านะ น้ำมันสกปรก”
“ไม่ อย่ายุ่ง”
อังศุมาลินจะดื้อจุ่มให้ได้ แต่โกโบริแข็งแรงกว่ากดบีบข้อมืออังศุมาลินเอาไว้นิ่ง
“คุณจะดื้อยังไง..ผมไม่ยุ่ง แต่นี่จะทำให้ตัวเองเป็นอันตราย ผมจะปล่อยให้คุณทำไม่ได้ รู้ไหมว่าน้ำมีเชื้อโรค จะเข้าแผลได้”

นึกขึ้นมาแล้ว อังศุมาลินหลับตาเพื่อพักตา ถอนใจลืมตาเศร้าเศร้าๆ เหตุการณ์เดิมๆ ผุดขึ้นมาอีก

อังศุมาลินยื่นรับผ้ามาแต่โดยดี ปลายมือของทั้งสองสัมผัสกัน โกโบริทอดมือค้างอยู่ครู่หนึ่งก่อนดึงมือกลับ
อังศุมาลินพลางหลบตารับผ้ามา เช็ดๆ พลางคลี่ผ้าออกจะกลับเช็ด
เห็นว่าเป็นผ้าผืนเก่าของตน อังศุมาลินเหลือบตามองโกโบริเป็นเชิงจะถามว่าของฉันนี่
“ใช่ ผ้าของคุณผมเก็บไว้กับตัวตลอด”
อังศุมาลินใจเต้นขึ้นมาไม่ทราบสาเหตุ รีบหลบตากลับผ้าผืนนั้นเช็ดหน้าไปมาต่อไปอย่างยอมรับไมตรี โกโบริเอนหลังพิงกราบเรือหันมอง แล้วแอบมีความสุขในใจ
ขณะเช็ดๆ อังศุมาลินได้กลิ่นหอมจากผ้า แอบดม แล้วเผลอหันไปมองดูโกโบริ
โกโบรินั่งพิงกราบเรือ ทอดขาเหยียดไป งอเข่าเล็กน้อยขวางเรือ ทอดแขนพาดแบบผ่อนคลาย ดูเหนื่อยๆ และพักผ่อนแบบเหม่อๆ เนื้อตัวเปรอะเลอะเทอะ
อังศุมาลินแอบมีความอบอุ่นใจเงียบๆ ในมือกำผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น เหมือนตัวสื่อความรู้สึก
อังศุมาลินนึกขึ้นมาน้ำตาค่อยเอ่อคลอ เศร้า ซึม
หมู่หิ่งห้อยบินกระจายผ่านมาเป็นกลุ่ม อังศุมาลินเหลียวทอดตามองตาม

ขณะเดียวกันใบพายจ้วงลงน้ำคัดท้ายเรือเข้าเทียบท่า ทวนกระแสน้ำที่กำลังกรากเชี่ยว ตาผลที่อยู่ท้ายเรือหันมาบ่น
“ไอ้บัว เอ็งจ้ำให้มันเร็วกว่านี้หน่อยสิวะ”
ตาบัวที่อยู่หัวเรือชักฉุน จ้วงยิกๆ มือจะหงิกอยู่แล้ว
“บ๊ะ ก็เต็มเหนี่ยวอยู่นี่ จะเอายังไงก๊ะข้าอีกวะ”
“เหรอ แล้วทำไมเรือไม่วิ่งเลยวะ ทั้งคัดทั้งวาดกันขนาดนี้”
“ก็เอ็งมันแก่แล้วนะซิ เรี่ยวแรงมันถึงไม่ขึ้น” ตาบัวชะแง้มองไป “เฮ้ยนั่นใครมานั่งตะคุ่มอยู่หัวตะพาน”
ตาบัวกะตาผล ชะงักหยุดจ้วง ชะลอเลี้ยงเรือรอดู
ชายคนที่นั่งอยู่กลางลำ ที่แท้เป็นวนัส สวมหมวกหลุบหน้า เห็นผ่านหลังหรือผ่านไหล่ด้านหน้าไป เอียงลดๆตัวๆชะเง้อดู
“เอ็งอยู่ใกล้ฝ่าข้าก็เพ่งดูดีๆ ซิวะ ผิดนักจะได้เผ่นกัน ขืนขึ้นไปสุ่มสี่สุ่มห้าเป็นได้ไส้ไหลแน่ ดงพวกมันทั้งนั้น”
ตาบัวเพ่งชะแง้ออกไป
“เอาเถอะ เทียบเข้าไปเลย เร็ว” วนัสเร่ง
“เอ้า เทียบก็เทียบ แต่ไปเจอใครไม่รู้ละนะ”
เรือของสามคนคัดเทียบตรงเข้ามา อังศุมาลินขยับตัวขึ้น
ชายคนที่อยู่กลางลำ ลุกยืนพรวดขึ้น แต่เห็นเป็นเงาตะคุ่ม ไม่ชัดนัก จนเรือโคลงไหว เรือเข้าเทียบชนท่าปุ๊บ ชายคนนั้นกระโดดพรวดก้าวขึ้นไปไม่ฟังเสียงอะไรทั้งสิ้น
“ค่อยๆ เดี๋ยวเรือล่ม” ตาบัวบอกแต่ไม่ทัน
อังศุมาลินขยับจะถอย ยินเสียงเรียกดังขึ้น
“อัง..อังศุมาลิน”
อังศุมาลินชาวาบทั้งตัว กับเสียงคุ้นนั้น
วนัสก้าวพรวดเข้ามา แสงตะเกียงที่หัวเสาท่าน้ำทำให้เห็นใบหน้าชัดว่าเป็นวนัส ที่ดีใจสุดๆ
อังศุมาลินตั้งตัวไม่ทัน ยังไม่แน่ใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้นัก
“อัง..เรามาแล้ว จำได้ไหม”
วนัสโผเข้ากอดอังศุมาลินแน่น อังศุมาลินยืนตัวแข็ง
“อังดีใจมั้ย อัง....”
วนัสก้มมองอังศุมาลิน ดวงตาวาววับเป็นประกาย
อังศุมาลินนิ่งอึ้งไปครู่ ฟังแล้วแทบเข่าอ่อนทรุด

อังศุมาลินเสียงสั่น “นัส...วนัส”
ฝ่ายตาบัวกะตาผล เหลียวซ้ายแลขวาไปมาอย่างระวังระไวอยู่ที่ท่าน้ำตา อังศุมาลินถดตัวถอยออกมาจากตัววนัส เพื่อจะได้มองให้ถนัด ให้แน่ใจที่เห็น ว่ามีตัวตนจริง แต่มือยังจับกันอยู่

อังศุมาลินมองเห็นว่าเป็นวนัสจริงก็ทำท่าจะร้องไห้ ไม่อยากเชื่อ เพราะหายไปนับ 3-4 ปี
“...นัส..นัสจริงๆ..นี่..มาได้ยังไง ไหนว่าถูกขังอยู่สันติบาล แล้วที่บาดเจ็บละ นัสเป็นอะไร ตรงไหน นัสให้เขาดูซิ” อังศุมาลินถาม รัวเร็วเป็นชุด
“ถามทีละอย่างซิ” วนัสหัวเราะ “เค้าคิดถึงตัวมากรู้ไหม ยิ่งเห็นหน้าก็ยิ่งพูดอะไรไม่ถูก ตอนที่ถูกจับก็คิดอยู่อย่างเดียวว่าจะเป็นจะตายยังไงไม่ว่า แต่ขอให้ได้มาเห็นบ้านสักนิด เจออังสักหน่อยก็พอ”

อ่านละคร คู่กรรม ตอนที่ 23 วันที่ 10 เม.ย. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager