อ่านละคร รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 11


อ่านละคร รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 11

พาทินและจิราพัชร นั่งที่โต๊ะริมหาด ท่ามกลางบรรยากาศยามเย็น บนโต๊ะมีจานอาหารที่กินไปบ้าง
แล้ว มีขวดเบียร์ที่ดื่มไปแล้วหลายขวด พาทินยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่ม จิราพัชรนั่งยิ้มมองเพื่อน
“เฮ้ย หมดไปหลายขวดแล้ว มึงยังไม่ได้บอกกูเลยว่า นึกครึ้มอะไรวะ ถึงชวนมา”
“กูเสียใจว่ะ”
พาทินรินเบียร์ลงในแก้วของจิราพัชร
“เรื่องอะไรวะ”
“เกิดมามีน้องสาวสวย”

จิราพัชรหัวเราะ พาทินยิ้ม
“มึงชอบพิชชาเขามากไหม”
“ใช่” จิราพัชรมองพาทิน “มึงกังวลเหรอ”


“เปล่าหรอก”
พาทินท่าทางซึมลง
“อยากเล่าเรื่องของพิชชา เผื่อมึงอยากจะรู้”
จิราพัชรหัวเราะ
“ไม่ต้องมาเล่าเลย กูจะค่อยๆ เรียนรู้เขาเอง เรามีเวลาที่จะเรียนรู้กันและกันอีกเยอะ”
พาทินคิดๆ
“ก็จริง แต่ยังไงกูก็อยากจะเล่าอยู่ดี”
พาทินนึกทบทวนความหลัง ความรู้สึกที่เขามีต่อพิชชา
“เวลาที่พิชชาเศร้า เขามักฝืนยิ้ม ให้คนรอบข้างไม่ต้องทุกข์ใจกับเขา เวลาเดินด้วยกัน เธอมักจะเดินอยู่ด้านซ้ายของคนอื่นเสมอ”
จิราพัชรเผลอยิ้มเมื่อนึกภาพตามคำพูดของพาทิน เขาพยักหน้าเห็นด้วย
“ชอบมีคำพูดว่านิสัยไม่ดีติดปาก พี่นิสัยไม่ดี หมาตัวนั้นนิสัยไม่ดี เพื่อนคนนั้นนิสัยไม่ดี”
จิราพัชรรู้สึกว่าพาทินรู้จักพิชชาดี
“ตั้งแต่เด็ก ก็ไม่มีทักษะเรื่องกีฬาเลย” เขาหัวเราะ “เวลาถูกขัดใจก็ชอบโอดครวญ”
พาทินหยุดคำ ไม่พูดต่อรู้สึกความอัดอั้นในใจมันล้นอก จิราพัชรมองพาทิน รู้สึกว่าเขาแปลกไปจากปกติ จิราพัชรยิ้มเยาะ
“มึงเมาแล้ว คุณพาทิน”
พาทินฝืนยิ้มรับคำทักของเพื่อนทั้งที่จริงๆ เขาไม่ได้เมา

พาทินวิ่งแข่งกับจิราพัชร เขาเมามากสะดุดขาตัวเองล้มลงบานหาดทราย จิราพัชรหันมาหัวเราะ
“เออ มีอีกเรื่องนึง เวลาเป่ายิ้งฉุบกัน พิชชาจะแพ้ประจำ เพราะจะออกก้อนหินตลอด”

พาทินล้มตัวลงนอนบนหาดทราย จิราพัชรนั่งลงข้างๆ หัวเราะ เขาไม่เคยเห็นพาทินเมามากขนาดนี้มาก่อน
เช้าวันต่อมา...พิชชาและจิราพัชรนั่งคุยกัน เขาท้าเธอเป่ายิ้งฉุบ พาทินมองทั้งคู่นั่งเล่นกันเหมือนเด็ก รู้สึกปลอดโปร่งใจขึ้น

เขาเดินไปที่ชายหาด เห็นอรอินทุ์เดินเล่นบนหาดไกลออกไปจึงเดินไปหา อรอินทุ์หันมาเห็นยิ้มดีใจ ทั้งคู่เดินเล่น คุยกันไป
“อร ดีใจที่ได้ยินเสียงของคุณโทรไปหา”
“อร”
“คะ”
“ผมขอโทษนะ”
อรอินทุ์ไม่พูดอะไร กลัวสิ่งที่เขาจะพูดต่อจากคำขอโทษ
“ที่ผ่านมา คุณต้องเป็นฝ่ายเดินเข้าหา คอยตามผม ต่อไปนี้ผมจะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาคุณบ้าง จะโทรหาคุณให้มากขึ้น”
อรอินทุ์รู้สึกดีใจ คาดไม่ถึงว่าเขาจะกลับมาหา เธอหยุดฝีเท้า
“จริงเหรอคะ อรไม่ได้คิดไปเอง ฝันไปเองใช่ไหม”
พาทินก้าวเข้าไปหา ดึงมือเธอขึ้นมากุมไว้
“ผมทำให้คุณทุกข์ใจ ขอโทษจริงๆ ผมพยายามที่จะประคับประคองเราทั้งคู่เอาไว้”
อรอินทุ์ไม่รอให้พาทินพูดจบ เธอโผกอดเขาไว้
“ฉันยอมรับได้ค่ะ แค่นี้ก็พอแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณนะคะ”
พาทินกอดเธอไว้ แต่เขาก็ยังมีเรื่องในใจที่ยังปลงไม่ตก

อรอินทุ์ชงกาแฟ พิชชาเดินเข้ามาหา เธอจึงหันมาคุยด้วย
“ที่นี่บรรยากาศดีนะ”
“ค่ะ ตอนกลางคืนก็สงบมากเลยค่ะ”
“แต่ก็ดูเปลี่ยวๆ อยู่เหมือนกันนะ ย้ายไปอยู่กับฉันไหม”
พิชชานิ่งไปนิด
“คะ...แต่ฉันชินแล้วล่ะค่ะ”
“ฉันคิดว่า มันไม่ค่อยสะดวกต่อเธอและทิน พี่ดนัยก็แวะมาบ่อย พัชรก็ต้องเทียวมาหาเธอตลอด เธอเป็นผู้หญิงอยู่ท่ามกลางผู้ชายหลายๆ คน ชาวบ้านเขาจะนินทาเอา”
พิชชาหาเหตุมาอ้างกับอรอินทุ์ไม่ได้ ต้องจำนนกับคำพูดของเธอ
“ย้ายไปอยู่กับฉันนะ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวฉันทำเรื่องย้ายกลับไปอยู่ที่หอเหมือนเดิมก็ได้”
อรอินทุ์แปลกใจ
“หอเหรอ”
จิราพัชรและพาทินเดินเข้ามา จิราพัชรพอใจ
“จริงเหรอ กลับไปอยู่หอก็ดี ผมจะได้เจอคุณได้ตลอด”
“จริงๆที่นี่ตอนกลางคืนมันเปลี่ยวไปหน่อย พี่ห่วงเธอนะเวลาที่ต้องอยู่คนเดียว”
พิชชานิ่งคิดตามคำพูดขอพาทิน
“ค่ะ ฉันมาอาศัยอยู่พักใหญ่แล้ว คงต้องถึงเวลาที่จะกลับซะที”
จิราพัชรดีใจ
“งั้นเรื่องหอ เดี๋ยวฉันจัดการให้”
พิชชารีบห้าม
“อย่าเลยค่ะ ให้ฉันทำเรื่องไปตามระเบียบพนักงานดีกว่า”
จิราพัชรเซ็ง
“เหรอ...เอางั้นก็ได้”

แพนเดินโทรศัพท์หาจิราพัชรแต่ไม่ติด เธอจึงไขกุญแจเข้าห้องของเขา เธอเข้ามาในห้องของเขาเป็นครั้งแรก วางเอกสารที่หอบมาไว้ที่โต๊ะในครัว มองดูบรรยากาศห้อง หยิบดูของใช้ เธอเห็นซองเอกสารที่เปิดแล้วที่โต๊ะรับแขก หยิบขึ้นมาดู เห็นรูปถ่ายที่เขาเป็นคนถ่ายทั้งครอบครัว โดยไม่มีเธอ แพนทั้งเจ็บใจและน้อยใจที่เธอเป็นผู้ที่ถูกลืมอีกแล้ว เธอขว้างมันลงบนโต๊ะ

กิ่งเทียนดีใจที่พิชชาจะกลับมาอยู่หอแผนกแม่บ้าน
“เธอจะกลับเข้ามาอยู่หอเหรอ ดีจังเลย ฉันล่ะเบื่อจะตาย เวลาเลิกงานแล้วไม่มีเพื่อนคุยด้วย”
“น้อยๆ หน่อย แผนกแม่บ้านกะเรามีตั้งหลายคน”
“แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นป้าๆ คุยไม่สนุก”
พาณีเดินเข้ามาในห้อง
“พิชชาขอคุยด้วยหน่อย”
“ค่ะ”
พิชชาเดินตามพาณีออกไป

พิชชาตกใจเมื่อฟังสิ่งที่พาณีบอก
“ไม่อนุมัติเหรอคะ”
“อืม คำร้องของเธอถูกตีกลับมา”
“ตอนนี้ฉันไม่มีที่พักซะด้วย มีทางอื่นไหมคะ”
“ลองคุยกับคุณจิราพัชรดีไหม”
พิชชารู้สึกลำบากใจ พาณีเข้าใจ
“ฉันไม่ได้จะอะไรนะ ตอนนี้คิดว่าเขาคงจะพอช่วยเรื่องนี้ให้เธอได้ อีกอย่างหนึ่ง เรื่องคราวที่แล้วที่เข้าใจเธอผิด ฉันยังไม่ได้ขอโทษเธอ คุณจิราพัชรเขาอธิบายเรื่องทั้งหมดแล้ว ฉันขอโทษนะ”
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ”
พิชชาชั่งใจ ไม่อยากพึ่งจิราพัชร แต่ก็ไม่มีที่ไป เธอคิดไม่ตก

สุนทรีตากผ้าอยู่ที่ลาน ได้ยินเสียงมอเตอร์ไซค์ของพิชชาวิ่งเข้ามา เธอวางมือจากงานเดิน
กลับไปที่ตัวบ้าน พิชชาจอดรถ เดินเข้าไปกอดแม่ สุนทรีวางเฉย เดินเข้าไปในบ้าน พิชชาแปลกใจที่แม่ดูตึงๆ กับเธอ พิชชาเดินตามเข้าไปในบ้าน สุนทรีหยิบกระเป๋าที่เก็บของส่วนตัวของพิชชาเรียบร้อยแล้วส่งให้ พิชชางงที่แม่ทำแบบนั้น
“อะไรคะแม่”
“ฉันเก็บของให้หมดแล้ว”
“มีอะไรเหรอคะ”
สุนทรีนิ่งคิด เงียบไปครู่หนึ่ง
“บ้านนั้นเขากลับมาแล้วใช่ไหม”
พิชชาไม่คิดว่าสุนทรีจะรู้เรื่อง
“ได้ยินว่า คุณบ้านนั้นเขาคิดถึงแกมากจนล้มป่วย”
สุนทรีก้มหน้าซ่อนความรู้สึก
“กลับไปดูแลเขาเถอะ เขาเลี้ยงดูแกมา”
พิชชาน้ำตาคลอ รู้ว่าสุนทรีน้อยใจ เข้ามาโอบเอว
“หนูไปไม่ได้หรอกค่ะ” พิชชาน้ำตาไหล “แม่ก็เลี้ยงดูหนูมาเหมือนกัน”
สุนทรีแกะมือลูกสาวออก หิ้วกระเป๋า ดึงเดินออกจากบ้าน
“ไปซะ ฉันทำหน้าที่แม่มาพอแล้ว”
“แม่คะ”
“กลับไปอยู่กับพ่อแม่ของแก”
สุนทรีวางกระเป๋าลงบนพื้น เดินหนี
“ที่บ้านนี้ไม่มีอะไรให้แกหรอก”
พิชชายืนร้องไห้
“แม่”
สุนทรีเดินกลับเข้าบ้าน ปิดประตู นั่งร้องไห้เสียใจที่ทำให้ลูกต้องเจ็บ พิชชาเช็ดน้ำตา มองบ้าน มองถนน เคว้งคว้างไม่มีที่ไป

พิชชามานั่งที่ม้านั่งจุดชมวิว นึกถึงสุนทรีและคำตัดพ้อที่เคยพูดกับเธอเสมอๆ
“แม่รู้สึกมาตลอด ว่าแม่ไม่ใช่แม่ของลูก ลูกไม่เคยได้มีเสื้อผ้าสวยๆใส่ ไม่ได้เรียนต่อมหาลัย ไม่เคยรู้จักชีวิตที่สนุกสนาน”
พิชชายิ่งเศร้า เมื่อคิดถึง

เย็นนั้น สุนทรีนั่งซึมคิดถึงพิชชาที่เป็นเด็กดีเสมอมา
“แม่...แม่...แม่...”
“จะเรียกอะไร นักหนา”
“ก็ชดเชยที่ ไม่ได้เรียกมาตั้งหลายปีไง”
“เด็กบ๊อง”

สุนทรีน้ำตาไหล
จิราพัชรยืนรอที่หน้าหอพัก ดักรอพิชชา เขามองนาฬิกาข้อมือ เลยเวลาเลิกงานของเธอมานานแล้ว

จิราพัชรโทรศัพท์หาเธอแต่ไม่มีเสียงตอบรับ เขาสงสัย เดินไปที่ห้องทำงานแผนกแม่บ้าน

จิราพัชรมองคำร้องที่ พาณียื่นให้เขาดู
“ไม่อนุมัติเหรอ”
“พิชชาไม่ได้บอกคุณพัชรเหรอคะ”
“ผมยังไม่ได้เจอเขาเลย ติดต่อก็ไม่ได้”
“เห็นบอกว่าตอนนี้ยังหาที่พักไม่ได้ด้วยสิ”
จิราพัชรรู้สึกกังวลมากขึ้น

ใกล้ค่ำ พิชชาขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาจอดในซอยทางเข้าสตูดิโอ พาทินเดินออกมาส่งอรอินทุ์ที่ประตูรั้ว พิชชายืนแอบที่ต้นไม้ข้างๆ
“ไว้ฉันจะแวะมาอีกนะคะ”
“ขับรถดีๆ นะ”
“ค่ะ”
อรอินทุ์ดึงแขนพาทินเข้ามาใกล้ เธอหอมแก้มเขาเบาๆ ก่อนเดินไปขึ้นรถ ขับออกไป พิชชามองทั้งคู่ รู้สึกใจตัวเองหล่นหาย พาทินเดินกลับเข้าสตูดิโอไป พิชชาตัดสินใจเรียก
“พี่คะ”
พาทินได้ยินเสียงพิชชา เขาหันมองเห็นเธอยืนยิ้มให้เขา พาทินมองกระเป๋าในมือของเธอ
“มีอะไรเหรอพิชชา”
พิชชาเห็นสายตาที่เป็นห่วงของเขา
“ฉันเก็บของจะย้ายเข้าไปอยู่ที่หอนะค่ะ ฉันลืมของไว้เลยจะกลับมาเอา”
พาทินมองพิชชา
“ไม่มีอะไรจริงๆ นะ”
“อือ”

พิชชาค้นดูตามลิ้นชักโต๊ะตู้ แต่ไม่มีอะไร พาทินยืนมองดูเธออยู่
“สงสัยคงอยู่ที่บ้าน”
“ไม่มีอะไรแน่นะ”
“พี่ต้องดีกับคุณอรเขามากๆ ถนอมน้ำใจเธอนะคะ”
พิชชามองนาฬิกาข้อมือ เดินออกจากห้องไป
“ต้องไปแล้วล่ะ นัดกิ่งเอาไว้”
พาทินหยิบกระเป๋าของพิชชาที่วางอยู่มาถือ
“พี่ไปส่ง”
พาทินเดินนำ พิชชามองหลังของเขาที่กำลังเดินจากไป เธอวิ่งเข้าไปกอดหลังเขา พาทินรู้สีกว่าพิชชาเศร้าแม้จะไม่ได้พูดอะไรออกมา
“พี่คะ ขอเวลาให้ฉันสองนาทีนะ”
พิชชานิ่งกอดเขาอยู่อย่างนั้น พาทินรู้สึกถึงน้ำตาอุ่นๆ ของพิชชาที่หลัง เขาเองก็รู้สึกเศร้าแบบเดียวกัน จิราพัชรยืนมองอยู่นอกรั้ว รู้สึกบางอย่างถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นของทั้งคู่

เช้าวันต่อมา...พาทินมองดินปั้นรูปเหมือนพิชชา ที่วางอยู่บนแท่นหมุน เขาหยิบรูปถ่ายของครอบครัวออกมาจากซองกระดาษ จดหมายที่พับอยู่ข้างใน เขาคลี่จดหมายนั้นดู เป็นลายมือของพิชชา พาทินอ่านจดหมายนั้น
“พี่ชายที่รัก รู้สึกแปลกยังไงก็ไม่รู้ ที่ต้องมาเขียนจดหมายถึงพี่ ฉันอยากให้พี่ได้รู้ว่า ชีวิตของฉันกลับมาสวยงาม มีความสุขอีกครั้ง เมื่อพี่ได้กลับมาอยู่ใกล้ๆ อีกครั้งแบบนี้ แค่อยู่ใกล้ๆ ได้เห็นพี่อยู่ในสายตา ฉันก็มีความสุขแล้ว อยากบอกพี่ว่า เมื่อเราได้กลับมาพบกันอีก ขอให้เราอย่าจากกันไปอีกเลย มันง่ายนะที่จะเขียนบอกพี่ ฉันรักพี่นะ เป็นคำพูดที่เมื่อก่อนฉันเคยพูดกับพี่ไปเป็นร้อยๆ ครั้ง ตอนนี้ถึงคำพูดจะเหมือนเดิม แต่ความหมายมันคงเปลี่ยนไป”
พาทินขึ้นรูปปั้นพิชชา เก็บรายละเอียดต่างๆ เส้นผม หู ดวงตา เขาปั้นดินอย่างเบามือ เขาดูมีความสุข สัมผัสรูปปั้นเหมือนกับได้สัมผัสหน้าของเธอจริงๆ

อาทิตย์ ต่อมา...บ่ายแก่ๆพิชชาซื้อกับข้าว ต่อรองราคากับแม่ค้า พาทินเดินเลือกซื้อกับข้าวอยู่เช่นกัน ได้ยินเสียงต่อรองของพิชชา เลยเดินเข้าไปหา พาทินสะกิดแขน พิชชาหันไปเห็นเขายิ้มให้ ทั้งคู่เดินเลือกซื้อของไปคุยกันไป
“พี่จ่ายตลาดเองเลยเหรอ”
“ก็เธอไม่อยู่ พี่ก็ต้องทำกินเองสิ”
“น่าสงสาร”
พาทินหัวเราะที่พิชชา ทำเสียงล้อ ทั้งคู่แวะดูโน่นดูนี่ ตามทางไปเรื่อยๆ พิชชายืนมองรูปถ่ายที่วางโชว์ ในร้านถ่ายรูปเก่าๆ พาทินแปลกใจ

อ่านละคร รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ ตอนที่ 11

ละครเรื่อง รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ (Autumn In My Heart - Thai Version)
ละคร รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ บทโทรทัศน์ : ทีฆะเดช วัชรธานินทร์
ละคร รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์กำกับการแสดง : ศิวโรจณ์ คงสกุล
ละคร รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์อำนวยการสร้าง : ทรูวิชั่นส์
ผลิตโดย บริษัท เฮโล โปรดักส์ชั่น จำกัด โดย อนันดา เอเวอริงแฮมและนภัสริญญ์ พรหมพิลา
ละคร รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ แนวละคร Romantic / Drama
ละคร รักนี้ชั่วนิจนิรันดร์ วัน เวลาออกอากาศทุกวันพุธ และวันพฤหัสบดี เวลา 21.00 น.
เริ่มออกอากาศตอนแรกในวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2556 นี้ทางช่อง True Asian Series
ที่มา manager






ไม่มีความคิดเห็น: