อ่านละคร คู่กรรม ตอนอวสาน(3) วันที่ 12 เม.ย. 56


อ่านละคร คู่กรรม ตอนอวสาน(3) วันที่ 12 เม.ย. 56

ส่วนอังศุมาลินประคองโกโบริให้นอนบนตักตนอย่างสบายที่สุด ลูบผมไปมาเบาๆ ท่าทางทั้งสองเต็มไปด้วยความสงบ
“คุณเคยบอกว่า...ถ้าลูกเราเป็นผู้ชาย เราต้องแขวนปลาตะเพียนไว้หน้าบ้านใช่ไหมคะ”
โกโบริยิ้ม พยักหน้า พยายามสูดลมหายใจลึกๆ
อังศุมาลินให้ความสุขให้มากที่สุด เหมือนนัดแนะกันอย่างมีความเชื่อที่สุด

“ฉันจะแขวนปลาตะเพียนตัวโตๆ ไว้ค่ะ ถ้าคุณอยู่บนฟ้า คุณจะได้มองลงมาเห็นเราง่ายๆ อย่างนิทานเรื่องเจ้าหญิงทอหูก กับหนุ่มเลี้ยงแกะไงคะ...”พลางก้มมาสบตา ยิ้มเอาใจ “คุณเป็นหนุ่มเลี้ยงแกะ ขึ้นไปคอยฉันอยู่บนดวงดาวด้านนึงของทางช้างเผือกก่อน ..อีกหน่อย..ฉันจะขึ้นไปอยู่บนดาวตรงกันข้าม พอถึงเทศกาลทานาบามัตสุริ ในวันที่ 7 ของเดือนที่ 7 เราก็จะได้ข้ามทางช้างเผือกมาพบกัน”


โกโบริยิ้ม “ทำไมคุณช่างจำอะไรต่ออะไรไว้ได้มากนักนะ” สายตาโกโบริเริ่มดูง่วงๆ
“เพราะฉันรักคุณน่ะสิคะ ง่วงหรือคะ” อังศุมาลินจูบริมฝีปากเบาๆ พยายามถ่ายทอดความอบอุ่นไปให้
โกโบริยิ้ม พยักหน้า “คุณพูดไปเรื่อยๆ นะ..อย่าหยุด..ผมชอบฟัง”
อังศุมาลินมองหน้าโกโบริเหมือนจะจารจำไว้ทุกอณู
“ฉันอยากให้ลูกหน้าตาเหมือนคุณค่ะ..แล้วก็คงเหมือน เพราะทางโบราณของไทยเขาเชื่อว่า ถ้าแม่รักใครมากๆ ลูกจะหน้าเหมือนคนนั้น”
มือของโกโบริคลำๆ หา คว้ามือของอังศุมาลินมาจูบ พลางบอก “แต่อย่าใจแข็งเหมือนแม่”
อังศุมาลินมองโกโบริท่าทีเหมือนกำลังฝัน “ฉันจะขอภาวนะ..ว่าถ้าเขาโตขึ้น และรักใครซักคน ขอให้เขาได้อยู่กับคนที่เขารักยืนยาว..อย่าให้เหมือนพ่อกับแม่เลย”
โกโบริเอามืออังศุมาลินมากอดไว้
“ผมไม่ไปไหนหรอก ผมจะติดตามคุณไปทุกแห่ง”
“เวลาฉันตาย..คุณจะมาอยู่ใกล้ๆ ไหมคะ” อังศุมาลินคาดคั้นให้โกโบริรับปาก
โกโบริรับอย่างหนักแน่น “มาสิ! มารับคุณไปไว้บนดาวเจ้าหญิงทอหูกไงล่ะ”
“คุณคงคอยฉัน..ไม่นานหรอกค่ะ…”
โกโบริยิ้ม แล้วชะงักนิดๆ พยายามมองไปรอบๆ เพ่งมอง
“ไฟดับหมดแล้วหรือ ฟ้ามืดเหลือเกิน”
อังศุมาลินเงยหน้ามองไป แล้วอึ้ง เพราะความจริงที่เห็น ฟ้ายังแดงฉาน ยังมีไฟลุกตรงนั้นตรงนี้เป็นหย่อมๆ
อังศุมาลินรู้ว่าหมดเวลาแล้ว อังศุมาลินน้ำตาไหล แต่ฝืนทำเสียงแจ่มใสโกหกไป
“ค่ะ ไฟดับแล้ว มีแต่พระจันทร์...กับดาว”
“มิน่า...ผมเห็นแต่แสงสลัว”
อังศุมาลินก้มลง จูบแล้วจูบอีก “หลับเสียเถอะค่ะ”
โกโบริยิ้มให้ พยายามจูบตอบตาลอยๆ
อังศุมาลินลูบดวงหน้าโกโบริเบาๆ เอามือวาดไปตามรูปเค้าโครงหน้าผาก คิ้ว กระบอกตา โหนกแก้ม สันจมูก ปาก คาง แก้ม จงใจจะพิมพ์ทุกส่วนจารไว้ในใจ
“คุณจำมิสเตอร์ไมเคิลได้ไหมคะ”
โกโบริเริ่มเบลอ “คน..ไหน...”
“เชลยที่คุณปล่อยไปไงคะ”
โกโบริยิ้มอ่อนๆ เหมือนง่วงงุน “อ๋อ...คนนั้น”
“น่าแปลก...เขาบอกว่า...คุณรักฉัน...ก่อนที่คุณจะบอกเสียอีก”
โกโบริยิ้ม “หัวใจผม...มันคง...บอกเขา..กระมัง”
“หัวใจคุณ...เคยบอกอะไรใครมั่งคะ”
โกโบริเอามืออังศุมาลินมากอบกุมและกำไว้ สองคนยิ้มประสานให้กัน
“มันบอกว่า ผมรักคุณ ฮิเดโกะ ผมรักคุณ ฮิเดโกะ ผมรักคุณ ฮิเดโกะ ผมรักคุณ ผมรักคุณเสมอ ฮิเดโกะ รัก เสมอ...” คำสุดท้ายสิ้นสุดลง ดวงตาโกโบริมองค้าง ม่านตาขยายกว้าง หอบหายใจยาวที่สุดอีกหนึ่งที แล้วนิ่งไป สงบ ไม่มีอาการกระตุกเฮือกๆ หรืออะไรเลย จากนั้นโกโบริก็หลับตาลง แล้วยิ้มนิดๆ เหมือนคนหลับ
อังศุมาลินจูบลา เงยขึ้น รำพึงเบาๆ “โกโบริ ฉันไม่มีวันที่จะมีใครอีก...นอกจากคุณ”
อังศุมาลินนำมือที่กุมกันไว้ขึ้นมาดู จูบมือโกโบริ
“หลับเสียนะคะ หลับเสีย หลับให้สบาย หลับเสีย”
โกโบรินิ่งไปแล้ว
อังศุมาลินร้องไห้ครวญคร่ำ
“แต่เมื่อไหร่ล่ะคะ...คุณจะลืมตาขึ้นดูฉัน...”
อังศุมาลินกอดร่างโกโบริไว้ โบกตัวเบาๆ เหมือนกล่อม ร้องไห้
ระหว่างนั้นตาบัว กะตาผล วิ่งลุยกองซากต่างมา จนเจอ
“แม่อังๆๆ”
“นายช่าง..เป็นไงบ้าง”
อังศุมาลินเงยหน้ามามอง แล้วพูดในท่าทีสงบ น้ำตานองเต็มหน้า
“สิ้นใจแล้วค่ะ”
ตาบัวกะตาผล สองคนยืนเบียดกันอยู่มุมหนึ่ง เงียบกริบ ไม่ฟูมฟาย แต่อึ้ง
อังศุมาลินกอดโกโบริแนบอก เงยหน้ามองฟ้า มองดาว วินาทีนั้นดาวดวงหนึ่งฉายแสงวาบสว่าง เหมือนทักทาย
อังศุมาลินมองดาวดวงนั้น แล้วก้มลงมาประทับจูบโกโบริอีกที พร้อมๆ กับภาพเหตุการณ์ผุดพร่างในหัว ราวกับสายน้ำไหล
นับตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน อังศุมาลินว่ายน้ำไปที่อู่ โกโบริโผล่จากเรือมาทัก โบกมือลา หน้าเปื้อนมอมแมม ทำทะเล้นๆ ใส่ / ภาพอังศุมาลินพายเรือมากะแม่อร แล้วเจอโกโบริวนเรือกลับมาคุย
เหตุการณ์ที่ตลาด โกโบริโดนแม่ค้าเอาเปรียบ / และตอนที่โกโบริ อังศุมาลินเผชิญหน้ากัน ตอนสั่งกรอกน้ำมันตาบัว ตาผล / ภาพเหตุการณ์ที่โกโบริทำทะเล้น ยักคิ้ว ร่าเริงสดใส ในช่วงแรกที่เจอกัน
โกโบริจัดดอกไม้ / สานก้านมะพร้าว / พาหมอทาเคดะมารักษาคุณยาย / หัดตีขิมแล้วหัวเราะสดใส / หัดพูดไทยคำต่างๆ / เล่นมอญซ่อนผ้าตอนงานปีใหม่ที่วัด / ตอนโกโบริขับเรือมาดูหน้าที่ท่าน้ำ

ภาพสุดท้ายเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขหลังแต่งงานที่แสนหวาน โกโบริสดใสร่าเริงเป็นที่สุด
หลายเดือนต่อมา
ท้องน้ำ ลำคลองหน้าบ้าน สว่างสดใสอยู่ในแสงตะวัน ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ศาลาท่าน้ำที่ว่างเปล่า บรรยากาศเงียบเหงา เงียบงัน มีแต่เสียงน้ำ เสียงลมพัดดังหวิวๆ
ในสวนหลังบ้านลมพัดแรง ต้นไม้แกว่งไกว เงาของต้นไม้เอนไหวไปตามแรงลม

บนเรือน เงียบเชียบ ผนังเรือนตรงกลางบ้านกว้าง โล่ง ว่าง เปล่า และดูเวิ้งว้าง เงียบเหงา ลมพัดหวิวๆ
ลมพัดมาแรงขึ้น บนโต๊ะเตี้ยซึ่งมีหนังสือขุนช้างขุนแผนวางอยู่ จังหวะหนึ่งลมพัดหน้าหนังสือปลิว เปิดพลิกๆ ไปตามแรงลม เห็นกระดาษที่โกโบริพับเป็นศิลปะพับกระดาษญี่ปุ่นคั่นหน้าไว้ ปลิวออกมาแล้วกลิ้งไปบนพื้น
ผนังอีกด้านหนึ่งคือโหลเลี้ยงปลาของโกโบริตั้งอยู่ น้ำดูสะอาดใส มีสาหร่ายหางกระรอกลอยอยู่ ปลาแหวกว่ายร่าเริง
ข้างๆ โหลมีรูปภาพวันแต่งงาน ทั้งภาพที่ถ่ายคู่กันเป็นทางการ และภาพที่โกโบริประคับประคองคอยดูแลอังศุมาลินขณะทำพิธี แขวนอยู่
ภาพชุดที่แขวนเรียงรายถัดไป เป็นภาพตอนสองคนไปเที่ยววัดอรุณ ลานพระรูป และสถานที่ต่างๆ กรอบภาพแตกต่างออกไป ติดเต็มผนัง
ในที่สุดก็ถึงจุดนำสายตา คือภาพขยายใหญ่รูปเดี่ยวของโกโบริในชุดวันแต่งงาน เป็นภาพขาวดำติดเด่นเป็นสง่าที่ผนังกลางบ้าน ข้างหน้ามีแท่นวางกระถางธูป
หน้าตาโกโบริในภาพแลดูสดใสมาก ตรงแท่นมีพวงมาลัยมะลิร้อยเองอย่างสวยงามคล้องอยู่ ดอกมะลิเหี่ยวแห้งบ้างแล้ว เพราะวางอยู่ประมาณวันสองวัน
อังศุมาลินที่ท้องโตมากขึ้นพอเห็นแล้วว่าอายุครรภ์ประมาณ 5-6 เดือน เดินเข้ามา ในมือถือกิ่งดอกมะลิล้วนๆ ใส่แจกันมา
อังศุมาลินหยิบมาลัยพวงเก่าออก เงยหน้าขึ้น ยิ้มกับรูป แล้วพูดกับภาพโกโบริ
“โกโบริ...ฉันเก็บมะลิข้างบ้านมาฝากคุณ...ได้กลิ่นไหมคะ แม่ชอบเรียกคุณ...ว่าพ่อดอกมะลิ...” อังศุมาลินวางแจกันลง “ดอกมะลิที่ขาวบริสุทธิ์...เหมือนจิตใจคุณ”
อังศุมาลินเพ่งมองที่รูป แล้วเอามือไปแตะเบาๆ มองสบตา
“รูปคุณ...รูปนี้ เป็นรูปที่ถ่ายวันงานแต่งงานของเรา...คุณจำโคลงของคุณแม่คุณ...ที่คุณแปลให้ฉันฟัง...ในวันแต่งงานได้ไหมคะ”
เสียงโกโบริดังขึ้น “ผมไม่เคยลืม…”
อังศุมาลินมองรูป ยิ้มนิ่งฟัง
เสียงโกโบริท่องคำอำนวยพรของแม่เป็นคำญี่ปุ่นดังขึ้น
“ขอให้ความรักและดวงใจทั้งสอง ผนึกรวมกันเป็นหนึ่งเดียว...” โกโบริพูดเป็นภาษาอังกฤษ “may the love you share , be all two hearts could hold” ยิ้มฝันหวาน แล้วลองแปลเป็นไทย “ขอให้ความรักและดวงใจทั้งสอง ผนึกรวมกันเป็นหนึ่งเดียว”

อังศุมาลินดึงตัวเองกลับมา
“วันนั้น...ถ้าฉันได้บอกคุณทันเวลา ฉันมีวรรคสุดท้ายของโคลงนี้ จะบอกคุณค่ะ”
ยินเสียงโกโบริตอบมา “คุณบอกผมเดี๋ยวนี้ก็ได้ ผมจะได้จำไว้ ให้ติดหัวใจ”
อังศุมาลินเยื้อนยิ้ม “ฉันจะบอกว่า...บัดนี้..หัวใจของเรา ได้ผนึกแนบแน่น รวมกันเป็นหนึ่งเดียวตลอดไปแล้วค่ะ”
เสียงโกโบริดังตอบมาอีก “ตอนนั้น..ผมไม่คิดหรอกนะ ว่าพรของพ่อกับแม่จะได้ผล
อังศุมาลินเพ่งมองที่รูป แล้วยิ้มออกมา ถอนใจ เอาผ้าที่พาดไหล่มาเช็ดกระจกกรอบรูป

ตกตอนกลางคืน แสงจากตะเกียงสว่างเรืองรองไปทั่วชานเรือน อังศุมาลินเดินไปแล้วหันมาเห็นม้านั่งข้างตุ่มน้ำตรงนอกชานที่โกโบริทำให้นั่งอาบน้ำ อังศุมาลินก้มลง หยิบม้านั่งตัวนั้นมากอด นึกไปถึงวันนั้น

โกโบริพาอังศุมาลินมาแล้วสั่ง “นั่งลง…”
“ยืนอาบก็ได้”
“นั่งดีกว่า เก้าอี้นี่แข็งแรงมาก” โกโบริตบๆ กดน้ำหนักให้ดู “คุณจะได้ไม่ลำบาก...เวลาที่..ตัวโตกว่านี้..นั่งลง ขอร้องล่ะ”
อังศุมาลินถอนใจ นั่งแบบจำยอม โกโบริรับผ้าต่างๆ ของอังศุมาลินมาแขวนไว้ข้างๆ แล้วก็เอาขันตักน้ำขึ้นมา
“เอามือมา ล้างมือก่อน”
อังศุมาลินงงๆ แต่ก็ยื่นมือไป
โกโบริเทน้ำใส่มือ “ล้างมือให้สะอาด..แล้วเอาน้ำลูบหน้า ให้ร่างกายค่อยๆ ปรับตัว..กับความเย็นของน้ำ”
อังศุมาลินมองขำๆ แต่ก็ทำตาม
โกโบริหน้าตาจริงจังแน่วแน่ ตักน้ำราดตัวอังศุมาลินช้าๆ อย่างตั้งใจ ที่ไหล่ หลัง และที่ตัว เบาๆ

อังศุมาลินวางม้านั่งตัวนั้นลงช้าๆ ภาพเหตุการณ์ต่อมาผุดขึ้นอีก
อังศุมาลินถูแรงขึ้น ทำไม่สนใจ โกโบริถามขึ้น
“ถ้าผมตาย คุณจะร้องไห้ไหม”
“ไม่”
“งั้น ผมจะคอยดู”

อังศุมาลินดึงตัวเองกลับมา แล้วเหลียวมองรอบๆ บ้าน พูดออกไป
“โกโบริ ฉันไม่ร้องไห้แล้วค่ะ ไม่ร้องจริงๆ เพราะหัวใจของฉัน...หลุดลอย...ตามคุณไปด้วยแล้ว น่าแปลกนะคะ ที่คนเรา...ยังอยู่ได้ ทั้งๆ ที่หัวใจ..ได้จากร่างไปแล้ว”
อีกเหตุการณ์ที่อังศุมาลิน จดจำไม่ลืมผุดขึ้นมาในความคิด

เวลานั้นโกโบริมองไปรอบบ้านๆ ยิ้มออกมาบางๆ
“ไม่ว่าหลับหรือตื่น ผมจำที่นี่ได้แม่นยำเสมอ บ้านไม้ ยกพื้น มีนอกชาน สวนที่มีต้นไม้สีเขียว ดอกไม้ที่ออกดอกสีสดตลอดปี แล้วก็...คุณ”
โกโบริก้มมองอังศุมาลิน ยิ้มๆ
“ผู้หญิงตัวเล็ก...ใจแข็ง และไม่เคยรู้ว่าความรักเป็นอย่างไร”
อังศุมาลิน แหงนมองสบตาเสียงแข็งใส่ “ไม่จริง”
“นึกว่าคุณจะไม่ยอมพูดกับผมเสียอีก เอาเป็นว่า..คุณรู้จักความรักละ เพียงแต่ไม่ใช่สำหรับผมเท่านั้นเอง

อังศุมาลินดึงตัวเองกลับมาสู่ปัจจุบัน เหลียวมองไปรอบๆ บ้าน
“ฉันรู้จักความรักแล้วค่ะ..ความรัก..ที่ไม่เคยมีใครได้ไปนอกจจากคุณ ที่จริง..ฉันไม่เคยต้องการอิสระเลย ไม่ว่ายามคุณยังอยู่ หรือคุณตายไป ฉันเป็นของคุณเสมอ”
อังศุมาลินเดินไปที่ข้างประตู ตรงนั้นมีกิ่งไผ่ติดโคมกระดาษสาเป็นสีๆ สไตล์ญี่ปุ่น ที่แขวนไว้หลายอัน ส่องแสงอ่อนนุ่ม นวลตา
“นี่ก็วันที่ 7 ของเดือนที่ 7 แล้วนะคะ ฉันทำโคมแขวนไว้ให้คุณดูด้วยค่ะ” อังศุมาลินแหงนหน้าขึ้น จับโคมพวกนั้น “คืนนี้...คุณต้องมองลงมานะคะ...” พูดแล้วอังศุมาลินยิ้มขำๆ “คุณเคยถามฉันใช่ไหมคะ ว่าทำไม ฉันจำอะไรๆ เกี่ยวกับคุณได้มากมาย โกโบริ ฉันรักคุณนี่คะ คุณเชื่อไหมคะ...ว่าฉันจำได้ทุกอย่าง...จำได้ ตั้งแต่วันแรก...ที่เราพบกัน”
เสียงโกโบริดังเข้ามาอีก “ผมเชื่อคุณเสมอ...คุณพูดไปเรื่อยๆ นะ ผมชอบฟัง”
อังศุมาลินยืนพิงขอบประตู แหงนหน้ามองท้องฟ้า “ฉันไม่รู้หรอกค่ะ...ว่าฉันรักคุณตรงไหน รู้แต่ว่าทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นคุณ ฉันรักทั้งนั้น ฉันรักคุณ...ตั้งแต่แรกพบค่ะ...โกโบริ”
ท้องฟ้าเบื้องบน เห็นทางช้างเผือก และกลุ่มดาวพราวพร่าง
อังศุมาลินถอนใจเบาๆ มือจับที่ท้อง
“ลูกเข้าใจแม่...ใช่ไหมจ๊ะ...ว่าแม่รักพ่อ รักแต่แรกเจอ...รักเสมอมา แต่แม่โง่เกินไป แม่ไม่รู้ ว่าเวลาในชีวิตของคนเรา..มันสั้นมาก มันผ่านไปรวดเร็ว..แล้วจะไม่มีวันกลับมาอีก...แม่เลยไม่รู้ว่า..เราต้องฉกฉวยเวลาทุกวินาทีเอาไว้ ไม่ปล่อยให้ไหลล่วงผ่านไป..ความสุขอยู่ตรงหน้าแท้ๆ แค่เอื้อมมือไป ก็จะคว้าไว้ได้ แต่แม่ก็กลับทิ้งมันไป..ปิดขังหัวใจไว้ในความหลงผิด กับทิฐิ มานะ ยึดมั่น ถือมั่น ดึงดื้อถือดีบ้าๆ กว่าแม่จะรู้..ทุกสิ่งทุกอย่าง..ก็หลุดลอยไปหมดแล้ว ไม่เหลืออะไรแล้ว...” อังศุมาลินต้องสะดุ้งอีก เพราะลูกเตะ “โอ๊ะ..อ้า..จริงสิ...ขอบใจนะจ๊ะ ที่เตือน...แม่เกือบจะโง่ไปอีกแล้วสิ แม่ไม่ได้ไม่เหลืออะไรซักหน่อย แม่มีลูกไงล่ะ ลูกของแม่ทั้งคน...” เงยหน้าขึ้นมองฟ้าต่อ “ลูกของเราค่ะ โกโบริ ฉันจะต้องอยู่ ฉันจะต้องทำให้เวลาต่อไปนี้ เป็นเวลาที่ดีที่สุดเสมอ...เพื่อลูกของเรา”
เสียงโกโบริดังก้องอยู่ในหัวอังศุมาลิน
“ฮิเดโกะ...ผมจะไม่ไปไหนหรอก จะติดตามคุณไปทุกแห่ง คอยก่อนนะ แล้วผมจะรับคุณไปไว้บนดาวเจ้าหญิงทอหูก บนทางช้างเผือกโน่น”

เหมือนว่าอังศุมาลินยืนพิงขอบประตูอยู่เพียงลำพัง และแหงนหน้ามองไปที่บนท้องฟ้า
แต่หากมองลงมาจากท้องฟ้ายามนั้น จะเห็นว่ามีโกโบริใส่ชุดทหารเต็มยศ แบบเดียวกับในรูปถ่าย กำลังยืนเคียงข้างโอบประคองอังศุมาลินไว้ ร่างของโกโบริมีแสงเรืองรองผ่องใส

ทั้งสองเหลียวมองไปยังทางช้างเผือกบนท้องฟ้าด้วยกัน

******อวสาน*****

อ่านละคร คู่กรรม ตอนอวสาน(3) วันที่ 12 เม.ย. 56

อ่านละครย่อเรื่อง คู่กรรม เวอร์ชั่นปี 2556 (2013)
ละครเรื่อง คู่กรรม บทประพันธ์โดย : ทมยันดี
ละครเรื่อง คู่กรรม บทโทรทัศน์โดย : ปราณประมูล
ละครเรื่อง คู่กรรม กำกับการแสดงโดย : สันต์ ศรีแก้วหล่อ
ละครเรื่อง คู่กรรม แนวละคร : ดราม่า
ละครเรื่อง คู่กรรม ผลิตโดย : เอ็กแซ็กท์ - ซีเนริโอ
ออกอากาศทุกวันวันจันทร์ และวันอังคาร เวลา 20.10 - 21.40 ทางช่อง ททบ.5
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันจันทร์ที่ 28 ม.ค. พ.ศ. 2556
ที่มา manager